ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม: ผลกระทบรุนแรง
ในวันที่ 29 กันยายน 2568 พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” (Bualoi) ได้เคลื่อนตัวขึ้นฝั่งทางภาคกลางตอนเหนือของเวียดนามแล้ว โดยเฉพาะบริเวณชายแดนจังหวัดห่าติงห์–เหงะอาน สร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับพื้นที่ดังกล่าว ลมแรงพัดกระหน่ำด้วยความเร็วต่อเนื่อง 130 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พร้อมฝนตกหนักที่คาดว่าจะสะสมถึง 200–350 มิลลิเมตรใน 24 ชั่วโมง ทำให้เกิดน้ำท่วมและดินถล่มในหลายพื้นที่
ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม บ้านพัง 86 หลัง
จากรายงานเบื้องต้นของหน่วยงานท้องถิ่น พบว่ามีผู้เสียชีวิต 1 ราย สูญหาย 4 ราย และบ้านเรือนเสียหายรวม 86 หลัง รัฐบาลเวียดนามได้เร่งอพยพประชาชนกว่า 250,000 คนออกจากพื้นที่เสี่ยง เพื่อลดความสูญเสียจากพายุลูกนี้ ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม ไม่เพียงแต่ทำลายโครงสร้างบ้านเรือนเท่านั้น แต่ยังก่อให้เกิดความเดือดร้อนด้านการดำรงชีวิตของชาวบ้านจำนวนมาก
ศูนย์เตือนภัยไต้ฝุ่นร่วมนานาชาติ (JTWC) ได้ออกแจ้งเตือนว่า โครงสร้างของพายุยังคงรุนแรง โดยจะมีกำลังลมระดับพายุโซนร้อนต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดฝนตกหนักและลมกระโชกแรงในพื้นที่กว้างขวาง ไม่ใช่เฉพาะเวียดนามเท่านั้น แต่ยังกระทบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย
ผลกระทบต่อการบินจากไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม
นอกจากความเสียหายทางกายภาพแล้ว ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม ยังส่งผลกระทบรุนแรงต่อระบบการขนส่ง โดยเฉพาะภาคการบิน สนามบินนานาชาติดานังและสนามบินขนาดใหญ่หลายแห่งต้องปิดให้บริการชั่วคราว ส่งผลให้เที่ยวบินถูกยกเลิกกว่า 42 เที่ยว และล่าช้าอีก 51 เที่ยว นักเดินทางนับร้อยต้องติดค้าง สร้างความวุ่นวายให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวที่กำลังฟื้นตัวหลังโควิด-19
หน่วยงานกู้ภัยท้องถิ่นแสดงความกังวลต่อสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลันและดินถล่ม โดยเฉพาะในพื้นที่ภูเขาที่พื้นดินอิ่มตัวน้ำจากพายุลูกก่อนหน้าที่เพิ่งพัดผ่าน ทำให้เสี่ยงต่อภัยพิบัติ二次元 ชาวบ้านในเวียดนามซึ่งเป็นประเทศที่มีประชากรหนาแน่นและพึ่งพาการเกษตรเป็นหลัก กำลังเผชิญกับความท้าทายในการฟื้นฟูหลังพายุ
ก่อนที่จะพัดขึ้นฝั่งเวียดนาม พายุไต้ฝุ่น “บัวลอย” ได้สร้างความเสียหายหนักในฟิลิปปินส์ โดยมีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 26 ราย และประชาชนเกือบ 3 ล้านคนต้องอพยพหนีภัย สถานการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงความเสี่ยงจากพายุไต้ฝุ่นในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่เกิดขึ้นบ่อยครั้งขึ้นเนื่องจาก climate change
เพื่อรับมือกับภัยพิบัติเช่นนี้ รัฐบาลเวียดนามได้เตรียมแผนรับมือฉุกเฉิน รวมถึงการแจกจ่ายเสบียงอาหารและยารักษาโรคให้กับผู้ประสบภัย นอกจากนี้ องค์กรระหว่างประเทศอย่างกาชาดและ UNICEF ก็กำลังให้ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ พายุไต้ฝุ่นในฤดูนี้มีความรุนแรงมากขึ้น เนื่องจากอุณหภูมิทะเลที่สูงผิดปกติ ซึ่งช่วยเพิ่มพลังให้กับพายุ ชาวเวียดนามและประเทศใกล้เคียงควรติดตามพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด เพื่อเตรียมตัวรับมือกับเหตุการณ์ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต
สุดท้ายนี้ การเตรียมพร้อมและการอพยพทันเวลาสามารถช่วยชีวิตได้มาก ผู้ที่อาศัยในพื้นที่เสี่ยงควรตรวจสอบข้อมูลจากหน่วยงานอุตุนิยมวิทยาและปฏิบัติตามคำแนะนำ เพื่อลดความสูญเสียให้เหลือน้อยที่สุด
ที่มา – ไต้ฝุ่น “บัวลอย” ขึ้นฝั่งเวียดนาม บ้านพัง 86 หลัง ดับ 1 ศพ สนามบินยกเลิก-ดีเลย์นับร้อยเที่ยวบิน


