เปรูประกาศภาวะฉุกเฉินกว่า 700 เขต ฝนถล่ม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 68 ศพ

เปรูประกาศภาวะฉุกเฉินกว่า 700 เขต ฝนถล่ม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 68 ศพ

เปรูประกาศภาวะฉุกเฉินกว่า 700 เขต ฝนถล่ม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 68 ศพ สถานการณ์ภัยพิบัติรุนแรงกำลังสร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนชาวเปรูอย่างหนัก หลังจากฝนตกหนักต่อเนื่อง ดินถล่มและน้ำท่วมฉับพลันคร่าชีวิตผู้คนไปแล้วกว่า 68 ราย รัฐบาลต้องเร่งมือประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อรับมือกับวิกฤตนี้

เปรูประกาศภาวะฉุกเฉินกว่า 700 เขต ฝนถล่ม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 68 ศพ

วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2567 รัฐบาลเปรูได้ประกาศภาวะฉุกเฉินในกว่า 700 เขตทั่วประเทศ ซึ่งครอบคลุมพื้นที่เกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ ทั้งชายฝั่งแปซิฟิก เทือกเขาแอนดีส และลุ่มน้ำอเมซอน สาเหตุหลักมาจากปรากฏการณ์เอลนีโญชายฝั่ง (El Niño Costero) ที่ทำให้อุณหภูมิน้ำทะเลสูงขึ้น ส่งผลให้ฝนตกหนักผิดปกติ ดินถล่มและน้ำท่วมรุนแรง

คำสั่งประกาศภาวะฉุกเฉินนี้ลงนามโดยประธานาธิบดีรักษาการ โฮเซ่ มาเรีย บาลคาซาร์ และเผยแพร่ในราชกิจจานุเบกษาแล้ว โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อเร่งจัดสรรงบประมาณให้หน่วยงานท้องถิ่นและภูมิภาค สำหรับซ่อมแซมโครงสร้างพื้นฐานที่เสียหาย เช่น สะพาน ถนน ระบบ供水 และไฟฟ้า รวมถึงมาตรการคุ้มครองชีวิตและสุขภาพประชาชนที่ได้รับผลกระทบ

ผลกระทบรุนแรงจากฝนถล่มและดินถล่มในเปรู

กระทรวงคมนาคมของเปรুরายงานว่า ถนนทั่วประเทศเสียหายแล้วกว่า 931 กิโลเมตร โดยเฉพาะใน 4 ภูมิภาคที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุด เส้นทางเหล่านี้เป็นเส้นทางหลักที่รองรับประชาชนกว่า 500,000 คนต่อสัปดาห์ ทำให้การสัญจรและขนส่งสินค้าต้องหยุดชะงัก สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจมหาศาล

นอกจากนี้ ยอดผู้เสียชีวิตจากภัยพิบัติที่เกี่ยวข้องกับฝนตกหนักตั้งแต่เดือนธันวาคม 2566 เพิ่มขึ้นเป็น 68 รายแล้ว รายล่าสุดคือพ่อและลูกชายที่ถูกดินถล่มพัดหายไปในแคว้นอาเรกีปา ขณะที่ตำรวจนายหนึ่งในกรุงลิมาเสียชีวิตจากการจมน้ำในแม่น้ำรีมัก ขณะกำลังช่วยเหลือสุนัขที่ติดค้างท่ามกลางกระแสน้ำเชี่ยวกราก เรื่องราวเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความกล้าหาญของเจ้าหน้าที่และความสูญเสียที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง

  • พื้นที่ประกาศภาวะฉุกเฉิน: กว่า 700 เขต (เกือบครึ่งประเทศ)
  • ความเสียหายหลัก: ถนน 931 กม., สะพาน, ระบบสาธารณูปโภค
  • ผู้เสียชีวิต: 68 ราย (ตั้งแต่ธ.ค. 2566)
  • สาเหตุ: เอลนีโญชายฝั่งจากน้ำทะเลอุ่น
  • ผลกระทบประชาชน: >500,000 คน/สัปดาห์

สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่สร้างความสูญเสียทางชีวิตและทรัพย์สิน แต่ยังกระทบต่อเศรษฐกิจ โดยเฉพาะภาคเกษตรกรรมและการท่องเที่ยวที่พึ่งพาพื้นที่ชายฝั่งและภูเขา รัฐบาลกำลังเร่งระดมกำลังพลและทรัพยากรเพื่อฟื้นฟู แต่ผู้เชี่ยวชาญเตือนว่าปีนี้เอลนีโญอาจรุนแรงยิ่งขึ้น

จากประสบการณ์ภัยพิบัติในอดีตของเปรู เช่น เหตุการณ์เอลนีโญปี 2560 ที่คร่าชีวิตกว่า 100 รายและทำลายบ้านเรือนนับแสนหลัง สอนให้เห็นว่าการเตรียมพร้อมล่วงหน้าเป็นสิ่งสำคัญ เปรูได้พัฒนาระบบเตือนภัยล่วงหน้าและแผนผังเสี่ยงภัย แต่การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศทำให้ภัยพิบัติเกิดบ่อยและรุนแรงขึ้น

สำหรับประชาชนทั่วโลก สถานการณ์ เปรูประกาศภาวะฉุกเฉินกว่า 700 เขต ฝนถล่ม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 68 ศพ นี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงผลกระทบของภาวะโลกร้อน เราควรติดตามข่าวสารและสนับสนุนการบรรเทาภัยพิบัติ หากคุณสนใจเรื่องภัยธรรมชาติ ลองแชร์ประสบการณ์หรือติดตามอัปเดตจากเราเพื่อเตรียมตัวรับมือในอนาคต

ที่มา – เปรูประกาศภาวะฉุกเฉินกว่า 700 เขต ฝนถล่ม-ดินถล่ม คร่าแล้ว 68 ศพ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: