'เอกนิติ - บีโอไอ' เยี่ยม SIMTEC ชู Skill Bridge หนุนอัปสกิล ปั้นบุคลากร รองรับการผลิตยุคใหม่

เอกนิติ – บีโอไอ เยี่ยม SIMTEC

เอกนิติ – บีโอไอ เยี่ยม SIMTEC เพื่อติดตามความคืบหน้ามาตรการ Skill Bridge โครงการสำคัญที่มุ่งเชื่อมโยงการลงทุน เทคโนโลยี และการพัฒนาทักษะแรงงานไทยให้เดินหน้าไปพร้อมกัน การลงพื้นที่ครั้งนี้สะท้อนว่า การเตรียมคนให้พร้อมกับอุตสาหกรรมยุคใหม่ไม่ได้เป็นเพียงแนวคิด แต่กำลังเกิดขึ้นจริงผ่านการฝึกอบรมที่เน้นการลงมือปฏิบัติและตอบโจทย์นายจ้างโดยตรง

เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง นำทีมสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน หรือบีโอไอ เยี่ยมชมสถาบันเทคโนโลยีการผลิตสุมิพล หรือ SIMTEC ในพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ จังหวัดระยอง การเยี่ยมชมครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อติดตามการดำเนินงานของมาตรการ Skill Bridge และดูรูปแบบการพัฒนาบุคลากรที่สามารถนำไปใช้กับภาคอุตสาหกรรมได้จริง

เอกนิติ – บีโอไอ เยี่ยม SIMTEC เดินหน้าพัฒนาคน

จุดเด่นของ SIMTEC คือการนำแนวคิด Learning Factory หรือโรงงานจำลองมาใช้ในการฝึกอบรม ผู้เรียนจะได้เรียนรู้จากสภาพแวดล้อมที่ใกล้เคียงกับโรงงานจริง ตั้งแต่การวางแผนการผลิต การควบคุมคุณภาพ การใช้เครื่องจักร ไปจนถึงการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นในกระบวนการทำงาน วิธีการดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้าร่วมอบรมเข้าใจงานได้เร็วขึ้น และสามารถนำทักษะไปต่อยอดเมื่อเข้าสู่สถานประกอบการ

แนวทางนี้เหมาะอย่างยิ่งกับอุตสาหกรรมที่กำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ ระบบอัตโนมัติ และเซมิคอนดักเตอร์ เพราะธุรกิจเหล่านี้ต้องการบุคลากรที่มีทั้งความรู้ทางเทคนิค ทักษะดิจิทัล และความสามารถในการทำงานร่วมกับเทคโนโลยีขั้นสูง การฝึกในโรงงานจำลองจึงช่วยลดช่องว่างระหว่างสิ่งที่เรียนในห้องเรียนกับทักษะที่บริษัทต้องการ

เป้าหมาย Skill Bridge ปั้นบุคลากร 1,000 คนใน 6 เดือน

ภายใต้โครงการ Skill Bridge ทาง SIMTEC เปิดหลักสูตร “นักขับเคลื่อนการเปลี่ยนผ่านโรงงานสู่อุตสาหกรรมสีเขียว สำหรับผู้นำยุคใหม่” โดยตั้งเป้าพัฒนาบุคลากรรวม 1,000 คนภายในระยะเวลา 6 เดือน แบ่งเป็นนักศึกษาจบใหม่ 200 คน และบุคลากรในห่วงโซ่อุปทานอีก 800 คน การแบ่งกลุ่มเช่นนี้ช่วยให้โครงการตอบโจทย์ทั้งผู้ที่กำลังเริ่มต้นอาชีพและคนทำงานที่ต้องการยกระดับความสามารถ

  • นักศึกษาจบใหม่ 200 คน จะได้รับทักษะที่สอดคล้องกับความต้องการของโรงงานยุคใหม่ และมีโอกาสเข้าสู่ตลาดแรงงานได้เร็วขึ้น
  • บุคลากรในซัพพลายเชน 800 คน จะได้เพิ่มพูนความรู้ด้านการผลิต เทคโนโลยี และการบริหารจัดการ เพื่อช่วยเพิ่มประสิทธิผลให้กับสถานประกอบการ
  • ภาคอุตสาหกรรม จะมีบุคลากรที่พร้อมทำงานมากขึ้น ลดระยะเวลาในการฝึกอบรมซ้ำ และสนับสนุนการขยายตัวของธุรกิจ
  • ประเทศ จะมีฐานกำลังคนที่รองรับการลงทุนในอุตสาหกรรมแห่งอนาคตและการเปลี่ยนผ่านสู่การผลิตที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นายเอกนิติกล่าวว่า โครงการนี้เป็นการลงทุนในคนไทยโดยตรง เพราะช่วยสร้างโอกาสการทำงาน สร้างรายได้ และเพิ่มความมั่นคงในอาชีพให้กับผู้เข้าร่วมอบรม นักศึกษาจบใหม่จะมีทักษะที่สามารถใช้สมัครงานในอุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่และอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะได้ทันที ขณะที่คนทำงานในซัพพลายเชนสามารถนำความรู้กลับไปปรับปรุงกระบวนการทำงาน เพิ่มประสิทธิภาพ และสร้างโอกาสในการได้รับค่าตอบแทนที่ดีขึ้น

สำหรับภาครัฐ มาตรการ Skill Bridge ถือเป็นกลไกที่ช่วยเชื่อมระหว่างผู้ลงทุน สถาบันฝึกอบรม และแรงงานเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ แทนที่จะพัฒนาหลักสูตรโดยไม่รู้ว่าตลาดต้องการอะไร โครงการลักษณะนี้เปิดโอกาสให้ภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดทักษะที่จำเป็น ทำให้การอบรมมีเป้าหมายชัดเจนและวัดผลได้มากขึ้น

นายนฤตม์ เทอดสถีรศักดิ์ เลขาธิการบีโอไอ เปิดเผยว่า ขณะนี้บีโอไออนุมัติการสนับสนุนภายใต้มาตรการ Skill Bridge แล้ว 42 โครงการ คิดเป็นวงเงินสนับสนุนมากกว่า 2,000 ล้านบาท และตั้งเป้ายกระดับทักษะแรงงานไทยทั่วประเทศกว่า 76,700 คน ตัวเลขดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความพยายามครั้งใหญ่ในการเตรียมความพร้อมให้ประเทศไทยก้าวสู่การเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมแห่งอนาคต

ในมุมของคนทำงาน การอัปสกิลไม่จำเป็นต้องหมายถึงการกลับไปเริ่มต้นใหม่ทั้งหมด แต่คือการต่อยอดจากประสบการณ์เดิมให้สามารถทำงานกับเครื่องมือ ซอฟต์แวร์ และระบบการผลิตรูปแบบใหม่ได้ดีขึ้น ส่วนผู้ประกอบการเองก็ควรสนับสนุนให้พนักงานเรียนรู้ต่อเนื่อง เพราะทักษะของบุคลากรเป็นปัจจัยสำคัญต่อคุณภาพ ต้นทุน ความปลอดภัย และความสามารถในการแข่งขัน

เอกนิติ – บีโอไอ เยี่ยม SIMTEC จึงไม่ใช่เพียงข่าวการลงพื้นที่ของหน่วยงานรัฐ แต่เป็นภาพสะท้อนของความร่วมมือระหว่างภาครัฐ สถาบันฝึกอบรม และภาคเอกชนที่กำลังช่วยกันสร้างระบบนิเวศด้านทักษะ หากโมเดล Learning Factory ขยายผลได้อย่างต่อเนื่อง คนไทยจะมีโอกาสเข้าถึงงานคุณภาพมากขึ้น ขณะที่อุตสาหกรรมก็จะมีคนที่พร้อมรับมือกับเทคโนโลยีใหม่ได้ทันเวลา

ท้ายที่สุด การพัฒนาทักษะจะเกิดผลดีที่สุดเมื่อทุกฝ่ายลงมือทำอย่างต่อเนื่อง ผู้เรียนควรเปิดใจเรียนรู้ นายจ้างควรให้โอกาส และภาครัฐควรสนับสนุนหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการจริง นี่คือแนวทางที่จะทำให้แรงงานไทยเติบโตไปพร้อมกับอุตสาหกรรม และเปลี่ยนการอัปสกิลให้กลายเป็นโอกาสที่จับต้องได้สำหรับทุกคน

ที่มา – “เอกนิติ – บีโอไอ” เยี่ยม SIMTEC ชู Skill Bridge หนุนอัปสกิล ปั้นบุคลากร รองรับการผลิตยุคใหม่

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: