โรงกลั่น APAC ทยอยลดกำลังการผลิต บางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว

โรงกลั่น APAC ทยอยลดกำลังการผลิต บางแห่งหยุดเครื่องชั่วคราว

ในสถานการณ์โลกที่เต็มไปด้วยความไม่แน่นอน โรงกลั่น APAC ทยอยลดกำลังการผลิต บางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว กลายเป็นข่าวใหญ่ที่สร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมพลังงานในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก สาเหตุหลักมาจากวิกฤตขาดแคลนน้ำมันดิบอันเนื่องมาจากความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ อิสราเอล และอิหร่าน ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อเส้นทางการขนส่งสำคัญอย่างช่องแคบฮอร์มุซ

โรงกลั่น APAC ทยอยลดกำลังการผลิต บางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว

รายงานเมื่อวันที่ 18 เมษายน 2569 เผยว่า โรงกลั่นน้ำมันรายใหญ่ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยเฉพาะสิงคโปร์และมาเลเซีย กำลังเผชิญปัญหาหนักหน่วงจนต้องปรับลดกำลังการผลิตลงอย่างเห็นได้ชัด บางแห่งเช่น Prefchem ในมาเลเซีย ได้ประกาศปิดหน่วยกลั่นหลักไปแล้ว ขณะที่ยักษ์ใหญ่อย่าง ExxonMobil และ SRC ในสิงคโปร์ ลดกำลังการผลิตเหลือเพียง 50-60% ของกำลังการผลิตปกติ

สาเหตุสำคัญคือ การนำเข้าน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางซึ่งเป็นแหล่งวัตถุดิบหลักกว่า 65-70% ถูกขัดขวางจากการระงับเส้นทางช่องแคบฮอร์มุซ ส่งผลให้เกิดความล่าช้าทั้งในด้านการส่งมอบน้ำมันสำเร็จรูปและผลิตภัณฑ์ปิโตรเคมีไปยังตลาดทั่วภูมิภาค ทำให้ห่วงโซ่อุปทานทั้งหมดสะดุด

ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมพลังงานใน APAC

โรงกลั่น APAC ทยอยลดกำลังการผลิต บางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว ไม่เพียงส่งผลต่อผู้ประกอบการเท่านั้น แต่ยังกระทบต่อราคาน้ำมันและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องในตลาดเอเชีย ผู้บริโภคอาจเผชิญกับราคาที่สูงขึ้นและการขาดแคลนในบางพื้นที่ นอกจากนี้ ยังมีผลต่อเศรษฐกิจโดยรวม โดยเฉพาะอุตสาหกรรมที่พึ่งพาน้ำมัน เช่น การขนส่ง การผลิต และปิโตรเคมี

ผู้ประกอบการส่วนใหญ่เลือกปรับตัวตามหลักธุรกิจ โดยพิจารณาปัจจัยต้นทุนและความเสี่ยง ทำให้เกิดการลดกำลังการผลิตในหลายประเทศ เช่น อินโดนีเซีย ไทย และเวียดนาม ที่เริ่มมีสัญญาณคล้ายกัน

ปตท. ยืนหยัดเดินเครื่องผลิตปกติ

แตกต่างจากเพื่อนบ้าน บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) ยังคงเดินเครื่องโรงกลั่นตามปกติ เพื่อรักษาความมั่นคงทางพลังงานของประเทศไทย ปตท. ได้วางแผนล่วงหน้าโดยจัดหาน้ำมันดิบจากตะวันออกกลางปริมาณ 2 ล้านบาร์เรล ซึ่งกำลังขนส่งด้วยเรือ Serifos และใกล้ถึงไทยแล้ว แม้จะต้องเผชิญราคาน้ำมันดิบที่พุ่งสูงถึง 130 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล

กลยุทธ์จัดหาวัตถุดิบของปตท.

การตัดสินใจนี้เกิดขึ้นท่ามกลางตลาดโลกที่ตึงตัว ปตท. ยอมรับความเสี่ยงขาดทุนระยะสั้นราว 500-1,000 ล้านบาท หากราคาน้ำมันปรับตัวลดลง แต่ประเด็นสำคัญคือการรับประกัน供給พลังงานให้ประชาชนและอุตสาหกรรมไทยไม่สะดุด สะท้อนถึงวิสัยทัศน์ที่ให้ความสำคัญกับประเทศชาติเหนือผลกำไรระยะสั้น

นอกจากนี้ ปตท. ยังมีแผนสำรองในการกระจายแหล่งนำเข้าน้ำมันดิบจากภูมิภาคอื่น เช่น รัสเซียและแอฟริกา เพื่อลดความเสี่ยงในอนาคต การดำเนินงานที่มั่นคงนี้ช่วยให้ไทยหลีกเลี่ยงวิกฤตพลังงานที่เพื่อนบ้านกำลังเผชิญ

อนาคตของอุตสาหกรรมโรงกลั่นใน APAC

สถานการณ์โรงกลั่น APAC ทยอยลดกำลังการผลิต บางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว อาจยืดเยื้อหากความขัดแย้งในตะวันออกกลางไม่คลี่คลาย ผู้ประกอบการควรเร่งหาแหล่งวัตถุดิบทางเลือกและลงทุนในเทคโนโลยีพลังงานหมุนเวียนเพื่อความยั่งยืน ในขณะที่ไทยภายใต้การนำของปตท. กำลังแสดงให้เห็นถึงแบบอย่างที่ดี

ความมั่นคงทางพลังงานคือหัวใจสำคัญของการพัฒนาประเทศ หากปราศจากมัน เศรษฐกิจจะสะดุดได้ง่าย ดังนั้น การติดตามสถานการณ์โลกและวางแผนเชิงรุกจึงเป็นสิ่งจำเป็น

คุณคิดอย่างไรกับสถานการณ์นี้? แชร์ความเห็นในคอมเมนต์และติดตามข่าวสารพลังงานเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตสำคัญ

ที่มา – โรงกลั่น APAC ทยอยลดกำลังการผลิต บางแห่งถึงขั้นหยุดเดินเครื่องชั่วคราว

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: