ไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช โคราช เสียหายร่วม 7 พันไร่ กลุ่มควันไฟปกคลุมทั่วบริเวณ

ไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช โคราช เสียหาย 7 พันไร่

เกิดเหตุไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราชในจังหวัดนครราชสีมา หรือที่รู้จักกันในชื่อโคราช สร้างความเสียหายอย่างหนัก โดยล่าสุดมีพื้นที่ป่าเสียหายรวมกว่า 7,000 ไร่ กลุ่มควันไฟหนาทึบปกคลุมทั่วบริเวณ ส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศและสุขภาพประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงอย่างเห็นได้ชัด เหตุการณ์นี้เริ่มต้นขึ้นตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2567 เวลาประมาณ 15.00 น. ที่ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย

ไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช โคราช

ไฟป่าที่ลุกโหมกระหน่ำนี้ ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากลมพัดแรงเป็นระยะๆ รวมถึงลักษณะของป่าเต็งรังซึ่งเต็มไปด้วยต้นเพ็กและใบไม้แห้งที่ทับถมมานาน ทำให้กลายเป็นเชื้อเพลิงชั้นดี สถานีวิจัยสะแกราชซึ่งเป็นพื้นที่ป่าสำคัญสำหรับการวิจัยด้านทรัพยากรป่าไม้ ได้รับความเสียหายหนัก สร้างความตื่นตัวให้กับเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย

ไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช

ทางจังหวัดนครราชสีมาได้เร่งตั้งศูนย์อำนวยการและเผชิญเหตุทันที โดยมีนายวิจิตร กิจวิรัตน์ รองผู้ว่าราชการจังหวัด เป็นประธาน ร่วมด้วยหัวหน้าสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัด และผู้อำนวยการสำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจังหวัด ศูนย์บัญชาการตั้งอยู่ที่โรงเรียนบ้านวังน้ำเขียว (พ่วงโพธิ์อุปถัมภ์) มีการระดมกำลังจากหน่วยงานต่างๆ ของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร นำรถดับเพลิงและอุปกรณ์เข้าดับไฟภาคพื้นดิน ขณะที่ทางอากาศใช้เฮลิคอปเตอร์สนับสนุน ทำให้สามารถควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัดเมื่อค่ำวันที่ 13 กุมภาพันธ์

ผลกระทบจากไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช

นอกจากพื้นที่เสียหายจำนวนมากแล้ว ยังมีกลุ่มควันไฟลอยปกคลุมพื้นที่ตำบลภูหลวง อำเภอปักธงชัย และตำบลอุดมทรัพย์ อำเภอวังน้ำเขียว ตลอดคืนจนถึงเช้าวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ส่งผลให้ค่าฝุ่น PM2.5 พุ่งสูง ดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ในอำเภอปักธงชัยอยู่ที่ 83 (ระดับปานกลาง) PM2.5 28.8 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ส่วนอำเภอวังน้ำเขียว AQI 94 PM2.5 30.5 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งอาจกระทบสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มเสี่ยงอย่างผู้สูงอายุ เด็กเล็ก และผู้มีโรคประจำตัว เช่น โรคทางเดินหายใจ โรคหัวใจ

ควันไฟจากไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช

สถานการณ์ล่าสุดในวันที่ 14 กุมภาพันธ์ เพลิงในตำบลภูหลวงถูกควบคุมได้แล้ว แต่ในพื้นที่ตำบลอุดมทรัพย์ เจ้าหน้าที่จากสถานีควบคุมไฟป่าทับลาน วังน้ำเขียว เขาใหญ่ และสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 8 ยังคงระดมกำลังสร้างแนวกันไฟ ฉีดน้ำสกัด และเฝ้าระวังไม่ให้ลุกลามสู่ชุมชน นอกจากนี้ เมื่อวันที่ 13 กุมภาพันธ์ เวลา 20.00 น. ใช้โดรนสำรวจพบไฟประทุจุดใหม่หลายจุด จึงส่งเจ้าหน้าที่ 50 นายเดินเท้าเข้าดับตามพิกัด

  • การสนับสนุนจากจังหวัดนครราชสีมา: ตั้งศูนย์บัญชา ระดมรถดับเพลิง
  • กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติฯ: เฮลิคอปเตอร์ดับไฟทางอากาศ โดรนสำรวจ
  • ท้องถิ่น: กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน อาสาสมัคร สถานีตำรวจ สถานีทางหลวง
  • หน่วยดับไฟป่า: สถานีทับลาน วังน้ำเขียว เขาใหญ่

เจ้าหน้าที่ดับไฟป่าสถานีวิจัยสะแกราช

ไฟป่าในฤดูแล้งแบบนี้เกิดขึ้นบ่อยครั้งในพื้นที่ป่าเต็งรังของภาคอีสาน เนื่องจากความแห้งแล้ง ลมแรง และกิจกรรมมนุษย์ เช่น การเผาเพื่อหาของป่า หรือก้นบุหรี่ที่ทิ้งไว้ สถานีวิจัยสะแกราชเป็นแหล่งศึกษาวิจัยป่าไม้ที่มีความสำคัญ หากเสียหายหนักจะกระทบการอนุรักษ์ในระยะยาว นอกจากนี้ ควันไฟยังก่อให้เกิดปัญหาสุขภาพระยะสั้น เช่น ไอ จาม แสบตา และรุนแรงถึงหอบหืดในผู้ป่วย

เพื่อป้องกันในอนาคต ประชาชนควรหลีกเลี่ยงการจุดไฟในป่า หน่วยงานต้องเพิ่มการลาดตระเวนและแนวกันไฟ ขณะที่ประชาชนในพื้นที่ควรถือหน้ากากอนามัย สวมเสื้อผ้าปิดมิดชิด และติดตามดัชนีอากาศผ่านแอปพลิเคชัน

ควันไฟปกคลุมจากไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช

เหตุการณ์ไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราชครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่เตือนใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของป่าไม้และการป้องกันภัยพิบัติธรรมชาติ หากเราร่วมมือกันดูแลป่าให้ดี จะช่วยลดความเสี่ยงในอนาคตได้ ลองแชร์บทความนี้เพื่อสร้างความตระหนักให้เพื่อนๆ และติดตามข่าวสารสิ่งแวดล้อมเพิ่มเติมจากเว็บไซต์ของเรา!

ที่มา – ไฟไหม้ป่าสถานีวิจัยสะแกราช โคราช เสียหายร่วม 7 พันไร่ กลุ่มควันไฟปกคลุมทั่วบริเวณ

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: