'ไหม' ใจชื้น โพล 'ณัฐพงษ์' นำ 'อนุทิน' แจงให้เวลารัฐบาลแก้สแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์

“ไหม” ใจชื้น! โพล “ณัฐพงษ์” นำ “อนุทิน”

“ศิริกัญญา” ใจชื้น โพล “ณัฐพงษ์” นำ “อนุทิน” ยัน ตรวจสอบพรรคกล้าธรรมไม่ได้ทำเพื่อคะแนนเสียง ชี้ ยังไม่พบข้อมูลร้ายแรงสุดๆ ซักฟอกรัฐบาลภูมิใจไทย ให้เวลาแก้ปมคอลเซ็นเตอร์-สแกมเมอร์ ชี้ คนละครึ่งพลัส ตอบโจทย์แค่ระยะสั้น

เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 9 พฤศจิกายน 2568 น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์ที่คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ถึงกรณีนิด้าโพล เปิดเผยผลสำรวจกระแสการเมืองภาคเหนือ ซึ่งยังไม่มีพรรคการเมือง และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใดได้อันดับหนึ่ง แต่คะแนน นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน นำนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ว่า จากผลสำรวจก็ใจชื้นขึ้นมา เพราะแม้ว่าคะแนนสูงสุดจะยังไม่ตัดสินใจเลือกใคร แต่ทั้งพรรคประชาชน และแคนดิเดตนายกฯ ของพรรคประชาชน ยังนำเป็นอันดับหนึ่ง คงต้องเก็บเป็นข้อมูลเพื่อนำไปวิเคราะห์ยุทธศาสตร์ในการเลือกตั้งต่อไป

สำหรับยุทธศาสตร์การหาเสียงของพรรคนั้น จะมีการเปิดตัวฝ่ายบริหารในคณะรัฐมนตรี (ครม.) ตำแหน่งบริหารสำคัญๆ เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน ส่วนการเปิดตัวแคนดิเดตนายกฯ กระบวนการทาบทามเดินหน้าอย่างเต็มที่ และมีการตอบรับมาหลายคนแล้ว ซึ่งแคนดิเดตนายกฯ ตนว่าจะต้องมีนายณัฐพงษ์ หัวหน้าพรรคประชาชนเป็นเบอร์ 1 แต่สถานการณ์ที่ผ่านมาเพื่อป้องกันอุบัติเหตุทางการเมืองที่เกิดขึ้น เบอร์ 2 และเบอร์ 3 อาจจะยังไม่ได้รีบร้อนในการตัดสินใจ พร้อมเผยว่าได้บุคคลที่จะมาลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานครแล้ว รอเปิดตัวสิ้นเดือนนี้

เมื่อถามว่าช่วงนี้โจมตีพรรคกล้าธรรมเป็นพิเศษ เป็นยุทธศาสตร์ในการวางเพื่อหาเสียงหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา กล่าวว่า จริงๆ ต้องแยกกัน การที่พรรคประชาชนพุ่งเป้าไปที่ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในช่วงนี้ เป็นเรื่องการตรวจสอบรัฐบาล ยังไม่ได้เริ่มเป็นยุทธศาสตร์การเลือกตั้ง ถ้าวิเคราะห์กันดีๆ ฐานเสียงที่จะเลือกพรรคกล้าธรรมหรือพรรคประชาชนอาจไม่ได้ทับซ้อนกันขนาดนั้น เป็นกระบวนการตรวจสอบตามปกติที่ฝ่ายค้านพึงกระทำ ไม่ได้มีการพุ่งเป้าเป็นพิเศษ แต่ช่วงนี้โจทย์ใหญ่ของประเทศคือเรื่องการปราบปรามสแกมเมอร์ ดังนั้น รัฐมนตรีที่เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันก็จะได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากพรรคประชาชน ไม่ได้มีเจตนาที่จะเป็นเรื่องเกมการเมือง เพื่อการเลือกตั้งเลย

ในประเด็นมีการไปยื่นยุบพรรคประชาชนจากกรณีคุณสมบัติผู้ช่วย สส. ถือว่าเป็นหมัดสวนจากพรรคกล้าธรรมหรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ระบุว่า ไม่ได้มีความกังวลอะไร คิดว่าเรื่องข้อมูล ข้อเท็จจริง เราสามารถชี้แจงได้

ขณะเดียวกัน น.ส.ศิริกัญญา ยังให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ ว่า ทุกวันนี้เราก็ทำหน้าที่ในการตรวจสอบทุกวัน โดยไม่ต้องรอให้มีการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ และเราคิดว่าการยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นเครื่องมือสำคัญใช้ในการกำกับพรรคภูมิใจไทยให้ปฏิบัติตาม MOA แต่ไม่ปฏิเสธว่า ถ้ามีเรื่องร้ายแรงที่เราไม่สามารถให้รัฐบาลของพรรคภูมิใจไทย ซึ่งเป็นแกนนำบริหารประเทศต่อไปได้อีกแม้แต่วันเดียว เราไม่ลังเลใจที่จะยื่นแน่นอน แม้จะเท่ากับว่า MOA จะสูญเปล่า แต่จนถึงทุกวันนี้เรายังไม่พบข้อมูลที่คิดว่าร้ายแรงสุดๆ จริงๆ ที่เราอยากกระทุ้งให้รัฐบาลแก้ไขเปลี่ยนแปลง หรือทำอะไรบางอย่าง เราได้พยายามผลักดันในทุกวิถีทางด้วยกลไกที่เรามีอยู่แล้ว ถ้าจะมีพรรคฝ่ายค้านที่มีเสียงร่วมกันเกิน 1 ใน 5 ของสมาชิกสภา ไปยื่นเราคงห้ามไม่ได้ เป็นสิทธิ์ของเขา แต่ในฐานะที่เป็นพรรคร่วมฝ่ายค้านเหมือนกัน ก็คงต้องมาคุยกันว่าจะยื่นเมื่อไหร่

ผู้สื่อข่าวถามต่อถึงเรื่องทุนเทาที่มีการเปิดประเด็นออกมา ยังไม่ร้ายแรงอีกใช่หรือไม่ น.ส.ศิริกัญญา ตอบว่า ต้องรอรีแอ็กชัน ว่ารัฐบาลจะมีการปฏิบัติอย่างไรในเรื่องนี้ ซึ่งเรายังให้เวลาว่าจะแก้ไขอย่างไรต่อไป จะมีการปลดหรือเปลี่ยนตัวรัฐมนตรีที่เข้ามามีส่วนเกี่ยวข้องพัวพันหรือไม่ หรือมีข้อมูลข้อเท็จจริงอะไรที่นำมาใช้เป็นเบาะแสในการแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์ สแกมเมอร์ เราก็ยินดีรอว่ามีการกระทำอะไรเกิดขึ้น ในส่วนอื่นๆ เราคิดว่าแอ็กชันของรัฐบาลเรื่องการแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ก็เป็นไปตามแนวทางที่พรรคประชาชนได้นำเสนอต่อประชาชน แม้จะช้าไปหน่อย ทั้งในการประกาศตัวว่าจะเป็นเจ้าภาพและประกาศสงคราม รวมถึงตั้งคณะกรรมการต่างๆ ขึ้นมา เราก็ยังเห็นว่าค่อนข้างช้า ต้องกระทุ้งรัฐบาลต่อไปให้แก้ไขปัญหาเรื่องนี้ให้กระจ่างแจ้ง ไม่ใช่แค่ปกป้องผลประโยชน์ของประชาชน แต่น่าจะเป็นการร่วมมือต่อต้านการค้ามนุษย์ในสมัยใหม่ รวมถึงแสวงหาความร่วมมือกับนานาชาติที่เจอปัญหาเดียวกับประเทศไทย

เมื่อถามอีกว่าจะให้เวลารัฐบาลถึงเมื่อไหร่ เพราะเหลือเวลาอีกไม่มาก น.ส.ศิริกัญญา เผยว่า จริงๆ แล้วรัฐบาลก็พยายามทำตามมาเรื่อยๆ แต่ในท้ายที่สุดคงจะมีจุดสำคัญ ที่ถ้าข้ามจุดนี้ไปแล้วยังแก้ไม่ได้ก็คงจะเป็นปัญหา ตอนนี้เรายังติดตามอยู่ว่ากระบวนการต่างๆ เป็นไปได้อย่างสมบูรณ์ รอบคอบ รัดกุมหรือไม่ คงต้องให้เวลากับรัฐบาลในเรื่องนี้

จากนั้น น.ส.ศิริกัญญา เข้าร่วมงานเสวนา หัวข้อ “นโยบายทางเศรษฐกิจทิศทางการขับเคลื่อนประเทศไทย” ซึ่งเป็นเวทีที่นิสิตระดับปริญญาเอก คณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดขึ้น โดยได้บรรยายตอนหนึ่ง ว่า นโยบายของทุกรัฐบาลส่วนใหญ่ก็จะกระตุ้นเศรษฐกิจเพื่อตอบโจทย์ระยะสั้นท่าเดียว แต่จะทำแต่ระยะสั้นโดยไม่วางรากฐานไปสู่ระยะยาวก็ไม่ได้ พร้อมย้ำว่าโครงการนโยบายคนละครึ่งพลัส ไม่ตอบโจทย์ในการกระตุ้น GDP เพราะตัวโครงการนี้ เราแค่เปลี่ยนที่ใช้เงิน แต่ไม่ได้ควักกระเป๋าสตางค์เพิ่ม แค่เปลี่ยนร้านใช้ ซึ่งโครงการนี้ช่วยกระตุ้นยอดขายให้กับร้านขนาดเล็ก ขนาดย่อยได้ดี รวมถึงช่วยลดค่าครองชีพ และเราก็สนับสนุน เพราะเมื่อเงินเฟ้อแล้วมันไม่ลง

“ดังนั้น โครงการนี้ไม่ได้กระตุ้นเศรษฐกิจแน่นอน ตอบโจทย์บางโจทย์ ไม่ได้ตอบทุกโจทย์ เราเห็นด้วย เราไม่เคยบ่นเรื่องคนละครึ่งเลย แต่ที่เราบ่นเพราะเขาแอบไปเติมเงินให้บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยเป็นงบประมาณของปี 2568 เราก็บ่นอยู่แล้วว่าปี 2568 มันขาดดุลมหาศาลอยู่แล้ว ถ้าจะประหยัดอะไรได้ก็ควรจะประหยัด”

ทั้งนี้ ในช่วงตอบคำถาม มีนิสิตถามว่าทำอย่างไรให้รัฐบาลโปร่งใส สร้างความเชื่อมั่นให้สังคม มีวิธีการอย่างไรลดคอร์รัปชัน น.ส.ศิริกัญญา ตอบว่า เวลาที่เราบอกว่าตรวจสอบ สส. ต้องเป็นคนตรวจสอบ สส. 500 คน ก็มีดวงตา 500 คู่ในการจับจ้องตรวจสอบ แต่ถ้าเมื่อไหร่มีการเปิดข้อมูลแบบ OPEN DATA จะมีตาอีกเป็นล้านคู่ที่ช่วยตรวจสอบ ทางนิสิตถามอีกว่า หากนักการเมืองในพรรคเป็นคนที่มีอรรถประโยชน์ต่อพรรคมากๆ แต่เขาทุจริตรับสินบน มีความเห็นอย่างไร และเราควรจะดำเนินการอย่างไร น.ส.ศิริกัญญา ตอบกลับว่า ถ้ามีใครทำผิดก็ต้องกล้าฟัน อรรถประโยชน์นิยมคือของส่วนรวมไม่ใช่ของพรรค ดังนั้น ต้องฟันให้เห็น ถ้าเรากล้าที่จะดำเนินคดีกับรัฐมนตรีของเราเอง ถ้าปรากฏว่ามีการคอร์รัปชัน เราคิดว่าน่าจะเป็นแบบแผนที่ดี เป็นกรณีตัวอย่างที่ดีได้เลย

“หนึ่งในส่วนประกอบของ MOA ถ้าหากเราต้องเป็นร่วมรัฐบาลแบบไม่ใช่พรรคเดียวรอบหน้า หนึ่งในเกณฑ์ที่จะต้องจัดการคือถ้ามีรัฐมนตรีถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวกับคอร์รัปชัน ป.ป.ช. ชี้มูลแล้ว ต้องลาออกสถานเดียว บอกไว้ตั้งแต่ต้นว่านี่คือวิธีการทำงานของพรรคประชาชน ใครก็ตามถ้าอยากเป็นรัฐมนตรีร่วมกับรัฐบาลเรา ถ้ามีคดีทุจริตที่ชี้มูลแล้วลาออกสถานเดียวเท่านั้น”

“ไหม” ใจชื้น โพล “ณัฐพงษ์” นำ “อนุทิน”

“ศิริกัญญา” ใจชื้น! โพล “ณัฐพงษ์” นำ “อนุทิน” จริงหรือไม่?

จากบทสัมภาษณ์ของ น.ส.ศิริกัญญา ตันสกุล สส.บัญชีรายชื่อ และรองหัวหน้าพรรคประชาชน ทำให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่น่าสนใจ โดยเฉพาะประเด็นที่ว่า “ไหม” ใจชื้น โพล “ณัฐพงษ์” นำ “อนุทิน” นั้น เป็นสัญญาณบ่งบอกถึงอะไรในการเลือกตั้งครั้งหน้า?

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความผันผวน และผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่สะท้อนภาพรวมเท่านั้น การวางแผนและปรับกลยุทธ์ของแต่ละพรรคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะชี้วัดผลสำเร็จในการเลือกตั้งที่จะมาถึง

การออกมาให้สัมภาษณ์ของ น.ส.ศิริกัญญา ยังแสดงให้เห็นถึงจุดยืนของพรรคประชาชนในการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นการแก้ไขปัญหาคอลเซ็นเตอร์และสแกมเมอร์ ซึ่งเป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้าง

นอกจากนี้ นโยบายทางเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันยังคงเป็นประเด็นที่พรรคประชาชนให้ความสำคัญ และพร้อมที่จะผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น

ทั้งนี้ ในประเด็นเรื่อง “ไหม” ใจชื้น โพล “ณัฐพงษ์” นำ “อนุทิน” เป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับการวิเคราะห์สถานการณ์ทางการเมือง แต่สิ่งสำคัญคือการที่ทุกพรรคการเมืองมุ่งเน้นการทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนอย่างแท้จริง

โดยสรุปแล้ว การเมืองไทยยังคงมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ และการติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และสามารถตัดสินใจเลือกผู้แทนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศของเรา

ที่มา – “ไหม” ใจชื้น โพล “ณัฐพงษ์” นำ “อนุทิน” แจงให้เวลารัฐบาลแก้สแกมเมอร์-คอลเซ็นเตอร์

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Share the Post: