วัน: 13 กันยายน 2025

“น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ” สู้ชีวิตเพื่อครอบครัว

เรื่องราวสุดประทับใจของ “น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ” เด็กหญิงตัวน้อยหัวใจแกร่งที่ไม่ยอมแพ้ต่อโชคชะตา เพื่อให้ครอบครัวได้มีกินมีใช้ แม้ต้องเผชิญกับความยากลำบากและหนี้นอกระบบ

“น้องแพรวา” เด็กหญิงวัย 10 ขวบจากจังหวัดขอนแก่น ต้องเผชิญกับชีวิตที่พลิกผัน เดิมทีครอบครัวอาศัยอยู่ที่จังหวัดตาก แต่ด้วยภาระหนี้สินนอกระบบ ทำให้ต้องย้ายถิ่นฐานมาเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่ขอนแก่น อดีตเคยขายมันฝรั่งทอด แต่เมื่อเจอสถานการณ์โควิด-19 ทำให้ขาดรายได้และต้องกู้เงินนอกระบบเพื่อประคองชีวิต

แม้จะพยายามชำระหนี้ แต่ก็ยังถูกเจ้าหนี้ตามทวงไม่เลิกรา จนต้องย้ายมาอาศัยในเพิงเล็ก ๆ กลางสวน พ่อและพี่ชายต้องทำงานหนัก ทั้งตัดอ้อยและรับจ้างทั่วไป แต่รายได้ก็ไม่แน่นอน บางวันไม่มีงานก็ไม่มีเงินซื้อข้าวกิน โชคดีที่ได้รับความช่วยเหลือจากผู้ใจบุญที่บริจาคข้าวสารให้ ทำให้ครอบครัวพอมีข้าวประทังชีวิต

ด้วยความเป็นเด็กดี “น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ” ต้องช่วยดูแลบ้านและข้าวสาร แต่แล้ววันหนึ่ง ข้าวสารที่เหลืออยู่กลับถูกขโมยไป น้องแพรวารู้สึกผิดอย่างมากที่ทำให้ครอบครัวต้องอดมื้อกินมื้อ

ด้วยความรักและความเข้าใจ พ่อของน้องแพรวาไม่ได้ลงโทษ แต่กลับให้กำลังใจ ทำให้น้องแพรวายิ่งสำนึกผิดและตั้งใจที่จะช่วยเหลือครอบครัวให้มากขึ้น น้องแพรวาจึงพยายามหารายได้เสริมด้วยการรับจ้างล้างจาน ถอนผมหงอก หาปลา และช่วยพ่อทำนา แม้จะเหนื่อยยาก แต่ก็ไม่เคยย่อท้อ เพราะอยากให้ครอบครัวได้อิ่มท้อง

เรื่องราวของ “น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ” สะท้อนให้เห็นถึงความรัก ความเสียสละ และความกตัญญูของเด็กหญิงตัวน้อยที่มีต่อครอบครัว แม้ชีวิตจะยากลำบาก แต่ก็ไม่เคยยอมแพ้ และพร้อมที่จะสู้เพื่อคนที่รัก

น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ

น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ ได้แสดงความสามารถและความมุ่งมั่นในการหารายได้ช่วยเหลือครอบครัวในรายการ “เก่งเล็กใจใหญ่ หัวใจนักสู้” เพื่อให้ครอบครัวมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

“น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ” หัวใจนักสู้ตัวน้อย

รายการ “เก่งเล็กใจใหญ่ หัวใจนักสู้” เป็นรายการที่สร้างแรงบันดาลใจและส่งเสริมเด็กดีที่มีหัวใจนักสู้เช่น “น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ” ให้มีโอกาสแสดงความสามารถและสร้างชีวิตใหม่ให้กับครอบครัว ติดตามชมรายการได้ทุกวันอาทิตย์ เวลา 18.00 น. ทางไทยรัฐทีวี ช่อง 32

เรื่องราวของ น้องแพรวาขอแค่ข้าวสารให้พ่อ เป็นอุทาหรณ์สอนใจให้เราเห็นคุณค่าของความรัก ความอบอุ่นในครอบครัว และการไม่ย่อท้อต่ออุปสรรค หากเรามีความมุ่งมั่นและตั้งใจจริง ก็จะสามารถผ่านพ้นทุกปัญหาไปได้

ที่มา – “น้องแพรวา” ขอแค่ข้าวสารให้พ่อ เพื่อคนทั้งบ้านได้มีกิน หลังต้องเป็นหนี้นอกระบบ

อีก 3 วันหวยออก! ส่อง “เลขเด็ดงวดนี้” 16/9/68

เหลือเวลาอีกเพียง 3 วันเท่านั้น! ว่าที่เศรษฐีทั้งหลายได้ “เลขเด็ดงวดนี้” ไปเสี่ยงโชคซื้อ “สลากกินแบ่ง” กันแล้วหรือยัง? “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” เตรียมออกผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2568 จากสำนักงานสนามบินน้ำ มาร่วมลุ้นกันว่าใครจะเป็นเศรษฐีใหม่ป้ายแดงคนต่อไป!

วันที่ 13 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เหลืออีกเพียง 3 วันเท่านั้น “สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล” ก็จะทำการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือ ลอตเตอรี่ งวดประจำวันที่ 16 กันยายน 2568 ที่ทุกคนรอคอย

บรรยากาศการซื้อขายลอตเตอรี่งวดนี้คึกคักเป็นพิเศษ พบว่า “เลขเด็ด” และ “เลขดัง” ถูกกว้านซื้อไปจนเกลี้ยงแผง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “เลขมงคล” ไม่ว่าจะเป็นในเขตกรุงเทพฯ หรือต่างจังหวัดก็หาซื้อยากมาก อย่างไรก็ตาม “เลขสวย” อื่นๆ ก็ยังพอมีให้เลือกซื้อกันได้ตามแผงค้าต่างๆ ซึ่งยังมีลอตเตอรี่เหลืออยู่อีกมากพอสมควร

เหล่านักเสี่ยงโชคหลายท่านไม่พลาดที่จะเสาะหาเลขเด็ดจากช่องทางต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นจากโซเชียลมีเดีย หรือแม้กระทั่งเลขเด็ดตามความเชื่อส่วนบุคคล เช่น ความฝัน หรือจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่เคารพนับถือ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ขึ้นอยู่กับดวงของแต่ละบุคคลด้วย หลายคนได้เลือกซื้อ “สลากกินแบ่ง” เพื่อเตรียมตัวนำไปลุ้นโชคใหญ่ในงวดวันที่ 16/9/68 ที่กำลังจะมาถึง

สำหรับการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดวันที่ 16 กันยายน 2568 นี้ สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล จะทำการออกรางวัล ณ สำนักงานสนามบินน้ำ ท่านสามารถติดตามข่าวสารและผลรางวัลอย่างรวดเร็วได้ที่ไทยรัฐออนไลน์

อย่าลืมส่อง “เลขเด็ดงวดนี้” 16/9/68

สำหรับใครที่ยังไม่มีเลขในใจ ลองพิจารณาเลขเด็ดจากแหล่งต่างๆ ที่น่าสนใจ ไม่ว่าจะเป็น:

  • เลขจากความฝัน: ลองตีความฝันที่เกิดขึ้นในช่วงนี้ อาจมีเลขนำโชคซ่อนอยู่
  • เลขจากทะเบียนรถ: หากพบเห็นรถยนต์ที่มีเลขทะเบียนสะดุดตา อาจเป็นเลขที่ให้โชค
  • เลขจากสถิติ: ลองศึกษาเลขที่ออกบ่อยในงวดก่อนๆ เพื่อเป็นแนวทาง

หา “เลขเด็ดงวดนี้” อย่างไรให้ปัง

การหาเลขเด็ดไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็ไม่ใช่เรื่องยากจนเกินไป ลองทำตามเคล็ดลับเหล่านี้เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัล:

  1. ตั้งจิตอธิษฐาน: ก่อนซื้อลอตเตอรี่ ให้ตั้งจิตอธิษฐานขอพรให้ถูกรางวัล
  2. ทำบุญ: การทำบุญจะช่วยเสริมดวงให้มีโชคลาภ
  3. ซื้อกับคนขายที่อารมณ์ดี: รอยยิ้มและพลังบวกจากคนขาย อาจนำพาโชคดีมาให้

สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการซื้อลอตเตอรี่อย่างมีสติ อย่าทุ่มเงินทั้งหมดที่มี และอย่าลืมว่าการพนันมีความเสี่ยง ควรเล่นเพื่อความบันเทิงเท่านั้น

สุดท้ายนี้ ขออวยพรให้ทุกท่านโชคดี ถูกรางวัลใหญ่ และกลายเป็นเศรษฐีใหม่ในงวดวันที่ 16 กันยายน 2568 นี้นะคะ ขอให้ “เลขเด็ดงวดนี้” นำพาความโชคดีมาสู่ทุกท่าน

อย่าลืมติดตามผลการออกรางวัลได้ที่เว็บไซต์ของสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล หรือช่องทางข่าวสารต่างๆ เพื่อตรวจผลรางวัลและร่วมลุ้นไปพร้อมๆ กัน!

ที่มา – อีก 3 วันหวยออก งวดนี้สลากไม่สัญจร อย่าลืมส่อง “เลขเด็ดงวดนี้” 16/9/68

ปปง. ยึดทรัพย์ 1,601 ล้าน นอท กองสลากพลัส โดนด้วย


สำนักงาน ปปง. ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด ฉ้อโกงประชาชน พนันออนไลน์ และลักลอบหนีศุลกากร 2,720 รายการ 103 รายคดี มูลค่าทรัพย์สินกว่า 1,601 ล้านบาท

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 นายวิทยา นีติธรรม ผู้ช่วยเลขาธิการ ปปง. และโฆษกประจำสำนักงาน ปปง. แถลงผลการประชุมคณะกรรมการธุรกรรม ครั้งที่ 10/2568 ซึ่งมีนายเทพสุ บวรโชติดารา เลขาธิการ ปปง. เป็นกรรมการและเลขานุการ เมื่อวันที่ 11 กันยายน 2568 โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้ดำเนินการกับทรัพย์สินที่เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชน การฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสรุปผลการดำเนินการที่น่าสนใจดังนี้

ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์สิน 103 คดี มูลค่า 1,601 ล้านบาท “นอท กองสลากพลัส” โดนด้วย

1. ยึดและอายัดทรัพย์สิน จำนวน 70 รายคดี ทรัพย์สิน 1,957 รายการ พร้อมดอกผล มูลค่าประมาณ 1,373 ล้านบาท โดยเป็นทรัพย์สินในคดีสำคัญเกี่ยวกับความผิดมูลฐาน เกี่ยวกับยาเสพติด การฉ้อโกงประชาชนหรือการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ และการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

คดีที่เกี่ยวข้องกับยาเสพติด

1.1 ความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้กว่า 41 รายการ มูลค่ากว่า 55 ล้านบาท ดังนี้

– รายคดี นายจำรูญฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 1 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 18 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 202/2568)

– รายคดี นายอังคารฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับยาเสพติด ในการนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 40 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 217/2568)

คดีที่เกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงประชาชน

1.2 ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้กว่า 367 รายการ มูลค่ากว่า 603 ล้านบาท ดังนี้

– รายคดี นางสาวพิมภาดาฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ โดยสำนักงาน ปปง. ได้สืบสวนขยายผล และวิเคราะห์ธุรกรรมทางการเงินของบุคคลในคดีคอลเซ็นเตอร์ เครือข่ายองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ พบการทำธุรกรรมเชื่อมโยงไปยังนายพัด สุภาภา (หรือ MR. LY YONG PHAT) กับพวก ซึ่งกรณีดังกล่าวคณะกรรมการธุรกรรมมีมติให้อายัดทรัพย์สินไว้แล้วรวมมูลค่ากว่า 6 ล้านบาท (ย.33/2566 และ ย.103/2566) ในการพิจารณาครั้งนี้
พบทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดเพิ่มเติม ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 33 รายการ (เช่น ที่ดินพร้อมสิ่งปลูกสร้าง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 79 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 196/2568)

– รายคดี นางสาวอภิญญาฯ กับพวก กรณีหลอกให้ลงทุนสินทรัพย์ดิจิทัล (Hybrid Scam) ซึ่งมีพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน และการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ

ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 7 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ และที่ดิน) รวมมูลค่าประมาณ 22 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 210/2568)

– รายคดี MR.ZHENG หรือนายจ้าวฯ กับพวก กรณีเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์หลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ ปลอมเป็นหน่วยงานรัฐ อ้างตัวเป็นตำรวจในการหลอกลวงผู้เสียหายในการทำเรื่องให้ได้เงินที่ถูกหลอกกลับคืนมา ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 54 รายการ (เช่น ยานพาหนะ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 38 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 224/2568)

– รายคดี บริษัทเดอะ นิว คอนเซปท์ฯ กับพวก กรณีพฤติการณ์ชักชวนให้ประชาชนทั่วไปซื้อห้องชุดโครงการต่าง ๆ และไม่สามารถดำเนินการก่อสร้างโครงการตามที่ประกาศโฆษณา อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 9 รายการ (ที่ดิน และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาเช่า) รวมมูลค่าประมาณ 213 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 226/2568)

– รายคดี ห้างหุ้นส่วนจำกัด พี มายเนอร์ คริปโทเคอร์เรนซีฯ กับพวก กรณีหลอกลวงให้ประชาชนร่วมลงทุน อันเป็นพฤติการณ์ความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 264 รายการ (เช่น ยานพาหนะ ที่ดิน เงินในบัญชีเงินฝาก และสินทรัพย์ดิจิทัล) รวมมูลค่าประมาณ 251 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 229/2568)

คดีที่เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์

1.3 ความผิดเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ มีการยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดไว้กว่า 248 รายการ มูลค่ากว่า 326 ล้านบาท ดังนี้

– รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (รายนายสันติธรฯ กับพวก) ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้อายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด (เพิ่มเติม) จำนวน 7 รายการ (เงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร และสิทธิเรียกร้องตามสัญญาประกันชีวิต) รวมมูลค่าประมาณ 105 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 211/2568)

– รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (รายนายเอกชาติฯ กับพวก) ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 129 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ วัตถุมงคล และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) รวมมูลค่าประมาณ 37 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 223/2568)

– รายคดี ร้อยตำรวจโท ณัฐศักดิธัชฯ กับพวก กรณีเครือข่ายของกลุ่มบุคคลที่มีการจัดให้มีการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 65 รายการ (เช่น ยานพาหนะ ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝาก) รวมมูลค่าประมาณ 111 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 230/2568)

– รายคดี นายพันธ์ธวัชฯ (นอท กองสลากพลัส) กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการจัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และมีพฤติการณ์เกี่ยวกับการนำเงินหรือทรัพย์สินที่ได้จากการกระทำความผิดไปจำหน่าย จ่าย โอน มีลักษณะเป็นการฟอกเงิน ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 47 รายการ (เช่น เงินสด ยานพาหนะ ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝาก) รวมมูลค่าประมาณ 73 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 257/2568) กรณี ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์สิน 103 คดี มูลค่า 1,601 ล้านบาท “นอท กองสลากพลัส” โดนด้วย

1.4 ความผิดเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร รายคดี นายพณฯ กับพวก กรณีความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการลักลอบหนีศุลกากร กรณีการจับกุมผู้จำหน่ายบุหรี่ไฟฟ้าในพื้นที่จังหวัดนนทบุรี ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวกับการกระทำความผิด จำนวน 15 รายการ (เช่น เงินสด โทรศัพท์มือถือ และที่ดิน) รวมมูลค่าประมาณ 27 ล้านบาท (คำสั่ง ย. 216/2568)

2. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 22 รายคดี ทรัพย์สินกว่า 624 รายการ มูลค่าประมาณ 207 ล้านบาท โดยส่วนใหญ่ เป็นทรัพย์สินเกี่ยวกับความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

2.1 รายคดี นายยี่แก้วฯ กับพวก อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดฐานฟอกเงิน โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 25 รายการ (เช่น ทองคำแท่ง และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 49 ล้านบาท (คำสั่ง ย.136/2568)

2.2 รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (รายนายพิทยาฯ กับพวก) โดยคดีนี้คณะกรรมการธุรกรรมมีคำสั่งให้ยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้วกว่า 189 ล้านบาท (คำสั่ง ย.7/2568 และ ย.127/2568) ซึ่งคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยในการพิจารณาครั้งนี้ คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพิ่มเติมอีก จำนวน 86 รายการ (เช่น ห้องชุด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 26 ล้านบาท (คำสั่ง ย.139/2568)

2.3 รายคดี กลุ่มบุคคลที่จัดให้มีการเล่นการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ (รายนายบัณฑิตฯ กับพวก) โดยใช้ช่องทางชักชวนให้ประชาชนทั่วไปสามารถเข้าเล่นพนันออนไลน์ผ่านบัญชี LINE ชื่อบัญชี ร้าน เปา เปา ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 106 รายการ (เช่น เงินสด วัตถุมงคล ยานพาหนะ และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 12 ล้านบาท (คำสั่ง ย.148/2568)

2.4 รายคดี นางสาวเดือนนภาฯ กับพวก ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ความผิดเกี่ยวกับการพนันทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์ และความผิดฐานฟอกเงิน คณะกรรมการธุรกรรม มีคำสั่งยึดและอายัดทรัพย์สินไว้แล้วมูลค่ากว่า 246 ล้านบาท (คำสั่ง ย.254/2566 ย.94/2567 และ ย. 250/2567) ปัจจุบันคดีอยู่ระหว่างการพิจารณาของศาลแพ่ง โดยคณะกรรมการธุรกรรมมีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 16 รายการ (เช่น เงินสด และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 20 ล้านบาท (ย.156/2568)

2.5 รายคดี นายสมเกียรติฯ กับพวก อันเป็นความผิดเกี่ยวกับการลักทรัพย์อันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยคณะกรรมการธุรกรรมได้มีมติส่งเรื่องให้พนักงานอัยการ เพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดิน จำนวน 17 รายการ (เช่น ห้องชุด ที่ดิน และเงินในบัญชีเงินฝากธนาคาร) มูลค่าประมาณ 55 ล้านบาท (คำสั่ง ย.135/2568)

3. ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืนหรือชดใช้คืนผู้เสียหาย (คุ้มครองสิทธิผู้เสียหาย) จำนวน 11 รายคดี ทรัพย์สิน 139 รายการ มูลค่าประมาณ 21 ล้านบาท ในความผิดเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชน ฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ โดยมีข้อมูลรายคดีที่น่าสนใจ ดังนี้

3.1 รายคดี บัญชีเงินฝากธนาคารของกลุ่มมิจฉาชีพฯ กับพวก กรณีการหลอกลวงให้ประชาชนให้สมัครเล่นหุ้นสกุลเงินต่างประเทศ ซึ่งเป็นความผิดมูลฐานเกี่ยวกับการฉ้อโกงประชาชนและการฉ้อโกงอันมีลักษณะเป็นปกติธุระ ในการนี้ คณะกรรมการธุรกรรมมีมติเห็นชอบให้ส่งเรื่องให้พนักงานอัยการเพื่อยื่นคำร้องขอให้ศาลมีคำสั่งให้นำทรัพย์สินไปคืน.

กรณี ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์สิน 103 คดี มูลค่า 1,601 ล้านบาท “นอท กองสลากพลัส” โดนด้วย แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของภาครัฐในการปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ และการคุ้มครองประชาชนจากภัยการพนันออนไลน์เเละการฉ้อโกง

ที่มา – ปปง. ยึด-อายัดทรัพย์สิน 103 คดี มูลค่า 1,601 ล้านบาท “นอท กองสลากพลัส” โดนด้วย

อดีต ปธ.ศาลฎีกาเนปาล ขึ้นเป็นนายกฯ รักษาการ

สุศิลา คาร์กี อดีตประธานศาลฎีกาสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอดีต ปธ.ศาลฎีกา สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ รักษาการของเนปาลแล้ว ท่ามกลางสถานการณ์ความวุ่นวายทางการเมืองครั้งใหญ่ของเนปาล หลังเหตุการณ์ประท้วงรุนแรงทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 51 ราย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า พิธีสาบานตนรับตำแหน่งของนางสุศิลา คาร์กี อดีตประธานศาลฎีกา จัดขึ้นในบรรยากาศที่เคร่งขรึม ณ กรุงกาฐมาณฑุ ภายหลังจากการเจรจาที่ยืดเยื้อระหว่างรัฐบาลและแกนนำผู้ชุมนุมต่อต้านคอร์รัปชันสิ้นสุดลงด้วยข้อตกลงประนีประนอม ท่ามกลางเสียงสนับสนุนจากเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่ต้องการให้เธอเป็นผู้นำรัฐบาลเฉพาะกาล

นอกจากนี้ ยังมีประกาศยุบสภาและกำหนดการเลือกตั้งทั่วไปในวันที่ 5 มีนาคม 2569 โดยนายกรัฐมนตรีรักษาการมีเวลาจำกัดในการจัดตั้งคณะรัฐมนตรีชั่วคราว สิ่งที่ต้องเร่งดำเนินการคือการฟื้นฟูความสงบ นำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนที่กังวลว่าประชาธิปไตยที่เปราะบางของประเทศอาจล่มสลาย

นางสุศิลา คาร์กี เป็นนักกฎหมายที่ได้รับการยอมรับในความซื่อสัตย์ แม้ว่าเธอจะเคยถูกยื่นเรื่องถอดถอนจากตำแหน่งประธานศาลฎีกา แต่ก็สามารถผ่านพ้นสถานการณ์นั้นมาได้ เธอยังมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับตระกูลโคอิราลา ซึ่งเป็นกลุ่มการเมืองใหญ่ของพรรคเนปาลี คองเกรส

สถานการณ์ล่าสุด กองทัพยังคงตรึงกำลังและลาดตระเวนในกรุงกาฐมาณฑุ เพื่อป้องกันการเกิดเหตุจลาจลซ้ำรอย ขณะที่ชาวเนปาลและนานาชาติกำลังจับตาดูว่าผู้นำหญิงคนแรกของประเทศจะสามารถนำพาประเทศให้พ้นจากวิกฤตครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายทศวรรษได้หรือไม่

อดีต ปธ.ศาลฎีกา สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ รักษาการของเนปาล

การเข้ารับตำแหน่งของอดีตประธานศาลฎีกาถือเป็นความหวังใหม่ของชาวเนปาลที่ต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลง

ความท้าทายของนายกฯ รักษาการ

อดีต ปธ.ศาลฎีกา สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ รักษาการของเนปาลมาพร้อมกับความท้าทายมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการจัดการปัญหาการประท้วง การฟื้นฟูเศรษฐกิจ และการสร้างความสามัคคีในชาติ การแก้ไขปัญหาเหล่านี้ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

  • การจัดการปัญหาการประท้วง: รัฐบาลต้องรับฟังข้อเรียกร้องของผู้ประท้วงและแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง
  • การฟื้นฟูเศรษฐกิจ: รัฐบาลต้องสร้างงานและกระตุ้นเศรษฐกิจให้กลับมาเติบโต
  • การสร้างความสามัคคีในชาติ: รัฐบาลต้องส่งเสริมความเข้าใจและความร่วมมือระหว่างกลุ่มต่างๆ ในสังคม

การที่อดีต ปธ.ศาลฎีกา สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ รักษาการของเนปาลแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนทางการเมืองในเนปาล การประท้วงที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความไม่พอใจของประชาชนต่อปัญหาคอร์รัปชันและความไม่เท่าเทียมกันทางเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองจึงเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้

การที่เนปาลมีนายกรัฐมนตรีหญิงเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริมความเท่าเทียมทางเพศ หวังว่าเธอจะสามารถนำพาประเทศไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองได้

การเมืองเนปาลยังคงมีความไม่แน่นอนสูง การเลือกตั้งที่กำลังจะมาถึงจะเป็นตัวชี้วัดสำคัญว่าเนปาลจะสามารถก้าวข้ามวิกฤตนี้ไปได้อย่างไร การมีผู้นำที่เข้มแข็งและได้รับการยอมรับจากทุกฝ่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

อนาคตของเนปาลอยู่ในมือของผู้นำและประชาชนชาวเนปาลทุกคน ความร่วมมือและความเข้าใจเป็นสิ่งจำเป็นในการสร้างประเทศที่มั่นคงและเจริญรุ่งเรือง อดีต ปธ.ศาลฎีกา สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ รักษาการของเนปาลท่ามกลางความหวังและแรงกดดันจากทุกฝ่าย หวังว่าเธอจะสามารถนำพาประเทศไปสู่สิ่งที่ดีกว่าได้

ที่มา – อดีตปธ.ศาลฎีกา สาบานตนรับตำแหน่งนายกฯ รักษาการของเนปาล ขณะที่ยอดเหยื่อประท้วง เพิ่มเป็น 51 ศพ

เช็กเลย! คนละครึ่งอนุทิน เงื่อนไขล่าสุด สิทธิที่ต้องรู้

เช็กเงื่อนไขใหม่ “คนละครึ่งอนุทิน” ได้เท่าไร เพิ่มสิทธิให้ “กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้” เป็นรัฐช่วยจ่าย 60% ประชาชนออก 40% คาดได้ใช้เร็วสุด ในเดือนตุลาคม 2568 นี้

หลังจากที่มีกระแสข่าว รัฐบาลนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” มาปัดฝุ่นใช้อีกครั้ง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ ก็ทำให้สังคมต่างให้ความสนใจและจับตากันเป็นจำนวนมากว่า “คนละครึ่งอนุทิน” ในเวอร์ชั่นที่มีการอัปเกรด หรือมีชื่อเรียกว่า “คนละครึ่งพลัส” จะมีเงื่อนไขหรือรูปแบบอะไร ที่แตกต่างไปจากเดิมบ้าง

ทั้งนี้ ทางด้าน “กระทรวงการคลัง” ได้ออกมายืนยันแล้วว่า มีความพร้อมที่จะทำโครงการคนละครึ่งได้ทันที หากมีนโยบายออกมาชัดเจน เพราะขณะนี้มีความพร้อมทั้งในส่วนระบบ งบประมาณ และความเหมาะสมต่อสถานการณ์เศรษฐกิจปัจจุบัน โดยคาดการณ์ว่าเริ่มใช้ได้เร็วสุดในเดือนตุลาคม 2568 นี้

อัปเดตโครงการ คนละครึ่ง 2568 คาดได้เร็วสุด ต.ค. นี้

สำหรับโครงการ “คนละครึ่ง” รอบใหม่ นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เปิดเผยว่า ความเร็วในการแถลงนโยบายจะมีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการนี้ด้วย หากแถลงนโยบายแล้วสามารถเข้าไปปฏิบัติหน้าที่ได้ภายในปีงบประมาณ 2568 ซึ่งจะจบ 30 กันยายนนี้ หากหลังจากนั้นจะต้องไปใช้งบประมาณปี 2569

ขณะที่ นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ได้ตอบคำถามไว้ว่า “โครงการคนละครึ่งจะได้ใช้เร็วสุดเมื่อไรนั้น คิดว่าไม่เกิน 2 สัปดาห์ หลังจากมีคณะรัฐมนตรี (ครม.) เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ ระยะเวลาจะตามที่ปลัดกระทรวงการคลังได้พูดไว้”

เช็กเงื่อนไขใหม่ “คนละครึ่งอนุทิน” ได้เท่าไร

ก่อนหน้านี้ “คนละครึ่ง” คือโครงการฟื้นฟูเศรษฐกิจระดับฐานราก สำหรับผู้ประกอบการรายย่อยโดยเฉพาะกลุ่มหาบเร่ แผงลอย เพื่อให้มีรายได้จากการขายสินค้าเพิ่มขึ้น โดยภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ 50% โดยใช้จ่ายผ่านแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน หรือไม่เกิน 3,000 บาทต่อคน ตลอดระยะเวลาโครงการ

แต่สำหรับ “คนละครึ่งอนุทิน” เวอร์ชันใหม่ที่ นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เสนอ และนายกฯ อนุทิน ไฟเขียว คือการเพิ่มสิทธิพิเศษให้ผู้เสียภาษีเงินได้ ดังนี้

  • กลุ่มคนทั่วไป (นอกระบบภาษี) : รัฐช่วย 50% ประชาชนออก 50%
  • กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้ : รัฐช่วย 60% ประชาชนออก 40%

โดย นายลวรณ แสงสนิท ปลัดกระทรวงการคลัง เผยว่า โครงการคนละครึ่งรอบใหม่ จะให้สิทธิประชาชนคนไทยทุกคนในอัตรา 50:50 แต่สำหรับผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษีจะได้รับการสนับสนุนในอัตราที่สูงกว่า อาจอยู่ที่ 60:40

ทั้งนี้ ผู้ที่ได้สิทธิมากกว่า คือผู้ที่อยู่ในระบบภาษี หรือยื่นแบบแสดงรายการภาษี ไม่จำเป็นต้องเป็นผู้ที่เสียภาษีจริงกับรัฐเท่านั้น โดยเงื่อนไขการใช้จ่ายเบื้องต้นจะไม่แตกต่างจากโครงการเดิมมากนัก แต่อาจมีลูกเล่นใหม่เพิ่มเติมให้น่าสนใจมากขึ้น ส่วนวงเงินการใช้จ่ายต่อวันและวงเงินรวมของโครงการยังไม่ได้ข้อสรุป

เมื่อถามเรื่อง การเพิ่มวงเงินต่อวัน จาก 150 บาท เป็น 200 ได้หรือไม่นั้น นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รองหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เคยได้ตอยคำถามไว้ว่า “ต้องแลกกัน หากวงเงินเพิ่มขึ้น สิทธิก็จะลดลง หรืออาจจะต้องหางบประมาณมาเพิ่ม จะต้องดูอีกที”

วิธีลงทะเบียนใช้สิทธิ “คนละครึ่งอนุทิน” ปี 2568

สำหรับโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านมา จะเปิดให้ประชาชนและร้านค้าลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ ผ่านเว็บไซต์ www.คนละครึ่ง.com ตามวันและเวลาที่กำหนด

เมื่อลงทะเบียนผ่านแล้ว ให้ดาวน์โหลดและติดตั้งแอปพลิเคชัน ดังนี้

  • ประชาชน ติดตั้งแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” เพื่อใช้จ่าย
  • ร้านค้า ติดตั้งแอปพลิเคชัน “ถุงเงิน” เพื่อรับชำระเงินจากการขายสินค้า
  • ประชาชนจะต้องใช้จ่ายเงิน ภายใน 14 วัน นับตั้งแต่วันถัดจากวันที่ตนได้รับ SMS แจ้งรับสิทธิหรือวันที่เปิดให้เริ่มใช้จ่ายตามโครงการ
  • ภาครัฐร่วมจ่ายค่าอาหาร เครื่องดื่ม และสินค้าทั่วไปผ่านฝ่ายของผู้ซื้อ ตามเงื่อนไขการใช้สิทธิ์ โดยในรอบก่อนคือ 50% ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน
  • ไม่หักสิทธิ หากใช้ไม่หมดในแต่ละวัน โดยระบบจะคืนสิทธิที่ไม่ได้ใช้เข้ายอดรวมของผู้ได้รับสิทธิ และจะคำนวณสิทธิใหม่ในเวลา 06.00 น. ของทุกวัน
  • ใช้สิทธิได้ที่ร้านค้าที่ร่วมโครงการฯ เท่านั้น
  • สามารถใช้สิทธิ “คนละครึ่ง” ได้เวลา 06.00-23.00 น. ไม่สามารถใช้สิทธินอกเวลาดังกล่าวได้

อย่างไรก็ตาม โครงการคนละครึ่งอนุทิน ปี 2568 นั้น มีการเพื่มเติมเงื่อนไขใหม่สำหรับ “กลุ่มผู้เสียภาษีเงินได้” ซึ่งยังต้องรอความชัดเจนจากรัฐบาลอีกครั้ง หากมีความคืบหน้าเพิ่มเติมจะรายงานให้ทราบต่อไป

จับตาดูรายละเอียดโครงการ “คนละครึ่งอนุทิน” ให้ดี เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ที่รัฐบาลมอบให้ หากมีข่าวสารอัปเดตเพิ่มเติม เราจะรีบมาแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

ที่มา – เช็กเงื่อนไข “คนละครึ่งอนุทิน” ได้เท่าไร เปิดขั้นตอนลงทะเบียนใช้สิทธิ

มาเรสก้าไม่เห็นสเตอร์ลิงและดิซาซี่ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล

เอ็นโซ่ มาเรสก้า ผู้จัดการทีมเชลซี กล่าวว่า เขาไม่ได้เห็นราฮีม สเตอร์ลิง หรือ อักเซล ดิซาซี่ ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล และทั้งคู่จะยังคงอยู่ใน “ทีมสำรอง”

กุนซือชาวอิตาลียืนยันว่า ทั้งคู่จะยังคงใช้สนามฝึกซ้อม, โรงยิม และห้องแต่งตัวที่แตกต่างจากทีมชุดใหญ่ต่อไปอย่างไม่มีกำหนด

ทั้งสเตอร์ลิง กองหน้า และดิซาซี่ กองหลังชาวฝรั่งเศส ไม่สามารถย้ายออกจากสแตมฟอร์ด บริดจ์ ได้ก่อนสิ้นสุดตลาดซื้อขายนักเตะ

มาเรสก้า ซึ่งทีมเชลซีของเขาจะไปเยือนเบรนท์ฟอร์ดในพรีเมียร์ลีกในวันเสาร์นี้ กล่าวว่า “พวกเขาเป็นผู้เล่นของเชลซี แต่ในขณะนี้พวกเขากำลังฝึกซ้อมแยกกัน และแผนคือการดำเนินการในลักษณะนี้ต่อไป”

“ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล ผมไม่ได้เห็นพวกเขา ผมไม่ได้เห็นอักเซลหรือราฮีม พวกเขาฝึกซ้อมในเวลาที่ต่างกันและในสนามที่แตกต่างกัน ผมไม่ได้เห็นพวกเขาตั้งแต่เริ่มฤดูกาล”

ทำไมสเตอร์ลิงและดิซาซี่ถึงถูกทิ้งไว้กลางทาง

สเตอร์ลิง วัย 30 ปี ไม่เต็มใจที่จะเข้าร่วมทีมยูเวนตุสหรือไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในช่วงซัมเมอร์นี้ เหตุผลของเขาคือ เขาต้องการเข้าร่วมสโมสรอื่นในลอนดอนเพื่ออยู่ใกล้กับครอบครัว

เขาใช้เวลาเมื่อฤดูกาลที่แล้วในการยืมตัวที่อาร์เซนอล แต่ทีมปืนใหญ่ไม่มีความสนใจที่จะทำให้การยืมตัวของเขาเป็นไปอย่างถาวร ไม่มีข้อเสนอจากฟูแล่ม คริสตัล พาเลซ หรือเวสต์แฮม แม้จะได้รับการสนับสนุนจากเชลซี และค่าเหนื่อย 325,000 ปอนด์ต่อสัปดาห์ ซึ่งสูงที่สุดในสโมสรของเขา น่าจะเป็นอุปสรรคสำคัญ

ในขณะเดียวกัน ดิซาซี่ วัย 27 ปี ได้รับความสนใจอย่างมากจากซันเดอร์แลนด์ บอร์นมัธ และเวสต์แฮม แต่การย้ายทีมทั้งสามล้มเหลวเนื่องจากเขาต้องการกลับไปสโมสรเก่าอย่างโมนาโก ซึ่งไม่เคยเป็นจริง

ดิซาซี่ ซึ่งใช้เวลาครึ่งหลังของฤดูกาลที่แล้วในการยืมตัวที่แอสตัน วิลล่า กล่าวในการสัมภาษณ์กับช่องยูทูป Carre ว่า เขาฟิตและพร้อมที่จะลงเล่นหากได้รับเรียกตัว

สเตอร์ลิง, ดิซาซี่ และกองหน้าดาวิด ดาโทร โฟฟาน่า ถูกลงทะเบียนในทีมพรีเมียร์ลีกของเชลซีซึ่งประกาศเมื่อวันศุกร์

มาเรสก้ายังปฏิเสธ โรเมโอ ลาเวีย และเบอนัวต์ บาเดียชิล เนื่องจากทั้งคู่ยังคงพักรักษาตัวข้างสนาม ร่วมกับลิแอม เดลาป, เลวี โคลวิลล์ และดาริโอ เอสซูโก้ ที่บาดเจ็บระยะยาว

โคล พาลเมอร์ กองหน้าทีมชาติอังกฤษ ยังคงมีข้อสงสัยในการเดินทางไปเบรนท์ฟอร์ด คอมมิวนิตี้ สเตเดี้ยม เนื่องจากมีปัญหาที่ขาหนีบ

มาทำความเข้าใจสถานการณ์ของ ราฮีม สเตอร์ลิง และ อักเซล ดิซาซี่ กัน

ทำไมมาเรสก้าถึงไม่เห็น สเตอร์ลิง และ ดิซาซี่ ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล

การที่ มาเรสก้าไม่เห็นสเตอร์ลิงและดิซาซี่ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงภายในทีมเชลซีอย่างชัดเจน การตัดสินใจของมาเรสก้าในการแยกผู้เล่นเหล่านี้ออกจากทีมชุดใหญ่ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างทีมที่มีความสามัคคีและความเข้าใจกัน

การที่ มาเรสก้าไม่เห็นสเตอร์ลิงและดิซาซี่ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล อาจมีผลกระทบต่อขวัญและกำลังใจของผู้เล่นทั้งสอง รวมถึงอาจส่งผลต่อมูลค่าทางการตลาดของพวกเขาในอนาคต อย่างไรก็ตาม นี่อาจเป็นการตัดสินใจที่จำเป็นเพื่อประโยชน์สูงสุดของทีม

สถานการณ์ที่ มาเรสก้าไม่เห็นสเตอร์ลิงและดิซาซี่ตั้งแต่เริ่มฤดูกาล นี้ เป็นเครื่องเตือนใจว่า ในโลกของฟุตบอลอาชีพ การเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นได้เสมอ และผู้เล่นต้องพร้อมที่จะปรับตัวเพื่อเผชิญกับความท้าทายใหม่ๆ

การตัดสินใจของมาเรสก้าอาจจุดประกายให้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในทีมเชลซี และเป็นสิ่งที่น่าติดตามว่าสถานการณ์นี้จะคลี่คลายไปในทิศทางใดในอนาคต

ที่มา – Maresca ‘hasn’t seen Sterling or Disasi since start of season’

เมียนมาทิ้งบอมบ์โรงเรียนในรัฐยะไข่ ดับ 22 ศพ

สถานการณ์ตึงเครียดในรัฐยะไข่ ประเทศเมียนมายังคงดำเนินต่อไปอย่างน่าเศร้า เมื่อกองทัพเมียนมาถูกกล่าวหาว่าทำการโจมตีทางอากาศ ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตจำนวนมาก รวมถึงเด็กนักเรียนและครู

รายงานข่าวระบุว่า เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 12 กันยายน 2568 เมื่อเครื่องบินรบของกองทัพเมียนมาได้ทำการโจมตีหมู่บ้านแห่งหนึ่งในรัฐยะไข่ โดยเป้าหมายของการโจมตีครั้งนี้คือโรงเรียนแห่งหนึ่ง ซึ่งเป็นโรงเรียนประจำของเอกชน ตั้งอยู่ในเมืองเกาตอ ผลจากการโจมตีดังกล่าว ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 22 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียนที่กำลังศึกษาเล่าเรียนอยู่ในโรงเรียนแห่งนั้น เหตุการณ์กองทัพเมียนมาทิ้งบอมบ์โรงเรียนในรัฐยะไข่ครั้งนี้สร้างความสะเทือนใจให้กับผู้คนทั่วโลก

พยานผู้เห็นเหตุการณ์เล่าว่า อาคารเรียนถูกทำลายจนย่อยยับ และอาคารโดยรอบก็ได้รับความเสียหายอย่างหนัก แรงระเบิดทำให้เกิดความโกลาหลและความหวาดกลัว ประชาชนพยายามช่วยเหลือผู้ที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง แต่ก็เป็นไปด้วยความยากลำบาก เนื่องจากความเสียหายนั้นร้ายแรงเกินกว่าจะรับมือได้

ทางด้านกองทัพเมียนมาได้ออกมาอ้างว่า หมู่บ้านดังกล่าวเป็นที่ซ่องสุมกำลังพลของกองทัพอาระกัน อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านในพื้นที่ยืนยันว่า ในช่วงเวลาที่เกิดเหตุนั้น ไม่มีการสู้รบภาคพื้นดินใด ๆ เกิดขึ้นในบริเวณนั้นเลย ข้อมูลของกองทัพอาระกันระบุว่า การโจมตีทางอากาศของกองทัพเมียนมาในรัฐยะไข่ ตั้งแต่ต้นปี 2567 ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 106 ศพ

กองทัพเมียนมาทิ้งบอมบ์โรงเรียนในรัฐยะไข่

สถานการณ์ในรัฐยะไข่มีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความขัดแย้ง กองทัพอาระกันได้ยึดครองพื้นที่ในรัฐยะไข่ได้ถึง 14 จาก 17 อำเภอ รวมถึงเมืองพะเลตวาในรัฐชิน อย่างไรก็ตาม เมืองหลวงซิตตเว และเมืองท่าสำคัญอย่างจ๊อกเพียวยังอยู่ภายใต้การควบคุมของกองทัพเมียนมา สถานการณ์เช่นนี้ทำให้เกิดความไม่แน่นอนและความรุนแรงที่ส่งผลกระทบต่อประชาชนผู้บริสุทธิ์

ผลกระทบจากเหตุการณ์กองทัพเมียนมาทิ้งบอมบ์โรงเรียนในรัฐยะไข่

เหตุการณ์กองทัพเมียนมาทิ้งบอมบ์โรงเรียนในรัฐยะไข่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การสูญเสียชีวิต แต่ยังเป็นการทำลายอนาคตของเด็ก ๆ และครอบครัวของพวกเขา ความหวาดกลัวและความโศกเศร้าที่เกิดขึ้น จะยังคงอยู่ในจิตใจของผู้รอดชีวิตไปอีกนานแสนนาน นอกจากนี้ เหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลกระทบต่อระบบการศึกษาและโครงสร้างพื้นฐานของชุมชน การฟื้นฟูและการเยียวยาจะต้องใช้เวลาและความพยายามอย่างมาก

  • การสูญเสียชีวิต: ผู้เสียชีวิตส่วนใหญ่เป็นเด็กนักเรียน ซึ่งเป็นการสูญเสียที่ไม่อาจประเมินค่าได้
  • ผลกระทบทางจิตใจ: ผู้รอดชีวิตและครอบครัวของผู้เสียชีวิตต้องเผชิญกับความเครียดและความวิตกกังวล
  • การทำลายโครงสร้างพื้นฐาน: โรงเรียนและอาคารโดยรอบได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • ผลกระทบต่อการศึกษา: การเรียนการสอนต้องหยุดชะงัก และอนาคตของเด็ก ๆ ตกอยู่ในความไม่แน่นอน

นานาชาติต่างประณามการกระทำดังกล่าวและเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องยุติความรุนแรงและหันมาเจรจาเพื่อหาทางออกอย่างสันติ ความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมและการสนับสนุนด้านการแพทย์เป็นสิ่งจำเป็นเร่งด่วน เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์กองทัพเมียนมาทิ้งบอมบ์โรงเรียนในรัฐยะไข่ เป็นเครื่องเตือนใจว่า สงครามและความขัดแย้งส่งผลกระทบต่อชีวิตของผู้คนอย่างไร้ความปราณี โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็ก ๆ ซึ่งเป็นผู้บริสุทธิ์และไม่มีทางสู้ การปกป้องเด็กและพลเรือนควรเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายให้ความสำคัญสูงสุด การสร้างสันติภาพและความมั่นคงในภูมิภาคเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดโศกนาฏกรรมเช่นนี้อีกในอนาคต

ที่มา – กองทัพเมียนมาทิ้งบอมบ์โรงเรียนในรัฐยะไข่ ครู-นร.ตาย 22 ศพ ท่ามกลางสงครามยืดเยื้อกับกองทัพอาระกัน

เอฟเวอร์ตันหวังคว้า Grealish ราคาถูก – ข่าวลือ

เอฟเวอร์ตันหวังเซ็น Jack Grealish จาก Manchester City ในราคาต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์, Manchester United, Liverpool และ Chelsea ไล่ล่า Adam Wharton ของ Crystal Palace, ขณะที่ Fulham พิจารณาอนาคตของ Harry Wilson

เอฟเวอร์ตัน หวังว่าจะสามารถเซ็นสัญญาคว้าตัว Jack Grealish ปีกทีมชาติอังกฤษจาก แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ได้ในราคาที่ต่ำกว่า 50 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นค่าตัวที่พวกเขาตกลงกันไว้ในสัญญายืมตัวของนักเตะวัย 30 ปีกับทีมทอฟฟี่ (Telegraph – ต้องสมัครสมาชิก)

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในสโมสรที่กำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ในการย้ายทีมในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะเดือนมกราคมสำหรับ อดัม วอร์ตัน กองกลางของ คริสตัล พาเลซ โดยมี ลิเวอร์พูล และ เชลซี ให้ความสนใจในตัวดาวเตะทีมชาติอังกฤษวัย 21 ปีรายนี้เช่นกัน (Caughtoffside)

เชลซี พยายามเซ็นสัญญากับ โมฮัมเหม็ด คูดัส ปีกชาวกานาวัย 25 ปี ก่อนที่เขาจะย้ายไปร่วมทีม ท็อตแนม ในช่วงซัมเมอร์ แต่ไม่สามารถโน้มน้าวให้ เวสต์แฮม ยอมรับข้อเสนอเงินสดบวกนักเตะได้ (Fabrizio Romano)

น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จะมีภาระผูกพันในการซื้อตัว ดักลาส ลุยซ์ กองกลางของ ยูเวนตุส วัย 27 ปี ที่ยืมตัวมาด้วยค่าตัว 25 ล้านยูโร (21.6 ล้านปอนด์) หากดาวเตะทีมชาติบราซิลรายนี้ลงเล่น 45 นาทีใน 15 เกมพรีเมียร์ลีกในฤดูกาลนี้ (La Gazzetta dello Sport – ภาษาอิตาลี)

ลิเวอร์พูล และ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เป็นหนึ่งในหลายสโมสรที่จับตาดู ยอร์ธี โมกิโอ ดาวรุ่งวัย 17 ปีของ อาแจ็กซ์ ซึ่งเคยติดทีมชาติเบลเยียมมาแล้วและสามารถเล่นได้ทั้งในตำแหน่งกองหลังและกองกลาง (Teamtalk)

โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ อาจพยายามเซ็นสัญญาถาวรกับ อารอน อันเซลมิโน่ กองหลังชาวอาร์เจนตินาวัย 20 ปี หากเขาทำผลงานได้น่าประทับใจในการยืมตัวจาก เชลซี (Bild – ภาษาเยอรมัน)

แซม มาเธอร์ ปีกชาวอังกฤษวัย 21 ปี ของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด กำลังเจรจาเพื่อย้ายทีมไปร่วมทีม เคย์เซริสปอร์ ในตุรกีแบบถาวร (Manchester Evening News)

เชลซี, เอฟเวอร์ตัน และ ไบรท์ตัน ต่างสอบถาม บาร์เซโลน่า เกี่ยวกับ มาร์ค เบอร์นาล กองกลางชาวสเปนวัย 18 ปี ในช่วงซัมเมอร์ (Mundo Deportivo – ภาษา Spanish)

เชลซี สนใจที่จะเซ็นสัญญากับ เคนัน ยิลดิซ กองหน้าชาวตุรกีของ ยูเวนตุส วัย 20 ปี แต่จะต้องจ่ายเงินถึง 86 ล้านปอนด์ (100 ล้านยูโร) (Fichajes – ภาษา Spanish)

ฟูแล่ม จะพยายามขาย แฮร์รี่ วิลสัน กองกลาง ในเดือนมกราคม เพื่อหลีกเลี่ยงการเสียดาวเตะทีมชาติเวลส์วัย 28 ปีรายนี้ไปแบบฟรีๆ ในช่วงซัมเมอร์ (Football Insider)

รอสส์ วิลสัน หัวหน้าเจ้าหน้าที่ฟุตบอลของ น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ จะออกจากตำแหน่งที่ City Ground เพื่อไปเป็นผู้อำนวยการกีฬาคนที่สามของ นิวคาสเซิ่ล ในรอบสามปี (The I paper – ต้องสมัครสมาชิก)

เอฟเวอร์ตันหวังคว้า Grealish ราคาถูก

เอฟเวอร์ตันหวังคว้า Jack Grealish ราคาถูกจริงหรือ?

สถานการณ์ของ Jack Grealish ที่แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ยังคงเป็นที่น่าจับตามอง แม้ว่าเขาจะเป็นผู้เล่นคนสำคัญในทีมของเป๊ป กวาร์ดิโอลา แต่ด้วยค่าตัวที่สูงและความคาดหวังที่มากขึ้น ทำให้เขาต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง หาก เอฟเวอร์ตันหวังคว้า Grealish ราคาถูก จริงๆ พวกเขาจะต้องมีข้อเสนอที่น่าสนใจและโน้มน้าวใจนักเตะให้ได้

นอกจากนี้ ข่าวลือการย้ายทีมของ Adam Wharton, Mohammed Kudus และ Kenan Yildiz ก็เป็นเรื่องที่น่าสนใจเช่นกัน ตลาดซื้อขายนักเตะในช่วงเดือนมกราคมนี้คาดว่าจะมีความเคลื่อนไหวที่น่าตื่นเต้นอย่างแน่นอน โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับสโมสรที่ต้องการเสริมความแข็งแกร่งให้กับทีมเพื่อช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง

เอฟเวอร์ตันหวังคว้า Grealish ราคาถูก อาจเป็นเพียงข่าวลือ แต่ก็แสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสรในการเสริมทัพผู้เล่นคุณภาพสูง การแข่งขันในพรีเมียร์ลีกนั้นสูงมาก และทุกทีมต่างก็พยายามที่จะหาผู้เล่นที่สามารถสร้างความแตกต่างให้กับทีมได้

การที่ เอฟเวอร์ตันหวังคว้า Grealish ราคาถูก นั้น อาจเป็นเพราะสถานการณ์ทางการเงินของสโมสรที่ไม่เอื้ออำนวย อย่างไรก็ตาม การเจรจาต่อรองราคาเป็นเรื่องปกติในตลาดซื้อขายนักเตะ และเอฟเวอร์ตันอาจพยายามที่จะหาข้อตกลงที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

ท้ายที่สุดแล้ว การย้ายทีมของ Jack Grealish หรือผู้เล่นคนอื่นๆ จะขึ้นอยู่กับการตัดสินใจของนักเตะ สโมสร และสถานการณ์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง แต่ข่าวลือเหล่านี้ก็ทำให้แฟนบอลได้คาดเดาและติดตามความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายนักเตะอย่างใกล้ชิด

ที่มา – Everton eye bargain Grealish deal – Saturday’s gossip

ร็อดเจอร์ส จี้ คนขี้ขลาด ออกจาก เซลติก

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีมเซลติก เรียกร้องให้ “คนขี้ขลาด” ภายในสโมสรที่ให้ข้อมูลกับสื่อโจมตีเขา ให้ออกจากทีมแชมป์แห่งสกอตแลนด์ไป

บทความจากแหล่งข่าวภายในสนามปาร์คเฮดที่ไม่เปิดเผยชื่อเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ระบุว่า ร็อดเจอร์สพยายาม “หาทางออกจาก” สัญญาของเขากับเซลติก ซึ่งมีผลถึงช่วงซัมเมอร์หน้า

เรื่องนี้เกิดขึ้นหลังจากทีมไม่สามารถผ่านเข้าไปเล่นในแชมเปียนส์ลีกได้ และตลาดซื้อขายนักเตะที่เขาอธิบายในการแถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ว่าทำให้เขารู้สึก “ว่างเปล่า”

ร็อดเจอร์สกล่าวว่า “ความรู้สึกที่แท้จริงของผมคือ ผมคิดว่ามันเป็นการกระทำที่ขี้ขลาดของผู้ที่ทำ”

“ไม่ใช่สิ่งที่คุณต้องการ แน่นอนว่าความสัมพันธ์ของผมกับคนที่ผมสนิทด้วยที่นี่ภายในบอร์ด ผมคงเข้าใจได้ยากว่าทำไม”

“สิ่งที่ผมพยายามทำคือขับเคลื่อนสโมสรไปข้างหน้า ผมประหลาดใจไหม? ไม่เลย”

“ผมเป็นคนใจแข็ง และเป็นเพราะผมต้องการทำให้ดีที่นี่ ผมมุ่งมั่น”

“ผมรู้ว่า เดอร์ม็อต [เดสมอนด์ ผู้ถือหุ้นใหญ่], ไมเคิล [นิโคลสัน ประธานบริหาร], คนที่ผมทำงานด้วยทุกวัน สื่อสารกันทุกวัน รู้สึกเช่นเดียวกัน”

ในรายงานของ The Scottish Sun ไม่มีการระบุว่าข้อมูลรั่วไหลมาจากที่ใด นอกเหนือจากบอกว่าบุคคลสำคัญกังวลว่าอดีตหัวหน้าทีมลิเวอร์พูล ซึ่งเคยออกจากตำแหน่งที่เซลติกในช่วงกลางฤดูกาลที่สามของเขา กำลังคิดที่จะย้ายออกไป

นอกจากนี้ยังมีข้อกล่าวหาว่าความหงุดหงิดของเขาเกี่ยวกับการซื้อขายนักเตะของสโมสรได้ “ทำให้สโมสรแตกแยก”

เมื่อถูกถามเมื่อวันศุกร์ว่าคนที่พูดต่อต้านเขาควรลาออกหรือไม่ ร็อดเจอร์สกล่าวว่า “ผมไม่คิดว่ามีข้อสงสัยใดๆ”

“หากคุณอยู่ในตำแหน่งที่ผมอยู่โดยมีน้ำหนักของสโมสรอยู่บนบ่าของคุณ ในฐานะโฆษก ในฐานะผู้จัดการทีม ในฐานะนักจิตวิทยา และเป็นทุกสิ่งทุกอย่าง มันสำคัญมากที่คุณจะรู้สึกได้รับการสนับสนุน”

“ผมค่อนข้างแน่ใจว่าจะมีคำถามเกิดขึ้นเกี่ยวกับเรื่องนี้ เพราะอย่างที่ผมบอกไป มีรายละเอียดค่อนข้างมาก และอาจมีข้อมูลที่ผิดพลาด”

ร็อดเจอร์ส จี้ คนขี้ขลาด ออกจาก เซลติก

ถึงกระนั้น ผู้จัดการทีมเซลติกกล่าวว่าเขา “100%” เปิดรับการขยายสัญญาของเขา แม้หลังจากตลาดซื้อขายนักเตะที่ไม่ดีนัก

เมื่อถูกถามว่าเขารู้สึกผิดหวังกับการที่สโมสรไม่สนับสนุนเขาหรือไม่ ร็อดเจอร์สกล่าวว่า “มันไม่ใช่เรื่องของผม”

“ผมต้องการให้เซลติกเป็นสโมสรที่ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ความทะเยอทะยานของผมคือเพื่อสโมสร เพื่อผู้สนับสนุนของเรา เพื่อผู้เล่น”

“มันไม่ใช่เรื่องส่วนตัวสำหรับผม ผมสามารถทำได้ดีที่สุดเพื่อปรับปรุงสิ่งที่เราต้องปรับปรุง ไม่ว่าผมจะอยู่ในสถานการณ์ใด ผมก็จะพยายามทำให้ดีที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้”

“ครั้งแรกที่ผมอยู่ที่นี่ ผมอาจจะจากไปเพราะเรื่องนั้น [ความหงุดหงิดจากการขาดการสนับสนุน] แต่ผมจะไม่ทำแบบนั้นอีกในครั้งนี้ ไม่มีทางอย่างแน่นอน – 100%”

“หน้าที่ของผมคืออยู่ที่นี่และช่วยเหลือทีม ช่วยเหลือทีม ช่วยเหลือสโมสรให้กลับมาอีกครั้งและก้าวต่อไป”

ความหงุดหงิดเพิ่มขึ้นในหมู่แฟนบอลเซลติกเกี่ยวกับการขาดกำลังเสริม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในแนวรุก

เคียวโงะ ฟุรุฮาชิ และนิโกลัส คุห์น ต่างก็ย้ายออกไป ในขณะที่การกลับมาของโจต้าถูกขัดขวางจากอาการบาดเจ็บ

มีการเซ็นสัญญานักเตะใหม่ รวมถึงกองหน้า เคเลชี อิเฮียนาโช่, เซบาสเตียน ตูเน็คติ นักเตะทีมชาติตูนิเซีย และมิเชล-อังเก บาลิควิชา เบนจามิน นีกเรน เป็นนักเตะใหม่เพียงคนเดียวที่สร้างผลกระทบได้จนถึงปัจจุบัน

เมื่อถูกถามว่าตลาดซื้อขายนักเตะที่ร็อดเจอร์สยอมรับว่า “น่าจะดีกว่านี้สำหรับเรา” ทำให้เขาครุ่นคิดที่จะลาออกหรือไม่ เขาตอบว่า “ไม่เลย มันไม่ได้ทำให้ผมคิดที่จะเดินจากไป ผมแค่รู้สึกว่างเปล่า ถ้าผมพูดตามตรง”

“มันเป็นกระบวนการที่ยาวนาน และภาระหนักอยู่ที่บ่าของคุณเมื่อคุณอยู่ที่นี่ แบกรับทุกสิ่ง เมื่อมันไม่ได้เป็นไปอย่างที่คุณต้องการ แน่นอนว่าคุณจะรู้สึกว่างเปล่า”

อนาคตของ ร็อดเจอร์ส จี้ คนขี้ขลาด ออกจาก เซลติก จะเป็นอย่างไรต่อไป?

สถานการณ์ที่เซลติกกำลังเผชิญอยู่แสดงให้เห็นถึงความท้าทายในการบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลสมัยใหม่ ความคาดหวังจากแฟนบอล สื่อ และเจ้าของสโมสร ทำให้ผู้จัดการทีมต้องเผชิญกับแรงกดดันอย่างมาก การที่ร็อดเจอร์สออกมาเรียกร้องให้ “คนขี้ขลาด” ออกจากสโมสร บ่งบอกถึงความไม่พอใจอย่างมากต่อสถานการณ์ภายในทีม การแก้ไขปัญหาความขัดแย้งภายใน และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับทีมและแฟนบอล จะเป็นกุญแจสำคัญที่ทำให้เซลติกกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง การสนับสนุนจากบอร์ดบริหาร และการเสริมทัพนักเตะที่มีคุณภาพ จะช่วยให้ร็อดเจอร์สสามารถนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จได้

เมื่อพิจารณาถึงความท้าทายที่ร็อดเจอร์สกำลังเผชิญอยู่ ผมเชื่อว่าเขามีความสามารถและประสบการณ์ที่จะนำพาเซลติกผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ การสื่อสารที่เปิดเผยและตรงไปตรงมากับบอร์ดบริหารและผู้เล่น จะเป็นสิ่งสำคัญในการสร้างความไว้วางใจและความเข้าใจซึ่งกันและกัน การดึงนักเตะใหม่ที่มีคุณภาพเข้ามาเสริมทีม จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันและสร้างความตื่นเต้นให้กับแฟนบอล

ที่มา – Rodgers calls for ‘cowardly’ insider to leave Celtic