วัน: 11 สิงหาคม 2025

สลด! หนุ่มขี่ จยย. ฝ่าแนวกั้น ตกบ่อร้อยสายไฟดับ


อุบัติเหตุสุดสลด! หนุ่มวัย 26 ปี ขี่รถจักรยานยนต์ฝ่าแนวกั้น พุ่งชนฝาคอนกรีตอย่างแรง ร่างกระเด็นตกลงไปในบ่อร้อยสายไฟใต้ดิน ความลึกกว่า 10 เมตร กลางถนนแจ้งวัฒนะ บริเวณหน้าศาลปกครอง เสียชีวิตคาที่ เกิดเป็นอุบัติเหตุที่สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้ที่พบเห็นเป็นอย่างยิ่ง

หนุ่มขี่ จยย. ฝ่าแนวกั้น ร่างกระเด็นตกบ่อร้อยสายไฟใต้ดิน ลึก 10 ม. เสียชีวิต

เหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อเวลา 00.30 น. ของวันที่ 11 สิงหาคม 2568 โดยร้อยตำรวจโทเจนวิทย์ เหลือผล รองสารวัตร (สอบสวน) สถานีตำรวจนครบาลทุ่งสองห้อง ได้รับแจ้งเหตุร้ายว่ามีรถจักรยานยนต์ประสบอุบัติเหตุพุ่งตกลงไปในบ่อร้อยสายไฟใต้ดิน บนถนนแจ้งวัฒนะขาออก บริเวณด้านหน้าศาลปกครอง แขวงทุ่งสองห้อง เขตหลักสี่ กรุงเทพมหานคร หลังจากได้รับแจ้งเหตุจึงรีบรุดไปยังที่เกิดเหตุพร้อมด้วยอาสาสมัครจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบว่าเป็นถนนขนาด 5 เลน โดยบริเวณช่องทางซ้ายสุด 3 เลนถูกปิดเพื่อใช้เป็นพื้นที่สำหรับการก่อสร้างโครงการร้อยสายไฟใต้ดิน เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกู๊ปปี้ สีครีม หมายเลขทะเบียน 9ขถ1938 กรุงเทพมหานคร ล้มคว่ำอยู่ สภาพรถพังยับเยิน โดยรถได้พุ่งชนเข้ากับเครื่องปั่นไฟที่อยู่ใกล้กับบ่อที่มีความลึกถึง 10 เมตร เจ้าหน้าที่จึงทำการโรยตัวลงไปตรวจสอบภายในบ่อ และพบร่างของผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์จมอยู่ในน้ำเสียชีวิต จึงได้นำร่างขึ้นมา

จากการตรวจสอบ ทราบชื่อผู้เสียชีวิตคือ นายสันติสุข (สงวนนามสกุล) อายุ 26 ปี สภาพศพสวมเสื้อยืดคอกลมแขนสั้น นุ่งกางเกงกีฬาขาสั้นสีน้ำเงิน จากการชันสูตรเบื้องต้น พบว่ามีบาดแผลที่กะโหลกศีรษะแตก เจ้าหน้าที่จึงได้ทำการบันทึกและรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุเพื่อทำการสอบสวนต่อไป

คำให้การจากพยานในที่เกิดเหตุ

จากการสอบถามคนงานที่อยู่ในบริเวณที่เกิดเหตุให้การว่า พวกเขาได้ทำการปิดช่องจราจร 3 เลน และติดตั้งสัญญาณไฟเตือนไว้ตลอดแนว เพื่อแสดงให้เห็นว่าเป็นพื้นที่ก่อสร้าง ก่อนที่จะเปิดฝาคอนกรีตของพื้นถนนออกเพื่อให้คนงานลงไปทำการเจาะผนังใต้ดินเพื่อวางท่อร้อยสายไฟ ขณะที่กำลังปฏิบัติงานอยู่นั้น จู่ๆ ก็มีรถจักรยานยนต์คันดังกล่าวขับขี่ฝ่าแนวกั้น พุ่งชนเข้ากับฝาคอนกรีตอย่างจัง ส่งผลให้ร่างของผู้ขับขี่กระเด็นตกลงไปจมน้ำในบ่อที่มีความลึกถึง 10 เมตร

คนงานยังให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การทำงานในพื้นที่ดังกล่าว จะทำการปิดถนนตั้งแต่เวลา 22.00 น. ถึง 03.00 น. ซึ่งได้ดำเนินการมาเป็นเวลา 2 สัปดาห์แล้ว ก่อนที่จะเกิดเหตุการณ์อันน่าสลดใจนี้ขึ้น

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังทำการสอบสวนวิศวกรผู้ควบคุมงานอย่างละเอียด เพื่อสรุปสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้ ส่วนร่างของผู้เสียชีวิตได้ถูกนำส่งไปยังโรงพยาบาลภูมิพลอดุลยเดช เพื่อรอการติดต่อจากญาติให้มารับศพไปบำเพ็ญกุศลตามศาสนาต่อไป

ข้อควรระวังในการขับขี่ในพื้นที่ก่อสร้าง

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้ใช้รถใช้ถนนทุกท่านเพิ่มความระมัดระวังในการขับขี่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีการก่อสร้าง ควรสังเกตป้ายเตือน สัญญาณไฟ และปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นได้

  • ลดความเร็วเมื่อเข้าใกล้พื้นที่ก่อสร้าง
  • สังเกตป้ายเตือนและสัญญาณไฟอย่างระมัดระวัง
  • หลีกเลี่ยงการฝ่าแนวกั้นหรือสิ่งกีดขวาง
  • ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงานในพื้นที่

การป้องกันอุบัติเหตุเป็นหน้าที่ของทุกคน การขับขี่ด้วยความระมัดระวังและมีสติอยู่เสมอ จะช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุและรักษาชีวิตของตนเองและผู้อื่นได้

ที่มา – หนุ่มขี่ จยย. ฝ่าแนวกั้น ร่างกระเด็นตกบ่อร้อยสายไฟใต้ดิน ลึก 10 ม. เสียชีวิต

ตุรกีแผ่นดินไหว 6.1 ดับ 1 เจ็บ 29 บ้านพัง

เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.1 แมกนิจูดในจังหวัดบัลลิเคซีร์ ประเทศตุรกี สะเทือนหลายเมืองรวมถึงนครอิสตันบูล ทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ศพ และบาดเจ็บ 29 ราย อาคารบ้านเรือนพังถล่ม 16 หลัง

เมื่อวันที่ 11 สิงหาคม 2568 สำนักข่าวรอยเตอร์สรายงานว่า เมื่อเวลา 19.53 น. ของวันที่ 10 สิงหาคม ตามเวลาท้องถิ่นในตุรกี หรือประมาณ 23.53 น. ของคืนที่ผ่านมา ตามเวลาในประเทศไทย ได้เกิดเหตุแผ่นดินไหว 6.1 แมกนิจูด ในจังหวัดบัลลิเคซีร์ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของตุรกี แรงสั่นสะเทือนครั้งนี้ครอบคลุมหลายจังหวัด รวมทั้งนครอิสตันบูล

สำนักงานจัดการภัยพิบัติและเหตุฉุกเฉินของตุรกี (AFAD) ระบุว่า แผ่นดินไหว 6.1 ครั้งนี้เกิดขึ้นที่ระดับความลึกประมาณ 11 กิโลเมตรจากผิวดิน ขณะที่ศูนย์วิจัยธรณีวิทยาแห่งเยอรมนี (GFZ) วัดความรุนแรงได้ 6.1 แมกนิจูด และความลึก 10 กิโลเมตร

นายอาลี เยร์ลิกายา รัฐมนตรีมหาดไทยตุรกี เปิดเผยว่า เหตุแผ่นดินไหว 6.1 ครั้งนี้ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย เป็นชายชราวัย 81 ปี ที่เสียชีวิตหลังจากถูกช่วยเหลือออกมาจากซากอาคาร นอกจากนี้ยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 29 ราย อาคารบ้านเรือนเสียหายหรือพังถล่มรวม 16 หลัง ปัจจุบันภารกิจค้นหาและกู้ภัยได้เสร็จสิ้นลงแล้ว และไม่พบผู้สูญหายเพิ่มเติม

ตุรกีแผ่นดินไหว 6.1: ผลกระทบและความช่วยเหลือ

เหตุแผ่นดินไหว 6.1 ในตุรกีครั้งนี้สร้างความเสียหายและความสูญเสียให้กับประชาชนในพื้นที่เป็นอย่างมาก รัฐบาลตุรกีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เร่งให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยอย่างเต็มที่ โดยมีการจัดตั้งศูนย์พักพิงชั่วคราว มอบอาหารและเครื่องดื่ม และให้การรักษาพยาบาลแก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ นอกจากนี้ยังมีการประเมินความเสียหายของอาคารและโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อวางแผนการฟื้นฟูในระยะยาว

ผลกระทบทางเศรษฐกิจจากแผ่นดินไหว 6.1

แม้ว่าความเสียหายจากแผ่นดินไหว 6.1 จะจำกัดอยู่ในพื้นที่บางส่วนของตุรกี แต่ก็อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจของประเทศได้ โดยเฉพาะในภาคการท่องเที่ยวและอสังหาริมทรัพย์ รัฐบาลตุรกีอาจต้องใช้งบประมาณจำนวนมากในการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบ ซึ่งอาจส่งผลต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจโดยรวม อย่างไรก็ตาม รัฐบาลตุรกีมีความมุ่งมั่นที่จะฟื้นฟูประเทศและช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากภัยพิบัติในครั้งนี้

สถานการณ์ภัยพิบัติเช่นแผ่นดินไหว 6.1 ที่เกิดขึ้นในตุรกี เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติ การสร้างบ้านเรือนที่แข็งแรง การมีแผนฉุกเฉิน และการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามยากลำบาก ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความสูญเสียและผลกระทบจากภัยพิบัติได้

ที่มา – แผ่นดินไหว 6.1 เขย่าตุรกี ดับ 1 ศพ บาดเจ็บ 29 ราย หลังบ้านเรือนของประชาชนพังถล่มนับสิบหลัง

ชาวสวนญี่ปุ่นช้ำ! โจรขโมยแตงโมกว่า 600 ลูก

ชาวสวนญี่ปุ่นสุดช้ำ! โจรขโมยแตงโมกว่า 600 ลูก มูลค่า 1.2 ล้านเยน

เรื่องราวสุดสะเทือนใจเกิดขึ้นที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อเหล่ามิจฉาชีพใจบาปได้ทำการขโมยแตงโมกว่า 600 ลูกไปจากสวนของเกษตรกรรายหนึ่งในเมืองมัตสึโมโตะ จังหวัดนากาโนะ สร้างความเสียหายเป็นมูลค่าสูงถึง 1.2 ล้านเยน หรือราว 262,600 บาทไทยเลยทีเดียว เหตุการณ์นี้สร้างความเดือดร้อนและเสียใจให้กับชาวสวนเป็นอย่างมาก และขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมตัวผู้กระทำผิดมาดำเนินคดี

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันเสาร์ที่ 9 สิงหาคม 2568 เมื่อเกษตรกรเจ้าของสวนได้เข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในช่วงเช้าตรู่ เวลาประมาณ 7:00 น. หลังจากที่เขาพบว่าแตงโมในสวนของตนเอง ซึ่งอยู่ในช่วงที่พร้อมเก็บเกี่ยว หายไปอย่างไร้ร่องรอย เขาให้การกับเจ้าหน้าที่ว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 8 สิงหาคม เวลาประมาณ 11:00 น. ก่อนที่เขาจะออกจากสวนไปนั้น ทุกอย่างยังคงเป็นปกติ ไม่มีสิ่งผิดสังเกตใดๆ เกิดขึ้น

สถานการณ์การโจรกรรมแตงโมที่น่ากังวล

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อสันนิษฐานว่า สวนแตงโมแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับถนน ทำให้คนร้ายอาจฉวยโอกาสในช่วงเวลากลางคืน ลักลอบขนแตงโมขึ้นรถบรรทุกแล้วหลบหนีไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งทางเจ้าหน้าที่กำลังเร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียงเพื่อหาร่องรอยของคนร้าย

จากเหตุการณ์ดังกล่าว ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ออกมาแนะนำให้เกษตรกรติดตั้งกล้องวงจรปิด และสร้างรั้วรอบขอบชิด พร้อมติดตั้งสัญญาณเตือนภัย เพื่อป้องกันการโจรกรรมที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต เพราะการสูญเสียผลผลิตทางการเกษตรจำนวนมากเช่นนี้ ส่งผลกระทบต่อรายได้และความเป็นอยู่ของเกษตรกรโดยตรง

สถานการณ์ชาวสวนญี่ปุ่นสุดช้ำ! โจรขโมยแตงโมกว่า 600 ลูกนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เกษตรกรทั่วโลกเพิ่มความระมัดระวังในการดูแลรักษาผลผลิตของตนเอง และพิจารณาลงทุนในระบบรักษาความปลอดภัยที่เหมาะสม เพื่อป้องกันการสูญเสียที่ไม่คาดฝัน

  • ติดตั้งกล้องวงจรปิด: เพื่อบันทึกภาพและเป็นหลักฐาน
  • สร้างรั้วรอบขอบชิด: เพื่อป้องกันการเข้าถึงโดยง่าย
  • ติดตั้งสัญญาณเตือนภัย: เพื่อแจ้งเตือนเมื่อมีผู้บุกรุก
  • เพิ่มความถี่ในการตรวจตรา: เพื่อสังเกตความผิดปกติ

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความเปราะบางของเกษตรกร แม้จะทุ่มเทแรงกายแรงใจในการเพาะปลูก แต่กลับต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากมิจฉาชีพ ซึ่งส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจและขวัญกำลังใจอย่างมาก เราหวังว่าทางการจะสามารถจับกุมคนร้ายได้โดยเร็ว และออกมาตรการช่วยเหลือเกษตรกรที่ได้รับผลกระทบอย่างเหมาะสม

ที่มา – ชาวสวนญี่ปุ่นสุดช้ำ โจรขโมยแตงโมกว่า 600 ลูก มูลค่า 1.2 ล้านเยน

วิธีดูแลความสะอาดเสื้อผ้าเด็ก: เคล็ดลับง่ายๆ ที่คุณแม่ต้องรู้

สวัสดีค่ะคุณแม่ทุกคน! การดูแลเสื้อผ้าของลูกน้อยเป็นเรื่องที่คุณแม่หลายท่านให้ความสำคัญเป็นพิเศษ เพราะผิวของเด็กบอบบางและแพ้ง่ายกว่าผู้ใหญ่ เสื้อผ้าที่ไม่สะอาดอาจก่อให้เกิดผื่นคัน หรืออาการแพ้ต่างๆ ได้ วันนี้เราจึงมีเคล็ดลับง่ายๆ ในการ วิธีดูแลความสะอาดเสื้อผ้าเด็ก มาฝากกันค่ะ

วิธีดูแลความสะอาดเสื้อผ้าเด็ก

1. แยกซักเสื้อผ้าเด็กออกจากเสื้อผ้าผู้ใหญ่: ข้อนี้สำคัญมากๆ ค่ะ เพราะเสื้อผ้าของผู้ใหญ่อาจมีแบคทีเรีย หรือสารเคมีจากน้ำหอม หรือผลิตภัณฑ์ดูแลผิวต่างๆ ที่อาจระคายเคืองผิวลูกน้อยได้ ควรแยกตะกร้าผ้าสำหรับเสื้อผ้าเด็กโดยเฉพาะ และซักแยกกันเสมอ

2. เลือกใช้น้ำยาซักผ้าสูตรอ่อนโยน: มองหาน้ำยาซักผ้าที่ระบุว่า “สำหรับเด็ก” หรือ “สูตรอ่อนโยน” เพราะน้ำยาซักผ้าเหล่านี้มักปราศจากสารเคมีรุนแรง น้ำหอม หรือสารฟอกขาว ที่อาจก่อให้เกิดการแพ้ได้

3. หลีกเลี่ยงการใช้น้ำยาปรับผ้านุ่ม: ถึงแม้ว่าน้ำยาปรับผ้านุ่มจะทำให้เสื้อผ้าหอมนุ่มน่าสัมผัส แต่สารเคมีในน้ำยาปรับผ้านุ่มอาจตกค้างบนเสื้อผ้า และระคายเคืองผิวลูกน้อยได้ หากต้องการให้เสื้อผ้านุ่มขึ้น อาจลองใช้น้ำส้มสายชูเล็กน้อยแทนได้ค่ะ

เคล็ดลับเพิ่มเติมในการดูแลความสะอาดเสื้อผ้าเด็ก

4. ซักเสื้อผ้าใหม่ก่อนใส่: เสื้อผ้าใหม่มักมีสารเคมีที่ใช้ในการผลิตติดอยู่ ดังนั้นควรซักเสื้อผ้าใหม่ทุกครั้งก่อนให้ลูกน้อยสวมใส่ เพื่อลดความเสี่ยงในการแพ้

5. ขจัดคราบสกปรกทันที: หากเสื้อผ้าลูกน้อยเปื้อนคราบต่างๆ เช่น คราบนม คราบอาหาร ให้รีบขจัดคราบออกทันที เพื่อป้องกันไม่ให้คราบฝังแน่น ซักออกยาก

6. ตากแดดให้แห้งสนิท: แสงแดดเป็นตัวช่วยฆ่าเชื้อโรคตามธรรมชาติ ควรตากเสื้อผ้าเด็กให้แห้งสนิทในที่ที่มีแสงแดดส่องถึง หากไม่สะดวกตากแดด อาจใช้เครื่องอบผ้า แต่ควรตั้งอุณหภูมิต่ำ เพื่อป้องกันเสื้อผ้าหดตัว

7. รีดเสื้อผ้าด้วยความร้อนต่ำ: การรีดผ้าจะช่วยฆ่าเชื้อโรคที่อาจหลงเหลืออยู่บนเสื้อผ้าได้ ควรใช้ไฟอ่อนๆ หรือไฟสำหรับรีดผ้าเด็ก เพื่อป้องกันไม่ให้เสื้อผ้าไหม้ หรือเสียรูปทรง

8. ทำความสะอาดเครื่องซักผ้าอย่างสม่ำเสมอ: เพื่อป้องกันการสะสมของเชื้อโรค และแบคทีเรียในเครื่องซักผ้า ควรทำความสะอาดเครื่องซักผ้าอย่างน้อยเดือนละครั้ง โดยใช้น้ำยาทำความสะอาดเครื่องซักผ้า หรือน้ำส้มสายชู

การใส่ใจใน วิธีดูแลความสะอาดเสื้อผ้าเด็ก เป็นการดูแลสุขภาพของลูกน้อยอีกทางหนึ่ง คุณแม่ลองนำเคล็ดลับเหล่านี้ไปปรับใช้กันดูนะคะ รับรองว่าลูกน้อยของคุณจะมีเสื้อผ้าที่สะอาด ปลอดภัย ใส่สบายอย่างแน่นอน

การเลือกผลิตภัณฑ์ซักผ้าและปรับผ้านุ่มที่เหมาะสมสำหรับเด็กเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยลดความเสี่ยงต่อการระคายเคืองและอาการแพ้ต่างๆ ลองมองหาผลิตภัณฑ์ที่ได้รับการรับรองจากแพทย์ผิวหนังหรือกุมารแพทย์เพื่อความมั่นใจในความปลอดภัยของลูกน้อยนะคะ

ที่มา –

สหรัฐฯ ติดโควิดเพิ่ม! คาดสายพันธุ์ใหม่ “สเตรตัส” เป็นเหตุ

สถานการณ์โควิด-19 ในสหรัฐฯ น่ากังวลอีกครั้ง! จำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และมีการคาดการณ์ว่าสาเหตุหลักอาจมาจากการแพร่ระบาดของสายพันธุ์ย่อยตัวใหม่ที่เรียกว่า “สเตรตัส” (Stratus) ซึ่งกำลังเป็นที่จับตา

สหรัฐฯ คนติดโควิดเพิ่ม! คาดสายพันธุ์ใหม่ “สเตรตัส” เป็นเหตุ

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า การกลับมาระบาดของโควิด-19 ในช่วงฤดูร้อนนี้ ทำให้หลายฝ่ายกังวล โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อใกล้ช่วงเปิดเทอมของเด็กๆ ซึ่งอาจเป็นปัจจัยเร่งให้เชื้อไวรัสแพร่กระจายได้รวดเร็วมากยิ่งขึ้น

ความเสี่ยงของการระบาดระลอกใหม่เกิดขึ้นท่ามกลางความสับสนเกี่ยวกับคำแนะนำเรื่องวัคซีนโควิด-19 หลังจากที่นาย โรเบิร์ต เอฟ เคนเนดี จูเนียร์ ได้ออกมาเปลี่ยนแปลงคำแนะนำของรัฐบาลกลาง ทำให้เกิดคำถามว่าใครควรเข้ารับวัคซีนบ้าง

ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรคของสหรัฐฯ (CDC) ได้ยกระดับการเฝ้าระวังกิจกรรมของไวรัสในน้ำเสียแห่งชาติ จากระดับ “ต่ำ” เป็น “ปานกลาง” เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา (8 สิงหาคม) โดยพื้นที่ที่ตรวจพบเชื้อโควิด-19 ในน้ำเสียมากที่สุดคือฝั่งตะวันตกของสหรัฐฯ ครอบคลุมรัฐอะแลสกา แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด เนวาดา และยูทาห์

ในภาคตะวันออกเฉียงใต้ ก็พบการเพิ่มขึ้นของระดับกิจกรรมของไวรัสในน้ำเสียเช่นกัน โดยรัฐลุยเซียนามีสถิติสูงสุด ตามข้อมูลที่วัดได้ระหว่างวันที่ 27 กรกฎาคม ถึง 2 สิงหาคม

การเฝ้าระวังผ่านการตรวจน้ำเสียเป็นวิธีที่สามารถตรวจจับการแพร่ระบาดของไวรัสในชุมชนได้รวดเร็วกว่าการทดสอบทางคลินิก เนื่องจากสามารถตรวจพบเชื้อได้ก่อนที่ผู้ป่วยจะเริ่มแสดงอาการหรือเดินทางไปพบแพทย์

นอกจากนี้ การตรวจน้ำเสียยังสามารถตรวจพบการติดเชื้อในผู้ที่ไม่แสดงอาการได้อีกด้วย หากพบระดับกิจกรรมของไวรัสในน้ำเสียเพิ่มสูงขึ้น นั่นอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกถึงความเสี่ยงที่เพิ่มขึ้นของการติดเชื้อ

CDC ประเมินว่าจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 กำลังเพิ่มขึ้นใน 45 รัฐทั่วประเทศ โดยมีเพียง 4 รัฐเท่านั้นที่จำนวนผู้ติดเชื้อยังคงที่ ได้แก่ อะแลสกา นอร์ทดาโกตา เมน และนิวแฮมป์เชียร์ ส่วนรัฐไวโอมิงไม่มีข้อมูลสถิติ

สำหรับไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ใหม่ล่าสุดที่มีชื่อว่า XFG “สเตรตัส” นั้น ถูกตรวจพบครั้งแรกในเดือนมกราคมที่ผ่านมา จากรายงานขององค์การอนามัยโลก (WHO) โดยในช่วงครึ่งแรกของปี สายพันธุ์นี้แทบไม่มีบทบาทในสหรัฐฯ เลย

แต่ในเดือนมิถุนายน จู่ๆ จำนวนผู้ป่วยที่ติดเชื้อสายพันธุ์ “สเตรตัส” กลับเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว คิดเป็น 14% ซึ่งสูงเป็นอันดับ 3 ในบรรดาสายพันธุ์ย่อยทั้งหมด

เชื้อสายพันธุ์ XFG นั้นเป็นการรวมตัวกันของเชื้อสายพันธุ์ย่อย 2 ตัว คือ LF.7 และ LP.8.1.2 โดยเชื้อ LP.8.1.2 เป็นสายพันธุ์ที่แพร่กระจายมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในสหรัฐฯ

ทำความรู้จักสายพันธุ์ “สเตรตัส”

องค์การอนามัยโลก (WHO) ได้จัดให้ไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์ XFG อยู่ในรายการเฝ้าระวังแล้ว เนื่องจากมีศักยภาพในการปรับตัวและหลบเลี่ยงภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้ แม้ว่าก่อนหน้านี้จะถูกจัดว่ามีความเสี่ยงต่อสาธารณสุขในระดับ “ต่ำ” ก็ตาม

อย่างไรก็ตาม WHO ระบุว่า วัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 ที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบันยังคงมีประสิทธิภาพในการป้องกันอาการป่วยรุนแรงจากไวรัสสายพันธุ์สเตรตัสได้

อาการป่วยที่เกิดจากการติดเชื้อโควิด-19 สายพันธุ์ “สเตรตัส” ไม่มีความแตกต่างจากเชื้อโควิดสายพันธุ์ย่อยอื่นๆ ได้แก่ มีไข้ หนาวสั่น ไอ เจ็บคอ และมีอาการคั่งของโลหิต แต่บางรายงานระบุว่า อาการเสียงแหบอาจเป็นเอกลักษณ์ของผู้ติดเชื้อสายพันธุ์นี้ แต่ยังไม่มีการยืนยันอย่างชัดเจน

ถึงแม้ว่าสายพันธุ์ “สเตรตัส” จะยังไม่แสดงอาการที่รุนแรงกว่าสายพันธุ์อื่น แต่การที่จำนวนผู้ติดเชื้อ โควิด-19 ในสหรัฐฯ เพิ่มสูงขึ้น ก็เป็นสัญญาณที่ควรเฝ้าระวังและป้องกันตัวเองอย่างสม่ำเสมอ การสวมหน้ากากอนามัย ล้างมือบ่อยๆ และรักษาระยะห่างทางสังคม ยังคงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด

ที่มา – สหรัฐฯ คนติดโควิด-19 เพิ่มสูงขึ้น คาดสายพันธุ์ใหม่ “สเตรตัส” เป็นเหตุ

คนแน่นวัดดอนใหญ่! แห่ชมพญานาคน้อย ขอเลขเด็ด

คนแน่นวัดดอนใหญ่ แห่ชม “พญานาคน้อย” สายมูไม่พลาดขอ “เลขเด็ด” ท้าวเวสฯ-ไอ้ไข่

วัดดอนใหญ่คึกคัก ประชาชนแห่เที่ยวอุทยานธรรมพญานาคราชพระปางเปิดโลก ถ่ายรูปเช็กอินกับรูปปั้น “พญานาคน้อย” สุดอลังการ สายมูไม่พลาดขอโชค “ท้าวเวสสุวรรณ-ไอ้ไข่” ไปลุ้นรวยงวด 16/8/68

เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่อุทยานธรรมพญานาคราชพระปางเปิดโลก วัดดอนใหญ่ ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี ได้มีประชาชนนับหมื่นเดินทางมาเยี่ยมชมความสวยงามภายในอุทยานธรรมพญานาคราชพระปางเปิดโลก โดยเฉพาะ พญานาคน้อย ที่เป็นกระแสในโซเชียล ตอนนี้ทางวัดดอนใหญ่ได้มีการก่อสร้างพญานาคน้อยเพิ่มขึ้นอีก 2 ตน โดยมีการทาสีอย่างสวยสดงดงาม นักท่องเที่ยวต่างเข้าแถวถ่ายรูปเป็นที่ระลึกจำนวนมาก ทางวัดดอนใหญ่ยังได้ประชาสัมพันธ์ให้นักท่องเที่ยวร่วมกันตั้งชื่อพญานาคทั้ง 2 ตนที่สร้างขึ้นมาใหม่อีกด้วย

บรรยากาศร้านขายของที่ระลึก พบว่ารูปปั้นพญานาคขนาดเล็กที่ทำด้วยมือ และระบายสีอย่างสวยงาม ของขาดตลาด ไม่เพียงพอต่อความต้องการของนักท่องเที่ยว จนต้องเร่งผลิตเพิ่ม

บรรยากาศภายในวัดดอนใหญ่ มีนักท่องเที่ยวสายมูจำนวนมากกว่า 10,000 คน เดินทางมากราบไหว้ขอพรสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดกันอย่างคึกคัก ต่างนำเครื่องเซ่นไหว้ น้ำดื่ม ข้าวสาร น้ำแดง มาแก้บนและขอพรกับท้าวเวสสุวรรณ ไอ้ไข่วัดดอนใหญ่ และแม่นางกวักสมบูรณ์ทรัพย์ ซึ่งส่วนใหญ่จะขอพรในเรื่องโชคลาภ หน้าที่การงาน กิจการค้าการขาย เมื่อสมดังที่ขอพรไว้ ก็จะมาแก้บนกันตามที่ได้บนบาน

ทำไมคนถึงแห่ชมพญานาคน้อยที่วัดดอนใหญ่?

หนึ่งในผู้ที่เดินทางมาแก้บนคือนางสาวแอน นารินทร์ ปัญจันสิงห์ เจ้าของ หจก.วัชระอลูกลาส เดินทางมาจากย่านบางพลี นำขนมจีน น้ำยา จำนวน 300 ชาม น้ำดื่ม มาออกโรงทาน พร้อมด้วยเครื่องเซ่นไหว้มาแก้บนท้าวเวสสุวรรณ หลังได้รับโชคก้อนใหญ่ในงวดที่ผ่านมา นางสาวแอนกล่าวว่า ตนเองเป็นเจ้าของ หจก. วัชระอลูกลาส รับติดตั้งกระจกและอลูมิเนียมตามงานที่ได้รับจ้าง ตนได้มาขอพรท้าวเวสสุวรรณแล้วหลายครั้ง ไม่ว่าจะเรื่องงาน หรือเรื่องโชคลาภ ซึ่งเรื่องโชคลาภ ตนเองก็โชคดีถูกรางวัลมา 4 งวดติด รวมๆ แล้วก็หลายแสนบาท และในงวดที่ผ่านมา ตนมาแก้บนแล้วได้เลขกลับไปลุ้นโชค ผลปรากฏว่า ตนเองก็โชคดี ได้รับเงินมา 50,000 กว่าบาท วันนี้จึงเอาขนมจีนน้ำยามาแก้บนดังกล่าว และยังได้เลข 808 จากธูปเสี่ยงทายกลับไปลุ้นงวดที่ 5 ต่อไป

นอกจากนี้ นางสาวแอนรี่ รุ่งเรือง พนักงานเลี้ยงเด็กเล็ก ได้นำช้างปูนปั้น 2 ตัว น้ำแดง 4 ขวด ชุดของเล่น 5 อย่างพวงมาลัย 2 พวงมาแก้บนไอ้ไข่วัดดอนใหญ่ หลังได้รับโชคในงวดที่ผ่านมา พร้อมกล่าวว่า ตนเองได้มาแก้บนและขอพรไอ้ไข่วัดดอนใหญ่ไว้ก่อนวันหวยออก และได้เลขกลับไปลุ้นโชค ตนเองก็นำไปซื้อล็อตเตอรี่มา 5 ใบ และอื่นๆ อีกจำนวนหนึ่ง หลังผลสลากออกตนก็ได้รับโชคเป็นเงินกว่า 30,000 บาท ตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก วันนี้จึงนำของมาแก้บนอีกครั้งหนึ่ง และก่อนกลับได้จุดธูปเสี่ยงทายได้เลข 178 กลับไปลุ้นงวดต่อไป

สำหรับใครที่กำลังมองหาสถานที่ขอพรและชมความงามของศิลปะ พญานาคน้อย ที่วัดดอนใหญ่ เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ไม่ควรพลาด นอกจากจะได้สัมผัสบรรยากาศอันศักดิ์สิทธิ์แล้ว ยังอาจได้รับโชคลาภกลับบ้านอีกด้วย อย่าลืมแวะไปชมและขอพรกันนะคะ

ที่มา – คนแน่นวัดดอนใหญ่ แห่ชม “พญานาคน้อย” สายมูไม่พลาดขอ “เลขเด็ด” ท้าวเวสฯ-ไอ้ไข่

เนทันยาฮูปกป้องแผนยึดกาซา ย้ำทำเพื่อปลดปล่อยจากฮามาส

เบนจามิน เนทันยาฮู ผู้นำอิสราเอล กล่าวปกป้องแผนการยึดฉนวนกาซาของเขา โดยยืนยันว่าทำเพื่อปลดปล่อยดินแดนแห่งนี้จากกลุ่มฮามาส และเป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยุติสงคราม

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล ให้สัมภาษณ์กับสื่อต่างชาติ โดยเขาพยายามปกป้องแผนเริ่มปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่ที่มีประชาชนรวมอยู่มากที่สุดในฉนวนกาซา เพื่อยึดดินแดนแห่งนี้โดยสมบูรณ์ ซึ่งเรียกเสียงประณามจากทั้งภายในและนอกประเทศ

“ชาวกาซากำลังขอร้องเรา และขอร้องต่อโลก ให้ปลดปล่อยพวกเขาจากกลุ่มฮามาส” เนทันยาฮูกล่าว และเสริมว่า ฮามาสเป็น “องค์กรฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” และไม่มีชาติใดทนอยู่ได้หากมีองค์กรที่ “มุ่งมั่นที่จะทำลายล้างตนเองอยู่ห่างจากชายแดนเพียงไม่กี่ก้าว”

เป้าหมายของอิสราเอลไม่ใช่การยึดครองกาซา แต่เป็นการปลดปล่อย สงครามสามารถจบลงได้หากฮามาสปล่อยตัวประกันและตกลงวางอาวุธ

เนทันยาฮูกล่าวอีกว่า กาซาจะกลายเป็นเขตปลอดทหาร โดยมีหลักการ 5 ข้อเป็นข้อสรุปของสงคราม ได้แก่ การปลดอาวุธกลุ่มฮามาส, การนำตัวประกันทั้งหมดกลับคืนมา, การทำให้ฉนวนกาซาเป็นพื้นที่ปลอดทหาร, อิสราเอลจะรับช่วงต่อการควบคุมความมั่นคงในฉนวนกาซา และก่อตั้งหน่วยงานบริหารทางเลือกของพลเรือน ที่ไม่ใช่กลุ่มฮามาส หรือองค์การบริหารปาเลสไตน์

ผู้นำอิสราเอลย้ำว่า พวกเขาไม่มีทางเลือกนอกจากทำงานให้จบ และกำจัดกลุ่มฮามาส โดยตอนนี้พื้นที่ฉนวนกาซา 70-75% อยู่ในการควบคุมของกองทัพอิสราเอลแล้ว แต่ฮามาสยังเหลือที่มั่นอีก 2 แห่ง คือที่เมืองกาซาซิตี้ และค่ายอพยพกลาง ซึ่งเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีความมั่นคงอิสราเอลได้สั่งการให้กองทัพ “รื้อถอน” ที่มั่นทั้งสองแล้ว

เนทันยาฮูบอกด้วยว่า นี่เป็นวิธีที่ดีที่สุดในการยุติสงคราม โดยอิสราเอลจะอนุญาตให้ประชาชนอพยพไปยังพื้นที่ปลอดภัยที่จัดสรรเอาไว้ ซึ่งจะมีอาหาร, ความปลอดภัย และยา อย่างเพียงพอ

ผู้นำอิสราเอลยืนยันว่า พวกเขาไม่ได้มีนโยบายทำให้เกิดการอดอาหารในกาซา เพราะหากทำจริงคงไม่มีชาวกาซารอดชีวิตหลังจากสงครามผ่านมา 2 ปี อย่างไรก็ตาม เขาเผยแผนการ 3 ขั้นเพื่อเพิ่มการส่งความช่วยเหลือให้แก่ชาวกาซา ได้แก่

  • กำหนดเส้นทางปลอดภัยสำหรับการกระจายความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม
  • เพิ่มจำนวนจุดกระจายความช่วยเหลือที่บริหารจัดการโดยมูลนิธิมนุษยธรรมกาซา (GHF)
  • เพิ่มหย่อนความช่วยเหลือทางอากาศโดยอิสราเอลและหุ้นส่วน

เนทันยาฮูยังกล่าวโจมตีสื่อที่เผยแพร่ภาพหรือรายงานข่าวเรื่องความหิวโหยในกาซา โดยอ้างว่าภาพเด็กขาดสารอาหารที่ตีพิมพ์บนหน้าหนึ่งของหนังสือพิมพ์ต่างๆ นั้น เป็นของปลอม

นอกจากนั้น รัฐบาลอิสราเอลกำลังเดินหน้ายื่นฟ้องร้องสำนักข่าวนิวยอร์ก ไทม์ส ที่ใช้ภาพเด็กที่กำลังหิวโหยบนหน้าเพจของพวกเขา โดยเนทันยาฮูอ้างว่า เด็กคนนี้มีโรคประจำตัวไม่ได้อดอาหาร แม่กับพี่ชายของเขาก็แข็งแรงดี พร้อมกล่าวหานิวยอร์ก ไทม์ส ว่าปิดบังความจริงเรื่องนี้

เนทันยาฮูเปิดเผยด้วยว่า เขามีแผนจะให้กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) พานักข่าวต่างชาติเข้าไปในฉนวนกาซา หลังจากห้ามมาตลอด 22 เดือนที่ผ่านมา โดยยอมรับว่า อาจมีปัญหาเรื่องความปลอดภัยบ้าง แต่เชื่อว่าเป็นสิ่งที่สามารถทำได้

เมื่อถูกนักข่าวถามเรื่องกรอบเวลาของปฏิบัติการทางทหารใหม่ นายกรัฐมนตรีอิสราเอลกล่าวว่า ปฏิบัติการจะเดินหน้าไปอย่างรวดเร็ว ก่อนที่นักข่าวจะถามต่อว่า รัฐบาลของเขายังเชื่อว่าจะสามารถช่วยเหลือตัวประกันที่ยังมีชีวิตอยู่กลับมาได้หรือไม่ เนทันยาฮูก็ตอบว่า เป้าหมายของเขาคือการช่วยตัวประกันทั้งหมดออกมาอย่างมีชีวิต และกู้ร่างของตัวประกันที่เสียชีวิตไปแล้ว

เนทันยาฮูย้ำว่า อิสราเอลไม่ได้ต้องการอยู่ในกาซา และเป้าหมายของพวกเขาคือ การทำให้แน่ใจว่า ฮามาสจะไม่อยู่ที่นั่น

เนทันยาฮูปกป้องแผนยึดกาซา ย้ำทำเพื่อปลดปล่อยจากฮามาส

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงเป็นประเด็นที่ทั่วโลกจับตามอง การที่เนทันยาฮูออกมาปกป้องแผนการดังกล่าว สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของอิสราเอลในการกำจัดกลุ่มฮามาส แม้จะต้องเผชิญกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักหน่วง

สิ่งที่คุณต้องรู้เกี่ยวกับ เนทันยาฮูปกป้องแผนยึดกาซา

การออกมาให้สัมภาษณ์ครั้งนี้ของเนทันยาฮู มีจุดประสงค์เพื่อชี้แจงและสร้างความเข้าใจต่อประชาคมโลก เกี่ยวกับเหตุผลและความจำเป็นในการดำเนินงานทางทหารในฉนวนกาซา โดยเน้นย้ำว่าเป้าหมายหลักคือ เนทันยาฮูปกป้องแผนยึดกาซา เพื่อปลดปล่อยประชาชนจากกลุ่มฮามาส และสร้างความมั่นคงในระยะยาว นอกจากนี้ ยังเป็นการตอบโต้กระแสข่าวและภาพที่ปรากฏในสื่อต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในกาซา

อย่างไรก็ตาม, การดำเนินการทางทหารในพื้นที่ที่มีประชากรหนาแน่นย่อมส่งผลกระทบต่อพลเรือนผู้บริสุทธิ์ ซึ่งเป็นสิ่งที่นานาชาติต่างกังวลและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ การหาทางออกที่ยั่งยืนสำหรับความขัดแย้งระหว่างอิสราเอลและปาเลสไตน์จึงยังคงเป็นความท้าทายที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน

สถานการณ์ในฉนวนกาซายังคงน่าเป็นห่วง และการที่เนทันยาฮูปกป้องแผนยึดกาซา แสดงให้เห็นว่าความขัดแย้งนี้ยังคงมีแนวโน้มที่จะดำเนินต่อไปในอนาคตอันใกล้

ที่มา – เนทันยาฮูปกป้องแผนยึดกาซา ย้ำไม่คิดอยู่นาน-ทำเพื่อปลดปล่อยจากฮามาส