เมื่อวันที่ 7 มกราคมที่ผ่านมา เกิดเหตุการณ์ไฟไหม้สปีดโบ๊ทครั้งใหญ่ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง จังหวัดภูเก็ต สร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้าง โดยมีเรือสปีดโบ๊ทกว่า 10 ลำถูกเพลิงไหม้วอด สร้างความเสียหายมูลค่าหลายสิบล้านบาท เหตุการณ์ไฟไหม้สปีดโบ๊ทครั้งนี้สร้างความตกใจและความกังวลให้กับผู้ประกอบการและประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก
ไฟไหม้สปีดโบ๊ทกว่า 10 ลำ ที่อ่าวฉลอง
รายงานข่าวระบุว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ฉลอง ได้รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้เมื่อเวลาประมาณ 04.00 น. โดยต้นเพลิงเกิดขึ้นที่เรือสปีดโบ๊ทซึ่งจอดเทียบท่าอยู่บริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง จากนั้นไฟได้ลุกลามไปยังเรือลำอื่นๆ อย่างรวดเร็ว เนื่องจากเรือส่วนใหญ่ทำจากวัสดุที่ติดไฟได้ง่าย
เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลตำบลฉลอง เทศบาลตำบลกะรน เทศบาลนครภูเก็ต และ ปภ. ได้ระดมกำลังเข้าควบคุมเพลิงอย่างเร่งด่วน โดยใช้รถดับเพลิงหลายสิบคันและเรือดับเพลิงของ อบจ.ภูเก็ต แต่เนื่องจากเพลิงลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้การควบคุมเพลิงเป็นไปด้วยความยากลำบาก
สาเหตุไฟไหม้สปีดโบ๊ทอยู่ระหว่างการสอบสวน
พ.ต.อ.สุระศักดิ์ ใจดี ผกก.สภ.ฉลอง กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้ในครั้งนี้ โดยยังไม่สามารถสรุปได้ว่าเกิดจากอุบัติเหตุหรือการกระทำโดยประมาท อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ได้ทำการปิดกั้นพื้นที่บริเวณท่าเรืออ่าวฉลอง เพื่ออำนวยความสะดวกในการดับเพลิงและสอบสวน
สำหรับผู้ที่เป็นเจ้าของเรือที่ได้รับความเสียหาย หรือผู้ที่เห็นเหตุการณ์ สามารถติดต่อ สภ.ฉลอง ได้ที่เบอร์โทร 076-381-247 เพื่อให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อการสอบสวน นอกจากนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจรได้อำนวยความสะดวกด้านการจราจรบริเวณอ่าวฉลอง ขอให้ประชาชนที่ไม่มีธุระสำคัญหลีกเลี่ยงเส้นทางดังกล่าว
เหตุการณ์ไฟไหม้สปีดโบ๊ทครั้งนี้ ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของผู้ประกอบการเรือนำเที่ยวในจังหวัดภูเก็ต ซึ่งได้รับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 มาอย่างต่อเนื่อง การเกิดเหตุเพลิงไหม้ซ้ำเติมสถานการณ์ให้ยากลำบากยิ่งขึ้น
ผลกระทบจากไฟไหม้สปีดโบ๊ทครั้งนี้นอกจากความเสียหายทางทรัพย์สินแล้ว ยังส่งผลกระทบต่อภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตอีกด้วย เนื่องจากท่าเรืออ่าวฉลองเป็นท่าเรือสำคัญที่ใช้สำหรับนักท่องเที่ยวเดินทางไปยังเกาะต่างๆ ในบริเวณใกล้เคียง
หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประกอบการที่ได้รับผลกระทบ และดำเนินการสอบสวนหาสาเหตุของการเกิดเพลิงไหม้อย่างละเอียด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต นอกจากนี้ ควรมีการตรวจสอบมาตรฐานความปลอดภัยของเรือโดยสารและท่าเทียบเรืออย่างสม่ำเสมอ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับนักท่องเที่ยวและผู้ประกอบการ
เหตุการณ์ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ชี้ให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและบำรุงรักษาสภาพเรืออย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการมีระบบป้องกันและระงับอัคคีภัยที่มีประสิทธิภาพ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน
ที่มา – ไฟไหม้สปีดโบ๊ท กว่า 10 ลำ ที่ท่าเรืออ่าวฉลอง ภูเก็ต เสียหายหลายสิบล้าน



