วัน: 4 กันยายน 2025

จับกุมครั้งที่สองคดีเหยียดผิวคาร์เตอร์

ตำรวจได้ทำการจับกุมชายคนที่สองแล้ว จากกรณีการเหยียดผิว เจสส์ คาร์เตอร์ นักฟุตบอลหญิงทีมชาติอังกฤษ ผ่านทางโซเชียลมีเดีย

การสืบสวนเริ่มต้นขึ้นหลังจากได้รับรายงานว่ามีการส่งข้อความที่ไม่เหมาะสมไปยังกองหลังวัย 27 ปีรายนี้ ในช่วงการแข่งขัน UEFA Women’s Euros เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

เจ้าหน้าที่ตำรวจจาก Derbyshire Constabulary ได้จับกุมชายวัย 30 ปีจาก Ripley ในข้อหาทำการสื่อสารที่เป็นอันตราย

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากการจับกุมชายวัย 59 ปีจาก Great Harwood, Lancashire ในข้อหาเดียวกันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว คดีจับกุมครั้งที่สองคดีเหยียดผิวคาร์เตอร์กำลังเป็นที่สนใจของสังคม

Mark Roberts ผู้บัญชาการตำรวจของ Cheshire Police ซึ่งเป็นผู้นำของ National Police Chief Council ด้านการรักษาความปลอดภัยในการแข่งขันฟุตบอล กล่าวว่า “ไม่ควรมีใครต้องเผชิญกับการถูกทำร้ายที่น่ารังเกียจเช่นนี้ และเราต้องการทำให้ชัดเจนว่าการเหยียดผิวในลักษณะนี้จะไม่ได้รับการยอมรับ”

จับกุมครั้งที่สองคดีเหยียดผิวคาร์เตอร์

เหตุการณ์นี้สร้างความสะเทือนใจให้กับแฟนบอลและประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก การเหยียดผิวเป็นสิ่งที่สังคมไม่ควรยอมรับ และต้องมีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับคดีจับกุมครั้งที่สองคดีเหยียดผิวคาร์เตอร์

จากการสืบสวนพบว่าข้อความเหยียดผิวที่ส่งไปยัง Jess Carter มีเนื้อหาที่รุนแรงและหยาบคาย ซึ่งสร้างความเสียหายทางจิตใจให้กับเธอเป็นอย่างมาก ตำรวจกำลังดำเนินการสอบสวนอย่างละเอียดเพื่อหาตัวผู้กระทำผิดทั้งหมดมาลงโทษ

ผลกระทบต่อ Jess Carter: เหตุการณ์นี้ส่งผลกระทบต่อสภาพจิตใจของ Jess Carter อย่างมาก เธอได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมทีม ครอบครัว และแฟนบอลจำนวนมาก อย่างไรก็ตาม การที่ต้องเผชิญกับการเหยียดผิวอย่างรุนแรงเช่นนี้ ย่อมสร้างความเจ็บปวดและความเครียดให้กับเธออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

ความสำคัญของการต่อต้านการเหยียดผิว: เหตุการณ์นี้เป็นเครื่องเตือนใจว่าการเหยียดผิวยังคงเป็นปัญหาที่สำคัญในสังคมของเรา เราทุกคนมีหน้าที่ในการต่อต้านการเหยียดผิวในทุกรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการพูด การกระทำ หรือการสนับสนุนให้ผู้อื่นทำเช่นนั้น

ทางสโมสรต้นสังกัดของ Jess Carter และสมาคมฟุตบอลอังกฤษ (FA) ได้ออกมาประณามการเหยียดผิวครั้งนี้ และให้คำมั่นว่าจะให้การสนับสนุน Jess Carter อย่างเต็มที่

มาตรการที่ควรดำเนินการ: เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้อีก ควรมีการดำเนินการดังนี้

  • การให้การศึกษาเกี่ยวกับความหลากหลายและความเท่าเทียมกัน
  • การบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดต่อผู้กระทำผิด
  • การส่งเสริมให้สังคมตระหนักถึงปัญหาการเหยียดผิว

การจับกุมครั้งที่สองคดีเหยียดผิวคาร์เตอร์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจในการต่อต้านการเหยียดผิว แต่การแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนนั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

มาร่วมกันสร้างสังคมที่ปราศจากการเหยียดผิว และเคารพในความแตกต่างของกันและกัน

ถึงเวลาแล้วที่เราต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างสังคมที่ยุติธรรมและเท่าเทียมสำหรับทุกคน การเพิกเฉยต่อการเหยียดผิวไม่ใช่ทางออก เราต้องกล้าที่จะลุกขึ้นยืนและต่อต้านการกระทำที่ไม่ถูกต้องเหล่านี้

ที่มา – Second arrest over racist abuse of Carter

“ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ

“ธรรมนัส” ปัดถกโผ “ครม.อนุทิน 1” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32 ไม่ก้าวก่ายพรรคอื่น ทำพรรคตัวเองให้ดีที่สุด

เมื่อเวลา 16.03 น. วันที่ 4 กันยายน 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม (กธ.) กล่าวที่รัฐสภาถึงข่าวการจัดโผคณะรัฐมนตรี (ครม.) ในสัดส่วนพรรคกล้าธรรม ว่า ไม่มี เป็นเรื่องคาดการณ์ ยังไม่มีการคุยเรื่องนี้กัน และไม่ได้อยู่ในข้อตกลง มีเรื่องเดียวคือหาทางออกให้กับประเทศชาติบ้านเมือง ขอย้ำว่าไม่มีการคุยเรื่องอื่น เราจะทำหน้าที่ของพรรคเราตามที่รับปากเอาไว้

ในประเด็นคำถามกังวลหรือไม่ว่าอาจจะมีการอภิปรายในสภาฯ ขึ้น ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า เป็นเรื่องปกติ ทุกคนต้องเตรียมพร้อม ในส่วนพรรคกล้าธรรมตนกำชับลูกพรรคแล้ว ผู้สื่อข่าวถามย้ำ พรรคกล้าธรรมจะมีการแตกแถวหรือไม่ ร.อ.ธรรมนัส ตอบว่า ไม่มีแม้แต่คนเดียว เราพูดคุยและตกลงกันแล้วว่าจะทำตามนั้น

เมื่อถามถึงกรณีนายชัยเกมษ นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทย เผยแพร่คลิปวิดีโอสัญญาว่า หากได้รับการโหวตเลือกให้เป็นนายกรัฐมนตรีจะยุบสภาทันที ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า ทุกพรรคต่างก็รู้ตัวเองว่า ควรทำอะไร อย่างของพรรคเรานั้นก็ทำให้ดีที่สุด ส่วนของพรรคอื่นตนขอไม่ก้าวก่าย

อย่างไรก็ตาม เมื่อถามอีกว่ามีความกังวลหรือไม่ว่าเกมจะพลิก หลังมีกระแสข่าวฟรีโหวต ร.อ.ธรรมนัส เผยว่า เรื่องนี้เราเคารพการตัดสินใจของแต่ละฝ่าย เราพูดถึงเรื่องพรรคเราพรรคเดียว พรรคอื่นเราไม่พูด.

“ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32

จากสถานการณ์ทางการเมืองที่ร้อนแรงในขณะนี้ หลายฝ่ายต่างจับจ้องไปยังการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยเฉพาะอย่างยิ่งท่าทีของพรรคการเมืองต่างๆ ล่าสุด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรคกล้าธรรม ได้ออกมาให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยเน้นย้ำว่า พรรคกล้าธรรมจะไม่แตกแถวในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า พรรคกล้าธรรมให้ความสำคัญกับการหาทางออกให้กับประเทศชาติ และจะทำหน้าที่ของพรรคตามที่ได้ให้สัญญาไว้กับประชาชน นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกระแสข่าวการจัดโผคณะรัฐมนตรี โดยยืนยันว่าไม่มีการพูดคุยหรือตกลงในเรื่องดังกล่าว

จุดยืนของพรรคกล้าธรรมต่อการโหวตนายกฯ

สิ่งที่ ร.อ.ธรรมนัส ย้ำเสมอคือ พรรคกล้าธรรมมีความเป็นเอกภาพ และจะทำตามข้อตกลงที่ได้ให้ไว้ นั่นคือการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถแก้ปัญหาของประเทศได้จริง ๆ ร.อ.ธรรมนัส แสดงความเชื่อมั่นว่า สมาชิกทุกคนในพรรคเข้าใจถึงความสำคัญของการตัดสินใจครั้งนี้ และจะร่วมกันโหวตไปในทิศทางเดียวกัน

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงกรณีที่แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีจากพรรคเพื่อไทยให้สัญญาว่าจะยุบสภาทันทีหากได้รับการเลือกตั้ง โดย ร.อ.ธรรมนัส กล่าวว่า แต่ละพรรคต่างก็มีแนวทางของตัวเอง และพรรคกล้าธรรมจะมุ่งเน้นไปที่การทำหน้าที่ของตนเองให้ดีที่สุด

ความเชื่อมั่นในความสามัคคีของพรรค

แม้ว่าจะมีกระแสข่าวเรื่องการฟรีโหวต แต่ ร.อ.ธรรมนัส ยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมจะยึดมั่นในจุดยืนของตนเอง และเคารพการตัดสินใจของพรรคอื่น แต่สำหรับพรรคกล้าธรรมแล้ว จะไม่มีการแตกแถวในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีอย่างแน่นอน ร.อ.ธรรมนัส เน้นย้ำถึงความสำคัญของการรักษาคำพูด และการทำตามสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน

การออกมาการันตีของ ร.อ.ธรรมนัส ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคกล้าธรรมที่จะมีส่วนร่วมในการแก้ไขปัญหาของประเทศ และสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาลที่สามารถนำพาประเทศไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคง การ“ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32 ถือเป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าพรรคกล้าธรรมพร้อมที่จะทำหน้าที่ของตนเองอย่างเต็มที่

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงมีความไม่แน่นอน แต่สิ่งหนึ่งที่ชัดเจนคือ พรรคกล้าธรรมภายใต้การนำของ ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า จะยังคงยึดมั่นในหลักการและสัญญาที่ให้ไว้กับประชาชน และพร้อมที่จะร่วมมือกับทุกฝ่ายในการสร้างสรรค์อนาคตที่ดีกว่าให้กับประเทศไทย

ที่มา – “ธรรมนัส” การันตี “กล้าธรรม” ไม่แตกแถวโหวตนายกฯ คนที่ 32 ปัดถกโผ ครม.

สิริพงศ์ ปัดภูมิใจไทย เอี่ยวคดีเขากระโดง

“สิริพงศ์” ปัด “ภูมิใจไทย” เอี่ยวปม รฟท. เลื่อนเข้าแจ้งความดีเอสไอ “คดีเขากระโดง” ชี้ไม่มีอำนาจดูแลคมนาคม ยอมรับ “อนุทิน” โดนหลายกระแสถาโถม แต่สิ่งที่จะสามารถพิสูจน์ได้คือข้อเท็จจริง

วันที่ 4 กันยายน 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย เลื่อนการเข้าแจ้งความต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ จนมีการเชื่อมโยงกับพรรคภูมิใจไทยและการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ว่า เรื่องนี้ต้องย้อนกลับไปดูว่า ปัจจุบันผู้รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม คือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ สังกัดพรรคอะไร ดังนั้นจึงเป็นหน้าที่ของรักษาการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่การดำเนินการของพรรคภูมิใจไทย และย้ำว่าข้อกฎหมายก็คือข้อกฎหมาย

ซึ่งขณะนี้ยังไม่สามารถคาดการณ์ได้ว่า ผลการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ในวันที่ 5 กันยายนนี้ จะเป็นอย่างไร และหากพรรคภูมิใจไทยได้เป็นรัฐบาล ก็ยังไม่ทราบว่าใครจะได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลกระทรวงคมนาคม จึงยืนยันได้ว่าพรรคยังไม่มีอำนาจหรือบทบาทในการสั่งการใด ๆ ต่อกระทรวงคมนาคม โดยทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกระบวนการกฎหมาย และเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน

นายสิริพงศ์ บอกต่อว่า เรื่องที่เกิดขึ้นถือเป็นความรับผิดชอบของการรถไฟฯ ที่ต้องชี้แจงให้สังคมทราบ และมองว่าเป็นเรื่องที่ดีที่จะต้องออกมาชี้แจงต่อสังคม ไม่ใช่ดำเนินการแบบหนึ่งและผลออกมาอีกแบบหนึ่ง ยอมรับว่าเรื่องนี้ก็ส่งผลกระทบต่อพรรคภูมิใจไทย ที่อาจจะต้องถูกวิพากษ์วิจารณ์ หรือถูกกล่าวหา ซึ่งนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่โดนกับกระแสต่างๆ มากมาย ซึ่งมีผู้ที่สนับสนุนชื่นชอบและมีผู้ที่ไม่เห็นด้วย แต่ย้ำว่าสิ่งที่จะสามารถพิสูจน์ได้ก็คือข้อเท็จจริง

สิริพงศ์ ปัดภูมิใจไทย เอี่ยวคดีเขากระโดง

จากกรณีที่การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) เลื่อนการเข้าแจ้งความต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ใน “คดีเขากระโดง” ได้มีการเชื่อมโยงไปยังพรรคภูมิใจไทย นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหาดังกล่าว โดยชี้แจงว่าพรรคไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการตัดสินใจของ รฟท.

นายสิริพงศ์เน้นย้ำว่า ผู้รักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมในปัจจุบันคือนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ ซึ่งสังกัดพรรคการเมืองอื่น ดังนั้นการดำเนินการใด ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกระทรวงคมนาคมจึงเป็นความรับผิดชอบของผู้รักษาการและหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง ไม่ใช่พรรคภูมิใจไทย

ความคืบหน้าคดีเขากระโดง และท่าทีของภูมิใจไทย

ถึงแม้ว่าพรรคภูมิใจไทยจะถูกเชื่อมโยงกับ คดีเขากระโดง แต่ทางพรรคยืนยันว่าไม่มีอำนาจสั่งการใด ๆ ต่อกระทรวงคมนาคม และทุกอย่างต้องดำเนินไปตามกระบวนการทางกฎหมาย โดยเป็นอำนาจหน้าที่ของข้าราชการผู้ปฏิบัติหน้าที่ในปัจจุบัน

นายสิริพงศ์ยังกล่าวถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นต่อพรรคภูมิใจไทย โดยยอมรับว่าพรรคอาจถูกวิพากษ์วิจารณ์หรือถูกกล่าวหา แต่เชื่อว่าข้อเท็จจริงจะสามารถพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของพรรคได้ในที่สุด นอกจากนี้ เขายังกล่าวถึงนายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่กำลังเผชิญกับกระแสวิพากษ์วิจารณ์ต่าง ๆ แต่เชื่อมั่นว่าความจริงจะปรากฏ

ประเด็นเรื่อง คดีเขากระโดง ยังคงเป็นที่จับตามองของสังคม และการเลื่อนการแจ้งความของ รฟท. ได้สร้างความสงสัยและความกังวลให้กับประชาชนเกี่ยวกับความโปร่งใสในการดำเนินงานของภาครัฐ พรรคภูมิใจไทย, แม้จะออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้อง แต่ก็ยังคงต้องเผชิญกับแรงกดดันและความคาดหวังจากสังคมในการแสดงความรับผิดชอบต่อประเด็นดังกล่าว

สถานการณ์ดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการตรวจสอบและการถ่วงดุลอำนาจในการบริหารราชการแผ่นดิน รวมถึงความจำเป็นที่ทุกภาคส่วนจะต้องร่วมมือกันเพื่อสร้างความโปร่งใสและความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อการดำเนินงานของรัฐ

ดังนั้น การที่นายสิริพงศ์ออกมาปฏิเสธความเกี่ยวข้องของพรรคภูมิใจไทยกับ คดีเขากระโดง จึงเป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการพิสูจน์ความจริง และสังคมยังคงต้องติดตามความคืบหน้าของคดีนี้อย่างใกล้ชิดต่อไป

ที่มา – “สิริพงศ์” ปัดภูมิใจไทย เอี่ยวปม รฟท. เลื่อนเข้าแจ้งความดีเอสไอ “คดีเขากระโดง”

“เสี่ยหนู” ปัดจัดโผ “ครม.อนุทิน 1” ไหว้พ่อแม่ก่อนโหวต

ก่อนโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 “เสี่ยหนู” เผย พรุ่งนี้ไหว้พ่อ-แม่เพื่อความเป็นสิริมงคล ปัดจัดโผ “ครม.อนุทิน 1” บอก ข่าวก็ลงไปเรื่อย

เมื่อเวลา 17.10 น. วันที่ 4 กันยายน 2568 นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย แคนดิเดตนายกรัฐมนตรี เดินทางกลับเข้ามาที่อาคารรัฐสภาอีกครั้ง โดยผู้สื่อข่าวและพยายามสอบถามถึงโผ “ครม.อนุทิน 1” ว่ามีการจัดเตรียมให้ใครนั่งตำแหน่งใดแล้วหรือไม่ นายอนุทิน จะมีการนั่งควบตำแหน่ง กระทรวงมหาดไทย (มท.1) ด้วยหรือไม่ โดยนายอนุทิน บอกว่า “หูย…ยังไม่มี ข่าวก็ลงไปเรื่อย ยังไม่ได้จัดอะไรเลย ขนาดหัวหน้ายังไม่ได้เลย”

ผู้สื่อข่าวถามต่อไปว่า พรุ่งนี้ (5 กันยายน 2568) จะมีการโหวตนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 แล้ว ก่อนจะเข้าอาคารรัฐสภา จะมีการไปไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ไหนเพื่อความเป็นสิริมงคลหรือไม่ นายอนุทิน ตอบว่า “ไหว้พ่อไหว้แม่นี่แหละ เป็นสิริมงคลที่สุดแล้ว”

“เสี่ยหนู” ปัดจัดโผ “ครม.อนุทิน 1” พรุ่งนี้ไหว้พ่อ-แม่เป็นสิริมงคลก่อนโหวตนายกฯ

สถานการณ์การเมืองไทยกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญกับการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก หนึ่งในบุคคลสำคัญที่ถูกจับตามองคือ “เสี่ยหนู” นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ที่ล่าสุดได้ออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องการจัดเตรียมโผคณะรัฐมนตรี “ครม.อนุทิน 1” ที่มีการเผยแพร่ในสื่อต่างๆ

ก่อนการโหวตสำคัญ นายอนุทินได้กล่าวถึงการเตรียมตัวก่อนเข้าสู่รัฐสภาในวันพรุ่งนี้ (5 กันยายน 2568) ว่าจะทำการไหว้พ่อแม่เพื่อความเป็นสิริมงคล ถือเป็นการแสดงความกตัญญูและเป็นขวัญกำลังใจก่อนที่จะเผชิญหน้ากับสถานการณ์ทางการเมืองที่สำคัญ

อนาคต “ครม.อนุทิน 1” จะเป็นอย่างไร?

แม้ว่านายอนุทินจะออกมาปฏิเสธข่าวเรื่องการจัดโผคณะรัฐมนตรี แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าการจัดตั้งรัฐบาลชุดใหม่และการแบ่งสรรตำแหน่งต่างๆ เป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสนใจอย่างใกล้ชิด การที่นายอนุทินไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธอย่างชัดเจน ทำให้เกิดการคาดการณ์และความเป็นไปได้ต่างๆ นานาในแวดวงการเมือง

การตัดสินใจทางการเมืองของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยจะมีผลต่อทิศทางของประเทศในอนาคตอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีและการจัดตั้งรัฐบาลจึงเป็นช่วงเวลาที่สำคัญและต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด

คำพูดของนายอนุทินที่ว่า “ไหว้พ่อไหว้แม่นี่แหละ เป็นสิริมงคลที่สุดแล้ว” แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในสถาบันครอบครัวและความกตัญญู ซึ่งเป็นคุณธรรมที่สำคัญในสังคมไทย การกระทำดังกล่าวอาจส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของนายอนุทินในสายตาของประชาชน

การเมืองไทยยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การเปลี่ยนแปลงและการพลิกผันสามารถเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา การติดตามข่าวสารและวิเคราะห์สถานการณ์อย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับประชาชนทุกคนเพื่อที่จะเข้าใจและมีส่วนร่วมในการตัดสินใจเกี่ยวกับอนาคตของประเทศ นอกจากประเด็นเรื่อง “เสี่ยหนู” ปัดจัดโผ “ครม.อนุทิน 1” แล้ว ยังมีอีกหลายประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับสถานการณ์บ้านเมืองในขณะนี้

ดังนั้น การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และการวิเคราะห์อย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งสำหรับประชาชนทุกคน

สถานการณ์ทางการเมืองยังคงเปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการตัดสินใจของนักการเมืองแต่ละคนส่งผลกระทบต่อพวกเราทุกคน อย่าลืมติดตามข่าวสารและแสดงความคิดเห็นอย่างสร้างสรรค์

ที่มา – “เสี่ยหนู” ปัดจัดโผ “ครม.อนุทิน 1” พรุ่งนี้ไหว้พ่อ-แม่เป็นสิริมงคลก่อนโหวตนายกฯ

“เท้ง” ยัน ปชช. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ: จริงหรือ?

“เท้ง” พร้อมสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ ต่อ ปัดกระแสข่าว สส.พรรคประชาชนค้าน-ขอฟรีโหวต ยันมติพรรคกลั่นกรองดีแล้ว ชี้ ถ้ารัฐบาลใหม่สะสางรื้อคดีเดิม ยื่นซักฟอกทันที เมินข้อเสนอเพื่อไทย กลับไปกลับมา

เมื่อเวลาประมาณ 16.00 น. วันที่ 4 กันยายน 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) แถลงที่รัฐสภา ชี้แจงถึงกระแสข่าว สส.พรรคประชาชนบางส่วนอยากฟรีโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ เนื่องจากไม่อยากโหวตให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เป็นนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 โดยนายณัฐพงษ์ ยืนยันว่าไม่มีกระแสความแตกแยกในพรรค 

ตามที่แถลงเมื่อเช้า พรรคเพื่อไทยเดินหน้าเสนอชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ความไม่ชัดเจนเช้านี้ที่ได้เรียกหาจากนายภูมิธรรม เวชยชัย ผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ว่ากระบวนการยุบสภาเดินหน้าหรือยุติอย่างไร ชัดเจนแล้วว่า นายภูมิธรรม ไม่ได้เดินหน้ายุบสภาแล้ว แต่เป็นการเดินหน้าโหวตนายกรัฐมนตรีคนต่อไป ทั้งนี้ ไม่คิดว่าจะทำอะไรให้เกิดความไขว้เขวแต่อย่างใด เมื่อเช้าแถลงไปแล้วว่ากระบวนการตัดสินใจของพรรคประชาชนได้สิ้นสุดตั้งแต่ตอนนี้ กรรมการบริหารพรรค (กก.บห.) ได้แถลงข่าว และเซ็นข้อตกลงร่วม (MOA) กับพรรคภูมิใจไทยไปแล้ว

ผู้สื่อข่าวถามถึงกระแสข่าว สส.พรรคประชาชน บางคนขอฟรีโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่มีเรื่องนี้ ตลอดทั้งวันที่ตนได้มีการประชุมร่วมกับ สส.ในพรรค ไม่มีการพูดถึงเรื่องฟรีโหวตแต่อย่างใด ส่วนคำถามย้ำว่ากังวลหรือไม่ถ้าฟรีโหวตในวันโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี (5 กันยายน 2568) หัวหน้าพรรคประชาชน ระบุว่า เชื่อมั่นต่อเพื่อนร่วมพรรคทุกคนว่าจะปฏิบัติตามมติของพรรค ในส่วนของความอึดอัดใจ เชื่อว่าทุกคนมีข้อคิดเห็นที่แตกต่างหลากหลาย เราผ่านกระบวนการถกเถียงแลกเปลี่ยนมาหมดแล้ว เชื่อว่าจะปฏิบัติตามมติพรรค ไม่มี สส.พรรคประชาชนฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมติพรรคแต่อย่างใด รอดูว่าจะมีหรือไม่ แต่เชื่อมั่น ณ ตอนนี้ว่าไม่มี

ส่วนการติดต่อสภาฯ เพื่อเลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น นายณัฐพงษ์ ตอบว่า ยังไม่ได้พูดคุย หรือตอนรายงานตัวการปฏิรูประบบงบประมาณเอง ได้นำเรียนประธานรัฐสภาโดยตรงว่า ไม่ได้ประสานขอเลื่อนแต่อย่างใด ระหว่างวันมีกระแสข่าวปล่อยกันออกมาโดยตลอด และมีการต่อสายมาถึงตนจากเจ้าหน้าที่ของประธานสภาฯ โดยตรงว่า ได้ประสานขอเลื่อนการโหวตจริงหรือไม่ ตนได้ยืนยันต่อท่านประธานฯ และท่านเองก็อยู่ในที่ประชุมด้วยว่าไม่เคยประสานเลื่อนโหวตนายกรัฐมนตรีแต่อย่างใด

ขณะเดียวกัน นายณัฐพงษ์ ยังกล่าวถึงกรณีพรรคประชาชนต้องรับผิดชอบต่อหน้าตาของ ครม.อนุทิน หรือไม่ ว่า อยากยืนยันเรื่องเดิมว่าเราทำหน้าที่ฝ่ายค้าน เพราะฉะนั้นการโหวตที่เรามีมติให้กับนายอนุทินครั้งนี้ โหวตเพื่อเป็นรัฐบาลเฉพาะกิจ มีหน้าที่ในการยุบสภา เปิดทางแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ คณะรัฐมนตรี (ครม.) ที่จะเกิดขึ้นจากการตัดสินใจภายใต้นายอนุทิน เป็นนายกรัฐมนตรี เป็นรัฐบาลที่พรรคประชาชนไม่ต้องแบกรับแต่อย่างใด เพราะเราทำหน้าที่พรรคฝ่ายค้าน ตรวจสอบเต็มที่

ในประเด็นข้อเสนอใหม่ของพรรคเพื่อไทยผลักดัน นายชัยเกษม ชเป็นนายกรัฐมนตรี และยุบสภาทันที สนใจหรือไม่ นายณัฐพงษ์ ตอบว่า ถ้ามีการเสนอมาก่อนหน้านี้ และมีการยื่นข้อเสนอพูดคุยอย่างเป็นทางการมาก่อนหน้านี้ ก่อนรับฟังความเห็นของพรรค ก่อนพรรคมีมติอย่างเป็นทางการ เชื่อว่าตนและเพื่อนๆ ในพรรคจะรับไว้พิจารณา ใช้เป็นปัจจัยหนึ่งในการชั่งน้ำหนัก แต่เห็นได้ชัดเจนว่ากระบวนการที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ มีการให้ข่าวกลับไปกลับมาจากพรรคเพื่อไทยเอง และพวกเราประเมินได้ว่าจริงๆ แล้ว ไม่มีความจริงจังหรือจริงใจบรรลุข้อตกลงกับเราแต่ต้น แต่ปล่อยข่าวเพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการเมืองมากกว่า

เมื่อถามย้ำแสดงว่าไม่เชื่อใจพรรคเพื่อไทยที่เสนอชื่อนายชัยเกษมใช่หรือไม่ หัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า จนถึงวินาทีนี้ ภายหลังพรรคประชาชนบรรลุข้อตกลงเรียบร้อย และมีการปล่อยข่าวลักษณะนี้อยู่ แสดงให้เห็นว่าเราเองไม่สามารถเชื่อคำพูดที่กลับไปกลับมาแบบนี้ได้

นักวิชาการเตือน ปชช. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ?

ในประเด็นที่นักวิชาการฝ่ายประชาธิปไตยหลายคนออกมาเตือน อยากให้พรรคประชาชนพิจารณาใหม่ เพราะการโหวตพรรคภูมิใจไทยเหมือนสนับสนุนกลุ่มทำลายกระบวนการนิติรัฐ นิติธรรม และทำนิติสงคราม นายณัฐพงษ์ เผยว่า เรารับฟังและทำความเข้าใจอย่างรอบด้าน พร้อมพิสูจน์ตัวเองในกรอบเวลาต่อจากนี้ ผ่านการทำหน้าที่ทุกอย่างของเรา และอยากยืนยันทุกคน วันนี้สิ่งที่ตนและพรรคประชาชนจำเป็นต้องทำคือหนักแน่นต่อการตัดสินใจของเรา เราไม่ได้เพิ่งมาคิดไม่กี่วันที่ผ่านมา แต่มองเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้น 2 เดือนที่แล้ว เราได้ประเมินสถานการณ์ ชั่งน้ำหนักทุกด้าน ไตร่ตรองรอบคอบ ก่อนออกมติพรรค เชื่อว่าเป็นทางออกที่ดีที่สุดให้กับประเทศจริงๆ

ทางด้านคำถาม หากภูมิใจไทยทำนิติสงครามขึ้น มีการเรียกร้องให้พรรคประชาชนต้องรับผิดชอบ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก่อนที่ตนและพรรคประชาชนจะต้องรับผิดชอบอย่างไร ต้องดูที่การกระทำของพวกเราด้วย กรณีที่เราได้เรียกร้องและให้ข้อคิดเห็นในตอนเช้าว่า เราไม่เห็นด้วยกับนิติสงคราม ไม่ว่าฟ้องร้อง มาตรา 157 หรือมาตรา 112 ที่ผ่านมา เรียนตามข้อเท็จจริง ตนและพรรคประชาชนไม่มีอำนาจสั่งการใดๆ แต่เรามีอำนาจฝ่ายค้านเสียงข้างมาก ใช้เสียงที่เรามีกำกับทิศทางรัฐบาลต่อจากนี้ เพื่อเปิดทางทำรัฐธรรมนูญใหม่

“ต้องดูต่อไปในอนาคต รัฐบาลเฉพาะกิจทำอะไรไม่ถูกต้อง เป็นหน้าที่ฝ่ายค้านอย่างพวกเราตรวจสอบตรงไปตรงมา ทำเต็มที่ ไม่มีออมมือทั้งสิ้น เช่น การอภิปรายไม่ไว้วางใจ เป็นต้น”

ขณะที่หลายคนมองตอนแรกโหวตหนุนภูมิใจไทย แล้วไปค้านในอนาคตจะทำได้จริงหรือ นายณัฐพงษ์ เผยว่า สิ่งที่สังคมต้องมองแยกให้ออกคือเรื่องการใช้เสียงในสภาฯ เพื่อเดินหน้าสู่ทางออกของประเทศ กับการร่วมรัฐบาล ยืนยันอีกครั้งว่าการโหวตนายอนุทินไม่ใช่ร่วมรัฐบาล แต่หาทางออกของประเทศ เราทำหน้าที่ฝ่ายค้านเต็มที่

ในกรณีอดีตแกนนำพรรคก้าวไกล และ สส.บางคน เสนอว่าไม่อยากให้พรรคประชาชนเป็นตัวประกอบภาพยนตร์ที่ทำสัญญากับปีศาจนั้น นายณัฐพงษ์ ตอบว่า เป็นสิ่งที่พวกเราต้องพิสูจน์ หลังจากนี้อีก 4 เดือน หลังแถลงนโยบายต่อรัฐสภา พรรคประชาชนจะใช้เสียง 140 กว่าเสียง กำกับทิศทางรัฐบาล นำไปสู่สิ่งที่เราตั้งเป้าไว้มากน้อยแค่ไหน เชื่อว่าเราทำได้ ส่วนกรณีที่ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกล และอดีตแกนนำก้าวไกลคนอื่นๆ เคยบอกว่าไม่ควรดีลกับปีศาจนั้น คิดว่าสิ่งที่เราเคยบอกว่าดีลปีศาจ ต้องดูว่าดีลเพื่อผลประโยชน์ของใคร เพื่อผลประโยชน์ตัวเอง หรือเราใช้อำนาจที่เรามี ได้รับมอบจากประชาชน หาทางออกให้กับประเทศ ที่สำคัญมากกว่า เชื่อว่าองคาพยพของเราเข้าใจ

ผู้สื่อข่าวถามอีกว่าไม่เสียดายใช่หรือไม่ที่ตัดสินใจดีลกับพรรคภูมิใจไทย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ไม่เสียดาย และไม่คิดที่จะไปทบทวนในสิ่งที่เกิดขึ้นแน่นอน เดินหน้าหาทางออกให้กับประเทศ คิดว่าเป็นเรื่องประธานสภาฯ บรรจุวาระแล้วว่าจะเดินหน้าต่อ หรือโหวตนายกรัฐมนตรีคนใหม่อย่างไรบ้าง ถ้าอนาคตนายอนุทินไม่ยุบสภา เราประเมินไว้หมดแล้ว และเราจะประเมินทุกวันต่อจากนี้ หลังโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีไปแล้ว ถ้าเราเริ่มเห็นแล้วว่านายอนุทินไม่พยายามปฏิบัติตามสัญญาที่ตกลงกัน เราพร้อมใช้เสียงในสภาฯ ยื่นมติไม่ไว้วางใจทันที

เมื่อถามต่อไป หากกำหนด 4 เดือน แต่เกิดสถานการณ์รัฐบาลต้องกำกับดูแลประเทศต่อ ต้องคุยกันอีกรอบหรือไม่ นายณัฐพงษ์ เชื่อว่าตอนนี้กรอบสำคัญของเราคือตามข้อตกลงที่ได้บอกว่า สถานการณ์ในอนาคตไม่ว่าเรื่องใหญ่ ไทย-กัมพูชา หรือภาษีทรัมป์ เราให้ประชาชนตัดสิน เราจำเป็นต้องมีรัฐบาลชุดใหม่แก้ไขในส่วนนี้

สำหรับกรณีข้อครหาบางพรรคในรัฐบาลใหม่จะเข้าไปแทรกแซงองค์กรอิสระต่างๆ เพราะเงื่อนไข 5 ข้อของพรรคประชาชนไม่มีระบุส่วนนี้จะทำอย่างไร หัวหน้าพรรคประชาชนยืนยันผ่านการแถลงครั้งนี้อีกครั้งว่า ถ้าหากว่ามีการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรม โดยเฉพาะสะสางคดีของตนและพวกพ้อง พรรคประชาชนไม่มีทางยอมรับได้ พร้อมยื่นญัตติอภิปรายไม่ไว้วางใจทันที

“ทุกๆ อย่างอาจไม่ได้ตอบลงรายละเอียดมากนัก ตอบบนหลักการที่ทุกคนเข้าใจได้ ดูเรื่องการกระทำที่วิญญูชนเห็น ถ้าเชื่อว่านายอนุทิน ในฐานะนายกฯ มีความเป็นไปได้มากที่สุดคนต่อไป ใช้อำนาจยุ่งเกี่ยว เป็นอำนาจของ ปชน.ล้มอำนาจที่ไม่มีความชอบธรรม”

“เท้ง” ยัน ปชน. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ

ส่วนถ้าพรรคเพื่อไทยยืดเยื้อหรือล้มการโหวตนายกรัฐมนตรีนั้น นายณัฐพงษ์ มองว่า การเดินเกมในสภาฯ เป็นเรื่องปกติ รวมถึงการโหวตนายกรัฐมนตรี แต่อยากให้ทุกคนเรียกร้อง ณ ตอนนี้คือเดินหน้าเปิดประตูสู่ทางออกของประเทศ เพราะความชัดเจนของพรรคประชาชน คือพรรคเพื่อไทยไม่ได้เดินหน้ายุบสภาก่อน ต่อมาเสนอชื่อ นายชัยเกษม มาชิงเก้าอี้นายกรัฐมนตรี มองว่าพรรคเพื่อไทยตีรวน

ขณะที่สุดท้ายถ้านายอนุทินได้เป็นนายกรัฐมนตรีแล้วถูกคดีจริยธรรมสอยก่อนยุบสภา มองถึงนายกรัฐมนตรีคนที่ 4 หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ยังไม่ได้คิดถึงเรื่องนั้น แต่การโดนคดีจริยธรรม พรรคประชาชนบอกตลอดว่าเราไม่เห็นด้วยกับการใช้กระบวนการแบบนี้.

ท่าทีของพรรคประชาชนในการสนับสนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ นั้น แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการหาทางออกให้กับประเทศ แม้จะมีความเห็นต่างจากหลายฝ่าย แต่การตัดสินใจครั้งนี้ก็มาจากการพิจารณาอย่างรอบคอบแล้ว

ที่มา – “เท้ง” ยัน ปชน. หนุน “อนุทิน” นั่งนายกฯ เมินข้อเสนอเพื่อไทย ชี้ พูดกลับไปกลับมา

ลอนดอน ซิตี้ เจรจาคว้าตัว เกโยโร่ ร่วมทีม

ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ กำลังเจรจากับปารีส แซงต์-แชร์กแมง เพื่อคว้าตัวกองกลาง เกรซ เกโยโร่ เนื่องจากพวกเขากำลังมองหาการย้ายทีมครั้งใหญ่ในวันสุดท้ายของการซื้อขายนักเตะในศึกวีเมนส์ซูเปอร์ลีก

ดาวเตะทีมชาติฝรั่งเศสรายนี้ ซึ่งติดทีมชาติไปแล้ว 103 นัด อยู่กับเปแอสเชมาตลอดอาชีพค้าแข้ง หลังจากก้าวขึ้นมาจากทีมเยาวชนของพวกเขา

ดาวเตะวัย 28 ปีรายนี้เป็นผู้เล่นคนสำคัญของพวกเขา และเป็นหนึ่งในกองกลางที่น่าตื่นเต้นที่สุดในยุโรป ด้วยประสบการณ์มากมายในแชมเปี้ยนส์ลีก

เธอออกสตาร์ทเป็นตัวจริงใน 3 จาก 4 เกมของฝรั่งเศสในศึกยูโร 2025 โดยยิงไป 2 ประตูขณะที่พวกเขาเข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศ

เชื่อกันว่า เกโยโร่ กำลังผลักดันให้ย้ายทีม และไม่ได้ฝึกซ้อมกับเปแอสเชขณะที่ทั้งสองสโมสรกำลังเจรจากัน

ลอนดอน ซิตี้ ซึ่งเป็นทีมแรกที่ไม่มีความเกี่ยวข้องกับสโมสรชายใดๆ ที่ได้รับสิทธิ์เข้าสู่ WSL เป็นเจ้าของโดยมิเชล คัง นักธุรกิจหญิงชาวอเมริกันผู้ร่ำรวย และคาดว่าจะต้องจ่ายค่าตัวจำนวนมากหากพวกเขาเซ็นสัญญากับ เกโยโร่

สโมสรที่เพิ่งเลื่อนชั้นขึ้นมาใหม่ได้ประกาศเจตนารมณ์ของพวกเขาด้วยการเซ็นสัญญานักเตะในช่วงซัมเมอร์ ซึ่งรวมถึงนิกิตา ปาร์ริส กองหน้าทีมชาติอังกฤษ, ดานielle van de Donk กองกลางชาวดัตช์ และเคธี่ เซเล็ม อดีตกัปตันทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

ลอนดอน ซิตี้ เจรจาคว้าตัว เกโยโร่ ร่วมทีม

ทำไมลอนดอน ซิตี้ ถึงต้องการ เกรซ เกโยโร่?

การมาของ เกรซ เกโยโร่ จะเป็นการยกระดับทีมลอนดอน ซิตี้ อย่างมาก ด้วยประสบการณ์และทักษะที่ยอดเยี่ยมของเธอ จะช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งในแดนกลาง และสามารถแข่งขันกับทีมชั้นนำอื่นๆ ในลีกได้อย่างสูสีมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การมีผู้เล่นระดับนานาชาติอย่าง เกโยโร่ ยังเป็นการดึงดูดความสนใจจากแฟนบอลและนักลงทุน ซึ่งเป็นผลดีต่อการพัฒนาสโมสรในระยะยาว

การลงทุนในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าของทีมที่จะสร้างทีมที่แข็งแกร่งและประสบความสำเร็จในวีเมนส์ซูเปอร์ลีก การคว้าตัวผู้เล่นที่มีชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้เล่นคนอื่นๆ และดึงดูดผู้เล่นที่มีศักยภาพให้เข้ามาร่วมทีมมากยิ่งขึ้น

  • ประสบการณ์สูง: เกโยโร่ มีประสบการณ์มากมายในการเล่นระดับสูง ทั้งในลีกและระดับนานาชาติ
  • ทักษะรอบด้าน: เธอเป็นกองกลางที่มีทักษะครบเครื่อง ทั้งการจ่ายบอล การเลี้ยงบอล และการยิงประตู
  • ความเป็นผู้นำ: เธอเป็นผู้นำในทีมชาติฝรั่งเศส และสามารถนำประสบการณ์และความเป็นผู้นำมาสู่ทีมลอนดอน ซิตี้ได้

ผลกระทบต่อทีมลอนดอน ซิตี้

หากการเจรจาสำเร็จลุล่วง เกโยโร่ จะกลายเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีมลอนดอน ซิตี้ อย่างไม่ต้องสงสัย เธอจะเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในแดนกลาง และช่วยให้ทีมมีความสมดุลมากยิ่งขึ้น นอกจากนี้ การมีผู้เล่นอย่าง เกโยโร่ ยังจะช่วยสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีม และผลักดันให้พวกเขาพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้น

การเซ็นสัญญาครั้งนี้ จะเป็นการส่งสัญญาณไปยังทีมอื่นๆ ในลีกว่าลอนดอน ซิตี้ไม่ได้มาเล่นๆ แต่พวกเขาต้องการที่จะแข่งขันและประสบความสำเร็จในวีเมนส์ซูเปอร์ลีก การลงทุนในผู้เล่นคุณภาพสูงอย่างต่อเนื่อง จะช่วยให้ทีมมีความแข็งแกร่งและสามารถต่อสู้เพื่อแย่งชิงแชมป์ได้อย่างเต็มที่

มองไปข้างหน้า

การคว้าตัว เกรซ เกโยโร่ อาจเป็นการเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในวงการฟุตบอลหญิง การที่ทีมอย่างลอนดอน ซิตี้ สามารถดึงดูดผู้เล่นระดับโลกมาร่วมทีมได้ แสดงให้เห็นว่าวงการฟุตบอลหญิงกำลังเติบโตและได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้น หากทีมอื่นๆ ลงทุนในผู้เล่นและพัฒนาทีมอย่างต่อเนื่อง เราอาจได้เห็นการแข่งขันที่เข้มข้นและน่าติดตามมากยิ่งขึ้นในอนาคต

คุณคิดว่าการย้ายทีมของเกโยโร่ จะส่งผลกระทบต่อลอนดอน ซิตี้ มากแค่ไหน? มาร่วมแสดงความคิดเห็นกันได้เลย!

Ben Haines, Ellen White และ Jen Beattie กลับมาอีกครั้งในพอดแคสต์ Women’s Football Weekly ฤดูกาลใหม่ พบกับตอนใหม่ทุกวันอังคารทาง BBC Sounds รวมถึงบทสัมภาษณ์และเนื้อหาพิเศษจาก Women’s Super League และอื่นๆ ได้ที่ Women’s Football Weekly feed

ที่มา – London City in talks to sign France’s Geyoro

“กมธ.ตำรวจ” เลื่อนฟังชี้แจง “โผนายพล”!

คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร มีมติเลื่อนการฟังคำชี้แจงเรื่อง “โผนายพล” ตามคำร้องของ “บิ๊กเต่า” เนื่องจาก “บิ๊กต่าย” มอบหมายให้ “อาชยน” ชี้แจงแทน แต่กลับมีการมอบหมายให้ผู้อื่นชี้แจงแทนอีกทอด มองว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกลไกการตรวจสอบของฝ่ายนิติบัญญัติ จึงเลื่อนการพิจารณาในนัดหน้า และยืนยันว่าผู้เกี่ยวข้องต้องมาชี้แจงด้วยตนเอง

เมื่อวันที่ 4 กันยายน 2568 ณ รัฐสภา คณะกรรมาธิการ (กมธ.) ตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมี น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นประธาน ได้พิจารณาวาระเรื่องหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งสูงขึ้น และโยกย้ายสับเปลี่ยนหมุนเวียนของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือที่เรียกกันว่า “โผนายพลตำรวจ”

โดยได้เชิญผู้เกี่ยวข้องมาชี้แจง อาทิ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รองผู้บัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (รอง ผบช.ก.), พล.ต.อ.กิตติรัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ซึ่งมอบหมายให้ พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล ในฐานะผู้แทน ผบ.ตร., พล.ต.ท.ธนพล ศรีโสภา รองจเรตำรวจแห่งชาติ, พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์, พล.ต.ต.ฐายุฏฐ์ จันทร์ถาวร, ว่าที่ พ.ต.อ.อดิศักดิ์ อรพันธ์ ตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ เข้าร่วมชี้แจง

ภายหลังการประชุมเริ่มต้นได้ประมาณ 20 นาที ที่ประชุม กมธ.ตำรวจ ได้ลงมติให้เลื่อนการพิจารณาเรื่องนี้ออกไปในการประชุมครั้งหน้า เนื่องจากเห็นว่าผู้ที่มาชี้แจงไม่ได้ให้เกียรติ กมธ.ตำรวจ เพราะ ผบ.ตร. มอบหมายให้ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพลมาชี้แจงแทน แต่ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพลกลับมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนอีกทอด แถมยังแจ้งให้ กมธ. ทราบก่อนการประชุมเพียงครึ่งชั่วโมง ที่ประชุมจึงมีมติให้ออกหนังสือเชิญตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และของวุฒิสภา พ.ศ.2568 มาตรา 8 ยืนยันที่จะเชิญ ผบ.ตร. มาชี้แจงด้วยตนเอง

น.ส.สุณัฐชา เปิดเผยภายหลังการประชุมว่า การประชุมในครั้งนี้ต้องเลื่อนออกไปพิจารณาในคราวหน้า เพราะมีการมอบหมายให้บุคคลอื่นมาชี้แจงแทนถึงสองชั้น กมธ.ตำรวจจึงเห็นว่าเป็นการไม่ให้เกียรติกลไกของสภาผู้แทนราษฎรที่ทำหน้าที่ตรวจสอบ หากเป็นการมาชี้แจงถึงหลักเกณฑ์ในการพิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายปรับเลื่อนตำแหน่ง ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร กมธ.ตำรวจจึงมีมติเห็นพ้องว่า จะเชิญบุคคลที่เกี่ยวข้องมาชี้แจงในเรื่องนี้ในการประชุมครั้งหน้า โดยจะประสานงานภายในก่อน ไม่อยากออกหนังสือตาม พ.ร.บ.อำนาจเรียกของคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎร และของวุฒิสภา พ.ศ.2568 มาตรา 8 เพราะจะเป็นบันทึก และจะมีผลกระทบต่อการพิจารณา รวมถึงมีผลต่อวินัยของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ จึงขอความร่วมมือผู้เกี่ยวข้องให้มาตามที่ กมธ.ตำรวจเชิญไป

ทั้งนี้ หาก พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผู้บัญชาการสำนักงานกำลังพล จะมาชี้แจงแทน ผบ.ตร. ในกรณีที่มีภารกิจติดพัน กมธ.ตำรวจ ยินดีรับได้ แต่ไม่ใช่มอบหมายให้บุคคลอื่นมาอีกทอดหนึ่ง

“ยืนยันว่า กมธ.ตำรวจ ทำหน้าที่ในฝ่ายนิติบัญญัติยังมีอำนาจเต็มในการตรวจสอบ อย่ามองว่าสถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้ อยู่ในห้วงสูญญากาศแล้วจะกระทำการเช่นนี้” น.ส.สุณัฐชา กล่าว

“กมธ.ตำรวจ” เลื่อนฟังคำชี้แจง “โผนายพล”

เรื่องนี้ถือเป็นประเด็นที่น่าสนใจอย่างยิ่ง เพราะแสดงให้เห็นถึงความพยายามในการตรวจสอบการทำงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติโดยฝ่ายนิติบัญญัติ การเลื่อนการพิจารณาเนื่องจากการมอบหมายตัวแทนที่ไม่เหมาะสม สะท้อนให้เห็นถึงความเอาจริงเอาจังของ กมธ.ตำรวจ ในการทำหน้าที่ของตนเอง

ทำไม “กมธ.ตำรวจ” ถึงต้องตรวจสอบเรื่อง “โผนายพล”?

การตรวจสอบเรื่อง “กมธ.ตำรวจ” และ “โผนายพล” เป็นสิ่งสำคัญ เนื่องจากเกี่ยวข้องกับความโปร่งใสและความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง ซึ่งมีผลต่อประสิทธิภาพการทำงานและความเชื่อมั่นของประชาชน หากกระบวนการแต่งตั้งไม่โปร่งใส อาจนำไปสู่การทุจริตและประพฤติมิชอบได้ “กมธ.ตำรวจ” จึงมีบทบาทสำคัญในการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจ เพื่อให้การบริหารงานของสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นไปอย่างถูกต้องและเป็นธรรม

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่าฝ่ายนิติบัญญัติพร้อมที่จะทำหน้าที่ตรวจสอบอย่างเข้มงวด เพื่อให้มั่นใจว่ากระบวนการต่างๆ เป็นไปตามกฎหมายและหลักธรรมาภิบาล การที่ “กมธ.ตำรวจ” ยืนยันที่จะเชิญ ผบ.ตร. มาชี้แจงด้วยตนเอง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะแสวงหาความจริงและสร้างความโปร่งใสในกระบวนการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจระดับสูง

การเลื่อนการฟังคำชี้แจงในครั้งนี้ อาจส่งผลให้การพิจารณา “โผนายพล” ล่าช้าออกไป แต่เชื่อว่าจะเป็นประโยชน์ในระยะยาว เพราะจะทำให้ทุกฝ่ายได้ทบทวนและปรับปรุงกระบวนการให้มีความโปร่งใสและเป็นธรรมมากยิ่งขึ้น การตรวจสอบอย่างละเอียดถี่ถ้วนจะช่วยป้องกันข้อครหาและการทุจริตที่อาจเกิดขึ้น และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ที่มา – “กมธ.ตำรวจ” มีมติเลื่อนฟังคำชี้แจง “โผนายพล” เหตุส่งคนอื่นแจงหลายทอด

ทำไมอังกฤษถึงเล่นกับอันดอร์ราที่วิลล่าพาร์ค?

ทำไมอังกฤษถึงเล่นกับอันดอร์ราที่วิลล่าพาร์ค ในเบอร์มิงแฮมในวันเสาร์? คำตอบคือ คอนเสิร์ตของ Coldplay ที่เวมบลีย์

โดยปกติแล้วทีมชาติอังกฤษจะเล่นเกมเหย้าที่สนามเวมบลีย์ในลอนดอน แต่การจัดคอนเสิร์ตของ Coldplay ที่สนามกีฬาแห่งชาติทำให้ทีมชาติอังกฤษมีโอกาสที่จะย้ายการแข่งขันไปทั่วประเทศ

เวมบลีย์เป็นเจ้าภาพจัดการแสดงของ Coldplay ทั้งในวันพฤหัสบดีและวันเสาร์

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทีมชายและทีมหญิงของอังกฤษได้เล่นเกมที่ได้รับการคัดเลือกทั่วประเทศ

เกมกระชับมิตรของอังกฤษกับเซเนกัลในเดือนมิถุนายนก็ตรงกับฤดูคอนเสิร์ตเช่นกัน ดังนั้นเกมดังกล่าวจึงถูกจัดขึ้นที่สนามซิตี้กราวด์ของน็อตติงแฮมฟอเรสต์

การแข่งขันนี้จะเป็นครั้งแรกของอังกฤษที่สนามเหย้าของแอสตันวิลล่านับตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์ 2548 เมื่อทีมชาติอังกฤษเสมอ 0-0 ในเกมกระชับมิตรกับเนเธอร์แลนด์

ก่อนหน้านี้อังกฤษเคยเล่นที่วิลล่าพาร์คมาแล้ว 9 ครั้ง โดยชนะ 4 เสมอ 4 และแพ้ 1 ครั้ง

เมื่อต้นปีนี้ เมื่อวิลล่าพาร์คได้รับการยืนยันว่าเป็นสถานที่จัดการแข่งขัน โค้ชทีมชาติอังกฤษ โธมัส ทูเคิล กล่าวว่า “เรารู้สึกตื่นเต้นที่จะได้เล่นที่วิลล่าพาร์ค ซึ่งเป็นอีกสนามที่มีประวัติศาสตร์มากมาย

“จากที่เคยมาเยือนสนามแห่งนี้ในฤดูกาลนี้ ผมรู้ว่าสนามแห่งนี้สามารถสร้างบรรยากาศที่ยอดเยี่ยมได้ และตั้งอยู่ใกล้กับ St. George’s Park ซึ่งเป็นผลดีต่อการเตรียมตัวของเรา

“เราหวังว่าจะสามารถสร้างบรรยากาศพิเศษอีกครั้งและสร้างโอกาสที่น่าจดจำสำหรับแฟนๆ ทุกคน”

ทำไมอังกฤษถึงเล่นกับอันดอร์ราที่วิลล่าพาร์ค?

ตั้งแต่ปี 2018 อังกฤษยังได้เล่นเกมเหย้าที่ City Ground, St James’ Park ของนิวคาสเซิล, Old Trafford ของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และ Molineux ของวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส

สนาม Riverside ของ Middlesbrough, St Mary’s ของ Southampton, King Power Stadium ของ Leicester City และ Elland Road ของ Leeds United ก็เคยเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเช่นกัน

สนามกีฬาที่ได้รับการคัดเลือกจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับของยูฟ่าและมีศูนย์ฝึกอบรมที่เหมาะสมในบริเวณใกล้เคียงด้วย

เกมรอบคัดเลือกฟุตบอลโลกที่เหลืออยู่ของอังกฤษในปี 2025 จะจัดขึ้นที่เวมบลีย์ทั้งสองเกม โดยพบกับเวลส์และเซอร์เบีย

บทความนี้เป็นบทความล่าสุดจากทีม Ask Me Anything ของ BBC Sport

ทำไมอังกฤษถึงเลือกวิลลาพาร์คในการแข่งกับอันดอร์รา?

Ask Me Anything เป็นบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณรู้

ทีมงานจะค้นหาทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ของเรา

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าวของ BBC Sport และเบื้องหลังเหตุการณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ BBC Sport, แอป, โซเชียลมีเดีย และบัญชี YouTube รวมถึง BBC TV และวิทยุ

ทำไมอังกฤษถึงเล่นกับอันดอร์ราที่วิลล่าพาร์ค แทนที่จะเป็นเวมบลีย์นั้น นอกจากเรื่องคอนเสิร์ตแล้ว การกระจายเกมไปยังสนามต่างๆ ทั่วประเทศยังช่วยให้แฟนบอลในท้องถิ่นได้มีโอกาสชมเกมทีมชาติมากขึ้น และยังเป็นการสร้างบรรยากาศที่แตกต่างและน่าตื่นเต้นอีกด้วย การที่อังกฤษกลับมาเล่นที่วิลล่าพาร์คหลังจากห่างหายไปนานหลายปี น่าจะเป็นประสบการณ์ที่พิเศษสำหรับแฟนบอลที่เบอร์มิงแฮมและพื้นที่ใกล้เคียง

ที่มา – Why are England playing Andorra at Villa Park?

ลอนดอน ซิตี้ ใส่เสื้อพิเศษ ในนัดเปิด WSL

สโมสรน้องใหม่ในศึกวีเมนส์ ซูเปอร์ลีก (WSL) อย่าง ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ จะสวมเสื้อที่มีสโลแกน ‘ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง’ ที่ด้านหน้าของเสื้อในเกมเปิดฤดูกาลที่จะพบกับอาร์เซนอลในวันเสาร์นี้ ถือเป็นการแสดงจุดยืนที่น่าสนใจและส่งเสริมให้ ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง มากยิ่งขึ้น

ลอนดอน ซิตี้ ได้ร่วมมือกับบริษัทสื่อ Togethxr ซึ่งก่อตั้งโดยนักกีฬาหญิง รวมถึงอเล็กซ์ มอร์แกน นักเตะอเมริกัน ผู้ชนะการแข่งขันฟุตบอลโลกสองสมัย

แบรนด์ ‘Everyone Watches’ ของ Togethxr ได้ร่วมงานกับนักเทนนิสอย่าง Aryna Sabalenka และ Qinwen Zheng ในรายการ US Open ที่ผ่านมา สร้างความฮือฮาให้กับวงการกีฬาเป็นอย่างมาก

บริษัทนี้ก่อตั้งโดย มอร์แกน, ซู เบิร์ด ผู้ชนะเลิศ WNBA สี่สมัย, ซิโมน มานูเอล นักว่ายน้ำเหรียญทองโอลิมปิก และโคลอี้ คิม นักสโนว์บอร์ดหญิงที่อายุน้อยที่สุดที่ได้รับเหรียญทองโอลิมปิก แสดงให้เห็นถึงพลังของผู้หญิงในวงการกีฬา

นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทที่นำโดยนักกีฬาหญิงจะปรากฏตัวในฐานะผู้สนับสนุนเสื้อให้กับทีมกีฬาสตรีอาชีพ ซึ่งเป็นก้าวสำคัญในการสนับสนุนความเท่าเทียมทางเพศในวงการกีฬา

ลอนดอน ซิตี้ เป็นทีมอิสระอย่างเต็มตัวทีมแรกที่ได้เล่นใน WSL หลังจากได้รับการเลื่อนชั้นจากแชมเปี้ยนชิพเมื่อฤดูกาลที่แล้ว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความแข็งแกร่งของทีม

มิเคเล คัง เจ้าของทีมกล่าวว่า “ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ ก่อตั้งขึ้นเพื่อสร้างจินตนาการใหม่ให้กับฟุตบอลหญิง โดยมีความกล้าหาญ เป็นอิสระ และขับเคลื่อนฟุตบอลหญิงไปข้างหน้า”

“การได้เห็น ‘ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง’ บนชุดแข่งของเราเป็นคำกล่าวที่ทรงพลัง และเราหวังว่าจะได้เริ่มต้นการสนทนาที่มีอิทธิพลซึ่งจะพัฒนาวงการกีฬาสตรีต่อไป” คังกล่าวเสริม

คัง ซึ่งกลุ่ม Kynisca Sports International ของเธอยังเป็นเจ้าของ Washington Spirit และ OL Lyonnes ได้ลงทุนอย่างหนักในลอนดอน ซิตี้ นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการในเดือนธันวาคม 2023

นอกเหนือจากสิ่งอำนวยความสะดวกในการฝึกซ้อมใหม่แล้ว ยังมีการเซ็นสัญญานักเตะใหม่ถึง 15 คนในช่วงซัมเมอร์นี้ รวมถึงนิกิต้า ปาร์ริส กองหน้าทีมชาติอังกฤษ, ดานิเอลเล ฟาน เดอ ดองค์ กองกลางทีมชาติเนเธอร์แลนด์ และเอเลนา ลินารี กองหลังทีมชาติอิตาลี เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีม

ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง: สโลแกนบนเสื้อแข่ง

การที่ลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ เลือกใช้สโลแกน ‘ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง’ บนเสื้อแข่งนั้น ถือเป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการส่งเสริมและสนับสนุนกีฬาสตรีให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในวงกว้างมากยิ่งขึ้น การตัดสินใจครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการประชาสัมพันธ์สโมสร แต่ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักกีฬาหญิงและแฟนกีฬาอีกด้วย

ความสำคัญของแคมเปญ ‘ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง’

แคมเปญ ‘ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง’ มีความสำคัญอย่างยิ่งในการทลายกำแพงและอคติที่กีดขวางการเติบโตของกีฬาสตรี การผลักดันให้ ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มจำนวนผู้ชม แต่ยังเป็นการสร้างความเข้าใจและ Appreciation ในทักษะ ความสามารถ และความมุ่งมั่นของนักกีฬาหญิง การสนับสนุนในครั้งนี้จะนำไปสู่การลงทุนที่มากขึ้น โอกาสที่มากขึ้น และการยอมรับที่มากขึ้นในวงการกีฬา

การที่สโมสรอย่างลอนดอน ซิตี้ ไลออนเนสส์ กล้าที่จะแสดงจุดยืนอย่างชัดเจนเช่นนี้ แสดงให้เห็นถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและบทบาทในการเป็นผู้นำในการเปลี่ยนแปลงทัศนคติเกี่ยวกับกีฬาสตรี

การลงทุนและแคมเปญต่างๆ ที่เกิดขึ้นนี้สะท้อนให้เห็นว่าวงการกีฬาสตรีกำลังเติบโตอย่างต่อเนื่อง และได้รับการสนับสนุนจากหลายภาคส่วนมากยิ่งขึ้น สิ่งนี้เป็นสัญญาณที่ดีสำหรับอนาคตของกีฬาสตรี และกระตุ้นให้เกิดความเท่าเทียมทางเพศในวงการกีฬามากยิ่งขึ้น ทุกคนดู กีฬา ผู้หญิง และให้กำลังใจพวกเธอ

ที่มา – London City to wear special shirts in WSL opener