วัน: 10 กันยายน 2025

“บิ๊กเล็ก” ประชุม GBC ไทย-กัมพูชา ลดตึงเครียดชายแดน

จับตา “บิ๊กเล็ก” นำคณะเปิดโต๊ะประชุมหารือความมั่นคง GBC สมัยพิเศษที่เกาะกง ลดตึงเครียดชายแดน ลดระดับการใช้กำลังทหาร และการยุติวาทกรรมยั่วยุ หาทางออกปัญหาตามแนวชายแดนอย่างสันติ

ความคืบหน้าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เมื่อช่วงเช้าวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่บริเวณด่านชายแดนบ้านหาดเล็ก อ.คลองใหญ่ จ.ตราด พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม รักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นำคณะลงพื้นที่ชายแดนจังหวัดตราด ร่วมประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป หรือ GBC ไทย–กัมพูชา ที่จังหวัดเกาะกง ประเทศกัมพูชา

โดยคณะได้ใช้รถยนต์เป็นขบวนเดินทางเข้าไปยังจังหวัดเกาะกง คาดว่าจะใช้เวลาประชุมประมาณ 2- 3 ชั่วโมง และเดินทางกลับเข้ามายังพื้นที่ของ อ.คลองใหญ่ ผ่านด่านถาวรชายแดนบ้านหาดเล็ก ซึ่งบรรยากาศหน้าด่านยังคงมีการปิดด่านต่อเนื่อง บรรยากาศทั่วไปเงียบเหงา จากนั้นทางคณะเดินทางไปประชุมต่อยังโรงแรมเซ็นทารา ชายทะเลแอนด์วิลล่า จังหวัดตราด ในเวลา 12.30 น.ของวันนี้

เบื้องต้นการประชุมครั้งนี้ มุ่งเน้นการหารือความร่วมมือด้านความมั่นคงชายแดน การป้องกันและแก้ไขปัญหาที่อาจกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ ตลอดจนเสริมสร้างความร่วมมือด้านเศรษฐกิจ และความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ชายแดน

สำหรับการประชุม GBC ครั้งนี้ มีสาระสำคัญ ได้แก่ การติดตามความคืบหน้าการจัดทำข้อตกลงหยุดยิง และผลลัพธ์จากการประชุมคณะกรรมการชายแดนส่วนภูมิภาค หรือ RBC สมัยวิสามัญ ,การหารือมาตรการลดตึงเครียดชายแดน ลดระดับการใช้กำลังทหาร และการยุติวาทกรรมยั่วยุ พร้อมฟื้นฟูความเชื่อมั่นระหว่างกัน ,ความร่วมมือในทางปฏิบัติ เช่น การเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการบริหารจัดการชายแดน รวมถึงกำหนดกรอบภารกิจของการประชุม RBC และ GBC ครั้งถัดไป นับเป็นจังหวะสำคัญที่ทั้งสองประเทศ จะได้หาทางออกต่อปัญหาตามแนวชายแดนอย่างสันติ ยึดหลักอธิปไตย ความปลอดภัยของประชาชน และการอยู่ร่วมกันอย่างมั่นคงและยั่งยืน

“บิ๊กเล็ก” นำทีมประชุม GBC ไทย-กัมพูชา ที่เกาะกง ลดตึงเครียดชายแดน ยุติวาทกรรมยั่วยุ

การประชุม GBC ไทย-กัมพูชาครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการลดตึงเครียดชายแดน และเสริมสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน โดยมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสันติวิธี และส่งเสริมความร่วมมือในด้านต่างๆ เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนทั้งสองฝั่งชายแดน

เป้าหมายสำคัญของการประชุม: ลดตึงเครียดชายแดน

เป้าหมายหลักของการประชุมครั้งนี้คือการหารือมาตรการที่สามารถนำไปสู่การ ลดตึงเครียดชายแดนระหว่างประเทศไทยและกัมพูชาอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งรวมถึงการลดระดับการใช้กำลังทหาร การยุติวาทกรรมยั่วยุ และการสร้างความเข้าใจและความเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน

  • การสร้างความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกองทัพทั้งสองประเทศ
  • การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ
  • การพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในพื้นที่ชายแดน

นอกจากประเด็นด้านความมั่นคงแล้ว การประชุมยังครอบคลุมถึงความร่วมมือในด้านอื่นๆ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจ การแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และการส่งเสริมการท่องเที่ยว ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดนอย่างยั่งยืน

การประชุมครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทั้งสองประเทศในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสันติวิธี และสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองของภูมิภาคโดยรวม เป็นสัญญาณที่ดีของการแก้ไขความขัดแย้งด้วยการเจรจาและความเข้าใจ

ที่มา – “บิ๊กเล็ก” นำทีมประชุม GBC ไทย-กัมพูชา ที่เกาะกง ลดตึงเครียดชายแดน ยุติวาทกรรมยั่วยุ

สุดสลด! ภรรยาอดีตนายกฯ เนปาลดับ

สถานการณ์ความรุนแรงในเนปาลยังคงทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดมีรายงานข่าวเศร้าว่า ภรรยาอดีตนายกฯ เนปาลดับจากเหตุการณ์ไม่สงบ โดยเธอเสียชีวิตจากบาดแผลไฟไหม้รุนแรง หลังกลุ่มผู้ประท้วงบุกจุดไฟเผาบ้านพักของเธอและสามีในกรุงกาฐมาณฑุ

สุดสลด! ภรรยาอดีตนายกฯ เนปาลดับ

การชุมนุมประท้วงในเนปาลได้ยกระดับความรุนแรงขึ้นอย่างน่าตกใจ ข่าวรายงานว่า ราบิ ลักษมี จิตรกร ภรรยาของ นายชาลานาถ ข่านาล อดีตนายกรัฐมนตรีเนปาล กลายเป็นเหยื่อของความรุนแรงครั้งนี้อย่างน่าเศร้า ผู้ประท้วงได้บังคับลากเธอกลับเข้าไปในบ้านพักของเธอในกรุงกาฐมาณฑุ ก่อนที่จะจุดไฟเผา ทำให้เธอได้รับบาดเจ็บสาหัสและถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ในที่สุดก็ไม่สามารถยื้อชีวิตเธอไว้ได้

เหตุการณ์โจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นในช่วงที่มีการประท้วงใหญ่นำโดยคนรุ่นใหม่ (Gen Z) ซึ่งยืดเยื้อมานานหลายวัน แม้ว่ารัฐบาลจะประกาศยกเลิกคำสั่งแบนโซเชียลมีเดีย และนายกรัฐมนตรีได้ประกาศลาออกแล้วก็ตาม กระแสความไม่พอใจก็ยังคงรุนแรง มีรายงานผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็น 22 ราย และมีผู้บาดเจ็บมากกว่า 300 คน

สถานการณ์ความไม่สงบลุกลามไปยังสถานที่สำคัญทางการเมืองและราชการหลายแห่ง มีการเผาอาคารสิงหะดูบาร์ ซึ่งเป็นศูนย์กลางการบริหารราชการในกรุงกาฐมาณฑุ รวมถึงการวางเพลิงเผาทำเนียบรัฐบาลและบ้านพักของประธานาธิบดี ราม จันทรา เปาเดล นายกรัฐมนตรี และอดีตนายกรัฐมนตรีหลายคน

รายละเอียดเหตุการณ์ ภรรยาอดีตนายกฯ เนปาลดับ

รายงานข่าวระบุว่า ในการโจมตีบ้านพักของนายเดวา เขาและภรรยา อรสุ รานา เดวา ซึ่งดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศ ก็ถูกผู้ประท้วงทำร้ายด้วย สำนักงานของพรรคการเมืองหลายแห่งก็ตกเป็นเป้าหมายของการโจมตีเช่นกัน

สื่อในอินเดียอ้างแหล่งข่าวในกองทัพรายงานว่า ก่อนที่นายโอลีจะตัดสินใจลาออก เขาได้หารือกับผู้บัญชาการทหารสูงสุด เพื่อขอการสนับสนุนทางทหารในการควบคุมความวุ่นวาย แต่ผู้บัญชาการกองทัพได้แนะนำให้เขาลาออก โดยย้ำว่ากองทัพสามารถเข้ามารักษาความสงบได้ก็ต่อเมื่อนายโอลียอมสละอำนาจเท่านั้น

เหตุการณ์ ภรรยาอดีตนายกฯ เนปาลดับ ถือเป็นโศกนาฏกรรมที่สะท้อนถึงความรุนแรงและความขัดแย้งที่เกิดขึ้นในสังคมเนปาล การสูญเสียชีวิตของผู้บริสุทธิ์และการทำลายทรัพย์สินเป็นสิ่งที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง หวังว่าสถานการณ์จะคลี่คลายไปในทางที่ดีขึ้นโดยเร็ว

เหตุการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความจำเป็นในการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งด้วยสันติวิธี และการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างทุกฝ่ายในสังคม การใช้ความรุนแรงไม่เคยนำไปสู่ทางออกที่ยั่งยืน และมักจะนำมาซึ่งความสูญเสียและความเสียหายอย่างใหญ่หลวง

การเสียชีวิตของภรรยาอดีตนายกฯ เนปาลดับ เป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงคุณค่าของชีวิต และความสำคัญของการรักษาสันติภาพและความสงบสุขในสังคม

ที่มา – สุดสลด ภรรยาอดีตนายกฯ เนปาลดับ หลังถูกผู้ประท้วงจุดไฟเผาบ้าน ยอดตายพุ่ง 22 ศพ

ทนายยังไม่เข้าเยี่ยม “ทักษิณ” รถตู้เบนซ์เข้าเรือนจำ

“ทนายวิญญัติ” ยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ล่าสุดพบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำคลองเปรม

วันที่ 10 ก.ย. 2568 มีรายงานว่า ความเคลื่อนไหวที่บริเวณหน้าเรือนจำกลางคลองเปรม มีสื่อมวลชนมาปักหลักเฝ้ารอติดตามกรณีของ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ถูกคุมขังอยู่ภายในเรือนจำเมื่อคืนนี้ โดยคาดว่าในตอนนี้ยังอยู่ในห้องกักโรคตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ โดยระหว่างนี้คนที่จะเข้าเยี่ยมได้มีแค่ทนายความเท่านั้น หลังจากนี้อีก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยมได้

ขณะที่ นายวิญญัติ ชาติมนตรี ทนายความส่วนตัวของ นายทักษิณ เผยว่า ในวันนี้ไม่มีกำหนดที่จะเข้าเยี่ยมนายทักษิณเนื่องจากติดธุระ

ทั้งนี้ ยังมีรายงานอีกว่า บริเวณด้านหน้าเรือนจำ เวลา 9.45 น. พบรถตู้เบนซ์ ทะเบียน ธห 1155 กรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นรถของครอบครัวชินวัตร ผ่านบริเวณหน้าเรือนจำมุ่งไปทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพ แต่ไม่ได้จอด จากนั้นผ่านไปประมาณ 20 นาที รถคันดังกล่าว ก็ขับออกไปจากพื้นที่ของเรือนจำกลางคลองเปรม.

ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

สถานการณ์ล่าสุดเกี่ยวกับ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ยังคงเป็นที่จับตาของสื่อมวลชนและประชาชนอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการเข้าเยี่ยมของทนายความและครอบครัว หลังจากที่ท่านถูกคุมขังในเรือนจำกลางคลองเปรมเมื่อคืนที่ผ่านมา ข่าวล่าสุดรายงานว่าทนายความยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” ในวันนี้

ตามระเบียบของกรมราชทัณฑ์ ในช่วงแรกของการคุมขัง ผู้ต้องขังจะต้องอยู่ในห้องกักโรคเพื่อสังเกตอาการ และในช่วงเวลานี้ ผู้ที่จะสามารถเข้าเยี่ยมได้คือทนายความเท่านั้น ทำให้ประเด็นเรื่องทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” กลายเป็นที่สนใจของหลายฝ่าย ว่าจะมีผลต่อกระบวนการทางกฎหมาย หรือการดำเนินการใดๆ หรือไม่

ความเคลื่อนไหวล่าสุดเกี่ยวกับ ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ”

ถึงแม้ว่าทนายความจะยังไม่มีกำหนดเข้าเยี่ยมในวันนี้ แต่มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจคือการปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร บริเวณด้านหน้าเรือนจำ ทำให้เกิดคำถามว่าครอบครัวมีความพยายามที่จะเข้าเยี่ยมหรือไม่ หรือมีเหตุผลอื่นใดในการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำ

อย่างไรก็ตาม มีรายงานว่ารถตู้คันดังกล่าวไม่ได้จอดที่เรือนจำกลางคลองเปรม แต่ได้ขับไปยังเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ก่อนที่จะขับออกจากพื้นที่ไปในเวลาต่อมา ซึ่งยังไม่มีการยืนยันถึงเหตุผลของการเดินทางมายังบริเวณเรือนจำในครั้งนี้

ประเด็นที่น่าสนใจคือ หลังจาก 5 วัน ครอบครัวจึงจะสามารถเข้าเยี่ยม นายทักษิณ ได้ตามระเบียบ ดังนั้น การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์ของครอบครัวชินวัตร อาจเป็นการมาเพื่อสังเกตการณ์ หรือเตรียมความพร้อมสำหรับการเข้าเยี่ยมในอนาคต

สถานการณ์เรื่อง ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” และความเคลื่อนไหวของครอบครัวชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด เนื่องจากมีความเกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรม และความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อนายทักษิณ ชินวัตร

การที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” อาจมีเหตุผลส่วนตัวหรือข้อจำกัดทางธุระ แต่ก็อาจส่งผลต่อการเตรียมตัวด้านกฎหมายและการให้คำปรึกษาแก่นายทักษิณได้เช่นกัน ดังนั้น การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวในประเด็นนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญ

สำหรับประชาชนที่สนใจข่าวสารเกี่ยวกับนายทักษิณ ชินวัตร และสถานการณ์ทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง สามารถติดตามข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และพิจารณาข้อมูลอย่างรอบด้าน เพื่อให้เข้าใจสถานการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างถูกต้อง

การเข้าเรือนจำของนายทักษิณและการที่ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของกระบวนการยุติธรรมและความเสมอภาคภายใต้กฎหมาย ไม่ว่าบุคคลนั้นจะเป็นใครก็ตาม ทุกคนต้องอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน

ในส่วนของครอบครัวชินวัตร การปรากฏตัวของรถตู้เบนซ์บริเวณเรือนจำ แสดงให้เห็นถึงความห่วงใยและความผูกพันที่มีต่อนายทักษิณ แม้ว่าจะยังไม่สามารถเข้าเยี่ยมได้ในทันที แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะให้กำลังใจและสนับสนุน

สถานการณ์ดังกล่าว จึงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิดต่อไป และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม และให้ความเป็นธรรมแก่นายทักษิณ ชินวัตร อย่างเต็มที่

ที่มา – ทนายยังไม่กำหนดเข้าเยี่ยม “ทักษิณ” พบรถตู้เบนซ์ “ครอบครัวชินวัตร” เข้าพื้นที่เรือนจำ

พินทองทา โพสต์ซึ้ง! ชี้ “ทักษิณ” วีรบุรุษในใจ


“เอม พินทองทา” บุตรสาวคนกลางของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร ได้โพสต์ข้อความสุดซึ้งถึงคุณพ่อ โดยยกให้เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจ พร้อมขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้ครอบครัวอย่างท่วมท้นในช่วงเวลาที่ผ่านมา ข้อความดังกล่าวได้สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ติดตามข่าวสารและให้กำลังใจครอบครัวชินวัตรเป็นอย่างมาก

พินทองทา ยกย่อง “ทักษิณ” วีรบุรุษที่สุดยอดในใจ

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 น.ส.พินทองทา ชินวัตร คุณากรวงศ์ ได้โพสต์ภาพหอมแก้มคุณพ่อ ทักษิณ ชินวัตร พร้อมบรรยายความรู้สึกจากใจว่า ไม่ว่าใครจะเรียกท่านว่าอะไร คุณพ่อก็คือ วีรบุรุษที่สุดยอดในใจ ของพวกเราเสมอ เธอเน้นย้ำว่า เรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้นนั้น มีเพียงคนในครอบครัวเท่านั้นที่เข้าใจอย่างแท้จริง และความเข้าใจนี้เองที่ทำให้เธอภาคภูมิใจในความกล้าหาญ ความมุ่งมั่น และความเสียสละของผู้เป็นพ่อ

พินทองทา ยังกล่าวถึงการตัดสินผู้อื่นของบางคนที่มักคิดว่าตนเองถูกต้องเสมอ แต่สำหรับเธอและครอบครัวแล้ว การอยู่เคียงข้างกันในทุกช่วงเวลาของชีวิตคือสิ่งสำคัญที่สุด แม้จะมีคนที่เคยรักกันหักหลังกันไปบ้าง แต่ก็ยังมีผู้คนอีกมากมายที่มอบความรักและกำลังใจให้เสมอมา เธอกล่าวขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้คุณพ่อและครอบครัวอย่างล้นหลาม และรับปากว่าจะเข้มแข็งให้ได้ในทุกๆ วัน

ข้อความของพินทองทา สะท้อนให้เห็นถึงความรักและความผูกพันในครอบครัวชินวัตรอย่างชัดเจน แม้จะเผชิญกับความท้าทายและอุปสรรคมากมาย แต่พวกเขาก็ยังคงให้กำลังใจและสนับสนุนซึ่งกันและกันเสมอมา

ทำไม “ทักษิณ” ถึงเป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจ พินทองทา?

คำถามนี้อาจมีคำตอบที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล แต่สำหรับพินทองทาแล้ว ความเป็น วีรบุรุษที่สุดยอดในใจ ของทักษิณ อาจมาจากความกล้าหาญในการตัดสินใจ ความมุ่งมั่นในการทำงานเพื่อประเทศชาติ และความเสียสละเพื่อครอบครัวและคนที่รัก แม้ว่าทักษิณจะเคยเผชิญกับข้อกล่าวหาและวิพากษ์วิจารณ์มากมาย แต่สำหรับคนในครอบครัวแล้ว ท่านก็ยังคงเป็นบุคคลที่พวกเขารักและเคารพเสมอ

นอกจากนี้ พินทองทายังได้กล่าวถึงการที่ได้รับพลังบวกจากคุณพ่อเสมอ ทำให้พวกเขามีกำลังใจในการเผชิญกับเรื่องราวต่างๆ ที่เกิดขึ้น การที่คนในครอบครัวให้กำลังใจซึ่งกันและกันอย่างสม่ำเสมอ ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้

“ผู้นำที่เข้มแข็งและมีความหวัง คอยมอบพลังบวกให้พวกเราเสมอ ทำให้พวกเราเข้มแข็งและมีความหวัง และพร้อมผ่านเรื่องราว เหล่านี้ “ด้วยกัน” แน่นอน… เราร้องไห้ด้วยกัน…หัวเราะด้วยกัน…และฮึดสู้ด้วยกัน …“เดี๋ยวมันก็ผ่านไป” (ด้วยกัน)” พินทองทากล่าว

ท้ายที่สุด เอม พินทองทา และครอบครัว ขอขอบคุณจากใจ สำหรับทุกๆกำลังใจที่ส่งมาให้คุณพ่อและครอบครัวอย่างท่วมท้น พวกเราซาบซึ้งถึงพลังงานดีดีเหล่านี้ และมันเป็นกำลังใจให้พวกเราอย่างมากมายจริงๆค่ะ ลูกจะเข้มแข็งให้ได้ทุกวันค่ะ

สถานการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของความรักและความเข้าใจในครอบครัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก การที่คนในครอบครัวให้กำลังใจและสนับสนุนซึ่งกันและกัน จะช่วยให้พวกเขาสามารถก้าวผ่านอุปสรรคต่างๆ ไปได้อย่างเข้มแข็ง นอกจากนี้ ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราตระหนักถึงคุณค่าของบุคคลที่เรารักและเคารพ และพร้อมที่จะอยู่เคียงข้างพวกเขาเสมอ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม

ที่มา – “พินทองทา” โพสต์รูปหอมแก้ม “ทักษิณ” ชี้เป็นวีรบุรุษที่สุดยอดในใจเรา

“อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลากับเพื่อนทหาร


“อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” ล้อมวงเพื่อนทหาร กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

กลายเป็นภาพที่น่าสนใจเมื่อ “นายกฯ อนุทิน” ควงภรรยาคนสวย “จ๋า ธนนนท์” ไปลิ้มลองสตรีทฟู้ดร้านโปรดอย่างก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาชื่อดัง บริเวณหน้าวัดไตรมิตรฯ พร้อมทั้งล้อมวงพูดคุยกับกลุ่มเพื่อนทหารอย่างเป็นกันเอง สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่พบเห็น

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในช่วงค่ำของวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย นางสาวธนนนท์ นิรามิษ ภรรยา ได้เดินทางไปรับประทานสตรีทฟู้ดที่เป็นร้านโปรด นั่นก็คือ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา หน้าวัดไตรมิตรฯ โดยมี พล.ท.สุเมธ พรหมตรุษ ผบ.ศตก. ว่าที่ ผบ.ศรภ. ซึ่งมีหน้าที่รับผิดชอบการดูแลรักษาความปลอดภัยของนายกรัฐมนตรีตามระเบียบ และพล.ต.สราวุธ ไชยสิทธิ์ รองแม่ทัพภาค1 ว่าที่แม่ทัพน้อย 1 ซึ่งมีความสนิทสนมกันมาอย่างยาวนาน รวมถึง “นายกฯ ด๊อยซ์” นายอัครเดช ทองใจสด นายก อบจ.เพชรบูรณ์ มาร่วมโต๊ะรับประทานอาหารด้วยกันอย่างอบอุ่น

การปรากฏตัวของนายกรัฐมนตรีและภรรยา พร้อมด้วยกลุ่มเพื่อนทหารและนักการเมืองท้องถิ่นที่ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความเรียบง่ายและความเป็นกันเองของนายกรัฐมนตรีที่ไม่ถือตัว และยังคงใช้ชีวิตติดดินอย่างที่เคยเป็นมาเสมอ ทำให้ได้รับเสียงชื่นชมจากประชาชนทั่วไป

อนุทิน จ๋า ธนนนท์ ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

ทำไมนายกฯ อนุทินถึงชอบทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา?

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมนายกรัฐมนตรีถึงเลือกที่จะไปรับประทานก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาร้านธรรมดาๆ แทนที่จะเป็นร้านอาหารหรูๆ คำตอบอาจอยู่ที่ความชื่นชอบส่วนตัวและความคุ้นเคยที่มีมาอย่างยาวนาน เพราะร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาแห่งนี้เป็นร้านโปรดของนายกรัฐมนตรีมาตั้งแต่สมัยก่อนที่จะเข้าสู่การเมืองเสียอีก

นอกจากนี้ การเลือกรับประทานอาหารริมทางยังเป็นการแสดงออกถึงความเข้าใจในชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนทั่วไป และเป็นการส่งเสริมธุรกิจขนาดเล็กของผู้ประกอบการรายย่อยอีกด้วย ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนผู้ประกอบการรายย่อยให้สามารถเติบโตและเข้มแข็งได้

การที่ “อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” ไปทาน ก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา ยังแสดงให้เห็นถึงความสัมพันธ์อันดีกับเพื่อนฝูง ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนทหารที่ร่วมงานกันมานาน หรือนักการเมืองท้องถิ่นที่ให้การสนับสนุน ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเป็นคนง่ายๆ สบายๆ และไม่ลืมเพื่อนของนายกรัฐมนตรี

ภาพการล้อมวงรับประทานอาหารอย่างเป็นกันเองในครั้งนี้ เป็นภาพที่สร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ได้พบเห็น และเป็นภาพที่แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่เข้าถึงประชาชนของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล ได้เป็นอย่างดี

สำหรับใครที่อยากลองไปชิมก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาสูตรเด็ดที่นายกฯ อนุทินชื่นชอบ ก็สามารถเดินทางไปได้ที่ร้านก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลาหน้าวัดไตรมิตรฯ รับรองว่ารสชาติอร่อยถูกปากอย่างแน่นอน!

ที่มา – “อนุทิน” พา “จ๋า ธนนนท์” ล้อมวงเพื่อนทหาร กินก๋วยเตี๋ยวลูกชิ้นปลา

บีทีเอส กลับมาขายแพ็กเกจเที่ยวเดินทาง เริ่ม 11 ก.ย. 68

ข่าวดีสำหรับผู้โดยสารรถไฟฟ้าบีทีเอส! เตรียมตัวให้พร้อม เพราะ “บีทีเอส” กำลังจะกลับมาเปิดขาย “แพ็กเกจเที่ยวเดินทาง” อีกครั้ง เริ่มจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 11 กันยายน 2568 ไปจนถึง 31 มีนาคม 2569 เลยทีเดียว งานนี้ใครที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นประจำ ห้ามพลาดเด็ดขาด

เมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เฟซบุ๊ก รถไฟฟ้าบีทีเอส ได้ประกาศข่าวดีนี้อย่างเป็นทางการ โดยระบุว่า “11 ก.ย. นี้ แพ็กเกจเที่ยวเดินทางบีทีเอส Xtreme Savings พร้อมให้จำหน่ายบนแอปแรบบิท รีวอร์ดส และห้องจำหน่ายตั๋วโดยสารทุกสถานี หลังจากเติมเที่ยวเดินทางเข้าบัตรแรบบิท ผู้โดยสารจะต้องเดินทางเที่ยวแรกภายใน 7 วัน และใช้เที่ยวเดินทางที่เหลือได้ตามอายุแพ็กเกจ”

บีทีเอส กลับมาขายแพ็กเกจเที่ยวเดินทาง เริ่ม 11 ก.ย. 68

สำหรับใครที่ใช้บริการรถไฟฟ้าสายอื่น ๆ ก็ไม่ต้องน้อยใจไป เพราะทาง รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู และ รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ก็มีโปรโมชั่นดี ๆ มานำเสนอเช่นกัน

รถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู:

  • มีแพ็กเกจให้เลือกทั้งแบบรายเดือน (30 วัน) และรายสัปดาห์ (7 วัน)
  • ผู้ใหญ่ เริ่มต้นเพียงเที่ยวละ 25 บาท
  • นักเรียน เริ่มต้นเพียงเที่ยวละ 20 บาท
  • ซื้อแพ็กเกจได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารบนสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีชมพู ทั้ง 30 สถานี และสายเมืองทองธานี 2 สถานี หรือซื้อผ่านแอปพลิเคชันแรบบิท รีวอร์ดส
  • ระยะเวลาจำหน่ายโปรโมชั่น: 11 กันยายน 2568 – 31 มีนาคม 2569
  • หลังจากเติมเที่ยวเดินทางเข้าบัตรแรบบิท ผู้โดยสารจะต้องเดินทางเที่ยวแรกภายใน 7 วัน และใช้เที่ยวเดินทางที่เหลือได้ตามอายุแพ็กเกจ
  • โปรโมชั่นนี้สำหรับผู้ที่เดินทางด้วยบัตรแรบบิทที่ผูกกับบัญชีแรบบิท วอลเล็ท หรือไลน์ เพย์ เท่านั้น

รถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง:

  • แพ็กเกจเที่ยวเดินทาง ใช้เดินทางได้ตลอดสาย ลาดพร้าว – สำโรง
  • ผู้ใหญ่ เริ่มต้นเพียงเที่ยวละ 25 บาท
  • นักเรียน เริ่มต้นเพียงเที่ยวละ 20 บาท
  • ซื้อแพ็กเกจได้ที่ห้องจำหน่ายบัตรโดยสารบนสถานีรถไฟฟ้ามหานคร สายสีเหลือง ทั้ง 23 สถานี หรือซื้อผ่านแอปพลิเคชันแรบบิท รีวอร์ดส
  • ระยะเวลาจำหน่ายโปรโมชั่น: 11 กันยายน 2568 – 31 มีนาคม 2569

ทำไมต้องซื้อแพ็กเกจเที่ยวเดินทางบีทีเอส?

การซื้อ แพ็กเกจเที่ยวเดินทางบีทีเอส ถือเป็นทางเลือกที่คุ้มค่าสำหรับผู้ที่เดินทางด้วยรถไฟฟ้าบีทีเอสเป็นประจำ เพราะจะช่วยประหยัดค่าเดินทางไปได้มาก เมื่อเทียบกับการซื้อตั๋วโดยสารเที่ยวเดียว นอกจากนี้ ยังช่วยลดความยุ่งยากในการต่อคิวซื้อตั๋ว หรือเติมเงินในบัตรแรบบิทอีกด้วย

สำหรับใครที่กำลังวางแผนการเดินทางในช่วงระยะเวลาโปรโมชั่นนี้ อย่าลืมพิจารณาซื้อ “แพ็กเกจเที่ยวเดินทาง” ที่เหมาะกับความต้องการของตนเอง เพื่อให้การเดินทางสะดวกและประหยัดมากยิ่งขึ้นนะครับ

การกลับมาของ แพ็กเกจเที่ยวเดินทางบีทีเอส ครั้งนี้ ถือเป็นข่าวดีที่ช่วยแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางให้กับประชาชนได้เป็นอย่างดี หวังว่าโปรโมชั่นนี้จะได้รับการตอบรับที่ดี และเป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้บริการรถไฟฟ้าบีทีเอสทุกคน

ที่มา – ข่าวดี “บีทีเอส” กลับมาขาย “แพ็กเกจเที่ยวเดินทาง” เริ่มจำหน่าย 11 ก.ย. 2568

ระทึก! **ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ**

เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือบรรทุกสินค้า “มิสซิสซิปปี้” ลงสู่ทะเล บริเวณท่าเรือลองบีช รัฐแคลิฟอร์เนีย สร้างความแตกตื่นและส่งผลกระทบต่อการขนส่งสินค้า เจ้าหน้าที่เร่งดำเนินการเก็บกู้เป็นการด่วน

รายละเอียดของเหตุการณ์ระบุว่า ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ “มิสซิสซิปปี้” ซึ่งเป็นเรือที่จดทะเบียนภายใต้ธงโปรตุเกส เหตุเกิดที่ท่าเรือลองบีช อันเป็นท่าเรือสำคัญแห่งหนึ่งของสหรัฐอเมริกา โชคดีที่ไม่มีรายงานผู้ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุครั้งนี้ แต่เหตุการณ์ดังกล่าวส่งผลให้ท่าเทียบเรือ Pier G ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของท่าเรือลองบีช ต้องระงับการขนถ่ายสินค้าชั่วคราว เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเข้าดำเนินการเก็บกู้และรักษาความปลอดภัยในพื้นที่

กองกำลังพิทักษ์ชายฝั่งสหรัฐฯ (US Coast Guard) ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลว่า มีตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 67 ตู้ ลอยอยู่ในทะเล ซึ่งบางส่วนของตู้คอนเทนเนอร์เหล่านั้นได้ตกลงไปบนเรือ STAX 2 ซึ่งเป็นเรือควบคุมมลพิษที่จอดเทียบข้างเรือมิสซิสซิปปี้ แม้ว่าตู้คอนเทนเนอร์ที่ร่วงลงไปส่วนใหญ่จะเป็นตู้เปล่า แต่ก็ยังมีน้ำหนักระหว่าง 2-4 เมตริกตันต่อตู้

ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ: ผลกระทบต่อการขนส่ง

ท่าเรือลองบีช ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากนครลอสแอนเจลิสไปทางใต้ประมาณ 32 กิโลเมตร ถือเป็นหนึ่งในท่าเรือที่มีการคมนาคมทางทะเลหนาแน่นที่สุดของสหรัฐฯ โดยมีตู้คอนเทนเนอร์กว่า 40% ของทั้งประเทศ ที่มีการขนส่งผ่านท่าเรือแห่งนี้และท่าเรือลอสแอนเจลิส การเกิดอุบัติเหตุตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ จึงส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งสินค้าทางเรืออย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

สาเหตุของการร่วงของตู้คอนเทนเนอร์

สำหรับเรือ Mississippi ซึ่งติดธงชาติโปรตุเกส ได้ออกเดินทางจากท่าเรือหยานเถียน เมืองเซินเจิ้น ประเทศจีน ตั้งแต่วันที่ 26 สิงหาคม และเดินทางมาถึงท่าเรือลองบีชในเวลาต่อมา อย่างไรก็ตาม สาเหตุที่ทำให้ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือลงสู่ทะเลนั้น ยังคงอยู่ระหว่างการสอบสวนของเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งต้องมีการตรวจสอบสภาพเรือ สภาพอากาศ และปัจจัยอื่นๆ ที่อาจเป็นสาเหตุของอุบัติเหตุในครั้งนี้

อุบัติเหตุในครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความสำคัญของการรักษามาตรฐานความปลอดภัยในการขนส่งสินค้าทางทะเล และความจำเป็นในการตรวจสอบและบำรุงรักษาเรือและอุปกรณ์ต่างๆ อย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การสูญเสียตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือ ไม่เพียงแต่สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจ แต่ยังอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมทางทะเลอีกด้วย

ที่มา – ตู้คอนเทนเนอร์หลายสิบตู้ ร่วงจากเรือบรรทุกสินค้าในสหรัฐฯ

YAMAHA NEW AEROX: สปอร์ตออโตเมติกใหม่

YAMAHA NEW AEROX จักรยานยนต์สปอร์ตออโตเมติก

ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ ส่ง “All New YAMAHA AEROX” SuperSport Automatic หรือ YAMAHA NEW AEROX จักรยานยนต์สปอร์ตออโตเมติก คลาส 155 cc ดีไซน์ใหม่รอบคัน อัปเกรดประสิทธิภาพ เครื่องยนต์ Blue Core ปรับปรุงใหม่! ดิสก์เบรกหลังขนาดใหญ่ ไฟหน้าแบบโปรเจคเตอร์ พัฒนาตัวถังเพื่อรองรับการขับขี่สไตล์สปอร์ต รับประกัน 5 ปี หรือ 50,000 กม.

All New YAMAHA AEROX Blue Core Engine 155 cc เวอร์ชันใหม่! ที่ถูกพัฒนาให้ทำงานเต็มประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ลดแรงเสียดทานในห้องเผาไหม้ เปลี่ยนตัวดันโซ่ราวลิ้นเป็นระบบไฮดรอลิก พร้อมระบบวาล์วแปรผัน VVA ลูกสูบ Forged ดิสก์เบรกหน้า พร้อมระบบ ABS System ช่วยลดอาการล้อล็อกของล้อหน้า เมื่อเบรกกะทันหัน ดิสก์เบรกหลังขนาด 230 มม. ช่วยเพิ่มสมรรถนะในการเบรกให้มีระยะที่สั้นลง ควบคุมรถได้ดี Rear Suspensions Sub-Tank ระบบกันสะเทือนหลังแบบมีซับแทงค์

New YAMAHA AEROX เริ่มตั้งแต่ New!! Frame increased rigidity อัปเกรดเฟรมใหม่แบบ Center Tunnel เสริมโครงแกนกลาง เพิ่มสมรรถนะในการขับขี่เมื่อใช้ความเร็ว เพิ่มความแข็งแกร่งให้มากขึ้น โดยจะมีโครงแกนกลางซับแรงที่เกิดขึ้น ลดการบิดตัวของตัวถัง ควบคุมรถได้อย่างมั่นใจ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้ Full Cowl Design รูปทรงที่ถูกพัฒนาให้มีความเป็นสปอร์ต

ชุดแฟริ่ง ครอบคลุมสไตล์รถสปอร์ต เพิ่ม Aerodynamic ลดแรงต้านของอากาศ ทำให้รถพุ่งทะยานไปได้อย่างรวดเร็ว Shaped bodywork around rider’s feet ตัวถังได้รับการออกแบบใหม่ สามารถยึดตำแหน่งของขาติดกับตัวรถ เพื่อให้ควบคุมรถได้ง่าย พร้อมกับ New!! Inner Front Shock Suspensions แกนโช้คหน้าใหม่! ขนาด 30 มม. เพิ่มความเสถียรของการขับขี่แบบสปอร์ตในขณะเข้าโค้ง และรองรับแรงกระแทก

New!! Dual Projector LED Headlight ไฟหน้าแบบ Dual Projector LED พร้อม Daytime Running Light สว่างคมชัด ไม่ฟุ้งกระจายรบกวนสายตาเพื่อนร่วมทาง LED Taillight & Flasher Light ไฟท้าย LED ดีไซน์ใหม่จาก DNA R-Series ตระกูล SuperSport ของยามาฮ่า ไฟเลี้ยว LED ทรงสปอร์ต New!! Negative LCD Meter เรือนไมล์ดิจิทัลแบบ Negative LCD แสดงรอบการทำงานของเครื่องยนต์ / ความเร็ว / นาฬิกา / และอื่นๆ พร้อมแจ้งสัญลักษณ์เมื่อมีสายเรียกเข้าหรือข้อความเมื่อเชื่อมต่อกับแอป Y–Connect

New YAMAHA AEROX ตอบโจทย์ความสะดวกด้วย SMART FEATURES ฟีเจอร์การใช้งาน Smart Key System ระบบกุญแจรีโมท เปิด-ปิด เพื่อสตาร์ทหรือดับเครื่องยนต์ / ปลดล็อกแฮนด์ / ปลดล็อกเบาะ / ปลดล็อกฝาครอบถังน้ำมัน, Utility Box ที่เก็บของขนาดใหญ่ 25 ลิตร พกพาสัมภาระ หรืออุปกรณ์อื่นๆ รวมทั้งสามารถเก็บหมวกกันน็อกแบบเต็มใบ Charging Socket USB Type-C ช่องเสียบต่อชาร์จสมาร์ทโฟนแบบ USB Type-C พร้อมช่องเก็บของด้านหน้าขนาดใหญ่พร้อมฝาปิด เทคโนโลยี Y-Connect Application แอปพลิเคชันที่เชื่อมต่อข้อมูลรถผ่าน CCU ช่วยให้สามารถรับรู้ข้อมูลต่างๆ และการขับขี่ของรถได้บนมือถือ ด้วย 9 ฟังก์ชัน ในการใช้งานอย่างครบครัน

New YAMAHA AEROX 3 เฉดสีคือ สีเทา-น้ำเงิน SILVER STAR, สีดำ-เทา VIVID BLACK และสีน้ำเงิน RACING BLUE ราคาแนะนำเริ่มต้นที่ 85,900 บาท รับประกัน 5 ปี หรือ 5 หมื่นกิโลเมตร.

สรุปแล้ว YAMAHA NEW AEROX จักรยานยนต์สปอร์ตออโตเมติก เป็นรถที่น่าสนใจมาก ด้วยดีไซน์ใหม่ที่โฉบเฉี่ยว สมรรถนะเครื่องยนต์ที่ได้รับการปรับปรุง และฟีเจอร์อำนวยความสะดวกที่ครบครัน ทำให้เป็นตัวเลือกที่ยอดเยี่ยมสำหรับผู้ที่มองหารถจักรยานยนต์สปอร์ตออโตเมติกที่ตอบโจทย์การใช้งานทั้งในชีวิตประจำวันและการขับขี่เพื่อความสนุกสนาน

YAMAHA NEW AEROX: คุ้มค่าสมราคาไหม?

สำหรับราคาเริ่มต้นที่ 85,900 บาท หลายคนอาจสงสัยว่า YAMAHA NEW AEROX จักรยานยนต์สปอร์ตออโตเมติก คุ้มค่ากับราคาหรือไม่? เมื่อพิจารณาถึงสิ่งที่ได้รับ ทั้งดีไซน์ที่โดดเด่น เครื่องยนต์ที่ทรงพลัง เทคโนโลยีที่ทันสมัย และการรับประกันที่ยาวนาน ผมมองว่า AEROX เป็นรถที่คุ้มค่าคุ้มราคาอย่างแน่นอน

ที่มา – YAMAHA NEW AEROX จักรยานยนต์สปอร์ตออโตเมติก

ทักษิณ นอนเรือนจำคืนแรก: ราบรื่น ไร้อาการ

ข่าวใหญ่สะเทือนวงการการเมืองในช่วงนี้คงหนีไม่พ้นเรื่องราวของ ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ได้กลับประเทศไทยและเข้ารับโทษในเรือนจำเป็นคืนแรก ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนและสื่อมวลชนเป็นอย่างมาก สถานการณ์โดยรวมเป็นอย่างไรบ้าง และครอบครัวของท่านได้มีการเคลื่อนไหวอย่างไร เราจะมาอัปเดตให้ทราบกันค่ะ

ทักษิณ นอนเรือนจำคืนแรก

รายงานล่าสุดเมื่อวันที่ 10 กันยายน 2568 ระบุว่า ทักษิณ ชินวัตร ได้ใช้ชีวิตในเรือนจำคลองเปรมเป็นคืนแรก หลังจากศาลฎีกาฯ มีคำสั่งให้คุมขังตามคำพิพากษา โดยให้จำคุกเป็นเวลา 1 ปี ข่าวดีก็คือ ทางกรมราชทัณฑ์แจ้งว่าคืนแรกผ่านไปอย่างราบรื่น และไม่มีรายงานว่าท่านมีอาการป่วยใดๆ ทำให้หลายฝ่ายคลายความกังวลไปได้บ้าง

ท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้น กำลังใจจากคนในครอบครัวถือเป็นสิ่งสำคัญยิ่ง และแน่นอนว่าครอบครัวชินวัตรก็แสดงออกถึงความรักและความผูกพันอย่างชัดเจน

ข้อความสุดซึ้งจากครอบครัวถึง ทักษิณ ชินวัตร

น.ส.พินทองทา คุณากรวงศ์ ชินวัตร ลูกสาวคนโต ได้โพสต์ภาพคู่กับคุณพ่อผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว พร้อมข้อความที่เต็มไปด้วยความรักและความภาคภูมิใจ โดยกล่าวถึงคุณพ่อว่าเป็นวีรบุรุษที่ยอดเยี่ยมที่สุดในใจเสมอ ไม่ว่าใครจะเรียกท่านว่าอะไรก็ตาม นอกจากนี้ยังขอบคุณทุกกำลังใจที่ส่งมาให้คุณพ่อและครอบครัวอย่างท่วมท้น

ข้อความบางส่วนจากโพสต์ของ น.ส.พินทองทา ระบุว่า “ลูกจะเข้มแข็งให้ได้ทุกวันค่ะ” ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปให้ได้ด้วยความเข้มแข็ง

ด้านนายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ ก็ได้โพสต์ภาพขณะเดินตาม ทักษิณ ชินวัตร พร้อมข้อความสั้นๆ แต่กินใจว่า “ภูมิใจทุกวัน ที่เดินตามคนนี้” ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความเคารพและศรัทธาที่ลูกชายมีต่อผู้เป็นพ่อ

สำหรับสถานการณ์ของ ทักษิณ ชินวัตร ในเรือนจำนั้น ทางกรมราชทัณฑ์ได้จัดเจ้าหน้าที่ดูแลอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติต่อท่านด้วยความเคารพในฐานะผู้สูงอายุและอดีตผู้บริหารประเทศ

เรื่องราวของ ทักษิณ ชินวัตร ยังคงเป็นประเด็นที่สังคมให้ความสนใจอย่างต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ในเรือนจำ การเยี่ยมของครอบครัว หรือความเคลื่อนไหวทางการเมืองที่เกี่ยวข้อง ทั้งนี้ เราคงต้องติดตามกันต่อไปว่าเรื่องราวนี้จะดำเนินไปในทิศทางใด

ในช่วงเวลาที่ยากลำบากเช่นนี้ กำลังใจจากคนรอบข้างเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เราขอเป็นกำลังใจให้ครอบครัวชินวัตรก้าวผ่านพ้นอุปสรรคนี้ไปได้ด้วยดี และหวังว่าทุกฝ่ายจะเคารพในกระบวนการยุติธรรม

ที่มา – “ทักษิณ” นอนเรือนจำคืนแรก ราบรื่น-ไม่มีอาการป่วย ครอบครัวโพสต์ข้อความซึ้ง