โฉมหน้าของอเบอร์ดีนในฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร?
อีกไม่กี่วันข้างหน้า อเบอร์ดีนจะได้ลงสนามเจอกับบรอรา เรนเจอร์สในศึกพรีเมียร์ลีกสปอร์ต คัพ ซึ่งถือเป็นการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่ของสตีเฟ่น โรบินสันที่สนามพิทโทดรีอย่างแท้จริง
กุนซือชาวไอร์แลนด์เหนือเข้ามารับตำแหน่งตั้งแต่เดือนมีนาคมโดยมีเป้าหมายสำคัญคือการพาทีมที่ทำผลงานต่ำกว่ามาตรฐานให้อยู่รอดในลีกสูงสุดของสกอตแลนด์ ซึ่งเขาก็ทำได้สำเร็จอย่างน่าประทับใจ
แต่ด้วยการเสริมทัพถึงแปดคนและโปรแกรมปรีซีซั่นที่คอยให้โอกาสเขาได้นำเสนอวิสัยทัศน์ของตัวเอง ความคาดหวังในฤดูกาลนี้จึงสูงขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้น “โฉมหน้าของอเบอร์ดีนในฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร?” เป็นคำถามที่แฟนบอลทุกคนอยากรู้คำตอบ
โฉมหน้าของอเบอร์ดีนในฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร?
โรบินสันและผู้อำนวยการกีฬา ลุตซ์ ฟานเนนสไตล์ เริ่มต้นด้วยการหาทางแก้ไขจุดอ่อนอย่างการขาดความแข็งแกร่งทางกายภาพในทีมเดิมที่ทำให้อเบอร์ดีนเสียเปรียบในหลายๆ ด้าน โดยเฉพาะในเรื่องของการเตะลูกตั้งเตะที่เป็นปัญหาหลัก
พวกเขาจึงเซ็นสัญญานักเตะที่มีสภาพร่างกายแข็งแกร่งและมีความเร็ว เช่น อเล็กซานเดอร์ ไบรเดิล กองกลางชาวออสเตรียที่ผ่านการฝึกฝนในอคาเดมี่ของอาร์บี ซัลซ์บวร์ก รวมถึงบรรดาผู้เล่นที่มีความคล่องตัวและประสบการณ์ในลีกสกอตแลนด์ เช่น แบรด ไลออนส์ และลูอิส เมโย
การเพิ่มเติมผู้เล่นกองหลังอย่างแดน แฮปเป้ จากเลตัน โอเรียนท์ ซึ่งสูงถึง 6 ฟุต 6 นิ้ว แสดงให้เห็นถึงแผนการเพิ่มความแข็งแกร่งในกรอบเขตโทษอย่างชัดเจน
นิกกี้ เดวลินกล่าวว่า หลังจากการทดสอบความฟิตช่วงปรีซีซั่น ทีมมีความพร้อมมากที่สุดในรอบสามปีที่ผ่านมา ซึ่งหมายความว่าแฟนบอลสามารถคาดหวังทีมที่วิ่งได้มากขึ้นและพร้อมสู้ในทุกเกมที่กำลังจะมาถึง
แก้ไขปัญหาการทำประตูอย่างไรดี?
สำหรับแฟนๆ อเบอร์ดีน เรื่องการทำประตูคือจุดที่ทุกคนโฟกัสมากที่สุด เพราะเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ทีมยิงประตูได้น้อยที่สุดเป็นอันดับสองในลีก โดยยิงได้เพียง 40 ประตูเท่านั้นจาก 38 นัด
นี่เป็นปัญหาที่ต้องแก้ไขอย่างเร่งด่วนหากทีมต้องการกลับไปอยู่ในครึ่งบนของตารางคะแนน
โรบินสันเป็นโค้ชที่ชอบระบบการเล่นลูกยาวและกดดันเพื่อขึ้นเกมอย่างรวดเร็ว เขาชื่นชอบการใช้แผนที่มีแบ็คสามคนและวิงแบ็คสองคน ซึ่งบางครั้งอาจจะใช้กองหน้าสองคน หรือแบ็คซ้ายและขวาที่ขึ้นเติมเกมรุกเต็มที่
นักเตะใหม่อย่างโทนี่ โยกาเน่ ปีกจากดันดี และการกลับมาของโทโยซิ โอลูซานย่า รวมถึงความหวังที่มีต่อ เคนนาน บิลาลอวิช บ่งบอกได้ว่าแผนการเล่น 4-3-3 อาจเป็นทางเลือกที่ดีในฤดูกาลนี้ เพื่อดึงศักยภาพของผู้เล่นแนวรุกและฟูลแบ็คของทีมให้ออกมาใช้งานได้เต็มที่
ส่วนกองหน้า เควิน นิสเบ็ต ทำผลงานได้ดีในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยการยิง 11 ประตู ถึงแม้จะขาดโอกาสทำประตูที่ดี ส่วนการเข้ามาของ อายูบ มูลัว หัวหอกชาวโมร็อกโกที่ยิงประตูได้มากมายในลีกของเขา ก็เพิ่มความหวังในการแก้ไขปัญหาการทำประตู
โฉมหน้าของอเบอร์ดีนในฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร? ความท้าทายและเป้าหมาย
ในฤดูกาลนี้ อเบอร์ดีนตั้งใจอย่างเต็มที่ที่จะไม่ปล่อยให้ปัญหาเดิมย้อนกลับมาอีก การเริ่มต้นเตรียมความพร้อมเต็มที่ก่อนฤดูกาลด้วยการเสริมทัพและปรีซีซั่นที่เข้มข้นช่วยให้ทีมมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อมรับความท้าทาย
โรบินสันเองสะท้อนให้เห็นว่า การไม่ต้องลงเล่นฟุตบอลยุโรปเป็นข้อได้เปรียบที่จะทำให้ทีมโฟกัสกับลีกอย่างเต็มที่ ซึ่งทีมอื่นๆ ที่ไม่ใช่เซลติกและเรนเจอร์สมักจะเจอปัญหามากในเรื่องนี้
อย่างไรก็ตาม การปรับเปลี่ยนทีมทั้งระบบต้องใช้เวลาและความอดทน โดยโรบินสันบอกว่าการสร้างทีมใหม่นี้อาจต้องใช้เวลามากกว่าหนึ่งช่วงฤดูร้อน
ในช่วงเปิดฤดูกาล ทีมต้องเจอกับคู่แข่งที่แข็งแกร่งอย่างฮาร์ทส์, เซลติก และเรนเจอร์ส ซึ่งจะเป็นตัววัดความแข็งแกร่งของทีมได้อย่างแท้จริง
แต่ในเกมของกลุ่มลีกคัพถือเป็นโอกาสดีที่จะให้ทีมได้เริ่มต้นอย่างมั่นใจและสร้างความผูกพันกับระบบการเล่นใหม่
เป้าหมายที่แฟนบอลและสโมสรคาดหวังไว้คือต้องจบอันดับท็อปซิกซ์ของตาราง แม้ว่าจะไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ด้วยงบประมาณและการวางแผนอย่างรอบคอบ การกลับมาสู่พื้นที่บนของตารางถือเป็นเป้าหมายที่ทำได้
ทุกคนต่างรอคอยดูว่า “โฉมหน้าของอเบอร์ดีนในฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร?” แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือทีมมีความมุ่งมั่นและพร้อมที่จะสู้เพื่ออนาคตที่สดใสกว่าเดิม
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



