วัน: 3 กันยายน 2025

ด่วน! ทูลเกล้าฯ ยุบสภา “สรวงศ์” ยืนยันแล้ว

สถานการณ์การเมืองล่าสุดร้อนระอุ! “สรวงศ์” ยืนยันว่า “ภูมิธรรม” ได้ดำเนินการเรื่องทูลเกล้าฯ ยุบสภาเรียบร้อยแล้ว โดยเตรียมแถลงรายละเอียดเพิ่มเติมในเร็วๆ นี้ พร้อมทั้งให้เหตุผลว่าการที่ “พรรคประชาชน” ไม่ร่วมรัฐบาล ทำให้เสียงข้างน้อยไม่สามารถบริหารประเทศต่อไปได้

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 กันยายน 2568 นายสรวงศ์ เทียนทอง เลขาธิการพรรคเพื่อไทย เปิดเผยภายหลังจากที่พรรคประชาชนมีมติสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกุล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรี ว่า ในด้านของฝ่ายนิติบัญญัติ พรรคเพื่อไทยมีความพร้อมอย่างเต็มที่ หากประธานสภาผู้แทนราษฎรบรรจุวาระในการเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อไหร่ พรรคเพื่อไทยก็พร้อมที่จะเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย เข้ารับการพิจารณา

นายสรวงศ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า “กระบวนการทั้งหมดที่ผมได้รับทราบมาเมื่อเช้านี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี ได้ดำเนินการเรื่องการทูลเกล้าฯ ยุบสภาไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่ในส่วนของรายละเอียดต่างๆ ขอให้นายภูมิธรรมเป็นผู้ออกมาแถลงด้วยตนเองจะเหมาะสมกว่า” เมื่อถูกถามย้ำว่าขณะนี้ได้มีการยื่นทูลเกล้าฯ ยุบสภาไปแล้วใช่หรือไม่ นายสรวงศ์ ตอบอย่างหนักแน่นว่า “ใช่ครับ ในส่วนที่นายภูมิธรรมรับผิดชอบ นายภูมิธรรมได้ดำเนินการเสร็จสิ้นเรียบร้อยแล้ว”

ทําไมต้องทูลเกล้าฯ ยุบสภา?

สำหรับเหตุผลสำคัญในการทูลเกล้าฯ ยื่นยุบสภาในครั้งนี้ นายสรวงศ์ อธิบายว่า “มีหลายสาเหตุมากครับ สถานการณ์ขณะนี้ไม่สามารถเดินหน้าต่อไปได้อีกแล้ว พรรคประชาชนประกาศชัดเจนว่าจะสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคภูมิใจไทย แต่กลับจะไม่เข้าร่วมรัฐบาลด้วย ทำให้รัฐบาลจะมีเสียงสนับสนุนเพียง 130 กว่าเสียงเท่านั้น จึงเกิดคำถามว่าความเชื่อมั่นจะมาจากไหน ในความเป็นจริง สถานการณ์เช่นนี้ยากที่จะเดินหน้าต่อไปได้ ในฐานะ สส. คนหนึ่ง ผมมองว่าไม่น่าจะสามารถไปต่อได้”

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถามถึงความกังวลเกี่ยวกับการขอยุบสภา เนื่องจากมีหลายฝ่ายท้วงติงว่าอาจไม่สามารถทำได้ นายสรวงศ์ กล่าวอย่างมั่นใจว่า “เรามีความมั่นใจครับ ฝ่ายกฎหมายของพรรคเพื่อไทยมีความเห็นที่แตกต่างในเรื่องนี้ และนายภูมิธรรมก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนที่เหมาะสมไปแล้ว”

ความเห็นจากนักวิเคราะห์ต่อการทูลเกล้าฯ ยุบสภา

นักวิเคราะห์การเมืองหลายฝ่ายต่างแสดงความเห็นต่อการตัดสินใจทูลเกล้าฯ ยุบสภาในครั้งนี้ โดยมีความเห็นที่แตกต่างกันออกไป บางส่วนมองว่าเป็นการตัดสินใจที่กล้าหาญเพื่อปลดล็อคสถานการณ์ทางการเมืองที่ตึงเครียด ในขณะที่อีกส่วนหนึ่งแสดงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นตามมา เช่น ความไม่แน่นอนทางการเมือง และการเลื่อนการพิจารณากฎหมายสำคัญต่างๆ

การทูลเกล้าฯ ยุบสภาถือเป็นการตัดสินใจครั้งสำคัญที่มีผลกระทบต่ออนาคตทางการเมืองของประเทศ การเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นตามมาจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งในการกำหนดทิศทางของประเทศไทยในอนาคต ประชาชนทุกคนจึงควรติดตามข่าวสารและใช้สิทธิของตนในการเลือกผู้แทนที่สามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างแท้จริง

สถานการณ์การเมืองยังคงมีความผันผวนและเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการวิเคราะห์ข้อมูลอย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราสามารถตัดสินใจได้อย่างถูกต้องและเหมาะสมต่ออนาคตของประเทศ

ที่มา – ทูลเกล้าฯ ยุบสภา “สรวงศ์” ยืนยัน “ภูมิธรรม” ดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

“ชูศักดิ์” แย้มปม ยุบสภาฯ “ภูมิธรรม” มีอำนาจจริงหรือ

“ชูศักดิ์” แกนนำพรรคเพื่อไทย แย้มปม ”ยุบสภาฯ” พร้อมย้ำ “ภูมิธรรม” ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจทูลเกล้าฯ

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 3 ก.ย. 2568 นายชูศักดิ์ ศิรินิล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี และแกนนำพรรคเพื่อไทย เผยว่า กรณีการยุบสภาฯ ตามข้อเสนอการยุบสภาฯ ของพรรคการเมืองนั้น พรรคเพื่อไทยจึงมีการหารือกันว่า ยุบสภาฯ ในขณะนี้ไปเลยดีกว่าไหม

ทั้งนี้ นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการยุบสภาฯ หรือไม่นั้น มีอำนาจในการทูลเกล้าฯ ยุบสภา และรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งภายหลังจากการทูลเกล้าฯ เป็นพระราชอำนาจ.

“ชูศักดิ์” แย้มปม “ยุบสภาฯ” ย้ำ “ภูมิธรรม” มีอำนาจทูลเกล้าฯ

การเมืองไทยช่วงนี้ดูเหมือนจะร้อนระอุเป็นพิเศษ หลังจากที่นายชูศักดิ์ ศิรินิล แกนนำพรรคเพื่อไทย ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นการยุบสภาฯ ทำให้หลายคนเริ่มจับตามองถึงความเป็นไปได้และอำนาจของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี

หลายคนอาจสงสัยว่า การยุบสภาฯ คืออะไรกันแน่? การยุบสภาฯ คือการที่ฝ่ายบริหารตัดสินใจให้มีการเลือกตั้งใหม่ก่อนครบวาระปกติของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในระบอบประชาธิปไตยแบบรัฐสภา การตัดสินใจยุบสภาฯ มักเกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลประสบปัญหาในการบริหารประเทศ หรือต้องการเสียงสนับสนุนจากประชาชนเพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ

อำนาจของ “ภูมิธรรม” ในการทูลเกล้าฯ ยุบสภาฯ

คำถามสำคัญคือ นายภูมิธรรม เวชยชัย ในฐานะรักษาการนายกรัฐมนตรี มีอำนาจในการทูลเกล้าฯ เพื่อให้มีการยุบสภาฯ ได้จริงหรือไม่? ตามที่นายชูศักดิ์ได้กล่าวไว้ นายภูมิธรรมมีอำนาจในการทูลเกล้าฯ และรับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการทางกฎหมายและรัฐธรรมนูญ

อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจยุบสภาฯ ไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะมีปัจจัยหลายอย่างที่ต้องพิจารณา ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ทางการเมือง เศรษฐกิจ และสังคม รวมถึงผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับประชาชน การตัดสินใจจึงต้องรอบคอบและคำนึงถึงผลประโยชน์ของประเทศชาติเป็นสำคัญ

แล้วอะไรคือเหตุผลที่พรรคเพื่อไทยอาจพิจารณาถึงการยุบสภาฯ ในขณะนี้?

  • อาจเป็นเพราะต้องการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน
  • หรือต้องการเสียงสนับสนุนเพื่อผลักดันนโยบายสำคัญ
  • หรืออาจเป็นเพราะต้องการแก้ไขปัญหาทางการเมืองที่กำลังเกิดขึ้น

ไม่ว่าเหตุผลจะเป็นอะไร การตัดสินใจยุบสภาฯ ย่อมส่งผลกระทบต่อทุกภาคส่วน ดังนั้นการติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจสถานการณ์จึงเป็นสิ่งสำคัญสำหรับประชาชนทุกคน

การเมืองเป็นเรื่องใกล้ตัวที่เราทุกคนควรให้ความสนใจ เพราะการตัดสินใจทางการเมืองส่งผลต่อชีวิตของเราโดยตรง ร่วมกันติดตามข่าวสาร วิเคราะห์สถานการณ์ และแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์ เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ดีขึ้น

การเมืองไทยเต็มไปด้วยความผันผวนและการเปลี่ยนแปลง การติดตามข่าวสารบ้านเมืองอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์และพร้อมรับมือกับการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต

ที่มา – “ชูศักดิ์” แย้มปม “ยุบสภาฯ” ย้ำ “ภูมิธรรม” มีอำนาจทูลเกล้าฯ

TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT มาแบบนี้ดีกว่ามั้ย

รถกระบะ Toyota Hilux เจเนอเรชั่นใหม่ที่ใช้ชื่อว่า Travo จะเปิดตัวในประเทศไทยประมาณเดือนตุลาคมนี้ ต้องขอบคุณ VORA Design เพจดีไซน์ที่มีความสามารถในการทำภาพเรนเดอร์ให้เราได้เห็นดีไซน์ภายนอก นี่คือจินตนาการที่น่าจะทำให้ Hilux ใหม่ ดูสวยงามกว่าเดิม แต่จริงๆ แล้ว ทรงของรถก็มีความคล้ายกับภาพเรนเดอร์ แต่ชิ้นส่วนตกแต่งโดยเฉพาะรุ่น GR Sport ที่จะตามออกมานั้น VORA Design ทำออกมาได้ดีมาก เป็นความสามารถล้วนๆ ของเด็กไทยที่เต็มไปด้วยความคิดสร้างสันซึ่งมีฝีไม้ลายมือมากพอที่จะออกแบบรูปทรงภายนอกของรถกระบะรุ่นขายดีจากแบรนด์สามห่วง

นอกจากรถทดสอบ new Hilux Travo ที่ติดสติ้กเกอร์ลายพรางเพื่อปิดบังสายตาสอดรู้สอดเห็นของนักเลงสปายช็อตแล้ว Toyota ยังไม่ได้เปิดเผยรายละเอียดรูปลักษณ์ของรถกระบะ Hilux รุ่นใหม่แต่อย่างใดทั้งสิ้น วันเปิดตัวและกำหนดการต่างๆ ก็ยังคงเป็นความลับอยู่เหมือนเดิม แน่นอนว่า Toyota Hilux Travo เจเนอเรชั่นใหม่ จะมาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงมากมาย นอกจากการออกแบบภายนอกภายในใหม่ทั้งหมด ระบบส่งกำลัง ยังคงมีให้เลือกทั้งดีเซล 2.4 ลิตร และ 2.8 ลิตร รวมถึงเกียร์ทั้งธรรมดา 6 จังหวะและอัตโนมัติ 6 สปีด เครื่องยนต์เทอร์โบดีเซล 1GD-FTV high ปรับปรุงใหม่ตามมาตรฐานยูโร 5 หรืออาจไปถึง 6 และยังมีข่าวลือว่าอาจมีการเพิ่มระบบ Mild Hybrid 48V (MHEV) เข้ามาด้วย

Hilux Travo ใหม่ ใช้แพลตฟอร์มโครงรถแบบบันได IMV เวอร์ชันอัปเกรด แชสซีส์แบบเดิม แต่มีการปรับแต่งช่วงล่างและพวงมาลัยใหม่ เพื่อให้ได้การขับขี่ที่นุ่มนวลและการทรงตัวที่ดีขึ้น การนำระบบพวงมาลัยพาวเวอร์ไฟฟ้ามาใช้เพื่อเชื่อมโยงการทำงานกับ ADAS ที่ซับซ้อน ติดตั้งดิสก์เบรกสี่ล้อทุกรุ่น

Hilux REVO (หน้าแหลม) เจเนอเรชันปัจจุบัน อยู่กับเรามาตั้งแต่ปี 2015 ผ่านการปรับโฉมในปี 2017, 2020 และล่าสุดคือปี 2024 การปรับโฉมครั้งล่าสุด เพิ่มส่วนหน้าที่ออกแบบใหม่ กันชนและกระจังหน้าที่ทันสมัยขึ้น พร้อมด้วยเครื่องยนต์ดีเซล 2.8 ลิตร ตัวเก่ง และในช่วงปลายปีนี้ ก็ถึงเวลาที่ Hilux REVO จะต้องหลีกทางให้กับ Travo ซึ่งพร้อมแล้วที่จะลงไปประกาศศักดาความเป็นเจ้าตลาดรถกระบะยาวที่นานเกินกว่า 10 ปี.

ภาพจาก https://www.facebook.com/VORAbag

อาคม รวมสุวรรณ
E-Mail [email protected]
Facebook https://www.facebook.com/chang.arcomhttps://
www.facebook.com/ARCOM-CHANG-Thairath-Online-525369247505358/

TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT มาแบบนี้ดีกว่ามั้ย

หลายคนคงตั้งคำถามว่า TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT มาแบบนี้ดีกว่ามั้ย ซึ่งก็ต้องบอกว่าดีไซน์นี้เป็นเพียงจินตนาการ แต่ก็มีความเป็นไปได้ที่ Toyota จะนำไปปรับใช้จริง เรามาดูกันว่าอะไรที่ทำให้ดีไซน์นี้โดดเด่นและน่าสนใจ

TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT: ดีไซน์ที่ลงตัว

การออกแบบ TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT โดย VORA Design ถือว่าเป็นการผสมผสานความสปอร์ตและความดุดันได้อย่างลงตัว ทำให้รถกระบะดูมีความน่าสนใจและแตกต่างจากรุ่นเดิมอย่างเห็นได้ชัด การปรับเปลี่ยนกระจังหน้า กันชน และส่วนอื่นๆ ของรถ ทำให้ภาพรวมของ TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT ดูดีขึ้นอย่างมาก

  • กระจังหน้าใหม่: ดีไซน์ที่ดุดันและทันสมัย
  • กันชนหน้า: เสริมความสปอร์ตและแข็งแกร่ง
  • สีตัวถัง: เพิ่มความโดดเด่นและน่าสนใจ

TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT มาพร้อมกับการเปลี่ยนแปลงที่น่าสนใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นดีไซน์ภายนอกที่สวยงามและทันสมัย หรือสมรรถนะที่ได้รับการปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้น ทำให้รถกระบะรุ่นนี้เป็นที่จับตามองของใครหลายๆ คน

สำหรับใครที่กำลังมองหารถกระบะรุ่นใหม่ TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT ถือเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจอย่างยิ่ง ด้วยดีไซน์ที่โดดเด่น สมรรถนะที่ยอดเยี่ยม และเทคโนโลยีที่ทันสมัย ทำให้รถรุ่นนี้ตอบโจทย์การใช้งานได้หลากหลายรูปแบบ

สิ่งที่ VORA Design นำเสนอสำหรับ TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT นั้นน่าสนใจและแสดงให้เห็นถึงความคิดสร้างสรรค์ของนักออกแบบไทย หาก Toyota นำแนวคิดเหล่านี้ไปพัฒนาต่อยอด อาจจะทำให้ Hilux Travo เป็นรถกระบะที่ได้รับความนิยมมากยิ่งขึ้นก็เป็นได้

ดังนั้น การที่ TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT มาแบบนี้ดีกว่ามั้ย? คำตอบอาจขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล แต่สิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ VORA Design ได้สร้างสรรค์ผลงานที่น่าประทับใจและจุดประกายให้เราได้เห็นถึงความเป็นไปได้ใหม่ๆ ของรถกระบะยอดนิยม

ที่มา – มาแบบนี้ดีกว่ามั้ย TOYOTA HILUX TRAVO GR SPORT

พรรคประชาชน โหวต อนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังเข้มข้น! ล่าสุด “พรรคประชาชน” ได้ออกมาแถลงการณ์ยืนยันอย่างเป็นทางการว่าจะลงมติสนับสนุนให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ดำรงตำแหน่ง “นายกรัฐมนตรี” ในการโหวตที่จะเกิดขึ้น

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน ได้เรียกประชุมสื่อมวลชนเพื่อแถลงข่าวผลการตัดสินใจของคณะกรรมการบริหารพรรคเกี่ยวกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี ณ อาคารรัฐสภา ท่ามกลางความสนใจของประชาชนและนักวิเคราะห์การเมืองอย่างใกล้ชิด

พรรคประชาชน ยืนยัน โหวต อนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี

นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า “เรียนพี่น้องประชาชนผู้สนับสนุนพรรคประชาชน ทุกท่าน ในช่วง 5 วันที่ผ่านมา มีกระแสข่าวเรื่องการยุบสภา ซึ่งผมขอเรียนว่ายังไม่มีการชี้แจงอย่างเป็นทางการจากพรรคเพื่อไทย แต่ในฐานะหัวหน้าพรรคประชาชน ผมได้ข้อสรุปแล้วว่า…”

“หลังจากที่เราได้พูดคุยกับพรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยอย่างละเอียดถี่ถ้วน คณะกรรมการบริหารพรรคมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า หากมีการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ พรรคประชาชนจะให้ความเห็นชอบแก่คุณอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย”

การตัดสินใจของพรรคประชาชนครั้งนี้ ถือเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญในการจัดตั้งรัฐบาล เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรคประชาชน จะช่วยเพิ่มโอกาสให้อนุทิน ชาญวีรกูล ได้รับตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมากยิ่งขึ้น

เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจของพรรคประชาชน

ถึงแม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดในการเจรจา แต่เป็นที่คาดการณ์กันว่า พรรคเพื่อไทยและพรรคภูมิใจไทยได้มีการตกลงในเรื่องนโยบายและตำแหน่งทางการเมืองที่สำคัญ ซึ่งทำให้พรรคประชาชนมั่นใจในการสนับสนุนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล

การตัดสินใจครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความยืดหยุ่นทางการเมืองและความพร้อมในการเจรจาต่อรองของพรรคประชาชน เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติและประชาชน

อนาคตทางการเมืองของไทยยังคงเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน แต่การประกาศสนับสนุนคุณอนุทิน ชาญวีรกูล จากพรรคประชาชน ถือเป็นก้าวสำคัญที่น่าจับตามองอย่างยิ่ง

การตัดสินใจของ พรรคประชาชน ในการโหวตเลือก “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกรัฐมนตรี สะท้อนให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่ซับซ้อน และความพยายามในการแสวงหาทางออกร่วมกันเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติ แม้การตัดสินใจนี้อาจสร้างความไม่พอใจให้กับผู้สนับสนุนบางส่วน แต่ก็ถือเป็นความกล้าหาญที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย และมุ่งมั่นที่จะขับเคลื่อนประเทศไปข้างหน้า

การเมืองเป็นเรื่องของการประนีประนอม และการทำงานร่วมกัน แม้จะมีอุดมการณ์ที่แตกต่างกัน แต่หากทุกฝ่ายยึดมั่นในผลประโยชน์ส่วนรวม ประเทศไทยก็สามารถก้าวข้ามผ่านอุปสรรค และสร้างอนาคตที่สดใสได้

ที่มา – “พรรคประชาชน” แถลงยืนยันมีมติยกมือโหวต “นายกรัฐมนตรี” ให้ “อนุทิน ชาญวีรกูล”

ปูติน สี คิม เดินเข้าจัตุรัสเทียนอันเหมิน

“ปูติน-สี-คิม” เดินเข้าสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กลายเป็นภาพที่ทั่วโลกจับตามอง เมื่อผู้นำจากรัสเซีย จีน และเกาหลีเหนือ ปรากฏตัวพร้อมกันในพิธีสวนสนามอันยิ่งใหญ่ ณ กรุงปักกิ่ง

ในวันที่ 3 กันยายน 2568 จัตุรัสเทียนอันเหมิน สถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ของจีน ได้ถูกใช้เป็นเวทีสำหรับการแสดงแสนยานุภาพทางทหารอย่างยิ่งใหญ่ โดยมีประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เป็นเจ้าภาพจัดงาน เนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปีแห่งชัยชนะในสงครามโลกครั้งที่สอง และการเอาชนะจักรวรรดิญี่ปุ่น

บรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความยิ่งใหญ่ตระการตา กองทัพปลดแอกประชาชนจีน (PLA) ได้เดินสวนสนามอย่างสง่างาม เป็นระเบียบ พร้อมเสียงคำรามของปืนใหญ่ที่ดังกึกก้องไปทั่วบริเวณ ในขณะเดียวกัน ผู้นำระดับโลกอย่าง คิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดแห่งเกาหลีเหนือ และ วลาดิเมียร์ ปูติน ประธานาธิบดีแห่งรัสเซีย ได้ให้เกียรติเข้าร่วมงานในฐานะแขกคนสำคัญ เคียงข้างประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

การถ่ายทอดสดจากมหาศาลาประชาชนและบริเวณจัตุรัสเทียนอันเหมิน เผยให้เห็นภาพของ “สี–คิม–ปูติน” ที่เดินเข้าสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน พร้อมกับผู้นำจากประเทศอื่นๆ ท่ามกลางสายตาของผู้คนทั่วโลกที่กำลังจับจ้องมายังเหตุการณ์สำคัญนี้ การปรากฏตัวของผู้นำทั้งสามสร้างความฮือฮาและเป็นที่พูดถึงอย่างกว้างขวางในสื่อต่างๆ

พิธีเฉลิมฉลองในครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการรำลึกถึงเหตุการณ์สำคัญในประวัติศาสตร์โลก แต่ยังเป็นการตอกย้ำบทบาทของจีนในฐานะหนึ่งในผู้ชนะสงครามต่อต้านญี่ปุ่น และเป็นโอกาสในการแสดงแสนยานุภาพทางทหารที่ทันสมัยของจีนให้โลกประจักษ์

การที่ “ปูติน-สี-คิม” เดินเข้าสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ร่วมกันในครั้งนี้ ยังถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญ ในช่วงเวลาที่ความสัมพันธ์ระหว่างจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ กำลังได้รับความสนใจเป็นพิเศษจากประชาคมโลก ท่ามกลางความตึงเครียดและเปลี่ยนแปลงในภูมิทัศน์ทางการเมืองโลก

“ปูติน-สี-คิม” เดินเข้าสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน

การปรากฏตัวของผู้นำทั้งสามท่านในพิธีสวนสนามครั้งใหญ่นี้ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แนบแน่นและทิศทางความร่วมมือที่อาจเกิดขึ้นในอนาคต หลายฝ่ายกำลังวิเคราะห์ถึงผลกระทบของการรวมตัวกันของ “สี–คิม–ปูติน” ต่อดุลอำนาจโลกและการเมืองระหว่างประเทศ

การวิเคราะห์ความสำคัญของการปรากฏตัวของ “ปูติน-สี-คิม” เดินเข้าสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน

การที่ประธานาธิบดีปูตินและผู้นำคิมเดินทางมาร่วมงานในครั้งนี้ ถือเป็นการแสดงออกถึงการสนับสนุนจีนอย่างชัดเจน ท่ามกลางความขัดแย้งที่จีนกำลังเผชิญอยู่กับชาติตะวันตก ในขณะเดียวกัน การปรากฏตัวร่วมกันยังเป็นการส่งสัญญาณไปยังสหรัฐอเมริกาและพันธมิตรว่า จีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ กำลังกระชับความสัมพันธ์และพร้อมที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทายต่างๆ ร่วมกัน

นอกจากนี้ การแสดงแสนยานุภาพทางทหารของจีน ยังเป็นการเตือนให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงศักยภาพและความแข็งแกร่งของกองทัพจีน ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อเสถียรภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก

การรวมตัวของ “ปูติน-สี-คิม” เดินเข้าสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ในครั้งนี้ จึงมีความหมายที่ลึกซึ้งและซับซ้อนเกินกว่าที่จะมองว่าเป็นเพียงพิธีสวนสนาม การจับตามองและวิเคราะห์ถึงพัฒนาการของความสัมพันธ์ระหว่างประเทศเหล่านี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจภูมิทัศน์ทางการเมืองโลกในปัจจุบันและอนาคต

การที่ทั้งสามประเทศแสดงออกถึงความสามัคคีและความร่วมมือกันนั้น อาจนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในระเบียบโลก และทำให้เกิดขั้วอำนาจใหม่ที่ท้าทายความเป็นผู้นำของสหรัฐอเมริกา

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและสถานการณ์ที่เกี่ยวข้องกับจีน รัสเซีย และเกาหลีเหนือ จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่สนใจในการเมืองระหว่างประเทศและอนาคตของโลก

ที่มา – “ปูติน-สี-คิม” เดินเข้าสู่จัตุรัสเทียนอันเหมิน ร่วมพิธีสวนสนามวันแห่งชัยชนะ

เชียงใหม่วิกฤต! ฝนถล่ม น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านประชาชน

เกิดเหตุการณ์ ฝนถล่มเชียงใหม่ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านประชาชน ในตัวเมืองเชียงใหม่ ทำให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างยากลำบากและต้องใช้เวลานานถึง 4 ชั่วโมง กว่าสถานการณ์จะกลับสู่ภาวะปกติ เหตุการณ์นี้สร้างความเดือดร้อนให้กับประชาชนเป็นอย่างมาก

เมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา ได้เกิดฝนตกหนักในตัวเมืองเชียงใหม่และบนดอยสุเทพอย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน ทำให้น้ำป่าจากดอยสุเทพไหลหลากลงมาตามลำห้วยช่างเคี่ยนอย่างรวดเร็ว ระบบระบายน้ำไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำจำนวนมากได้ทัน ส่งผลให้น้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือน ร้านค้า สถานประกอบการ และหอพักในบริเวณชุมชนช่างเคี่ยน ตำบลช้างเผือก อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ ระดับน้ำสูงตั้งแต่ 30 เซนติเมตร ไปจนถึงกว่า 1 เมตร สร้างความเสียหายเป็นวงกว้าง

ฝนถล่มเชียงใหม่ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านประชาชน

สถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้ส่งผลให้ต้องมีการปิดการจราจรชั่วคราวในหลายเส้นทาง ได้แก่ ตั้งแต่แยกเชียงใหม่ภูคำ ไปทางสี่แยกคันคลองชลประทานช่างเคี่ยน และจากสี่แยกคลองชลประทานเข้าไปในชุมชนเป็นระยะทางประมาณ 200 – 300 เมตร รถเล็กไม่สามารถสัญจรผ่านได้เนื่องจากถนนกลายเป็นคลอง เต็มไปด้วยน้ำและสิ่งของที่ถูกน้ำพัดพามา เช่น ถังขยะและถุงขยะ

ผลกระทบจากเหตุการณ์ ฝนถล่มเชียงใหม่ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านประชาชน

ประชาชนหลายครอบครัวที่ยังเดินทางกลับไม่ถึงที่พักอาศัยไม่สามารถขนย้ายทรัพย์สินได้ทัน ทำให้เครื่องใช้ไฟฟ้าและที่นอนได้รับความเสียหาย ประชาชนต้องเดินลุยน้ำเพื่อเข้าไปเก็บทรัพย์สินเท่าที่สามารถทำได้ บางรายไม่สามารถย้ายรถยนต์ออกได้ทัน ทำให้น้ำท่วมรถยนต์เสียหายหลายคัน ในขณะที่บางรายสามารถย้ายรถยนต์หนีน้ำไปจอดในที่สูงได้ทันท่วงที

นอกจากนี้ ร้านค้าหลายแห่งต้องระดมชาวบ้านมาช่วยกันขนกระสอบทรายเพื่อกั้นน้ำไม่ให้ไหลเข้าไปในร้านค้า หรือห้องนอน และยกเครื่องใช้ไฟฟ้าขึ้นไปไว้ในที่สูง ชาวบ้านในพื้นที่เล่าว่าเหตุการณ์น้ำท่วมครั้งนี้เป็นครั้งที่ 2 ในฤดูฝนปีนี้ที่ชุมชนช่างเคี่ยนต้องเผชิญกับปัญหาน้ำท่วม

นายคเชน เจียกขจร นายกเทศมนตรีตำบลช้างเผือก ได้นำเจ้าหน้าที่เข้ามาอำนวยความสะดวกและใช้เครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ถึง 5 ตัว เร่งสูบระบายน้ำลงสู่คลองชลประทาน คาดการณ์ว่าระดับน้ำจะลดลงและกลับสู่ภาวะปกติภายใน 1 – 2 ชั่วโมง ปัญหาหลักของสถานการณ์น้ำท่วมครั้งนี้มาจากการก่อสร้างขยายสะพานข้ามคลองชลประทานและการปิดท่อระบายน้ำจากชุมชนลงสู่คลองชลประทาน ทำให้น้ำป่าจากดอยสุเทพที่ไหลผ่านชุมชนช่างเคี่ยนไม่สามารถระบายลงสู่คลองชลประทานได้สะดวก

ทางเทศบาลฯ ได้มีการหารือกับชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยจะทำการเจาะท่อระบายน้ำจากชุมชนเพื่อระบายน้ำลงสู่คลองชลประทาน ซึ่งจะช่วยให้น้ำป่าจากดอยสุเทพสามารถระบายได้รวดเร็วยิ่งขึ้น และเพื่อป้องกัน ฝนถล่มเชียงใหม่ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านประชาชน อีกในอนาคต

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ล่าสุดเมื่อเวลา 02.00 น. ของวันที่ 3 กันยายน 2568 มีรายงานว่าสามารถเปิดใช้เส้นทางได้ตามปกติแล้ว โดยใช้เวลาในการสูบระบายน้ำนาน 4 ชั่วโมง ระดับน้ำลดลงและสถานการณ์กลับสู่ภาวะปกติ

เหตุการณ์ ฝนถล่มเชียงใหม่ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านประชาชน ครั้งนี้เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้ทุกฝ่ายต้องหันมาให้ความสำคัญกับการวางแผนและจัดการระบบระบายน้ำให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ซ้ำรอยในอนาคต และเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชน

ที่มา – ฝนถล่มเชียงใหม่ น้ำป่าไหลเข้าท่วมบ้านประชาชน ต้องใช้เวลาระบายน้ำนาน 4 ชั่วโมง

จีนโชว์แสนยานุภาพ! เผยภาพถ่ายดาวเทียมจีนเตรียมยุทโธปกรณ์

ดาวเทียมจับภาพ รถถัง-ขีปนาวุธ-ยานเกราะ ถูกนำมาจอดรวมพลใกล้ปักกิ่ง ก่อนเปิดฉากพาเหรดใหญ่เช้าวันนี้ “สี จิ้นผิง” ต้อนรับ “ปูติน” “คิม จองอึน” และบรรดาพันธมิตรผู้นำโลกร่วมงาน

วันที่ 3 กันยายน 2568 ภาพถ่ายดาวเทียมจากบริษัท Maxar Technologies เผยให้เห็นรถบัสจำนวนนับร้อยคันจอดเรียงราย เตรียมลำเลียงกำลังพลที่จะเข้าร่วมขบวนพาเหรด รวมไปถึงรถถัง ขีปนาวุธ และยานหุ้มเกราะอีกหลายร้อยคันที่จอดรวมพลอยู่ใกล้กรุงปักกิ่ง

ภาพดาวเทียมแสดงให้เห็นยุทโธปกรณ์จำนวนมาก ทั้งรถถัง รถเกราะ และแท่นยิงขีปนาวุธ ถูกนำไปประจำการรวมพลที่ฐานทัพหยางฟาง ทางตะวันตกเฉียงเหนือของกรุงปักกิ่ง เพื่อใช้ในพิธีสวนสนาม “วันแห่งชัยชนะ” ซึ่งจัดขึ้นเนื่องในโอกาสครบรอบ 80 ปี การสิ้นสุดสงครามโลกครั้งที่ 2

สื่อทางการจีนรายงานว่า พิธีรำลึกครั้งนี้มีชื่อเต็มว่า “การฉลองชัยชนะของประชาชนจีนในสงครามต่อต้านญี่ปุ่น และชัยชนะของโลกในการต่อต้านลัทธิฟาสซิสต์” จะจัดขึ้นที่จัตุรัสเทียนอันเหมิน กรุงปักกิ่ง ในช่วงเช้าวันที่ 3 กันยายน 2568

รายงานข่าวระบุว่า เช้าวันนี้ ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน แห่งรัสเซีย ตลอดจนนายคิม จองอึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ได้เดินทางถึงกรุงปักกิ่ง และบริเวณจัดพิธีสวนสนามครั้งสำคัญนี้แล้ว หลังจากงพบหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เมื่อวันที่ 2 กันยายนที่ผ่านมา

โดยงานนี้ถูกจับตาว่าเป็นการแสดงพลังทางทหารและความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับรัสเซีย ท่ามกลางสถานการณ์ตึงเครียดระหว่างประเทศหลายภูมิภาคในปัจจุบัน.

เผยภาพถ่ายดาวเทียม จีนเตรียมยุทโธปกรณ์เรียงเป็นตับ พร้อมแสดงแสนยานุภาพกองทัพ

สถานการณ์โลกในปัจจุบันเต็มไปด้วยความผันผวน การแสดงแสนยานุภาพทางทหารของจีนในครั้งนี้จึงเป็นที่จับตามองอย่างใกล้ชิดจากนานาประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการปรากฏตัวของผู้นำจากรัสเซียและเกาหลีเหนือ สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างประเทศเหล่านี้

การเผยภาพถ่ายดาวเทียม จีนเตรียมยุทโธปกรณ์เรียงเป็นตับ พร้อมแสดงแสนยานุภาพกองทัพ ไม่เพียงแต่เป็นการอวดศักยภาพทางทหาร แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณทางการเมืองที่สำคัญไปยังประเทศต่างๆ ทั่วโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ความขัดแย้งและความตึงเครียดระหว่างประเทศกำลังเพิ่มสูงขึ้น

การเตรียมความพร้อมทางทหารครั้งใหญ่นี้เกิดขึ้นในขณะที่จีนกำลังเผชิญกับความท้าทายทางเศรษฐกิจและการเมืองมากมาย ทั้งภายในประเทศและภายนอกประเทศ การแสดงแสนยานุภาพจึงอาจเป็นความพยายามที่จะเสริมสร้างความมั่นใจและความเชื่อมั่นของประชาชน รวมถึงแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งของรัฐบาลภายใต้การนำของประธานาธิบดีสี จิ้นผิง

ยุทโธปกรณ์ที่ถูกนำมาแสดงในครั้งนี้มีความหลากหลาย ตั้งแต่รถถังรุ่นใหม่ล่าสุด ขีปนาวุธระยะไกล ไปจนถึงยานเกราะที่ทันสมัย แสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีทางทหารของจีนในช่วงหลายปีที่ผ่านมา การพัฒนาศักยภาพทางทหารอย่างต่อเนื่องนี้เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้นานาประเทศต้องจับตามองจีนอย่างใกล้ชิด

ทำไมการเผยภาพถ่ายดาวเทียมจีนเตรียมยุทโธปกรณ์จึงมีความสำคัญ

การเผยภาพถ่ายดาวเทียม จีนเตรียมยุทโธปกรณ์เรียงเป็นตับ พร้อมแสดงแสนยานุภาพกองทัพ มีความสำคัญด้วยเหตุผลหลายประการ:

  • การแสดงศักยภาพทางทหาร: เป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความพร้อมทางทหารของจีน
  • สัญญาณทางการเมือง: ส่งสัญญาณไปยังประเทศอื่นๆ เกี่ยวกับจุดยืนและความตั้งใจของจีน
  • เสริมสร้างความเชื่อมั่น: สร้างความมั่นใจให้กับประชาชนชาวจีนและแสดงให้เห็นถึงความสามารถในการปกป้องประเทศ
  • ดึงดูดความสนใจ: ทำให้ทั่วโลกจับตามองบทบาทของจีนในเวทีโลก

นอกจากนี้ การปรากฏตัวของผู้นำจากรัสเซียและเกาหลีเหนือยังเป็นการส่งสัญญาณถึงความร่วมมือและความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างประเทศเหล่านี้ ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสมดุลของอำนาจในระดับโลก

อย่างไรก็ตาม การแสดงแสนยานุภาพทางทหารเพียงอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาและความท้าทายที่จีนกำลังเผชิญอยู่ การพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาภายในประเทศ และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับนานาประเทศก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกัน หากจีนสามารถสร้างสมดุลระหว่างความแข็งแกร่งทางทหารและความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการเมืองได้ จีนก็จะมีบทบาทที่สำคัญและสร้างสรรค์มากขึ้นในเวทีโลก

โดยรวมแล้ว การเผยภาพถ่ายดาวเทียม จีนเตรียมยุทโธปกรณ์เรียงเป็นตับ พร้อมแสดงแสนยานุภาพกองทัพ เป็นเหตุการณ์ที่สำคัญและน่าจับตามอง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อสถานการณ์โลกในหลายด้าน การวิเคราะห์และทำความเข้าใจถึงความหมายและความสำคัญของการแสดงแสนยานุภาพครั้งนี้จึงเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับผู้ที่สนใจในสถานการณ์โลก

ที่มา – เผยภาพถ่ายดาวเทียม จีนเตรียมยุทโธปกรณ์เรียงเป็นตับ พร้อมแสดงแสนยานุภาพกองทัพ

อาลัย “หนานโฮ๊ะ” อดีต สส.เชียงใหม่

วงการเมืองและวงการสื่อสารมวลชนในจังหวัดเชียงใหม่ต้องสูญเสียบุคคลสำคัญ เมื่อ “หนานโฮ๊ะ” อดีต สส.เชียงใหม่ และอดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ ได้เสียชีวิตอย่างสงบด้วยวัย 82 ปี การจากไปของ “หนานโฮ๊ะ” สร้างความโศกเศร้าให้กับผู้ที่เคยร่วมงานและผู้ที่เคยติดตามผลงานของท่าน

เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งข่าวเศร้าจาก น.ส.นัทฤทัย ทวีฤทธิกุล บุตรสาวของนายณรงค์ นิยมไทย หรือที่รู้จักกันในนาม “หนานโฮ๊ะ” ว่า บิดาของเธอได้จากไปอย่างสงบ ณ โรงพยาบาลดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อเวลา 18.49 น. ของวันที่ 2 กันยายน 2568 ขณะนี้ครอบครัวกำลังดำเนินการเรื่องการจัดการงานศพของคุณพ่อ

เบื้องต้น ทางครอบครัวจะนำร่างของ “หนานโฮ๊ะ” ไปตั้งบำเพ็ญกุศล ณ วัดบวกครกหลวง ตำบลท่าศาลา อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยกำหนดจัดพิธีตั้งแต่วันที่ 3-6 กันยายน 2568 จะไม่มีพิธีอาบน้ำศพ และจะเริ่มพิธีสวดอภิธรรมในเวลา 19.00 น. เป็นต้นไป ทางครอบครัวจะดำเนินการขอพระราชทานเพลิงศพ ตามความประสงค์ของ “หนานโฮ๊ะ” ก่อนที่ท่านจะสิ้นลม

ตลอดระยะเวลา 6 ปีที่ผ่านมา “หนานโฮ๊ะ” ต้องเผชิญกับปัญหาสุขภาพหลายประการ และกลายเป็นผู้ป่วยติดเตียง แม้กระทั่งนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี ก็เคยเดินทางมาเยี่ยมเยียน “หนานโฮ๊ะ” ที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง “หนานโฮ๊ะ” เข้ารับการรักษาในโรงพยาบาลหลายครั้ง จนกระทั่งอาการทรุดหนักและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลดอยสะเก็ดอีกครั้ง ก่อนที่จะจากไปอย่างสงบในที่สุด

อาลัย “หนานโฮ๊ะ” อดีต สส.เชียงใหม่

สำหรับประวัติของ นายณรงค์ นิยมไทย หรือ “หนานโฮ๊ะ” นั้น ท่านเป็นอดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดเชียงใหม่ และเคยดำรงตำแหน่งผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม ในรัฐบาลของนายชวน หลีกภัย นอกจากบทบาททางการเมืองแล้ว “หนานโฮ๊ะ” ยังเป็นนักจัดรายการวิทยุและผู้สื่อข่าวท้องถิ่น ที่นำเสนอข่าวสารในรูปแบบภาษาท้องถิ่นภาคเหนือ ซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้ฟังทุกเพศทุกวัย จนเป็นที่กล่าวขานว่าเมื่อถึงเวลาที่ “หนานโฮ๊ะ” จัดรายการ ทุกคนต้องเปิดวิทยุเพื่อฟังข่าวสารจากท่าน

“หนานโฮ๊ะ” กับบทบาท สส. ที่สร้างความฮือฮา

“หนานโฮ๊ะ” เคยได้รับเลือกตั้งเป็น สส. ในแบบที่เรียกว่า “ส้มหล่น” ซึ่งสร้างความฮือฮาเป็นอย่างมากในสมัยนั้น ตลอดระยะเวลาที่ท่านดำรงตำแหน่ง สส. “หนานโฮ๊ะ” ได้ทุ่มเททำงานเพื่อประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นปากเสียงให้กับคนในท้องถิ่น

ในช่วงบั้นปลายชีวิต “หนานโฮ๊ะ” เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลอย่างต่อเนื่อง โดยมีลูกสาวและญาติคอยดูแลอย่างใกล้ชิด ท่านต้องนอนเป็นผู้ป่วยติดเตียงนานถึง 6 ปี ก่อนที่จะจากไปอย่างสงบด้วยวัยชรา การจากไปของ “หนานโฮ๊ะ” ถือเป็นการสูญเสียบุคคลสำคัญของจังหวัดเชียงใหม่ และเป็นที่น่าเสียดายอย่างยิ่ง

  • อดีต สส.เชียงใหม่ พรรคประชาธิปัตย์
  • อดีตผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยีและสิ่งแวดล้อม
  • นักจัดรายการวิทยุ
  • ผู้สื่อข่าวท้องถิ่น

การจากไปของ “หนานโฮ๊ะ” ถือเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่ของวงการการเมืองท้องถิ่น และวงการสื่อสารมวลชนของจังหวัดเชียงใหม่ ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวของท่าน และขอให้ดวงวิญญาณของ “หนานโฮ๊ะ” ไปสู่สุคติ

ที่มา – อาลัย “หนานโฮ๊ะ” อดีต สส.เชียงใหม่ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทย์ฯ

ถ่ายทอดสด! จับตาประชุมสภาฯ โหวตนายกฯ คนที่ 32

เกาะติดถ่ายทอดสด การประชุมสภาผู้แทนราษฎร เตรียมพร้อมสำหรับการโหวตนายกฯ คนที่ 32 อย่างใกล้ชิด พรรคประชาชนเตรียมตัดสินใจครั้งสุดท้ายว่าจะสนับสนุนใครในการลงมติครั้งสำคัญนี้

วันที่ 3 กันยายน 2568 นายวันมูหะมัดนอร์ มะทา ประธานสภาผู้แทนราษฎร ได้เปิดการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ชุดที่ 2 ปีที่ 3 ครั้งที่ 18, 19 และ 20 (สมัยสามัญประจำปีครั้งที่หนึ่ง) เป็นพิเศษ ตั้งแต่วันที่ 3-5 กันยายน 2568 เวลา 9.00 น. โดยมีวาระสำคัญคือการเตรียมความพร้อมสำหรับการโหวตนายกฯ คนที่ 32

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ในครั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะมีการแข่งขันกันระหว่างสองพรรคหลัก ได้แก่ พรรคเพื่อไทยที่เสนอชื่อนายชัยเกษม นิติศิริ และพรรคภูมิใจไทยที่เสนอชื่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล ทั้งสองพรรคจะต้องได้รับเสียงสนับสนุนอย่างน้อย 247 เสียงเพื่อคว้าชัยชนะ

พรรคเพื่อไทยประเมินว่ามีเสียงสนับสนุนในมือราว 200 เสียง หลังจากมี สส. บางส่วนแปรพักตร์ไปสนับสนุนพรรคภูมิใจไทย ในขณะที่พรรคภูมิใจไทยคาดว่าจะรวบรวมเสียงได้ประมาณ 150 เสียง

ดังนั้น ทั้งสองพรรคจึงให้ความสนใจไปยังพรรคประชาชน ซึ่งมีเสียงอยู่ในมือประมาณ 140 เสียง และถือเป็นกุญแจสำคัญในการโหวตนายกฯ คนที่ 32 ครั้งนี้

พรรคประชาชนได้แจ้งต่อสื่อมวลชนว่าจะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคในวันนี้ เพื่อตัดสินใจว่าจะสนับสนุนพรรคใด แม้ว่าก่อนหน้านี้จะมีกระแสข่าวว่าพรรคอาจจะเทคะแนนให้กับพรรคภูมิใจไทย

กระบวนการโหวตนายกฯ คนที่ 32 จะยังคงใช้วิธีการขานชื่อ สส. ซึ่งปัจจุบันมีจำนวนทั้งสิ้น 492 คน หากมีการเสนอชื่อผู้ท้าชิงจากสองพรรค สส. แต่ละคนจะต้องลุกขึ้นขานชื่อเพื่อแสดงเจตจำนงว่าจะสนับสนุนใคร คาดการณ์ว่าการลงมติจะมีขึ้นในวันศุกร์ที่ 5 กันยายน เนื่องจากต้องแจ้งให้ สส. ทราบล่วงหน้าอย่างน้อย 1 วัน

ถ่ายทอดสด! จับตาประชุมสภาฯ โหวตนายกฯ คนที่ 32

ติดตามการถ่ายทอดสดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรเพื่อพิจารณาและโหวตนายกฯ คนที่ 32 ได้ที่นี่ เพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่สำคัญ

สถานการณ์ล่าสุดก่อนการโหวตนายกฯ คนที่ 32

สถานการณ์ก่อนการโหวตมีความเข้มข้นอย่างมาก แต่ละพรรคการเมืองต่างเร่งเจรจาเพื่อรวบรวมเสียงสนับสนุนให้ได้มากที่สุด การตัดสินใจของพรรคประชาชนจึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อผลการลงมติ

การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ การโหวตนายกฯ คนที่ 32 จะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ และส่งผลต่อทิศทางของประเทศในอนาคตอันใกล้ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดจึงเป็นสิ่งที่ประชาชนควรให้ความสนใจ

ผลการโหวตนายกฯ คนที่ 32 จะเป็นอย่างไร ใครจะเป็นผู้ที่ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่องเพื่อไม่พลาดทุกความเคลื่อนไหว

การโหวตนายกฯ คนที่ 32 ไม่ได้เป็นเพียงแค่เรื่องของการเมือง แต่เป็นเรื่องของอนาคตประเทศ การตัดสินใจของ สส. แต่ละท่านจึงมีความหมายอย่างยิ่ง

สถานการณ์เปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและการวิเคราะห์ข้อมูลจากหลายแหล่งจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เข้าใจถึงภาพรวมและผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากการโหวตนายกฯ คนที่ 32

มาร่วมกันจับตาดูว่าผลของการโหวตครั้งนี้จะนำพาประเทศไทยไปในทิศทางใด และเราในฐานะประชาชนจะสามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีได้อย่างไร

ที่มา – ถ่ายทอดสด จับตาวันแรก ที่ประชุมสภาฯ เตรียมโหวตนายกฯ คนที่ 32(คลิป)