โรดริโก ดูเตอร์เต ปรากฏตัวต่อ ICC ครั้งแรก ด้วยตนเองที่ศาลอาญาระหว่างประเทศ หรือ ICC กรุงเฮก ประเทศเนเธอร์แลนด์ หลังเผชิญข้อกล่าวหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติจากนโยบายปราบปรามยาเสพติดในฟิลิปปินส์ เหตุการณ์นี้ได้รับความสนใจอย่างมาก เพราะเป็นครั้งแรกที่อดีตผู้นำประเทศในเอเชียถูกนำตัวเข้าสู่กระบวนการพิจารณาคดีต่อหน้า ICC
อดีตประธานาธิบดีฟิลิปปินส์วัย 81 ปี เดินทางเข้าร่วมการพิจารณาคดีด้วยตนเอง โดยสวมสูทสีเข้ม เสื้อเชิ้ตสีขาว และไม่ได้ผูกเนกไท ระหว่างเริ่มการพิจารณา เขานั่งอยู่ในห้องพิจารณาคดีและวางคางไว้บนมือ ขณะที่ศาลเริ่มหารือเกี่ยวกับสถานะของคดี รวมถึงประเด็นด้านกระบวนการและการจัดการก่อนเข้าสู่การพิจารณาคดีอย่างเต็มรูปแบบ
โรดริโก ดูเตอร์เต ปรากฏตัวต่อ ICC ครั้งแรก
ก่อนหน้านี้ ดูเตอร์เตเคยปรากฏตัวต่อศาลผ่านระบบวิดีโอลิงก์ หลังถูกจับกุมเมื่อเดือนมีนาคม 2568 แต่ไม่ได้เข้าร่วมการพิจารณาในครั้งถัดมา โดยทีมทนายความให้เหตุผลว่าเขามีอาการป่วยจนไม่สามารถเข้าร่วมกระบวนการได้ การปรากฏตัวต่อศาลด้วยตนเองครั้งล่าสุดจึงถือเป็นพัฒนาการสำคัญของคดี
ผู้พิพากษาโจแอนนา คอร์เนอร์ ระบุว่า นี่เป็นครั้งแรกที่ดูเตอร์เตมาปรากฏตัวต่อศาลด้วยตนเอง พร้อมแจ้งว่าเขาสามารถออกจากห้องพิจารณาคดีได้ทุกเมื่อ โดยไม่จำเป็นต้องขออนุญาตจากคณะผู้พิพากษา อย่างไรก็ตาม ศาลยังต้องพิจารณาว่าอดีตผู้นำฟิลิปปินส์มีความพร้อมทางร่างกายและสภาพจิตใจเพียงพอที่จะเข้าสู่การพิจารณาคดีหรือไม่
ข้อกล่าวหาต่ออดีตผู้นำฟิลิปปินส์
ดูเตอร์เตเผชิญข้อหาก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ 3 กระทง อัยการกล่าวหาว่าเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการสังหารผู้ต้องสงสัยอย่างน้อย 76 ราย ระหว่างปี 2013 ถึง 2018 ซึ่งเป็นช่วงที่เขาดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีเมืองดาเวาและประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นอกจากนี้ อัยการยังระบุว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่เกี่ยวข้องกับปฏิบัติการปราบปรามยาเสพติดอาจมีมากกว่าตัวเลขในข้อกล่าวหาอย่างเป็นทางการหลายเท่า
ในระหว่างการพิจารณาคดีก่อนหน้านี้ อัยการกล่าวหาว่าดูเตอร์เตเคยจัดตั้งและควบคุมกลุ่มที่มีลักษณะเป็นหน่วยสังหารในเมืองดาเวา พร้อมชี้ว่านโยบายของเขาส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ใช้ความรุนแรงกับผู้เกี่ยวข้องกับยาเสพติดอย่างกว้างขวาง คำกล่าวหาดังกล่าวครอบคลุมทั้งช่วงเวลาที่เขาเป็นนายกเทศมนตรีและช่วงที่ดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีของประเทศ
คดีนี้มีประเด็นสำคัญหลายด้านที่สังคมโลกกำลังติดตาม ได้แก่
- การพิจารณาว่าดูเตอร์เตมีส่วนรับผิดชอบต่อการเสียชีวิตของผู้ต้องสงสัยมากน้อยเพียงใด
- ความน่าเชื่อถือของพยานหลักฐานและคำให้การจากครอบครัวผู้เสียชีวิต
- ความพร้อมด้านสุขภาพและความสามารถในการเข้าร่วมกระบวนการยุติธรรมของจำเลย
- ผลกระทบของคดีต่อหลักสิทธิมนุษยชนและการใช้อำนาจรัฐ
- บทบาทของ ICC ในการดำเนินคดีกับผู้นำหรืออดีตผู้นำประเทศ
ผู้พิพากษากำหนดให้การพิจารณาคดีเริ่มต้นในวันที่ 30 พฤศจิกายน โดยคดีอาจใช้เวลาหลายเดือนหรือหลายปี การพิจารณาครั้งล่าสุดจึงยังไม่ใช่การตัดสินว่าดูเตอร์เตมีความผิดหรือบริสุทธิ์ แต่เป็นขั้นตอนสำหรับกำหนดสถานะคดี ตรวจสอบรายละเอียดด้านกฎหมาย และเตรียมความพร้อมก่อนการพิจารณาพยานหลักฐานอย่างเต็มรูปแบบ
ประเด็นสุขภาพและความพร้อมของจำเลย
ทีมทนายความของดูเตอร์เตยื่นเอกสารต่อศาล โดยระบุว่าเขามีความบกพร่องด้านความจำอย่างมีนัยสำคัญ จนไม่สามารถจดจำข้อมูลใหม่หรือเรียกคืนความทรงจำได้อย่างน่าเชื่อถือ เอกสารดังกล่าวอ้างถึงผลการตรวจที่ระบุว่า เขาอาจเข้าใจว่าตนเองอยู่ในช่วงปี 2007 หรือ 2008 และเชื่อว่าตนเองมีอายุ 84 หรือ 85 ปี รวมถึงไม่สามารถจำชื่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ คนปัจจุบันได้
คณะผู้พิพากษาจึงสั่งให้ผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์ 3 คนประเมินอาการของจำเลย รายงานผลการประเมินยังไม่ได้เปิดเผยต่อสาธารณะ แต่ประเด็นนี้อาจมีผลโดยตรงต่อการดำเนินคดี เพราะศาลจำเป็นต้องมั่นใจว่าจำเลยเข้าใจข้อกล่าวหา สามารถสื่อสารกับทนายความ และมีส่วนร่วมในการต่อสู้คดีได้อย่างเหมาะสม
ฝ่ายจำเลยยืนยันว่าดูเตอร์เตเป็นผู้บริสุทธิ์ และโต้แย้งว่าหลักฐานของอัยการมีน้ำหนักไม่เพียงพอ รวมถึงมองว่าข้อกล่าวหาถูกตั้งขึ้นอย่างไม่เหมาะสมและมีแรงจูงใจทางการเมือง ทนายความยังยอมรับว่าอดีตผู้นำฟิลิปปินส์เคยใช้ถ้อยคำรุนแรงในการกล่าวสุนทรพจน์ แต่ยืนยันว่าเขาสั่งให้เจ้าหน้าที่ใช้อาวุธเฉพาะในกรณีป้องกันตัวเท่านั้น
เสียงจากครอบครัวผู้เสียชีวิต
ญาติของผู้เสียชีวิตจากปฏิบัติการต่อต้านยาเสพติดหลายรายแสดงความโล่งใจหลังเห็นดูเตอร์เตมาปรากฏตัวต่อศาลด้วยตนเอง แรนดี เดลอส ซานโตส ลุงของคีอัน เดลอส ซานโตส วัยรุ่นที่ถูกตำรวจยิงเสียชีวิตในเดือนสิงหาคม 2017 กล่าวว่า ครอบครัวหวังว่ากระบวนการพิจารณาคดีจะนำไปสู่ความยุติธรรม และอาจเปิดโอกาสให้ครอบครัวผู้เสียหายรายอื่นออกมาให้ข้อมูลเพิ่มเติม
สำหรับหลายครอบครัว การพิจารณาคดีไม่ได้เป็นเพียงข้อพิพาททางกฎหมายระหว่างอัยการกับจำเลย แต่ยังเป็นความหวังที่จะได้รับคำตอบว่าเกิดอะไรขึ้นกับคนในครอบครัว และใครควรรับผิดชอบต่อการเสียชีวิต การเปิดเผยข้อเท็จจริงอย่างเป็นระบบจึงมีความสำคัญต่อการเยียวยาผู้เสียหายและการฟื้นฟูความเชื่อมั่นต่อกระบวนการยุติธรรม
โรดริโก ดูเตอร์เต ปรากฏตัวต่อ ICC ครั้งแรก จึงเป็นเหตุการณ์ที่มีความหมายมากกว่าการปรากฏตัวของจำเลยในห้องพิจารณา เพราะสะท้อนการตรวจสอบการใช้อำนาจรัฐผ่านกระบวนการยุติธรรมระหว่างประเทศ แม้คดีจะยังอยู่ในขั้นตอนเริ่มต้นและยังไม่มีคำตัดสิน แต่การดำเนินคดีอย่างโปร่งใสจะช่วยให้สังคมได้รับทราบข้อเท็จจริง และทำให้ครอบครัวผู้เสียชีวิตมีพื้นที่เรียกร้องความยุติธรรม
ในมุมมองของผู้ติดตามข่าว คดีนี้ควรได้รับการพิจารณาโดยยึดหลักฐานและกระบวนการทางกฎหมายเป็นสำคัญ ไม่ว่าผลสุดท้ายจะออกมาเช่นไร การติดตามคดีอย่างรอบด้านจะช่วยให้เห็นความสำคัญของสิทธิมนุษยชน การตรวจสอบผู้นำ และความรับผิดชอบของรัฐต่อประชาชน
ที่มา – อดีตผู้นำฟิลิปปินส์ “โรดริโก ดูเตอร์เต” ปรากฏตัวต่อ ICC ครั้งแรก ข้อหาอาชญากรรมต่อมนุษยชาติ

