สวัสดีครับเพื่อนๆ ชาวบล็อกข่าวเศรษฐกิจ! วันนี้มีข่าวดีมาอัปเดตกันแบบสดๆ ร้อนๆ เลย เมื่อ “เอกนิติ” นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้นำผู้แทนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) เข้าพบ นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อเช้าวันที่ 5 มีนาคม 2569 เวลา 09.30 น. เพื่อหารือเรื่องเตรียมความพร้อมเป็นเจ้าภาพจัดการประชุม IMF-World Bank 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ไทยในเดือนตุลาคมนี้ เรียกได้ว่าเป็นมหกรรมเศรษฐกิจระดับโลกที่ไทยเรากำลังรอคอยเลยทีเดียว!
การพบปะครั้งนี้เกิดขึ้นก่อนที่ผู้แทน IMF จะไปตรวจสอบสถานที่จัดการประชุมจริงๆ ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ ซึ่งได้รับการปรับปรุงใหม่ให้ทันสมัยสุดๆ หลังจากรีโนเวทเสร็จเรียบร้อย ไทยได้รับเกียรติเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2569 ซึ่งเป็นการประชุมประจำปีของ IMF และธนาคารโลก ที่จะมีผู้แทนจากกว่า 190 ประเทศ นักเศรษฐศาสตร์ นักลงทุน และผู้นำทางการเงินมาร่วมกว่า 10,000-20,000 คน ถือเป็นโอกาสทองสำหรับประเทศไทยในการแสดงศักยภาพบนเวทีโลก
“เอกนิติ” นำผู้แทน IMF พบนายกฯ เตรียมพร้อมจัดประชุม IMF-World Bank 2569
ในที่ประชุม “เอกนิติ” ได้รายงานความคืบหน้าการเตรียมการต่างๆ ให้ทราบ โดยเน้นย้ำถึงความพร้อมของโครงสร้างพื้นฐาน การบริการ และมาตรการด้านความปลอดภัย นายกฯ อนุทิน ก็ได้ให้โอวาทและแนวทางในการขับเคลื่อนให้ทุกอย่างสมบูรณ์แบบที่สุด การเป็นเจ้าภาพครั้งนี้ไม่ใช่แค่เรื่องจัดงาน แต่เป็นการยกระดับภาพลักษณ์ของไทยให้เป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจอาเซียนและเอเชียเลยครับ
ตรวจสอบความพร้อมสถานที่สำหรับประชุม IMF-World Bank 2569
หลังการหารือ ผู้แทน IMF จะลงพื้นที่ตรวจศูนย์สิริกิติ์ทันที ซึ่งสถานที่แห่งนี้มีความจุขนาดใหญ่ รองรับผู้เข้าร่วมจำนวนมาก พร้อมระบบเทคโนโลยีล้ำสมัย ห้องประชุมย่อย โซนนิทรรศการ และสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ไทยเคยประสบความสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพครั้งก่อนปี 2549 ที่กรุงเทพฯ ครั้งนี้เราจะยิ่งปังกว่าเดิมแน่นอน
ประโยชน์ที่ไทยจะได้รับจากการเป็นเจ้าภาพประชุม IMF-World Bank 2569
ทำไมประชุม IMF-World Bank 2569 ถึงสำคัญขนาดนี้? เพราะมันจะนำพาเงินสะพัดมหาศาลเข้าประเทศ ลอง来看ประโยชน์หลักๆ กันครับ:
- กระตุ้นเศรษฐกิจท่องเที่ยว: ผู้เข้าร่วมจะพาครอบครัวมาด้วย โรงแรม ร้านอาหาร ช้อปปิ้งจะคึกคัก รายได้ท่องเที่ยวพุ่งกระฉูด
- ยกระดับภาพลักษณ์ประเทศ: แสดงให้โลกเห็นว่าไทยพร้อมเป็นฮับประชุมนานาชาติ สร้างความเชื่อมั่นให้นักลงทุน
- โอกาส networking: ผู้บริหารไทยจะได้พบปะผู้นำ IMF World Bank ถกประเด็นเศรษฐกิจโลก การค้า การลงทุน
- สร้างงานและรายได้: ต้องการแรงงานจำนวนมาก ตั้งแต่พนักงานเสิร์ฟไปจนถึงไกด์ทัวร์ ช่วยลด失业
- พัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน: เร่งปรับปรุง BTS MRT สนามบิน สร้างมูลค่าระยะยาว
นอกจากนี้ ยังเป็นเวทีให้ไทยนำเสนอนโยบายเศรษฐกิจ เช่น การฟื้นตัวหลังโควิด การเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจดิจิทัล และการรับมือ climate change ซึ่ง IMF ก็ชื่นชมความก้าวหน้าของไทยอยู่แล้ว
การเตรียมการอื่นๆ และความคาดหวัง
กระทรวงการคลัง ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างกระทรวงการต่างประเทศไทย กรมสรรพากร กทม. และเอกชน กำลังเร่งมือเตรียมทุกอย่าง ตั้งแต่ตารางเวลาโปรแกรม ธีมงาน ไปจนถึง cultural show ที่จะโชว์ soft power ไทย เช่น มวยไทย อาหารไทย ดนตรีพื้นเมือง คาดว่าจะมี side events มากมายเพื่อให้ผู้เข้าร่วมได้สัมผัสวัฒนธรรมไทยแท้ๆ
ในมุมมองของผม การที่ “เอกนิติ” นำผู้แทน IMF พบนายกฯ แบบนี้ แสดงถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการทำให้ประชุม IMF-World Bank 2569 สำเร็จลุล่วง เป็นโอกาสทองที่ไทยไม่ควรพลาด เพราะจะช่วยฟื้นเศรษฐกิจให้โตแบบก้าวกระโดดหลังวิกฤต คุณคิดยังไงกับการเป็นเจ้าภาพครั้งนี้? คอมเมนต์มาบอกกันได้เลยนะครับ หรือแชร์บทความนี้ให้เพื่อนๆ อ่านด้วย!
สุดท้ายนี้ เชื่อว่าไทยเราจะสร้างความประทับใจให้โลกได้อีกครั้ง ตามสไตล์เจ้าภาพที่อบอุ่นและมืออาชีพ
ที่มา – “เอกนิติ” นำผู้แทน IMF พบนายกฯ เตรียมพร้อมจัดประชุม MF-World Bank 2569 ที่ไทย ต.ค.นี้


