วัน: 24 สิงหาคม 2025

เซนต์ เมียร์เรน เสมอ ‘ไม่ใช่จุดจบโลก’ – มาร์ติน

เซนต์ เมียร์เรน เสมอ ‘ไม่ใช่จุดจบโลก’ – มาร์ติน

รัสเซลล์ มาร์ติน หัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์ส กล่าวว่า การเสมอ 3 นัดรวดในศึกสกอตติช พรีเมียร์ชิพ ที่เซนต์ เมียร์เรน “ไม่ใช่จุดจบของโลก” สำหรับเรนเจอร์ส

ผลการแข่งขันที่เพสลีย์ หมายความว่าทีมของมาร์ตินไม่สามารถหลีกเลี่ยงการบันทึกสถิติการออกสตาร์ทในประเทศที่แย่ที่สุดในรอบ 36 ปี หลังจากผ่านไปสามเกม

รายงานการแข่งขัน: ประตูท้ายเกมของเคอร์ติสช่วยเรนเจอร์สรอดพ้นความพ่ายแพ้ที่เซนต์ เมียร์เรน

อ่านเพิ่มเติม: อิกามาเนปฏิเสธที่จะลงสนามหลังถูกปฏิเสธข้อเสนอ มาร์ตินอ้าง

เซนต์ เมียร์เรน เสมอ ส่งผลกระทบต่อเรนเจอร์สอย่างไร?

การเสมอในเกมล่าสุดกับเซนต์ เมียร์เรน ทำให้เรนเจอร์สต้องเผชิญกับความท้าทายในการไล่ตามจ่าฝูงของลีก สถานการณ์เช่นนี้สร้างแรงกดดันให้กับทีมและผู้จัดการทีมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การเริ่มต้นฤดูกาลที่ไม่ราบรื่นอาจส่งผลต่อความมั่นใจของนักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อทีมมีความคาดหวังสูงจากแฟนบอลและผู้บริหาร

อย่างไรก็ตาม มาร์ตินยังคงมองโลกในแง่ดีและเชื่อว่าทีมของเขาสามารถกลับมาสู่เส้นทางที่ควรจะเป็นได้ เขาเน้นย้ำถึงความสำคัญของการทำงานหนักและความมุ่งมั่นในการฝึกซ้อม เพื่อแก้ไขข้อผิดพลาดและปรับปรุงฟอร์มการเล่นโดยรวมของทีม

การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในทีม

เพื่อแก้ไขสถานการณ์ปัจจุบัน มาร์ตินอาจพิจารณาทำการเปลี่ยนแปลงบางอย่างในทีม ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนผู้เล่นตัวจริง การปรับกลยุทธ์การเล่น หรือการเน้นย้ำในเรื่องของจิตวิทยาและความเชื่อมั่นของทีม การตัดสินใจเหล่านี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพลิกสถานการณ์และนำทีมกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ

  • การวิเคราะห์จุดแข็งและจุดอ่อนของทีม
  • การปรับปรุงเกมรับและเกมรุก
  • การสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นในทีม

ความสำคัญของเกมต่อไป

เกมต่อไปของเรนเจอร์สมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการสร้างโมเมนตัมและความเชื่อมั่น การคว้าชัยชนะในเกมดังกล่าวจะเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าทีมสามารถกลับมาสู่ฟอร์มที่ดีได้ และเป็นการเรียกศรัทธาจากแฟนบอลกลับคืนมา

แม้ว่าการเสมอ เซนต์ เมียร์เรน จะไม่ใช่ผลลัพธ์ที่น่าพอใจ แต่ทีมต้องมองไปข้างหน้าและมุ่งมั่นที่จะพัฒนาต่อไป ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นต้องถูกนำมาวิเคราะห์และแก้ไข เพื่อให้ทีมแข็งแกร่งขึ้นและพร้อมสำหรับการแข่งขันในอนาคต การสนับสนุนจากแฟนบอลยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ทีมก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

ในท้ายที่สุด การที่ เซนต์ เมียร์เรน เสมอ อาจเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญที่กระตุ้นให้เรนเจอร์สปรับปรุงและพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น การเรียนรู้จากความผิดพลาดและความมุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า จะเป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จในฤดูกาลนี้

ที่มา – St Mirren draw ‘not end of the world’ – Rangers’ Martin

ทบ. โต้กัมพูชา! ยันไทยไม่ใช้สงครามจิตวิทยา

กองทัพบก (ทบ.) ตอบโต้กัมพูชา ยืนยันประเทศไทยไม่เคยใช้ สงครามจิตวิทยา บิดเบือนข้อเท็จจริง ตรงกันข้าม กัมพูชาต่างหากที่บิดเบือนข้อเท็จจริงมาโดยตลอด พร้อมย้ำว่าไทยยึดมั่นและปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงผ่านกลไก GBC–RBC และพร้อมเปิดเผยข้อเท็จจริงเชิงประจักษ์ต่อประชาคมโลก

จากกรณีที่สำนักงาน Fresh News ของกัมพูชา ได้เผยแพร่ถ้อยแถลงของ นายเพน โบนา รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี/หัวหน้าโฆษกรัฐบาลกัมพูชา เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 เกี่ยวกับความคืบหน้าการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงกัมพูชา–ไทย โดยสรุปเป็น 4 ประเด็นหลัก:

  1. ความเป็นเอกภาพอันแน่นแฟ้นของชาวกัมพูชา ทำให้ “สงครามจิตวิทยา” และกลอุบายข้อมูลเท็จที่ฝ่ายไทยพยายามใช้เพื่อบ่อนทำลายขวัญกำลังใจของประชาชน ต้องล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
  2. กัมพูชายังคงเดินหน้าปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงกับไทย ผ่านการประชุม GBC และ RBC ซึ่งมีผลเชิงบวกอย่างต่อเนื่อง และยึดมั่นในแนวทางสันติวิธี
  3. การดำเนินการตามข้อตกลงหยุดยิงอยู่ภายใต้สายตาของประชาคมระหว่างประเทศ โดยเฉพาะสหรัฐฯ จีน มาเลเซีย รวมถึงคณะทูตและผู้แทนฝ่ายทหารจากต่างประเทศ
  4. ความเป็นหนึ่งเดียวของชาวกัมพูชาทั้งในและนอกประเทศ ที่ร่วมกันชูธงชาติและส่งเสียงสนับสนุนอธิปไตยและบูรณภาพแห่งดินแดน พร้อมชื่นชมกองทัพและกองกำลังติดอาวุธทุกหน่วยที่ปกป้องประเทศอย่างแข็งขัน

ทบ. ยันไทยไม่เคยใช้สงครามจิตวิทยา

พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาชี้แจงตอบโต้ประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่า ประเทศไทยไม่เคยใช้ สงครามจิตวิทยา ต่อกัมพูชา ตรงกันข้ามคือฝ่ายกัมพูชาที่เป็นผู้ใช้วิธีการดังกล่าว ทั้งในรูปแบบการโฆษณาชวนเชื่อและการเผยแพร่ข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริงเพื่อสร้างภาพลักษณ์ให้ตนเอง ขณะที่ประเทศไทยยึดมั่นเพียงการนำเสนอข้อเท็จจริงที่ตรวจสอบและพิสูจน์ได้ ไม่เคยใช้วิธีการที่เป็นการบิดเบือนหรือสร้างความเข้าใจผิด ที่สำคัญไทยมีเสรีในการนำเสนอข่าว พร้อมเปิดให้สำนักข่าวทั้งในและต่างประเทศเข้าทำข่าวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทราบว่าทางกัมพูชาอาจไม่ให้ความสำคัญ โดยดูจากสื่อภายในประเทศกัมพูชาเอง ที่ยังถูกควบคุมและห้ามนำเสนอข่าวข้อเท็จจริงต่อประชาชนกัมพูชา

เกี่ยวกับการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิง ไทยได้แสดงความจริงใจและยึดมั่นในทุกข้อตกลงมาโดยตลอด การประชุมผ่านกลไก GBC และ RBC ถือเป็นช่องทางสำคัญที่ไทยยืนยันพร้อมใช้เพื่อแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธี แต่ข้อเท็จจริงในพื้นที่แสดงให้เห็นว่ากัมพูชามักเป็นฝ่ายละเมิดข้อตกลง เช่น การเคลื่อนไหวของกำลังทหารในพื้นที่อธิปไตยไทย การลอบวางทุ่นระเบิด และการขัดขวางการทำงานของคณะผู้สังเกตการณ์อาเซียน ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา ล่าสุดยังมีการพยายามบิดเบือนผลการประชุม RBC ในวันที่ 22 ส.ค. 68 ที่ผ่านมา ซึ่งฝ่ายไทยได้ประท้วงไปแล้ว สิ่งเหล่านี้สะท้อนชัดว่ากัมพูชาไม่ได้มีความจริงใจจะปฏิบัติตามที่กล่าวอ้าง

ไทยให้ความสำคัญกับการสื่อสารกับต่างประเทศ

โฆษกกองทัพบกชี้แจงเพิ่มเติมว่า ไทยเองได้ให้ความสำคัญสูงสุดต่อการสื่อสารกับต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นองค์การระหว่างประเทศ คณะทูต หรือผู้แทนกองทัพจากนานาชาติ โดยไทยนำเสนอข้อมูลตามข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นจริงในพื้นที่ เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดว่าไทยเป็นฝ่ายรุกราน ทั้งนี้ นอกจากฝ่ายไทยจะใช้การสื่อสารด้วยการประท้วงและชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ยังแสดงให้สังคมโลกเห็นถึงหลักฐานเชิงประจักษ์ต่างๆ ในพื้นที่ ทั้งทุ่นระเบิดที่พบ และพื้นที่พลเรือนที่เสียหาย ที่ไม่สามารถบิดเบือนได้

โฆษกกองทัพบกขอขอบคุณประชาชนไทยทั้งในประเทศและต่างประเทศที่ได้แสดงออกถึงการยืนหยัดเคียงข้าง และให้การสนับสนุนกองทัพ และเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยผู้ปฏิบัติหน้าที่ปกป้องอธิปไตยของชาติ รวมถึงรัฐบาล ในรูปแบบที่เป็นไปตามธรรมชาติ โดยไม่มีลักษณะการแสดงออกในเชิงจัดตั้งขึ้นเพื่อหวังผลในเชิงจิตวิทยาแต่อย่างใด ซึ่งเสียงสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในสังคมไทยเป็นสิ่งที่สะท้อนถึงพลังความสามัคคีและความรักชาติของคนไทยอย่างชัดเจน

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความสำคัญของการรักษาความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ โดยยึดหลักความจริงใจและความโปร่งใส การใช้ สงครามจิตวิทยา ไม่เป็นผลดีต่อทั้งสองฝ่าย และการร่วมมือกันแก้ไขปัญหาด้วยสันติวิธีเท่านั้นที่จะนำมาซึ่งความสงบสุขอย่างยั่งยืน

ที่มา – ทบ. ตอกกลับกัมพูชา ยันไทยไม่เคยใช้สงครามจิตวิทยา บิดเบือนข้อเท็จจริง

เหลวไหลสิ้นดี! นูโน่ไม่ต้องการออกจากฟอเรสต์

นูโน่ เอสปิริโต ซานโต ผู้จัดการทีมน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยืนยันว่าเขาต้องการอยู่กับสโมสรต่อไป

อนาคตของกุนซือวัย 51 ปีรายนี้ถูกตั้งคำถาม หลังจากที่เขาเปิดเผยเมื่อวันศุกร์ว่าความสัมพันธ์ของเขากับเจ้าของทีมอย่าง เอวานเจลอส มารินาคิส “เปลี่ยนไป” และพวกเขา “ไม่ได้สนิทกันเหมือนเดิม”

“ที่ไหนมีควัน ที่นั่นย่อมมีไฟ” นูโน่กล่าวถึงข่าวลือเกี่ยวกับบทบาทของเขา

แต่ก่อนเกมพรีเมียร์ลีกกับคริสตัล พาเลซ ในวันอาทิตย์ บอสชาวโปรตุกีสยืนยันว่าเขาไม่ต้องการย้ายออกไปไหน

เมื่อถูกถามว่าเขากำลังพยายามจะย้ายทีมหรือไม่ นูโน่บอกกับ Sky Sports ว่า: “เหลวไหลสิ้นดี! มันไม่สมเหตุสมผลเลยสักนิด เรากำลังมุ่งเน้นไปที่เกมและนั่นสำคัญกว่า”

อย่างไรก็ตาม อดีตบอสของวูล์ฟส์และสเปอร์สกล่าวว่าเขาจะหารือกับมารินาคิสและเอดู หัวหน้าฝ่ายฟุตบอลระดับโลกของสโมสร เกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะ

“ใช่ นั่นคือสิ่งที่เราต้องทำและเรากำลังจะทำ” เขากล่าวเสริม

แหล่งข่าวบอกกับ BBC Sport ว่าตำแหน่งของนูโน่ยังไม่ปลอดภัยอย่างสมบูรณ์ แม้ว่าจะประสบความสำเร็จในการคว้าสิทธิ์ไปเล่นในยุโรปเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และการคว้าชัยชนะเหนือเบรนท์ฟอร์ดในเกมนัดเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก

แหล่งข่าวระบุว่าความไม่แน่นอนดังกล่าวได้ขยายวงกว้างไปยังผู้เล่นในทีม ซึ่งรับรู้ถึงสถานการณ์ดังกล่าว

เหลวไหลสิ้นดี! นูโน่ไม่ต้องการออกจากฟอเรสต์

แม้ว่านูโน่จะออกมาแสดงความคิดเห็นล่าสุด แต่ก็ดูเหมือนว่ามีความขัดแย้งเกิดขึ้นเบื้องหลังที่ซิตี้ กราวด์

หากฟอเรสต์ยังคงชนะต่อไป การไล่เขาออกก็จะยากขึ้นมาก

แต่นูโน่คาดหวังได้จริงหรือว่าจะได้รับชัยชนะในการโต้แย้งกับเจ้าของทีมและหัวหน้าฝ่ายฟุตบอล

“นี่คือการต่อสู้ที่นูโน่จะแพ้” ฌูเลียง ลอเรนส์ ผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอลยุโรปกล่าวกับ BBC Radio 5 Live

“เราทุกคนรู้ว่าเมื่อคุณเริ่มตั้งคำถามกับเจ้าของทีม มันก็จบแล้ว การที่เขาออกมาพูดเรื่องนี้โดยไม่มีใครถาม เขาเสนอสิ่งนี้ให้กับคนทั้งโลก เขารู้ว่ามันกำลังจะมาถึงและเขาไม่สามารถชนะการต่อสู้ครั้งนี้ได้”

“เรายังรู้ด้วยว่าเขากับเอดูไม่ถูกกัน เขาอยู่ที่นั่นแล้วตอนที่เอดูมาถึงสโมสร และเราทุกคนรู้ว่าเมื่อผู้อำนวยการกีฬากีฬาคนใหม่มาถึง พวกเขาชอบที่จะมาพร้อมกับคนของตัวเอง”

เนดุม โอนูโอฮา อดีตกองหลังของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ กล่าวว่านูโน่อาจพิจารณาลาออกในตอนนี้ที่ความสัมพันธ์ “พังทลาย”

“สถานะหรือความนิยมของนูโน่อยู่ในระดับสูงกับแฟนบอล พวกเขาจะต้องการเชื่อมั่นในตัวเขาอย่างเต็มที่” เขากล่าวกับ BBC Radio 5 Live

“แต่มันก็อึดอัดสำหรับพวกเขาเช่นกัน เพราะพวกเขาจะรู้สึกขอบคุณสิ่งที่เจ้าของทีมได้ทำเพื่อสโมสรในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา”

“ด้วยการที่เอดูเข้ามาในสโมสรในตำแหน่งที่สำคัญเช่นนี้ เขาจะต้องการให้คนของเขาเข้ามามีบทบาท เพราะพวกเขาจะไม่ไว้วางใจคนที่อยู่ในตำแหน่งนั้นอย่างเต็มที่ หากเขาสามารถเลือกผู้จัดการทีมได้ในตอนนี้ เขาจะเลือกนูโน่หรือไม่ ไม่”

“สิ่งนั้นจะคอยกวนใจตราบเท่าที่เป็นไปได้ แต่มารินาคิสและเอดูจะไม่แช่งให้เขาทำสิ่งต่างๆ ล้มเหลวเพื่อให้พวกเขาสามารถทำการเปลี่ยนแปลงได้”

“แต่ความสัมพันธ์มันพังทลายไปแล้ว และฉันจะไม่แปลกใจเลยถ้านูโน่จะเดินจากไปก่อนที่จะถูกไล่ออก”

สถานการณ์ของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต ที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แม้เจ้าตัวจะออกมาปฏิเสธข่าวลือเรื่องการย้ายทีมก็ตาม ความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดกับเจ้าของทีมและผู้อำนวยการกีฬาอาจเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่ออนาคตของเขาในระยะยาว

หากต้องเลือกข้าง…ใครจะอยู่ ใครจะไป?

การออกมาปฏิเสธข่าวลือของนูโน่ อาจเป็นเพียงการประวิงเวลา หรือพยายามสร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอล แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเบื้องหลังอาจซับซ้อนกว่าที่เราเห็น การตัดสินใจขั้นสุดท้ายขึ้นอยู่กับเจ้าของทีม และผลงานของทีมในสนามจะเป็นตัวแปรสำคัญ

อนาคตของนูโน่ เอสปิริโต ซานโต ที่น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ยังคงเป็นปริศนาที่ต้องติดตามกันต่อไป แต่สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือสถานการณ์ภายในสโมสรกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่เปราะบาง และต้องการการแก้ไขอย่างเร่งด่วน ก่อนที่จะส่งผลกระทบต่อผลงานของทีมในสนาม

เหลวไหลสิ้นดี! หรือไม่? เวลาเท่านั้นที่จะพิสูจน์ได้

ที่มา – ‘That’s nonsense’ – Nuno doesn’t want to leave Forest

อิกามาเน่ของเรนเจอร์สปฏิเสธลงเล่นหลังข้อเสนอถูกปัด

ฮัมซา อิกามาเน่ กองหน้าของทีมเรนเจอร์ส ปฏิเสธที่จะลงเล่นเป็นตัวสำรองในเกมที่เสมอกับเซนต์ เมียร์เรน 1-1 ในศึกสกอตติช พรีเมียร์ชิพ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากที่ข้อเสนอซื้อตัวเขาถูกปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ ตามคำกล่าวของรัสเซลล์ มาร์ติน หัวหน้าโค้ช

อิกามาเน่ฝึกซ้อมก่อนเกมและอบอุ่นร่างกายที่สนาม Paisley แต่เมื่อมาร์ตินหันไปเรียกนักเตะทีมชาติโมร็อกโกรายนี้ลงมาเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังเพื่อหวังตีเสมอ อิกามาเน่อ้างว่าเขาได้รับบาดเจ็บ

“ผมหันไปหาเขาในนาทีที่ 60 และฮัมซาบอกผมว่าเขาได้รับบาดเจ็บ” มาร์ตินกล่าวกับ Sky Sports “ผมต้องเชื่อเขา แต่เราจะได้เห็นกัน”

อิกามาเน่ของเรนเจอร์สปฏิเสธลงเล่นหลังข้อเสนอถูกปัด

มาร์ตินยังเปิดเผยอีกว่า เรนเจอร์สปฏิเสธข้อเสนอซื้อตัวอิกามาเน่ก่อนเกม ซึ่งนักเตะรายนี้ตกเป็นข่าวเชื่อมโยงกับการย้ายออกจากกลาสโกว์ในช่วงซัมเมอร์นี้อย่างต่อเนื่อง

“ปัญหาคือตลาดซื้อขายนักเตะยังเปิดอยู่ และมีผู้คนจำนวนมากที่จับจ้องมองไปที่อื่นด้วย” มาร์ตินกล่าว “เราได้รับข้อเสนอสำหรับฮัมซาในสัปดาห์นี้ และเราได้ปฏิเสธไป”

“มีผู้คนจำนวนมากเกินไปที่ไม่แน่นอน และเราต้องทำให้แน่ใจว่าเรามีคนที่ต้องการอยู่ที่นี่ ผมใจเย็นเกี่ยวกับเรื่องนี้”

ทำไมอิกามาเน่ของเรนเจอร์สปฏิเสธลงเล่นหลังข้อเสนอถูกปัด?

เหตุการณ์นี้น่าจะเกิดจากความไม่พอใจของนักเตะที่สโมสรปฏิเสธข้อเสนอซื้อตัวเขา ทำให้เขารู้สึกว่าไม่ได้รับการสนับสนุนและประเมินค่าจากสโมสรเท่าที่ควร นอกจากนี้ การที่ตลาดซื้อขายนักเตะยังเปิดทำการอยู่ ยิ่งทำให้สถานการณ์มีความไม่แน่นอนและส่งผลต่อสภาพจิตใจของนักเตะ

  • ผลกระทบต่อทีม: การปฏิเสธลงเล่นของอิกามาเน่ส่งผลเสียต่อทีมอย่างแน่นอน เพราะทำให้มาร์ตินไม่สามารถใช้งานนักเตะที่มีศักยภาพในการเปลี่ยนเกมได้ในช่วงเวลาสำคัญ
  • อนาคตของนักเตะ: อนาคตของอิกามาเน่กับเรนเจอร์สดูเหมือนจะไม่แน่นอนแล้ว เหตุการณ์นี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการย้ายทีมของเขาในช่วงซัมเมอร์นี้
  • การบริหารจัดการทีม: เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำหรับเรนเจอร์สในการบริหารจัดการนักเตะ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะที่อาจส่งผลต่อสภาพจิตใจและความมุ่งมั่นของนักเตะ

จากเหตุการณ์ อิกามาเน่ของเรนเจอร์สปฏิเสธลงเล่นหลังข้อเสนอถูกปัด นี้ แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการบริหารจัดการทีมฟุตบอลอาชีพ ที่ไม่ได้มีเพียงแค่เรื่องของฝีเท้าในสนามเท่านั้น แต่ยังรวมถึงเรื่องของจิตใจ ความรู้สึก และความต้องการของนักเตะทุกคนด้วย

ที่มา – Rangers sub Igamane refuses to play at St Mirren after bid rejected

เตือน! “พายุคาจิกิ” จ่อเข้าไทย 26 ส.ค.นี้

กรมอุตุนิยมวิทยาเตือน “พายุคาจิกิ” ฉบับที่ 9 กำลังจะเข้าประเทศไทย โดยคาดว่าจะขึ้นฝั่งเวียดนามในวันพรุ่งนี้ 25 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่จังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 ขอให้ประชาชนในจังหวัดที่ได้รับผลกระทบเตรียมรับมือ

เตือน! “พายุคาจิกิ” จ่อเข้าไทย 26 ส.ค.นี้

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออกประกาศเรื่อง พายุ “คาจิกิ” และฝนตกหนักถึงหนักมากบริเวณประเทศไทย ฉบับที่ 9 (212/2568) โดยระบุว่า เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 24 สิงหาคม 2568 พายุไต้ฝุ่น “คาจิกิ” บริเวณทะเลจีนใต้ตอนบน มีศูนย์กลางอยู่ห่างจากเมืองวิญ ประเทศเวียดนามไปทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ประมาณ 450 กิโลเมตร หรือที่ละติจูด 17.6 องศาเหนือ ลองจิจูด 109.9 องศาตะวันออก โดยมีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางประมาณ 150 กิโลเมตรต่อชั่วโมง

พายุนี้กำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนทางเหนือเล็กน้อยด้วยความเร็วประมาณ 20 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดว่าจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณเมืองวิญ ประเทศเวียดนามตอนบน และจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุโซนร้อนในวันที่ 25 สิงหาคม 2568

หลังจากนั้น พายุจะอ่อนกำลังลงเป็นพายุดีเปรสชันและเคลื่อนเข้าสู่ประเทศลาวในช่วงเช้าของวันที่ 26 สิงหาคม 2568 และมีแนวโน้มที่จะอ่อนกำลังลงเป็นหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรง ก่อนเคลื่อนเข้าสู่ประเทศไทยบริเวณจังหวัดน่านในช่วงเย็นของวันที่ 26 สิงหาคม 2568

จากอิทธิพลของ“พายุคาจิกิ”ในช่วงวันที่ 24-26 สิงหาคม 2568 ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบนจะมีฝนตกหนักถึงหนักมากหลายพื้นที่ และมีลมแรง ส่วนภาคเหนือจะได้รับผลกระทบในช่วงวันที่ 25–27 สิงหาคม 2568 โดยเฉพาะบริเวณที่ใกล้กับเส้นทางเดินพายุ ได้แก่ จังหวัดบึงกาฬ หนองคาย นครพนม สกลนคร อุดรธานี หนองบัวลำภู เลย อุตรดิตถ์ น่าน พะเยา แพร่ เชียงราย เชียงใหม่ ลำปาง ลำพูน และแม่ฮ่องสอน สำหรับภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก จะได้รับผลกระทบทางอ้อมจากพายุ

ขอให้ประชาชนในบริเวณดังกล่าวระวังอันตรายจากฝนตกหนักถึงหนักมาก ลมแรง และฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลัน และน้ำป่าไหลหลาก โดยเฉพาะพื้นที่ลาดเชิงเขาใกล้ทางน้ำไหลผ่านและพื้นที่ลุ่ม

พื้นที่เสี่ยง: จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจาก”พายุคาจิกิ”

วันที่ 24 สิงหาคม 2568

ภาคกลาง: จังหวัดสุพรรณบุรี กาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสาคร และสมุทรสงคราม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี ระนอง พังงา และภูเก็ต

วันที่ 25 สิงหาคม 2568

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม มุกดาหาร นครราชสีมา และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี สมุทรสงคราม สมุทรสาคร นครปฐม รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา ภูเก็ต และกระบี่

วันที่ 26 – 27 สิงหาคม 2568

ภาคเหนือ: จังหวัดแม่ฮ่องสอน เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน ลำปาง พะเยา น่าน แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิจิตร พิษณุโลก และเพชรบูรณ์

ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: จังหวัดเลย หนองคาย บึงกาฬ หนองบัวลำภู อุดรธานี สกลนคร นครพนม ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ยโสธร อำนาจเจริญ และอุบลราชธานี

ภาคกลาง: จังหวัดนครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท กาญจนบุรี ราชบุรี รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

ภาคตะวันออก: จังหวัดนครนายก ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี และตราด

ภาคใต้: จังหวัดเพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ระนอง พังงา และภูเก็ต

สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันตอนบนและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังค่อนข้างแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร ขอให้ชาวเรือเดินเรือด้วยความระมัดระวังและเรือเล็กควรงดออกจากฝั่ง

ขอให้ประชาชนติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด และสามารถติดตามข้อมูลที่เว็บไซต์ กรมอุตุนิยมวิทยา http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

ประกาศ ณ วันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 17.00 น.

กรมอุตุนิยมวิทยาจะออกประกาศฉบับต่อไปในวันที่ 24 สิงหาคม พ.ศ. 2568 เวลา 23.00 น.

เตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุคาจิกิ” กันนะครับ ติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อความปลอดภัย

ที่มา – เตือน “พายุคาจิกิ” ฉบับ 9 จ่อเข้าไทย จ.น่าน 26 ส.ค. 68 เช็กจังหวัดรับมือฝนถล่ม

โรว์ย้ายซบโบโลญญาหลังมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม

โจนาธาน โรว์ คว้าแชมป์ยูโร U-21 กับทีมชาติอังกฤษ ได้ย้ายไปร่วมทีมโบโลญญาในศึกกัลโช่ เซเรียอา หลังจากมีปัญหากับ อาเดรียง ราบิโอต์ อดีตเพื่อนร่วมทีมของเขาที่มาร์กเซย

ดาวเตะวัย 22 ปีเซ็นสัญญา 4 ปี โดยสื่ออิตาลีรายงานว่าค่าตัวของเขาอยู่ที่ 19.5 ล้านยูโร (16.8 ล้านปอนด์)

โรว์และ ราบิโอต์ กองกลางชาวฝรั่งเศสวัย 30 ปี ถูกขึ้นบัญชีขายโดยมาร์กเซย หลังจากที่ทั้งคู่มีปากเสียงกันหลังจบเกมที่ทีมแพ้แรนส์ 1-0 ในเกมลีกเอิงนัดเปิดฤดูกาลเมื่อวันศุกร์ที่ 15 สิงหาคม

โรแบร์โต้ เด แซร์บี้ กุนซือมาร์กเซย บรรยายถึงการทะเลาะวิวาทของพวกเขาว่าเป็นสิ่งที่เขา “ไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิตการเป็นนักฟุตบอล”

“เป็นครั้งแรกในอาชีพของผมที่ไม่รู้จะพูดหรือทำอะไร” กุนซือชาวอิตาเลียนกล่าว

“ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้มาก่อน ผมมาจากข้างถนน ผมคุ้นเคยกับการทะเลาะวิวาท แต่ผมไม่เคยเห็นอะไรแบบนี้เลย”

โรว์ลงมาเป็นตัวสำรองในช่วงทดเวลาบาดเจ็บนาทีสุดท้าย และช่วยให้อังกฤษคว้าแชมป์ยูโร U21 เป็นสมัยที่สองติดต่อกัน โดยเอาชนะเยอรมนี 3-2 ที่บราติสลาวาในเดือนมิถุนายน

เขาย้ายจากนอริชมามาร์กเซยด้วยสัญญายืมตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2024 ก่อนที่จะย้ายทีมอย่างถาวรในช่วงซัมเมอร์นี้ และยิงได้ 3 ประตูจากการลงเล่น 31 นัดให้กับสโมสร

โบโลญญาแพ้ 1-0 ในเกมเซเรียอานัดเปิดฤดูกาลเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาที่โรม่า

โรว์ย้ายซบโบโลญญาหลังมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม

การย้ายทีมของ โรว์ย้ายซบโบโลญญาหลังมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม ได้สร้างความฮือฮาในวงการฟุตบอลอิตาลีเป็นอย่างมาก หลายคนต่างจับตามองว่าเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับสไตล์การเล่นของเซเรียอาได้หรือไม่ และจะสามารถสร้างผลงานได้ดีแค่ไหนกับโบโลญญา

ทำไมโรว์ถึงย้ายไปโบโลญญา

เหตุผลหลักที่ทำให้ โรว์ย้ายซบโบโลญญาหลังมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม ก็คือการมีปัญหากับ อาเดรียง ราบิโอต์ ซึ่งทำให้เขาและราบิโอต์ถูกขึ้นบัญชีขายโดยมาร์กเซย นอกจากนี้ โบโลญญาก็เป็นทีมที่น่าสนใจและมีสไตล์การเล่นที่น่าจะเหมาะกับโรว์ ทำให้เขาตัดสินใจย้ายมาร่วมทีม

ความคาดหวังที่มีต่อโรว์

แฟนบอลโบโลญญาต่างคาดหวังว่าโรว์จะสามารถเข้ามาช่วยยกระดับทีมได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านเกมรุก พวกเขาหวังว่าเขาจะสามารถยิงประตูและสร้างโอกาสให้กับเพื่อนร่วมทีมได้มากขึ้น

ความท้าทายของโรว์ในเซเรียอา

การเล่นในเซเรียอาถือเป็นความท้าทายใหม่สำหรับโรว์ เนื่องจากลีกนี้มีสไตล์การเล่นที่เน้นแท็กติกและความแข็งแกร่งทางร่างกาย เขาจะต้องปรับตัวให้เข้ากับสไตล์การเล่นนี้ให้ได้ หากต้องการประสบความสำเร็จในอิตาลี

การมาถึงของ โจนาธาน โรว์ ถือเป็นการเสริมทัพที่น่าสนใจของโบโลญญา และจะเป็นที่น่าติดตามว่าเขาจะสามารถสร้างผลงานได้ดีแค่ไหนในศึกกัลโช่ เซเรียอา การที่ โรว์ย้ายซบโบโลญญาหลังมีปัญหากับเพื่อนร่วมทีม นั้น เป็นจุดเริ่มต้นใหม่ที่น่าสนใจในเส้นทางอาชีพของเขา

ที่มา – Rowe joins Bologna after Marseille team-mate fight

พบแล้ว! บ้าน “พระอลงกต” ที่ขอนแก่น ทำบุญวันเกิดทุกปี

จากกรณีข่าวเกี่ยวกับ พระราชวิสุทธิประชานาถ หรือ หลวงพ่ออลงกต วัดพระบาทน้ำพุ ที่มีข้อมูลคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับชื่อและเลขบัตรประชาชน วันนี้เราจะพาไปเจาะลึกเรื่องราวอีกด้านของผู้ที่ชาวบ้านขอนแก่นคุ้นเคยในชื่อ “พระจอร์จ”

พบแล้วบ้าน “พระอลงกต” ที่ขอนแก่น ชาวบ้านเรียกพระจอร์จ กลับมาทำบุญวันเกิดทุกปี

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ตรวจสอบบ้านของ “พระอลงกต” อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี ซึ่งมีข้อมูลว่าเป็นคนจังหวัดขอนแก่นแต่กำเนิด โดยที่อยู่ตามทะเบียนบ้านปี 2526 ระบุว่าเป็นบ้านหลังหนึ่งในหมู่ 4 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น จากการตรวจสอบพบว่าเป็นบ้านพักข้าราชการของสำนักงานทางหลวงที่ 7 ขอนแก่น กรมทางหลวง

ชาวบ้านที่อาศัยอยู่ใกล้เคียงเล่าว่า บ้านหลังดังกล่าวเดิมเป็นบ้านของพ่อเฉย ผู้เป็นพ่อของ “พระอลงกต” ซึ่งชาวบ้านจะเรียกท่านว่า “พระจอร์จ” มากกว่า และจดจำเรื่องราวดีๆ ที่ “พระจอร์จ” มอบให้กับสังคมได้เป็นอย่างดี ท่านมักจะแวะเวียนมาบอกบุญปีละครั้งในช่วงวันเกิด โรงเรียนที่ “พระจอร์จ” เคยศึกษาคือโรงเรียนแก่นนคร พ่อเฉยก็เป็นที่รักของคนในชุมชนเช่นกัน ท่านจะทำว่าวให้เด็กๆ เล่นสนุกสนาน ส่วนพี่สาวของ “พระจอร์จ” ก็ขายข้าวแกงอยู่ตรงข้ามบ้านพักข้าราชการ บ้านของครอบครัว “พระอลงกต” นั้นติดกับรั้วของสำนักงานทางหลวง มีประตูเหล็กที่สร้างไว้เพื่อให้เข้าออกได้สะดวก

หลังจากครอบครัวของ “พระจอร์จ” เกษียณอายุราชการ ก็ได้ย้ายออกไปอยู่ที่อื่น บ้านพักปัจจุบันนี้ไม่มีใครอยู่ ส่วนบ้านส่วนตัวก็ไม่มีใครอาศัยเช่นกัน “พระจอร์จ” ออกจากบ้านไปตั้งแต่ปี 2527 แต่ท่านจะกลับมาที่บ้านส่วนตัวทุกปีหลังจากเป็นเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ เพื่อมาทำบุญวันเกิดที่โรงเรียนแก่นนคร ซึ่งเป็นโรงเรียนเก่าของท่าน มอบทุนการศึกษาให้กับเด็กๆ เสมอ และทุกครั้งที่ “พระอลงกต” มาทำบุญ จะมีญาติโยมมาร่วมงานจนเต็มพื้นที่

เรื่องเล่าจากเพื่อนบ้านเกี่ยวกับ “พระอลงกต”

นอกจากนี้ ชาวบ้านยังเล่าว่าช่วงที่ “พระจอร์จ” เรียนอยู่ที่โรงเรียนแก่นนคร ท่านยังเป็นนักกีฬาฟุตบอล เป็นคนใจดี ยิ้มเก่ง คาดว่าหลังจากจบ ม.ต้น จากโรงเรียนแก่นนคร ท่านก็ไปศึกษาต่อสายอาชีพที่โรงเรียนเทคนิคขอนแก่นใกล้ๆ บ้าน แต่ทุกคนไม่ทราบชื่อ-สกุลจริงของ “พระจอร์จ” มาทราบจากข่าวที่ปรากฏ ส่วนพ่อของ “พระจอร์จ” ชื่อเฉย แต่ไม่มีใครทราบนามสกุล เมื่อเห็นข่าวเกี่ยวกับ “พระอลงกต” ทุกคนก็รู้สึกตกใจและสงสาร เพราะเท่าที่เคยสัมผัส ท่านเป็นคนใจดีมาก

ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปยังบ้านของ “พระอลงกต” ตามข้อมูลที่ได้รับจากชาวบ้าน โดยมีประธานชุมชนบะขาม หมู่ 4 ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดขอนแก่น ร่วมเดินทางไปด้วย บ้านหลังดังกล่าวอยู่ในซอยอำพล หมู่ 4 จากการสำรวจพบว่าประตูถูกล็อคไว้นานแล้ว สภาพบ้านเป็นบ้านร้าง มีจดหมายจำนวนมากในตู้จดหมาย สภาพขาดรุ่งริ่งจากฝนตกใส่ และเป็นจดหมายเก่า โดยจ่าหน้าซองถึงบุคคลในครอบครัวพี่สาวของ “พระอลงกต” ซึ่งนามสกุลเป็นนามสกุลของครอบครัวสามีพี่สาว

นางจารุณี ประธานชุมชนบะขาม ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองเป็นประธานชุมชนมาตั้งแต่ปี 2543 ข้อมูลที่ทราบคือบ้านหลังนี้เป็นบ้านของพ่อเฉย พ่อของ “พระอลงกต” แต่ก่อนหน้านี้ไม่ได้ชื่อนี้ ตนเองจำไม่ได้ว่าชื่ออะไร ส่วนนามสกุลของพ่อเฉยก็จำไม่ได้เช่นกัน ในบ้านหลังนี้มีพ่อเฉย พี่เขย และพี่สาวอาศัยอยู่ด้วยกัน ส่วนภรรยาของพ่อเฉยเสียชีวิตไปก่อนหน้านั้นหลายปี

พ่อเฉยและพี่เขยของ “พระอลงกต” ทำงานที่สำนักงานทางหลวง มีประตูที่สามารถเข้าออกไปยังสำนักงานซึ่งอยู่ใกล้กับบ้านพักข้าราชการได้สะดวก ครอบครัวนี้มักจะใช้ประตูที่ติดกับรั้วสำนักงานทางหลวงเป็นประจำ ไม่ค่อยได้ใช้ประตูทางเข้าชุมชนบะขาม ก่อนที่พ่อเฉยจะเสียชีวิตไปเมื่อประมาณ 30 ปีที่แล้ว บ้านก็ตกเป็นของลูกสาว ซึ่งเป็นพี่สาวของ “พระอลงกต” สมัยที่ “พระอลงกต” ยังเป็นวัยรุ่น ท่านไม่ค่อยได้อยู่ที่บ้าน นานๆ จะมาสักครั้ง หลังจากพ่อเฉยเสียชีวิต ท่านก็หายไป ทราบคร่าวๆ ว่าไปบวช กระทั่งมาทราบอีกทีก็คือ ท่านเป็นเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุแล้ว

นางจารุณียังเล่าอีกว่า ตนเองเคยเดินทางไปดูงานที่วัดพระบาทน้ำพุพร้อมกับชาวชุมชนในเขตเทศบาลนครขอนแก่น 30-40 คน โดยเดินทางด้วยรถของเทศบาลฯ เนื่องจากสมัยนั้นวัดพระบาทน้ำพุดังในเรื่องการช่วยเหลือผู้ป่วย HIV และในช่วงโควิด อาจารย์จากมหาวิทยาลัยขอนแก่นได้จัดทำผ้าป่าและนำเงินประมาณ 500,000 กว่าบาทไปถวายที่วัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งตนเองและชาวชุมชน รวมทั้งประธานชุมชนอื่นๆ ในเขตเดียวกันได้เดินทางไปร่วมบุญด้วย และยังได้เห็นพี่สาวของ “พระอลงกต” ทำหน้าที่ในครัว ดูแลเรื่องอาหารของวัด “พระอลงกต” จะกลับมาที่บ้านในช่วงหลังสงกรานต์ในเดือนพฤษภาคม ซึ่งเป็นช่วงวันเกิดของท่าน

ก่อนที่ “พระอลงกต” จะเดินทางมา พี่สาวของท่านจะให้แม่ครัวมาทำอาหารที่บ้านหลังนี้เพื่อเตรียมถวายและเลี้ยงชาวบ้าน โดยจะมีการเชิญผู้สูงอายุมาร่วมรดน้ำดำหัวและมอบเงินให้รายละ 1,000 บาทเป็นการทำบุญวันเกิด แต่คนในชุมชนไม่ค่อยได้ไปร่วมงาน มีเพียงญาติๆ และคนในย่านบ้านพักสำนักงานทางหลวงเท่านั้นที่ได้รับเชิญ ตนเองในฐานะประธานชุมชนได้ไปร่วมงานเพื่ออยากเห็นลูกบ้านของตัวเองได้เป็นเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุด้วยความชื่นชม

เมื่อเห็นข่าวที่เกิดขึ้น ส่วนตัวไม่ได้ตกใจ คิดอยู่ว่าสักวันจะต้องมีเรื่องราวในลักษณะนี้เกิดขึ้น เพราะเงินมันเยอะ ตนเองไม่อยากจะพูดว่าเมื่อเห็นเงินเยอะแล้วเกิดกิเลส เพราะพระก็เป็นคนคนหนึ่ง ซึ่งกิเลสไม่ได้อยู่ที่พระ แต่อยู่ที่โยมที่นำกิเลสไปให้ จากแรกๆ ที่ตั้งใจจริง พอเงินเยอะก็อาจทำให้เผลอได้ ส่วนเรื่องความศรัทธาส่วนตัว ตอนนี้ยังศรัทธาในพระพุทธศาสนา ทำบุญตักบาตรตามปกติ แต่อาจจะต้องเลือกสถานที่ที่จะทำบุญเพื่อให้สบายใจ

เรื่องราวของ “พระอลงกต” หรือ “พระจอร์จ” ที่ชาวบ้านขอนแก่นรู้จัก เป็นอีกแง่มุมหนึ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความผูกพันระหว่างท่านกับบ้านเกิด และความทรงจำดีๆ ที่ท่านได้สร้างไว้กับชุมชน แม้จะมีข่าวคราวต่างๆ เกิดขึ้น แต่ความศรัทธาและความเคารพที่ชาวบ้านมีต่อท่านก็ยังคงอยู่

ที่มา – พบแล้วบ้าน “พระอลงกต” ที่ขอนแก่น ชาวบ้านเรียกพระจอร์จ กลับมาทำบุญวันเกิดทุกปี

ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังภัย

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” อย่างใกล้ชิด พร้อมระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงภัยล่วงหน้า เพื่อดูแลและช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม

จากสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ที่คาดว่าจะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย ทำให้มีฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายพื้นที่ ทั้งภาคอีสานตอนบน ภาคเหนือ ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก รวมถึงกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในช่วงวันที่ 24–27 สิงหาคม 2568 รัฐบาลมีความห่วงใยพี่น้องประชาชน และได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์อย่างเต็มที่

กระทรวงมหาดไทยได้สั่งการไปยังผู้ว่าราชการจังหวัดทั่วประเทศ รวมถึงกรุงเทพมหานคร ให้ประสานการทำงานร่วมกับ ปภ. อย่างใกล้ชิด โดยให้ดำเนินการตามแผนเผชิญเหตุ เตรียมอพยพประชาชนไปยังพื้นที่ปลอดภัยหากสถานการณ์รุนแรง และดูแลด้านการดำรงชีพอย่างดีที่สุด

นอกจากนี้ ปภ. ได้แจ้งเตือนประชาชนใน 45 จังหวัด ในภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ภาคใต้ และกรุงเทพมหานคร ให้เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมือง พร้อมทั้งจัดเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการและเครื่องจักรกลสาธารณภัยเข้าประจำพื้นที่เสี่ยงล่วงหน้า เพื่อให้สามารถช่วยเหลือประชาชนได้อย่างทันท่วงที

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยได้จัดตั้งวอร์รูม (War room) พร้อมเจ้าหน้าที่ติดตามสถานการณ์ “พายุคาจิกิ” ตลอด 24 ชั่วโมง ณ ห้องกองบัญชาการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยแห่งชาติ มีการประชุมติดตามสถานการณ์ และสั่งการให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขตระดมเครื่องจักรกลสาธารณภัยพร้อมเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการเข้าสนับสนุนพื้นที่เสี่ยง โดยกำหนดให้ศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เขต 9 พิษณุโลก เป็นจุดระดมทรัพยากร (Staging Area) ซึ่งขณะนี้เครื่องจักรกลสาธารณภัยจากศูนย์ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยเขต 2 สุพรรณบุรี และเขต 16 ชัยนาท ได้เดินทางเข้าสู่พื้นที่เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติการช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ภาคเหนือแล้ว

กรณีมีการประกาศเขตการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ให้จังหวัดรายงานข้อมูลมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยโดยเร็ว และให้ตรวจสอบเงินทดรองราชการในอำนาจผู้ว่าราชการจังหวัด หากพบว่าไม่เพียงพอต่อการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัย ขอให้เร่งดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อขออนุมัติขยายวงเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน ส่งมายังกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย พร้อมรายงานสถานการณ์ ผลกระทบ และการดำเนินการให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยให้กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลางทราบอย่างต่อเนื่องจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือ “พายุคาจิกิ” อย่างไร?

  • ติดตามข่าวสารพยากรณ์อากาศอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับสถานการณ์ฉุกเฉิน เช่น จัดเตรียมของใช้จำเป็น ยาประจำตัว ไฟฉาย
  • ตรวจสอบบ้านเรือนให้อยู่ในสภาพแข็งแรง
  • หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่เสี่ยงภัย
  • หากอยู่ในพื้นที่เสี่ยงภัย ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย มีความห่วงใยประชาชนในทุกพื้นที่ และพร้อมที่จะดูแลป้องกันความปลอดภัยจากสาธารณภัยอย่างต่อเนื่องตลอด 24 ชั่วโมง หากประชาชนต้องการติดตามข้อมูลข่าวสาร หรือขอรับความช่วยเหลือ สามารถสอบถามข้อมูลผ่านสายด่วนนิรภัย 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

การเตรียมพร้อมรับมือกับ “พายุคาจิกิ” เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้น ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและคนที่ท่านรัก

ที่มา – ปภ. เปิดวอร์รูมติดตาม “พายุคาจิกิ” เฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าหลาก ดินโคลนถล่ม

“จิรายุ” ย้ำคลิปบิดเบือน นายกฯ “นั่งลงลูก” จริงหรือ?

“จิรายุ” ชี้ คนในห้องพิจารณาศาลรัฐธรรมนูญได้ยินตรงกัน ตุลาการบอกนายกฯ “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” ซัดบิดเบือน-ตกแต่งเสียง มอง “ชวน” ให้ความเห็น อาจยังไม่ได้ฟังคลิปจริงเต็มๆ

วันที่ 24 สิงหาคม 2568 นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ในฐานะที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี และอดีตประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาล องค์กรอิสระ องค์กรอัยการ รัฐวิสาหกิจ องค์การมหาชน และกองทุน กล่าวถึงกรณีมีการบิดเบือนคำพูดในวันสืบพยานของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม โดยหลังจากนายกรัฐมนตรีกล่าวคำสาบานตนแล้วตุลาการศาลรัฐธรรมนูญท่านหนึ่งได้กล่าวคำว่า “นั่งลงครับ” แต่กลับมีกระบวนการนำไปบิดเบือนและตกแต่งเสียง โดยกล่าวหาว่าตุลาการศาลรัฐธรรมนูญพูดว่า “นั่งลงลูก” ซึ่งเป็นการบิดเบือน

ขณะเดียวกันยังพบว่า นายชวน หลีกภัย สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ อดีตประธานรัฐสภา ได้สัมภาษณ์ให้ความเห็นในกรณีดังกล่าวหลายประเด็น ซึ่งอาจเป็นไปได้ว่า นายชวน อาจจะยังไม่ได้ฟังคลิปเต็มๆ จริงๆ ในวันดังกล่าว หรือไม่ก็อาจจะได้ฟังจากคลิปที่ถูกบิดเบือนและตกแต่ง ซึ่งความเป็นจริงการบันทึกเสียงทั้งหมดหรือการกล่าวบนบัลลังก์ คนที่นั่งอยู่ในห้องพิจารณาก็ได้ยินตรงกันว่า “นั่งลงครับ” ทั้งสิ้น

นายจิรายุ ระบุในตอนท้ายว่า ตนในฐานะเคยดำรงตำแหน่งประธานคณะกรรมาธิการกิจการศาลฯ ติดตามการทำงานกระบวนการยุติธรรมมาโดยตลอด ไม่มีเหตุผลใดๆ ในกระบวนการยุติธรรมที่จะใช้คำพูดในลักษณะเช่นนี้ ไม่ว่าจะเป็นศาลไหนก็ตาม.

“จิรายุ” ย้ำคลิปบิดเบือน อ้างศาลรัฐธรรมนูญบอกนายกฯ “นั่งลงลูก” หลังกล่าวสาบานตน จริงหรือ?

จากกรณีที่ปรากฏคลิปเสียงซึ่งอ้างว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวกับนายกรัฐมนตรีว่า “นั่งลงลูก” หลังจากการกล่าวคำสาบานตน ได้กลายเป็นประเด็นที่ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวางในสังคมออนไลน์ ล่าสุด นายจิรายุ ห่วงทรัพย์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยยืนยันว่า คำพูดที่แท้จริงที่ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวคือ “นั่งลงครับ” ไม่ใช่ “นั่งลงลูก” และมองว่าเป็นการบิดเบือนและตกแต่งเสียง

นายจิรายุย้ำชัด: คลิปบิดเบือน นายกฯ “นั่งลงลูก” ไม่จริง

นายจิรายุได้ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า บุคคลที่อยู่ในห้องพิจารณาคดีในวันดังกล่าวได้ยินตรงกันว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญกล่าวว่า “นั่งลงครับ” และไม่มีการใช้คำว่า “ลูก” แต่อย่างใด นอกจากนี้ นายจิรายุยังแสดงความกังวลเกี่ยวกับความเห็นของนายชวน หลีกภัย อดีตประธานรัฐสภา ซึ่งอาจจะได้รับข้อมูลที่ไม่ถูกต้องจากคลิปที่ถูกบิดเบือน

ประเด็นสำคัญที่นายจิรายุย้ำคือ กระบวนการยุติธรรมไม่ควรมีการใช้คำพูดที่ไม่เหมาะสมหรือไม่เป็นทางการ ไม่ว่าจะเป็นศาลใดก็ตาม การบิดเบือนข้อเท็จจริงในลักษณะนี้เป็นการกระทำที่ไม่ถูกต้องและอาจส่งผลเสียต่อความน่าเชื่อถือของกระบวนการยุติธรรม

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและความน่าเชื่อถือของแหล่งข่าว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่ข้อมูลข่าวสารสามารถเผยแพร่ได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย การฟังความเห็นจากหลายฝ่ายและการตรวจสอบข้อเท็จจริงจึงเป็นสิ่งจำเป็นก่อนที่จะตัดสินใจเชื่อหรือไม่เชื่อข้อมูลใดๆ

กรณี “จิรายุ” ย้ำคลิปบิดเบือน อ้างศาลรัฐธรรมนูญบอกนายกฯ “นั่งลงลูก” หลังกล่าวสาบานตน แสดงให้เห็นว่าการรับข้อมูลข่าวสารเพียงด้านเดียวอาจนำไปสู่ความเข้าใจผิดได้ เราควรพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน และตรวจสอบแหล่งที่มาของข่าวสารเสมอ เพื่อให้ได้รับข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

ดังนั้น ก่อนที่จะเชื่อหรือแชร์ข้อมูลใดๆ ควรตรวจสอบข้อเท็จจริงให้ดีเสียก่อน เพื่อป้องกันการเผยแพร่ข้อมูลที่ไม่ถูกต้องและอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อผู้อื่น

ที่มา – “จิรายุ” ย้ำคลิปบิดเบือน อ้างศาลรัฐธรรมนูญบอกนายกฯ “นั่งลงลูก” หลังกล่าวสาบานตน