วัน: 25 สิงหาคม 2025

ชมลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของ Herrmann

ชมลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของ Herrmann

เนื้อหานี้ไม่พร้อมใช้งานในพื้นที่ของคุณ

มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

ชมลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของ Luca Herrmann นักเตะ Dynamo Dresden ในนาทีที่ 10 ของช่วงทดเวลาบาดเจ็บ ช่วยให้ทีมชนะ Arminia Bielefeld 2-1 ในบุนเดสลีกา 2 เมื่อวันอาทิตย์

สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

ชมลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของ Herrmann

ฟุตบอลเป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยช่วงเวลาที่น่าจดจำ และหนึ่งในนั้นคือการทำประตูด้วยลูกยิงจักรยานอากาศ การทำประตูรูปแบบนี้มักจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่เมื่อเกิดขึ้นจะสร้างความฮือฮาและถูกพูดถึงไปอีกนาน เช่นเดียวกับลูกยิงของ Luca Herrmann นักเตะ Dynamo Dresden ที่กลายเป็นไวรัลไปทั่วโลกโซเชียลมีเดีย

ลูกยิง ชมลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของ Herrmann เกิดขึ้นในเกมบุนเดสลีกา 2 นัดที่ Dynamo Dresden พบกับ Arminia Bielefeld ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ นาทีที่ 10 Herrmann ได้รับบอลในกรอบเขตโทษ และตัดสินใจยิงด้วยลูกจักรยานอากาศ บอลพุ่งเสียบตาข่ายอย่างสวยงาม ช่วยให้ทีมชนะไปด้วยสกอร์ 2-1

ทำไมลูกยิงจักรยานอากาศถึงพิเศษ?

  • ความยาก: การยิงลูกจักรยานอากาศต้องใช้ทักษะและความแม่นยำสูง
  • ความสวยงาม: เป็นการทำประตูที่สวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจ
  • ความสำคัญ: มักเกิดขึ้นในสถานการณ์ที่สำคัญของเกม

ปฏิกิริยาต่อลูกยิง ชมลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของ Herrmann

หลังจากการทำประตู ชมลูกยิงจักรยานอากาศสุดสวยของ Herrmann ได้รับการยกย่องจากแฟนบอลและสื่อทั่วโลก หลายคนยกให้เป็นหนึ่งในลูกยิงที่สวยที่สุดแห่งปี นอกจากนี้ Herrmann ยังกลายเป็นฮีโร่ของทีม Dynamo Dresden ในทันที ลูกยิงของเขาสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักฟุตบอลรุ่นใหม่ และแสดงให้เห็นว่าความพยายามและการฝึกฝนอย่างหนักสามารถนำไปสู่ช่วงเวลาที่น่าจดจำได้

บทสรุป

ลูกยิงจักรยานอากาศของ Luca Herrmann เป็นเครื่องพิสูจน์ว่าฟุตบอลยังคงเต็มไปด้วยความมหัศจรรย์และความตื่นเต้น แม้ว่าจะเป็นเพียงลูกยิงเดียว แต่ก็สามารถสร้างแรงบันดาลใจและถูกจดจำไปอีกนาน ลูกยิงของ Herrmann จะเป็นหนึ่งในหน้าประวัติศาสตร์ของ Dynamo Dresden และบุนเดสลีกา 2 ตลอดไป

ลูกยิงที่สวยงามแบบนี้ แสดงให้เห็นถึงความสามารถเเละความมุ่งมั่นของนักกีฬา ที่ฝึกซ้อมอย่างหนัก จนสามารถสร้างสรรค์สิ่งสวยงามในสนามได้

ที่มา – Watch stunning bicycle-kick winner from Dresden’s Herrmann

มอบเงินบริจาคโครงการแท็กซี่อุ้มบุญวัดพระบาทน้ำพุ

ประธานมูลนิธิแท็กซี่กรุงเทพมหานคร นำเงินบริจาคจากโครงการ “แท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ” ยืนยันไม่มีส่วนแบ่ง 70:30 เผยหลวงพ่อยังอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ ไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่สีหน้าค่อนข้างเครียด

นำเงินบริจาค โครงการแท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ โต้ได้ส่วนแบ่ง 70:30

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ที่วัดพระบาทน้ำพุ ตำบลเขาสามยอด อำเภอเมืองลพบุรี นายฤทธิชัย เศษเพ็ง ประธานมูลนิธิแท็กซี่กรุงเทพมหานคร พร้อมด้วยกลุ่มแท็กซี่ ได้นำกระปุกจากโครงการ “แท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ” ที่ได้รับจากการบริจาคของประชาชน มาถวายให้กับวัดพระบาทน้ำพุ

นายฤทธิชัย เศษเพ็ง กล่าวว่า โครงการ “แท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ” นี้ เกิดจากความร่วมมือของกลุ่มแท็กซี่ที่ต้องการทำบุญร่วมกับวัด โดยได้ออกแบบและจัดทำกระปุกรับบริจาคขึ้นมาเอง เงินบริจาคที่ได้จะนำมาถวายวัดเป็นประจำทุกเดือน แม้จะไม่มากนัก ประมาณเดือนละหมื่นกว่าบาท โดยจะนำกระปุกที่ปิดล็อคมาเปิดนับเงินที่วัดต่อหน้าสักขีพยาน วันนี้นับเงินได้ 18,950 บาท และจะนำไปมอบให้กับห้องรับบริจาคของวัด อย่างไรก็ตาม ทางมูลนิธิฯ จะขอระงับโครงการไว้ก่อน และจะพิจารณาว่าจะกลับมาเปิดโครงการอีกครั้งเมื่อใด

ประธานมูลนิธิฯ ปฏิเสธข่าวลือเรื่องส่วนแบ่ง 70:30

นายฤทธิชัย ยังได้ปฏิเสธข่าวลือเรื่องการแบ่งผลประโยชน์ 70:30 จากโครงการ “ใจฟ้ากระปุกบุญ” ที่มีการติดสติกเกอร์รูปหลวงพ่ออลงกตบนกล่องรับบริจาค โดยยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และผู้ที่ออกมาให้ข้อมูลดังกล่าวไม่ใช่สมาชิกของโครงการใจฟ้ากระปุกบุญ จากการตรวจสอบรายชื่อสมาชิกแล้วไม่พบชื่อชายคนดังกล่าว คาดว่าอาจจะเป็นอดีตสมาชิกที่ถูกไล่ออกเนื่องจากมีการทุจริต

ประธานทีมงานใจฟ้ากระปุกบุญยังกล่าวเสริมว่า การตัดสินใจหยุดโครงการใจฟ้ากระปุกบุญเป็นการชั่วคราว ได้ปรึกษาหารือกับหลวงพ่ออลงกตแล้ว โดยได้เข้าพบและกราบหลวงพ่อในช่วงเช้าของวันเดียวกัน ซึ่งท่านยังคงจำพรรษาอยู่ที่วัดพระบาทน้ำพุ และยืนยันว่าหลวงพ่อไม่ได้หลบหนีไปไหน อย่างไรก็ตาม ยอมรับว่าหลวงพ่ออลงกตมีสีหน้าค่อนข้างเครียด แต่ไม่ได้สอบถามถึงสาเหตุ เพียงแค่เข้าไปกราบท่านเท่านั้น

การระงับโครงการชั่วคราวนี้ อาจส่งผลกระทบต่อรายได้ของวัดพระบาทน้ำพุบ้าง แต่ทางมูลนิธิฯ ยืนยันว่าจะหาแนวทางอื่นในการช่วยเหลือวัดต่อไป การบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วย HIV/AIDS และเด็กกำพร้ายังคงเป็นสิ่งจำเป็น และผู้มีจิตศรัทธายังสามารถร่วมบริจาคได้โดยตรงที่วัดพระบาทน้ำพุ

แม้จะมีข่าวลือและความเข้าใจผิดเกิดขึ้น แต่วัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่พึ่งของผู้ยากไร้และผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือ การสนับสนุนวัดในรูปแบบต่างๆ ยังคงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้วัดสามารถดำเนินงานในการช่วยเหลือสังคมต่อไปได้

ที่มา – นำเงินบริจาค โครงการแท็กซี่อุ้มบุญ มอบวัดพระบาทน้ำพุ โต้ได้ส่วนแบ่ง 70:30

เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ไม่มาเกณฑ์ทหาร จริงหรือ?

มีข้อมูลยืนยันว่า เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ไม่เคยมาตามจดหมายเรียก เกณฑ์ทหาร จริงหรือ? มาเจาะลึกรายละเอียดเกี่ยวกับประเด็นนี้กัน

เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ไม่เคยมาตามจดหมายเรียก เกณฑ์ทหาร

จากรายงานข่าวเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ได้มีการตรวจสอบข้อมูลของพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ จังหวัดลพบุรี โดยข้อมูลจากพี่สาวของท่านระบุว่าชื่อเดิมของท่านคือ นายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว เกิดเมื่อปี พ.ศ. 2503 เป็นชาวจังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ ยังมีโค้ชของทีมฟุตบอลเยาวชนจังหวัดขอนแก่นยืนยันว่า ในอดีตพระอลงกต หรือนายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว เคยติดทีมฟุตบอลเยาวชนของจังหวัดด้วย

ข้อมูลที่น่าสนใจคือ มีรายงานเพิ่มเติมว่า พระอลงกตได้มาลงทะเบียนทหารกองเกินที่อำเภอเมืองขอนแก่นจริง โดยใช้ชื่อ นายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว แต่ไม่สามารถระบุปีที่มาลงทะเบียนได้อย่างชัดเจน เนื่องจากระบบการเก็บข้อมูลการเกณฑ์ทหารในสมัยนั้นยังเป็นระบบแฟ้มเอกสาร และเมื่อข้อมูลประวัติการเกณฑ์ทหารส่วนบุคคลมีอายุครบ 20 ปี ก็จะถูกทำลายทิ้ง

หลังจากที่พระอลงกตได้ทำการลงทะเบียนทหารกองเกินแล้ว ก็มีการเรียกตัวเพื่อเข้ารับการเกณฑ์ทหารตามขั้นตอนปกติ แต่ปรากฏว่า นายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ไม่เคยเดินทางมารายงานตัวตามจดหมายเรียกเกณฑ์ทหารเลย ทำให้ทางทหารไม่ได้มีการส่งจดหมายเรียกตัวอีกจนถึงปัจจุบัน

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว กับการเกณฑ์ทหาร

ประเด็นเรื่องการไม่มารายงานตัวเพื่อเข้ารับการเกณฑ์ทหารนั้น เป็นเรื่องที่สังคมให้ความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อบุคคลดังกล่าวเป็นบุคคลที่มีชื่อเสียง หรือเป็นที่รู้จักในวงกว้าง อย่างกรณีของพระอลงกต หรือนายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ข้อมูลที่เปิดเผยออกมานั้น แสดงให้เห็นถึงขั้นตอนการดำเนินการตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหาร และผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

การที่นายเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ไม่ได้มารายงานตัวตามหมายเรียก อาจมีสาเหตุหลายประการ ซึ่งอาจเป็นเรื่องส่วนตัว หรืออาจเกิดจากข้อจำกัดบางอย่างที่ทำให้ไม่สามารถเดินทางมารายงานตัวได้ อย่างไรก็ตาม การไม่ปฏิบัติตามกฎหมายเกณฑ์ทหารนั้น ถือเป็นความผิดตามกฎหมาย และอาจมีบทลงโทษตามที่กฎหมายกำหนด

ถึงแม้ว่าข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องนี้จะค่อนข้างจำกัด เนื่องจากเอกสารเก่าถูกทำลายไปแล้ว แต่ข้อมูลที่มีอยู่ก็เพียงพอที่จะทำให้เราเข้าใจถึงสถานการณ์ในอดีต และขั้นตอนการดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการเกณฑ์ทหารได้เป็นอย่างดี

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการทำความเข้าใจถึงหน้าที่และสิทธิของพลเมืองไทยในการปฏิบัติตามกฎหมาย รวมถึงการตระหนักถึงความสำคัญของการเกณฑ์ทหาร ซึ่งเป็นหน้าที่ที่ชายไทยทุกคนจะต้องปฏิบัติเมื่อมีอายุถึงเกณฑ์ที่กำหนด

เรื่องราวของเกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ทำให้เราได้เห็นถึงระบบการจัดการเอกสารในอดีต และความสำคัญของการจัดเก็บข้อมูลอย่างเป็นระบบในปัจจุบัน เพราะหากระบบการจัดเก็บข้อมูลมีความสมบูรณ์และทันสมัยมากกว่านี้ การตรวจสอบข้อมูลต่างๆ ก็จะสามารถทำได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

ในยุคดิจิทัลนี้ การนำเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ในการบริหารจัดการข้อมูลต่างๆ จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้การทำงานมีความสะดวก รวดเร็ว และถูกต้องแม่นยำมากยิ่งขึ้น

ที่มา – พบข้อมูล “เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว” ไม่เคยมาตามจดหมายเรียก “เกณฑ์ทหาร”

เฮย์เดน อดีตกองกลางนิวคาสเซิล เซ็นคิวพีอาร์

ควีนส์ปาร์ค เรนเจอร์ส (QPR) เซ็นสัญญากับ ไอแซค เฮย์เดน กองกลางแบบไม่มีค่าตัว หลังหมดสัญญากับนิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ในช่วงซัมเมอร์นี้

เฮย์เดนใช้เวลาสี่เดือนในการยืมตัวกับ QPR ในฤดูกาล 2023-24 โดยลงเล่น 17 นัด

QPR มีแต้มเดียวจากการแข่งขันชิงแชมป์สามนัดแรกของฤดูกาลนี้ และ พ่ายแพ้ 7-1 ต่อโคเวนทรี ซิตี้ เมื่อวันเสาร์

“ผมมีตัวเลือกสองสามอย่างที่จะไปต่างประเทศ แต่มันเป็นหนึ่งในตัวเลือกที่ถ้าผมจะอยู่ในแชมเปี้ยนชิพ ผมก็จะอยู่กับสโมสรเดียวเท่านั้น และผมดีใจที่จัดการเรื่องนี้ได้” เฮย์เดนกล่าวกับ เว็บไซต์, external ของ Hoops

ไอแซค เฮย์เดน อดีตกองกลางนิวคาสเซิล เซ็นคิวพีอาร์

เฮย์เดนเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งที่อาร์เซนอล ก่อนจะย้ายไปนิวคาสเซิลในปี 2016 หลังจากที่ Magpies ตกชั้นไปเล่นในแชมเปี้ยนชิพ

นักเตะทีมชาติจาเมกาวัย 30 ปีรายนี้ลงเล่น 33 นัดในลีก ขณะที่นิวคาสเซิลคว้าแชมป์ดิวิชั่นสองในฤดูกาลแรกของเขา และลงเล่น 171 นัดให้กับ Magpies โดยทำไป 7 ประตู

เขาใช้เวลาในการยืมตัวที่นอริช ซิตี้, สตองดาร์ ลีแอช และ QPR ก่อนจะจบฤดูกาลที่แล้วที่พอร์ทสมัธ

QPR จะเป็นเจ้าภาพต้อนรับการมาเยือนของชาร์ลตัน แอธเลติก คู่แข่งร่วมกรุงลอนดอน ในวันเสาร์นี้

ทำไมการเซ็นสัญญา เฮย์เดน อดีตกองกลางนิวคาสเซิล จึงสำคัญกับ QPR

การกลับมาของไอแซค เฮย์เดน ถือเป็นการเสริมความแข็งแกร่งที่สำคัญสำหรับ QPR ในฤดูกาลนี้ ด้วยประสบการณ์ที่มากมายของเขาในแชมเปี้ยนชิพ เฮย์เดนจะช่วยเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับแดนกลางของทีมได้อย่างแน่นอน

การที่ QPR ได้ตัว เฮย์เดน อดีตกองกลางนิวคาสเซิล กลับมาร่วมทีมอีกครั้งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการเสริมสร้างทีมให้แข็งแกร่งเพื่อต่อสู้ในฤดูกาลนี้ เฮย์เดนเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพ และมีประสบการณ์ ซึ่งจะสามารถช่วยให้ QPR บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้

การเซ็นสัญญากับ เฮย์เดน อดีตกองกลางนิวคาสเซิล แบบไม่มีค่าตัว ถือเป็นการทำธุรกิจที่ชาญฉลาดของ QPR เนื่องจากพวกเขาสามารถได้ตัวผู้เล่นที่มีคุณภาพโดยไม่ต้องเสียค่าตัวใดๆ นอกจากค่าเหนื่อย

นอกจากนี้ การที่เฮย์เดนเคยเล่นให้กับ QPR มาก่อนหน้านี้แล้ว จะทำให้เขาปรับตัวเข้ากับทีมได้ง่ายขึ้น และสามารถลงสนามช่วยทีมได้ทันที

การเซ็นสัญญาครั้งนี้เป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอล QPR ทุกคน และพวกเขาก็หวังว่าเฮย์เดนจะสามารถโชว์ฟอร์มที่ดีที่สุดออกมาได้ เพื่อช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

เฮย์เดน อดีตกองกลางนิวคาสเซิล จะสวมเสื้อหมายเลขอะไรกับ QPR นั้นคงต้องติดตามข่าวสารกันต่อไป อย่างไรก็ตาม การมาถึงของเขาทำให้แฟนบอลมีความหวังมากขึ้นอย่างแน่นอน

การเสริมทัพครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า QPR จริงจังกับการแข่งขันในฤดูกาลนี้ และพวกเขาก็พร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้

ในภาพรวมแล้ว การเซ็นสัญญากับไอแซค เฮย์เดน ถือเป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมของ QPR และเชื่อว่าเขาจะเข้ามาเป็นกำลังสำคัญของทีมในฤดูกาลนี้

การมีผู้เล่นที่มีประสบการณ์และความสามารถอย่างเฮย์เดน จะช่วยยกระดับทีมให้สูงขึ้น และทำให้ QPR เป็นทีมที่น่ากลัวมากยิ่งขึ้นสำหรับคู่แข่ง

สุดท้ายนี้ การมาถึงของ เฮย์เดน อดีตกองกลางนิวคาสเซิล ไม่เพียงแต่เป็นการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างขวัญและกำลังใจให้กับแฟนบอล QPR อีกด้วย

ที่มา – Ex-Newcastle midfielder Hayden signs for QPR

ผบ.ทอ.ลงนามซื้อ Gripen E/F เฟสแรก: ดีต่อชาติยังไง?

ผบ.ทอ.ลงนามซื้อ Gripen E/F เฟสแรก พร้อม Offset Policy สร้างความฮือฮา! มารู้จักรายละเอียดและความคุ้มค่าของการจัดซื้อครั้งนี้กัน

ผบ.ทอ.ลงนามซื้อ Gripen E/F เฟสแรก

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 เวลา 12.20 น. (ตามเวลาท้องถิ่นประเทศสวีเดน) พล.อ.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล ผู้บัญชาการทหารอากาศ (ผบ.ทอ.) ได้ลงนามร่วมกับ FMV (องค์การบริหารจัดการยุทธภัณฑ์ทางทหารสวีเดน) และบริษัท Saab สวีเดน ในส่วนของ Offset Policy ในโครงการจัดหาเครื่องบินขับไล่โจมตีทดแทน Gripen E/F ในเฟสแรก จำนวน 4 เครื่อง มูลค่า 19,500 ล้านบาท โดยมี นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ ร่วมเป็นสักขีพยาน

การลงนามครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างศักยภาพทางการทหารของไทย และยังเป็นการผลักดันนโยบาย Offset Policy ที่จะสร้างประโยชน์ทางเศรษฐกิจให้กับประเทศอีกด้วย

รายละเอียดสัญญาการจัดซื้อ Gripen

สำหรับการจัดซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตีกริพเพนครั้งนี้ ประกอบด้วยสัญญา 3 ฉบับ ได้แก่

  • สัญญาจัดซื้อเครื่องบินระหว่าง พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กับ นายมิคาเอล กรันโฮล์ม ผู้อำนวยการใหญ่สำนักงานยุทโธปกรณ์สวีเดน (FMV)
  • ความตกลง Offset Policy ระหว่าง ผบ.ทอ. กับ นายลาร์ส ทอสส์มันน์ จากบริษัท Saab AB ผู้ผลิต
  • ข้อตกลงภายในของฝ่ายสวีเดน

การจัดซื้อครั้งนี้เป็น 4 ลำแรกจากแผนทั้งหมด 12 ลำ เพื่อทดแทนเครื่องบินขับไล่ F-16 ที่ประจำการมานานกว่า 37 ปี โดยมีกำหนดเริ่มจัดส่งตั้งแต่ปี 2572 เป็นต้นไป

ทางสวีเดนจะเริ่มจัดส่งเครื่องบินให้ไทยในปี 2572-2577 โดยจะจัดส่งปีละ 2 เครื่อง จนครบ 1 ฝูงบิน

พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าวว่า การจัดซื้อครั้งนี้ต้องขอบคุณรัฐบาลที่ให้ความสำคัญกับ Offset Policy ซึ่งเป็นนโยบายที่กองทัพอากาศริเริ่มขึ้นมา และเสนอผ่านไปยังรัฐบาล

“เชื่อว่าผลประโยชน์ต่างตอบแทนที่หลายคนเห็นว่าเราซื้อเครื่องบิน Gripen E/F เฟสแรก สูง 67,000 ล้านบาท แต่มูลค่าทางเครดิตที่กองทัพและประเทศชาติจะได้รับอาจจะถึงแสนล้านก็ไม่ใช่ไกลเกินจริง เราก็จะพิสูจน์ให้เห็นด้วยโครงการกริพเพนว่าเรามีความตั้งใจจริงที่จะให้งบประมาณทุกบาททุกสตางค์ที่มาจากภาษีประชาชน มีมูลค่าเพิ่มขึ้นและกลับเข้าสู่ประเทศ” พล.อ.อ.พันธ์ภักดี กล่าว

ด้าน นายมาริษ กล่าวว่า ข้อตกลงครั้งนี้ไม่เพียงแต่จะเสริมสร้างศักยภาพให้กองทัพ แต่ยังเป็นหมุดหมายสำคัญในการผลักดันนโยบายชดเชยทางเศรษฐกิจ (Offset Policy) เพื่อพัฒนาอุตสาหกรรมป้องกันประเทศของไทยอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งเป็นสิ่งที่รัฐบาลให้ความสำคัญอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประโยชน์ให้ประเทศไทยในระยะยาว

รัฐบาลตั้งเป้าหมายให้ภาครัฐเป็นผู้อำนวยความสะดวก ขณะที่ผู้ประกอบการจะเป็นผู้เล่นหลักในการรับถ่ายทอดเทคโนโลยี เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการป้องกันประเทศ การลงนามครั้งนี้ยังช่วยสร้างความมั่นใจให้แก่สวีเดนและประชาคมโลก ภายหลังจากสถานการณ์ปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งกองทัพไทยได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและการปฏิบัติตามหลักสากลอย่างชัดเจน

การตัดสินใจผบ.ทอ.ลงนามซื้อ Gripen E/F เฟสแรก ไม่ได้เป็นเพียงแค่การซื้ออาวุธยุทโธปกรณ์ แต่เป็นการลงทุนเพื่ออนาคตของชาติ ทั้งในด้านความมั่นคงและเศรษฐกิจ การผลักดันนโยบาย Offset Policy อย่างจริงจัง จะช่วยสร้างงาน สร้างรายได้ และพัฒนาเทคโนโลยีให้กับประเทศได้อย่างยั่งยืน

ที่มา – ผบ.ทอ. ลงนามซื้อ Gripen E/F เฟสแรก ชี้ สร้างมูลค่าเครดิตกองทัพ-ประเทศเป็นแสนล้าน

ศบ.ทก. ขออภัยประชาชน เร่งจ่ายเยียวยา: กต. ซัดใช้เด็กเป็นด่าน

ศบ.ทก. เร่งจ่ายเยียวยา ขออภัยประชาชนล่าช้า เข้มป้องแฮกระบบคอมพิวเตอร์ 24 ชม. ด้าน ก.ต่างประเทศ แจงไทยลุยฟ้องประชาคมโลก ซัดกัมพูชาใช้ประชาชนเป็นด่านหน้า ทอ. ยังเข้มสกัดโดรนผิดกฎหมาย-ภัยมั่นคง

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายฉัตรชัย บางชวด เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (เลขาธิการ สมช.) เป็นประธานการประชุมศูนย์เฉพาะกิจบริหารสถานการณ์บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา (ศบ.ทก.) ที่ทำเนียบรัฐบาล ต่อมาเวลา 18.00 น. พล.ร.ต.สุรสันต์ คงสิริ โฆษก ศบ.ทก. แถลงผลการประชุม ศบ.ทก. ว่า สถานการณ์ชายแดนโดยรวมในห้วงที่ผ่านมาถือว่าทั้ง 2 ฝ่ายยังตรึงกำลัง ไม่ปรากฏการเคลื่อนไหวของกำลังที่สำคัญ แต่ในช่วงเวลาดังกล่าวตรวจพบการลักลอบการวางทุ่นระเบิดของทหาร BHQ กัมพูชา ในพื้นที่อธิปไตยของไทย แม้ผลักดันกลับไปแล้วแต่ก็เป็นการแสดงให้เห็นว่าทางฝ่ายกัมพูชาก็ยังคงมีการละเมิดข้อตกลงของการประชุม JBC อย่างต่อเนื่อง

สำหรับการช่วยเหลือเยียวยาและดูแลสุขภาพจิตของประชาชนที่ได้รับผลกระทบ สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) แจ้งความคืบหน้าในที่ประชุม ศบ.ทก. ว่า สั่งจ่ายเงินเยียวยาประชาชนไปแล้ว โดยวันที่ 26 สิงหาคม 2568 สปน. จะนำงบประมาณสั่งจ่ายไปยังพื้นที่ใน จ.อุบลราชธานี เป็นจังหวัดแรก จากนั้นจะเป็น จ.บุรีรัมย์ จ.สุรินทร์ และ จ.ศรีสะเกษ ที่ต่อไป ถ้าประชาชนสามารถยื่นเอกสารได้อย่างครบถ้วน เงินจะถึงท่านได้อย่างเร็ว สปน. เล็งเห็นถึงปัญหาความขัดข้องและความล่าช้าในการสั่งจ่ายงบประมาณไปยังประชาชน ซึ่งยังอยู่ระหว่างการดำเนินการแก้ไขให้กระบวนการสั่งจ่ายมีความรวดเร็ว ต้องกราบขออภัยประชาชนในโอกาสนี้ แต่อย่างไรก็ตามเราพยายามอย่างเต็มที่ในการแก้ไขปัญหานี้

ส่วนเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ในช่วงเวลาที่ผ่านมามีการตรวจพบการเข้ามาโจมตีระบบทางไซเบอร์ ไม่ว่าจะเป็นระบบความปลอดภัยต่างๆ ประชาชนตรวจพบมีการแฮกข้อมูลเข้ามา เราไม่ได้นิ่งนอนใจ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) ดำเนินการเฝ้าระวังและตรวจสอบภัยคุกคามทางไซเบอร์ตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน ร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลเหตุการณ์ติดตามสถานการณ์และความเสียหายที่เกิดขึ้น และจะร่วมกับ ศบ.ทก. กำหนดท่าทีที่เหมาะสมสำหรับการดำเนินการระหว่างประเทศต่อไปบนข้อมูลที่มีหลักฐานชัดเจน หากมีการตรวจพบเหตุการณ์ภัยคุกคามทางไซเบอร์ ประชาชนสามารถแจ้งมายังที่ศูนย์ประสานงานการรักษาระบบคอมพิวเตอร์แห่งชาติ (ThaiCERT)

ศบ.ทก. ขออภัยประชาชน เร่งจ่ายเยียวยา กต. ซัดกัมพูชาใช้เด็ก-คนแก่เป็นด่านหน้า

ทางด้าน นายนิกรเดช พลางกูร อธิบดีกรมสารนิเทศและโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงว่า การดำเนินการเชิงรุกของไทยในเวที นายมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ มีภารกิจเดินทางเยือนนครเจนีวา ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ระหว่างวันที่ 26-28 สิงหาคม 2568 ได้ชี้แจงข้อเท็จจริงต่อประชาคมระหว่างประเทศเกี่ยวกับกรณีที่กัมพูชาลอบวางทุ่นระเบิดสังหารบุคคลในเขตอธิปไตยของไทย ซึ่งขัดต่อกฎหมายระหว่างประเทศ และละเมิดพันธกรณีอนุสัญญาออตตาวาอย่างร้ายแรง

ทั้งนี้ นายมาริษ มีกำหนดเข้าพบกับผู้แทนประเทศและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่มีบทบาทสำคัญในประเด็นทุ่นระเบิด รวมถึงคณะกรรมการปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา เพื่อยืนยันหลักฐานเชิงประจักษ์ให้เห็นว่าไทยยึดมั่นในการเปิดเผยโปร่งใสและตรวจสอบได้ รวมถึงเรียกร้องให้ทุกฝ่ายโน้มน้าวกัมพูชาให้ปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างจริงจัง และร่วมมือกับไทยในการเก็บกู้ระเบิดตามแนวชายแดนไทย โดยยังคงยืนหยัดดำเนินการเชิงรุก พร้อมให้ความร่วมมือกับกลไกสากลทุกขั้นตอนเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจและจริงใจว่าไทยไม่มีสิ่งใดต้องปกปิด นอกจากนี้ นายมาริษ ยังกำหนดพบกับสำนักงานใหญ่ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ และคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ เพื่อย้ำว่าการดำเนินการทั้งหมดของไทยตั้งอยู่บนพื้นฐานของหลักสิทธิมนุษยชนและกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศ

นายนิกรเดช กล่าวอีกว่า ขอใช้โอกาสนี้แสดงให้เห็นถึงการกระทำของกัมพูชาที่ขัดต่อหลักมนุษยธรรม โจมตีเป้าหมายพลเรือน การนำเด็กมาใช้ในคลิปวิดีโอกับทุ่นระเบิด การใช้พื้นที่ชุมชนเป็นฐานที่มั่นทางทหาร ผลักดันเด็ก คนชรา และผู้พิการ ให้ออกมาเป็นด่านหน้า เป็นการกระทำที่ไม่คำนึงถึงหลักมนุษยธรรมและขัดต่อกติกาสากลโดยสิ้นเชิง ขอย้ำว่าความปลอดภัยและศักดิ์ศรีความเป็นมนุษย์ต้องได้รับการคุ้มครองสูงสุดในฐานะประเทศที่มีความรับผิดชอบต่อพันธกรณีระหว่างประเทศ ประเทศไทยจะยังคงร่วมมือกับประชาคมโลกอย่างใกล้ชิดเพื่อให้กัมพูชาปฏิบัติตามพันธกรณีของอนุสัญญาออตตาวาและหลักการสากล โดยเฉพาะกฎหมายมนุษยธรรมระหว่างประเทศและหลักสิทธิมนุษยชนอย่างจริงจัง

ทอ. ยังเข้มสกัดโดรนผิดกฎหมาย พร้อมเร่ง ศบ.ทก. ขออภัยประชาชน

ขณะที่ น.อ.กฤษณัส กาญจนกุล ผู้ช่วยเลขานุการคณะทำงานบูรณาการระบบอากาศยานไร้คนขับ (โดรน) และระบบต่อต้านอากาศยานไร้คนขับ กองทัพอากาศ ระบุว่า การต่อต้านโดรนผิดกฎหมาย กองทัพอากาศได้บูรณาการทุกเหล่าทัพ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) และหน่วยราชการที่เกี่ยวข้องเพื่อแก้ปัญหา เนื่องจากปัจจุบันยังมีการกำหนดการห้ามบินโดรนในพื้นที่สำคัญ ได้แก่ พื้นที่ทางทหาร หน่วยราชการ และตามแนวชายแดน โดยพื้นที่ที่บินโดรนได้นั้นเป็นไปตามประกาศของสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย ต้องทำตามข้อกำหนดที่ให้ลงทะเบียนการขึ้นบิน ทำการบินในระยะความสูงไม่เกิน 90 เมตร และสามารถบินได้เฉพาะเวลากลางวัน

โดยหน่วยงานมั่นคงได้บูรณาการขีดความสามารถในการต่อต้านโดรน ด้วยระบบของทุกหน่วยงานทั้งการค้นหา การสกัดกั้นและทำลาย รวมถึงแลกเปลี่ยนข่าวกรองเพื่อป้องกันและต่อต้านโดรนเชิงรุกที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และแบ่งพื้นที่ปฏิบัติการเพื่อให้การต่อต้านโดรนครอบคลุมทุกพื้นที่สำคัญ การจำกัดโดรนผิดกฎหมายทั้งทหารตำรวจ ฝ่ายปกครอง ได้ผนึกกำลังค้นหาจับกุมผู้ปล่อยโดรนผิดกฎหมายในประเทศไทยอย่างจริงจัง หากประชาชนพบเห็นการใช้โดรนผิดกฎหมายหรือเป็นภัยต่อความมั่นคงขอให้แจ้งข้อมูลสำคัญ เช่นวันเวลาที่พบเห็น ลักษณะโดรน รวมถึงภาพถ่าย ไปยังหน่วยงานที่รับผิดชอบโดยเร็ว.

จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น การเร่งจ่ายเงินเยียวยาและดูแลประชาชนที่ได้รับผลกระทบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ การที่ประเทศไทยแสดงจุดยืนในการปกป้องอธิปไตยและหลักมนุษยธรรมในเวทีระหว่างประเทศเป็นสิ่งที่ควรสนับสนุน และต้องจับตาดูว่า ศบ.ทก. ขออภัยประชาชน จะมีความคืบหน้าในการช่วยเหลืออย่างไรต่อไป

ที่มา – ศบ.ทก. ขออภัยประชาชน เร่งจ่ายเยียวยา กต. ซัดกัมพูชาใช้เด็ก-คนแก่เป็นด่านหน้า

“แม่ทัพภาค 2” เผยโอกาสปะทะรอบใหม่!

“แม่ทัพภาค 2” ชี้โอกาสปะทะรอบ 2 ขึ้นอยู่กับฝ่ายตรงข้าม หากเริ่มก่อนไทยพร้อมตอบโต้ พร้อมมองผู้เจรจาต้องทันเกม นึกถึงผลประโยชน์ของชาติ พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงสถานการณ์ชายแดนและการเตรียมพร้อมของกองทัพ

“แม่ทัพภาค 2” กับมุมมองต่อสถานการณ์ชายแดน

พลโทบุญสิน พาดกลาง แม่ทัพภาคที่ 2 ได้กล่าวถึงประเด็นสำคัญต่างๆ เกี่ยวกับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา รวมถึงการเตรียมพร้อมในการตอบโต้หากมีการยั่วยุจากฝ่ายตรงข้าม โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการเจรจาที่ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก

สำหรับการตัดสินใจเข้ารับราชการทหาร พลโทบุญสินกล่าวว่า เป็นความใฝ่ฝันตั้งแต่เด็กที่อยากเป็นทหารตำรวจ เพราะเห็นพ่อเป็นตำรวจชั้นผู้น้อย และความตั้งใจนั้นก็ไม่เคยลดน้อยลง แม้ในช่วงที่เป็นนักเรียนอาชีวะ

ความท้าทายที่ชายแดนไทย-กัมพูชา

พลโทบุญสินกล่าวถึงความท้าทายที่ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า เกิดจากความต่างของความคิดที่ต่างฝ่ายต่างมองว่าแผ่นดินเป็นของตนเอง ซึ่งอาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการปะทะกันได้ แต่ยังคงยืนยันว่าพร้อมที่จะเจรจาเพื่อหาทางออกร่วมกัน

ในส่วนของประเด็นยอดภูมะเขือ พลโทบุญสินกล่าวว่า ในยุคของตนต้องไปเอาคืนมา เพราะมีการเข้าอาศัยของคนกัมพูชามานานหลายสิบปีแล้ว และปัจจุบันภูมะเขือมีบรรยากาศที่ดี สามารถไปวิ่งเทรลหรือวิ่งมาราธอนได้

เมื่อถามถึงการตัดสินใจในสถานการณ์ที่มีแรงกดดัน พลโทบุญสินกล่าวว่า การรอคอยเป็นสิ่งที่ทรมาน แต่แม่ทัพต้องคิดอย่างรอบคอบ เพราะการปะทะจะส่งผลกระทบต่อภาพรวมของประเทศ ทั้งเศรษฐกิจและสังคม

สำหรับการปะทะที่ผ่านมา พลโทบุญสินเห็นว่าเหมาะสมแล้ว เพราะฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้เริ่มก่อน และในกรณีการปิดตาเมือนธม แม้จะเป็นเรื่องที่ลำบากใจ แต่ก็จำเป็นต้องทำเพื่อรักษาเอกภาพและศักดิ์ศรีของประเทศไทย

“แม่ทัพภาค 2” ยังกล่าวถึงการเจรจาว่า หากทำแล้วเสียผลประโยชน์ก็จะไม่เจรจา และผู้เจรจาต้องทันเกม รู้ว่าอะไรคือผลประโยชน์ของชาติ

ในส่วนของการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างกองทัพกับชุมชน พลโทบุญสินกล่าวว่า ทหารไม่ได้มีหน้าที่แค่รบ แต่ยังช่วยพัฒนาประเทศและช่วยเหลือประชาชนในยามยากลำบาก

สำหรับคำถามที่ว่า จะมีการปะทะกันอีกหรือไม่ และมีโอกาสที่ไทยจะยึดพื้นที่อย่างประสาทตาควายกลับมาได้หรือไม่ พลโทบุญสินตอบว่า ขึ้นอยู่กับนโยบายของผู้นำประเทศของคู่ขัดแย้ง และท่าทีของทหารเขมรที่อยู่ตามแนวชายแดน หากเริ่มก่อนไทยก็มีสิทธิ์ตอบโต้

โดยสรุปแล้ว พลโทบุญสิน พาดกลาง “แม่ทัพภาค 2” ได้เน้นย้ำถึงความพร้อมของกองทัพในการปกป้องอธิปไตยของชาติ และการรักษาผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ พร้อมทั้งยังคงเปิดโอกาสสำหรับการเจรจาเพื่อแก้ไขปัญหาโดยสันติวิธี แต่หากถูกรุกรานก่อนก็พร้อมที่จะตอบโต้อย่างเต็มที่ เพื่อรักษาแผ่นดินไทยไว้

สถานการณ์ชายแดนยังคงต้องจับตาอย่างใกล้ชิด การตัดสินใจของผู้นำและท่าทีของทหารตามแนวชายแดนจะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดทิศทางในอนาคต ความรอบคอบและการคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ที่มา – “แม่ทัพภาค 2” ชี้โอกาสปะทะรอบ 2 ขึ้นอยู่กับฝ่ายตรงข้าม หากเริ่มก่อนไทยพร้อมตอบโต้

ธนาคารแจงไทม์ไลน์ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี

ธนาคารชี้แจงไทม์ไลน์กรณี “หลวงพ่ออลงกต” นำใบสุทธิที่มีเลขบัตรประชาชน 13 หลักของ “อลงกต พลมุข” มาเปิดบัญชีตั้งแต่ปี 2543 และผูกพร้อมเพย์เมื่อปี 2561 ล่าสุดพบว่าไม่สามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้แล้ว ปัญหาทั้งหมดเกิดจากอะไร มาติดตามรายละเอียดกัน

ธนาคารแจงไทม์ไลน์ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี ผูกเลขพร้อมเพย์ ขรก. ที่เสียชีวิต

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับการยืนยันจากธนาคารกรุงเทพว่า “หลวงพ่ออลงกต” ได้นำใบสุทธิมาใช้ประกอบการเปิดบัญชี ซึ่งในใบสุทธิมีเลข 13 หลักของนายอลงกต พลมุข อดีตข้าราชการที่เสียชีวิต ทางธนาคารไม่ทราบจึงเปิดบัญชีให้ตั้งแต่ปี 2540 กระทั่งมีการรณรงค์ให้ใช้พร้อมเพย์ในปี 2561 หลวงพ่อได้มีการเชื่อมบัญชีดังกล่าวเข้ากับพร้อมเพย์โดยไม่ได้ตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วน

จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ธนาคารได้ดำเนินการตรวจสอบย้อนหลัง พบว่าเลข 13 หลักดังกล่าวเป็นของผู้อื่น จึงได้ทำการอายัดบัญชีและยุติการใช้พร้อมเพย์เมื่อวานนี้ ส่งผลให้การเชื่อมพร้อมเพย์บัญชีดังกล่าวถูกระงับ แต่เดิมทีนั้นยังสามารถโอนเงินเข้าบัญชีได้ตามปกติ แม้ว่าจะไม่สามารถถอนเงินได้จากกระบวนการอายัด

อย่างไรก็ตาม ทีมข่าวได้พยายามทดลองโอนเงินเข้าบัญชีธนาคารกรุงเทพที่ผูกเข้ากับเลขพร้อมเพย์ 13 หลักของนายอลงกต พลมุข พบว่าในขณะนี้ไม่สามารถโอนเงินเข้าได้แล้ว สถานการณ์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมที่ธนาคารแจ้งไว้

ความคืบหน้ากรณี “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี

สถานการณ์นี้สร้างความสับสนและความกังวลให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสารเป็นอย่างมาก ธนาคารกำลังดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นอย่างเร่งด่วนเพื่อให้เกิดผลกระทบน้อยที่สุดต่อทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ทางธนาคารได้ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า หลังจากทราบว่าบัญชีดังกล่าวมีปัญหาจริง จึงได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่ถูกต้องเพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต การอายัดบัญชีและการระงับการใช้พร้อมเพย์เป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อรักษาความปลอดภัยของระบบธนาคารและป้องกันการทุจริต

เกี่ยวกับเรื่องนี้ หากมีการชี้แจงจากทางหลวงพ่ออลงกต หรือคนที่ได้รับมอบหมายจากหลวงพ่อมาชี้แจง จะได้รายงานให้ทราบต่อไป ขณะนี้ผู้สื่อข่าวพยายามติดต่อเพื่อขอข้อมูลเพิ่มเติมจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

เรื่องราวของ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชีด้วยเอกสารที่มีข้อมูลไม่ถูกต้องนี้ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสังคม หลายคนตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบเอกสารของธนาคารและความรอบคอบในการเปิดบัญชี

เหตุการณ์นี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ทั้งธนาคารและผู้ที่ต้องการเปิดบัญชี โดยเฉพาะอย่างยิ่งในยุคที่การทำธุรกรรมออนไลน์เป็นเรื่องง่ายและรวดเร็ว การตรวจสอบข้อมูลและเอกสารให้ถูกต้องจึงเป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม

ถึงแม้ว่า “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชีไปแล้ว แต่ธนาคารมีมาตรการที่รัดกุมมากขึ้นในการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลก่อนที่จะอนุมัติการเปิดบัญชี เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

สิ่งที่เกิดขึ้นนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลส่วนบุคคลและความจำเป็นในการมีระบบที่เข้มงวดเพื่อป้องกันการทุจริตในระบบธนาคาร การปรับปรุงกระบวนการตรวจสอบและเพิ่มความเข้มงวดในการเปิดบัญชีเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้มั่นใจได้ว่าระบบธนาคารมีความปลอดภัยและน่าเชื่อถือ

ทางธนาคารยังคงดำเนินการตรวจสอบรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีนี้ และจะแจ้งให้ทราบถึงความคืบหน้าต่อไป หากมีข้อมูลใหม่ๆ ที่เกี่ยวข้องกับ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี ทางทีมข่าวจะรีบรายงานให้ทราบโดยทันที

ที่มา – ธนาคารแจงไทม์ไลน์ “หลวงพ่ออลงกต” เปิดบัญชี ผูกเลขพร้อมเพย์ ขรก. ที่เสียชีวิต

ก้าวแรกของการเต้นรำครั้งสุดท้ายของคลาร์กในสกอตแลนด์?

“ผมซาบซึ้งที่แฟนบอลสกอตแลนด์รอคอยทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขันรายการใหญ่มานาน”

ในเดือนพฤษภาคม 2019 สตีฟ คลาร์กได้ประกาศเจตนารมณ์ในฐานะหัวหน้าโค้ชคนใหม่ของสกอตแลนด์อย่างตรงไปตรงมา นั่นคือ พาทีมชาติเข้าร่วมการแข่งขันรายการใหญ่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998

ภูมิทัศน์เปลี่ยนแปลงไปอย่างมากตั้งแต่นั้นมา และส่วนหนึ่งเป็นเพราะเขาทำสำเร็จ การปรากฏตัวในการแข่งขันชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป 2 ครั้ง ก่อให้เกิดความหวังและเพิ่มความคาดหวังอย่างมาก

แต่เมื่อเราเข้าใกล้สิ่งที่คลาร์กเองเคยบอกใบ้ว่าอาจเป็นการคุมทีมครั้งสุดท้ายของเขา ยังมีเป้าหมายสูงสุดที่ธงชาติสกอตแลนด์ยังไม่ได้ปักไว้

การได้ปรากฏตัวในการแข่งขันฟุตบอลโลกจะเป็นความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของคลาร์กอย่างแน่นอน โดยทีมที่ได้รับมอบหมายให้ช่วยเขาไปถึงจุดนั้นสำหรับการแข่งขันรอบคัดเลือกรอบแรกกับเดนมาร์กและเบลารุสได้รับการประกาศเมื่อวันจันทร์

จุดเริ่มต้นที่อ่อนน้อมถ่อมตนเมื่อยุคของคลาร์กเริ่มต้นขึ้น

ถ้าให้พูดกันตามตรง ยุคของคลาร์กเริ่มต้นอย่างไม่มั่นคงนัก

ต้องขอบคุณประตูของโอลิเวอร์ เบิร์กในนาทีที่ 89 ต่อหน้าแฟนบอลเพียง 30,000 คนที่แฮมป์เดน เพื่อเอาชนะไซปรัสในการแข่งขันรอบคัดเลือกยูโรที่ตึงเครียด

แม้เวลาจะผ่านไป 6 ปี เมื่อมองไปที่รายชื่อผู้เล่นตัวจริงนั้น ก็ยังพบว่ามีความคุ้นเคยกับทีมชุดปัจจุบันอยู่บ้าง

สกอตต์ แม็กเคนนา, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน, เคนนี แม็คลีน และจอห์น แม็กกินน์ ต่างได้ออกสตาร์ท สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ วัย 22 ปี ต้องนั่งสำรอง

จากข้อมูลของ Transfermarkt ผู้เล่นตัวจริงของคลาร์กมีมูลค่ารวม 70 ล้านปอนด์ โดยมีม้านั่งสำรองมูลค่า 40 ล้านปอนด์ หากมองไปที่ปัจจุบัน ทีมที่ออกสตาร์ทกับกรีซในเดือนมีนาคมมีมูลค่าประมาณ 130 ล้านปอนด์ โดยมีตัวสำรองรวมกัน 60 ล้านปอนด์

การประมาณการเหล่านี้บ่งบอกอะไร? ง่ายๆ ก็คือ คุณภาพของผู้เล่นที่อดีตผู้จัดการทีมคิลมาร์น็อคมีนั้นได้รับการอนุมัติอย่างมีนัยสำคัญในช่วงเวลาที่เขาดำรงตำแหน่ง

“ทีมมีการพัฒนาอยู่เสมอ” คลาร์กกล่าวกับเคลลี เคตส์แห่ง Match of the Day

“ถ้าผมมองไปที่ทีมชุดแรกของผม ผมคิดว่าผมมีผู้เล่นหกหรือเจ็ดคน หรืออาจจะแปดคนที่ยังมีส่วนร่วมในวงการระดับนานาชาติ

ดังนั้น จึงมีการพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง แม้กระทั่งในการแข่งขันชุดสุดท้ายในช่วงฤดูร้อนนี้ ผมพยายามแนะนำผู้เล่นอายุน้อยกว่าอีกสองสามคน เพราะคุณพยายามที่จะสร้างความแข็งแกร่งให้กับทีมของคุณ

“นี่คือทีมที่ดีที่สุดที่เราเคยมีหรือไม่? เราจะรู้ได้เมื่อถึงการแข่งขัน”

ทำไมมูลค่าผู้เล่นของสกอตแลนด์ถึงสูงขึ้น

มีปัจจัยหลายประการ ผู้เล่นดาวรุ่งอย่างแม็คโทมิเนย์กำลังเข้าสู่ช่วงพีค การยกระดับตำแหน่งสำคัญ การกลับมาของผู้ที่ขาดหายไปนานอย่างอารอน ฮิกกีย์และคีแรน เทียร์นีย์ และปัจจัยอิตาลี

แม็คโทมิเนย์ที่กล่าวถึงข้างต้นเป็นผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเซเรียอาเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ขณะที่นาโปลีคว้าแชมป์ การแสดงที่ยอดเยี่ยมของเขาเมื่อฤดูกาลที่แล้วยังได้รับการยอมรับจากการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลบัลลงดอร์อีกด้วย

อดีตผู้เล่นของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดไม่ใช่พรสวรรค์เพียงคนเดียวที่พิสูจน์ตัวเองบนแผ่นดินอิตาลี

บิลลี่ กิลมอร์ก็เป็นผู้ชนะในลีกเช่นกัน ลูอิส เฟอร์กูสันเป็นกัปตันทีมโบโลญญาและคว้าแชมป์โคปปาอิตาเลีย ขณะที่เลนนอน มิลเลอร์วัยรุ่นได้ย้ายจากมาเธอร์เวลล์ไปอูดิเนเซ่หลังจากการประเดิมทีมชาติเมื่อต้นปีนี้

อย่าลืมเช อดัมส์ที่โตริโนด้วย

“มันอาจย้อนกลับไปเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วเมื่ออารอน ฮิกกีย์ออกจากฮาร์ทส์และไปโบโลญญาและทำได้ดีจริงๆ” คลาร์กกล่าว

“จากนั้น ลูอิส เฟอร์กูสันก็ไปที่นั่น เป็นกองกลางที่ดีที่สุดในเซเรียอา ไม่ใช่เมื่อฤดูกาลที่แล้ว แต่เป็นฤดูกาลก่อน เขาเป็นกัปตันทีมโบโลญญาที่คว้าแชมป์โคปปาอิตาเลียเมื่อปีที่แล้ว

ดังนั้นพวกเขาจึงทำได้ดีมาก เชออกไปและมีฤดูกาลแรกที่ดีจริงๆ บิลลี่ออกไปสโมสรเดียวกับสกอตต์

“เรามีเลนนอน มิลเลอร์หนุ่มที่เพิ่งไปอูดิเนเซ่ มันคงน่าสนใจที่จะได้เห็นว่ามันจะออกมาเป็นอย่างไรสำหรับเลนนอน แต่ดูเหมือนว่าจะมีเส้นทางให้เด็กสก็อตแลนด์ไปที่นั่นและเล่นได้อย่างแน่นอน”

คลาร์กมีปัญหาอะไรบ้าง

หนึ่งคือเรื่องใหม่ อีกหนึ่งคือจุดที่เจ็บปวดมานาน

มาเริ่มกันที่อดีตกันก่อน เป็นเวลาหลายสิบปีที่ชาวสก็อตได้รับพรจากผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยม ได้แก่ เลห์ตัน, โกรม, แม็กเกรเกอร์, มาร์แชล, กอร์ดอน

รายหลังคือกัปตันทีมฮาร์ทส์ เคร็ก กอร์ดอน เป็นคนเดียวที่ยังเล่นอยู่ แต่ชายวัย 42 ปีรายนี้ได้รับบาดเจ็บ

แองกัส กันน์เป็นตัวเลือกแรกของคลาร์กในช่วงหลัง แต่หลังจากการปล่อยตัวจากนอริช ซิตี้เมื่อฤดูกาลที่แล้ว เขายังไม่ได้ลงเล่นให้กับสโมสรใหม่อย่างน็อตติงแฮม ฟอเรสต์เลย

เคียแรน สลิคเกอร์ต้องทนกับการเปิดตัวที่น่าสยดสยองในเดือนมิถุนายนเมื่อสกอตแลนด์แพ้ไอซ์แลนด์ 3-1 ที่กลาสโกว์ เลียม เคลลีเป็นตัวเลือกที่สองที่เรนเจอร์ส รอสส์ โดฮานไม่ได้เล่นให้กับเซลติก ซึ่งหมายความว่าตัวแทนของกอร์ดอนที่ฮาร์ทส์อย่างซานเดอร์ คลาร์ก มีแนวโน้มที่จะได้ออกสตาร์ทหลังจากได้รับเลือกพร้อมกับกันน์และเคลลี

ในแง่ของปัญหาที่มีมาอย่างยาวนาน สกอตแลนด์ประสบปัญหาในการหาผู้ทำประตูที่เก่งกาจ

ผู้ทำประตูสูงสุดของคลาร์กตลอดระยะเวลาที่เขาดำรงตำแหน่งคือจอห์น แม็กกินน์ ด้วย 20 ประตู อันดับสองคือเพื่อนร่วมทีมอย่างแม็คโทมิเนย์ด้วย 12 ประตู

มีกองหน้าเพียงสามคน ได้แก่ ลินดอน ไดค์สและอดัมส์ที่ 9 ประตู และลอว์เรนซ์ แชงค์แลนด์ที่ 3 ประตูที่ติดอยู่ใน 10 อันดับแรก

คีรอน โบวีของฮิเบอร์เนียนได้กลับเข้าสู่ทีมอีกครั้งเมื่อแฟนๆ มองเขาว่าเป็นความหวังใหม่ที่สดใสของพวกเขา

หัวหน้าโค้ชทีมชาติสกอตแลนด์อยู่ในอัฒจันทร์ที่อีสเตอร์ โร้ด เมื่อนักเตะวัย 22 ปีรายนี้พุ่งชนในการแข่งขันยูโรปา คอนเฟอเรนซ์ ลีก รอบคัดเลือกให้กับทีมจากเอดินบะระ

เขากำลังสร้างชื่อเสียงอย่างรวดเร็ว และเปิดตัวกับทีมชาติสกอตแลนด์ในช่วงฤดูร้อนกับลิกเตนสไตน์

“มันเป็นช่วงเวลาพิเศษสำหรับทุกคนในสนาม ผมคิดว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับคีรอน” คลาร์กกล่าว

“ผลงานโดยรวมของเขาในเกมนั้นดีเป็นพิเศษ คีรอนเป็นคนที่ผมจับตามองเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วตอนที่ผมดูทีมชาติชุดอายุต่ำกว่า 21 ปี

“แน่นอนว่าเขายังเด็ก เขาต้องพัฒนาต่อไป เขาเป็นเพชรดิบเล็กน้อยและต้องขัดเกลาอีกเล็กน้อยในบางส่วน แต่เขาทำผลงานได้ดีในฤดูกาลนี้ และในฐานะผู้เล่นอายุน้อย สิ่งนั้นก็ทำได้ดีสำหรับสกอตแลนด์เท่านั้น”

โอกาสสุดท้ายสำหรับคลาร์ก?

ในเดือนมีนาคม คลาร์กกล่าวว่าเขา “75%” แน่ใจว่าเขาจะจากไปหลังจากสิ้นสุดการเฝ้าดูฟุตบอลโลกของเขา ไม่ว่าจะในการแข่งขันรอบคัดเลือก หรือออกไปอย่างน่าตื่นเต้นที่ไหนสักแห่งข้ามมหาสมุทรแอตแลนติก

สิ่งที่คุณมั่นใจได้ 100% คือคลาร์กไม่ได้พูดอะไรเพื่อประโยชน์ของมัน เขาไม่ใช่คนที่พูดอะไรแบบไม่คิดหน้าคิดหลังที่ยังไม่ได้ไตร่ตรองอย่างรอบคอบเสียก่อน

ในขณะที่โชคชะตาของสกอตแลนด์เติบโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัดและมีช่วงเวลาสำคัญเกิดขึ้นตลอดทาง – การเปิดการแข่งขันยูโรเมื่อฤดูร้อนที่แล้วและการดื่มมิวนิกให้แห้งเป็นจุดสูงสุดที่ชัดเจน – แต่ก็มีความแบนราบเมื่ออยู่ในทัวร์นาเมนต์เหล่านี้ในสนาม

ความแปลกใหม่ของการได้อยู่ในงานปาร์ตี้จางหายไปอย่างรวดเร็ว และกองทัพทาร์ทันก็ปรารถนาให้ทีมแสดงความดื้อรั้นที่ไล่สเปนออกจากสนามที่แฮมป์เดน หรือความพยายามที่ทำให้ตกตะลึงนอร์เวย์ในออสโลและโครเอเชียในกลาสโกว์

เกมที่ไร้ชัยชนะสามเกมนั้นในเยอรมนียังเพิ่มสถิติการไร้ชัยชนะ 15 จาก 16 เกม ซึ่งถูกหยุดลงในที่สุดเมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา

นอกจากนี้ยังมีความฝันที่ไม่เป็นจริงในการเดินเข้าไปในฟุตบอลโลกเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 1998 นี่คือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เหลืออยู่สำหรับเขา

หัวหน้าโค้ชทีมชาติสกอตแลนด์ได้ทำตามสัญญาจากปี 2019 แล้ว แต่เขายังไม่จบแค่นั้น เวทีที่ยิ่งใหญ่ที่สุดอยู่ที่นั่นเพื่อให้เขาและทีมของเขาได้เปล่งประกาย

นี่อาจเป็นการเต้นรำครั้งสุดท้ายของคลาร์ก และก้าวแรกของมันเกิดขึ้นเมื่อวันจันทร์ ก้าวแรกของการเต้นรำครั้งสุดท้ายของคลาร์กในสกอตแลนด์? อาจนำไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

การเต้นรำครั้งสุดท้ายของคลาร์กในสกอตแลนด์

ความสำเร็จที่ผ่านมาของคลาร์กสร้างความคาดหวังที่สูงขึ้นสำหรับทีมชาติสกอตแลนด์ ความท้าทายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่เหลืออยู่คือการนำทีมเข้าสู่การแข่งขันฟุตบอลโลก การเต้นรำครั้งนี้อาจเป็นโอกาสสุดท้ายของเขาในการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่ให้กับวงการฟุตบอลสกอตแลนด์

ที่มา – Is this first step of Clarke’s last Scotland dance?