เปิด 3 แนวทาง คำสั่งศาลฎีกาฯ พิจารณา “ทักษิณ”
ประเมิน 3 แนวทาง คำสั่งศาลฎีกาฯ พิจารณา “ทักษิณ” คดีบังคับโทษ “ทักษิณ ชินวัตร” อดีตนายกฯ นอน รพ.ตำรวจ ชั้น 14 รอด-ไม่รอด
ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 9 ก.ย. ศาลนัดอ่านคำสั่งในคดีหมายเลขดำที่ บค.1/2568 เรื่องการบังคับโทษจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร จำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม.4/2551, คดีหมายเลขแดงที่ อม.10 /2552, คดีหมายเลขแดงที่ อม.5/2551 โดยศาลฎีกาฯ ได้ทำการไต่สวนพยานมาเป็นเวลา 7 นัด เพื่อหาข้อเท็จจริงในการบังคับโทษคดีถึงที่สุดกับนายทักษิณว่า เป็นไปตามผลคำพิพากษาของศาลฎีกาหรือไม่ ก่อนศาลนัดฟังคำสั่งในวันนี้ เวลา 10.00 น. และให้ออกหมายเรียกนายทักษิณ ชินวัตร มาฟังคำสั่งด้วย
สำหรับแนวทางคำสั่งของศาลฎีกาฯ ประเมินทิศทางไว้ว่า อาจจะออกมา 3 แนวทาง คือ
เปิด 3 แนวทาง คำสั่งศาลฎีกาฯ พิจารณา “ทักษิณ”
1. ศาลฎีกามีคำสั่งว่า มีการบังคับโทษถูกต้อง เจ้าหน้าที่กระทำถูกต้อง ผลคือ รอดทั้งหมด
2. ศาลฎีกามีคำสั่งว่า เจ้าหน้าที่กระทำไม่ถูกต้อง แต่มีการบังคับโทษถูกต้อง จะต้องส่งเรื่องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ต่อ ป.ป.ช. ว่าใครเข้าข่ายกระทำความผิดบ้าง ผลคือ ทักษิณ รอดคนเดียว
3. ศาลฎีกามีคำสั่งว่า ไม่เคยมีการบังคับโทษ หรือบังคับโทษไม่ถูกต้อง ส่ง “ทักษิณ” ดำเนินการบังคับโทษให้ครบ และส่งเรื่องดำเนินคดีเจ้าหน้าที่ต่อ ป.ป.ช. ใครเข้าข่ายกระทำความผิดบ้าง ผลคือ ไม่รอดทั้งหมด
วิเคราะห์ 3 แนวทางคำสั่งศาลฎีกาฯ พิจารณาคดี “ทักษิณ”
สถานการณ์ที่เกิดขึ้นนี้เป็นที่จับตามองของสังคมไทยอย่างใกล้ชิด เนื่องจากเกี่ยวข้องกับอดีตนายกรัฐมนตรีที่ยังคงมีผู้สนับสนุนและผู้ที่เห็นต่างจำนวนมาก การพิจารณาของศาลฎีกาฯ ในครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความเชื่อมั่นในกระบวนการยุติธรรมของประเทศ
แนวทางที่ 1: ศาลฎีกามีคำสั่งว่ามีการบังคับโทษถูกต้อง
หากศาลฎีกามีคำสั่งในแนวทางนี้ จะถือว่าเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการตามกฎหมายอย่างถูกต้องแล้ว และนายทักษิณจะได้รับการปล่อยตัวตามกระบวนการยุติธรรมที่กำหนดไว้ ผลกระทบที่จะเกิดขึ้นคือ ความขัดแย้งทางการเมืองอาจจะลดลง เนื่องจากฝ่ายที่สนับสนุนนายทักษิณจะมองว่ากระบวนการยุติธรรมได้ให้ความเป็นธรรมแล้ว
แนวทางที่ 2: ศาลฎีกามีคำสั่งว่าเจ้าหน้าที่กระทำไม่ถูกต้อง แต่มีการบังคับโทษถูกต้อง
ในกรณีนี้ จะมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษที่ไม่ถูกต้อง แต่ในส่วนของนายทักษิณเองจะถือว่าได้รับการบังคับโทษอย่างถูกต้องแล้ว แนวทางนี้อาจจะสร้างความไม่พอใจให้กับทั้งสองฝ่าย ทั้งฝ่ายที่สนับสนุนนายทักษิณและฝ่ายที่เห็นต่าง เนื่องจากฝ่ายหนึ่งอาจมองว่าเจ้าหน้าที่ควรได้รับโทษ ในขณะที่อีกฝ่ายอาจมองว่านายทักษิณควรได้รับการพิจารณาใหม่
แนวทางที่ 3: ศาลฎีกามีคำสั่งว่าไม่เคยมีการบังคับโทษ หรือบังคับโทษไม่ถูกต้อง
หากศาลฎีกามีคำสั่งในแนวทางนี้ จะส่งผลกระทบอย่างมากต่อนายทักษิณ เนื่องจากจะต้องกลับเข้าสู่กระบวนการบังคับโทษใหม่อีกครั้ง นอกจากนี้ ยังจะมีการดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องด้วย แนวทางนี้อาจจะทำให้เกิดความขัดแย้งทางการเมืองมากขึ้น เนื่องจากฝ่ายที่สนับสนุนนายทักษิณอาจมองว่ากระบวนการยุติธรรมไม่เป็นธรรม
ไม่ว่าผลการพิจารณาของศาลฎีกาฯ จะออกมาในแนวทางใด สิ่งสำคัญที่สุดคือทุกฝ่ายควรเคารพในการตัดสินของศาล และใช้กระบวนการทางกฎหมายในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เพื่อให้สังคมไทยสามารถเดินหน้าต่อไปได้อย่างสงบสุข
การพิจารณาของศาลฎีกาฯ ในคดีนี้จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เพราะจะมีผลต่ออนาคตทางการเมืองของนายทักษิณและเสถียรภาพของประเทศ
ดังนั้น คำสั่งศาลฎีกาฯ พิจารณา “ทักษิณ” ในครั้งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทุกคนควรให้ความสนใจและติดตามอย่างใกล้ชิด เพื่อทำความเข้าใจถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อสังคมไทยในอนาคต
ที่มา – เปิด 3 แนวทาง คำสั่งศาลฎีกาฯ พิจารณา “ทักษิณ” คดีชั้น 14


