วัน: 21 สิงหาคม 2025

อัมปาดูเจ็บ! เวลส์หวั่นก่อนเยือนคาซัคสถาน

เวลส์อาจไม่มีเซ็นเตอร์แบ็ก อีธาน อัมปาดู ในเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่จะพบกับคาซัคสถานในเดือนกันยายนนี้

กัปตันทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ได้รับบาดเจ็บที่เข่าในเกมพรีเมียร์ลีกที่เอาชนะเอฟเวอร์ตัน 1-0 เมื่อวันจันทร์ โดย ดาเนียล ฟาร์เค ผู้จัดการทีมกล่าวว่า “เป็นข่าวร้าย เขาจะพักอย่างน้อยจนถึงช่วงพักเบรกทีมชาติ”

ฟาร์เคหวังว่านักเตะวัย 24 ปีจะฟิตสมบูรณ์สำหรับทีมของเขาหลังจากที่ทีมชาติของ เคร็ก เบลามี เดินทางไปคาซัคสถานในวันที่ 4 กันยายน ก่อนที่จะเป็นเจ้าภาพแคนาดาในเกมกระชับมิตรอีกห้าวันต่อมา

“เขาเป็นเด็กที่แข็งแกร่ง เขาจะพลาดเกม 3 นัดต่อไป รวมถึงเกมบอลถ้วยด้วย” ฟาร์เคกล่าวเสริม

“ผมหวังว่าจะได้เขากลับมาอีกครั้งในช่วงพักเบรกทีมชาติ มันเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังสำหรับเราที่เขาจะพลาดเกมที่จะมาถึง”

“[มัน] ไม่เหมาะ เขาเป็นกัปตันทีมของเราและเป็นผู้เล่นที่สำคัญมาก เราจะต้องหาทางแก้ไข”

เวลส์อยู่อันดับสองในกลุ่ม J ในแคมเปญรอบคัดเลือกหลังจากความพ่ายแพ้เพียงครั้งเดียวจนถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นการแพ้เบลเยียม 4-3 ในเดือนมิถุนายน

พวกเขาตามหลังนอร์ทมาซิโดเนียอยู่หนึ่งแต้ม ซึ่งเอาชนะคาซัคสถาน 1-0 ขณะที่เบลเยียมอยู่อันดับสาม โดยมีแต้มตามหลังสามแต้ม แต่มีเกมในมือสองเกม

อีธาน อัมปาดู กลายเป็นกำลังสำคัญที่น่าประทับใจสำหรับเวลส์ และการขาดหายไปของเขาในเกมกับคาซัคสถานจะเป็นเรื่องที่น่าผิดหวังอย่างมาก การที่ อัมปาดูเจ็บ ย่อมส่งผลกระทบต่อทีมอย่างแน่นอน

อัมปาดูเจ็บ! เวลส์หวั่นก่อนเยือนคาซัคสถาน

สถานการณ์ของทีมชาติเวลส์กำลังน่าเป็นห่วงเมื่อ อัมปาดูเจ็บ ก่อนเกมสำคัญในการไปเยือนคาซัคสถาน ทำให้แผนการของโค้ชอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนอย่างมาก

ผลกระทบต่อทีมชาติเวลส์เมื่อ อัมปาดูเจ็บ

การที่ อัมปาดูเจ็บ ส่งผลกระทบต่อทีมชาติเวลส์อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เขาคือผู้เล่นคนสำคัญในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ็ก และเป็นกัปตันทีมที่มีอิทธิพลต่อทีมอย่างมาก ประสิทธิภาพในเกมรับของเวลส์อาจลดลงอย่างเห็นได้ชัด การหาผู้เล่นมาแทนที่เขาจึงเป็นเรื่องที่ท้าทายอย่างยิ่ง

  • การปรับแผนการเล่น: โค้ชอาจต้องปรับแผนการเล่นเพื่อชดเชยการขาดหายไปของอัมปาดู
  • โอกาสสำหรับผู้เล่นคนอื่น: ผู้เล่นคนอื่นอาจได้รับโอกาสในการแสดงฝีมือ
  • ความมั่นใจของทีม: การขาดหายไปของกัปตันทีมอาจส่งผลต่อความมั่นใจของทีม

สถานการณ์นี้ทำให้แฟนบอลชาวเวลส์ต้องลุ้นกันอย่างหนักว่าทีมจะสามารถผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้อย่างไร การเดินทางไปเยือนคาซัคสถานนั้นไม่ง่ายอยู่แล้ว และการขาดผู้เล่นหลักยิ่งทำให้สถานการณ์ยากลำบากขึ้นไปอีก

อย่างไรก็ตาม นี่ก็เป็นโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นได้พิสูจน์ตัวเอง และแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของทีมได้เช่นกัน ทีมชาติเวลส์ยังคงมีผู้เล่นที่มีศักยภาพอีกหลายคนที่พร้อมจะทำหน้าที่ของตนอย่างเต็มที่

แน่นอนว่าการไม่มี อัมปาดู ในเกมสำคัญเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่ทีมชาติเวลส์ยังคงต้องเดินหน้าต่อไป และพยายามเก็บชัยชนะให้ได้เพื่อโอกาสในการผ่านเข้าไปเล่นในฟุตบอลโลก

การที่ทีมชาติเวลส์ต้องเผชิญหน้ากับความท้าทายนี้ แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการมีdepthของทีมที่ดี เพื่อให้สามารถรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝันได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – Injured Ampadu is Wales doubt for Kazakhstan trip

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำคัญ เรื่อง ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 แก่ผู้ทรงคุณวุฒิในทางศิลปวิทยาจำนวน 6 ท่าน ถือเป็นเกียรติประวัติและความภาคภูมิใจอย่างยิ่ง

โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศ เรื่อง พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 โดยมีรายละเอียดว่า ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานเหรียญอันทรงเกียรติแด่ผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ รวมทั้งสิ้น 6 ท่าน ซึ่งแต่ละท่านล้วนเป็นผู้ที่สร้างคุณูปการต่อวงการศิลปวิทยาของประเทศ

รายนามผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา

รายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ประจำปี 2567 มีดังนี้:

  • สาขาวิทยาศาสตร์: นายสุชาติ อุปถัมภ์
  • สาขาวิศวกรรมศาสตร์: นายเฉลิมชนม์ สถิระพจน์
  • สาขาแพทยศาสตร์: นางสาวอรินทยา พรหมินธิกุล
  • สาขามนุษยศาสตร์ (โบราณคดีก่อนประวัติศาสตร์): นางสาวรัศมี ชูทรงเดช
  • สาขาแพทยศาสตร์ (เภสัชศาสตร์): นายวันชัย ดีเอกนามกูล
  • สาขาแพทยศาสตร์ (ทันตแพทยศาสตร์): ท่านผู้หญิงเพ็ชรา เตชะกัมพุช

แต่ละท่านที่ได้รับพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ล้วนเป็นบุคคลากรที่มีความรู้ความสามารถ มีความเชี่ยวชาญในสาขาวิชาของตน และได้สร้างผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติอย่างมากมาย การได้รับพระราชทานเหรียญในครั้งนี้จึงเป็นการยกย่องเชิดชูเกียรติและความสามารถของท่านเหล่านั้นอย่างสมควร

พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา เป็นเครื่องหมายแห่งความสามารถและความทุ่มเทในการสร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมไทย ผู้ที่ได้รับพระราชทานเหรียญนี้จึงถือเป็นบุคคลตัวอย่างที่ควรค่าแก่การยกย่องและเป็นแรงบันดาลใจให้แก่ผู้อื่น

ประกาศดังกล่าวได้ลงวันที่ 4 สิงหาคม พุทธศักราช 2568 ซึ่งเป็นปีที่ 10 ในรัชกาลปัจจุบัน สามารถอ่านประกาศฉบับเต็มได้ที่ ราชกิจจานุเบกษา สำหรับผู้ที่สนใจรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานเหรียญและผลงานของแต่ละท่าน สามารถติดตามข่าวสารและข้อมูลเพิ่มเติมได้จากแหล่งข่าวที่เชื่อถือได้

การพระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยาในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวที่มีต่อผู้ทรงคุณวุฒิในสาขาต่างๆ และเป็นการส่งเสริมสนับสนุนให้บุคคลากรที่มีความสามารถได้สร้างสรรค์ผลงานที่เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติต่อไป

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานเหรียญดุษฎีมาลา เข็มศิลปวิทยา ให้แก่ 6 ผู้ทรงคุณวุฒิ

เจเจ กาเบรียล 14 ปี เตรียมซ้อมชุดใหญ่แมนยู

เจเจ กาเบรียล (JJ Gabriel) ดาวรุ่งวัย 14 ปีของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เตรียมเข้าร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ภายใต้การคุมทีมของรูเบน อโมริม (Ruben Amorim) ในบางโอกาสของฤดูกาลนี้ แม้ว่าเขาจะยังเด็กเกินไปที่จะมีส่วนร่วมในการแข่งขัน FA Youth Cup ในปีนี้ก็ตาม

ปีกดาวรุ่งรายนี้ได้เซ็นสัญญาผูกมัดอนาคตกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เมื่อช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา

ด้วยความสามารถที่โดดเด่น ทำให้ เจสัน Wilcox ผู้อำนวยการด้านเทคนิค มีบทบาทสำคัญในการเจรจา

กาเบรียล ประเดิมสนามในพรีเมียร์ลีก รุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี ด้วยการเป็นตัวจริงในเกมที่เอาชนะเอฟเวอร์ตันไป 1-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม แม้จะต้องเผชิญหน้ากับคู่ต่อสู้ที่มีอายุมากกว่าและรูปร่างใหญ่กว่า

จากนั้น เขาได้รับเชิญให้เข้าไปชมเกมพรีเมียร์ลีกที่แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด พบกับอาร์เซนอล ในวันรุ่งขึ้น ณ บริเวณ Directors’ Box ของสนามโอลด์ แทรฟฟอร์ด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรที่จะทำให้เขารู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของทีม

อโมริมได้พบกับดาวรุ่งรายนี้ที่สนามฝึกซ้อมแคร์ริงตันของยูไนเต็ดแล้ว

กุนซือของทีมปีศาจแดงจะได้เห็น เจเจ กาเบรียล (JJ Gabriel) มากขึ้น เนื่องจากเขาจะถูกดึงตัวเข้าร่วมฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ในบางครั้ง

แม้ว่าการที่นักเตะจากทีมอคาเดมี่ได้ฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่จะไม่ใช่เรื่องแปลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังเกมการแข่งขัน เมื่อผู้เล่นอาวุโสบางคนในทีมของอโมริมกำลังอยู่ในช่วงพักฟื้นร่างกาย แต่ก็เป็นเรื่องที่หาได้ยากสำหรับผู้เล่นอายุน้อยที่สุดในทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปีที่จะได้ทำเช่นนั้น

เจเจ กาเบรียล (JJ Gabriel) จะไม่มีส่วนร่วมกับความพยายามของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ในการคว้าแชมป์ FA Youth Cup ในฤดูกาลนี้ เนื่องจากผู้เล่นจะต้องเกิดก่อนวันที่ 31 สิงหาคม 2010

ดาวรุ่งรายนี้เริ่มมีชื่อเสียงในเดือนเมษายน เมื่อเขากลายเป็นผู้เล่นที่อายุน้อยที่สุดของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่ได้ลงเล่นให้กับทีมรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี โดยทำไป 2 ประตูในเกมที่ถล่มลีดส์ ยูไนเต็ด ไปถึง 13-1

เจเจ กาเบรียล ดาวรุ่งอนาคตไกลของแมนยู

การที่ เจเจ กาเบรียล (JJ Gabriel) ได้รับโอกาสในการฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าสโมสรให้ความสำคัญกับพัฒนาการของเขาเป็นอย่างมาก การได้เรียนรู้จากนักเตะรุ่นพี่ที่มีประสบการณ์ จะช่วยให้เขาพัฒนาฝีเท้าได้อย่างรวดเร็ว

เจเจ กาเบรียล (JJ Gabriel) กับโอกาสในทีมชุดใหญ่

แม้ว่าตอนนี้ เจเจ กาเบรียล (JJ Gabriel) จะยังเด็ก แต่การได้รับโอกาสในการฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ จะเป็นการเปิดโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ตัวเอง และแสดงให้เห็นถึงศักยภาพที่เขามี หากเขาสามารถทำผลงานได้ดีในการฝึกซ้อม ก็มีโอกาสที่เขาจะได้รับโอกาสในการลงสนามให้กับทีมชุดใหญ่ในอนาคต

โอกาสในการพัฒนา: การฝึกซ้อมกับผู้เล่นระดับสูงจะช่วยให้กาเบรียลพัฒนาทักษะและความเข้าใจในเกมอย่างรวดเร็ว

แรงจูงใจ: การได้สัมผัสบรรยากาศของทีมชุดใหญ่จะสร้างแรงบันดาลใจและความมุ่งมั่นให้กับกาเบรียลในการพัฒนาตัวเอง

การเรียนรู้จากประสบการณ์: กาเบรียลจะได้เรียนรู้จากประสบการณ์ของนักเตะรุ่นพี่และโค้ช ซึ่งจะเป็นประโยชน์อย่างมากต่อการเติบโตในเส้นทางอาชีพนักฟุตบอล

การตัดสินใจของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่จะให้ เจเจ กาเบรียล (JJ Gabriel) ฝึกซ้อมกับทีมชุดใหญ่ ถือเป็นการลงทุนในอนาคตของสโมสรอย่างแท้จริง การสนับสนุนและพัฒนาผู้เล่นดาวรุ่งอย่างต่อเนื่อง จะเป็นรากฐานสำคัญที่ช่วยให้สโมสรประสบความสำเร็จในระยะยาว

ที่มา – JJ Gabriel, 14, set to train with Man Utd first team

ลุ้น! เด็กต่ำกว่า 18 ปี อาจได้รับนิรโทษกรรม

คณะกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่าง พ.ร.บ.สร้างเสริมสังคมสันติสุข กำลังหารือถึงความเป็นไปได้ในการแก้ไขมาตรา 112 โดยมีประเด็นสำคัญคือการพิจารณาว่าจะสามารถเพิ่มข้อยกเว้นให้แก่เด็กและเยาวชนที่อายุต่ำกว่า 18 ปี เพื่อให้พวกเขาได้รับนิรโทษกรรมได้หรือไม่ เนื่องจาก กมธ. เล็งเห็นว่ามีเด็กและเยาวชนจำนวนมากที่ถูกดำเนินคดี

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่รัฐสภา นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ประธาน กมธ. ได้เป็นประธานในการประชุมเพื่อพิจารณาแก้ไขมาตรา 3 เกี่ยวกับการไม่นิรโทษกรรมแก่ความผิดตามมาตรา 112 ที่ประชุมได้ใช้เวลาในการถกเถียงกันเกือบ 3 ชั่วโมง แต่ยังไม่ได้ข้อสรุปว่าจะแก้ไขอย่างไร และจะมีการประชุมอีกครั้งในวันที่ 28 สิงหาคม เพื่อลงมติในประเด็นนี้

นายวีรพัฒน์ ปริยวงศ์ โฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมมีแนวคิดที่จะแก้ไขมาตรา 3 โดยมองหาแนวทางอื่น ๆ เพื่อบรรเทาความขัดแย้ง แม้จะไม่สามารถนิรโทษกรรมความผิดตามมาตรา 112 ได้โดยตรง เป้าหมายหลักของกฎหมายฉบับนี้คือการสร้างเสริมสังคมสันติสุข และเปิดโอกาสให้มีการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งที่เกี่ยวข้องกับมาตรา 112 อย่างไรก็ตาม ที่ประชุมเน้นย้ำถึงความระมัดระวังในการแก้ไข เพื่อไม่ให้ขัดต่อหลักการ และเพื่อป้องกันการตีตกกฎหมายหรือการฟ้องร้องต่อศาลรัฐธรรมนูญ

ลุ้นเด็กต่ำกว่า 18 ปีได้รับนิรโทษกรรม

นอกจากนี้ ยังมีการพูดถึงแนวทางการแก้ไขอื่น ๆ เช่น การลดโทษ การบรรเทาโทษ หรือการปล่อยตัวชั่วคราว ซึ่ง กมธ. จะต้องหารือกันต่อไปในรายละเอียด

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส. สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษก กมธ. กล่าวว่า ที่ประชุมมีมติ 12 ต่อ 11 เสียง ให้ปรับแก้ข้อความในมาตรา 3 โดยในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณาว่าจะปรับแก้ในรูปแบบใด ซึ่งข้อเสนอหนึ่งที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ การต่อท้ายมาตรา 3 ว่ามิให้บังคับใช้กับเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปี

ความเป็นไปได้ที่เด็กต่ำกว่า 18 ปีจะได้รับนิรโทษกรรม

น.ส.พนิดาย้ำว่า มาตรา 3 ยังไม่สิ้นสุด และจะต้องมีการพิจารณากันอีกครั้ง แต่สิ่งที่ที่ประชุมเห็นพ้องกันคือ เด็กและเยาวชนที่ถูกดำเนินคดีจำนวนมาก ไม่ได้มีเจตนาร้ายต่อประเทศ เพียงแต่มีความคิดเห็นที่แตกต่างจากผู้มีอำนาจเท่านั้น ดังนั้น ข้อยกเว้นในมาตรา 3 อาจเปิดโอกาสให้พวกเขาได้รับนิรโทษกรรม

การพิจารณาประเด็นการนิรโทษกรรมให้แก่เด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีนี้ ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะเกี่ยวข้องกับอนาคตของเยาวชนจำนวนมาก และอาจส่งผลต่อความปรองดองในสังคม การตัดสินใจของ กมธ. ในสัปดาห์หน้าจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การที่ กมธ. เปิดใจรับฟังและพิจารณาข้อเสนอต่างๆ อย่างรอบด้าน ถือเป็นสัญญาณที่ดีว่ามีความพยายามที่จะหาทางออกที่เหมาะสมและเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย อย่างไรก็ตาม ยังคงต้องติดตามกันต่อไปว่าผลการพิจารณาในท้ายที่สุดจะเป็นอย่างไร

ที่มา – ลุ้นเด็กต่ำกว่า 18 ปีได้รับนิรโทษกรรม กมธ. นัดชี้ขาดสัปดาห์หน้า

ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า ชาติหน้าขอเป็นแม่ผม

จากกรณีข่าวเศร้าสะเทือนใจ คดีฆาตกรรม “ป้ามีนา” แม่ค้าอาหารตามสั่ง วัย 62 ปี ที่ถูกทำร้ายเสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยม สร้างความโศกเศร้าเสียใจให้กับครอบครัวและคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งลูกชายของป้ามีนา ที่ได้โพสต์ข้อความสุดสะเทือนใจบนเฟซบุ๊กส่วนตัว ไว้อาลัยต่อการจากไปของผู้เป็นแม่อันเป็นที่รัก

ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า “ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลย”

พลทหาร นิรัช คงตุ้ม อายุ 22 ปี ซึ่งเป็นทหารประจำการอยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา ได้โพสต์ภาพคู่กับมารดา พร้อมข้อความสุดเศร้ากินใจว่า “สิ่งที่แม่เคยสอน เคยบอก ผมจะไม่ลืม ยังไม่ได้บวชทดแทนให้เลย ทำไมรีบไปจัง แม่เป็นแม่ที่ดีเสมอมา ไม่เคยตีผมเลยสักครั้งในชีวิต ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลยยิ่งดี ขอให้แม่ไปสู่สุขคตินะครับ” ข้อความดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันอันลึกซึ้งระหว่างแม่ลูก และความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิต

เหตุการณ์สะเทือนขวัญนี้เกิดขึ้นเมื่อนางมีนา ปัตถา ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงจนเสียชีวิต บริเวณหน้าร้านอาหารตามสั่งของตนเอง ในพื้นที่อำเภอคลองขลุง จังหวัดกำแพงเพชร ซึ่งต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้จับกุมผู้ก่อเหตุคือนางสาวจารุวรรณ โดยให้การอ้างว่าโมโหที่ผู้ตายปล่อยตนเองไปกับผู้ชายขณะเมาสุรา

ความรักอันยิ่งใหญ่ของแม่: ข้อความสุดซึ้งจากลูกชาย “ป้ามีนา”

โพสต์ดังกล่าวของลูกชาย “ป้ามีนา” ได้ถูกแชร์ออกไปในโลกออนไลน์เป็นจำนวนมาก ผู้คนต่างเข้ามาแสดงความเสียใจและให้กำลังใจแก่ครอบครัวของผู้เสียชีวิต พร้อมทั้งประณามการกระทำอันโหดร้ายของผู้ก่อเหตุ และขอให้กระบวนการยุติธรรมลงโทษผู้กระทำผิดอย่างถึงที่สุด

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราเห็นถึงความสำคัญของสถาบันครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งความรักและความผูกพันระหว่างแม่กับลูก ความรักของแม่นั้นยิ่งใหญ่และไม่มีสิ่งใดมาทดแทนได้ ดังนั้นจงทะนุถนอมและดูแลคนที่คุณรักให้ดีที่สุด ก่อนที่จะสายเกินไป

ความสูญเสียครั้งนี้เป็นความเจ็บปวดที่ยากจะบรรเทา แต่เชื่อว่ากำลังใจจากคนรอบข้างและความทรงจำอันดีงามเกี่ยวกับ “ป้ามีนา” จะช่วยให้ครอบครัวสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวปัตถา และขอให้ดวงวิญญาณของป้ามีนาไปสู่สุคติ

การสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก ย่อมนำมาซึ่งความเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้ง ไม่มีคำพูดใดสามารถปลอบประโลมความรู้สึกนี้ได้อย่างแท้จริง อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญคือการให้กำลังใจซึ่งกันและกัน และร่วมกันนำพาความทรงจำอันดีงามเกี่ยวกับผู้ที่จากไป มาเป็นพลังในการดำเนินชีวิตต่อไป

เรื่องราวของ “ป้ามีนา” และข้อความสุดเศร้าของลูกชาย กลายเป็นกระแสที่ถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ สะท้อนให้เห็นถึงความรักความผูกพันในครอบครัว และความสูญเสียที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น ขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวปัตถาผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้ด้วยดี และขอให้ดวงวิญญาณของ “ป้ามีนา” ไปสู่สุคติในสัมปรายภพ

ขอให้เรื่องราวของ “ป้ามีนา” เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต และใช้ชีวิตอยู่กับคนที่เรารักอย่างมีความสุข เพราะเราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าความตายจะมาพรากคนที่เรารักไปจากเราเมื่อไหร่

ครอบครัวและเพื่อนฝูงเป็นสิ่งสำคัญ จงดูแลรักษาความสัมพันธ์อันดีเหล่านี้ไว้ เพราะพวกเขาจะเป็นคนที่อยู่เคียงข้างเราในทุกช่วงเวลาของชีวิต ทั้งในยามสุขและยามทุกข์

ดังนั้น จงใช้ชีวิตอยู่กับปัจจุบัน และทำทุกวันให้ดีที่สุด เพื่อไม่ให้ต้องมาเสียใจในภายหลัง

ที่มา – ลูกชาย “ป้ามีนา” โพสต์เศร้า “ชาติหน้ามีจริง ขอให้เป็นแม่ของผมทุกชาติเลย”

บาดเจ็บก็มีชื่อ! แบรดลีย์ ติดทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ

คอเนอร์ แบรดลีย์ (Conor Bradley) จากลิเวอร์พูล มีชื่อติดทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ สำหรับการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับลักเซมเบิร์กและเยอรมนีในเดือนหน้า

แบรดลีย์ยังไม่ได้ลงเล่นให้กับสโมสรเลยในฤดูกาลนี้ โดยพลาดการลงเล่นในเกมคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ที่พ่ายแพ้ต่อคริสตัล พาเลซ และเกมพรีเมียร์ลีกที่เอาชนะบอร์นมัธ เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่เอ็นร้อยหวาย

แม้ว่าจะขาดหายไปเมื่อเร็วๆ นี้ กองหลังวัย 22 ปี ซึ่งทำประตูในนามทีมชาติไปแล้ว 4 ประตู จาก 25 นัด ก็ยังมีชื่ออยู่ในทีมของ ไมเคิล โอนีล สำหรับเกมเยือนที่จะพบกับลักเซมเบิร์กในวันที่ 4 กันยายน และเยอรมนีในโคโลญในอีกสามวันต่อมา

การแข่งขันทั้งสองนัด ซึ่งจะถ่ายทอดสดทาง BBC เป็นเกมแรกของไอร์แลนด์เหนือในการแข่งขันรอบคัดเลือกสำหรับฟุตบอลโลก 2026 ที่สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก

นอกจากนี้ เพียร์ซ ชาร์ลส์ ผู้รักษาประตูจากเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ก็ยังมีชื่อติดทีม แม้ว่าจะมีความกังวลเรื่องความฟิตก็ตาม

ชาร์ลส์ วัย 20 ปี เป็นตัวเลือกแรกของผู้รักษาประตูของโอนีลมาตั้งแต่การแข่งขันเนชั่นส์ ลีก เมื่อปีที่แล้ว แต่เขาได้รับบาดเจ็บที่ไหล่ระหว่างเกมแชมเปี้ยนชิพที่เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ พ่ายแพ้ต่อสโต๊ค ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ โดยสโมสรยืนยันเมื่อวันพฤหัสบดีว่าเขา “ต้องพักรักษาตัว”

เนื่องจาก คอเนอร์ ฮาซาร์ด จากพลีมัธ อาร์ไกล์ ซึ่งเป็นตัวสำรองในทีมชาติ ยังไม่ได้ลงเล่นในฤดูกาลนี้ เนื่องจากอาการบาดเจ็บที่ได้รับในเกมกับเดนมาร์กเมื่อเดือนมิถุนายน โอนีลจึงเรียกตัว เบลีย์ พีค็อก-ฟาร์เรลล์ กลับมาติดทีม

ผู้รักษาประตูจากเบอร์มิงแฮม ซิตี้ ซึ่งถูกยืมตัวไปแบล็คพูล เคยติดทีมชาติมาแล้ว 48 นัด แต่ไม่มีชื่ออยู่ในทีมชาติตั้งแต่เดือนกันยายน 2024

แพดดี้ แม็คแนร์ และ เอโออิน โทอัล สองกองหลัง ก็กลับมาหลังจากพลาดเกมกระชับมิตรในเดือนมิถุนายนเนื่องจากอาการบาดเจ็บ ในขณะที่ฟอร์มที่แข็งแกร่งของ เจมี่ รีด กองหน้าจากสตีเวนเอจ ในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลของลีกวัน ก็ได้รับรางวัลด้วยการถูกเรียกตัวกลับมาติดทีมชาติ

รายชื่อทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ

ผู้รักษาประตู: เพียร์ซ ชาร์ลส์ (เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์), เบลีย์ พีค็อก-ฟาร์เรลล์ (แบล็คพูล, ยืมตัวจากเบอร์มิงแฮม ซิตี้), ลุค เซาท์วูด (บริสตอล โรเวอร์ส)

กองหลัง: ไตร ฮูม และ แดเนียล บัลลาร์ด (ทั้งคู่จากซันเดอร์แลนด์), บรอดี้ สเปนเซอร์ (อ็อกซ์ฟอร์ด ยูไนเต็ด), คอเนอร์ แบรดลีย์ (ลิเวอร์พูล), รูอารี แม็คคอนวิลล์ (นอริช ซิตี้), แพดดี้ แม็คแนร์ (ซาน ดิเอโก), เอโออิน โทอัล (โบลตัน วันเดอเรอร์ส), เทอร์รี่ เดฟลิน (พอร์ทสมัธ)

กองกลาง: จอร์จ ซาวิลล์ (ลูตัน ทาวน์), เช ชาร์ลส์ (เซาแธมป์ตัน), อลิสแตร์ แม็คแคนน์ (เปรสตัน นอร์ท เอนด์), อีธาน กัลเบรธ (สวอนซี ซิตี้), แบรด ลียงส์ (คิลมาร์น็อค), จัสติน เดเวนนี่ (คริสตัล พาเลซ), คอลัน บอยด์-มันซ์ (วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส), ไอแซค ไพรซ์ (เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน), พอล สมิท (ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส), คัลลัม มาร์แชลล์ (เวสต์แฮม ยูไนเต็ด), เจมี่ ดอนลีย์ (สโต๊ค ซิตี้, ยืมตัวจากท็อตแนม ฮ็อตสเปอร์)

กองหน้า: ดิออน ชาร์ลส์ (ฮัดเดอร์สฟิลด์ ทาวน์), เจมี่ รีด (สตีเวนเอจ), เดล เทย์เลอร์ (แบล็คพูล), โรนัน เฮล (รอสส์ เคาน์ตี้)

ทำไม คอเนอร์ แบรดลีย์ ถึงยังติดทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ?

แม้ว่า คอเนอร์ แบรดลีย์ จะมีอาการบาดเจ็บ แต่ด้วยศักยภาพและประสบการณ์ที่เขามี ทำให้ไมเคิล โอนีล ยังคงให้ความไว้วางใจและใส่ชื่อเขาในทีมชาติชุดนี้ เชื่อว่าหากหายจากอาการบาดเจ็บแล้ว เขาจะสามารถกลับมาสร้างผลงานที่ดีให้กับทีมได้อย่างแน่นอน การมีชื่อของ คอเนอร์ แบรดลีย์ ในทีมชาติ สร้างความฮึกเหิมให้กับเพื่อนร่วมทีมและแฟนบอลเป็นอย่างมาก เพราะเขาสามารถสร้างความแตกต่างในเกมได้เสมอ

การตัดสินใจของไมเคิล โอนีล ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เขามีต่อ คอเนอร์ แบรดลีย์ และความสำคัญของนักเตะรายนี้ต่อทีมชาติไอร์แลนด์เหนือ แฟนบอลต่างหวังว่าแบรดลีย์จะฟื้นตัวจากอาการบาดเจ็บได้อย่างรวดเร็วทันเวลาสำหรับการแข่งขันสำคัญที่จะมาถึง

ที่มา – Injured Bradley included in Northern Ireland squad

“นฤมล” ชง ครม. อนุมัติ แก้ปัญหาหนี้สินครู

นางนฤมล เตรียมเสนอ ครม. อนุมัติทุนสำรอง 1 แสนล้านบาท เพื่อแก้ปัญหาหนี้สินครู บอร์ด สกสค. ไฟเขียวตั้งสหกรณ์กลาง หวังคุณภาพชีวิตครูดีขึ้น เตรียมเปิดให้ครูลงทะเบียนเฟสแรกตุลาคมนี้

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 นางนฤมล ภิญโญสินวัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา ครั้งที่ 5/2568 ว่า ที่ประชุมฯ มีมติเห็นชอบหลักการของโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาอย่างยั่งยืน โดยขอให้ฝ่ายเลขานุการศึกษาข้อมูลและจัดทำรายละเอียดของโครงการ เพื่อนำเสนอให้แก่คณะกรรมการฯ พิจารณาในการประชุมคราวต่อไป พร้อมขอให้ปรับปรุงแผนปฏิบัติการและแผนการใช้จ่ายงบประมาณ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 ให้สอดคล้องกัน รวมทั้งได้อนุมัติจ่ายค่าตอบแทนของสำนักงาน สกสค. ตามสัญญาจ้างเลขที่ 1/2567 และเห็นชอบการแต่งตั้งที่ปรึกษาเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค. ประจำปี 2569

ที่ประชุมฯ ยังรับทราบประเด็นที่สำคัญ ได้แก่ การติดตามทรัพย์สินคดีฟอกเงิน 3 คดี ภายหลังศาลมีคำสั่งให้คืนทรัพย์สินหรือชดใช้คืนให้แก่สำนักงานคณะกรรมการ สกสค., การติดตามคดีภายหลังศาลมีคำพิพากษาแล้ว กรณีร่วมลงทุนโครงการโรงงานไฟฟ้าพลังงานขยะชุมชนกับบริษัทหนองคายน่าอยู่ จำกัด และกรณีคณะกรรมการกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษตามโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. อนุมัติซื้อตั๋วสัญญาใช้เงินกับบริษัทบิลเลี่ยน อินโนเวเท็ด กรุ๊ป จำกัด

สำหรับโครงการจัดตั้งสหกรณ์กลาง สกสค.จะดำเนินการร่วมกับกรมส่งเสริมสหกรณ์ ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และสถาบันการเงิน ซึ่งจะอยู่ในรูปแบบของการรวมหนี้ทั้งระบบ จะเป็นการโอนหุ้น และโอนหนี้ พร้อมกับการันตีอัตราดอกเบี้ยต่ำให้ในการปรับโครงสร้างหนี้ โดยเฟสแรกจะเปิดให้ครูลงทะเบียนในเดือนตุลาคมนี้ ซึ่งได้กำหนดวงเงินทุนสำรองสำหรับปล่อยกู้ประมาณ 1 แสนล้านบาท และมีอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ปีแรก 0% ไปจนถึงปีที่ 4 ดอกเบี้ยไม่เกิน 4% เพื่อลดภาระหนี้ครู รวมถึงงบประมาณที่จะต้องนำมาชดเชยกรณีที่มีการลดหย่อนดอกเบี้ยให้แก่ครูที่ต้องการปรับโครงสร้างหนี้ในปีแรก 0% ในวงเงิน 6,000 ล้านบาท จะเสนอที่ประชุม ครม. พิจารณาด้วยเช่นกัน

“ขอฝากคณะกรรมการ สกสค. เป็นความหวังให้แก่ข้าราชการครูที่ปฏิบัติงานอยู่และเกษียณอายุราชการแล้ว สำหรับการแก้ปัญหาหนี้สินครู ดิฉันต้องการให้ครูทุกคนได้เข้าอบรมหลักสูตรวางแผนทางการเงิน เพื่อป้องกันการก่อหนี้ในอนาคต อีกทั้งสหกรณ์กลาง สกสค. จะดำเนินตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย โดยจะนำเข้าระบบเครดิตบูโรด้วย” นางนฤมล กล่าว

แก้ปัญหาหนี้สินครู

รายละเอียดโครงการแก้ปัญหาหนี้สินครู

  • วงเงินทุนสำรอง: 1 แสนล้านบาท
  • ดอกเบี้ยปีแรก: 0%
  • ดอกเบี้ยปีที่ 2-4: ไม่เกิน 4%
  • เปิดลงทะเบียน: เดือนตุลาคมนี้

โครงการนี้มีเป้าหมายที่จะช่วยลดภาระหนี้สินของครูและบุคลากรทางการศึกษา โดยการปรับโครงสร้างหนี้และให้อัตราดอกเบี้ยที่ต่ำลง เพื่อให้ครูสามารถมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นและสามารถมุ่งมั่นในการพัฒนาการศึกษาของชาติได้อย่างเต็มที่ การแก้ปัญหาหนี้สินครูอย่างยั่งยืนถือเป็นวาระสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน

การที่รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาหนี้สินครู ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่จะช่วยสร้างขวัญและกำลังใจให้กับครูทั่วประเทศ ครูคือผู้ที่เสียสละและทุ่มเทให้กับการศึกษาของชาติ การช่วยเหลือให้ครูหลุดพ้นจากภาระหนี้สินจึงเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในอนาคตของประเทศ

สำหรับครูที่กำลังประสบปัญหาหนี้สิน อย่าลังเลที่จะเข้าร่วมโครงการนี้ เพราะเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้รับการช่วยเหลือและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ปราศจากภาระหนี้สิน

ที่มา – “นฤมล” จ่อชง ครม.อนุมัติทุนสำรอง 1 แสนล้าน แก้ปัญหาหนี้สินครู

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พิธีสมรสพระราชทาน ลูกสาวเศรษฐา

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานแก่บุตรสาวคนเล็กของอดีตนายกฯ เศรษฐา ทวีสิน พร้อมทรงพระราชทานน้ำสังข์และทรงเจิมแก่คู่บ่าวสาว สร้างความปลื้มปีติแก่ครอบครัวอย่างหาที่สุดมิได้ ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

ในหลวง โปรดเกล้าฯ พิธีสมรสพระราชทาน ลูกสาวเศรษฐา

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 นางสาวชนัญดา ทวีสิน บุตรสาวคนเล็กของนายเศรษฐา ทวีสิน ได้โพสต์ภาพและข้อความผ่านอินสตาแกรมส่วนตัวถึงความปลื้มปีติที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ที่ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้แก่ตนและนายกฤตธี ธนวิพุธ โดยข้อความระบุว่า “เนื่องในวโรกาสที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานให้แก่ข้าพระพุทธเจ้า นางสาวชนัญดา ทวีสิน และนายกฤตธี ธนวิพุธ ข้าพระพุทธเจ้าและครอบครัวขอน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ขอพระองค์ทรงพระเจริญ ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ”

นอกจากนี้ เฟซบุ๊ก Thai Classic ยังได้โพสต์ข้อความเกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน โดยระบุว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทานแก่นางสาวชนัญดา ทวีสิน บุตรสาวของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี กับนายกฤตธี ธนวิพุธ เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2568 ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต พร้อมทั้งทรงพระราชทานน้ำสังข์และทรงเจิมแก่คู่บ่าวสาว ยังความปลาบปลื้มแก่ครอบครัวเป็นอย่างยิ่ง

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับพิธีสมรสพระราชทาน

พิธีสมรสพระราชทานในครั้งนี้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ ณ พระที่นั่งอัมพรสถาน พระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นสถานที่อันเป็นมงคลยิ่ง โดยมีพระบรมวงศานุวงศ์และแขกผู้มีเกียรติเข้าร่วมในพิธีดังกล่าว สร้างความประทับใจและความทรงจำอันงดงามแก่คู่บ่าวสาวและครอบครัว

สำหรับนางสาวชนัญดา ทวีสิน เป็นบุตรสาวคนเล็กของนายเศรษฐา ทวีสิน อดีตนายกรัฐมนตรี และนายกฤตธี ธนวิพุธ เป็นคู่สมรสที่ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ ให้ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน นับเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตคู่เป็นอย่างยิ่ง

การได้รับพระราชทานพิธีสมรส นับเป็นเกียรติและความภาคภูมิใจสูงสุดของวงศ์ตระกูล เป็นสัญลักษณ์แห่งความเป็นสิริมงคลและการเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยความรักและความอบอุ่นภายใต้พระบารมี

ขอแสดงความยินดีกับนางสาวชนัญดา ทวีสิน และนายกฤตธี ธนวิพุธ อีกครั้งสำหรับการเริ่มต้นชีวิตคู่ที่สวยงาม และขอให้มีความสุขในชีวิตสมรสตลอดไป

ที่มา – ในหลวง-ราชินี โปรดเกล้าฯ ประกอบพิธีสมรสพระราชทาน ลูกสาวอดีตนายกฯ เศรษฐา

แข้งบราซิลยกเลิกสัญญา หลังคำตัดสิน Diarra

แข้งบราซิลยกเลิกสัญญา หลังคำตัดสิน Diarra

Lucas Ribeiro Costa กองหน้าชาวบราซิลได้ยกเลิกสัญญากับ Mamelodi Sundowns โดยมีเป้าหมายที่จะเป็นนักฟุตบอลคนแรกที่ได้รับประโยชน์จากชัยชนะทางกฎหมายของ Lassana Diarra ที่มีต่อ Fifa

Ribeiro วัย 26 ปี ซึ่งประตูที่เขายิงใส่ Borussia Dortmund เมื่อเดือนมิถุนายน ได้รับการโหวตให้เป็นประตูยอดเยี่ยมของการแข่งขัน Fifa Club World Cup ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อองค์กรปกครองฟุตบอลโลกด้วย

ทนายความชาวเบลเยียม Jean-Louis Dupont ซึ่งเป็นผู้ชนะคดีสำคัญในปี 1995 ที่เกี่ยวข้องกับ Jean-Marc Bosman และเป็นตัวแทนของ Diarra ด้วยเช่นกัน เป็นผู้ดูแลคดีของ Ribeiro

อดีตกองกลางทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้มีข้อพิพาททางกฎหมายกับ Fifa มาอย่างยาวนาน และในเดือนตุลาคม ศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (CJEU) พบว่ากฎการย้ายทีมบางส่วนของ Fifa ละเมิดกฎหมายของสหภาพยุโรป

หลังจากที่ Diarra ยกเลิกสัญญากับ Lokomotiv Moscow ในปี 2014 Fifa ปฏิเสธที่จะออกใบรับรองการย้ายทีมระหว่างประเทศ (ITC) ให้กับเขาสำหรับการย้ายไปสโมสร Charleroi ในเบลเยียมในปี 2015

CJEU พบว่า Fifa แสดงให้เห็นว่ากฎของตน “ขัดขวางการเคลื่อนย้ายอย่างอิสระของนักฟุตบอลอาชีพที่ต้องการพัฒนาอาชีพของตนโดยการไปทำงานให้กับสโมสรใหม่”

Fifa ได้แก้ไขกฎระเบียบการย้ายทีมของตนแล้ว ในขณะที่ Diarra ได้เริ่มกระบวนการทางกฎหมายอีกครั้งเพื่อเรียกร้องค่าชดเชย 56 ล้านปอนด์

ทนายความ Dupont กล่าวว่า Qatar SC ได้ยื่นข้อเสนอให้กับ Mamelodi Sundowns สำหรับ Ribeiro ซึ่ง “สูงกว่ามูลค่าของผู้เล่นมาก” และเขาต้องการเข้าร่วมสโมสรชั้นนำของกาตาร์

มีการอ้างว่าแชมป์จากแอฟริกาใต้ “พยายามผลักดันราคาขึ้นไปเรื่อยๆ อย่างไม่มีเหตุผล โดยไม่คำนึงถึงผลประโยชน์ส่วนตัวของผู้เล่น ซึ่งทำให้ข้อตกลงเป็นไปไม่ได้”

นอกจากนี้ Ribeiro ได้ยกเลิกสัญญาของเขา ซึ่งมีกำหนดจะหมดอายุในปี 2028 เมื่อวันที่ 1 สิงหาคม และอดีตผู้เล่นของ Charleroi และ Beveren “ไม่มีทางเลือกอื่น” นอกจากต้องปกป้องผลประโยชน์ของตนในศาลของ Fifa

Ribeiro กล่าวว่า “จากการพิจารณาคดี Diarra โดย CJEU ไม่ต้องสงสัยเลยว่าข้อพิพาทระหว่างผมกับสโมสรเก่าของผมจะไม่ขัดขวางไม่ให้ผมสานต่ออาชีพค้าแข้งได้อย่างสบายใจ”

“แน่นอนว่าตามกฎระเบียบของตนเอง (ตามที่แก้ไขเพิ่มเติมโดยคำนึงถึงคำตัดสินของ Diarra) Fifa จะดูแลให้ใบรับรองการย้ายทีมระหว่างประเทศถูกส่งมอบทันทีเมื่อได้รับการร้องขอจากนายจ้างในอนาคตของผม”

แถลงการณ์ระบุว่า Ribeiro พร้อมที่จะนำเรื่องนี้ไปยังศาลอนุญาโตตุลาการกีฬา หรือศาลของรัฐ และตอนนี้เขามีความสนใจจากสโมสรต่างๆ รวมถึงสโมสรในยุโรปบางแห่งด้วย

Ribeiro กล่าวเสริมว่า “ตอนนี้ผมจะพิจารณาว่าอะไรดีที่สุดสำหรับอนาคตในอาชีพค้าแข้งของผม เพื่อที่จะทำการเลือกสิ่งที่ถูกต้อง”

“ขอย้ำอีกครั้งว่า จากการพิจารณาคดี Diarra นายจ้างรายต่อไปของผมจะไม่เข้าไปเกี่ยวข้องในข้อพิพาทระหว่างผมกับ Mamelodi Sundowns ไม่ว่าในแง่มุมทางวินัยหรือทางการเงิน”

ผลกระทบต่อวงการฟุตบอลจากกรณี แข้งบราซิลยกเลิกสัญญา หลังคำตัดสิน Diarra

กรณีของ แข้งบราซิลยกเลิกสัญญา หลังคำตัดสิน Diarra แสดงให้เห็นถึงอำนาจที่เพิ่มขึ้นของผู้เล่นในการควบคุมอาชีพของตนเอง คำตัดสินของศาลยุติธรรมแห่งสหภาพยุโรป (CJEU) ในกรณี Diarra ได้เปิดโอกาสให้นักฟุตบอลสามารถยกเลิกสัญญาได้ หากสโมสรปฏิบัติต่อพวกเขาอย่างไม่เป็นธรรม หรือขัดขวางโอกาสในการย้ายทีมของพวกเขา

การที่ แข้งบราซิลยกเลิกสัญญา หลังคำตัดสิน Diarra และอ้างอิงถึงคำตัดสิน Diarra เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังสโมสรต่างๆ ว่าพวกเขาต้องปฏิบัติต่อนักเตะอย่างเคารพและเป็นธรรม หากไม่ทำเช่นนั้น นักเตะอาจใช้สิทธิ์ทางกฎหมายในการยกเลิกสัญญาได้

นอกจากนี้ กรณีนี้ยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของกฎระเบียบการย้ายทีมที่เป็นธรรมและโปร่งใส ซึ่งเคารพสิทธิของทั้งนักเตะและสโมสร Fifa จำเป็นต้องปรับปรุงกฎระเบียบของตนอย่างต่อเนื่องเพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายของสหภาพยุโรป และเพื่อให้แน่ใจว่านักเตะทุกคนได้รับการปฏิบัติอย่างเท่าเทียมกัน

สถานการณ์ที่ แข้งบราซิลยกเลิกสัญญา หลังคำตัดสิน Diarra อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่สำคัญในความสัมพันธ์ระหว่างนักเตะและสโมสรในอนาคต นักเตะอาจมีอำนาจต่อรองมากขึ้น และสโมสรอาจต้องระมัดระวังมากขึ้นในการปฏิบัติต่อพวกเขา

ที่มา – Brazilian forward ends contract after Diarra ruling