Rodgers ชี้ เซลติกต้องมองภาพรวมสโมสร
แBrendan Rodgers ผู้จัดการทีมเซลติกกล่าวว่าสโมสรจำเป็นต้องคิดถึงทิศทางที่พวกเขาต้องการจะมุ่งหน้าไปหลังจากความพ่ายแพ้ต่อ Kairat Almaty ในรอบเพลย์ออฟแชมเปี้ยนส์ลีก
- Subsection
- Published
ตำรวจกองปราบคุมตัวอดีตพระอลงกตและหมอบีเข้าห้องคุมขัง หลังสอบปากคำนานกว่า 24 ชั่วโมง เตรียมนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง โดยมีความเห็นคัดค้านการประกันตัว เนื่องจากมีพฤติกรรมหลบหนีและกลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐาน
ความคืบหน้าล่าสุดเมื่อเวลา 03:00 น. วันที่ 27 สิงหาคม 2568 ที่ บช.ก. ผู้สื่อข่าวรายงานว่าพนักงานสอบสวนกองบังคับการปราบปรามนำตัวอดีตพระอลงกตและนายเสกสันน์ หรือหมอบีเข้าห้องคุมขังที่อาคารศูนย์รับแจ้งความกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง หลังถูกควบคุมตัวตามหมายจับตั้งแต่เมื่อกลางดึกและเช้ามืดวานนี้
โดยขณะตำรวจควบคุมตัวเข้าห้องคุมขัง ผู้ต้องหาทั้งสองปฏิเสธที่จะตอบคำถามกับสื่อมวลชนในประเด็นต่าง ๆ ที่เป็นข้อสงสัย โดยอดีตพระอลงกตยิ้มตอบรับกับสื่อมวลชน แต่จากการสังเกต ผู้ต้องหาทั้งสองมีอาการอ่อนเพลียหลังจากถูกสอบปากคำนานกว่า 24 ชั่วโมง
พนักงานสอบสวนให้ข้อมูลว่า การสอบปากคำเบื้องต้นอดีตพระอลงกตยังให้การเป็นประโยชน์ต่อตัวเอง และปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา เช่นเดียวกับนายเสกสันน์ได้ให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเช่นกัน โดยอ้างว่ามีหลักฐานมาหักล้างการกระทำความผิดจากบัญชีที่เปิดรับบริจาค
ภายหลังการสอบปากคำ พนักงานสอบสวนมีความเห็นค้านการประกันตัวในชั้นสอบสวน เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมหลบหนีและกลัวว่าจะไปยุ่งเหยิงกับพยานหลักฐานอื่น ๆ ซึ่งการสอบสวนถือว่าเป็นการสิ้นสุดแล้ว ก่อนนำตัวส่งฝากขังต่อศาลอาญาทุจริตและประพฤติมิชอบกลางภายในวันนี้
คดีของอดีตพระอลงกตและหมอบีที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ยักยอก และฟอกเงินบริจาคของวัดพระบาทน้ำพุยังคงเป็นที่สนใจของประชาชนอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะประเด็นที่ว่าอดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา
อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา ที่เกี่ยวข้องกับการทุจริต ยักยอก และฟอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความจริงเบื้องหลังเรื่องนี้
การที่อดีตพระอลงกตและหมอบีปฏิเสธทุกข้อกล่าวหาเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของกระบวนการยุติธรรมเท่านั้น ยังมีขั้นตอนอีกมากมายที่ต้องดำเนินการต่อไป ทั้งการรวบรวมพยานหลักฐาน การสืบสวนสอบสวนเพิ่มเติม และการพิจารณาคดีในชั้นศาล เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย
เรื่องราวของอดีตพระอลงกตและหมอบีถือเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญเกี่ยวกับความโปร่งใสและความรับผิดชอบในการจัดการเงินบริจาค โดยเฉพาะอย่างยิ่งเงินบริจาคที่มาจากศรัทธาของประชาชน การตรวจสอบและติดตามการใช้จ่ายเงินบริจาคอย่างเข้มงวดจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการทุจริตและสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริจาคว่าเงินของพวกเขาจะถูกนำไปใช้เพื่อประโยชน์ส่วนรวมอย่างแท้จริง
การที่ อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา ทำให้คดีนี้มีความซับซ้อนและต้องติดตามกันต่อไปอย่างใกล้ชิด
ที่มา – อดีตพระอลงกต หมอบี ปฏิเสธทุกข้อหา ทุจริต-ยักยอก-ฟอกเงินบริจาควัดพระบาทน้ำพุ



โดนัลด์ ทรัมป์ เล็งใช้โทษประหารชีวิตกับคนร้ายคดีฆาตกรรมในวอชิงตัน ดีซี อ้างเป็นการป้องปรามที่แข็งแกร่ง ประเด็นนี้กำลังเป็นที่ถกเถียงอย่างกว้างขวางในสังคมอเมริกัน
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ กล่าวระหว่างการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันอังคารที่ 26 ส.ค. 2568 ว่า เขากำลังหาทางลงโทษประหารชีวิตคนร้ายคดีฆาตกรรมที่เกิดขึ้นในกรุงวอชิงตัน ดีซี เพื่อเป็นมาตรการป้องปรามที่เด็ดขาด
คำพูดของนายทรัมป์เกิดขึ้นหลังจากทหารกองกำลังพิทักษ์มาตุภูมิและเจ้าหน้าที่บังคับใช้กฎหมายของรัฐบาลกลางหลายร้อยคนถูกส่งเข้าไปประจำการในเมืองหลวงของสหรัฐฯ แห่งนี้ ตามคำสั่งของนายทรัมป์ ซึ่งอ้างว่า วอชิงตัน ดีซี เป็นเมืองที่ไร้กฎหมายอย่างสิ้นเชิง และบอกใบ้ว่าจะทำแบบเดียวกันนี้ที่เมืองชิคาโกและเมืองอื่นๆ ด้วย การตัดสินใจส่งทหารเข้าไปในเมืองหลวงนั้นสร้างความไม่พอใจให้กับหลายฝ่าย
น.ส.มูริเอล บาวเซอร์ นายกเทศมนตรีกรุงวอชิงตัน ดีซี พยายามตอบโต้คำกล่าวหาของนายทรัมป์เกี่ยวกับอาชญากรรมในเมืองแห่งนี้ โดยตามสถิติอย่างเป็นทางการชี้ว่า ตัวเลขอาชญากรรมในเมืองหลวงลดลงเรื่อยๆ ตั้งแต่ปี 2566 อย่างไรก็ตาม ประชาชนบางส่วนยังคงรู้สึกไม่ปลอดภัย
“หากใครสักคนสังหารใครบางคนในเมืองหลวงกรุงวอชิงตัน ดีซี แห่งนี้ เราจะหาทางลงโทษด้วยการประหารชีวิต” นายทรัมป์บอกกับผู้สื่อข่าวและสมาชิกคณะรัฐมนตรี “และนั่นคือมาตรการป้องกันที่เข้มแข็งมาก” คำกล่าวนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทรัมป์ในการจัดการกับปัญหาอาชญากรรมอย่างจริงจัง
ทั้งนี้ คดีฆาตกรรมเกือบทั้งหมดที่เกิดขึ้นในวอชิงตัน ดีซี จะถูกดำเนินคดีภายใต้กฎหมายท้องถิ่น แต่ในทางทฤษฎี อัยการสามารถเรียกร้องขอให้ผู้พิพากษาลงโทษด้วยการประหารชีวิต สำหรับความผิดที่เข้าข่ายภายในกฎหมายรัฐบาลกลางได้
อย่างไรก็ตาม โทษประหารชีวิตจะเกิดขึ้นได้นั้นต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะลูกขุน ทำให้การบังคับใช้ประหารชีวิตอย่างที่นายทรัมป์ต้องการเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากวอชิงตัน ดีซี มีประชากรที่ต่อต้านโทษประหารมากที่สุดในประเทศ การหาเสียงสนับสนุนโทษประหารในพื้นที่ดังกล่าวจึงเป็นเรื่องที่ท้าทาย
ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดว่าเขาจะบังคับใช้โทษประหารดังกล่าวอย่างไร แต่มีความเป็นไปได้ที่เขาจะพยายามผลักดันกฎหมายใหม่เพื่อเพิ่มอำนาจให้รัฐบาลกลางในการดำเนินคดี
อนึ่ง นายทรัมป์ลงนามคำสั่งฝ่ายบริหาร นำโทษประหารกลับมาใช้งานอีกครั้งตั้งแต่วันแรกที่เขารับตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อเดือนมกราคม หลังจากบทลงโทษดังกล่าวถูกกระทรวงยุติธรรมในสมัยของโจ ไบเดน สั่งพักการสำเร็จโทษ
ในคำสั่งดังกล่าวของนายทรัมป์ อธิบายว่า โทษประหารชีวิตคือเครื่องมือสำคัญเพื่อป้องปราม และลงโทษผู้ที่ก่ออาชญากรรมอย่างชั่วร้ายที่สุด และการใช้ความรุนแรงต่อประชาชนชาวอเมริกันจนมีผู้เสียชีวิต
การที่ทรัมป์ เล็งใช้โทษประหารชีวิตกับคนร้ายคดีฆาตกรรมในวอชิงตัน ดีซี ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนว่าเขาจะดำเนินนโยบายที่เข้มงวดในการบังคับใช้กฎหมาย
ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการบังคับใช้โทษประหาร:
การบังคับใช้โทษประหารจริงนั้นมีความท้าทายหลายประการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ที่มีความเห็นต่างอย่างมากเกี่ยวกับโทษประหารชีวิต
นโยบายของทรัมป์ในการ เล็งใช้โทษประหารชีวิตกับคนร้ายคดีฆาตกรรมในวอชิงตัน ดีซี จะส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกลางและรัฐบาลท้องถิ่นอย่างไร ต้องติดตามดูกันต่อไป
การ เล็งใช้โทษประหารชีวิตกับคนร้ายคดีฆาตกรรมในวอชิงตัน ดีซี ของทรัมป์ สะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อมั่นของเขาในการใช้มาตรการที่รุนแรงเพื่อแก้ไขปัญหาอาชญากรรม อย่างไรก็ตาม ประสิทธิภาพของมาตรการนี้ยังคงเป็นที่ถกเถียงกันอยู่
ที่มา – ทรัมป์เล็งใช้โทษประหารชีวิตกับคนร้ายคดีฆาตกรรมในวอชิงตัน ดีซี
สถานการณ์ในยูเครนยังคงตึงเครียด เมื่อล่าสุด ยูเครนยอมรับ กองทัพรัสเซียเข้าสู่แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ได้แล้ว ซึ่งเป็นความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอย่างใกล้ชิด หลังจากความขัดแย้งยืดเยื้อมานานหลายเดือน
รายงานข่าวระบุว่า กองทัพรัสเซียสามารถข้ามเข้าสู่แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ ซึ่งเป็นพื้นที่สำคัญทางอุตสาหกรรมทางตะวันออกของยูเครนได้สำเร็จ และกำลังพยายามที่จะสร้างฐานที่มั่นในบริเวณนั้น การรุกคืบครั้งนี้ถือเป็นความท้าทายครั้งใหม่สำหรับกองทัพยูเครนที่ต้องเผชิญ
นายวิคตอร์ เทรฮูบอฟ จากกองกำลังยุทธการและยุทธศาสตร์ดนิโปร ให้สัมภาษณ์กับบีบีซีว่า นี่เป็นครั้งแรกที่เกิดการโจมตีขนาดใหญ่เช่นนี้ในแคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ อย่างไรก็ตาม เขายังไม่ได้ให้รายละเอียดเพิ่มเติมว่าการรุกคืบของรัสเซียได้หยุดลงแล้วหรือไม่
ถึงแม้ว่ารัสเซียจะอ้างว่าสามารถเข้าสู่แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ได้ตั้งแต่ช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา แต่รายงานล่าสุดจากยูเครนบ่งชี้ว่า การโจมตีเพิ่งจะสามารถทะลวงผ่านชายแดนเข้ามาได้เพียงเล็กน้อยเท่านั้น แต่สถานการณ์ล่าสุดที่ ยูเครนยอมรับ กองทัพรัสเซียเข้าสู่แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ได้แล้ว แสดงให้เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ
ความเคลื่อนไหวนี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับอนาคตของภูมิภาค และความสามารถของยูเครนในการตอบโต้การรุกรานของรัสเซีย สิ่งที่เกิดขึ้นในแคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์อาจเป็นจุดเปลี่ยนที่สำคัญในสงครามครั้งนี้
การที่ ยูเครนยอมรับ กองทัพรัสเซียเข้าสู่แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ได้แล้ว นั้น อาจนำไปสู่ผลกระทบหลายด้าน ดังนี้:
สถานการณ์นี้ยังคงเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และจำเป็นต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อทำความเข้าใจผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้นี้ การที่รัสเซียรุกคืบเข้ามาได้สำเร็จแสดงให้เห็นถึงความท้าทายที่ยูเครนกำลังเผชิญอยู่ และเน้นย้ำถึงความจำเป็นที่ยูเครนจะต้องได้รับการสนับสนุนจากนานาชาติ
ในขณะที่สถานการณ์ยังคงไม่แน่นอน สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ ความขัดแย้งในยูเครนยังคงส่งผลกระทบอย่างกว้างขวาง และต้องการการแก้ไขอย่างสันติโดยเร็วที่สุด การเจรจาและการทูตยังคงเป็นเครื่องมือที่สำคัญที่สุดในการยุติความขัดแย้งและการสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
ความเคลื่อนไหวล่าสุดนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า สงครามและความขัดแย้งมีแต่จะนำมาซึ่งความสูญเสียและความทุกข์ทรมาน การแสวงหาสันติภาพและความเข้าใจซึ่งกันและกันจึงเป็นสิ่งที่เราทุกคนควรให้ความสำคัญ
ที่มา – ยูเครนยอมรับ กองทัพรัสเซียเข้าสู่แคว้นดนิโปรเปตรอฟสก์ได้แล้ว
เอาใจคอหวย! มาเช็กกันว่างวดที่แล้วหวยออกอะไร? (16/8/68) ก่อนไปซื้อลอตเตอรี่ “เลขเด็ดงวดนี้” เผื่อจะได้ลุ้นโชคใหญ่ 1/9/68 ที่กำลังจะมาถึง!
ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 กันยายน 2568 หลายท่านคงกำลังมองหาเลขเด็ด เลขดัง เพื่อนำไปเสี่ยงโชค และแน่นอนว่าการตรวจสอบผลสลากฯ งวดที่ผ่านมา หรือก็คือ งวดที่แล้วหวยออกอะไร (16 สิงหาคม 2568) ก็เป็นข้อมูลสำคัญที่ขาดไม่ได้ เพราะอาจมีเลขที่ถูกใจ หรือเป็นแนวทางในการคำนวณเลขเด็ดงวดนี้ได้
วันนี้เราจึงได้รวบรวมผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดที่แล้วหวยออกอะไร ประจำวันที่ 16 สิงหาคม 2568 มาให้ทุกท่านได้เช็กกันแบบละเอียด เพื่อนำไปพิจารณาเป็นแนวทางในการเสี่ยงโชค:
มาดูกันเลยว่างวดที่แล้ว รางวัลต่างๆ ออกอะไรบ้าง:
994865
602, 247
834, 989
63
994864, 994866
614735, 125498, 186972, 214818, 470306
143483, 863033, 999696, 266113, 882121, 529861, 287931, 637633, 745255, 513832
373039, 563319, 482573, 428105, 565227, 014009, 162627, 056218, 061418, 855063, 710608, 468121, 085364, 013278, 310000, 068914, 414365, 459608, 405963, 625936, 601842, 238882, 144860, 480296, 996640, 499611, 312875, 237001, 963590, 184058, 966871, 892195, 391483, 389053, 390112, 321760, 269016, 671937, 297657, 633043, 901394, 744031, 473791, 634439, 591320, 848933, 880096, 381344, 746746, 590879
248778, 375112, 677505, 106155, 067602, 297637, 901273, 440544, 926536, 603032, 685690, 137282, 064427, 011786, 079001, 900034, 156478, 772390, 785675, 889693, 654692, 186004, 838185, 445006, 459485, 403109, 317582, 842653, 637587, 042655, 424177, 615286, 568807, 014431, 920575, 389192, 758277, 351638, 156979, 469741, 349672, 276252, 630146, 205084, 602978, 741573, 269624, 928960, 952539, 336799, 334912, 723261, 255463, 499182, 125019, 600999, 307095, 707559, 278751, 337330, 616672, 873126, 580474, 992585, 282595, 821010, 273955, 802817, 264396, 617086, 651213, 450505, 282577, 719503, 555875, 107168, 843202, 322164, 200642, 178897, 902587, 207298, 957037, 937727, 302404, 223344, 344137, 704621, 909687, 611866, 009012, 298608, 861656, 171850, 707162, 357666, 778655, 250059, 224856, 512548
หวังว่าข้อมูล งวดที่แล้วหวยออกอะไร นี้ จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกท่านในการนำไปวิเคราะห์ และเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้นะคะ ขอให้ทุกท่านโชคดี!
บางครั้งการดูสถิติหวยที่ออกไปแล้วก็เป็นเพียงแนวทางหนึ่งเท่านั้น การเลือกซื้อเลขที่ชอบ หรือเลขที่มีความหมายกับตัวเอง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งวิธีที่นำมาซึ่งโชคลาภได้เช่นกัน
ที่มา – งวดที่แล้วหวยออกอะไร เช็กก่อนซื้อลอตเตอรี่ “เลขเด็ดงวดนี้” ลุ้นโชค 1/9/68
แฟนบอลเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ นับพันคน ไม่ได้เดินทางไปชมเกมคาราบาว คัพ รอบสอง ที่สนามฮิลส์โบโรห์ กับลีดส์ ยูไนเต็ด เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เพื่อประท้วงเจ้าของสโมสรอย่างต่อเนื่อง
ผู้สนับสนุน “นกเค้าแมว” แสดงความไม่พอใจต่อ เดชพล จันศิริ เจ้าของสโมสรมาตั้งแต่ต้นฤดูกาล
สโมสร ล้มเหลวในการจ่ายค่าจ้างตรงเวลาเป็นเดือนที่สามติดต่อกัน และถูกลงโทษหลายครั้งจาก EFL
ในเกมเปิดฤดูกาลแชมเปี้ยนชิพกับเลสเตอร์ มีการแสดงป้ายประกาศว่า ‘พอที’ ขณะที่สองสัปดาห์ก่อน แฟนบอลได้จัดขบวนแห่ศพจำลองพร้อมโลงศพที่พวกเขาบอกว่าเป็นสัญลักษณ์ของ “การตายของสโมสรฟุตบอล”
กองทุนผู้สนับสนุนเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ สนับสนุนให้แฟนบอล บนเว็บไซต์ของพวกเขา, external คว่ำบาตรการแข่งขัน และบริจาคเงินค่าตั๋วให้กับ Sheffield Children’s Hospital Charity แทน
อลิสแตร์ บรูซ-บอลล์ ผู้บรรยายของ BBC Radio 5 live ซึ่งรายงานเกมที่ฮิลส์โบโรห์ กล่าวว่า “ฉันนึกภาพไม่ออกเลยว่าเกมเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ กับลีดส์ จะเคยเล่นในสนามฮิลส์โบโรห์ แบบนี้มาก่อน”
“การประท้วงที่เกิดขึ้นในเย็นวันนี้คือการไม่มาชมเกมนี้”
“ผมค่อนข้างแน่ใจว่าแฟนบอลลีดส์ประมาณ 3,000 คน อาจมีจำนวนมากกว่าผู้สนับสนุนเจ้าบ้าน”
“อัฒจันทร์ฝั่งเหนือปิดในคืนนี้ เช่นเดียวกับอัฒจันทร์ฝั่งตะวันออก สถานที่เดียวที่คุณจะพบแฟนบอลเจ้าบ้านคือชั้นล่างของอัฒจันทร์ฝั่งใต้”
ร็อบ สเตตัน ผู้สื่อข่าวของ BBC Radio Sheffield กล่าวว่าแฟนบอลจำนวนมาก “ขัดแย้ง” เกี่ยวกับการประท้วง
“ถ้าแฟนบอลไม่มาที่นี่ พวกเขาไม่สามารถไปชมเกมเยือนได้ และเป็นการแข่งขันนอกบ้านที่การประท้วงใหญ่กว่าเกิดขึ้น” เขากล่าวเสริม
“หลายคนซื้อตั๋วเกมนี้แล้วไม่ได้มา เพราะพวกเขาแค่ต้องการคะแนนสำหรับเกมเยือน”
สถานการณ์ที่เชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ ดูเหมือนจะยังไม่คลี่คลายง่ายๆ การประท้วงเจ้าของสโมสรยังคงดำเนินต่อไป และส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในสนามแข่งขันอย่างเห็นได้ชัด การที่แฟนบอลจำนวนมากเลือกที่จะไม่เข้าชมเกม แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างรุนแรงต่อการบริหารงานของ เดชพล จันศิริ
สาเหตุหลักของการประท้วงมาจากการที่สโมสรประสบปัญหาทางการเงินอย่างต่อเนื่อง ทำให้ไม่สามารถจ่ายค่าจ้างให้กับนักเตะและทีมงานได้ตรงเวลา นอกจากนี้ แฟนบอลยังไม่พอใจกับการบริหารงานโดยรวมของเจ้าของสโมสร ซึ่งนำไปสู่ผลงานที่ไม่ดีในสนาม และความตกต่ำของสโมสร
การที่แฟนบอลพร้อมใจกันคว่ำบาตรการแข่งขัน และนำเงินค่าตั๋วไปบริจาคให้กับองค์กรการกุศล แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความมุ่งมั่นที่จะเปลี่ยนแปลงสถานการณ์ของสโมสร พวกเขาต้องการส่งสัญญาณไปยังเจ้าของสโมสรว่าพวกเขาจะไม่ยอมทนต่อการบริหารงานที่ผิดพลาดอีกต่อไป
แม้ว่าการประท้วงจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศในสนาม และรายได้ของสโมสร แต่แฟนบอลเชื่อว่ามันเป็นวิธีเดียวที่จะทำให้เสียงของพวกเขาดังพอที่จะได้รับการรับฟังจากเจ้าของสโมสร และนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นกับเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ เป็นเครื่องเตือนใจให้กับสโมสรฟุตบอลอื่นๆ ว่าการให้ความสำคัญกับแฟนบอล และการบริหารงานด้วยความโปร่งใสและมีความรับผิดชอบเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากสโมสรละเลยเสียงของแฟนบอล และบริหารงานอย่างผิดพลาด ก็อาจนำไปสู่ความขัดแย้งและการประท้วงในที่สุด
การประท้วงของแฟนบอลเชฟฯ เว้นส์เดย์ แสดงให้เห็นถึงพลังของแฟนบอลในการเรียกร้องการเปลี่ยนแปลง พวกเขาไม่ได้เป็นเพียงผู้ชม แต่เป็นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่สำคัญของสโมสร และมีสิทธิที่จะแสดงความคิดเห็นและเรียกร้องให้สโมสรมีการบริหารงานที่ดีขึ้น
แน่นอนว่าการประท้วงส่งผลกระทบต่อทีมโดยตรง เพราะขาดแรงเชียร์ในสนาม แต่การแสดงออกถึงความไม่พอใจอย่างชัดเจน อาจเป็นแรงผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในระยะยาว
อนาคตของเชฟฟิลด์ เวนส์เดย์ จะเป็นอย่างไรต่อไปนั้น ขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของเจ้าของสโมสรว่าจะรับฟังเสียงของแฟนบอล และดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นหรือไม่ อย่างไรก็ตาม สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ แฟนบอลเชฟฯ เว้นส์เดย์ ได้แสดงให้เห็นถึงความรักและความผูกพันที่พวกเขามีต่อสโมสรอย่างแท้จริง
ที่มา – Sheff Wed show ‘togetherness’ amid protests at owner

ปาฟอส เอฟซี จากไซปรัส และ โบโด/กลิมท์ จากนอร์เวย์ เตรียมเปิดตัวในศึกยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ฤดูกาลนี้ หลังจากผ่านเข้ารอบเพลย์ออฟ
ปาฟอส ซึ่งก่อตั้งเมื่อ 11 ปีที่แล้ว เพิ่งเสมอกับ เรดสตาร์ เบลเกรด 1-1 ในวันอังคาร ทำให้พวกเขาชนะไปด้วยสกอร์รวม 3-2
โบโด/กลิมท์ ก็ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มเช่นกัน ด้วยชัยชนะเหนือ สตวร์ม กราซ จากออสเตรีย ด้วยสกอร์รวม 6-2 แม้ว่าจะแพ้ในนัดที่สอง 2-1 ก็ตาม
ทั้งสองทีมจะเข้าร่วมกับ ไคราต อัลมาตี จากคาซัคสถาน ซึ่งสร้างความตกตะลึงด้วยการเอาชนะ เซลติก ในการดวลจุดโทษ และยูเนียน แซงต์-กิลลัวส์ แชมป์จากเบลเยียม ในการปรากฏตัวครั้งแรกในการแข่งขันระดับสูงสุดของยุโรป
ปาฟอส เริ่มต้นการเดินทางในทวีปยุโรปในรอบคัดเลือกรอบสองเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม โดยเอาชนะ มัคคาบี เทล อาวีฟ และ ดินาโม เคียฟ ก่อนที่จะไปถึงรอบเพลย์ออฟ
นำอยู่ 2-1 จากเลกแรก ฆาจ้า ปีกชาวบราซิล ทำประตูตีเสมอในนาทีที่ 89 ในเกมที่ลิมาสซอล หลังจากที่ มิร์โก อิวานิช ทำประตูให้เรดสตาร์ขึ้นนำ 1-0 ในคืนนั้น
แชมป์จากไซปรัส ซึ่งเพิ่งเซ็นสัญญากับ ดาวิด ลุยซ์ อดีตกองหลังเชลซีและอาร์เซนอล วัย 38 ปี จะกลายเป็นสโมสรที่สามจากประเทศที่ได้เล่นในแชมเปียนส์ลีก ต่อจาก อาโปเอล และ อนอร์โธซิส ฟามากุสตา
โบโด/กลิมท์ แชมป์นอร์เวย์ 4 สมัย เป็นสโมสรแรกจากประเทศที่เข้าถึงการแข่งขันอย่างเป็นทางการ นับตั้งแต่ โรเซนบอร์ก ในฤดูกาล 2007–08
สโมสรตั้งอยู่ทางเหนือของอาร์กติกเซอร์เคิล 200 กม. และเล่นที่สนาม Aspmyra Stadion ที่จุได้ 8,270 ที่นั่ง สร้างชื่อเสียงเมื่อฤดูกาลที่แล้วด้วยการเข้าถึงรอบรองชนะเลิศยูโรปาลีก ซึ่งพวกเขาถูกเขี่ยตกรอบโดย ท็อตแนม
ไคราต ซึ่งเอาชนะ เซลติก แชมป์จากสกอตแลนด์ ในการดวลจุดโทษ หลังจากเสมอกันแบบไร้สกอร์ทั้งสองนัด เป็นทีมคาซัคสถานทีมที่สองที่ผ่านเข้ารอบการแข่งขัน ต่อจาก อัสตานา ในปี 2015–16
การเดินทางไปยังอัลมาตีในเอเชียกลางอาจเป็นหนึ่งในการเดินทางที่ยากที่สุดสำหรับคู่ต่อสู้ในยุโรปของไคราต และ เชลซี เดินทาง 3,600 ไมล์ไปยังเมืองนี้เมื่อฤดูกาลที่แล้วเพื่อเผชิญหน้ากับอัสตานาในเส้นทางสู่การคว้าแชมป์ยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีก
การจับสลากแบ่งสายรอบแบ่งกลุ่มของแชมเปียนส์ลีกจะมีขึ้นในวันพฤหัสบดีที่โมนาโก โดยเกมแรกมีกำหนดระหว่างวันที่ 16 ถึง 18 กันยายน
การมีสโมสรเล็กๆ อย่าง ปาฟอส, โบโด/กลิมท์ และ ไคราต เข้ามาเล่นในแชมเปียนส์ลีก ถือเป็นเรื่องดีต่อวงการฟุตบอล เพราะแสดงให้เห็นว่าโอกาสเปิดกว้างสำหรับทุกทีม ไม่ว่าจะมีขนาดเล็กหรือใหญ่แค่ไหนก็ตาม การที่ทีมเหล่านี้สามารถเอาชนะทีมใหญ่ๆ และผ่านเข้ารอบมาได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความสามารถของพวกเขา ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมอื่นๆ ที่มีความฝันที่จะได้เล่นในระดับสูงสุดของยุโรปเช่นกัน ดังนั้น การติดตามผลงานของพวกเขาจะเป็นเรื่องที่น่าสนใจอย่างแน่นอน
ปาฟอส, โบโด/กลิมท์ จะสร้างเซอร์ไพรส์ได้หรือไม่ใน UCL ฤดูกาลนี้? ต้องติดตาม!
ที่มา – Pafos, Bodo/Glimt join Kairat among Champions League debutants

แกรม พ็อตเตอร์ กุนซือเวสต์แฮม ยอมรับว่าทีม “อยู่ในช่วงเจ็บปวด” แต่เรียกร้องความสามัคคี หลังจากที่ จาร์ร็อด โบเวน กัปตันทีม ต้องออกมาขอโทษที่พยายามเผชิญหน้ากับแฟนบอล
กองหน้าถูกเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยรั้งตัวไว้ หลังจากสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน อีเอฟแอล คัพ ที่เวสต์แฮมแพ้ให้กับวูล์ฟแฮมป์ตัน 3-2 ที่สนามโมลินิวซ์ โดยเสียประตูในช่วงท้ายเกม ทำให้พวกเขาแพ้เป็นเกมที่สามติดต่อกัน
โบเวนเดินเข้าไปหาแฟนบอลทีมเยือนเพื่อขอบคุณ แต่กลับแสดงอาการตอบโต้เมื่อมีบางสิ่งบางอย่างถูกพูดขึ้นจากบนอัฒจันทร์
ความพ่ายแพ้ – หลังจากที่ ยอร์เกน สแตรนด์ ลาร์เซน ทำสองประตูในช่วงท้ายเกม – ทำให้เวสต์แฮมที่ยังไม่ชนะใครต้องพบกับความพ่ายแพ้อีกครั้งในช่วงเริ่มต้นฤดูกาลที่วุ่นวาย
พ็อตเตอร์กล่าวว่า “เราทุกคนอยู่ในช่วงเจ็บปวด ดังนั้นเราต้องการให้ทุกคนช่วยเหลือ เราต้องการการสนับสนุนจากทุกคน เราต้องผลักดันไปข้างหน้าและมุ่งหน้าสู่เกมต่อไป”
“ทีมกำลังประสบปัญหาในขณะนี้ เราทุกคนก็เช่นกัน เราทุกคนเจ็บปวด ผมรับรองได้ว่าไม่มีใครมีความสุข”
“ผมไม่รู้ว่ามีการพูดอะไรหรืออะไรก็ตาม แฟนบอลของเรายอดเยี่ยมมาก พวกเขาเจ็บปวดเพราะผลการแข่งขันที่เราได้รับ และจาร์ร็อดใส่ใจสโมสรและทีมอย่างเห็นได้ชัด มันเป็นการแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของคนที่ใส่ใจ”
“ทุกคนเจ็บปวด ซึ่งก็สมควรแล้วเพราะเรายังไม่ได้รับผลการแข่งขันที่เราต้องการ จาร์ร็อดเป็นกัปตันทีมและผู้รับใช้สโมสรที่ยอดเยี่ยม”
ความพ่ายแพ้ที่โมลินิวซ์เพิ่มแรงกดดันให้กับพ็อตเตอร์ ซึ่งชนะเพียง 5 จาก 22 เกมที่คุมทีม นับตั้งแต่เข้ามาแทนที่ ฆูเลน โลเปเตกี ในเดือนมกราคม
เวสต์แฮมเสียไป 11 ประตูในการแพ้ 3 เกม – รวมถึงการพ่ายแพ้อย่างย่อยยับต่อเชลซี 5-1 เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว – และจะไปเยือนน็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ในพรีเมียร์ลีกในวันอาทิตย์นี้
โบเวนเป็นผู้เล่นที่เดินเข้าไปใกล้แฟนบอลทีมเยือนมากที่สุดเพื่อปรบมือให้ แต่แล้วก็กลับโกรธเคือง อย่างไรก็ตาม ภายใน 45 นาทีหลังสิ้นเสียงนกหวีดหมดเวลาการแข่งขัน เขาก็ได้ออกมาขอโทษสำหรับการกระทำของเขา
“ขอโทษแฟนๆ สำหรับปฏิกิริยาในคืนนี้” กองหน้าทีมชาติอังกฤษเขียนบนอินสตาแกรม
“ผมเป็นคนที่กระตือรือร้นและจะต่อสู้ทุกครั้งที่ผมก้าวลงสู่สนาม แต่ผมต้องสร้างแบบอย่างที่ดีกว่า และแฟนๆ รู้ดีว่าผมรักพวกคุณและสโมสรนี้มากแค่ไหน”
“เราจะผ่านช่วงเวลาที่เลวร้ายไปด้วยกัน และผมจะพบกับพวกคุณทุกคนในวันอาทิตย์”
สถานการณ์ของเวสต์แฮมในตอนนี้ค่อนข้างตึงเครียด การแพ้ติดต่อกันหลายนัด และเหตุการณ์ที่ พอตเตอร์เรียกร้องความสามัคคีหลังโบเวนมีปัญหากับแฟนบอล ยิ่งทำให้สถานการณ์ดูแย่ลงไปอีก
การเรียกร้องความสามัคคีของพ็อตเตอร์ เป็นเหมือนการส่งสัญญาณไปยังทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรว่า พวกเขาต้องร่วมมือกันเพื่อก้าวข้ามช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ ไม่ว่าจะเป็นนักเตะ สตาฟฟ์โค้ช หรือแฟนบอล ทุกคนต้องสนับสนุนซึ่งกันและกัน
พ็อตเตอร์รู้ดีว่าทีมกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก และการที่กัปตันทีมอย่างโบเวน แสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมออกมา ยิ่งทำให้สถานการณ์แย่ลงไปอีก ดังนั้น เขาจึงต้องออกมาเรียกร้องให้ทุกคนอยู่ในความสงบ และร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา
พอตเตอร์เรียกร้องความสามัคคีหลังโบเวนมีปัญหากับแฟนบอล เพราะเขาเชื่อว่านี่คือหนทางเดียวที่ทีมจะสามารถกลับมาสู่เส้นทางที่ถูกต้องได้
ตอนนี้เป็นช่วงเวลาที่สำคัญสำหรับเวสต์แฮม พวกเขาต้องการการสนับสนุนจากแฟนบอลมากกว่าที่เคย และการที่ พอตเตอร์เรียกร้องความสามัคคีหลังโบเวนมีปัญหากับแฟนบอล แสดงให้เห็นว่าเขากำลังพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อให้ทีมกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง
การที่โบเวน ออกมาขอโทษแฟนบอลอย่างรวดเร็ว แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความรับผิดชอบของเขา เขาเข้าใจดีว่าเขาต้องเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับทีม และการกระทำของเขาส่งผลกระทบต่อสโมสรอย่างไร
อย่างไรก็ตาม เหตุการณ์นี้ควรเป็นบทเรียนให้กับนักเตะทุกคนว่า พวกเขาต้องควบคุมอารมณ์ให้ได้ ไม่ว่าสถานการณ์ในสนามจะเป็นอย่างไรก็ตาม เพราะการแสดงพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมอาจนำมาซึ่งผลเสียต่อทีมและตัวเองได้
ท้ายที่สุดแล้ว การที่เวสต์แฮมจะสามารถผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้หรือไม่ ขึ้นอยู่กับว่าทุกคนที่เกี่ยวข้องกับสโมสรจะสามารถร่วมมือกันได้มากน้อยแค่ไหน การสนับสนุนจากแฟนบอลเป็นสิ่งสำคัญ แต่การที่นักเตะ สตาฟฟ์โค้ช และผู้บริหาร ร่วมมือกันเพื่อแก้ไขปัญหา ก็สำคัญไม่แพ้กัน
ที่มา – Potter calls for unity after Bowen’s fan row

“สิ่งที่เราทำได้ตอนนี้คือมองว่าสโมสรฟุตบอลของเราอยู่ที่จุดไหน และตัดสินใจว่าเราต้องการจะไปที่ไหน”
เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ครุ่นคิดหลังจากที่ทีมของเขาต้องตกรอบ แชมเปียนส์ลีกด้วยการดวลจุดโทษแพ้ให้กับไครัต อัลมาตี ในคาซัคสถานเมื่อวันอังคาร
จากเกือบเอาชนะบาเยิร์น มิวนิก เมื่อหกเดือนก่อน ตอนนี้พวกเขาพบว่าตัวเองอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อของวงการฟุตบอล เซลติกพลาดฝันแชมเปียนส์ลีก ได้อย่างไร?
มีการพูดถึงความมั่งคั่งทางการเงินที่รอคอยสำหรับทีมที่ทำผลงานได้ดีในเวทียุโรป แต่มีมากกว่านั้นที่ตกอยู่ในความเสี่ยงสำหรับเซลติกในคาซัคสถาน
ในช่วงสามฤดูกาลที่ผ่านมา สโมสรได้สร้างชื่อเสียงให้ตัวเองในการแข่งขัน และเหลืออีกเพียงประตูเดียวจากอัลฟอนโซ เดวีส์ก็จะเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ของการแข่งขันในฤดูกาลที่แล้ว
ร็อดเจอร์สกล่าวอย่างเศร้าสลดหลังจากที่ทีมของเขาไม่สามารถทำได้เป็นฤดูกาลที่สี่ติดต่อกันว่า “แชมเปียนส์ลีกเป็นการแข่งขันที่วิเศษมาก”
“แต่เช่นเคย เราจะต้องรวมกันเป็นทีม มันยากที่จะยอมรับ แต่เราทำได้ไม่ดีพอในสองนัด”
“ตั้งแต่วันแรกที่กลับมา พวกเขาทำได้ยอดเยี่ยม ในประเทศเราเริ่มต้นได้ดี แต่ในระดับนี้ แม้แต่กับทีมที่ไม่ได้มีคุณภาพเท่าไหร่ คุณก็ยังต้องการความละเอียดและความแม่นยำอีกเล็กน้อย”
การผ่านเข้ารอบสำหรับการแข่งขันระดับสูงสุดจะนำเงินประมาณ 18 ล้านยูโร (15.5 ล้านปอนด์) มาสู่แต่ละสโมสร นอกจากนั้น คุณยังสามารถเพิ่มยอดขายตั๋ว สินค้า สปอนเซอร์เพิ่มเติม และเงินสดขององค์กรได้อีกด้วย
เมื่อเปรียบเทียบกันแล้ว การตกลงไปในยูโรปาลีกจะลดเงิน 18 ล้านยูโร (15.5 ล้านปอนด์) นั้นลงเหลือเพียง 4 ล้านยูโร (3.46 ล้านปอนด์) ชัยชนะมีมูลค่า 450,000 ยูโร (388,000 ปอนด์) แทนที่จะเป็น 2 ล้านยูโร (1.73 ล้านปอนด์)
ไม่มีฝ่ายใดที่ดูเหมือนว่าจะทำประตูสำคัญได้เมื่อการแข่งขันมุ่งหน้าสู่การดวลจุดโทษ และกัปตันทีมเซลติกอย่าง คัลลัม แม็คเกรเกอร์ ยอมรับอย่างตรงไปตรงมาว่าทีมไม่สมควรที่จะผ่านเข้ารอบ
แม็คเกรเกอร์กล่าวภายหลังความพ่ายแพ้ว่า “เราไม่สมควรที่จะผ่านเข้ารอบ”
“เราต้องรวมตัวกันใหม่ เรารู้ว่าเรามีเกมใหญ่ในวันอาทิตย์[กับเรนเจอร์ส]เช่นกัน”
“มันเป็นเรื่องที่เจ็บปวดอย่างแท้จริงสำหรับสโมสรโดยทั่วไปในแง่ของการเงินและทุกสิ่งทุกอย่าง”
“เรายังต้องการความช่วยเหลือ เรายังต้องการคนเข้ามาในทีม และหวังว่าสโมสรจะทำได้”
ไครัตเล่นได้เหนียวแน่น เจาะยาก และเสนออะไรน้อยมากในการบุก แต่พวกเขาวางแผนเส้นทางของพวกเขาและยันเสมอเซลติกได้ 210 นาทีก่อนที่จะถึงการดวลจุดโทษ
เจมส์ ฟอร์เรสต์, หยาง และ ไดเซ็น มาเอดะ เริ่มต้นเป็นสามแนวรุกของเซลติก แต่ไม่แสดงสัญญาณว่าจะสามารถหาเส้นทางที่มีประสิทธิภาพในการทำประตูได้ อดัม ไอดาห์ และ อาร์เน เองเกลส์ ซึ่งเป็นการเซ็นสัญญาครั้งใหญ่เมื่อซัมเมอร์ที่แล้วถูกส่งลงมา แต่ได้ผลลัพธ์ที่คล้ายกัน
เอเดน แม็คเกียดี้ อดีตปีกของเซลติกกล่าวกับ BBC Radio Scotland ว่า “ผมจะไม่บอกว่าผมโกรธ ผมแค่ผิดหวังกับสิ่งที่ผมเห็นในสองนัด”
“ผลงานไม่ดีพอ ท้ายที่สุดแล้ว มันขึ้นอยู่กับการวางแผนล่วงหน้า ล้มเหลวในการเตรียมตัว เตรียมตัวที่จะล้มเหลว”
“มันเป็นการดูที่ยากลำบากมากในสองนัด คุณภาพไม่ได้อยู่ที่นั่น หากเซลติกผ่านเข้ารอบคืนนี้ พวกเขาคงโชคดีมากที่ผ่านเข้ารอบ”
“มันเป็นวิธีที่แย่มากที่จะตกรอบแชมเปียนส์ลีก แต่มันเป็นการเตือนที่ชัดเจน”
โมเมนตัมของการแข่งขันวัดความผันผวนของเกมโดยการเปรียบเทียบภัยคุกคามของแต่ละทีมเพื่อดูว่าใครมีแนวโน้มที่จะทำประตูได้มากกว่าภายในนาทีนั้น
กราฟด้านบนแสดงให้เห็นว่าเซลติก – ทีมที่อยู่ในแถบสีขาวบางๆ ตามแนวล่าง – ไม่เคยเป็นกองกำลังที่น่าเกรงขามในการบุกเลย แม้ว่าจะครองบอลได้ถึง 67%
ไครัตอยู่ในอันดับที่ 311 ในการจัดอันดับสัมประสิทธิ์ของยูฟ่า และแม้ว่าเซลติกจะอยู่ในอันดับที่ 56 พวกเขาก็ไม่สามารถผลักดันพวกเขาได้ตลอดช่วงครึ่งหลัง
เซลติกส่งบอลในแดนของคู่ต่อสู้ได้มากกว่าและมีจำนวนการยิงเข้ากรอบมากกว่า โดยมีห้าครั้งต่อสี่ครั้งของไครัต แต่ทำได้เพียง 0.5 ประตูที่คาดหวังไว้จนกระทั่งเจ้าบ้านเริ่มเหนื่อยล้าอย่างเห็นได้ชัดในช่วงต่อเวลาพิเศษ
มาเอดะมีโอกาสทองที่จะชนะการแข่งขันในนาทีที่ 85 แต่ความไม่สงบของเขาหน้าประตูเมื่อเขายิงข้ามคานไปนั้นสรุปได้ว่าทีมขาดความสามัคคีเพียงใดในทั้งสองนัด
จอห์น คอลลินส์ อดีตกองกลางของเซลติกกล่าวใน BBC Radio Scotland ว่า “มีความคิดสร้างสรรค์ที่ขาดหายไปในพื้นที่สุดท้าย การเซ็ตบอลไม่ดี การเคลื่อนไหวไม่เพียงพอ ดังนั้นความกดดันจึงอยู่ที่”
“ทุกคนในประเทศต่างตกใจที่เซลติกไม่ได้เสริมทัพในตำแหน่งสูงสุดของสนาม”
“ความผิดหวังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดสำหรับทุกคนที่เกี่ยวข้องกับเซลติกคือพวกเขาถูกเขี่ยตกรอบด้วยทีมที่ธรรมดามากๆ”
“ไครัตไม่ใช่ทีมแชมเปียนส์ลีก”
เซลติกมีเวลาอีกไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ในการพยายามเอาใจกองเชียร์ที่ไม่พอใจและเสริมกำลังพล
นัดต่อไปของพวกเขาคือโอลด์เฟิร์มนัดแรกของฤดูกาล และแม้ว่าจะเริ่มต้นฤดูกาลได้แข็งแกร่งกว่าเรนเจอร์ส แต่พวกเขาต้องไม่ปล่อยให้โมเมนตัมเปลี่ยนไปเมื่อถึงเวลาอาหารกลางวัน มิฉะนั้นอาจเสี่ยงต่อการก่อกบฏจากนักพนัน
การยิงในยูโรปาลีกอาจจบลงด้วยการออกดอกออกผลมากกว่าการออกไปแชมเปียนส์ลีก แต่ทัศนคตินั้นจะต้องใช้เวลาในการตั้งหลัก หากมันเกิดขึ้นเลย
เมื่อถูกถามว่าการอยู่ในยูโรปาลีกจะเปลี่ยนแปลงธุรกิจที่สโมสรจะทำก่อนสิ้นสุดตลาดซื้อขายหรือไม่ ร็อดเจอร์สกล่าวเสริมว่า “ผมไม่รู้เลย ผมไม่รู้จริงๆ”
โดยรวมแล้ว เซลติกพลาดฝัน UCL ได้อย่างไร? การบ้านที่ไม่ดีพอ และความมุ่งมั่นที่ไม่เพียงพอคือคำตอบ
ที่มา – How did Celtic let Champions League dream slip?

แBrendan Rodgers ผู้จัดการทีมเซลติกกล่าวว่าสโมสรจำเป็นต้องคิดถึงทิศทางที่พวกเขาต้องการจะมุ่งหน้าไปหลังจากความพ่ายแพ้ต่อ Kairat Almaty ในรอบเพลย์ออฟแชมเปี้ยนส์ลีก
Rodgers ชี้ เซลติกต้องมองภาพรวมสโมสร หลังจากความพ่ายแพ้ในศึกยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก รอบคัดเลือก ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับทิศทางของสโมสรในอนาคต Brendan Rodgers ผู้จัดการทีมออกมาแสดงความเห็นว่าสโมสรจำเป็นต้องพิจารณาถึงจุดยืนและเป้าหมายใหม่
Rodgers กล่าวว่า “เราต้องมองไปที่ภาพรวมของสโมสรว่าเราอยู่ในจุดไหนและต้องการอะไร การพ่ายแพ้ในเกมล่าสุดเป็นสิ่งที่น่าผิดหวัง แต่เราต้องเรียนรู้จากมันและก้าวต่อไป” เขายังเน้นย้ำถึงความสำคัญของการลงทุนในผู้เล่นใหม่และการพัฒนาเยาวชนเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งและยั่งยืน
สถานการณ์ปัจจุบันของเซลติกทำให้เกิดความกังวลในหมู่แฟนบอล เนื่องจากทีมมีผลงานที่ไม่สม่ำเสมอและขาดความต่อเนื่องในการแข่งขัน Rodgers เข้าใจถึงความกังวลเหล่านี้และให้สัญญาว่าจะทำงานอย่างหนักเพื่อนำพาทีมกลับสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จ “ผมรู้ว่าแฟนบอลคาดหวังอะไรจากเรา และเราจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อตอบสนองความคาดหวังเหล่านั้น” เขากล่าว
นอกจากนี้ Rodgers ยังกล่าวถึงความสำคัญของการสนับสนุนจากบอร์ดบริหารและเจ้าของสโมสรในการสร้างทีมที่แข็งแกร่ง “เราต้องการการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนเพื่อให้เราสามารถแข่งขันในระดับสูงสุดได้” เขากล่าว
การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นในทีม:
Rodgers ชี้ เซลติกต้องมองภาพรวมสโมสร และพิจารณาถึงความจำเป็นในการเปลี่ยนแปลงเพื่อที่จะกลับมาแข็งแกร่งอีกครั้ง การลงทุนในผู้เล่นใหม่ การพัฒนาเยาวชน และการปรับปรุงแท็กติกเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างทีมที่สามารถแข่งขันในระดับสูงสุดได้
โดยรวมแล้ว สถานการณ์ของเซลติกตอนนี้ต้องการการเปลี่ยนแปลงและการปรับปรุงอย่างมาก เพื่อให้ทีมกลับมาอยู่ในจุดที่ควรจะเป็น การพิจารณาภาพรวมของสโมสร และการตัดสินใจที่ถูกต้องเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จในอนาคต
ที่มา – ‘We have to look at where we’re at as a club’ – Rodgers