จากกรณีที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้ออกมากล่าวถึงยาแก้ปวดไทลินอล (Tylenol) ว่าอาจมีความเชื่อมโยงกับความเสี่ยงที่เด็กจะเป็นออทิสติกหากรับประทานระหว่างตั้งครรภ์ ทำให้เกิดความกังวลในวงกว้าง แม้ว่าแพทย์และหน่วยงานสาธารณสุขจะยืนยันว่ายังไม่มีหลักฐานที่แน่ชัด
เรื่องนี้กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมาก เนื่องจากข้อมูลทางการแพทย์และงานวิจัยที่มีอยู่ไม่ได้สนับสนุนข้อกล่าวอ้างดังกล่าว แล้วความจริงคืออะไร? ไทลินอลปลอดภัยสำหรับคนท้อง จริงหรือไม่?
ไทลินอลปลอดภัยสำหรับคนท้อง จริงหรือ?
งานวิจัยจากหลายประเทศ ทั้งในสวีเดน ญี่ปุ่น และยุโรป รวมถึงการทบทวนข้อมูลล่าสุด ยืนยันว่ายังไม่พบความสัมพันธ์เชิงสาเหตุที่ชัดเจนระหว่างการใช้ยาไทลินอล (ซึ่งมีตัวยา acetaminophen หรือ paracetamol เป็นส่วนประกอบสำคัญ) กับภาวะออทิสติกหรือสมาธิสั้น (ADHD) ในขณะที่องค์กรทางการแพทย์ระดับนานาชาติยังคงแนะนำให้ใช้ยานี้เป็นยาบรรเทาอาการเบื้องต้นสำหรับหญิงตั้งครรภ์เมื่อมีอาการปวดหรือมีไข้
แพทย์ส่วนใหญ่ยังเน้นย้ำว่า การปล่อยให้คุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการไข้สูงหรือปวดโดยไม่ได้รับการรักษา อาจเป็นอันตรายมากกว่าการใช้ยาเสียอีก เนื่องจากอาจนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่างๆ เช่น การแท้งบุตร การคลอดก่อนกำหนด หรือความผิดปกติของทารก ดังนั้น การกล่าวอ้างที่ปราศจากหลักฐานของทรัมป์ อาจสร้างความสับสนและความรู้สึกผิดให้กับคุณแม่ตั้งครรภ์โดยไม่จำเป็น

งานวิจัยเกี่ยวกับ ไทลินอลปลอดภัยสำหรับคนท้อง บอกอะไรบ้าง?
งานวิจัยขนาดใหญ่ในปี 2024 ที่สวีเดน ซึ่งศึกษาในเด็กกว่า 2.5 ล้านคน พบว่า ไม่มีความเชื่อมโยงเชิงสาเหตุระหว่างการได้รับพาราเซตามอลขณะอยู่ในครรภ์มารดา กับการเกิดโรคออทิสติกหรือสมาธิสั้น นอกจากนี้ การทบทวนงานวิจัย 46 ชิ้นในปี 2025 พบความเชื่อมโยงบางประการ แต่ทีมวิจัยจากสถาบันชั้นนำต่างๆ เช่น Icahn School of Medicine at Mount Sinai, Harvard University ยืนยันว่า ผลการศึกษาเหล่านั้นไม่สามารถพิสูจน์ได้อย่างแน่ชัดว่ายาเป็นสาเหตุโดยตรง
ถึงกระนั้น นักวิจัยก็แนะนำว่า หญิงตั้งครรภ์สามารถใช้พาราเซตามอลได้หากจำเป็น แต่ควรใช้ในขนาดที่ต่ำที่สุดและในช่วงเวลาที่สั้นที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ รวมถึงต้องปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรก่อนเสมอ งานวิจัยขนาดใหญ่อื่นๆ ในยุโรปและญี่ปุ่นยังชี้ให้เห็นว่า ความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะพบ อาจมีสาเหตุมาจากปัจจัยอื่นๆ เช่น สุขภาพของพ่อแม่ พันธุกรรม หรือปัจจัยทางสิ่งแวดล้อมอื่นๆ ซึ่งเป็น “ตัวแปรแฝง” ที่ส่งผลต่อพัฒนาการของเด็ก

สถาบันทางการแพทย์อย่าง American College of Obstetricians and Gynecologists (ACOG) และ Royal College of Obstetricians and Gynecologists ของสหราชอาณาจักร ก็ได้ออกมายืนยันเช่นเดียวกันว่า พาราเซตามอลเป็นยาสามัญพื้นฐานที่ปลอดภัยสำหรับการลดไข้และบรรเทาอาการปวดในหญิงตั้งครรภ์ อย่างไรก็ตาม ยาแก้ปวดในกลุ่ม NSAIDs เช่น ibuprofen และ naproxen ควรหลีกเลี่ยง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงไตรมาสที่ 3 ของการตั้งครรภ์ เนื่องจากอาจเพิ่มความเสี่ยงต่อการเกิดความผิดปกติแต่กำเนิดในทารกได้
ผู้เชี่ยวชาญยังเตือนว่า การปล่อยให้หญิงตั้งครรภ์มีไข้สูงหรือปวดโดยไม่ได้รับการรักษา เป็นอันตรายอย่างยิ่ง เพราะอาจส่งผลให้เกิดความผิดปกติของหัวใจและระบบประสาทในทารก หรืออาจนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนด น้ำหนักแรกเกิดต่ำ หรือการแท้งบุตร นอกจากนี้ อาการป่วยไข้ยังอาจส่งผลเสียต่อสุขภาพของแม่ เช่น ความดันโลหิตสูง ภาวะขาดน้ำ และปัญหาสุขภาพจิต
ดร. สตีเวน ฟลายชมาน ประธานของ ACOG ยังได้ฝากข้อความถึงคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ทุกคนว่า ไม่ควรโทษตัวเองหากเคยรับประทาน Tylenol ในช่วงตั้งครรภ์ เนื่องจากความเสี่ยงของการไม่รักษาอาการป่วยไข้นั้นสูงกว่ามาก

ที่มาของข่าวนี้ มาจากคดีฟ้องร้องในสหรัฐฯ ที่พ่อแม่บางรายฟ้องร้องผู้ค้าปลีกว่าไม่แจ้งเตือนความเสี่ยง แต่ศาลได้ยกฟ้องไปแล้วเนื่องจากไม่มีหลักฐานเพียงพอ การที่ทรัมป์หยิบยกเรื่องนี้ขึ้นมาพูดอีกครั้งจึงสร้างความกังวลโดยไม่จำเป็น
ดังนั้น หากคุณแม่ตั้งครรภ์มีอาการปวด หรือมีไข้ ควรปรึกษาแพทย์หรือเภสัชกรเพื่อขอคำแนะนำในการใช้ยาที่เหมาะสมและปลอดภัย และอย่าหลงเชื่อข้อมูลที่ไม่ได้รับการยืนยันทางวิทยาศาสตร์
ไทลินอลปลอดภัยสำหรับคนท้อง อย่างไรก็ตามการปรึกษาแพทย์และใช้ยาตามคำแนะนำเป็นสิ่งสำคัญที่สุด
ที่มา – ไทลินอลปลอดภัยสำหรับคนท้องหรือไม่ หลังทรัมป์โยงเด็กในท้องเสี่ยงออทิสติกโดยไร้หลักฐาน





