รองโฆษกกองทัพบก ยืนยัน ไทยควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาได้เบ็ดเสร็จแล้ว ซัดกัมพูชาใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร ผิดหลักสากลชัดเจน คาดทหารกัมพูชาเสียชีวิต 221 ราย
วันที่ 14 ธ.ค. 2568 ที่ศูนย์แถลงข่าวร่วมสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา พันเอก ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า ภาพรวมการปฏิบัติการในจุดที่เป็นพื้นที่สีเขียวที่เราได้ควบคุมไว้แล้วยังไม่เปลี่ยนแปลง เราใช้การขยายผลในที่หมายที่ควบคุมไว้แล้ว
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาช่วงปลายปี พ.ศ. 2568 ยังคงเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนและต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งสถานการณ์ล่าสุดที่เกี่ยวข้องกับการควบคุมพื้นที่ปราสาทคนา และข้อกล่าวหาเกี่ยวกับการใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร โดยฝ่ายกัมพูชา
ส่วนพื้นที่ปราสาทคนาก็ควบคุมอย่างเบ็ดเสร็จเรียบร้อย นอกจากนี้ยังตรวจพบพื้นที่ปราสาทคนา ฉากด้านหลังเป็นกำแพงโบราณสถาน มีภาพการขุดคูหลบที่ใช้ในการหลบ บ่งชี้ว่ากัมพูชาเข้ามายึดพื้นที่ดินแดนไทยบริเวณโบราณสถาน ซึ่งผิดหลักสากลอย่างมากและเราพยายามอย่างมากในการยึดพื้นที่คืน ซึ่งทำสำเร็จแล้ว ภาพนี้ยืนยันชัดเจนกัมพูชาใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร
พร้อมประมาณการสูญเสียของฝ่ายกัมพูชา ตั้งแต่วันแรกของปฏิบัติการจนถึงปัจจุบัน ทั้งในส่วนกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 ประกอบด้วย
- ฐานที่มั่น-ที่ตั้งทางทหาร 51 แห่ง
- BM 21 1 ระบบ
- รถถัง 10 คัน
- ยานรบ/ยานเกราะ 9 คัน
- ปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน(ปตอ.) 4 ระบบ
- ปืนใหญ่/ปืน ค. 7 กระบอก
- แอนตี้โดรน 5 ชุด
- โดรน 68 ลำ
- เสาสื่อสาร 3 จุด
- ทหารกัมพูชาเสียชีวิต 221 ราย
ทั้งนี้ กองทัพบก ดำรงความมุ่งหมายในการปฏิบัติ 2 ประการคือ จะต้องสถาปนาแนวชายแดนที่ถูกรุกล้ำกลับคืนมาให้ได้ และทำลายขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชาที่ชัดเจนแล้วว่าเข้าโจมตีและเป็นภัยคุกคามทั้งต่อกำลังทหารและประชาชนให้หมดสิ้นสภาพทั้งกำลังพลยุทโธปกรณ์ที่ตั้งทางทหารและสิ่งสนับสนุนต่างๆ
คุมปราสาทคนาได้เบ็ดเสร็จแล้ว คาดทหารกัมพูชาเสียชีวิต 221 ราย
ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การที่กองทัพไทยสามารถควบคุมพื้นที่ปราสาทคนาได้อย่างเบ็ดเสร็จ ซึ่งถือเป็นความสำเร็จในการรักษาอธิปไตยและดินแดนของชาติ อย่างไรก็ตาม สถานการณ์นี้ยังคงมีความซับซ้อน เนื่องจากมีการกล่าวหาว่าฝ่ายกัมพูชาได้ใช้พื้นที่โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร ซึ่งถือเป็นการละเมิดหลักสากล
ไทยยึดคืนปราสาทคนา
การที่ไทยสามารถยึดคืนพื้นที่ปราสาทคนาได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่น่ากังวลคือ การที่ฝ่ายกัมพูชาถูกกล่าวหาว่าใช้โบราณสถานเป็นที่ตั้งทางทหาร ซึ่งหากเป็นความจริง จะถือเป็นการกระทำที่ขัดต่อหลักสากลและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้นได้
นอกจากนี้ ข้อมูลที่เปิดเผยเกี่ยวกับการสูญเสียของฝ่ายกัมพูชา ซึ่งคาดว่าจะมีทหารเสียชีวิตถึง 221 ราย และความเสียหายต่อยุทโธปกรณ์ต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความรุนแรงของการปะทะกันในพื้นที่ชายแดน การสูญเสียชีวิตและทรัพย์สินเป็นสิ่งที่น่าเสียใจ และหวังว่าทั้งสองฝ่ายจะสามารถหาทางออกอย่างสันติ เพื่อหลีกเลี่ยงการสูญเสียที่จะเกิดขึ้นอีกในอนาคต
สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การรักษาอธิปไตยและดินแดนของชาติเป็นสิ่งสำคัญ แต่ในขณะเดียวกัน การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธีและเคารพหลักสากลก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ความร่วมมือและความเข้าใจอันดีระหว่างทั้งสองประเทศ จะเป็นหนทางนำไปสู่สันติภาพและความมั่นคงที่ยั่งยืนในภูมิภาค
การดำเนินการของกองทัพไทยในการสถาปนาแนวชายแดนที่ถูกรุกล้ำกลับคืนมา และการทำลายขีดความสามารถทางทหารของกัมพูชา ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติ อย่างไรก็ตาม การดำเนินการดังกล่าวควรเป็นไปอย่างระมัดระวัง และหลีกเลี่ยงการใช้ความรุนแรงที่ไม่จำเป็น เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่
ที่มา – คุมปราสาทคนาได้เบ็ดเสร็จแล้ว คาดทหารกัมพูชาเสียชีวิต 221 ราย




