วัน: 19 สิงหาคม 2025

Limbo XI: ใครต้องย้ายหนี? นักเตะหมดอนาคต

เหลือเวลาอีกไม่ถึงสองสัปดาห์ก่อนตลาดซื้อขายนักเตะจะปิดตัวลง มีนักเตะมากมายที่รู้ดีว่าอาชีพของพวกเขาจบลงแล้วกับสโมสร

พวกเขาไม่เป็นที่ต้องการ ถูกลืม เลิกโปรดปราน…และอยู่ใน Limbo XI

BBC Sport มองว่าใครบ้างที่ต้องย้ายออกก่อนเส้นตาย หากพวกเขาต้องการลงเล่นอย่างสม่ำเสมอในฤดูกาลนี้ มาดูกันว่าใครอยู่ในสถานการณ์ Limbo XI บ้าง

Gianluigi Donnarumma (Paris St-Germain)

Gianluigi Donnarumma ผู้รักษาประตูแชมป์ยุโรปกับปารีส แซงต์-แชร์กแมง และอิตาลี จากการชูถ้วยแชมเปี้ยนส์ลีกในเดือนพฤษภาคม กลายเป็นการถูก หลุยส์ เอ็นริเก้ บอสใหญ่ของเปแอสเช เขี่ยทิ้งอย่างโหดร้าย ผู้รักษาประตูทีมชาติอิตาลีจะมุ่งหน้าสู่พรีเมียร์ลีกหรือไม่?

Tyrell Malacia (Manchester United)

Tyrell Malacia เป็นแบ็คซ้าย แต่เป็นที่รู้กันว่าสามารถเติมเต็มในตำแหน่งแบ็คขวาฉุกเฉินให้กับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ดในอดีต เขาจะมีความสุขที่ได้เล่นในตำแหน่งใดก็ได้เพราะกองหลังชาวดัตช์รายนี้ได้ออกสตาร์ทเพียง 16 เกมในพรีเมียร์ลีกในสามปีที่โอลด์ แทรฟฟอร์ด

Ben Chilwell (Chelsea)

Ben Chilwell ไม่ได้ลงเล่นให้เชลซีในพรีเมียร์ลีกตั้งแต่เดือนเมษายน 2024 และนักเตะทีมชาติอังกฤษทางฝั่งซ้าย ซึ่งปิดฤดูกาลที่แล้วด้วยการยืมตัวที่คริสตัล พาเลซ อยู่ในช่วง Limbo XI โดยมีรายงานว่าสิงห์บลูส์กำลังดิ้นรนหาผู้ซื้อนักเตะวัย 28 ปี ที่มีค่าตัว 45 ล้านปอนด์ในปี 2020

Jakub Kiwior (Arsenal)

กองหลังชาวโปแลนด์ของอาร์เซนอลสร้างความประทับใจขณะเป็นตัวแทนของกาเบรียลที่ได้รับบาดเจ็บในช่วงท้ายฤดูกาลที่แล้ว แต่เขาอาจต้องเผชิญกับการต่อสู้เพื่อเป็นตัวสำรองให้กับกาเบรียลหรือวิลเลียม ซาลิบา หลังจาก คริสเตียน มอสเกร่า กองหลังชาวสเปนย้ายมาร่วมทีมในช่วงซัมเมอร์นี้

Oleksandr Zinchenko (Arsenal)

แม้แต่เยอร์เรียน ทิมเบอร์ ทางฝั่งขวายังได้เล่นเหนือกว่า Oleksandr Zinchenko ซึ่งเชื่อมโยงกับเฟเนร์บาห์เช่ ในตำแหน่งแบ็คซ้ายเมื่อฤดูกาลที่แล้ว Zinchenko ยังเปิดเผยในอัตชีวประวัติของเขาว่าภรรยาและลูกสาวตัวน้อยของเขารู้สึกเสียใจเมื่อไปเยี่ยมชมเอมิเรตส์ สเตเดียมและไม่เห็นเขาในสนาม กองหลังชาวยูเครนจะฟื้นคืนชีพอาชีพของเขาภายใต้การคุมทีมของ Jose Mourinho ในตุรกีหรือไม่?

Kalvin Phillips (Manchester City)

Kalvin Phillips วัย 29 ปี ลงเล่น 16 เกมในพรีเมียร์ลีกให้กับแมนเชสเตอร์ซิตี้ตั้งแต่เข้าร่วมทีมในปี 2022 และไม่น่าจะเล่นอีก หลังจากยืมตัวที่เวสต์แฮมและอิปสวิช ทาวน์ กองกลางรายนี้เชื่อมโยงกับการกลับไปยังสโมสรเก่าของเขา ลีดส์ ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้

Yves Bissouma (Tottenham Hotspur)

เขาออกสตาร์ทในยูโรปาลีกรอบชิงชนะเลิศกับแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด แต่ Yves Bissouma ถูก Thomas Frank บอสใหม่ของสเปอร์สทิ้งระเบิดเนื่องจากมาสายซ้ำๆ ในช่วงปรีซีซั่นและถูกตัดออกจากทีมซูเปอร์คัพ วันเวลาของกองกลางชาวมาลีอาจถูกนับถอยหลังที่ท็อตแนม

Raheem Sterling (Chelsea)

Raheem Sterling ควรจะเป็นการเซ็นสัญญาครั้งสำคัญของเชลซีสำหรับ Thomas Tuchel แต่ผู้จัดการทีมหลายคนต่อมา เขาก็ถูกมองว่าไม่มีอนาคตภายใต้ Enzo Maresca บอสคนปัจจุบัน ปีกรายนี้มีค่าเหนื่อยอย่างน้อย 300,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์และเหลือสัญญาอีกสองปี แต่ถึงแม้จะได้รับความสนใจจากเยอรมนีและตุรกี แต่เขาอยากจะอยู่ใกล้ลอนดอน เนื่องจากลูกชายของเขาเป็นส่วนหนึ่งของอาร์เซนอล อะคาเดมี่

Nicolas Jackson (Chelsea)

Nicolas Jackson เซ็นสัญญาแปดปีเมื่อเข้าร่วมทีมในปี 2023 เป็นกองหน้าตัวเลือกแรกของเชลซีในช่วงสองฤดูกาลที่ผ่านมา แต่แผนการสรรหานักเตะในช่วงฤดูร้อนของ Maresca ทำให้เกิดความสงสัยในอนาคตของเขา การย้ายทีมเหมาะกับ Jackson และ Chelsea ซึ่งหวังว่าจะได้รับอย่างน้อยสองเท่าของ 32 ล้านปอนด์ที่พวกเขาใช้ไปกับการเซ็นสัญญากับกองหน้าชาวเซเนกัลจากบียาร์เรอัล

Christopher Nkunku (Chelsea)

ไม่ใช่ผู้เล่นเชลซีอีกแล้วเหรอ?! ด้วยการมาถึงของ Liam Delap และ Joao Pedro วันเวลาของ Christopher Nkunku ที่ Stamford Bridge ดูเหมือนจะถูกนับถอยหลัง เขาทำให้สิงห์บลูส์เสียเงิน 52 ล้านปอนด์เมื่อสองปีที่แล้ว สิงห์บลูส์จะอนุญาตให้กองหน้าชาวฝรั่งเศสย้ายออกไปในราคาถูกหรือไม่?

Alejandro Garnacho (Manchester United)

Alejandro Garnacho ยังอายุเพียง 21 ปีและมีอาชีพทั้งหมดอยู่ข้างหน้าเขา แต่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่ที่แมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด การย้ายไปเชลซีอาจอยู่ในความคิดของปีกชาวอาร์เจนตินา

Limbo XI

สรุป Limbo XI: ใครบ้างที่อยู่ในสถานการณ์ต้องย้ายทีม?

สถานการณ์ Limbo XI ในตลาดนักเตะปัจจุบันแสดงให้เห็นถึงความไม่แน่นอนที่นักเตะหลายคนต้องเผชิญ ไม่ว่าจะเป็นผู้รักษาประตูมากประสบการณ์อย่าง Donnarumma หรือดาวรุ่งอย่าง Garnacho การตัดสินใจครั้งสำคัญกำลังรอคอยพวกเขาอยู่ การย้ายทีมอาจเป็นโอกาสเดียวที่จะทำให้พวกเขากลับมาโลดแล่นและแสดงศักยภาพได้อย่างเต็มที่อีกครั้ง การจับตามองสถานการณ์ของนักเตะเหล่านี้ในช่วงเวลาที่เหลือของตลาดซื้อขายนักเตะจะเป็นสิ่งที่น่าสนใจอย่างยิ่ง

ที่มา – ‘Limbo XI’ – which ‘unwanted’ players need to move?

ทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้

ทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้

‘You are not going to make everyone happy in your team’

Liverpool manager Gareth Taylor tells BBC Sport’s Emma Sanders that he stayed “true to my role” when dealing with disagreements with England forward Chloe Kelly in his previous job as Manchester City boss.

READ MORE: Taylor says he was true to role during Kelly argument

ในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง การทำความเข้าใจว่าคุณทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หัวหน้าทีมหลายคนต้องเผชิญกับความท้าทายในการบริหารความคาดหวังที่แตกต่างกัน ความต้องการที่หลากหลาย และบุคลิกที่ขัดแย้งกันภายในทีม บทความนี้จะสำรวจแนวทางในการนำทางความซับซ้อนเหล่านี้อย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมการทำงานที่ส่งเสริมประสิทธิภาพการทำงานและความพึงพอใจในระดับที่เหมาะสม

ทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้

การพยายามทำให้ทุกคนในทีมพอใจเป็นเป้าหมายที่ไม่สมจริง และอาจนำไปสู่การตัดสินใจที่ไม่ดีได้ การให้ความสำคัญกับความต้องการของบุคคลมากเกินไปอาจทำให้เสียสมาธิจากเป้าหมายหลักของทีมและความสำเร็จขององค์กร เมื่อหัวหน้าทีมตระหนักถึงข้อจำกัดนี้ พวกเขาจะสามารถตัดสินใจได้อย่างมีข้อมูลมากขึ้น โดยคำนึงถึงผลประโยชน์โดยรวมของทีมเป็นหลัก

ทำไมการทำให้ทุกคนพอใจจึงเป็นไปไม่ได้?

  • ความต้องการและความคาดหวังที่แตกต่างกัน: สมาชิกในทีมแต่ละคนมีความต้องการและแรงจูงใจที่แตกต่างกัน การตอบสนองทุกความต้องการส่วนตัวเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้
  • ทรัพยากรที่จำกัด: เวลา เงินทุน และโอกาสมีอยู่อย่างจำกัด ทำให้การจัดสรรทรัพยากรให้ทุกคนอย่างเท่าเทียมกันเป็นเรื่องยาก
  • ความขัดแย้งโดยธรรมชาติ: ความขัดแย้งเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานร่วมกัน การพยายามหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทั้งหมดอาจส่งผลเสียต่อการแก้ปัญหาและความคิดสร้างสรรค์

เมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่ทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ หัวหน้าทีมควรพิจารณากลยุทธ์ที่เน้นความเป็นธรรม ความโปร่งใส และการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ

กลยุทธ์ในการบริหารความคาดหวัง

  • กำหนดเป้าหมายและความคาดหวังที่ชัดเจน: เมื่อทุกคนเข้าใจบทบาท ความรับผิดชอบ และเป้าหมายของทีม จะช่วยลดความเข้าใจผิดและความขัดแย้ง
  • สื่อสารอย่างเปิดเผยและตรงไปตรงมา: การสื่อสารอย่างสม่ำเสมอเกี่ยวกับการตัดสินใจ เหตุผลเบื้องหลัง และความท้าทายที่ทีมเผชิญอยู่ ช่วยสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจ
  • ให้ข้อเสนอแนะอย่างสม่ำเสมอ: การให้ข้อเสนอแนะที่สร้างสรรค์ช่วยให้สมาชิกในทีมทราบว่าพวกเขากำลังทำผลงานได้ดีในด้านใด และต้องปรับปรุงในด้านใด
  • ส่งเสริมวัฒนธรรมของการยอมรับ: สร้างสภาพแวดล้อมที่สมาชิกในทีมรู้สึกสบายใจที่จะแสดงความคิดเห็น แม้ว่าความคิดเห็นนั้นจะแตกต่าง
  • ให้ความสำคัญกับความเป็นธรรมและความเสมอภาค: แม้ว่าการทำให้ทุกคนพอใจเป็นไปไม่ได้ แต่การปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเป็นธรรมและให้โอกาสที่เท่าเทียมกันเป็นสิ่งสำคัญ

ทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ แต่คุณสามารถสร้างทีมที่ประสบความสำเร็จได้ด้วยการมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายร่วมกัน การสื่อสารที่ชัดเจน และการสร้างสภาพแวดล้อมที่สนับสนุนซึ่งสมาชิกในทีมรู้สึกมีคุณค่าและได้รับการเคารพ

สุดท้ายนี้ การยอมรับว่าคุณทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ จะช่วยปลดปล่อยคุณจากความกดดันที่ไม่จำเป็น และช่วยให้คุณมุ่งเน้นไปที่สิ่งที่สำคัญจริงๆ นั่นคือการสร้างทีมที่มีประสิทธิภาพสูงและบรรลุเป้าหมาย

ท้ายที่สุดแล้ว การเป็นผู้นำที่ดีคือการตัดสินใจที่ยากลำบากและไม่เป็นที่นิยม แต่เป็นประโยชน์ต่อทีมโดยรวม การยอมรับความจริงที่ว่าคุณทำทีม: คุณทำให้ทุกคนพอใจไม่ได้ จะช่วยให้คุณเป็นผู้นำที่ดีขึ้นและสร้างทีมที่แข็งแกร่งขึ้นได้

ที่มา – ‘You are not going to make everyone happy in your team’

สอบ 5 สส.พรรคประชาชน ปมด้อยค่าศาสนา

สอบ 5 สส.พรรคประชาชน ขัด รธน.-พ.ร.บ.สงฆ์ อภิปรายด้อยค่าโจมตีพระพุทธศาสนา

ชมรมสันติประชาธรรมยื่นหนังสือถึงประธานสภาฯ ขอให้สอบ 5 สส.พรรคประชาชน กรณีอภิปรายงบประมาณ 2569 โดยใช้ถ้อยคำด้อยค่าโจมตีพระพุทธศาสนา ซึ่งอาจผิดจริยธรรมร้ายแรง ขัดต่อรัฐธรรมนูญและ พ.ร.บ.สงฆ์

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ณ อาคารรัฐสภา นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ โฆษกประธานสภาผู้แทนราษฎร รับยื่นหนังสือจากนายแทนคุณ จิตต์อิสระ ประธานชมรมสันติประชาธรรม และพระมหาวัฒนา ปญฺญาทีโป วัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม จ.นครปฐม พร้อมคณะ เพื่อขอให้ตรวจสอบและดำเนินการต่อ ส.ส. 5 คน ของพรรคประชาชน ผู้กระทำการอันเป็นการผิดจริยธรรมร้ายแรงขัดต่อรัฐธรรมนูญและกฎหมาย โดยประธานชมรมสันติประชาธรรม พร้อมด้วยพระมหาวัฒนา ปญฺญาทีโป วัดมหาสวัสดิ์นาคพุฒาราม จ.นครปฐม และประชาชนผู้มีความห่วงใยต่อการธำรงรักษาพระพุทธศาสนาและความมั่นคงของพระพุทธศาสนาอันเป็นศาสนาที่ประชาชนชาวไทยส่วนใหญ่นับถือ เคารพ และศรัทธา ขอยื่นหนังสือต่อประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อขอให้พิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่

กรณี ส.ส. 5 คน ของพรรคประชาชน ได้อภิปรายในการพิจารณาร่าง พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 โดยใช้ถ้อยคำและแสดงพฤติกรรมอันเป็นการด้อยค่าและโจมตีพระพุทธศาสนา ซึ่งการกระทำดังกล่าวมิใช่เพียงการวิพากษ์วิจารณ์การใช้งบประมาณของรัฐ แต่เป็นการลบหลู่ศาสนา และยังแสดงถ้อยคำอันไม่สมควรต่อพระพุทธศาสนาซึ่งมีลักษณะเข้าข่ายความผิดตามกฎหมายและแสดงความไม่ให้เกียรติต่อโครงการหรือกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับพระพุทธศาสนาในแผนการใช้งบประมาณ โดยมีการถ่ายทอดสดและเผยแพร่ผ่านสื่อสาธารณะซึ่งเป็นการสร้างความกระทบกระเทือนต่อจิตใจและศรัทธาของพุทธศาสนิกชนจำนวนมาก อันเป็นการบ่อนทำลายความสงบเรียบร้อยของสังคมและความมั่นคงทางวัฒนธรรมของชาติ

ข้อกฎหมายและเหตุผลประกอบการยื่นสอบ 5 สส.พรรคประชาชน อาทิ การขัดต่อรัฐธรรมนูญ มาตรา 31 ที่รับรองเสรีภาพในการนับถือศาสนาและการปฏิบัติศาสนกิจ, มาตรา 67 ที่บัญญัติให้รัฐมีหน้าที่อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา, มาตรา 50 ที่บุคคลมีหน้าที่ในการพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข อีกทั้งยังผิดมาตรฐานทางจริยธรรมร้ายแรงตามมาตรฐานทางจริยธรรมของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2561 ที่กำหนดให้ต้องประพฤติปฏิบัติด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เคารพสิทธิเสรีภาพ ศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ รวมทั้งต้องเคารพ และไม่ลบหลู่ศาสนาที่ประชาชนยึดถือ และข้อบังคับว่าด้วยประมวลจริยธรรมของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและกรรมาธิการ พ.ศ. 2563 ข้อ 6 สมาชิกและกรรมาธิการต้องจงรักภักดีและพิทักษ์รักษาไว้ซึ่งสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข ประกอบข้อ 7 สมาชิกและกรรมาธิการต้องรักษาไว้และปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยโดยเคร่งครัด นอกจากนี้ ยังเข้าข่ายความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 และ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 มาตรา 54

ขั้นตอนการดำเนินการหลังจากยื่นสอบ 5 สส.พรรคประชาชน

หลังจากยื่นเรื่องแล้ว ทางชมรมฯ ขอให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรโปรดดำเนินการนำเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบอย่างเร่งด่วน และเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการจริยธรรมของสภาผู้แทนราษฎร เพื่อพิจารณาลงโทษตามสมควร หากพบมูลความผิดให้ส่งเรื่องต่อยังคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพื่อพิจารณาว่าเป็นการผิดจริยธรรมร้ายแรง และดำเนินการตามขั้นตอนที่กฎหมายบัญญัติ พร้อมให้ประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ พนักงานสอบสวน เพื่อพิจารณาดำเนินคดีอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 206 และดำเนินคดีตามมาตรา 54 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 และกฎหมายที่เกี่ยวข้อง พร้อมให้ประกาศผลการตรวจสอบต่อสาธารณชน เพื่อสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องและรักษาศรัทธาของประชาชนต่อสถาบันการเมืองและสถาบันพระพุทธศาสนา

พระมหาวัฒนา ปญฺญาทีโป กล่าวเพิ่มเติมว่า การอภิปรายของ ส.ส. ทั้ง 5 คนนั้น แสดงให้เห็นว่าไม่มีความเข้าใจในพระพุทธศาสนาอย่างเพียงพอ โดยเฉพาะเรื่องงบประมาณ หลายส่วนซึ่งมีความสำคัญต่อการดำรงไว้ซึ่งพระพุทธศาสนาและประชาชนชาวพุทธ เราต้องยอมรับว่าที่ผ่านมาสถานการณ์หลายอย่างส่งผลกระทบต่อชาวพุทธ ทั้งเรื่องพระราชาคณะ และพระภิกษุบางรูปที่ประพฤติเสื่อมเสียพระธรรมวินัย แต่ก็เป็นส่วนน้อย ในส่วนของการไปกราบไหว้สังเวชนียสถานนั้นก็เป็นศาสนสถานที่สำคัญ ซึ่งพระพุทธเจ้าตรัสไว้ว่า พระภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา หากระลึกถึงพระพุทธเจ้าก็ให้ไปยังสังเวชนียสถาน คือสถานที่ที่พระพุทธเจ้า ประสูติ ตรัสรู้ แสดงธัมมจักกัปปวัตนสูตร และปรินิพพาน ดังนั้น การไปยังสถานที่นั้นจะทำให้จิตของตนเองเลื่อมใสได้ก็จะเป็นบุญที่เราสามารถกระทำได้ง่ายที่สุด

นายคัมภีร์ ดิษฐากรณ์ กล่าวภายหลังรับหนังสือว่า หลักธรรมคำสอนและกรณีที่ถูกพาดพิงถึงนั้นเป็นเรื่องสำคัญ เพราะทุกศาสนาเกิดจากความเลื่อมใสของคนในสังคมนั้น ศาสนาใครก็คือศาสนาของคนนั้น ไม่ควรที่จะไปละเมิด หรือกล่าวถึงในทางที่ไม่ดี ทั้งนี้ จะนำเรื่องดังกล่าวกราบเรียนประธานสภาผู้แทนราษฎร เพื่อดำเนินการต่อไป

การดำเนินการสอบ 5 สส.พรรคประชาชนในครั้งนี้ ถือเป็นประเด็นละเอียดอ่อนที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทุกฝ่าย และธำรงไว้ซึ่งความเคารพในศาสนาที่ประชาชนส่วนใหญ่นับถือ การแสดงความคิดเห็นทางการเมืองเป็นสิทธิเสรีภาพ แต่ต้องไม่ละเมิดสิทธิและความเชื่อของผู้อื่น

ประเด็นการอภิปรายงบประมาณที่เกี่ยวข้องกับศาสนาเป็นเรื่องที่ต้องถกเถียงกันด้วยเหตุผลและข้อมูลที่ถูกต้อง การแสดงความคิดเห็นที่สร้างสรรค์จะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – ยื่นสอบ 5 สส.พรรคประชาชน ขัด รธน.-พ.ร.บ.สงฆ์ อภิปรายด้อยค่าโจมตีพระพุทธศาสนา

แฉ! ทหารกัมพูชาทำ “หลุมขวาก” ป้องกันทหารไทย

สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง! มีรายงานว่า “ทหารกัมพูชา” ได้ทำการสร้างกับดัก “หลุมขวาก” บริเวณภูมะเขือ โดยมีจุดประสงค์เพื่อป้องกัน “ทหารไทย” จากการลาดตระเวนในพื้นที่ โชคดีที่ยังไม่มีทหารไทยได้รับอันตรายจากกับดักดังกล่าว

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ทหารที่ประจำการอยู่บริเวณชายแดนภูมะเขือได้ส่งภาพหลักฐาน “หลุมขวาก” ที่ถูกพรางไว้ให้กับทีมข่าวไทยรัฐ พร้อมระบุข้อความว่า “เจอแบบนี้ จะลาดตระเวนกันยังไง” สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากและความเสี่ยงที่ทหารไทยต้องเผชิญในการปฏิบัติหน้าที่

ทหารกัมพูชาทำหลุมขวาก

แหล่งข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า “ทหารกัมพูชา” ได้ทำการพราง “หลุมขวาก” เหล่านี้ด้วยการใช้ใบไม้ปกคลุมปากหลุม ทำให้ยากต่อการสังเกต โชคดีที่ช่วงนี้มีฝนตกลงมา ทำให้สามารถสังเกตเห็นความผิดปกติและพบว่าเป็นหลุมพราง ก่อนที่จะมีใครตกลงไปได้รับบาดเจ็บสาหัส

ลักษณะของหลุมขวาก

“หลุมขวาก” ภัยร้ายชายแดนที่ต้องระวัง

เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการรักษาความสงบบริเวณชายแดน และความจำเป็นที่ทหารไทยจะต้องเพิ่มความระมัดระวังในการลาดตระเวน เพื่อหลีกเลี่ยงอันตรายจากกับดักที่อาจถูกซ่อนไว้

อันตรายจาก “หลุมขวาก”

“หลุมขวาก” เป็นกับดักที่อันตรายอย่างยิ่ง เนื่องจากมักจะถูกพรางไว้ใต้ดิน ทำให้ยากต่อการสังเกต หากตกลงไป อาจได้รับบาดเจ็บสาหัสจากของมีคมที่ปักอยู่ภายในหลุม หรืออาจถึงขั้นเสียชีวิตได้

ผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ

การกระทำดังกล่าวของ “ทหารกัมพูชา” อาจส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ และอาจนำไปสู่ความขัดแย้งที่รุนแรงยิ่งขึ้น หากไม่มีการแก้ไขปัญหาอย่างเหมาะสม

ข้อควรระวังในการลาดตระเวน

เพื่อความปลอดภัยในการปฏิบัติหน้าที่ ทหารไทยควรปฏิบัติตามข้อควรระวังดังต่อไปนี้:

  • เพิ่มความระมัดระวังในการเดินลาดตระเวน สังเกตความผิดปกติของพื้นดิน
  • ใช้เครื่องมือตรวจจับวัตถุแปลกปลอม เพื่อหาร่องรอยของกับดัก
  • แจ้งเตือนเพื่อนร่วมงาน หากพบสิ่งผิดปกติ
  • หลีกเลี่ยงการเดินในพื้นที่รกทึบ หรือพื้นที่ที่เคยเกิดเหตุการณ์ความไม่สงบ

เหตุการณ์ “ทหารกัมพูชา” ทำ “หลุมขวาก” บริเวณชายแดน ถือเป็นเรื่องที่ต้องให้ความสำคัญอย่างยิ่ง หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการตรวจสอบข้อเท็จจริง และหามาตรการป้องกัน เพื่อความปลอดภัยของทหารไทย และเพื่อรักษาความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ

การลาดตระเวนตามแนวชายแดนมีความเสี่ยงอยู่เสมอ การมีสติ ความรอบคอบ และการทำงานเป็นทีม จะช่วยลดความเสี่ยงและป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นได้ ขอเป็นกำลังใจให้ทหารไทยทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อประเทศชาติ

ที่มา – แฉ “ทหารกัมพูชา” ทำกับดัก “หลุมขวาก” บริเวณภูมะเขือ ป้องกัน “ทหารไทย”

วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน

นักศึกษา วปอ. นำไม้กอล์ฟ “บิ๊กตู่” ประมูลสมทบช่วยทหารบาดเจ็บ ขณะที่ วปอ.บอ.รุ่นที่ 1 ของนายกฯ อิ๊งค์ มอบ 50,000 บาท รอง ผบ.ทสส. ยันนำไปตอบแทนทหารที่เสียสละ “บิ๊กกุ้ง” ย้ำ พระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยทหารทุกนาย

วันที่ 19 ส.ค. 2568 ที่สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ มีการจัดพิธีมอบความช่วยเหลือทหารที่บาดเจ็บ รวมทั้งเสริมสร้างความมั่นคงของฐานที่มั่นในการปกป้องอธิปไตย จากเหตุการณ์ปะทะตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยมี พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ รองผู้บัญชาการทหารสูงสุด และ พล.ท.บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 เป็นผู้รับมอบ รวมมูลค่ากว่า 14,800,000 บาท ขณะที่ในส่วนนักศึกษา วปอ. ในแต่ละรุ่น ได้มอบเงินช่วยเหลือ รวมกว่า 3 ล้านบาท โดย วปอ.64 ที่มี นายพุทธิพงษ์ ปุณณกันต์ อดีต รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานรุ่น วปอ.64 ได้มอบเงินกว่า 776,000 บาท โดยรุ่นดังกล่าวได้มีการจัดระดมทุนหลายทาง เช่น มีการประมูลสิ่งของ หนึ่งในนั้นคือไม้พัตเตอร์ (ไม้กอล์ฟ) ของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา อดีตนายกฯ ขณะที่ วปอ.บอ.รุ่นที่ 1 รุ่นของ นส.แพทองธาร ชินวัตร นายกฯ และ รมว.วัฒนธรรม มอบเงิน 50,000 บาท นอกจากนี้ยังมีภาคเอกชน เครือข่ายต่างๆ เช่น มูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง 1 ล้านบาท และบริษัท ปตท. 5 ล้านบาท เป็นต้น

พล.อ.อุกฤษฎ์ กล่าวว่า สิ่งที่เราร่วมใจในวันนี้เพื่อเชิดชูเกียรติตอบแทนคุณงามความดีของกำลังพลผู้เสียสละ โดยมอบสวัสดิการกำลังพลบาดเจ็บทุกท่าน โดยแต่ละนายมีอาการบาดเจ็บสาหัส และหลายนายสูญเสียอวัยวะส่งผลต่อการดำรงชีวิตในอนาคต รวมถึงการพัฒนาขีดความสามารถยุทโธปกรณ์เพื่อการปฏิบัติการพิเศษ เช่น เทคโนโลยีในการพิสูจน์ทราบ เพิ่มความทันสมัยเพิ่มประสิทธิภาพในการปกป้องอธิปไตยของฝ่ายเรา และสร้างบังเกอร์ความมั่นคงของฐานที่มั่น เส้นทางปรับปรุงก่อสร้างภูมิประเทศที่สำคัญเช่น ภูมะเขือ รวมถึงการจัดหาระบบโซลาร์เซลล์ กล้องส่องทางไกลอินฟราเรด เมื่อทหารได้รับจะเกิดเป็นสิทธิประโยชน์และเป็นความปลอดภัยในการปฏิบัติงานปกป้องอธิปไตยตามแนวชายแดนต่อไป ความร่วมมือของทุกท่านแสดงให้เห็นถึงความรักความสามัคคีของคนไทยทั้งชาติ ช่วงเวลาสำคัญนี้

วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า รู้สึกชื่นชมและดีใจที่ประเทศชาติเราเป็นอย่างนี้ คนไทยไม่ทิ้งกัน เหตุการณ์ตลอดแนวชายแดนเกือบ 1,000 กิโลเมตร มีหลายเหตุการณ์ ลูกหลานทหารพยายามทำให้ดีที่สุด ทั้งนี้การสูญเสียพวกเราป้องกันอย่างเข้มงวดทุกระดับชั้น แต่การเข้าตีบางอย่างเราเป็นฝ่ายรุกอาจมีเหตุที่พวกเราบาดเจ็บบ้าง พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงห่วงใยทหารทุกนายที่ได้รับผลกระทบ การปฏิบัติด้านยุทธการครั้งนี้ พระองค์ทรงรับเป็นคนไข้ในพระบรมราชานุเคราะห์ทั้งหมด

รู้จักโครงการ วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน

โครงการ วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่แสดงให้เห็นถึงความร่วมมือร่วมใจของคนไทยในการช่วยเหลือทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ การระดมทุนผ่านการประมูลสิ่งของต่างๆ เช่น ไม้กอล์ฟของอดีตนายกรัฐมนตรี เป็นการสร้างความตระหนักรู้และกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ผู้ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ

พล.ท.บุญสิน กล่าวว่า ขอขอบคุณสิ่งของที่มอบให้ในวันนี้ จะนำไปใช้กับน้องๆ ที่อยู่หน้าแนวตามวัตถุประสงค์ ที่ทุกท่านได้มอบให้โดยด่วน ซึ่งบางครั้งงบประมาณราชการ กองบัญชาการกองทัพไทย กองทัพบก รัฐบาล ได้มอบให้เพียงพอ แต่บางรายการนั้นเร่งด่วน รอการจัดหาตามช่วงเวลาไม่ทัน จึงต้องขอบคุณทุกท่านที่สอบถามไปยังหน่วย ช่วงนี้สถานการณ์ยัง 50-50 ตามภาพข่าวประเทศกัมพูชา ก็เป็นไปตามที่เราเข้าใจ ไม่มีอะไรที่เราไว้ใจได้ ปัจจุบันกองทัพภาคที่ 2 โดยผู้บัญชาการทหารสูงสุด มีความห่วงใยได้ลงไปตรวจเยี่ยมเป็นประจำ รวมถึงผู้บัญชาการทหารบก ซึ่งเหล่าทัพมีความพร้อม ทั้งที่จะคุยกันแบบมิตรภาพ ถ้ามีเหตุจะปะทะกันอีก ก็พร้อม ขอให้พี่น้องทุกท่านสบายใจในการปฏิบัติของทหารเรา หวังว่าเหตุการณ์พวกนี้จะยุติโดยเร็ว ปลายเดือน ส.ค.นี้ ตนจะประชุมอาร์บีซี กับแม่ทัพกัมพูชา คงจะพูดคุยกันให้เข้าใจ เพื่อนำไปสู่การประชุมจีบีซีอีกรอบ จึงหวังว่าจะคุยกันเข้าใจ โดยทุกสิ่งทุกอย่างตั้งอยู่บนผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นหลัก

การที่รุ่น วปอ.64 ได้ร่วมกันจัดกิจกรรม วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน นั้น แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการสนับสนุนการทำงานของทหาร และเป็นการส่งเสริมความรักชาติและความสามัคคีในสังคมไทย

โครงการ วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ ช่วยทหารชายแดน ไม่ได้เป็นเพียงแค่การระดมทุน แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการรวมพลังของคนไทยในการช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามที่ประเทศชาติต้องการ การสนับสนุนและให้กำลังใจแก่ทหารที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดนเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขามีขวัญและกำลังใจในการปกป้องอธิปไตยของชาติ

ที่มา – วปอ.64 ประมูลไม้กอล์ฟ “บิ๊กตู่” ช่วยทหารชายแดน – วปอ.บอ. รุ่น “อิ๊งค์” มอบ 5 หมื่น

วงจรปิดจับภาพ “โจรไฮโซ” ขโมยรถเข็นราคา 300

หลักฐานชัดมาก! เจ้าของร้านเปิดภาพวงจรปิดนาที “โจรไฮโซ” 2 ผัวเมีย แต่งตัวดี ขี่บิ๊กไบค์ มาขโมยรถเข็นราคา 300 บาท ทำเอาเจ้าของร้านถึงกับงง

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก น.ส.ภัทราทิพย์ เล็กดารา อายุ 30 ปี เจ้าของร้านเทียนฝู่หม่าล่า ว่ากล้องวงจรปิดหน้าร้าน จับภาพได้ว่ามีชายหญิงแต่งตัวดี ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาขโมยรถเข็นราคา 300 บาทที่วางไว้บริเวณข้างร้านแล้วขับหนีไป เหตุเกิดที่ อ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี

น.ส.ภัทราทิพย์ เล็กดารา เล่าว่า ลูกน้องโทรมาแจ้งว่ารถเข็นขยะที่หน้าร้านหายไปเมื่อวันที่ 28 ก.ค. เวลาประมาณ 03.00 น. ตอนนั้นเธออยู่ที่ต่างประเทศ เมื่อตรวจสอบกล้องวงจรปิดก็พบว่ามีชายหญิงคู่หนึ่งแต่งตัวดีมาก ขับรถจักรยานยนต์บิ๊กไบค์มาจอดหน้าร้าน จากนั้นผู้ชายได้เอาถุงขนาดใหญ่มาคลุมรถเข็นแล้วก็ขับรถออกไปอย่างรวดเร็ว

จากการสังเกตของ น.ส.ภัทราทิพย์ ฝ่ายชายดูเหมือนจะรู้ว่ามีกล้องวงจรปิด และพยายามหลบมุมกล้องอย่างมืออาชีพ หลังจากเธอกลับจากต่างประเทศ จึงได้โพสต์คลิปวิดีโอเพื่อเตือนภัยในกลุ่มคลองสาม

น.ส.ภัทราทิพย์ คาดว่าสาเหตุอาจมาจากสภาพเศรษฐกิจที่ไม่ดี ทำให้คนต้องขโมยของที่มีราคาน้อยนิดอย่างรถเข็นราคา 300 บาท เธอมองว่าการตามคืนหรือแจ้งความอาจไม่คุ้มค่า เขาจึงเลือกขโมยสิ่งของเล็กๆ น้อยๆ อีกทั้งเธอยังคิดว่าคนร้ายน่าจะเคยก่อเหตุในลักษณะนี้มาแล้วหลายครั้ง เพราะดูจากท่าทางที่หลบมุมกล้องได้อย่างชำนาญ

วงจรปิดจับภาพ “โจรไฮโซ” ขโมยรถเข็นราคา 300

สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นอุทาหรณ์เตือนภัยให้กับร้านค้าต่างๆ ให้ระมัดระวังในการวางสิ่งของไว้หน้าร้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากไม่มีอะไรล็อกไว้ บางครั้งเราคิดว่ามันเป็นเพียงของเล็กน้อย ของที่ไม่สำคัญ หรือของที่ไม่ได้ใช้ ก็ควรเก็บรักษาไว้ให้ดี เพราะในยุคเศรษฐกิจเช่นนี้ อะไรที่นำไปขายเป็นเงินได้ก็อาจตกเป็นเป้าหมายของมิจฉาชีพได้ ทำให้เราเดือดร้อนและเสียเวลาไปหาซื้อมาใหม่ได้

บทเรียนจากเหตุการณ์ “โจรไฮโซ” ขโมยรถเข็นราคา 300 บาท

เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่า ไม่ควรประมาทในการดูแลทรัพย์สินของตนเอง แม้ว่าจะเป็นของราคาไม่แพงก็ตาม นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจว่า สภาพเศรษฐกิจที่ย่ำแย่อาจผลักดันให้ผู้คนกระทำสิ่งที่ผิดศีลธรรมได้ ดังนั้น การช่วยเหลือและแบ่งปันจึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของผู้อื่นได้

  • อย่าประมาท: ดูแลทรัพย์สิน แม้ราคาไม่แพง
  • ระวังภัย: ติดตั้งกล้องวงจรปิด สังเกตสิ่งผิดปกติ
  • ช่วยเหลือกัน: แบ่งปัน ช่วยเหลือผู้เดือดร้อน

การป้องกันดีกว่าแก้ หากเราระมัดระวังและใส่ใจในรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ ก็จะสามารถลดความเสี่ยงจากการถูกขโมยได้ นอกจากนี้ การสร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ก็จะช่วยลดปัญหาอาชญากรรมได้ในระยะยาว

ถึงแม้ว่ารถเข็นราคา 300 บาทอาจจะไม่ใช่ทรัพย์สินที่มีมูลค่ามากมาย แต่การที่ต้องเสียเวลาและเสียความรู้สึกจากเหตุการณ์นี้ก็เป็นสิ่งที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งที่ดีที่สุด

ที่มา – วงจรปิดจับภาพ “โจรไฮโซ” 2 ผัวเมีย แต่งตัวดี-ขี่บิ๊กไบค์ ขโมยรถเข็นราคา 300 บาท

อนุทินไม่วิจารณ์ มท. โยกย้ายล้างสายสีน้ำเงิน

อนุทินไม่วิจารณ์ มท. โยกย้ายล้างสายสีน้ำเงิน ชี้ข้าราชการใช้เงินรัฐ ไม่มีสีสันทางการเมือง!

นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ปฏิเสธที่จะวิพากษ์วิจารณ์กรณีการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการล้างสายสีน้ำเงิน โดยขอให้ผู้บริหารชุดใหม่สบายใจได้ว่าตนไม่เคยโทรศัพท์ถึงปลัดกระทรวงฯ หรือนัดหมายเพื่อขอให้ทำสิ่งใดเป็นพิเศษ นอกจากนี้ ยังโยนคำถามไปยังรัฐบาลว่ามีการเตรียมพร้อมรับมืออุบัติเหตุทางการเมืองที่อาจเกิดขึ้นในวันที่ 29 สิงหาคมนี้หรือไม่

เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม 2568 นายอนุทินฯ กล่าวถึงกรณีที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งถูกมองว่าเป็นการล้างสายสีน้ำเงิน ว่า “คำถามเหล่านี้อย่าถามผมเลย วันนี้เราไม่ได้มีหน้าที่ในกระทรวงมหาดไทยแล้ว จึงไม่ขอวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผู้บริหารชุดใหม่ แต่ถ้าวันใดที่ผมมีโอกาสกลับเข้าไปบริหารและมีนโยบายอย่างไร ผมคิดว่าคงไม่มีใครมาวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของผมเช่นกัน ซึ่งถือว่าแฟร์ๆ ดี แต่ละคนมีสไตล์การทำงานที่ไม่เหมือนกัน ใครมีนโยบายอย่างไรก็เป็นสิ่งที่พึงกระทำได้”

นายอนุทินฯ ยังยืนยันว่าไม่มีข้าราชการสายน้ำเงินหรือสายแดง พร้อมตั้งคำถามกลับว่า “พรรคภูมิใจไทยไปจ่ายเงินเดือนข้าราชการหรือไม่” ดังนั้นทุกคนควรตระหนักว่าตนเป็นข้าราชการของพี่น้องประชาชน กินเงินเดือนจากภาษีของประชาชน ใช้เงินของรัฐ ดังนั้นคำว่าสายน้ำเงิน สายแดง หรือสายใดๆ ก็ตาม ไม่ควรมีอยู่อีกต่อไป

“ตั้งแต่ผมออกจากกระทรวงมหาดไทย ผมเจอท่านปลัดกระทรวงฯ กี่ครั้ง ลองไปถามท่านดูสิ ผมต้องให้เกียรท่าน แต่โทรไปเดี๋ยวท่านเดือดร้อน ผมไม่เคยโทรไปหาท่าน ดังนั้นต้องเลิกคิดเรื่องนี้ได้แล้ว ต้องสบายใจได้แล้ว ผู้บริหารกระทรวงมหาดไทยชุดใหม่ก็สบายใจได้เลย ผมไม่เคยมีการพบปะกันแบบตั้งใจมาสุมหัว นัดคุยกันว่าให้ทำแบบนั้นแบบนี้ให้ผมได้ไหม หากเจอกันตามงานก็ไม่เกินครึ่งนาทีก็ต้องแยกย้าย เรารู้บทบาทของเรา” นายอนุทิน กล่าว

อนุทินไม่วิจารณ์ มท. โยกย้ายล้างสายสีน้ำเงิน

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การโยกย้ายครั้งนี้มีความเกี่ยวข้องกับการเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์ หากเกิดอุบัติเหตุทางการเมืองหลังวันที่ 29 สิงหาคมหรือไม่ นายอนุทินฯ ตอบว่า “ต้องไปถามเขา”

ทำไมอนุทินไม่วิจารณ์ มท. โยกย้ายล้างสายสีน้ำเงิน?

การที่นายอนุทินฯ ปฏิเสธที่จะวิพากษ์วิจารณ์การโยกย้ายข้าราชการกระทรวงมหาดไทย อาจเป็นเพราะต้องการหลีกเลี่ยงความขัดแย้งทางการเมือง และต้องการให้ผู้บริหารชุดใหม่ของกระทรวงมหาดไทยสามารถทำงานได้อย่างอิสระ โดยไม่มีแรงกดดันจากภายนอก นอกจากนี้ การที่นายอนุทินฯ ย้ำว่าข้าราชการทุกคนควรทำงานเพื่อประชาชน โดยไม่แบ่งแยกสีสันทางการเมือง แสดงให้เห็นถึงความต้องการที่จะสร้างความเป็นเอกภาพและความสมานฉันท์ในสังคม

ประเด็นสำคัญที่นายอนุทินเน้นย้ำคือ ข้าราชการต้องทำงานเพื่อประชาชนอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะอยู่ภายใต้การบริหารของรัฐบาลใด การโยกย้ายเป็นเรื่องปกติของการบริหารราชการ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการรักษาผลประโยชน์ของประชาชนเป็นหลัก

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน การเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายควรกระทำ อย่างไรก็ตาม การมุ่งเน้นไปที่การทำงานเพื่อประชาชนและการสร้างความสามัคคีในชาติยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด

อนุทินไม่วิจารณ์ มท. โยกย้ายล้างสายสีน้ำเงิน แต่เน้นย้ำถึงการทำงานเพื่อประชาชนโดยไม่แบ่งสี ถือเป็นจุดยืนที่น่าสนใจและควรได้รับการสนับสนุน

การเมืองไทยยังคงต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด แต่สิ่งที่พวกเราในฐานะประชาชนทำได้คือการติดตามข่าวสารอย่างมีสติ ใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ และร่วมกันสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเป็นธรรม

อนุทินไม่วิจารณ์ มท. โยกย้ายล้างสายสีน้ำเงิน เป็นการแสดงออกถึงการเคารพการตัดสินใจของผู้บริหารชุดใหม่ และเป็นการส่งสัญญาณว่าพร้อมที่จะให้ความร่วมมือหากได้รับการร้องขอ

ที่มา – “อนุทิน” ไม่ขอวิจารณ์ มท. โยกย้ายล้างสายสีน้ำเงิน ชี้ ขรก. ใช้เงินรัฐ ไม่มีสี

อักเยมัง สตาร์ยูโร คืนถิ่นไบรท์ตันแบบยืมตัว

มิเชล อักเยมัง กองหน้าทีมชาติอังกฤษ หวนซบไบรท์ตันอีกครั้งด้วยสัญญายืมตัวจากอาร์เซนอล สำหรับฤดูกาล 2025-26 ในศึกวีเมนส์ ซูเปอร์ลีก

อักเยมังมีบทบาทสำคัญในการช่วยให้ทีมสิงโตสาว คว้าแชมป์ยูโร 2025 และได้รับรางวัลผู้เล่นดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำทัวร์นาเมนต์

ดาวเตะวัย 19 ปีรายนี้เป็นผลผลิตจากอคาเดมีของอาร์เซนอล แต่ใช้เวลาในฤดูกาลที่ผ่านมาด้วยสัญญายืมตัวกับทีมนางนวล ทำไป 5 ประตูจากการลงเล่น 22 นัดในทุกรายการ

“สิ่งที่เธอประสบความสำเร็จในช่วงซัมเมอร์กับทีมชาติอังกฤษนั้นน่าทึ่งมาก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ” ดาริโอ วิโดซิช หัวหน้าโค้ชของไบรท์ตันกล่าว

“เธอมีคาแรคเตอร์ ความขยัน และความมุ่งมั่นแบบแชมเปี้ยน ในฐานะสโมสร เราภูมิใจในตัวเธออย่างมาก

“เธอเป็นส่วนสำคัญของฤดูกาลที่สร้างสถิติใหม่ของเราเมื่อปีที่แล้ว และเรารู้สึกตื่นเต้นกับฤดูกาลใหม่นี้ที่มีเธออยู่ในแนวรุกของเรา”

อักเยมังประเดิมสนามให้ทีมชุดใหญ่ของอาร์เซนอลในปี 2022 แต่ไม่สามารถยึดตำแหน่งตัวจริงได้อย่างสม่ำเสมอ โดยได้ลงเล่นเพียง 6 นัดในทุกรายการ

อักเยมัง สตาร์ยูโร คืนถิ่นไบรท์ตันแบบยืมตัว

การกลับมาของมิเชล อักเยมัง สตาร์ยูโร คืนถิ่นไบรท์ตันแบบยืมตัว ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลของทีมเป็นอย่างยิ่ง เพราะเธอได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเธอคือผู้เล่นที่มีคุณภาพและสามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

ด้วยความเร็ว ความแข็งแกร่ง และความสามารถในการจบสกอร์ที่เฉียบคม อักเยมังจะเป็นอาวุธสำคัญในแนวรุกของไบรท์ตัน และจะช่วยให้ทีมมีโอกาสประสบความสำเร็จมากยิ่งขึ้น

ทำไมการกลับมาของ อักเยมัง สตาร์ยูโร คืนถิ่นไบรท์ตันแบบยืมตัว ถึงสำคัญ?

  • เสริมความแข็งแกร่งในแนวรุก: อักเยมังเป็นผู้เล่นที่มีความสามารถในการจบสกอร์ที่เฉียบคม และจะช่วยเพิ่มโอกาสในการทำประตูให้กับทีมไบรท์ตัน
  • สร้างความหลากหลายในเกมรุก: ด้วยทักษะและความสามารถที่หลากหลาย อักเยมังจะช่วยให้ทีมไบรท์ตันมีรูปแบบการเล่นในเกมรุกที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น
  • เพิ่มขวัญและกำลังใจให้กับทีม: การมีผู้เล่นอย่างอักเยมังอยู่ในทีม จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับเพื่อนร่วมทีม และทำให้ทีมมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ การที่ อักเยมัง สตาร์ยูโร คืนถิ่นไบรท์ตันแบบยืมตัว ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการพัฒนาทีมและสร้างความสำเร็จในระยะยาว ไบรท์ตันต้องการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำในลีกได้ และการดึงผู้เล่นที่มีความสามารถอย่างอักเยมังมาร่วมทีม ถือเป็นก้าวสำคัญในการบรรลุเป้าหมายนั้น

การยืมตัวครั้งนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่ไบรท์ตันมีต่อศักยภาพของอักเยมัง พวกเขาเชื่อว่าเธอจะสามารถพัฒนาฝีเท้าต่อไปได้ และจะกลายเป็นผู้เล่นที่สำคัญของทีมในอนาคต

โดยรวมแล้ว การกลับมาของ มิเชล อักเยมัง สตาร์ยูโร คืนถิ่นไบรท์ตันแบบยืมตัว เป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมสำหรับไบรท์ตัน และจะช่วยให้ทีมมีโอกาสประสบความสำเร็จในฤดูกาลที่จะมาถึงมากขึ้น แฟนบอลของไบรท์ตันต่างตั้งตารอที่จะเห็นเธอลงสนามและสร้างผลงานที่น่าประทับใจให้กับทีม

Head here to get involved

การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า ไบรท์ตัน ให้ความสำคัญกับการพัฒนาผู้เล่นดาวรุ่ง และพร้อมที่จะให้โอกาสพวกเขาได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ การที่อักเยมังได้รับการปล่อยยืมตัวมายังไบรท์ตัน จะช่วยให้เธอได้รับโอกาสในการลงเล่นอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาฝีเท้าให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้น พร้อมทั้งเป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมไบรท์ตันอีกด้วย

ที่มา – Euros star Agyemang returns to Brighton on loan

ผบ.ทอ. บินสวีเดนลงนามจัดซื้อ “กริพเพน E/F” พร้อมชดเชย

กองทัพอากาศเตรียมลงนามจัดซื้อ “กริพเพน E/F” ในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ พร้อมรับข้อตกลงชดเชยทางเศรษฐกิจมูลค่ามหาศาลถึง 1 แสนล้านบาท! มาดูกันว่าดีลนี้จะส่งผลดีต่อประเทศไทยอย่างไร

ผบ.ทอ. บินไปสวีเดน ลงนามจัดซื้อ “กริพเพน E/F” 25 ส.ค. นี้ ไทยได้ชดเชย 1 แสนล้าน

พล.อ.ท.ประภาส สอนใจดี โฆษกกองทัพอากาศ เปิดเผยว่า คณะรัฐมนตรี (ครม.) ได้อนุมัติให้กองทัพอากาศเดินหน้าโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี “กริพเพน E/F” ต่อไป โดยมีข้อตกลง “ชดเชยการนำเข้ายุทโธปกรณ์” (Defence Offset) จากบริษัท Saab AB ประเทศสวีเดน ซึ่งถือเป็นประโยชน์อย่างยิ่งต่อประเทศไทย

ทำไมการจัดซื้อ “กริพเพน E/F” ครั้งนี้ถึงสำคัญ?

ไม่ใช่แค่เรื่องความมั่นคง! การจัดซื้อ “กริพเพน E/F” ในครั้งนี้มาพร้อมกับข้อตกลงชดเชย (Offset Policy) มูลค่าสูงถึง 1 แสนล้านบาท ซึ่งจะช่วยพัฒนาประเทศในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นเศรษฐกิจ สังคม การศึกษา และเทคโนโลยี ลองมาดูรายละเอียดกัน:

  • ความโปร่งใสและความรอบคอบ: รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ตรวจสอบกฎระเบียบและขั้นตอนต่างๆ อย่างละเอียด เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างโปร่งใสและถูกต้อง
  • ประโยชน์หลากหลายมิติ: ข้อตกลงชดเชยจาก Saab AB ไม่เพียงแต่เสริมสร้างความแข็งแกร่งด้านความมั่นคง แต่ยังช่วยส่งเสริมอุตสาหกรรม เทคโนโลยี และยกระดับการศึกษาของไทยอีกด้วย
  • ความร่วมมือจากทุกภาคส่วน: กองทัพอากาศจะทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้การดำเนินงานบรรลุผลสำเร็จสูงสุดและเกิดประโยชน์ต่อสังคมอย่างแท้จริง
  • ประชาชนเป็นศูนย์กลาง: การลงทุนด้านความมั่นคงในครั้งนี้ควบคู่ไปกับการสร้างประโยชน์โดยตรงต่อการพัฒนาประเทศและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) พร้อมคณะ มีกำหนดเดินทางไปลงนามในสัญญาจัดซื้อ “กริพเพน E/F” ที่ประเทศสวีเดนในวันที่ 25 สิงหาคมนี้ การเดินทางครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพของกองทัพอากาศและพัฒนาประเทศไปพร้อมๆ กัน

Defence Offset หรือ Offset Policy คืออะไร? ทำไมถึงสำคัญ? Offset Policy คือข้อตกลงที่ผู้ขาย (ในที่นี้คือ Saab AB) จะต้องให้ผลประโยชน์ตอบแทนแก่ผู้ซื้อ (ประเทศไทย) ในรูปแบบต่างๆ เช่น การถ่ายทอดเทคโนโลยี การลงทุนในอุตสาหกรรม การจ้างงาน หรือการพัฒนาบุคลากร ซึ่งข้อตกลงนี้มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและพัฒนาขีดความสามารถของประเทศผู้ซื้อ

สำหรับโครงการจัดหา “กริพเพน E/F” ครั้งนี้ ประเทศไทยจะได้รับผลประโยชน์ชดเชยทางเศรษฐกิจ (Defence Offset) ประมาณ 1 แสนล้านบาท จากโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตี 1 ฝูง (12 เครื่อง) มูลค่า 6 หมื่นล้านบาท ถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าและจะส่งผลดีต่อประเทศในระยะยาวอย่างแน่นอน

การจัดซื้อ “กริพเพน E/F” พร้อมข้อตกลงชดเชย 1 แสนล้านบาทนี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของประเทศไทยอย่างแท้จริง!

ที่มา – ผบ.ทอ. บินไปสวีเดน ลงนามจัดซื้อ “กริพเพน E/F” 25 ส.ค. นี้ ไทยได้ชดเชย 1 แสนล้าน