แควนซาห์ โดนแบน 2 นัดหลังได้ใบแดงในเกมเม็กซิโก
กองหลังทีมชาติอังกฤษอย่าง จาเรล แควนซาห์ ถูกแบนเป็นจำนวน 2 นัด หลังจากถูกไล่ออกจากสนามในเกมที่ทีมชาติอังกฤษเอาชนะเม็กซิโกไป 3-2 โดยใบแดงของแควนซาห์เกิดขึ้นในนาทีที่ 54 หลังจากที่เขาทำฟาวล์รุนแรงกับ ฮีซุส กัลลาร์โด นักเตะของทีมเม็กซิโกในจังหวะที่เกี่ยวข้องกับความรุนแรงที่ชัดเจนในสนาม
การตัดสินครั้งนี้ถือเป็นความรุนแรงที่มีความร้ายแรง จึงทำให้แควนซาห์ได้รับโทษแบนเพิ่มอีก 1 นัด นอกเหนือจากโทษแบน 1 นัดอัตโนมัติที่ฟีฟ่าได้กำหนดไว้ นั่นหมายความว่า เจ้าตัวจะพลาดลงสนามในเกมรอบก่อนรองชนะเลิศที่อังกฤษจะพบกับนอร์เวย์ในวันเสาร์นี้ และถ้าหากสามารถผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศ พบกับอาร์เจนตินาหรือสวิตเซอร์แลนด์ เขาก็จะยังถูกแบนไม่สามารถลงเล่นในเกมดังกล่าวได้เช่นกัน
แควนซาห์วัย 23 ปี จะกลับมาพร้อมสำหรับการลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศที่นิวเจอร์ซีย์ในวันที่ 19 กรกฎาคม หากอังกฤษสามารถผ่านเข้ารอบได้สำเร็จ ทั้งนี้สมาคมฟุตบอลอังกฤษเริ่มพิจารณาที่จะยื่นอุทธรณ์การแบนครั้งนี้ แต่ตามกฎของการแข่งขัน ถือว่าไม่มีช่องทางในการยื่นคำร้องร้องอุทธรณ์การตัดสินแบนดังกล่าว
แควนซาห์ โดนแบน 2 นัดหลังได้ใบแดงในเกมเม็กซิโก และการเปรียบเทียบกับผู้เล่นคนอื่น
การลงโทษแบนของจาเรล แควนซาห์ครั้งนี้ สะท้อนถึงความไม่สอดคล้องกับกรณีของ ฟอลาริน บาโลกัน กองหน้าของสหรัฐอเมริกาซึ่งก็ได้รับใบแดงจากการเล่นรุนแรงในเกมที่พบกับ บอสเนีย-เฮอร์เซโกวีนา โดยควรได้รับโทษแบนสองนัดเหมือนกัน แต่ฟีตาตัดสินใจลงโทษแบนเพียง 1 นัด แล้วระงับโทษไว้เป็นเวลา 12 เดือนแทน ทำให้เกิดเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลจากหลายฝ่ายไม่ว่าจะเป็น ยูฟ่า ทีมชาติเบลเยียม หรือแม้กระทั่งโธมัส ทูเคิล กุนซืออังกฤษ
ความเห็นและผลกระทบจากการลงโทษแควนซาห์
โทษแบนครั้งนี้ถือเป็นการย้ำให้เห็นถึงความเข้มงวดของฟีฟ่ากับการเล่นที่มีความรุนแรงในสนาม แต่สิ่งที่เกิดขึ้นยังเปิดให้เกิดข้อสงสัยถึงความยุติธรรมในการตัดสินโทษระหว่างผู้เล่นในทีมต่าง ๆ และทำให้แฟนบอลต้องติดตามอย่างใกล้ชิดว่าการจัดการกับเหตุการณ์ดังกล่าวจะเป็นอย่างไรในอนาคต การขาดแคลนผู้เล่นหลักอย่างแควนซาห์ในรอบชิงชนะเลิศอาจสร้างแรงกดดันให้กับทีมชาติอังกฤษ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นคนอื่น ๆ ที่จะได้แสดงศักยภาพในการเล่นที่สำคัญ
ท้ายที่สุดฟุตบอลยังคงเป็นกีฬาแห่งความไม่แน่นอนที่ต้องให้ความสำคัญกับความยุติธรรมและความโปร่งใส เพื่อให้การแข่งขันเป็นที่ยอมรับและมีความเป็นธรรมในสายตาของแฟนบอลทั่วโลก
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



