ประเทศไทยกำลังก้าวสู่โอกาสใหม่ในเวทีการค้าสากล ด้วยการเป็นหนึ่งใน 6 ชาติแรกที่สามารถปิดดีล “เอธิโอเปีย” เปิดตลาดสินค้าสำเร็จ เพื่อสนับสนุนให้ประเทศนี้เข้าร่วมเป็นสมาชิกองค์การการค้าโลก (WTO) ข่าวดีนี้มาจากนางพิมพ์ชนก พิตต์ฟีลด์ เอกอัครราชทูตผู้แทนถาวรไทยประจำ WTO และองค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก ที่แจ้งต่อคณะทำงานของเอธิโอเปียเมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568 โดยเป็นผลจากการเจรจาที่เข้มข้นตั้งแต่ปี 2563 และกระบวนการทั้งหมดเริ่มมาตั้งแต่ปี 2546
ประเทศไทย 1 ใน 6 ชาติแรก ปิดดีล “เอธิโอเปีย” เปิดตลาดสินค้าสำเร็จ หนุนเป็นสมาชิก WTO
การเจรจาครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญที่ไทยสามารถสรุปผลการเปิดตลาดสินค้าในระดับเจ้าหน้าที่ได้สำเร็จ ภายใต้ข้อตกลง เอธิโอเปียจะลดอัตราภาษีผูกพันสำหรับสินค้าไทย 52 รายการ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นสินค้าที่ไทยมีศักยภาพส่งออกสูง เช่น ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม เครื่องใช้ไฟฟ้า และเคมีภัณฑ์ โดยหลังจากนี้ ไทยจะดำเนินกระบวนการภายในเพื่อเตรียมลงนามร่างพิธีการภาคยานุวัติ โดยคาดว่าจะเกิดขึ้นในโอกาสแรกที่เหมาะสม นอกจากนี้ ไทยยังคงติดตามกฎเกณฑ์และมาตรการการค้าของเอธิโอเปียอย่างใกล้ชิด เพื่อให้มั่นใจว่าการเข้าร่วม WTO ของเอธิโอเปียก่อนการประชุมรัฐมนตรีการค้าครั้งที่ 14 ในต้นปีหน้า จะช่วยให้ประเทศนี้บูรณาการเข้ากับระบบการค้าโลกได้อย่างมีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการพัฒนาเศรษฐกิจที่ยั่งยืน

ประโยชน์จากการปิดดีลนี้ต่อไทย
การบรรลุข้อตกลงนี้ไม่เพียงช่วยลดความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและนโยบายการค้าฝ่ายเดียวจากสหรัฐฯ เท่านั้น แต่ยังสอดคล้องกับนโยบายของนางศุภจี สุธรรมพันธ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ที่มุ่งเน้นการขยายตลาดส่งออกใหม่ๆ สำหรับสินค้าไทย เอธิโอเปียแม้จะเป็นประเทศกำลังพัฒนาที่มีรายได้ต่ำที่สุด แต่มีประชากรมากเป็นอันดับ 2 ของโลกกว่า 120 ล้านคน และมีอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจสูงเฉลี่ย 8-10% ต่อปี ทำให้เป็นตลาดที่มีศักยภาพสูง นอกจากนี้ ยังเป็นศูนย์กลางการบินและขนส่งในแอฟริกาตอนใต้ของทะเลทรายซาฮารา (Sub-Saharan Africa) มีทรัพยากรแร่ธาตุสำคัญ และเป็นสมาชิกของข้อตกลงการค้าเสรีในทวีปแอฟริกาหลายฉบับ เช่น African Continental Free Trade Area (AfCFTA) ซึ่งจะช่วยให้ไทยเชื่อมต่อกับตลาดแอฟริกาได้ดียิ่งขึ้น
ปัจจุบัน เอธิโอเปียเป็นคู่ค้าอันดับที่ 27 ของไทยในแอฟริกา โดยมูลค่าการค้าทั้งหมดอยู่ที่ 53.83 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 24.75% จากปีก่อนหน้า แม้จะคิดเป็นเพียง 0.01% ของการค้าทั้งหมดของไทย แต่ไทยได้เปรียบดุลการค้า 50.91 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน สินค้าส่งออกหลักของไทยไปยังเอธิโอเปีย ได้แก่
- เครื่องใช้ไฟฟ้าและส่วนประกอบ
- ผลิตภัณฑ์เภสัชกรรม
- เคมีภัณฑ์
- ผลิตภัณฑ์ยาง
- กระดาษและผลิตภัณฑ์กระดาษ
ส่วนสินค้านำเข้าหลักจากเอธิโอเปียสู่ไทย ประกอบด้วย
- สินแร่โลหะ
- เครื่องเพชรพลอย อัญมณี
- เงินแท่งและทองคำ
- เครื่องใช้เบ็ดเตล็ด
- เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ
- สัตว์และผลิตภัณฑ์จากสัตว์
การเปิดตลาดครั้งนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะในภาคเภสัชกรรมและเครื่องใช้ไฟฟ้า ที่สามารถเจาะตลาดเอธิโอเปียได้มากขึ้น เนื่องจากภาษีที่ลดลงจะทำให้สินค้าไทยแข่งขันได้ดีกว่า นอกจากนี้ การที่เอธิโอเปียกำลังพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานอย่างก้าวกระโดด เช่น สนามบินและทางรถไฟ จะยิ่งสนับสนุนการค้าและการลงทุนจากไทยในอนาคต
อย่างไรก็ตาม การขยายตลาดไปยังแอฟริกายังต้องเผชิญความท้าทาย เช่น ความแตกต่างทางวัฒนธรรมและมาตรฐานการค้า ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรจัดอบรมและให้ข้อมูลแก่ผู้ส่งออกไทย เพื่อให้สามารถปรับตัวได้ทันท่วงที
โดยรวมแล้ว การที่ประเทศไทย 1 ใน 6 ชาติแรก ปิดดีล “เอธิโอเปีย” เปิดตลาดสินค้าสำเร็จ หนุนเป็นสมาชิก WTO ถือเป็นชัยชนะที่สำคัญสำหรับการทูตเศรษฐกิจของไทย ซึ่งจะช่วยกระจายความเสี่ยงการส่งออกและเสริมสร้างห่วงโซ่อุปทานในระดับโลก ในมุมมองของผู้เขียน การย้ายจุดสนใจไปยังตลาดเกิดใหม่อย่างแอฟริกาจะเป็นกลยุทธ์ที่ชาญฉลาด โดยเฉพาะในยุคที่การค้าทั่วโลกกำลังเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว หากคุณเป็นผู้ประกอบการที่สนใจตลาดนี้ ลองศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมและเตรียมตัวสำหรับโอกาสใหม่ๆ นี้ เพื่อขยายธุรกิจของคุณให้กว้างไกลยิ่งขึ้น
ที่มา – ประเทศไทย 1 ใน 6 ชาติแรก ปิดดีล “เอธิโอเปีย” เปิดตลาดสินค้าสำเร็จ หนุนเป็นสมาชิก WTO



