วัน: 21 สิงหาคม 2025

ศิลปินวาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” ประมูลช่วยทหาร

เรื่องราวสุดประทับใจเกิดขึ้นเมื่อศิลปินวาดภาพ ได้วาดภาพของ “แม่ทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง” และนำออกประมูลเพื่อนำเงินช่วยเหลือทหารแนวหน้า โดยสามารถระดมทุนได้ถึง 52,000 บาท!

ศิลปินใจดี วาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” ช่วยทหารแนวหน้า

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เรื่องราวดีๆ ถูกแชร์ต่อกันในโลกออนไลน์ เมื่อคุณวันศุกร์ ศิลปินนักวาดภาพจากเพจ วันศุกร์ – Wansook ได้สร้างสรรค์ภาพวาดของ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 โดยใช้เวลาเกือบ 2 ชั่วโมงในการวาด โดยไม่มีภาพต้นแบบอ้างอิง

หลังจาก完成ภาพ คุณวันศุกร์ได้เปิดประมูลภาพดังกล่าวเมื่อวันที่ 29 กรกฎาคม พร้อมข้อความที่ระบุว่า รายได้ทั้งหมดจากการประมูลจะนำไปแบ่งปันให้กับเหล่าทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวชายแดน และจะแจ้งความคืบหน้าให้ทราบต่อไป

ภาพวาดสีอะคริลิกบนผ้าใบขนาด 100*80 ซม. มีชื่อว่า “แม่ทัพภาคที่ 2 พลโทบุญสิน พาดกลาง” ซึ่งศิลปินยกย่องให้ท่านเป็นหนึ่งในชายชาติทหารที่อยู่ในดวงใจของคนไทยทั้งชาติ โดยเริ่มต้นการประมูลที่ราคา 4,999 บาท และเพิ่มราคาครั้งละ 100 บาท กำหนดปิดประมูลในวันที่ 1 สิงหาคม 2568 เวลา 9.00 น.

ผลปรากฏว่าการประมูลสิ้นสุดลงด้วยยอดเงินสูงถึง 52,999 บาท! ผู้ชนะการประมูลคือคุณตุ๊บ ซึ่งหลังจากนั้นคุณวันศุกร์ได้ทำการโอนเงินทั้งหมดให้กับมูลนิธิกันจอมพลัง เพื่อนำไปช่วยเหลือทหารแนวหน้าเป็นที่เรียบร้อย

ภาพวาด “แม่ทัพภาค 2” ส่งถึงมือแม่ทัพ

เรื่องราวความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะคุณตุ๊บ ผู้ชนะการประมูล มีความประสงค์ที่จะมอบภาพวาดอันทรงคุณค่านี้ให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 เอง คุณวันศุกร์จึงได้เป็นธุระในการประสานงาน กระทั่งมีนายทหารท่านหนึ่งเข้ามาให้ความช่วยเหลือ และนำภาพวาดดังกล่าวส่งมอบให้กับ พลโทบุญสิน พาดกลาง เป็นที่เรียบร้อยแล้ว สร้างความประทับใจให้กับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

การกระทำของคุณวันศุกร์ ศิลปินผู้สร้างสรรค์ภาพวาด การสนับสนุนจากผู้เข้าร่วมประมูล และความตั้งใจของคุณตุ๊บที่ต้องการมอบภาพให้กับแม่ทัพภาคที่ 2 ล้วนเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความรัก ความห่วงใย และความกตัญญูที่คนไทยมีต่อทหารผู้เสียสละที่ปกป้องประเทศชาติของเรา

เรื่องราวนี้เป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่สวยงามของการรวมพลังกันเพื่อช่วยเหลือสังคม และเป็นกำลังใจให้กับผู้ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อพวกเราทุกคน เราขอชื่นชมทุกท่านที่มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์เรื่องราวดีๆ เช่นนี้

แน่นอนว่าเรื่องราวของศิลปินที่วาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” แล้วนำไปประมูล กลายเป็นแรงบันดาลใจให้หลายคนหันมาช่วยเหลือสังคมในรูปแบบต่างๆ มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแม้แต่การใช้ความสามารถของตนเองในการสร้างสรรค์ผลงานเพื่อการกุศล

การช่วยเหลือทหารแนวหน้า เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะด้วยวิธีใดก็ตาม เพราะพวกเขาสมควรได้รับความขอบคุณและการสนับสนุนจากพวกเราทุกคน

สุดท้ายนี้ เราขอเป็นกำลังใจให้ทหารทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและมีสุขภาพแข็งแรง

ที่มา – ประทับใจ ศิลปินวาดภาพ “แม่ทัพภาค 2” เปิดประมูลได้เงิน 5.2 หมื่นให้ทหารแนวหน้า

เปิดปม! คดีฆ่า “ป้ามีนา” สาวโมโหปล่อยไปกับชาย

คดีฆ่า “ป้ามีนา” เจ้าของร้านอาหารตามสั่งที่กำแพงเพชร กลายเป็นข่าวเศร้าที่สะเทือนใจใครหลายคน ประเด็นสำคัญอยู่ที่พฤติการณ์ของสาวมือแทง ที่โมโหป้ามีนาเพราะปล่อยให้เธอไปกับผู้ชายตอนเมาหนัก เรื่องราวทั้งหมดเริ่มต้นอย่างไร และอะไรคือชนวนเหตุที่นำไปสู่โศกนาฏกรรมครั้งนี้ เราจะมาเจาะลึกรายละเอียดในคดีนี้กัน

คดีฆ่า “ป้ามีนา”: ปมเหตุจากความเมาและความโมโห

เหตุการณ์เศร้าสลดเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 20 สิงหาคม 2568 เมื่อตำรวจได้รับแจ้งเหตุทำร้ายร่างกายภายในร้านอาหารตามสั่งแห่งหนึ่งในจังหวัดกำแพงเพชร ที่เกิดเหตุพบร่างของนางมีนา ปัตถา หรือ “ป้ามีนา” อายุ 62 ปี เจ้าของร้าน ถูกแทงด้วยอาวุธมีดหลายแห่ง อาการสาหัสและเสียชีวิตในเวลาต่อมา ผู้ก่อเหตุคือนางสาวจารุวรรณ ใจใฝ อายุ 32 ปี ซึ่งหลบหนีไปหลังก่อเหตุ แต่ถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจตามจับกุมตัวได้ในที่สุด

ลำดับเหตุการณ์ใน คดีฆ่า “ป้ามีนา”

  • ช่วงบ่ายวันที่ 20 ส.ค.68 ตำรวจรับแจ้งเหตุมีผู้ถูกอาวุธมีดทำร้ายภายในร้านอาหารตามสั่ง พื้นที่หมู่ที่ 2 ต.คลองขลุง อ.คลองขลุง จ.กำแพงเพชร
  • ร้านดังกล่าวเป็นอาหารตามสั่งอยู่ริมแม่น้ำปิง ภายในร้านพบรอยเลือดหลายจุด ทราบชื่อผู้ได้รับบาดเจ็บคือ ป้ามีนา หรือ นางมีนา ปัตถา อายุ 62 ปี เจ้าของร้าน ถูกนำตัวส่ง รพ. ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา
  • ผลชันสูตรเบื้องต้นจาก รพ.สวรรค์ประชารักษ์ (เขาเขียว) พบบาดแผลถูกแทงบริเวณหน้าอก ลำคอ และแขนนับ 10 แผล เป็นแผลฉกรรจ์ และถูกจุดสำคัญทำให้เสียชีวิต
  • ผู้ก่อเหตุทราบชื่อภายหลังคือ น.ส.จารุวรรณ ใจใฝ อายุ 32 ปี หลังก่อเหตุได้ขับรถจักรยานยนต์หลบหนีไป
  • เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตามไปจับกุมได้ที่บ้านพัก ก่อนจะนำตัวมาสอบสวนที่ สภ.คลองขลุง นานกว่า 2 ชั่วโมง
  • นักข่าวถามถึงแรงจูงใจ ผู้ก่อเหตุพูดแค่ว่า “หนูยังไม่ได้นอน ไม่ขอพูดอะไร หนูง่วง” ก่อนเดินเข้าห้องขังไป

คำบอกเล่าจากลูกจ้างในร้านป้ามีนาเผยถึงเบาะแสสำคัญ

  • ก่อนหน้า 2 วัน ผู้ก่อเหตุได้มานั่งกินดื่มที่ร้านเพียงลำพัง จนเมาไม่ได้สติ
  • ระหว่างนั้นมีผู้ชายคนหนึ่ง นั่งดื่มอยู่ภายในร้าน แต่คนละโต๊ะ ก่อนจะขอมารวมโต๊ะด้วย
  • ช่วงกำลังปิดร้าน ผู้เสียหายเมาได้สติแล้ว ป้ามีนาพยายามจะบอกให้ไปนอนในห้องของลูกตัวเอง ซึ่งตอนนี้ไม่อยู่ เพราะลูกป้า เป็นทหารแนวหน้าอยู่ชายแดน แต่ผู้เสียหายปฏิเสธ
  • ป้ามีนา ยังบอกด้วยว่า ถ้าไม่ไปนอนในบ้าน ก็นอนตรงนี้ยุงกัดเดี๋ยวก็รู้สึกตัวเอง
  • แต่ผู้ชายคนที่นั่งดื่มอยู่ด้วย อาสาจะไปส่งบ้าน ก่อนที่ผู้หญิงจะขึ้นรถไปกับเขา
  • วงจรปิดจับภาพชายคนดังกล่าว ไปเตรียมรถมอเตอร์ไซค์ จากนั้นก็มาประคองผู้ก่อเหตุไปขึ้นรถ ขี่ออกไป
  • เช้าอีกวัน มีผู้ชายขี่รถจักรยานยนต์มาส่งผู้ก่อเหตุ เพื่อเอารถจักรยานยนต์ที่จอดไว้ที่ร้าน

คำสารภาพของมือแทงในคดีฆ่า “ป้ามีนา”

  • 2 วันก่อนจะเกิดเหตุ (18 ส.ค.) ตัวเองซึ่งเป็นลูกค้าประจำของร้าน ได้มานั่งกินดื่มจนเมา เพราะมีเรื่องทุกข์ใจ
  • โมโหที่ผู้ตายปล่อยให้ตัวเองไปกับผู้ชายคนอื่น ซึ่งหากถูกทำมิดีมิร้ายขึ้นมา จะทำอย่างไร
  • ผู้ก่อเหตุย้อนกลับมาที่ร้านอีกครั้ง จากนั้นสั่งเบียร์มาดื่ม พร้อมกับระบายความอัดอั้นใส่ป้ามีนา
  • ก่อนใช้มีดที่พกมา ทำร้ายป้ามีนาอย่างโหดเหี้ยม นับ 10 แผล จนเจ็บสาหัส ก่อนเสียชีวิต

เหตุการณ์คดีฆ่า “ป้ามีนา” ไม่ได้เป็นเพียงคดีอาชญากรรมสะเทือนขวัญเท่านั้น แต่ยังสะท้อนให้เห็นถึงปัญหาและความซับซ้อนในสังคม ทั้งเรื่องความรุนแรง การขาดสติ และความรับผิดชอบ

เรื่องราวที่น่าเศร้าใจยิ่งกว่าคือ ลูกชายของป้ามีนา ซึ่งเป็นทหารที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้าชายแดนไทย-กัมพูชา กำลังเดินทางกลับมาร่วมงานศพของมารดาด้วยความโศกเศร้า

คดีนี้ได้จุดประกายคำถามในสังคมว่า การดูแลลูกค้าที่อยู่ในอาการเมามายเป็นความรับผิดชอบของใครกันแน่? เป็นหน้าที่ของเจ้าของร้านหรือไม่? หรือเป็นความรับผิดชอบส่วนบุคคลที่ต้องดูแลตัวเอง? นี่เป็นประเด็นที่น่าขบคิดและหาทางออกร่วมกันเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – คดีฆ่า “ป้ามีนา” เปิดพฤติการณ์สาวมือแทง โมโหปล่อยไปกับผู้ชายตอนเมาหนัก

ออกหมายจับ “ก๊กอาน” เอี่ยวเว็บพนัน โยงฮุนเซน?

ออกหมายจับ “ก๊กอาน” กับพวกชาวกัมพูชา 20 คน เอี่ยวเว็บพนัน ยังไม่ชัดโยงฮุนเซน

จากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการสืบสวนขยายผลคดีเว็บพนันออนไลน์ข้ามชาติ ล่าสุด จเรตำรวจแห่งชาติ (จตช.) ได้ออกมาเปิดเผยความคืบหน้าสำคัญ โดยมีการออกหมายจับ “ก๊กอาน” กับพวกรวม 20 คน ซึ่งเป็นชาวกัมพูชาทั้งหมด ข้อหาเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และการหลอกลวงประชาชน นอกจากนี้ ยังได้ส่งสำนวนให้กับสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เพื่อทำการสืบสวนขยายผลและยึดทรัพย์สินของขบวนการนี้ต่อไป

พล.ต.อ.ธัชชัย ปิตะนีละบุตร จเรตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ตำรวจไซเบอร์กำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐานเพิ่มเติม เพื่อขยายผลไปยังผู้ที่เกี่ยวข้องรายอื่นๆ ในเครือข่ายเดียวกัน โดยให้ความสำคัญกับการติดตามเส้นทางการเงินและทรัพย์สินที่ได้มาจากการกระทำผิด เพื่อนำมาซึ่งการยึดทรัพย์และดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

แล้ว “ก๊กอาน” คือใคร? ทำไมถึงถูกออกหมายจับ?

ถึงแม้จะยังไม่มีข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับตัว “ก๊กอาน” มากนัก แต่การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจออกหมายจับ “ก๊กอาน” พร้อมพวกรวม 20 คน แสดงให้เห็นว่ามีหลักฐานที่เชื่อมโยงบุคคลเหล่านี้กับขบวนการเว็บพนันออนไลน์และการหลอกลวงประชาชนอย่างชัดเจน การสืบสวนของ ปปง. จะช่วยให้ทราบถึงบทบาทและหน้าที่ของแต่ละคนในขบวนการ รวมถึงเส้นทางการเงินและการฟอกเงินที่เกี่ยวข้อง

นอกจากนี้ พล.ต.อ.ธัชชัย ยังกล่าวถึงกรณีที่สหรัฐอเมริกาประกาศคว่ำบาตรและยึดทรัพย์นายลี ยง พัด นักธุรกิจและนักการเมืองชื่อดังชาวกัมพูชา ที่ถูกกล่าวหาว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับขบวนการค้ามนุษย์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ว่า ทางการไทยและสหรัฐฯ มีการประสานงานและแลกเปลี่ยนข้อมูลกันอย่างต่อเนื่อง แต่ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานเพียงพอที่จะออกหมายจับนายลี ยง พัดได้ ต้องรอพยานหลักฐานเพิ่มเติม

สำหรับประเด็นที่หลายคนให้ความสนใจเกี่ยวกับความเชื่อมโยงไปถึง สมเด็จฮุน เซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา พล.ต.อ.ธัชชัย ระบุว่า ขณะนี้ยังไม่มีข้อบ่งชี้ที่ชัดเจน แต่ทุกอย่างขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานและการสืบสวนในลำดับถัดไป โดยยืนยันว่าตำรวจไทยจะดำเนินการตามกฎหมายอย่างเต็มที่ ไม่ว่าผู้กระทำผิดจะเป็นใครก็ตาม

คดีนี้มีความซับซ้อนและเกี่ยวข้องกับบุคคลหลายกลุ่ม ทั้งชาวไทยและชาวกัมพูชา การสืบสวนขยายผลและการรวบรวมพยานหลักฐานจึงต้องใช้เวลาและความรอบคอบเป็นอย่างมาก แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจยืนยันว่าจะดำเนินการอย่างเต็มที่ เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และป้องกันไม่ให้ขบวนการเหล่านี้กลับมากระทำผิดซ้ำอีก

การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจไทยออกหมายจับ “ก๊กอาน” และพวกในครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าทางการไทยมีความมุ่งมั่นในการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติอย่างจริงจัง โดยเฉพาะอย่างยิ่งขบวนการเว็บพนันออนไลน์และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่สร้างความเสียหายให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก การติดตามยึดทรัพย์สินของขบวนการเหล่านี้ จะช่วยตัดวงจรทางการเงินและทำให้การกระทำผิดเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น

อย่างไรก็ตาม ประชาชนก็ควรระมัดระวังตัวเองไม่ให้ตกเป็นเหยื่อของขบวนการเหล่านี้ โดยอย่าหลงเชื่อกลโกงต่างๆ ที่มาในรูปแบบของการพนันออนไลน์ หรือการหลอกลวงให้โอนเงิน หากพบเห็นสิ่งผิดปกติ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

ที่มา – ออกหมายจับ “ก๊กอาน” กับพวกชาวกัมพูชา 20 คน เอี่ยวเว็บพนัน ยังไม่ชัดโยงฮุนเซน

เมื่อไหร่จับสลากแชมเปียนส์ลีก? วิธีการเป็นอย่างไร

การจับสลากสำหรับรอบแบ่งกลุ่มของแชมเปียนส์ลีกปี 2025-26 จะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่ 28 สิงหาคม ที่เมืองโมนาโก

จะเริ่มในเวลา 17:00 น. ตามเวลา BST และจะใช้ขั้นตอนเดียวกับการแข่งขันฤดูกาล 2024-25 ซึ่งเป็นฤดูกาลแรกที่ใช้รูปแบบลีก 36 ทีม

การจับสลากประกอบด้วย 27 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจากตำแหน่งในลีก, ผู้ชนะเลิศแชมเปียนส์ลีกและยูโรปาลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และอีก 7 ทีมที่ผ่านเข้ารอบจากการแข่งขันรอบคัดเลือก

ทีมต่างๆ จะถูกแบ่งออกเป็นสี่โถ โดยพิจารณาจากค่าสัมประสิทธิ์สโมสรของยูฟ่า

เริ่มจากโถแรก แต่ละทีมจะถูกจับสลากออกมาทีละทีม จากนั้นพวกเขาจะถูกเลือกคู่ต่อสู้แปดทีมโดยใช้ซอฟต์แวร์อัตโนมัติของยูฟ่า

แต่ละทีมจะเล่นทั้งหมดแปดเกม โดยมีสองทีมจากแต่ละโถ คือหนึ่งเกมเหย้าและหนึ่งเกมเยือน

ไม่มีการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่มใดๆ ที่สามารถเล่นกับทีมจากประเทศเดียวกันได้ และไม่สามารถเล่นมากกว่าสองนัดกับทีมจากประเทศอื่นได้ เช่น อิตาลี

ขั้นตอนนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าจะมีการตัดสินใจเลือกโปรแกรมการแข่งขันสำหรับทั้ง 36 ทีม

รายชื่อโปรแกรมการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกพร้อมวันที่แข่งขันและเวลาคิกออฟจะเผยแพร่ไม่เกินวันเสาร์ที่ 30 สิงหาคม

เมื่อไหร่จับสลากแชมเปียนส์ลีก? วิธีการเป็นอย่างไร

การจับสลากยูโรปาลีกจะมีขึ้นในวันถัดจากแชมเปียนส์ลีก โดยเริ่มในเวลา 12:00 น. ตามเวลา BST ในวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม

เช่นเดียวกับการจับสลากแชมเปียนส์ลีก ทีมทั้งหมด 36 ทีมจะถูกแบ่งออกเป็นสี่โถ และแต่ละทีมจะได้รับการแข่งขันแปดนัดโดยใช้เกณฑ์การเลือกการแข่งขันเดียวกันกับแชมเปียนส์ลีก

การจับสลากยูโรปาลีกและคอนเฟอเรนซ์ลีกจะรวมกันเป็นพิธีเดียวกัน

จะไม่มีการใช้ลูกบอลจริงสำหรับการจับสลากยูโรปาลีกหรือคอนเฟอเรนซ์ลีก แต่จะใช้รูปแบบดิจิทัลทั้งหมด เพื่อให้ยูฟ่าอธิบายว่าเป็น “กระบวนการจับสลากที่ราบรื่น มีประสิทธิภาพ และรวดเร็ว”

ปฏิทินการแข่งขันทั้งหมดสำหรับยูโรปาลีกจะเปิดเผยไม่เกินวันอาทิตย์ที่ 31 สิงหาคม

แล้วการจับสลากคอนเฟอเรนซ์ลีกจะเป็นอย่างไร?

การจับสลากคอนเฟอเรนซ์ลีกจะมีขึ้นทันทีหลังจากการจับสลากยูโรปาลีก แต่เป็นส่วนหนึ่งของพิธีเดียวกัน

ต่างจากรอบแบ่งกลุ่มของทั้งแชมเปียนส์ลีกและยูโรปาลีก ตรงที่รอบแบ่งกลุ่มของการแข่งขันมีเพียงหกรอบเท่านั้น แทนที่จะเป็นแปดรอบ

ทั้ง 36 สโมสรจะถูกแบ่งออกเป็นหกโถ โถละหกทีม โดยแต่ละทีมจะถูกจับสลากพบกับหนึ่งทีมจากแต่ละโถ

บทความนี้เป็นบทความล่าสุดจากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

What is Ask Me Anything เป็นบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณโดยบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณทำ

ทีมงานจะค้นหาทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและผู้เชี่ยวชาญของเรา

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าวบีบีซีสปอร์ต และจะพาคุณไปชมเบื้องหลังของการแข่งขันกีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ แอป โซเชียลมีเดีย และบัญชี YouTube ของบีบีซีสปอร์ต รวมถึงโทรทัศน์และวิทยุของบีบีซี

การติดตามข่าวสารการจับสลากแชมเปียนส์ลีกเป็นสิ่งสำคัญสำหรับแฟนบอลที่ต้องการทราบเส้นทางของทีมรักในการแข่งขันระดับทวีป

ที่มา – When is the Champions League draw and how does it work?

วัดพระบาทน้ำพุ เตรียมฌาปนกิจศพผู้ป่วยโรคเอดส์

วัดพระบาทน้ำพุ เตรียมจัดพิธีฌาปนกิจศพผู้ป่วยโรคเอดส์ในวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคมนี้ โดยมีเจ้าคณะตำบลเขาสามยอดเข้ามาดูแลวัดเป็นการชั่วคราว พร้อมทั้งยอมรับว่างบประมาณของวัดในขณะนี้มีจำกัด ทำให้ไม่แน่ใจว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยได้นานแค่ไหน ซึ่งจะต้องขึ้นอยู่กับศรัทธาของญาติโยมที่เข้ามาทำบุญช่วยเหลือ

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ติดตามความคืบหน้าของสถานการณ์ที่วัดพระบาทน้ำพุ ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี จังหวัดลพบุรี หลังจากที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้ามาตรวจสอบเรื่องเงินบริจาคและการบริหารจัดการภายในวัดและมูลนิธิฯ ที่เกี่ยวข้อง โดยล่าสุด นายกองตรี ธนกฤต จิตรอารีย์รัตน์ เลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ได้นำคณะซึ่งประกอบไปด้วยอธิบดีกรมต่างๆ และเจ้าหน้าที่ ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบประเด็นที่เกี่ยวข้องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการเปิดการรักษาพยาบาลผู้ป่วยโรคเอดส์ อาคารสถานที่ การเก็บศพผู้เสียชีวิตจากโรคเอดส์จำนวนประมาณ 20 ร่าง รวมถึงสถานที่ปลูกกัญชา โดยได้สั่งการให้ทางมูลนิธิฯ และทางวัดดำเนินการให้ถูกต้องตามกฎหมาย และมีบางส่วนที่ต้องดำเนินการทางกฎหมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการนำร่างผู้ป่วยโรคเอดส์ที่ตั้งแสดงอยู่ที่ศาลาธรรมสังเวชภายในวัด ไปทำการเผาให้เรียบร้อย เนื่องจากร่างที่นำมาตั้งแสดงนั้นอาจจะยังมีเชื้อโรคอยู่ และอาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของผู้ที่เข้ามาเยี่ยมชมได้

ในวันนี้ (21 สิงหาคม) ทางวัดได้เตรียมความพร้อมในการดำเนินการตามประเพณี และได้ประสานไปยังญาติของผู้เสียชีวิตให้มาร่วมพิธี โดยกำหนดจัดพิธีในเช้าวันเสาร์ที่ 23 สิงหาคม 2568 ณ ฌาปนสถานของวัด แต่หากไม่ทัน จะนำร่างไปประกอบพิธีที่วัดใกล้เคียง จากนั้นจะประกอบพิธีเก็บกระดูก มอบให้กับญาติ หากไม่มีญาติก็จะบรรจุห่อและเขียนชื่อติดไว้ ซึ่งตั้งแต่ช่วงเช้า เจ้าหน้าที่ได้จัดเตรียมสถานที่และทำความสะอาดในเบื้องต้น

พระครูสุวัฒน์กิตติสาร เจ้าอาวาสวัดสระมะเกลือ เจ้าคณะตำบลเขาสามยอด ได้เปิดเผยว่า หลังจากที่เจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุได้ลาออกจากตำแหน่ง ยังไม่มีการแต่งตั้งผู้ใดมารักษาการแทน คณะสงฆ์ชั้นผู้ใหญ่จึงได้ขอให้ท่านดูแลดำเนินการจัดระเบียบภายในวัดให้เรียบร้อยเสียก่อน ซึ่งก็ได้เชิญคณะกรรมการวัดมาพูดคุยแล้ว และมีการแต่งตั้งคณะกรรมการวัดชุดใหม่แทนชุดที่หมดวาระตามการลาออกของอดีตเจ้าอาวาส โดยยังคงแต่งตั้งคณะกรรมการวัดชุดเดิมให้ทำงานต่อไป และได้เน้นย้ำในเรื่องของการใช้งบประมาณที่เกี่ยวข้องกับทางวัดเท่านั้น เนื่องจากพบว่างบประมาณที่มีอยู่ล่าสุดมีจำนวนจำกัด และไม่แน่ใจว่าจะสามารถดูแลผู้ป่วยได้นานแค่ไหน ทั้งนี้ก็คงต้องขึ้นอยู่กับศรัทธาของญาติโยมที่จะมาทำบุญช่วยเหลือกันต่อไป หากงบประมาณหมด ก็ค่อยพิจารณากันอีกที

สำหรับการดูแลผู้ป่วยนั้น ถือว่าเป็นการให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน เนื่องจากผู้ป่วยในช่วงที่ปกติก็ใส่บาตรพระ เมื่อพวกเขามีความเดือดร้อนก็ต้องช่วยดูแลกันไป นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำในเรื่องการจัดการภายในวัดที่จะต้องแยกให้ชัดเจน ไม่ยุ่งเกี่ยวกับทางมูลนิธิฯ ส่วนการทำบัญชีการรับบริจาคจะต้องสามารถตรวจสอบได้ทุกกรณี

วัดพระบาทน้ำพุ เตรียมฌาปนกิจศพผู้ป่วยโรคเอดส์

ความสำคัญของการดูแลผู้ป่วยโรคเอดส์ที่วัดพระบาทน้ำพุ

วัดพระบาทน้ำพุ ไม่ได้เป็นเพียงสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางศาสนา แต่ยังเป็นศูนย์รวมจิตใจและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ป่วยโรคเอดส์ การจัดพิธีฌาปนกิจศพอย่างสมเกียรติจึงเป็นการแสดงความเคารพต่อผู้เสียชีวิต และเป็นการสร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่

การสนับสนุนวัดพระบาทน้ำพุ จึงเป็นการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ร่วมกันสร้างสังคมที่เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ และเป็นกำลังใจให้ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ

ที่มา – “วัดพระบาทน้ำพุ” จัดสถานที่เตรียมฌาปนกิจศพผู้ป่วยโรคเอดส์ ในวันที่ 23 ส.ค. นี้

“แม่ทัพภาคที่ 2” เผยเหตุระเบิดที่ตาควาย

“แม่ทัพภาคที่ 2” ได้ออกมาเปิดเผยถึงเหตุการณ์เสียงระเบิดที่ปราสาทตาควาย โดยยืนยันว่าเหตุการณ์ดังกล่าวไม่เกี่ยวข้องกับกองทัพไทย และยังคงยืนยันว่าไม่เคยไว้ใจประเทศกัมพูชาในทุกสถานการณ์

“แม่ทัพภาคที่ 2” เผยเหตุระเบิดที่ปราสาทตาควาย

เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 เวลา 14.00 น. ณ สโมสรร่วมเริงไชย กองทัพภาคที่ 2 ค่ายสุรนารี จังหวัดนครราชสีมา พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้เดินทางมารับมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคจำนวนมาก ซึ่งเป็นน้ำใจจากประชาชนชาวไทยที่มอบให้กับทหารชายแดน

พลโท บุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวถึงกรณีที่มีเสียงระเบิดดังขึ้นที่ปราสาทตาควายว่า เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นภายในฝั่งกัมพูชา และไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับกำลังทหารของประเทศไทย โดยรายงานเบื้องต้นระบุว่าเป็นกับระเบิดสังหารบุคคลที่ทางฝั่งกัมพูชาวางไว้ และอาจเกิดจากการที่ทหารกัมพูชาเผลอเหยียบกับระเบิดของตนเอง ซึ่งมีความเป็นไปได้สูง ยืนยันว่าเหตุการณ์นี้ไม่มีผลกระทบต่อทหารไทยและไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกัน

ประเด็นสำคัญที่แม่ทัพภาคที่ 2 เน้นย้ำ

  • เรื่องการรื้อถอนบริเวณช่องอานม้า: ข่าวดังกล่าวไม่เป็นความจริง ไม่มีการรื้อถอนใดๆ ทั้งสิ้น แม้ว่าฝ่ายกัมพูชาจะขอให้รื้อออก แต่ทางเราไม่ยินยอม เนื่องจากถือว่าเป็นอธิปไตยของไทยในการป้องกันการรุกล้ำซ้ำเดิม และจะยังคงตรึงกำลังไว้เช่นเดิม
  • การสร้างแนวป้องกันเพิ่มเติม: จะต้องมีการพูดคุยกับทางกัมพูชาเพื่อให้ทั้งสองฝ่ายเข้าใจตรงกัน โดยแนวรั้วมีจุดประสงค์เพื่อป้องกันการรุกล้ำของกองกำลังทางทหาร แต่ไม่ได้หมายความว่าแนวรั้วจะเป็นเส้นเขตแดน ทั้งนี้ การสร้างรั้วจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อทั้งสองฝ่ายมีความเข้าใจตรงกัน
  • การประชุมพูดคุยกับแม่ทัพกัมพูชา: ทางกัมพูชาได้ตอบรับการประชุม แต่ขอเลื่อนไปเป็นวันที่ 27 สิงหาคม ที่ช่องสนั่ม เพื่อหารือถึงข้อตกลงต่างๆ ซึ่งผลลัพธ์สุดท้ายขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของผู้นำกัมพูชา การพูดคุยในระดับแม่ทัพอาจจะยังไม่มีผลเท่าที่ควร แต่ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการหารือเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อยโดยเร็วที่สุด

สำหรับเรื่องของ MOU นั้น เป็นเรื่องของรัฐบาล หรือกลุ่มพลังมวลชนที่จะพิจารณาข้อดีข้อเสีย ส่วนทางทหารจะยึดถือแผนที่ 1 ต่อ 50,000 และยึดถือเส้นเขตแดนเพื่อผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ ความน่าเป็นห่วงเกี่ยวกับการปะทะตามแนวชายแดนขึ้นอยู่กับสถานการณ์ภายในกัมพูชาเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการยั่วยุต่างๆ หากมีการกระทำที่เกินกว่าเหตุ ทางเราก็มีสิทธิ์ที่จะตอบโต้ไปตามสมควร

แม่ทัพภาคที่ 2 กล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของกำลังทหารฝ่ายตรงข้าม หากมีการเพิ่มเติมทดแทนกำลังที่สูญเสียไป หรือมีการถอนกำลังออกไป ถือเป็นเรื่องปกติ ขอย้ำว่ายังคงไม่สามารถไว้ใจได้ และยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์ ยืนยันว่าไม่เคยไว้วางใจ และไม่มีความหนักใจหรือกดดันใดๆ ทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย และทำงานตามหน้าที่ด้วยความสุข

หลังจากเกษียณอายุราชการแล้ว ก็พร้อมที่จะรับใช้ประเทศชาติในส่วนที่สามารถทำได้ ขึ้นอยู่กับผู้บังคับบัญชาชั้นสูงว่าจะมอบหมายให้ช่วยเหลือในด้านใดบ้าง จะเป็นพลเมืองดี และพร้อมที่จะทำหน้าที่ช่วยเหลือประเทศชาติในส่วนที่ทำได้ต่อไป

ทหารไทยทุกคนมีขวัญและกำลังใจที่ดี ได้รับแรงหนุนจากพี่น้องประชาชนทั่วประเทศ ขอขอบคุณพี่น้องประชาชน และขอให้ไว้วางใจในการป้องกันอธิปไตยของกองทัพทั้ง 4 เหล่าทัพ ในส่วนของแนวชายแดนที่อยู่ในเขตรับผิดชอบของกองทัพภาคที่ 2 ขอให้พี่น้องประชาชนไม่ต้องเป็นห่วง ทางเราจะทำหน้าที่ให้ดีที่สุด ขอบคุณสำหรับกำลังใจและสิ่งของที่ทุกท่านส่งมาด้วยน้ำใจ จะน้อมรับและนำไปมอบให้กับน้องๆ ทหารตามแนวชายแดนต่อไป

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นบริเวณชายแดน แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมและความไม่ประมาท ถึงแม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะดูสงบ แต่การรักษาความมั่นคงของชาติเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง

ที่มา – “แม่ทัพภาคที่ 2” เผยเหตุเสียงระเบิดที่ประสาทตาควาย ยืนยันไม่เคยไว้ใจกัมพูชา

มาเอดะ & เทียร์นีย์ ‘ต้องสร้างความร่วมมือ’ – บทวิเคราะห์ Nevin

มาเอดะ & เทียร์นีย์ ‘ต้องสร้างความร่วมมือ’ – บทวิเคราะห์ Nevin

เนื้อหานี้ไม่พร้อมใช้งานในตำแหน่งที่ตั้งของคุณ

เกิดข้อผิดพลาด

แพท เนวิน นักวิเคราะห์ของ BBC Sport กล่าวว่า ความร่วมมือทางฝั่งซ้ายของเซลติกชุดใหม่ ระหว่าง ไดเซน มาเอดะ และ คีแรน เทียร์นีย์ จะต้อง “สร้างความเข้าใจ” หากทีมจากสก็อตแลนด์ต้องการผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟของแชมเปียนส์ลีกให้ได้

เซลติกกำลังเตรียมตัวอย่างหนักเพื่อเป้าหมายนี้ และการที่ มาเอดะ & เทียร์นีย์ ‘ต้องสร้างความร่วมมือ’ ให้แข็งแกร่งขึ้นถือเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เนวินเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการปรับตัวเข้าหากันของทั้งคู่ เพื่อให้ทีมสามารถแสดงศักยภาพสูงสุดในการแข่งขันระดับสูง

การประสานงานและความเข้าใจระหว่างมาเอดะและเทียร์นีย์จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างโอกาสในการทำประตูและการป้องกันที่มีประสิทธิภาพ มาเอดะเป็นที่รู้จักจากความเร็วและความขยัน ส่วนเทียร์นีย์มีความสามารถในการเติมเกมรุกและการป้องกันที่แข็งแกร่ง เมื่อทั้งสองคนทำงานร่วมกันอย่างราบรื่น จะทำให้เซลติกมีอาวุธที่น่ากลัวในแนวรุก

โค้ชร็อดเจอร์สเองก็ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นอย่างมาก เพราะรู้ดีว่าการแข่งขันในแชมเปียนส์ลีกนั้นยากลำบาก การมีทีมเวิร์คที่แข็งแกร่ง และการที่นักเตะเข้าใจบทบาทของตัวเองเป็นอย่างดี จะช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้อย่างมาก

ความท้าทายที่สำคัญคือการสร้างความเข้าใจที่รวดเร็ว เนื่องจากทั้งคู่เพิ่งได้ร่วมงานกัน การฝึกซ้อมและการลงเล่นในเกมจริงจะเป็นโอกาสที่ดีในการปรับตัวเข้าหากันและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีในสนาม การสื่อสารและการทำงานร่วมกันอย่างใกล้ชิดจะเป็นปัจจัยสำคัญในการทำให้ความร่วมมือนี้ประสบความสำเร็จ

WATCH MORE: Champions League highlights on BBC iPlayer

READ MORE: Celtic’s lack of deals ‘not my decision’ – Rodgers

  • Subsection
  • Published

จากบทวิเคราะห์ของเนวิน เราได้เห็นถึงความสำคัญของการสร้างความเข้าใจระหว่าง มาเอดะ & เทียร์นีย์ ‘ต้องสร้างความร่วมมือ’ เพื่อเป้าหมายที่ยิ่งใหญ่ของสโมสร

ทำไม มาเอดะ & เทียร์นีย์ ‘ต้องสร้างความร่วมมือ’ ถึงสำคัญ?

เพราะการเล่นเป็นทีมเวิร์ค จะทำให้เซลติกแข็งแกร่ง

ที่มา – Maeda & Tierney ‘have to build a partnership’ – Nevin analysis

รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรน 614 ลำ

เมื่อค่ำคืนที่ผ่านมา สถานการณ์ในยูเครนทวีความตึงเครียดขึ้นอีกครั้ง เมื่อกองทัพอากาศยูเครนได้ออกมาแถลงการณ์ว่า รัสเซียได้ทำการยิงโดรนและขีปนาวุธจำนวนมหาศาลกว่า 600 ลูกเข้าใส่ยูเครน นับเป็นการโจมตีครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา ท่ามกลางความพยายามของสหรัฐฯ ที่จะหยุดยั้งการรุกรานของรัสเซียอย่างต่อเนื่อง

รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ

ตามรายงานของกองทัพอากาศยูเครน กองกำลังรัสเซียได้ใช้โดรนถึง 574 ลำ และขีปนาวุธอีก 40 ลูก ในการโจมตีครั้งนี้ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย อย่างไรก็ตาม ระบบป้องกันภัยทางอากาศของยูเครนก็สามารถตอบโต้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยสามารถยิงโดรนตกได้ถึง 546 ลำ และขีปนาวุธอีก 31 ลูก เจ้าหน้าที่ยูเครนยังรายงานเพิ่มเติมว่า มีการโจมตีเกิดขึ้นในหลายภูมิภาค รวมถึงซาปอริซเซีย ดนีปรอเปตรอฟสค์ และลวิฟ ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 1 ราย และบาดเจ็บอีก 1 ราย

การโจมตีระลอกใหม่นี้เกิดขึ้นหลังจากที่ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี แห่งยูเครน ได้เสนอให้ประเทศที่เป็นกลางอย่างสวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย หรือตุรกี เป็นสถานที่สำหรับการเจรจาสันติภาพกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย เพื่อหาทางออกให้กับวิกฤตการณ์ที่เกิดขึ้น

ความเป็นไปได้ในการเจรจาสันติภาพ หลัง รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ

นอกจากนี้ ยังมีความเป็นไปได้ที่จะมีการประชุมไตรภาคี โดยมีสหรัฐฯ เป็นตัวกลางในการเจรจา หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐฯ ได้พบปะกับปูตินที่รัฐอะลาสกา และเตรียมที่จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับเซเลนสกีและผู้นำยุโรปหลายท่านที่ทำเนียบขาว เซเลนสกีเองก็ได้แสดงความพร้อมที่จะพบกับปูติน “ในรูปแบบใดก็ได้” เพื่อหาทางออกให้กับสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม ข้อเสนอของปีเตอร์ ซียาร์โต รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศฮังการี ที่เสนอให้บูดาเปสต์เป็นสถานที่สำหรับการประชุมสุดยอด ดูเหมือนจะไม่ได้รับการยอมรับจากทุกฝ่าย เนื่องจากนายกรัฐมนตรีวิกเตอร์ ออร์บาน ของฮังการี ยังคงรักษาความสัมพันธ์อันใกล้ชิดกับรัสเซีย และมักจะขัดขวางความพยายามของสหภาพยุโรปในการสนับสนุนยูเครน ดังนั้น ฮังการีจึงอาจไม่ถูกมองว่าเป็นเจ้าภาพที่เป็นกลาง

ขณะเดียวกัน ผู้นำยูเครนยังได้กล่าวอีกว่า กองกำลังรัสเซียกำลังรวมตัวกันที่แนวหน้าทางใต้ในภูมิภาคซาปอริซเซีย ซึ่งเป็นหนึ่งในสี่ภูมิภาคของยูเครนที่รัสเซียอ้างสิทธิ์ว่าเป็นของตนเอง การเคลื่อนไหวนี้ยิ่งเพิ่มความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ที่อาจจะทวีความรุนแรงขึ้น

อันดรี ซีบีฮา รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศยูเครน ได้เปิดเผยว่า การโจมตีครั้งล่าสุดนี้ประกอบไปด้วยโดรน ขีปนาวุธความเร็วเหนือเสียง ขีปนาวุธวิถีโค้ง และขีปนาวุธร่อน โดยเขากล่าวว่า “ขีปนาวุธลูกหนึ่งโจมตีบริษัทผลิตอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์รายใหญ่ของอเมริกาในภูมิภาคตะวันตกของยูเครน ส่งผลให้เกิดความเสียหายอย่างหนักและมีผู้บาดเจ็บล้มตาย” เหตุการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงผลกระทบที่ร้ายแรงของการโจมตีที่ไม่ได้จำกัดอยู่แค่เป้าหมายทางทหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อภาคธุรกิจและพลเรือนอีกด้วย

สถานการณ์ล่าสุดที่รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ นี้ แสดงให้เห็นถึงความท้าทายอย่างยิ่งในการสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาค การโจมตีที่รุนแรงและการตอบโต้ที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ยิ่งทำให้ความหวังในการเจรจาและการประนีประนอมริบหรี่ลงทุกที ท่ามกลางสถานการณ์ที่ผันผวนนี้ การสนับสนุนจากนานาชาติและความพยายามในการหาทางออกทางการทูตอย่างสร้างสรรค์จึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันไม่ให้วิกฤตการณ์นี้ลุกลามบานปลายไปมากกว่านี้ และนำมาซึ่งความสูญเสียและการทำลายล้างที่ไม่อาจประเมินค่าได้ การตระหนักถึงความร้ายแรงของสถานการณ์ และการร่วมมือกันหาทางออกอย่างจริงจัง จึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาคมโลก

ที่มา – รัสเซียโจมตียูเครนคืนเดียว ด้วยโดรนและขีปนาวุธ 614 ลำ

กลาโหมมอบ “เหรียญบางระจัน” ให้พลทหารตะวัน

กระทรวงกลาโหมเชิดชูทหารกล้า มอบ “เหรียญบางระจัน” ให้ “พลทหารตะวัน” ผู้เสียสละจากเหตุสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา โดยพลทหารตะวัน สิงห์เรือง ได้เสียสละดวงตาข้างซ้ายเพื่อปกป้องอธิปไตยของชาติ สร้างความประทับใจและความภาคภูมิใจให้กับคนไทยทั้งประเทศ

จากกรณีสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา พลทหารตะวัน สิงห์เรือง อายุ 21 ปี สังกัด ร.4 พัน 1 ค่ายจิรประวัติ จ.นครสวรรค์ ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ ถูกลูกระเบิดจนสูญเสียดวงตาข้างซ้ายที่ภูมะเขือ จ.อุบลราชธานี เหตุการณ์ดังกล่าวสร้างความสะเทือนใจให้กับครอบครัวและเพื่อนร่วมงานเป็นอย่างมาก

หลังจากพักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน พลทหารตะวันยังมีอาการผวาและสะดุ้งตื่นจากเหตุการณ์สู้รบอยู่บ่อยครั้ง แต่ด้วยกำลังใจจากครอบครัว เพื่อนฝูง และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทำให้พลทหารตะวันมีกำลังใจในการต่อสู้และฟื้นฟูร่างกายต่อไป

ล่าสุด พันโท เพทาย สมฤทธิ์ ผู้บังคับการกองพันทหารราบที่ 1 กรมทหารราบที่ 4 ค่ายจิระประวัติ จังหวัดนครสวรรค์ พร้อมด้วยแพทย์ทหาร และส่วนราชการ ได้เดินทางไปให้กำลังใจพลทหารตะวัน พร้อมทั้งมอบประกาศนียบัตรและ “เหรียญบางระจัน” ให้ “พลทหารตะวัน” เพื่อเป็นการเชิดชูเกียรติและความเสียสละ

พลทหารตะวัน สิงห์เรือง เปิดเผยว่า รู้สึกดีใจและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับ “เหรียญบางระจัน” ให้ “พลทหารตะวัน” และขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้ความช่วยเหลือและดูแลเป็นอย่างดี นอกจากนี้ พลทหารตะวันยังมีความหวังที่จะกลับไปรับราชการต่อ โดยมีความใฝ่ฝันที่จะเป็น “นักรบชุดดำ”

มอบ “เหรียญบางระจัน” ให้ “พลทหารตะวัน”

ความกล้าหาญและความเสียสละของพลทหารตะวัน สิงห์เรือง เป็นที่ประจักษ์แก่สายตาของคนไทยทั้งประเทศ การได้รับ “เหรียญบางระจัน” ให้ “พลทหารตะวัน” ถือเป็นเกียรติประวัติอันสูงสุดของชีวิตทหาร และเป็นเครื่องเตือนใจให้ระลึกถึงความเสียสละเพื่อชาติบ้านเมือง

ความหวังของพลทหารตะวัน

ถึงแม้จะสูญเสียดวงตาข้างซ้าย แต่พลทหารตะวันยังคงมีความมุ่งมั่นและตั้งใจที่จะรับราชการต่อไป ความฝันที่จะเป็น “นักรบชุดดำ” สะท้อนให้เห็นถึงจิตใจที่เข้มแข็งและความรักชาติอย่างเปี่ยมล้น

  • การดูแลรักษา: พลทหารตะวันได้รับการส่งตัวไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า
  • กำลังใจจากทุกภาคส่วน: ได้รับความช่วยเหลือจากทุกภาคส่วนเป็นอย่างดี
  • ความกังวลเรื่องอนาคต: ยังมีความกังวลเกี่ยวกับอนาคตการทำงาน

“ตอนแรกเหมือนเรารู้สึกโดนทิ้ง แค่แบบรอ… แต่พอเวลาพี่นักข่าวมาช่วย ก็กลายเป็นว่า เขาก็หันมาสนใจเรามากขึ้น หันมาแบบว่ามาบอกเราดูแลเรา” พลทหารตะวันกล่าว

เรื่องราวของพลทหารตะวันเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องชาติบ้านเมือง และความเสียสละของทหารกล้าที่พร้อมจะเสียสละชีวิตเพื่อประเทศชาติ

ที่มา – มอบ “เหรียญบางระจัน” ให้ “พลทหารตะวัน” เจ้าตัวหวังอยากรับราชการต่อ เป็น “นักรบชุดดำ”