เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา กระบะชนราวกั้น 'สะพานสารสิน' ตกทะเล จมน้ำสูญหาย

เร่งค้นหา! กระบะชนราวกั้น “สะพานสารสิน” สูญหาย

เจ้าหน้าที่กำลังเร่งค้นหากระบะที่พุ่งชนราวกั้น “สะพานสารสิน” ในจังหวัดภูเก็ต และจมหายไปในทะเลเมื่อช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ยังไม่ทราบชะตากรรมของผู้ขับขี่

เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. ของวันที่ 18 พฤศจิกายน 2568 ว่าที่ร้อยตรี วัลลภ บุญจันทร์ ทีมกู้ชีพไม้ขาว องค์การบริหารส่วนตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้โพสต์ภาพบริเวณสะพานสารสิน ตำบลไม้ขาว อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต พร้อมข้อความแจ้งเหตุว่ามีรถกระบะพุ่งชนราวกั้นตกลงไปในทะเล บริเวณสะพานสารสิน และจมหายไปทั้งคันพร้อมคนขับ นอกจากนี้ยังมีการถ่ายทอดสดเหตุการณ์ผ่านทางโซเชียลมีเดียด้วย

เจ้าหน้าที่ตำรวจจากสถานีตำรวจภูธรท่าฉัตรไชย อำเภอถลาง จังหวัดภูเก็ต ได้เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุบริเวณสะพานสารสิน ซึ่งปัจจุบันไม่ได้เปิดให้รถยนต์สัญจร แต่เป็นจุดชมวิวและแลนด์มาร์กที่มีชื่อเสียงในตำนาน “สะพานรักสารสิน”

จากการสอบถามพยานซึ่งเป็นชาวประมงที่ตกปลาอยู่บริเวณนั้น ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ เขาเห็นชายรูปร่างสูงใหญ่ สวมกางเกงขายาว อายุประมาณ 40 ปี จอดรถกระบะวีโก้อยู่บริเวณต้นสะพาน จากนั้นเดินมาดูบริเวณปลายสะพานที่มีราวกั้น ก่อนจะเดินกลับไปที่รถ แล้วขับรถกระบะด้วยความเร็ว พุ่งชนราวกั้นเสียงดังสนั่น รถตกลงไปในทะเลทันทีและจมหายไปอย่างรวดเร็ว โดยปกติแล้วรถยนต์จะไม่ได้รับอนุญาตให้เข้ามาในบริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่ตำรวจและทีมกู้ชีพไม้ขาวได้ประสานงานไปยังนักประดาน้ำจากมูลนิธิกุศลธรรมภูเก็ตและตำรวจน้ำภูเก็ต เพื่อร่วมกันวางแผนการค้นหาร่างชายที่ขับรถกระบะ ชนราวกั้น “สะพานสารสิน” ในช่วงเช้าวันนี้ (18 พฤศจิกายน 2568) ซึ่งคาดว่าเป็นงานที่ยากลำบาก เนื่องจากบริเวณดังกล่าวมีความลึกของน้ำทะเลไม่ต่ำกว่า 25 เมตร ทำให้การค้นหาร่างและรถเป็นไปได้ยาก

เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา กระบะชนราวกั้น “สะพานสารสิน” ตกทะเล จมน้ำสูญหาย

สถานการณ์ กระบะชนราวกั้น “สะพานสารสิน” ครั้งนี้ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากจากประชาชนในพื้นที่และทั่วประเทศ เนื่องจากสะพานสารสินเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์และเป็นสัญลักษณ์ของจังหวัดภูเก็ต การเกิดอุบัติเหตุในลักษณะนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับหลาย ๆ คน

ความท้าทายในการค้นหา กระบะชนราวกั้น “สะพานสารสิน”

การค้นหาผู้สูญหายและรถกระบะที่จมอยู่ใต้ทะเลลึกเป็นงานที่ท้าทายอย่างยิ่ง สภาพน้ำทะเลที่ขุ่น และกระแสน้ำที่แรง ทำให้การมองเห็นเป็นไปได้ยาก นอกจากนี้ ความลึกของน้ำยังเป็นอุปสรรคต่อการทำงานของนักประดาน้ำอีกด้วย

  • ความลึกของน้ำ: บริเวณที่รถจมมีความลึกกว่า 25 เมตร ซึ่งเกินขีดจำกัดของการดำน้ำแบบปกติ จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์พิเศษและนักประดาน้ำที่มีความเชี่ยวชาญสูง
  • กระแสน้ำ: กระแสน้ำในบริเวณนั้นค่อนข้างแรง ทำให้การควบคุมตัวนักประดาน้ำเป็นไปได้ยาก และอาจเป็นอันตรายได้
  • ทัศนวิสัย: น้ำทะเลในบริเวณนั้นขุ่น ทำให้ทัศนวิสัยในการมองเห็นใต้น้ำต่ำมาก

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายได้ระดมกำลังและทรัพยากรอย่างเต็มที่ เพื่อให้การค้นหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ขับขี่ทุกคนขับรถด้วยความระมัดระวัง และเคารพกฎจราจร เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝัน และระมัดระวังในการขับขี่ยานพาหนะในพื้นที่ที่ไม่คุ้นเคย

ที่มา – เจ้าหน้าที่เร่งค้นหา กระบะชนราวกั้น “สะพานสารสิน” ตกทะเล จมน้ำสูญหาย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: