เปเรซเผยดีลประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดของเรอัล มาดริด
แฟนบอลราชันชุดขาวต้องจับตามองให้ดี เมื่อล่าสุด ฟลอเรนติโน เปเรซ ประธานสโมสรคนปัจจุบันได้ออกมาประกาศกร้าวกลางรายการทีวีว่า หากเขาได้รับเลือกตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งอีกครั้งในวันอาทิตย์นี้ เขาเตรียมทุ่มงบประมาณก้อนโตเพื่อเซ็นสัญญานักเตะระดับซูเปอร์สตาร์ชั้นนำของโลก ซึ่งจะเป็น เปเรซเผยดีลประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดของเรอัล มาดริด นับตั้งแต่ก่อตั้งสโมสรมาเลยทีเดียว
จับตามอง เปเรซเผยดีลประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดของเรอัล มาดริด
เปเรซในวัย 79 ปี มั่นใจมากว่าจะสามารถดึงตัวผู้เล่นระดับโลกเข้ามาสู่ทีมด้วยค่าตัวสูงถึง 150 ล้านยูโร เพื่อเรียกศรัทธาแฟนบอลกลับคืนมาหลังจากที่ทีมไร้ถ้วยแชมป์ใหญ่มาสองปีติดต่อกัน โดยเขาเน้นย้ำว่าดีลนี้ไม่ใช่ Harry Kane, Michael Olise หรือ Jeremy Doku อย่างที่หลายคนคาดเดากันแน่นอน อีกทั้งยังปฏิเสธข่าวลือเรื่องการคว้าตัว Erling Haaland อีกด้วย
รายละเอียดเจาะลึกกลยุทธ์การเสริมทัพ
นอกจากข่าวการคว้าตัวนักเตะปริศนาแล้ว เปเรซเผยดีลประวัติศาสตร์ครั้งใหญ่ที่สุดของเรอัล มาดริด ครั้งนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์การปลุกกระแส ‘Galacticos’ เหมือนยุคที่เขาสร้างตำนานไว้ในช่วงแรกของการดำรงตำแหน่ง โดยเขายังเปิดเผยรายชื่อนักเตะและโค้ชคนใหม่ที่จะเข้ามาร่วมทีมทันทีหากเขาชนะการเลือกตั้ง ได้แก่:
- Jose Mourinho เข้ามารับบทบาทผู้จัดการทีมคนใหม่
- Denzel Dumfries แนวรับมากประสบการณ์จาก Inter Milan
- Ibrahima Konate ปราการหลังจาก Liverpool
ความน่าสนใจอยู่ที่เปเรซให้คำมั่นว่าจะเป็นนักเตะตำแหน่งกองกลางที่สามารถเติมเกมรุกได้โดดเด่น และไม่ใช่ผู้เล่นจากพรีเมียร์ลีกอังกฤษ ซึ่งถอดรหัสออกมาได้ว่าสโมสรเตรียมลุยตลาดซื้อขายนักเตะอย่างหนักหน่วงแน่นอนครับ
ในฐานะแฟนบอล เราคงต้องรอลุ้นกันว่าหลังวันอาทิตย์นี้ โฉมหน้าทีมเรอัล มาดริดภายใต้การนำของเปเรซจะเปลี่ยนแปลงไปอย่างไร การทุ่มเงินมหาศาลครั้งนี้จะคุ้มค่าและพาความสำเร็จกลับสู่ซานเตียโก เบร์นาเบวได้หรือไม่ หรือจะมีคู่แข่งอย่าง เอ็นริเก้ ริเกลเม มาพลิกสถานการณ์คว้าเก้าอี้ประธานไปครอง นี่คือช่วงเวลาลุ้นระทึกที่สุดของแฟนบอลมาดริดในรอบ 20 ปีเลยก็ว่าได้ครับ
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



