รัฐบาลทหารเมียนมาเผย เลือกตั้งเฟสแรกเงียบเหงา คนใช้สิทธิ 52% ต่ำกว่ายุค 'ซูจี'

เลือกตั้งเมียนมาเฟสแรกเงียบเหงา ผู้ใช้สิทธิ 52%

การเลือกตั้งเฟสแรกในเมียนมาภายใต้การปกครองของรัฐบาลทหารเพิ่งผ่านพ้นไป ทว่าผลลัพธ์ที่ออกมากลับไม่เป็นที่น่าพอใจเท่าที่ควร เมื่อมีผู้มาใช้สิทธิเพียง 52% เท่านั้น สะท้อนให้เห็นถึงความเงียบเหงาและจำนวนผู้เข้าร่วมที่น้อยกว่าเมื่อเทียบกับการเลือกตั้งในยุคของนางอองซานซูจี

เลือกตั้งเมียนมาเฟสแรกเงียบเหงา ผู้ใช้สิทธิ 52% ต่ำกว่ายุค “ซูจี”

รัฐบาลภายใต้สภาบริหารแห่งรัฐของเมียนมาได้ออกมาเปิดเผยว่า มีผู้มาใช้สิทธิเพียง 52.13% ในการเลือกตั้งเมียนมาเฟสแรกเงียบเหงา ผู้ใช้สิทธิ 52% ซึ่งคิดเป็นจำนวนกว่า 6 ล้านคน จากผู้มีสิทธิทั้งหมดใน 102 อำเภอ ตัวเลขนี้ถือว่าต่ำกว่าการเลือกตั้งสองครั้งก่อนหน้านี้อย่างเห็นได้ชัด อย่างไรก็ตาม พลตรี ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร กลับระบุว่าอัตราการมาใช้สิทธิดังกล่าวเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ และยังเปรียบเทียบว่าในบางประเทศพัฒนาแล้วก็มีอัตราผู้มาใช้สิทธิต่ำกว่า 50% เสียอีก

โฆษกรัฐบาลทหารเมียนมาได้เปิดเผยรายงานผลการเลือกตั้งเมียนมาเฟสแรกเงียบเหงา ผู้ใช้สิทธิ 52% ที่จัดขึ้นเมื่อสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา โดยระบุว่า มีผู้มาใช้สิทธิเลือกตั้งเพียงเล็กน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของจำนวนผู้มีสิทธิ์ทั้งหมด ซึ่งถือเป็นสถิติที่ต่ำกว่าการเลือกตั้งสองครั้งล่าสุดอย่างเห็นได้ชัดเจน

ทำไมการเลือกตั้งครั้งนี้ถึงเงียบเหงา?

ปัจจัยหลายอย่างอาจส่งผลให้การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร สถานการณ์ความไม่สงบทางการเมืองที่ยังคงดำเนินอยู่ การขาดความเชื่อมั่นในกระบวนการเลือกตั้ง ตลอดจนการที่พรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทหารไม่มีโอกาสเข้าร่วม ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ประชาชนจำนวนมากตัดสินใจไม่ไปใช้สิทธิ

พลตรี ซอ มิน ตุน โฆษกรัฐบาลทหาร แถลงผ่านสื่อของรัฐว่า ในการลงคะแนนเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (28 ธ.ค.) ซึ่งครอบคลุมพื้นที่ 102 อำเภอ มีประชาชนมาใช้สิทธิ์กว่า 6 ล้านคน หรือคิดเป็น 52.13% ของผู้ลงทะเบียนทั้งหมด

แม้ตัวเลขจะดูน้อยลง แต่โฆษกรัฐบาลทหารกลับยืนยันว่าตัวเลขนี้เป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ โดยกล่าวอ้างว่า “แม้แต่ในประเทศที่เป็นประชาธิปไตยที่พัฒนาแล้ว ก็ยังมีสถานการณ์ที่ผู้มาใช้สิทธิไม่เกิน 50%” ซึ่งหากเปรียบเทียบกับสถิติจากการเลือกตั้งปี 2015 และ 2020 ในยุคของนางอองซาน ซูจี พบว่ามีผู้มาใช้สิทธิ์สูงถึงประมาณ 70%

การเลือกตั้งครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่การก่อรัฐประหารในปี 2021 และเกิดขึ้นท่ามกลางภาวะสงครามกลางเมืองที่ยังดุเดือด โดยจะมีการเลือกตั้งรอบต่อไปในวันที่ 11 และ 25 มกราคมนี้ ครอบคลุม 265 เขตจากทั้งหมด 330 เขต เฉพาะพื้นที่ที่รัฐบาลทหารยังพอควบคุมได้

พรรคสหสามัคคีและการพัฒนา (USDP) ซึ่งมีแกนนำเป็นอดีตนายพลและมีความใกล้ชิดกับกองทัพ ได้รับการคาดหมายว่าจะได้รับชัยชนะและกลับมาครองอำนาจ ขณะที่นางอองซาน ซูจี เจ้าของรางวัลโนเบลสันติภาพยังคงถูกคุมขัง และพรรคพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย (NLD) ของเธอถูกประกาศยุบพรรคไปแล้ว

องค์การสหประชาชาติ (UN) พร้อมด้วยประเทศตะวันตกและกลุ่มสิทธิมนุษยชน ต่างประสานเสียงว่าการเลือกตั้งครั้งนี้ “ไม่มีความเสรี เป็นธรรม หรือน่าเชื่อถือ” เนื่องจากพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามรัฐบาลทหารไม่มีโอกาสได้ลงแข่ง และกฎหมายของรัฐบาลทหารยังระบุว่าการวิพากษ์วิจารณ์การเลือกตั้งถือเป็นเรื่องผิดกฎหมาย

ขณะที่เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งที่เสรี (ANFREL) ตั้งข้อสังเกตว่า กฎหมายการเลือกตั้งที่ร่างขึ้นโดยรัฐบาลทหารชุดนี้ ไม่มีการระบุเกณฑ์ขั้นต่ำ ของจำนวนผู้มาใช้สิทธิ์ไว้ ทำให้ไม่ว่าคนจะออกมาใช้สิทธิน้อยเพียงใด การเลือกตั้งครั้งนี้ก็จะถูกอ้างว่ามีความชอบธรรมตามกฎหมายที่พวกเขาเขียนขึ้นเอง.

ผลการเลือกตั้งเมียนมาเฟสแรกเงียบเหงา ผู้ใช้สิทธิ 52% นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความท้าทายในการสร้างความชอบธรรมให้กับรัฐบาลทหาร และความจำเป็นในการสร้างกระบวนการทางการเมืองที่มีส่วนร่วมและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่ายในเมียนมา การที่ประชาชนไม่มั่นใจและไม่เข้าร่วมในการเลือกตั้งเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงปัญหาที่ยังคงคุกรุ่นอยู่ และรัฐบาลทหารจะต้องพิจารณาถึงแนวทางแก้ไขอย่างจริงจังเพื่อสร้างความเชื่อมั่นและนำพาประเทศไปสู่ความสงบสุขอย่างยั่งยืน

ที่มา – รัฐบาลทหารเมียนมาเผย เลือกตั้งเฟสแรกเงียบเหงา คนใช้สิทธิ 52% ต่ำกว่ายุค “ซูจี”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: