ไรอัน คริสตี้ ไล่ล่าฝันบนเวทีเดียวกับไอดอล ลิโอเนล เมสซี่
ในบรรยากาศผ่อนคลายที่โรงแรมที่พักในชาร์ลอตต์ ไรอัน คริสตี้ กองกลางจากบอร์นมัธและทีมชาติสกอตแลนด์ มีโอกาสได้นั่งชมโชว์ระดับโลกจาก ลิโอเนล เมสซี่ ผ่านหน้าจอโทรทัศน์ ซึ่งเป็นภาพที่น่าตื่นตาตื่นใจสำหรับนักฟุตบอลอาชีพทุกคนไม่ต่างจากแฟนบอลทั่วไป ในโมงยามเหล่านั้น คริสตี้มองดูเมสซี่สร้างปรากฏการณ์แฮตทริกด้วยความรู้สึกทึ่ง แม้ว่าเขาจะเป็นนักเตะระดับนานาชาติ แต่เมสซี่คือฮีโร่ในวัยเด็กของเขาเสมอมา
คริสตี้กล่าวว่า “เมื่อคุณได้พักผ่อน คุณจะกลายเป็นผู้ชมคนหนึ่ง การได้ดูเมสซี่ทำผลงานในสนาม มันน่าทึ่งและดูเหนือจริงมาก การได้ขึ้นมาอยู่บนเวทีเดียวกับไอดอลอย่างเขาบนเวทีระดับโลกแบบนี้เป็นความรู้สึกที่สุดยอดจริงๆ” นี่คือสิ่งที่พิสูจน์ให้เห็นว่า ไรอัน คริสตี้ ไล่ล่าฝันบนเวทีเดียวกับไอดอล ลิโอเนล เมสซี่ ด้วยความมุ่งมั่นและทุ่มเทอย่างหนัก
แรงบันดาลใจจากเส้นทางนักกีฬาอาชีพ
สำหรับคริสตี้ ชีวิตนักฟุตบอลของเขาไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เขาไม่เคยคิดฝันว่าจะมาถึงจุดนี้ได้ในวัยเด็ก “ผมแค่ฝันอยากเล่นให้ทีมชาติสกอตแลนด์ในตอนนั้น นั่นคือจุดสูงสุดของผมแล้ว ผมไม่เคยจินตนาการถึงการเล่นในยูโรหรือฟุตบอลโลกเลยด้วยซ้ำ” เขากล่าวถึงความหลังที่เคยเต็มไปด้วยความกดดันและความไม่มั่นใจ
ก้าวต่อไปสู่ความสำเร็จในฟุตบอลโลก
ปัจจุบันคริสตี้ในวัย 31 ปี ไม่ใช่นักฟุตบอลที่มองโลกในแง่ดีจนไร้เดียงสา เขารู้ดีว่าการเผชิญหน้ากับทีมแข็งแกร่งอย่างโมร็อกโกนั้นเป็นงานหนัก แต่เขามั่นใจว่าทีมสกอตแลนด์มีศักยภาพพอที่จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้ เขายังย้ำว่า ไรอัน คริสตี้ ไล่ล่าฝันบนเวทีเดียวกับไอดอล ลิโอเนล เมสซี่ ไม่ใช่แค่เรื่องของความฝัน แต่เป็นเรื่องของการพิสูจน์ฝีเท้าว่าเขาสามารถยืนหยัดสู้กับทีมระดับท็อปของโลกได้
นอกจากนี้ คริสตี้ยังได้รับแรงบันดาลใจจากเมสซี่ในเรื่องอายุการใช้งานของนักเตะอาชีพ การเห็นเมสซี่ยังคงโชว์ฟอร์มได้ยอดเยี่ยมในวัยใกล้จะ 39 ปี ทำให้คริสตี้เชื่อมั่นว่าฟุตบอลโลกครั้งนี้จะเป็นก้าวสำคัญและเส้นทางของเขาในการเล่นระดับสูงยังคงดำเนินต่อไปได้อีกยาวไกล ไม่ว่าเขาจะได้รับบทบาทเป็นตัวจริงหรือตัวสำรอง เขาก็พร้อมทุ่มเททุกนาทีเพื่อผลประโยชน์ของทีมชาติสกอตแลนด์
ในเกมสำคัญที่จะพบกับโมร็อกโก คริสตี้มองว่ามันคือบททดสอบที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตนักฟุตบอลของเขา หากทีมสามารถผ่านเข้ารอบน็อกเอาต์ได้ นี่จะเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของพวกเขา โดยเขายืนยันว่าทุกคนในทีมพร้อมจะสู้ถวายหัว แม้จะต้องเจองานยากเพียงใดก็ตาม นี่คือโอกาสทองที่เขาจะสร้างชื่อเสียงและพิสูจน์ตัวเองบนเวทีโลกอย่างแท้จริง
ที่มา – ไม่พบหัวข้อ



