วัน: 25 สิงหาคม 2025

พี่สาว”พระอลงกต”เผย บวชแก้เคล็ดไม่สึกถึงปัจจุบัน

พี่สาวของ “พระอลงกต” ยืนยันว่าน้องชายมีชื่อเดิมที่พ่อแม่ตั้งให้ว่า “เกรียงไกร” ญาติพาไปบวชแก้เคล็ด เพื่อให้เริ่มต้นทำมาหากินราบรื่น แต่ไม่ยอมสึกจนถึงปัจจุบัน ฝากถึงน้องให้ทำความดีต่อไป และขอให้นักข่าวนำเสนอข้อมูลให้ตรงกับความจริง

พี่สาว “พระอลงกต” เผย น้องชายบวชเพื่อแก้เคล็ด แต่ไม่ยอมสึกจนถึงปัจจุบัน

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านของพี่สาวของพระอลงกต อดีตเจ้าอาวาสวัดพระบาทน้ำพุ ซึ่งอยู่ในพื้นที่ ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น โดยพี่สาวเล่าเพียงว่า ชื่อเดิมของน้องชายตั้งแต่แรกเกิดที่พ่อแม่ตั้งให้ คือ เกรียงไกร เพ็ชรแก้ว ซึ่งเป็นนามสกุลของพ่อ แต่วันเดือนเกิดจำไม่ได้ จำได้เพียง พ.ศ. เกิด คือ พ.ศ. 2503 มีพี่น้องรวมทั้งหมด 6 คน แต่ไม่ทราบว่าทำไมจึงเปลี่ยนชื่อเป็นอลงกต

ส่วนตอนที่บวชนั้น พระไม่ได้บอกครอบครัว แต่มีลูกพี่ลูกน้องที่เป็นญาติกันพาไปบวชเพื่อแก้เคล็ด เพื่อที่จะเริ่มต้นทำมาหากินให้ราบรื่น เพราะครอบครัวเตรียมจะไปค้าขายที่ กทม. และเมื่อบวชสมควรแก่เวลา ครอบครัวก็ไปชวนให้สึก เพื่อจะได้ช่วยกันทำมาหากิน ปรากฏว่าพระไม่ขอสึก ขอเป็นพระต่อ และก็บวชพระตลอดมาตั้งแต่นั้นมาจนถึงปัจจุบัน 

พี่สาวบอกอีกว่า ช่วงที่พระอลงกต เป็นพระที่วัดพระบาทน้ำพุ ตนเองก็ได้เป็นแม่ครัวดูแลเรื่องอาหารที่วัดประมาณ 3 ปี แต่สุขภาพไม่ค่อยแข็งแรง จึงกลับมาอยู่ที่บ้านที่ขอนแก่น โดยบ้านหลังเดิมที่อยู่ชุมชนแห่งหนึ่ง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ขอนแก่น แต่น้ำท่วมบ่อย จึงย้ายบ้านมาอยู่ที่บ้านปัจจุบัน ซึ่งลูกชายซื้อที่เอาไว้ให้ 

หลังจากที่ตนกลับมาอยู่ที่บ้านก็ไม่ค่อยได้คุยได้ติดต่อกับพระอลงกต โดยส่วนตัวจะได้คุยกันปีละครั้ง ช่วงที่พระอลงกตมาทำบุญที่ขอนแก่น เป็นการทำบุญตามประเพณีของชาวอีสาน คือการทำบุญแจกข้าวอุทิศส่วนกุศลให้พ่อแม่ที่เสียชีวิต  โดยส่วนใหญ่ที่คุย พระจะถามเกี่ยวกับความเป็นอยู่ของลูกหลานเท่านั้น ไม่เคยคุยเรื่องอื่น

พี่สาวพระอลงกต ยังฝากถึงพระน้องชายว่า ให้รักษาสุขภาพให้ดี ถ้าทำดีแล้วก็ทำดีต่อไป ทั้งยังฝากถึงนักข่าวด้วยว่า อยากให้ทำหน้าที่ติดตามข่าวเสนอข้อมูลที่เป็นข้อเท็จจริง ออกให้ตรงกับความเป็นจริง เพราะที่ผ่านมา พระทำความดีให้กับสังคมมาก็มากแล้ว ให้เห็นแก่ความดีที่พระเคยสร้างเคยทำไว้ด้วย.

ทำไม”พระอลงกต”ถึงไม่สึก

จากคำบอกเล่าของพี่สาว “พระอลงกต” การบวชของท่านเริ่มต้นจากการแก้เคล็ด แต่เหตุผลที่ท่านไม่สึกนั้น อาจเป็นเพราะท่านพบความสุขและความสงบในร่มกาสาวพัสตร์ ท่านอาจพบว่าการช่วยเหลือผู้อื่นและการทำประโยชน์เพื่อสังคมนั้นเป็นสิ่งที่เติมเต็มชีวิตของท่านมากกว่าการใช้ชีวิตทางโลก

เรื่องราวของ “พระอลงกต” เป็นเครื่องเตือนใจให้เราได้ตระหนักว่า บางครั้งเส้นทางชีวิตที่เราไม่ได้คาดหวัง อาจนำพาเราไปสู่จุดหมายปลายทางที่ยิ่งใหญ่และมีความหมายมากกว่าที่เราเคยคิดไว้ การตัดสินใจของท่านในการบวชตลอดชีวิตนั้น เป็นสิ่งที่น่ายกย่องและเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับสังคม แม้ว่าการบวชครั้งแรกจะเป็นเพียงการแก้เคล็ด แต่สุดท้ายแล้วท่านก็ได้อุทิศตนเพื่อช่วยเหลือผู้คนและสร้างคุณงามความดีมากมาย

สิ่งที่พี่สาวของท่านฝากถึงนักข่าว ก็เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในการนำเสนอข่าวสาร ควรนำเสนอข้อมูลที่เป็นจริงและเป็นกลาง เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน และที่สำคัญคือการให้เกียรติและเห็นคุณค่าของผู้ที่ทำความดีให้กับสังคม

การทำความดีนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่ว่าจะอยู่ในสถานะใดก็ตาม “พระอลงกต” ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า การอุทิศตนเพื่อผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่นำมาซึ่งความสุขและความสงบที่แท้จริง แม้ว่าการเริ่มต้นจะมาจากเหตุผลที่เรียบง่าย แต่ผลลัพธ์ที่ได้นั้นยิ่งใหญ่และงดงามเกินกว่าจะคาดเดาได้ การทำความดีและช่วยเหลือผู้อื่นนั้นเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถทำได้ ไม่ว่าจะเล็กน้อยเพียงใด ก็สามารถสร้างความเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่ให้กับสังคมได้

เรื่องราวของ “พระอลงกต” จึงเป็นแรงบันดาลใจให้กับเราทุกคน ให้ทำความดีและช่วยเหลือผู้อื่นอย่างสม่ำเสมอ เพราะการทำความดีนั้นไม่ว่าเมื่อไหร่ก็ย่อมนำมาซึ่งผลลัพธ์ที่ดีเสมอ เพราะ “พระอลงกต” ได้ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมอย่างมากมาย

ที่มา – พี่สาว “พระอลงกต” เผย น้องชายบวชเพื่อแก้เคล็ด แต่ไม่ยอมสึกจนถึงปัจจุบัน

หลานอดีตไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ มองทนายโยนผิด

จากกรณีที่นายศุภชัย สิงคาลวานิช หัวหน้าทีมทนายความของวัดพระบาทน้ำพุ ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับความเป็นไปได้ที่อาจมีผู้นำใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกตไปผูกกับบัญชีพร้อมเพย์เพื่อรับเงินบริจาค โดยพุ่งเป้าไปที่อดีตไวยาวัจกรของวัด ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ล่าสุด หลานของอดีตไวยาวัจกรได้ออกมาเปิดใจถึงประเด็นดังกล่าว

หลานอดีตไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ มองทนายโยนผิดให้คนตาย

หลานชายของนายธนชัย ไม้ประดับ อดีตไวยาวัจกรวัดพระบาทน้ำพุ ได้ให้สัมภาษณ์ว่า ตนเองไม่ต้องการมองว่าการกระทำของทนายความเป็นเหมือนการโยนความผิดให้กับผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว เนื่องจากทางครอบครัวไม่ได้มีปัญหากับทางวัดแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เขายอมรับว่าคำพูดดังกล่าวทำให้หลายฝ่ายเข้าใจไปในทิศทางนั้น

ความจริงน่าจะอยู่ในมูลนิธิมากกว่า

หลานชายอดีตไวยาวัจกรยังกล่าวเพิ่มเติมว่า การก่อตั้งมูลนิธิต้องอาศัยเจ้าหน้าที่และข้อมูลจำนวนมาก รวมถึงเอกสารที่เกี่ยวข้อง ดังนั้น การสอบถามข้อมูลจากคนเพียงคนเดียวอาจไม่เพียงพอ ควรตรวจสอบเอกสารการก่อตั้งมูลนิธิเพื่อหาที่มาที่ไปของเรื่องราวทั้งหมด เขามั่นใจว่าคำตอบของเรื่องนี้ น่าจะอยู่ในมูลนิธิมากกว่าที่จะอยู่ที่ลุงของเขาที่เสียชีวิตไปแล้ว นอกจากนี้ การที่ทนายออกมาพูดถึงเรื่องนี้ ทำให้เกิดการตั้งคำถามถึงความโปร่งใสในการบริหารจัดการเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุ และอาจส่งผลกระทบต่อความศรัทธาของประชาชนที่มีต่อวัดได้

ประเด็นสำคัญที่ถูกหยิบยกขึ้นมาคือ เรื่องของการนำใบสุทธิของหลวงพ่ออลงกตไปผูกกับบัญชีพร้อมเพย์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องมีการตรวจสอบอย่างรอบคอบ เพื่อให้ความจริงปรากฏและคลายข้อสงสัยของสังคม การออกมาให้ข้อมูลของทนายความวัดพระบาทน้ำพุ จึงควรเป็นไปอย่างระมัดระวังและมีหลักฐานที่ชัดเจน เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจผิดหรือสร้างความเสียหายให้กับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่เสียชีวิตไปแล้ว

นอกจากการตรวจสอบเรื่องการเงินแล้ว การบริหารจัดการภายในมูลนิธิก็เป็นสิ่งที่ควรให้ความสำคัญ เพื่อให้การดำเนินงานเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส สร้างความมั่นใจให้กับผู้บริจาคและประชาชนทั่วไป หากมีการพบความผิดปกติหรือข้อบกพร่องใดๆ ก็ควรมีการแก้ไขและปรับปรุงให้ดีขึ้น เพื่อรักษาชื่อเสียงและความน่าเชื่อถือของวัดพระบาทน้ำพุ

ความจริงในเรื่องนี้ยังคงต้องรอการพิสูจน์และตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การรักษาความเป็นธรรมให้กับทุกฝ่าย และการดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างโปร่งใส เพื่อให้วัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่พึ่งของสังคมต่อไปได้ และยังคงเป็นที่พักพิงของผู้ยากไร้ต่อไป

คดีนี้ยังคงเป็นที่สนใจของประชาชน และต้องติดตามกันต่อไปว่าข้อเท็จจริงจะเป็นอย่างไร และจะมีการดำเนินการอย่างไรต่อไป

การออกมาให้ข้อมูลของหลานชายอดีตไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ ในครั้งนี้ ทำให้เห็นมุมมองอีกด้านหนึ่งของเรื่องราว และเน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะสรุปหรือตัดสินใจใดๆ ก็ตาม

ท้ายที่สุดแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การแสวงหาความจริง และการดำเนินการทุกอย่างด้วยความโปร่งใสและเป็นธรรม เพื่อให้วัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่ศรัทธาของประชาชนต่อไป

ไม่ว่าความจริงจะเป็นเช่นไร การเปิดเผยความจริงและแก้ไขข้อผิดพลาดอย่างตรงไปตรงมา จะเป็นหนทางที่ดีที่สุดในการรักษาความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชน

ที่มา – หลานอดีตไวยาวัจกร วัดพระบาทน้ำพุ มองทนายโยนผิดให้คนตาย

ผลโพลค้าน “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ” จริงหรือ?

ผลสำรวจล่าสุดจากสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิคชี้ให้เห็นว่า ประชาชนส่วนใหญ่ 68.1% **ไม่เห็นด้วยกับการที่ “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”** พร้อมทั้งมองว่าทหารควรมุ่งเน้นการร่วมมือนานาชาติด้านความมั่นคง ปกป้องอธิปไตย และรักษาความสงบภายในประเทศ นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจและสะท้อนถึงความคิดเห็นของประชาชนในปัจจุบัน

ผลโพลค้าน “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 สถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิคได้เปิดเผยผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนจำนวน 1,500 คนจากทั่วทุกภูมิภาคของประเทศ โดยทำการสำรวจเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม 2568 ที่ผ่านมา ประเด็นหลักของการสำรวจคือบทบาทหน้าที่ของทหารและความเหมาะสมในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี คำถามสำคัญที่ถูกถามคือ ความเห็นด้วยหรือไม่กับการที่**ทหารจะมาดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี** ผลลัพธ์ที่ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า:

  • 68.1% ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง
  • 27.6% ยังไม่แน่ใจ
  • 4.3% เห็นด้วยอย่างยิ่ง

จากข้อมูลนี้ เราสามารถสรุปได้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่ยังคงมีความกังวลเกี่ยวกับการเข้ามามีบทบาททางการเมืองของทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งที่สำคัญอย่างนายกรัฐมนตรี

หน้าที่หลักของทหารในมุมมองของประชาชน

นอกจากประเด็นเรื่องตำแหน่งนายกรัฐมนตรีแล้ว การสำรวจยังได้สอบถามถึงหน้าที่หลักของทหารในมุมมองของประชาชน ซึ่งได้ผลลัพธ์ดังนี้:

  • 19.9% ร่วมมือกับนานาชาติด้านความมั่นคงและการรักษาสันติภาพ
  • 19% ปกป้องอธิปไตยและความมั่นคงของชาติจากภัยคุกคามภายนอก
  • 18.7% รักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ
  • 11% ช่วยเหลือประชาชนในยามภัยพิบัติหรือสถานการณ์ฉุกเฉิน
  • 10.7% สนับสนุนการปกครองระบอบประชาธิปไตยและรัฐธรรมนูญ
  • 9.1% ป้องกันและปราบปรามการก่อการร้ายภัยความมั่นคง
  • 7.9% สนับสนุนภารกิจทางเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม
  • 1.7% สนับสนุนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศ
  • 1.9% อื่นๆ

จะเห็นได้ว่า ประชาชนมองว่าบทบาทหลักของทหารควรเน้นไปที่การรักษาความมั่นคงของชาติ การร่วมมือกับนานาชาติ และการรักษาความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ในขณะที่บทบาทด้านอื่นๆ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจและโครงสร้างพื้นฐาน ยังมีความสำคัญรองลงมา

คำถามที่น่าสนใจอีกประเด็นหนึ่งคือ ความคิดเห็นเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างสถาบันทหารกับประชาธิปไตย ผลสำรวจพบว่า:

  • 36% ตอบว่าได้ แต่ทหารต้องลดอำนาจ
  • 29.1% ได้อย่างสมดุล
  • 22.1% ไม่ได้โดยธรรมชาติ
  • 12.8% ไม่มีความเห็น

ผลสำรวจนี้บ่งชี้ว่า ประชาชนส่วนใหญ่เชื่อว่าสถาบันทหารและประชาธิปไตยสามารถอยู่ร่วมกันได้ แต่ทหารจำเป็นต้องลดบทบาทและอำนาจทางการเมืองลง เพื่อให้ประชาธิปไตยสามารถทำงานได้อย่างเต็มที่ และจากผลโพลนี้เองที่ทำให้เราต้องกลับมาพิจารณาถึงความเหมาะสมของการที่ **“ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”**

โดยสรุปแล้ว ผลการสำรวจนี้สะท้อนให้เห็นถึงความกังวลของประชาชนเกี่ยวกับการเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองของทหาร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ประชาชนส่วนใหญ่มองว่าทหารควรมุ่งเน้นไปที่การรักษาความมั่นคงของชาติและการสนับสนุนประชาธิปไตยมากกว่าที่จะเข้ามามีบทบาทในการบริหารประเทศโดยตรง และผลโพลนี้แสดงให้เห็นว่าประชาชนส่วนใหญ่ **ไม่เห็นด้วยกับการที่ “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ”**

ที่มา – ผลโพลค้าน “ทหารนั่งเก้าอี้นายกฯ” มองควรร่วมมือนานาชาติด้านความมั่นคง-ปกป้องอธิปไตย

มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐาน ปัญหาที่มือถือ?

มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล

นางสาวธีรรัตน์ สำเร็จวาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย ยืนยันว่าระบบแจ้งเตือนภัยของไทยได้มาตรฐานสากลจริง แต่ปัญหาที่เกิดขึ้นคือโทรศัพท์มือถือของประชาชนบางส่วนยังไม่ได้อัปเดตให้รองรับระบบแจ้งเตือนภัยฉุกเฉิน หรือ Cell Broadcast

ในการชี้แจงต่อที่ประชุมวุฒิสภาเมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 นางสาวธีรรัตน์กล่าวว่า ระบบการแจ้งเตือนภัยพิบัติของประเทศไทยนั้นมีประสิทธิภาพเทียบเท่าระดับสากล หากประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับการแจ้งเตือน อาจเป็นเพราะอุปกรณ์ของท่านยังไม่ได้อัปเดตซอฟต์แวร์ให้รองรับเทคโนโลยีดังกล่าว

ทำไมการอัปเดตมือถือจึงสำคัญต่อระบบแจ้งเตือนภัย?

ระบบ Cell Broadcast เป็นเทคโนโลยีที่ส่งข้อความไปยังโทรศัพท์มือถือจำนวนมากในพื้นที่ที่กำหนด โดยไม่ต้องอาศัยการเชื่อมต่ออินเทอร์เน็ต ทำให้สามารถแจ้งเตือนภัยได้อย่างรวดเร็วและทั่วถึง อย่างไรก็ตาม โทรศัพท์มือถือรุ่นเก่า หรือรุ่นที่ยังไม่ได้อัปเดตซอฟต์แวร์ อาจไม่รองรับเทคโนโลยีนี้ ทำให้ไม่สามารถรับข้อความแจ้งเตือนได้ ดังนั้น การอัปเดตซอฟต์แวร์โทรศัพท์มือถือให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทยยังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการบูรณาการการทำงานร่วมกันระหว่างหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เช่น กสทช. กรมอุตุนิยมวิทยา และกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เพื่อให้การแจ้งเตือนภัยเป็นไปอย่างถูกต้อง แม่นยำ และทันต่อสถานการณ์

ระบบแจ้งเตือนภัยของไทยได้มาตรฐานสากลจริงหรือ? นางสาวธีรรัตน์ให้ข้อมูลว่า การทำงานร่วมกันของหน่วยงานต่างๆ ในการแจ้งเตือนภัยได้รับการยอมรับและยกย่องจากนานาประเทศ ซึ่งเป็นเครื่องยืนยันถึงมาตรฐานและความน่าเชื่อถือของระบบได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ รัฐบาลยังให้ความสำคัญกับการพัฒนาระบบแจ้งเตือนภัยให้ครอบคลุมภัยคุกคามในรูปแบบใหม่ๆ เช่น ภัยจากการรุกรานของกองกำลังจากนอกประเทศ เพื่อให้ประชาชนได้รับการปกป้องอย่างเต็มที่

สิ่งที่ประชาชนควรทำเพื่อเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ:

  • ตรวจสอบและอัปเดตซอฟต์แวร์โทรศัพท์มือถือให้เป็นเวอร์ชันล่าสุดอยู่เสมอ
  • ติดตามข่าวสารและประกาศแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด
  • เรียนรู้วิธีการปฏิบัติตนเมื่อเกิดภัยพิบัติต่างๆ
  • เตรียมพร้อมสิ่งของจำเป็นสำหรับใช้ในกรณีฉุกเฉิน เช่น น้ำดื่ม อาหารแห้ง ยา และไฟฉาย

การที่ มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล ถือเป็นเรื่องน่ายินดี แต่สิ่งสำคัญกว่าคือการที่ประชาชนทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเตรียมพร้อมรับมือภัยพิบัติ และให้ความร่วมมือในการปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการ เพื่อความปลอดภัยของตนเองและส่วนรวม

ดังนั้น การที่รัฐบาลเน้นย้ำว่า มท.2 ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการปกป้องชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน แต่การป้องกันภัยพิบัติอย่างมีประสิทธิภาพนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

ที่มา – “มท.2” ยันระบบแจ้งเตือนภัยได้มาตรฐานสากล ชี้ปัญหาอยู่ที่มือถือประชาชนยังไม่อัปเดต

ซาก้า พักยาว! 4 สัปดาห์จากอาการบาดเจ็บ

ข่าวร้ายสำหรับแฟนบอลอาร์เซนอล! บูกาโย่ ซาก้า เตรียมพักรักษาอาการบาดเจ็บนานถึง 4 สัปดาห์ ทำให้พลาดเกมสำคัญที่จะพบกับลิเวอร์พูล รวมถึงเกมทีมชาติอังกฤษในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่จะพบกับอันดอร์ราและเซอร์เบียในช่วงต้นเดือนหน้า

ดาวเตะวัย 23 ปีได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงในเกมที่อาร์เซนอลเปิดบ้านเอาชนะลีดส์ ยูไนเต็ดเมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา และจากการประเมินเบื้องต้นคาดว่าเขาจะต้องพักราว 4 สัปดาห์เพื่อรักษาอาการบาดเจ็บให้หายดี

นอกจาก ซาก้า แล้ว มาร์ติน โอเดการ์ด กัปตันทีมอาร์เซนอลก็มีอาการบาดเจ็บที่ไหล่จากเกมเดียวกัน ทำให้ยังไม่แน่ใจว่าจะพร้อมสำหรับเกมเยือนแอนฟิลด์หรือไม่ โอเดการ์ดแสดงอาการเจ็บปวดอย่างเห็นได้ชัดตอนถูกเปลี่ยนตัวออกจากสนามในช่วงครึ่งแรกของเกมที่ถล่มลีดส์ไป 5-0 และมีรายงานว่าเขาออกจากสนามด้วยอาการประคองไหล่

ถึงแม้ว่าโอเดการ์ดจะยังไม่ถูกตัดชื่อออกจากเกมที่จะพบกับแชมป์เก่าพรีเมียร์ลีก แต่ทางอาร์เซนอลก็หวังว่าทั้งเขาและซาก้า จะไม่ต้องพักรักษาตัวนานเกินไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งในรายของซาก้า ที่เคยต้องพักยาวถึง 3 เดือนเมื่อฤดูกาลที่แล้วจากอาการบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลมีตัวเลือกในแนวรุกมากขึ้นในฤดูกาลนี้ หลังจากที่เสริมทัพผู้เล่นใหม่เข้ามาหลายรายในช่วงซัมเมอร์ที่ผ่านมา ไม่ว่าจะเป็น วิคเตอร์ โยกเกเรส, โนนี่ มาดูเอเก้ และ เอเบเรชี่ เอเซ่

มิเกล อาร์เตต้า ผู้จัดการทีมอาร์เซนอลยังมี กาเบรียล มาร์ติเนลลี่, เลอันโดร ทรอสซาร์, อีธาน เอ็นวาเนรี่ และ แม็กซ์ โดว์แมน ที่พร้อมจะลงสนามเพื่อทดแทนการขาดหายไปของซาก้า และ โอเดการ์ด

ซาก้า พักยาว! อาการบาดเจ็บส่งผลต่ออาร์เซนอล

การขาดหายไปของ บูกาโย่ ซาก้า ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับอาร์เซนอลอย่างแน่นอน เพราะเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญในแนวรุกของทีม ด้วยความเร็ว ความสามารถในการเลี้ยงบอล และการจบสกอร์ที่เฉียบคม ทำให้เขาเป็นที่พึ่งของทีมในหลายๆ ครั้ง

อย่างไรก็ตาม อาร์เซนอลยังมีผู้เล่นคนอื่นๆ ที่สามารถทดแทนเขาได้ ไม่ว่าจะเป็น มาร์ติเนลลี่ ที่มีความเร็วและความคล่องตัวสูง ทรอสซาร์ ที่มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก และ เอเซ่ ที่เป็นผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง

ผลกระทบต่อทีมชาติอังกฤษ

การที่ ซาก้า ต้องพักยาวถึง 4 สัปดาห์ยังส่งผลกระทบต่อทีมชาติอังกฤษด้วยเช่นกัน เพราะเขาจะต้องพลาดเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกที่จะพบกับอันดอร์ราและเซอร์เบีย ซึ่งเป็นเกมที่สำคัญต่อการลุ้นเข้ารอบสุดท้าย

แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษจะต้องมองหาผู้เล่นคนอื่นๆ ที่จะเข้ามาทดแทนเขาในทีมชาติ ซึ่งอาจจะเป็นโอกาสสำหรับผู้เล่นดาวรุ่งคนอื่นๆ ที่จะได้รับโอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง

  • กาเบรียล มาร์ติเนลลี่: มีความเร็วและความคล่องตัวสูง พร้อมทดแทนในตำแหน่งริมเส้น
  • เลอันโดร ทรอสซาร์: มีประสบการณ์ในพรีเมียร์ลีก เล่นได้หลากหลายตำแหน่งในแนวรุก
  • เอเบเรชี่ เอเซ่: ผู้เล่นดาวรุ่งที่น่าจับตามอง มีทักษะการเลี้ยงบอลที่ดี

ถึงแม้ว่าการขาดหายไปของ ซาก้า จะเป็นเรื่องที่น่าเสียดาย แต่เชื่อว่าอาร์เซนอลและทีมชาติอังกฤษจะสามารถหาผู้เล่นคนอื่นๆ มาทดแทนเขาได้ และยังคงทำผลงานได้ดีต่อไป

การพักรักษาตัวครั้งนี้ อาจส่งผลดีต่อซาก้าในระยะยาว ทำให้เขามีเวลาพักฟื้นร่างกายและจิตใจอย่างเต็มที่ ก่อนที่จะกลับมาลงสนามอีกครั้งด้วยความสดชื่นและความกระหายในชัยชนะที่มากขึ้น

ที่มา – Saka set to miss up to four weeks through injury

“เท้ง” ย้ำไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ: จุดยืนพรรคประชาชน

“เท้ง ณัฐพงษ์” ย้ำ ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ยัน พร้อมใช้จำนวน สส. กำกับทิศทางการเมืองในสภาฯ ยกเงื่อนไขเดิมพรรคประชาชน ช่วยผ่าทางตัน แต่ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

วันที่ 25 สิงหาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.แบบบัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรคประชาชน และผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร ให้สัมภาษณ์ถึงการประเมินแนวโน้มผลวินิจฉัยคดีคลิปเสียงสนทนาของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และสมเด็จ ฮุน เซน ประธานวุฒิสภาของกัมพูชา ที่ศาลรัฐธรรมนูญกำหนดนัดฟังคำวินิจฉัยในวันที่ 29 สิงหาคมนี้

นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ในเรื่องของการพิจารณาคดีขอให้เป็นเรื่องของศาล ตนคงไปก้าวล่วงในข้อคิดเห็นของศาลไม่ได้ก่อนจะมีคำตัดสินออกมา ส่วนหลังคำตัดสินออกมาแล้วการเมืองจะเป็นไปในทิศทางใดนั้น ยืนยันว่าพวกเราพร้อมจะใช้จำนวน สส. ในสภาฯ กำกับทิศทางของระบบการเมืองภายในสภาฯ ให้เดินหน้าไป เป็นเสาหลักให้ความมั่นคงกับประชาชนได้

ส่วนหากต้องมีการโหวตเลือกแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีคนใหม่ นายณัฐพงษ์ มองว่า ทุกคนที่อยู่ในบัญชีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคการเมือง ทุกคนมีสิทธิตามกฎหมาย “ส่วนใครที่พรรคประชาชนจะโหวตให้นั้น เป็นไปตามที่เราได้แถลงข่าวไปแล้วว่า เราจะไม่ร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลแน่นอน หากวันหนึ่งการเมืองไทยจะไปถึงทางตัน สส.ของพรรคการเมืองอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ ก็จำเป็นต้องรับเงื่อนไขตามที่พรรคประชาชนได้แถลงข่าวไปก่อนหน้านี้”

พร้อมกันนี้ นายณัฐพงษ์ ย้ำด้วยว่า เงื่อนไขต่างๆ ยังคงเป็นไปตามเดิมไม่เปลี่ยนแปลง เรายืนยันอีกครั้งว่า ณ วันนี้สิ่งที่สังคมไทยต้องการเป็นอย่างยิ่งคือรัฐบาลที่มีความชอบธรรม เป็นรัฐบาลที่มีเสียงข้างมาก มีเสถียรภาพมากเพียงพอในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ทั้งปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา และการรับมือกับภาษีนำเข้าของสหรัฐอเมริกา

“เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ย้ำเงื่อนไขพรรคประชาชน ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

จุดยืนชัดเจน “เท้ง” กับคดีนายกฯ

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่กำลังเข้มข้น หลายฝ่ายต่างจับจ้องไปที่คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญเกี่ยวกับคดีของนายกรัฐมนตรี ซึ่งนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ ได้ออกมาแสดงจุดยืนที่ชัดเจนว่า จะไม่ก้าวล่วงกระบวนการยุติธรรม แต่พร้อมที่จะใช้กลไกในสภาฯ เพื่อกำกับทิศทางการเมืองให้เป็นไปในทางที่ถูกต้อง

นอกจากนี้ พรรคประชาชนยังคงยืนยันในเงื่อนไขเดิม คือ พร้อมที่จะช่วยผ่าทางตันทางการเมือง หากพรรคอื่นๆ ไม่สามารถรวมเสียงจัดตั้งรัฐบาลได้ แต่จะไม่เข้าร่วมในการจัดตั้งรัฐบาลเอง โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของรัฐบาลที่มีความชอบธรรมและมีเสถียรภาพในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ของประเทศ

สถานการณ์นี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของการเมืองไทย และความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันเพื่อหาทางออกที่ดีที่สุดสำหรับประเทศชาติ การที่พรรคประชาชนวางตัวเป็นอิสระและพร้อมที่จะเป็นตัวกลางในการเจรจา อาจเป็นทางออกหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวข้ามผ่านวิกฤตไปได้ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้น ต้องขึ้นอยู่กับการตัดสินใจและการเจรจาของทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง

ดังนั้นการที่ “เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ จึงเป็นท่าทีที่น่าสนใจ และต้องติดตามต่อไปว่าจุดยืนนี้จะมีผลต่อสถานการณ์ทางการเมืองอย่างไร

ที่มา – “เท้ง” ไม่ก้าวล่วงคดีนายกฯ ย้ำเงื่อนไขพรรคประชาชน ไม่ร่วมจัดตั้งรัฐบาล

แรมซีย์ ประเดิมปูมาส เพิ่มความหวังเวลส์

อารอน แรมซีย์ กัปตันทีมชาติเวลส์ ได้ลงประเดิมสนามในลีก MX เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เกือบสองเดือนหลังจากเข้าร่วมสโมสรปูมาส อูนัม ในลีกสูงสุดของเม็กซิโก

ดาวเตะวัย 34 ปี ลงสนามเป็นตัวสำรองในครึ่งหลังให้กับปูมาส ในเกมเหย้าที่เสมอกับคลับปวยบลา 0-0 ที่เอสตาดิโอ โอลิมปิโก ยูนิเวอร์ซิตาริโอ ในเม็กซิโกซิตี้

แรมซีย์ สวมเสื้อหมายเลข 10 ลงเล่นเป็นครั้งแรก นับตั้งแต่ได้รับบาดเจ็บกล้ามเนื้อแฮมสตริงในเกมที่คาร์ดิฟฟ์เอาชนะลูตัน 2-1 เมื่อวันที่ 11 มีนาคม

แรมซีย์ ลงเล่นให้เวลส์ครั้งล่าสุดเมื่อเดือนกันยายน 2024 แต่ตอนนี้อาจมีชื่ออยู่ในทีมที่ผู้จัดการทีม เคร็ก เบลามี จะประกาศรายชื่อสำหรับเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกกับคาซัคสถานในสัปดาห์นี้

แรมซีย์ ประเดิมปูมาส เพิ่มความหวังเวลส์

แม้จะมีอาการบาดเจ็บและช่วงเวลาสั้น ๆ ในการเป็นผู้จัดการทีม แรมซีย์ได้แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าเขาต้องการเล่นฟุตบอลต่อไปเพื่อนำเวลส์ไปสู่ฟุตบอลโลกในซัมเมอร์หน้า

เขาเข้ารับตำแหน่งผู้จัดการทีมคาร์ดิฟฟ์ซิตี้ ซึ่งเป็นสโมสรบ้านเกิดของเขาชั่วคราว ในช่วงสามเกมสุดท้ายของฤดูกาล 2024-25 แต่ไม่สามารถป้องกันการตกชั้นจากแชมเปี้ยนชิพได้

ในเดือนกรกฎาคม อดีตกองกลางอาร์เซนอลและยูเวนตุสกล่าวว่าเขารู้สึก “ตื่นเต้นกับความท้าทาย” ในการเป็นผู้เล่นชาวอังกฤษชื่อดังคนแรกที่ได้เล่นในลีกเม็กซิโก

เวลส์จะเดินทางไปอัสตานาในวันพฤหัสบดีที่ 4 กันยายน โดยอยู่ในอันดับที่สองในกลุ่ม J พวกเขายังมีเกมกระชับมิตรกับแคนาดาที่สวอนซีในวันที่ 9 กันยายน

ทำไมการประเดิมสนามของ แรมซีย์ ประเดิมปูมาส เพิ่มความหวังเวลส์

การกลับมาลงสนามของอารอน แรมซีย์ ถือเป็นข่าวดีสำหรับทีมชาติเวลส์อย่างแน่นอน เนื่องจากเขาเป็นผู้เล่นคนสำคัญที่มีประสบการณ์และทักษะสูง การที่เขาสามารถลงเล่นให้กับปูมาสได้ แสดงให้เห็นว่าเขามีสภาพร่างกายที่พร้อมสำหรับการลงเล่นในระดับสูง และพร้อมที่จะช่วยทีมชาติเวลส์ในการแข่งขันฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

แรมซีย์เป็นนักเตะที่มีความสามารถรอบด้าน สามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองกลางตัวกลางและกองกลางตัวรุก เขามีวิสัยทัศน์ในการจ่ายบอลที่ดี มีทักษะในการเลี้ยงบอลที่ยอดเยี่ยม และมีความสามารถในการทำประตูที่เฉียบคม นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้นำที่ดี สามารถกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมได้

การมีแรมซีย์อยู่ในทีม จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เวลส์ในการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก เนื่องจากเขาสามารถสร้างความแตกต่างในเกมได้ และยังเป็นผู้เล่นที่ทีมคู่แข่งต้องจับตาเป็นพิเศษ การกลับมาของเขาจึงเป็นการเพิ่มความหวังให้กับแฟนบอลชาวเวลส์ ที่จะได้เห็นทีมชาติของตนเองได้เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลโลกอีกครั้ง

สำหรับปูมาส การได้แรมซีย์มาร่วมทีมก็ถือเป็นเรื่องที่ดีเช่นกัน เขาจะช่วยยกระดับทีมและเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จในลีก MX แรมซีย์เป็นนักเตะที่มีชื่อเสียงและประสบการณ์ จะช่วยดึงดูดความสนใจมาสู่ทีม และยังเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับนักเตะรุ่นใหม่ ๆ อีกด้วย

โดยรวมแล้ว การประเดิมสนามของแรมซีย์ในครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับทั้งทีมชาติเวลส์และสโมสรปูมาส แฟนบอลของทั้งสองทีมต่างก็ตั้งตารอที่จะได้เห็นเขาลงเล่นและสร้างผลงานที่ยอดเยี่ยมต่อไป

การที่เขาได้ลงเล่นอย่างต่อเนื่องจะยิ่งทำให้ความฟิตและความมั่นใจของเขากลับคืนมา และจะส่งผลดีต่อทีมชาติเวลส์อย่างแน่นอน เพราะ แรมซีย์ ประเดิมปูมาส เพิ่มความหวังเวลส์ อย่างแท้จริง!

ที่มา – Ramsey offers Wales boost with Pumas debut

ศาลสั่งจำคุก “มารี” เมาแล้วขับ รอลงอาญา!

“ศาลแขวงพระนครเหนือ” ตัดสินจำคุก “มารี เบรินเนอร์” เมาแล้วขับ 2 เดือน รอลงอาญา 2 ปี พักใบขับขี่ 6 เดือน ส่วน “ไฮโซบอส” โดนดูหมิ่นเจ้าพนักงานคุก 1 เดือน รอลงอาญา 1 ปี

จากกรณี น.ส.มารี เบรินเนอร์ ลูกครึ่งไทย-เยอรมัน อายุ 33 ปี ดารานางแบบเมาขับรถเก๋งปอร์เช่ สีเขียว เข้าด่านตรวจแต่ไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ โดยมีนักธุรกิจหนุ่มคนสนิทนั่งคู่ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่และด่าทอตำรวจ อ้างเป็นน้องชายนายตำรวจใหญ่ เหตุเกิดที่จุดตรวจกวดขันวินัยจราจรและตรวจวัดแอลกอฮอล์ หน้าโชว์รูมรถมอเตอร์เวย์ ถนนประดิษฐ์มนูธรรมขาออก แขวงและเขตวังทองหลาง กทม. เมื่อกลางดึกวันที่ 24 ส.ค. ที่ผ่านมา น.ส.มารี ถูกควบคุมตัวไปที่ สน.วังทองหลาง ไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ถูกแจ้งข้อหาเมาแล้วขับ ประกันตัวไป 20,000 บาท

ต่อมา น.ส.มารี เบรินเนอร์ และ “ไฮโซบอส” หนุ่มคนสนิท ได้เข้าสู่กระบวนการไต่สวน ภายในห้องพิจารณาคดีศาลแขวงพระนครเหนือ ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 25 ส.ค. 2568 มีรายงานว่า พนักงานอัยการฝ่ายคดีศาลแขวงพระนครเหนือยื่นฟ้องด้วยวาจา น.ส.มารี เบรินเนอร์ และ นายอัศม์กรณ์ สิงห์สีกรกุล โดยทั้งสองให้การรับสารภาพ

ทั้งนี้ ศาลพิพากษาว่า น.ส.มารี เบรินเนอร์ มีความผิดฐานขัดขืนคำสั่งเจ้าพนักงาน ปรับเป็นพินัยชั้นพนักงานสอบสวน 1,000 บาท ฐานขับรถในขณะเมาสุรา จำคุก 2 เดือน ปรับ 4,000 บาท รอลงอาญา 2 ปี คุมประพฤติ 1 ปี รายงานตัว 3 ครั้ง บริการสังคม 12 ชม. พักใบขับขี่ 6 เดือน

ส่วน “ไฮโซบอส” มีความผิดฐานดูหมิ่นซึ่งหน้า ดูหมิ่นเจ้าพนักงานซึ่งกระทำการตามหน้าที่ หรือเพราะได้กระทำการตามหน้าที่ ต่อสู้, หรือขัดขวางเจ้าพนักงานหรือผู้ซึ่งต้องช่วยเจ้าพนักงานตามกฎหมายในการปฏิบัติการตามหน้าที่ พิพากษา จำคุก 1 เดือน ปรับ 10,000 บาท โทษจำคุกให้รอลงอาญา 1 ปี.

จำคุก “มารี” เมาแล้วขับ 2 เดือน รอลงอาญา-พักใบขับขี่ “ไฮโซบอส” โดนดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

คดีของ น.ส.มารี เบรินเนอร์ กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจจากสังคมอย่างกว้างขวาง หลังเกิดเหตุการณ์เมาแล้วขับและขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงาน แม้ว่าท้ายที่สุดศาลจะตัดสินให้รอลงอาญา แต่ก็ถือเป็นบทเรียนสำคัญสำหรับผู้ที่คิดจะกระทำผิดในลักษณะเดียวกัน

ผลกระทบจากการ “เมาแล้วขับ” และบทลงโทษ

การเมาแล้วขับเป็นสาเหตุหลักของการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ซึ่งนำมาสู่การสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สิน กฎหมายจึงกำหนดบทลงโทษที่รุนแรงเพื่อป้องปรามและลดอุบัติเหตุที่เกิดจากสาเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นการจำคุก ปรับ พักใบขับขี่ หรือแม้กระทั่งการเพิกถอนใบอนุญาตขับขี่

อย่างไรก็ตาม บทลงโทษทางกฎหมายเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาได้อย่างยั่งยืน การปลูกฝังจิตสำนึกและความรับผิดชอบต่อสังคมเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่า เพื่อให้ทุกคนตระหนักถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการกระทำของตนเอง

ในกรณีของ น.ส.มารี เบรินเนอร์ แม้จะได้รับโทษรอลงอาญา แต่ก็ต้องเข้ารับการคุมประพฤติและบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม ซึ่งเป็นโอกาสให้เธอได้สำนึกผิดและชดเชยความผิดพลาดที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ การพักใบขับขี่ยังเป็นการป้องกันไม่ให้เธอทำผิดซ้ำอีก

สำหรับ “ไฮโซบอส” ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดฐานดูหมิ่นเจ้าพนักงาน ก็ได้รับโทษรอลงอาญาเช่นกัน เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการแสดงความเคารพต่อเจ้าพนักงานผู้ปฏิบัติหน้าที่เป็นสิ่งสำคัญ และการขัดขวางหรือดูหมิ่นการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานเป็นความผิดทางกฎหมาย

คดีนี้แสดงให้เห็นว่าทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายอย่างเท่าเทียมกัน ไม่ว่าจะเป็นดารา นักธุรกิจ หรือประชาชนทั่วไป การกระทำผิดย่อมนำมาซึ่งบทลงโทษ ไม่ว่าจะมีชื่อเสียงหรือฐานะทางสังคมเพียงใด

สิ่งสำคัญที่สุดคือการเรียนรู้จากความผิดพลาดและไม่กระทำผิดซ้ำอีก เพื่อให้สังคมไทยเป็นสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน การ “จำคุก “มารี” เมาแล้วขับ” ครั้งนี้เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้กับทุกคนได้เป็นอย่างดี

ดังนั้นแล้ว การ “จำคุก “มารี” เมาแล้วขับ” ครั้งนี้ ทำให้เห็นว่าการเคารพกฎหมาย และมีสติเมื่ออยู่หลังพวงมาลัยเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งยวด

ที่มา – จำคุก “มารี” เมาแล้วขับ 2 เดือน รอลงอาญา-พักใบขับขี่ “ไฮโซบอส” โดนดูหมิ่นเจ้าพนักงาน

ส่อง “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย งวดนี้มาแน่!

คอหวยแห่ส่อง “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย วัดสว่างอารมณ์ สาวผู้โชคดีพาสามีมาขอโชคลาภเป็นครั้งที่สาม หลังได้โชคติดต่อกันมาแล้วถึงสองงวด เผยเลขเด็ดที่เล็งไว้สำหรับงวด 1/9/68 นี้

เมื่อวันที่ 25 สิงหาคม 2568 ผู้สื่อข่าวได้รายงานบรรยากาศจากวัดสว่างอารมณ์ แคแถว ตำบลขุนแก้ว อำเภอนครชัยศรี จังหวัดนครปฐม ว่าเริ่มมีประชาชนผู้มีจิตศรัทธาเดินทางมาทำบุญและขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดอย่างต่อเนื่อง ขณะที่พระครูยติธรรมานุยุต หรือหลวงพ่อแป๊ะ กำลังทำพิธีลงยันต์หลังมือและสาวน้ำตาเทียนเพื่อต่ออายุให้กับผู้ศรัทธาที่มาร่วมงาน

นอกจากกิจกรรมดังกล่าวแล้ว ผู้คนจำนวนมากยังไม่พลาดที่จะเสี่ยงโชคลาภกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ประดิษฐานอยู่ภายในวัด ไม่ว่าจะเป็น พระเงินพระทอง ตาทองงิ้วราย ปู่ฤาษีองค์ครู หรือกุมารน้องเก้าเลิฟเลิฟ เป็นต้น โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ผู้ที่มาขอโชคลาภจากตาทองงิ้วราย มักจะไม่ลืมที่จะพิจารณาหยดน้ำตาเทียนภายในอ่างน้ำมนต์ ซึ่งตั้งอยู่ข้างๆ หุ่นตาทองฯ เพื่อนำไปตีเป็นเลขเด็ดตามความเชื่อส่วนบุคคล

เลขเด็ด

ส่อง “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย วัดสว่างอารมณ์

นางสาวมยุรี บ้านกะโทก อายุ 38 ปี ได้เปิดเผยว่า เธอและสามีเดินทางมาขอโชคลาภจากตาทองงิ้วราย เนื่องจากเคยได้รับโชคจากการดูเลขในอ่างน้ำมนต์ของตาทองงิ้วรายมาแล้วถึงสองครั้ง และครั้งนี้ถือเป็นครั้งที่สามที่เดินทางมาขอโชค โดยเงินที่ได้จากการถูกรางวัลในครั้งก่อนๆ ได้นำไปซื้อรถยนต์ให้สามีเพื่อใช้ประกอบอาชีพ ในครั้งนี้เธอได้ทำการล้วงไข่ในตะข้อง และได้หมายเลข 036 มา ส่วนเลขที่เห็นในอ่างน้ำมนต์นั้น เธอมองว่าเป็นเลข 827 หรือ 847 และหวังว่าหากได้รับโชคใหญ่อีกครั้ง จะนำทองคำและเครื่องดื่มชูกำลังจำนวน 5 โหลมาถวายเป็นการแก้บน

แผงลอตเตอรี่คึกคัก แห่ขาย “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย

บรรดาแผงขายลอตเตอรี่ที่ตั้งอยู่ภายในวัดสว่างอารมณ์ ต่างพากันขึ้นป้ายเลขจากอ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย และเลขกำลังวัน ซึ่งงวดนี้ตรงกับวันจันทร์ เลขกำลังวันคือ 937 ส่วน “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย ที่แผงลอตเตอรี่นำมาขึ้นป้ายคือเลข 407 เพื่อเป็นแนวทางให้นักเสี่ยงโชคได้นำไปพิจารณาและเลือกซื้อลอตเตอรี่ที่ชื่นชอบสำหรับงวด 1/9/68 ที่จะถึงนี้

เลขเด็ดงวดนี้

สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางในการเสี่ยงโชค “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย ที่วัดสว่างอารมณ์ อาจเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่น่าสนใจ แต่ทั้งนี้ การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องส่วนบุคคล ควรพิจารณาอย่างรอบคอบและเล่นอย่างมีสติ เพื่อไม่ให้เกิดผลกระทบต่อตนเองและผู้อื่น

ที่มา – ส่อง “เลขเด็ด” อ่างน้ำมนต์ตาทองงิ้วราย สาวได้โชค 2 ครั้ง ติดใจขออีกงวด