สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวการเมืองวันนี้เรามีเรื่องฮอตฮิตที่กำลังเป็นกระแสในวงการเลือกตั้งท้องถิ่นกันเลย นั่นคือ เอกฉันท์ ศาล รธน. รับวินิจฉัยปมเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดคดียาเสพติด ห้ามลงเลือกตั้งท้องถิ่น ซึ่งเป็นประเด็นที่หลายคนรอคอย เพราะมันสัมพันธ์กับสิทธิสมัครรับเลือกตั้งของผู้ที่เคยมีประวัติด้านยาเสพติด มาดูกันว่ามันเกิดอะไรขึ้นบ้าง และจะส่งผลยังไงต่อการเมืองท้องถิ่นของเราครับ
เอกฉันท์ ศาล รธน. รับวินิจฉัยปมเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดคดียาเสพติด ห้ามลงเลือกตั้งท้องถิ่น
วันที่ 22 เมษายน 2569 หรือ 2567? เอ๊ะ ในข่าวบอก 2569 น่าจะพิมพ์ผิดเป็น 2567 นะครับ ศาลรัฐธรรมนูญได้พิจารณาคำร้องจากศาลอุทธรณ์ภาค 2 ในคดีเลือกตั้งท้องถิ่นหมายเลขดำ ลตทต 1/2569 โดยศาลอุทธรณ์ส่งคำโต้แย้งของผู้คัดค้านมาขอให้ศาล รธน. วินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญมาตรา 212 ว่าปล่าว พระราชบัญญัติการเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น พ.ศ. 2562 มาตรา 50 (10) ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่
มาตรา 50 (10) นี้บอกว่าผู้ที่เคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดในคดียาเสพติด โดยเฉพาะฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า จะเป็นผู้มีลักษณะต้องห้าม ไม่ให้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภา หรือผู้บริหารท้องถิ่นได้ ผู้คัดค้านโต้แย้งว่ามันขัดรัฐธรรมนูญมาตรา 3 ที่พูดถึงอำนาจอธิปไตยของประชาชน และมาตรา 26 ที่ว่าด้วยความเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ
หลังจากศาลรัฐธรรมนูญอภิปรายกันอย่างละเอียด เห็นว่าประเด็นนี้ยังไม่มีคำวินิจฉัยมาก่อน และตรงตามเงื่อนไขมาตรา 212 วรรคหนึ่ง จึงมีมติเป็นเอกฉันท์รับไว้พิจารณาเฉพาะประเด็นนี้เลยครับ ที่สำคัญ ศาลสั่งให้นำพยานหลักฐานจากคำวินิจฉัยเก่าๆ มาอ้างอิงด้วย เช่น คำวินิจฉัยที่ 11/2565 และ 26-27/2567 เฉพาะส่วนที่เกี่ยวข้อง และให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กกต. หรือกระทรวงมหาดไทย จัดทำความเห็นพร้อมเอกสารหลักฐาน ส่งภายใน 15 วันนับจากได้รับหนังสือ เพื่อนำมาพิจารณาต่อไป
ประเด็นสำคัญในคำวินิจฉัยปมคดียาเสพติด ห้ามลงเลือกตั้งท้องถิ่น
มาดูกันว่าประเด็นนี้สำคัญยังไงบ้าง ลองนึกภาพผู้สมัครที่เคยติดคดีหนักเรื่องยาเสพติด แต่ตอนนี้เลิกแล้ว อยากกลับมาทำงานเพื่อสังคมท้องถิ่น แต่กฎหมายบล็อกไว้แบบนี้ มันแฟร์ไหม? ผู้คัดค้านมองว่ามันเลือกปฏิบัติ เพราะไม่ใช่ทุกราความผิด แต่เฉพาะยาเสพติดฐานใหญ่ๆ เท่านั้น ส่วนผู้เสพทั่วไปหรือคดีเบาๆ ไม่ห้าม
- พื้นหลังกฎหมาย: พ.ร.บ.เลือกตั้งท้องถิ่น 2562 มาตรา 50 กำหนดลักษณะต้องห้ามหลายข้อ เพื่อให้ผู้สมัครมีคุณสมบัติเหมาะสม ไม่ใช่คนผิดกฎหมายร้ายแรง
- รัฐธรรมนูญที่ถูกอ้าง: ม.26 ห้ามเลือกปฏิบัติ ม.3 ประชาชนมีสิทธิกำหนดชะตาชีวิตตัวเองผ่านการเลือกตั้ง
- คำวินิจฉัยเก่าที่นำมา: เช่น คดีที่ 11/2565 เกี่ยวกับคุณสมบัติผู้สมัคร และคดีล่าสุด 26-27/2567 ที่อาจเกี่ยวข้องกับสิทธิทางการเมือง
- ระยะเวลา: 15 วันสำหรับหน่วยงานส่งข้อมูล หลังจากนั้นศาลจะวินิจฉัย คาดว่าจะออกผลในไม่ช้า
เรื่องนี้ไม่ใช่เคสแรกนะครับ ในอดีตเคยมีกรณีคล้ายๆ กัน เช่น ผู้สมัครนายก อบต. หรือส.อบจ. ที่มีประวัติค้ายา โดนตีตกไปแล้วหลายราย ถ้าศาลวินิจฉัยว่าขัด ก็อาจเปิดทางให้อุทธรณ์คดีเก่าๆ ได้อีกเพียบ ส่งผลให้การเลือกตั้งท้องถิ่นที่กำลังจะมาถึงวุ่นวายแน่นอน
ผลกระทบต่อการเลือกตั้งท้องถิ่นและความเห็นส่วนตัว
การตัดสินใจรับวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณสำคัญที่แสดงให้เห็นว่าระบบยุติธรรมไทยให้ความสำคัญกับหลักรัฐธรรมนูญสูงสุด ถ้ากฎหมายขัด ก็ต้องปรับ ถ้าถูกต้องก็ยืนยันเพื่อรักษามาตรฐานนักการเมืองท้องถิ่นให้พ้นจากอิทธิพลยาเสพติด ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ของสังคมไทย
ส่วนตัวผมคิดว่ามันสมเหตุสมผลที่ห้ามผู้ค้าหรือผลิต เพราะยาเสพติดทำลายชุมชน แต่ถ้าคนนั้นพิสูจน์ตัวเองได้แล้ว อาจมีช่องให้ฟื้นฟูสิทธิ์ได้ในอนาคต แต่ตอนนี้ต้องรอคำวินิจฉัยก่อนครับ สำหรับการเลือกตั้งท้องถิ่นรอบหน้า โดยเฉพาะนายก อบจ. ส.อบจ. นายก อบต. ที่กำลังใกล้เข้ามา ทุกคนต้องเช็กคุณสมบัติตัวเองให้ดี
เพื่อนๆ ล่ะคิดยังไงกับ เอกฉันท์ ศาล รธน. รับวินิจฉัยปมเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดคดียาเสพติด ห้ามลงเลือกตั้งท้องถิ่น นี้? กฎหมายนี้ควรอยู่ต่อหรือยกเลิก? มาแชร์ความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่างกันเลยครับ และอย่าลืมกดไลค์ แชร์ และ subscribe เพื่อติดตามข่าวการเมืองอัปเดตทุกวัน!
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น ผลต่อพรรคการเมืองท้องถิ่น หรือมาตรการป้องกันยาเสพติดในชุมชน ถ้าศาลตีว่าขัด ก็อาจต้องแก้กฎหมายใหม่ให้ชัดเจนกว่านี้ เพื่อไม่ให้เกิดช่องโหว่ อย่างไรก็ตาม คำวินิจฉัยนี้น่าจะเป็นแนวทางสำคัญสำหรับคดีเลือกตั้งในอนาคต
ที่มา – เอกฉันท์ ศาล รธน. รับวินิจฉัยปมเคยต้องคำพิพากษาถึงที่สุดคดียาเสพติด ห้ามลงเลือกตั้งท้องถิ่น


