วัน: 15 กันยายน 2025

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

โปรดเกล้าฯ แต่งตั้ง “พล.ต.ต.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย” เป็นผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ พระราชทานยศ พล.ต.ท. ย้อนหลังไปถึงวาระการแต่งตั้งตำรวจประจำปี 2566 คืนสิทธิอันพึงมีพึงได้ นี่คือข่าวสำคัญที่ได้รับการเผยแพร่อย่างเป็นทางการ

วันที่ 15 กันยายน 2568 เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง แต่งตั้งข้าราชการตำรวจและพระราชทานยศตำรวจชั้นนายพล ประกาศ ณ วันที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2568 โดยมี นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี เป็นผู้รับสนองพระบรมราชโองการ ซึ่งมีรายละเอียดที่น่าสนใจเกี่ยวกับ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

ตามที่มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ ราย พลตำรวจตรี ศุภเศรษฐ์ โชคชัย รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และพระราชทานยศ พลตำรวจโท ตั้งแต่วันที่ 19 พฤษภาคม 2567 นั้น

เนื่องจากคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจได้มีคำวินิจฉัย ให้สำนักงานตำรวจแห่งชาติดำเนินการยกเลิกการคัดเลือกแต่งตั้งให้ผู้ร้องทุกข์ดำรงตำแหน่งผู้ทรงคุณวุฒิพิเศษ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ แล้วดำเนินการคัดเลือกแต่งตั้งให้ผู้ร้องทุกข์ดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการในตำแหน่งที่เหมาะสมย้อนหลังไปถึงวาระการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจประจำปี 2566 และเยียวยาคืนสิทธิอันพึงมีพึงได้ให้แก่ผู้ร้องทุกข์

ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ดำเนินการเพื่อให้เป็นไปตามคำวินิจฉัยของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจแล้ว และขอให้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้ง พลตำรวจตรีศุภเศรษฐ์ โชคชัย รองผู้บัญชาการตำรวจท่องเที่ยว ให้ดำรงตำแหน่ง ผู้บัญชาการประจำสำนักงานผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ และขอพระราชทานยศ พลตำรวจโท ตั้งแต่วันที่ 4 พฤศจิกายน 2566 ซึ่งสำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแล้ว

บัดนี้ ความทรงทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่ง และพระราชทานยศ พลตำรวจโท ตามที่เสนอ.

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย พร้อมตำแหน่งใหม่นี้ ถือเป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนและข้าราชการตำรวจเป็นอย่างมาก เนื่องจากเป็นกรณีที่เกี่ยวข้องกับการร้องทุกข์และการพิจารณาความเป็นธรรมในการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจ

ความสำคัญของการ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย

การได้รับพระราชทานยศและตำแหน่งใหม่นี้ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงในหน้าที่การงานของ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย เท่านั้น แต่ยังเป็นเครื่องยืนยันถึงความสำคัญของการรักษาสิทธิและความเป็นธรรมในการบริหารงานราชการ การที่คณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหา และสำนักงานตำรวจแห่งชาติได้ปฏิบัติตามคำวินิจฉัยอย่างเคร่งครัด แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการสร้างระบบราชการที่โปร่งใสและเป็นธรรม

นอกจากนี้ การที่สำนักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ยังเป็นการยืนยันถึงความสำคัญของกระบวนการทางกฎหมายและการบริหารราชการที่ถูกต้อง ซึ่งทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้ร่วมมือกันเพื่อให้การดำเนินการเป็นไปตามขั้นตอนและเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย

การโปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย ในครั้งนี้ จึงเป็นกรณีศึกษาที่สำคัญสำหรับหน่วยงานราชการอื่นๆ ในการแก้ไขปัญหาและสร้างความเป็นธรรมในการบริหารงาน รวมถึงการรักษาสิทธิของข้าราชการทุกคน

  • ความสำคัญของการรักษาสิทธิและความเป็นธรรม
  • บทบาทของคณะกรรมการพิทักษ์ระบบคุณธรรมข้าราชการตำรวจ
  • ความโปร่งใสในการบริหารงานราชการ

ท้ายที่สุดนี้ การ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกฝ่ายตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต และเป็นธรรม เพื่อสร้างสังคมที่น่าอยู่และมีความเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืน

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศ “พล.ต.ท.ศุภเศรษฐ์ โชคชัย” พร้อมตำแหน่ง คืนสิทธิอันพึงมีพึงได้

สาวเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี ส่องเลขอ่างน้ำมนต์

สาวดวงเฮงกลับมาเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี ที่อาศรมฤาษีเณรเป็นครั้งที่ 3 ตามความเชื่อ หลังได้โชคหลักแสนบาท ไม่ลืมส่องเลขอ่างน้ำมนต์ เสี่ยงโชคงวด 16/9/68

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ที่อาศรมฤาษีเณร วงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ตำบลโพธิ์แตง อำเภอบางไทร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีสาธุชนจำนวนมากเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรม ทั้งปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก กุมารทองเจ้าสัวเฮง ท้าวเวสสุวรรณ 9 หน้า เจ้าแม่ตะเคียน เจ้าเงาะในถ้ำจินดามณี ปู่ฤาษีเกล็ดแก้วองค์ปฐมนาคราช ขณะที่หลายคนก็นำสิ่งของต่างๆ มาแก้บน ทั้งฟักทอง น้ำแดง ข้าวสาร น้ำ ขนม ของเล่น และเข้าร่วมพิธีต่างๆ ถวายข้าวสาร อาบน้ำมนต์โสฬสมงคล ปิดทองปู่ฤาษี 7 ปาง และให้อาจารย์ฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณลงนะพระลักษณ์หน้าทอง เจิมมือเปิดดวงเศรษฐี รับน้ำสังข์นิลกาฬเพื่อความเป็นสิริมงคล

โดยสิ่งของต่างๆ ที่มาแก้บนทั้งหมด ทางอาศรมจะนำไปบริจาคให้ทางโรงเรียน วัด โรงพยาบาล มูลนิธิต่างๆ เพื่อนำไปใช้ประโยชน์ต่อไป

จากการสอบถาม น.ส.ฐิติขวัญ มีก่ำ อายุ 38 ปี เจ้าของร้านกาแฟชาวจังหวัดสกลนคร ที่เดินทางมาเจิมมือเปิดดวงเศรษฐีเป็นครั้งที่ 3 และมีโชคถูกลอตเตอรี่หลายงวดติด เผยว่า หลังมาทำพิธีเจิมมือ แล้วกลับไปมีโชค น่าจะหลักแสนบาท โดยมาครั้งแรกไม่ได้เจิมมือเพราะมาไม่ทัน เลยอธิษฐานขอพรปู่ฤาษีพรหมเมศ กลับไปขอให้มีโชคมีลาภ ถ้ามีบุญสัมพันธ์กับปู่ กลับไปก็ฝันเลย ลองตีความฝันเป็นตัวเลขมันก็ออกแบบนั้น เจิมครั้งต่อมาก็ถูกลอตเตอรี่สามตัวหน้าและสามตัวหลัง แล้วก็ถูกทุกงวดแต่ไม่เยอะ เพราะเป็นคนซื้อน้อย วันนี้จึงกลับมาเจิมมือเปิดดวงเศรษฐีอีกครั้ง

ก่อนกลับ น.ส.ฐิติขวัญ ยังได้ไปส่องเลขอ่างน้ำมนต์หน้าองค์ปู่ฤาษีพรหมเมศ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคงวด 16/9/68 ตามความเชื่อ โดยเลขในอ่างน้ำมนต์ได้แก่ 1 2 3 4 5 6 เวียนจับกลุ่มกัน เรียกว่าเทวะบันดาล

สาวเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี หลังได้โชคหลักแสน ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร

เลขเด็ดจากอ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร: สาวเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี

เรื่องราวความเชื่อและความศรัทธาเป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาอย่างยาวนาน การเดินทางมายังสถานที่ศักดิ์สิทธิ์เพื่อขอพร เสริมสิริมงคล หรือแม้แต่การเสี่ยงโชค ล้วนเป็นกิจกรรมที่ได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ดังเช่นกรณีของสาวผู้โชคดีท่านนี้ ที่กลับมายังอาศรมฤาษีเณรเพื่อเจิมมือเปิดดวงเศรษฐีอีกครั้ง หลังได้รับโชคลาภจากการเสี่ยงโชคที่นี่

การเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี ถือเป็นพิธีกรรมที่ได้รับความสนใจจากผู้คนจำนวนมาก ด้วยความหวังว่าจะช่วยเสริมดวงชะตาให้มีความเจริญก้าวหน้า ประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน และมีโชคลาภเข้ามาในชีวิต นอกจากนี้ การส่องเลขอ่างน้ำมนต์ ก็เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่นักเสี่ยงโชคนิยมทำกัน โดยเชื่อว่าเลขที่ปรากฏในอ่างน้ำมนต์นั้น เป็นเลขนำโชคที่สามารถนำไปเสี่ยงดวงได้

ความเชื่อเหล่านี้ เป็นสิ่งที่สะท้อนให้เห็นถึงความหวังและความศรัทธาของผู้คน ที่ต้องการแสวงหาโอกาสและความสำเร็จในชีวิต อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคควรทำแต่พอดี และไม่ควรสร้างความเดือดร้อนให้กับตนเองและผู้อื่น

สำหรับใครที่สนใจอยากจะลองเดินทางไปสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่อาศรมฤาษีเณร หรืออยากจะลองเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี ก็สามารถเดินทางไปได้ตามวันและเวลาที่ทางอาศรมกำหนด แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การมีสติในการใช้ชีวิต และการทำความดีอย่างสม่ำเสมอ เพราะสิ่งเหล่านี้ต่างหากที่จะนำมาซึ่งความสุขและความสำเร็จที่แท้จริง

ที่มา – สาวเจิมมือเปิดดวงเศรษฐี หลังได้โชคหลักแสน ส่องเลขอ่างน้ำมนต์ฤาษีเณร

“จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” สส. เชียงราย เกินคาด

“จักรภพ” วิเคราะห์ชัยชนะเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 เกินความคาดหมาย เชื่อมาจาก “สง่า” ทำงานหนัก มี “ยงยุทธ-พิเชษฐ์” ช่วยเบื้องหลังเป็นระบบ เตือนอย่ามองข้ามคะแนนโนโหวตประท้วงเงียบ

วันที่ 15 ก.ย. 2568 นายจักรภพ เพ็ญแข รักษาการที่ปรึกษาของเลขาธิการนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงชัยชนะของนายสง่า พรมเมือง ในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 โดยทิ้งห่างคู่แข่งอย่างพรรคประชาชนกว่าเท่าตัวว่า หากให้วิเคราะห์น่าจะมาจาก 1. มาจากตัวผู้สมัครเอง ที่ทำงานหนัก และลงพื้นที่พบปะพี่น้องประชาชนอย่างทั่วถึง 2. มาจากผลงานเดิมของรัฐบาลพรรคไทยรักไทย 3. ความคาดหวังในตัวผู้สมัครที่เข้าใจความรู้สึกของชาวบ้าน ส่วนตัวรู้สึกว่าจังหวัดเชียงรายเป็นพื้นที่เฉพาะที่มีลักษณะเป็นเมืองนานาชาติที่มีการพัฒนาขึ้นในทุกวัน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่อยู่ใกล้กับประเทศจีน ลาว เมียนมา แต่องค์ประกอบหลายอย่างของจังหวัดเชียงรายยังไม่ได้จัดให้สอดคล้องกับความเป็นเมืองนานาชาติ

ไม่คิดผลคะแนนทะลุ 4 หมื่น

นายจักรภพ ยอมรับด้วยว่า ก่อนหน้านี้ ทางพรรคเพื่อไทยตั้งความหวังว่า นายสง่าจะชนะการเลือกตั้ง แต่ไม่ได้คิดว่าผลคะแนนที่ได้จะสูงถึงขนาด 4 หมื่นกว่าคะแนน ซึ่งห่างจากผู้สมัครของพรรคประชาชนที่ได้ไม่ถึง 2 หมื่นคะแนน สิ่งที่ตนเองพูดนี้ไม่ได้หมายความถึงการฮึกเหิมและก้าวร้าวทางการเมือง แต่สิ่งที่จะต้องทำหลังจากนี้ คือจะต้องศึกษาวิธีที่ได้มาซึ่งคะแนนเสียง ว่าเพราะอะไรประชาชนถึงสนับสนุนพรรคเพื่อไทยด้วยคะแนนเสียงจำนวนมาก และเท่าที่ตนเองสังเกตนายสง่าพร้อมทั้งทีมงานทำงานหนักมาโดยตลอด และได้รับการสนับสนุนจากนายยงยุทธ ติยะไพรัช อดีตประธานรัฐสภา ทั้งหมดนี้บ่งบอกถึงระบบที่เคยมีการบริหารการเมืองและการเข้าถึงประชาชนโดยผ่านกระบวนการตัวแทนต่างๆ ทั้งในระดับจังหวัดและระดับท้องถิ่น ซึ่งจากการชนะการเลือกตั้งครั้งนี้ตนเองยังตั้งข้อสังเกตว่า ชัยชนะที่ได้มาไม่ได้มาจากการที่จัดเวทีหาเสียงในลักษณะเวทีใหญ่ แต่เป็นการหาเสียงโดยใช้เวทีย่อยแต่ละหมู่บ้าน เมื่อผลออกมาว่าชนะการเลือกตั้งแสดงว่ากลยุทธ์และวิธีที่ได้ลงพื้นที่หาเสียงไปได้ผลตอบรับเป็นอย่างดี คือประชาชนอยากได้ผู้สมัครที่เข้าถึงตัวและสามารถพูดจากันได้

เชื่อพท.ปรับกลยุทธ์ลุยเวทีย่อย

นายจักรภพกล่าวด้วยว่า จากนี้เชื่อว่า ทางผู้ใหญ่ในพรรคเพื่อไทยก็คงจะให้ความสำคัญกับเรื่องนี้ แต่ในฐานะที่ตนเองเป็นผู้ช่วยหาเสียงเขต 7 เชียงราย ในครั้งนี้ คิดว่าสามารถนำมาเป็นต้นแบบในการหาเสียงเขตอื่นๆ ได้ โดยมีวิธีการคือ 1. เข้าถึงประชาชนให้ได้มากที่สุด และให้ย้อนกลับไปคิดถึงตอนที่สร้างพรรคไทยรักไทยขึ้นเป็นครั้งแรก ตอนนั้นประชาชนไม่รู้จักพรรคไทยรักไทยเลย ซึ่งเราจะต้องเอาตรงส่วนนี้มาถอดบทเรียนว่าทำอย่างไรจึงเข้าถึงประชาชน และได้รับการเลือกตั้งจนมาถึงปัจจุบันนี้ ตอนนี้ส่วนตัวคิดว่า ไม่ได้ต้องการเฉพาะที่จะได้แต่ชัยชนะ แต่ต้องปลุกฟื้นความศรัทธาของประชาชน เนื่องจากประชาชนเอือมระอาต่อการเมืองเป็นจำนวนมาก

วิเคราะห์ปัจจัยทำให้ชนะ

“ชัยชนะของคุณสง่า ในครั้งนี้ ผมมองว่าเป็นเพราะตัวคุณสง่า ที่ประกอบธุรกิจพืชไร่ในพื้นที่มาโดยตลอด จนเป็นที่รักของประชาชน จึงทำให้มีฐานคะแนนเดิมอยู่แล้ว แต่ก็ไม่ปฏิเสธว่าคะแนนที่ได้มาทั้งหมดจะเป็นฐานคะแนนเก่าของคุณพิเชษฐ์ เชื้อเมืองพาน และอีกส่วนประมาณ 40% ได้รับคะแนนสงสารคุณทักษิณ ที่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรมและต้องเข้าไปจำคุกอยู่ในเรือนจำ และสิ่งสำคัญที่ผมคิดว่ามีส่วนทำให้ชนะ คือ คุณยงยุทธ ติยะไพรัช การนำคนเก่าๆ ที่มีบทบาทในพื้นที่เข้ามาช่วยเหลือ” นายจักรภพ กล่าวและว่า

ห่วงโนโหวตประท้วงการเมือง

แต่สำหรับอีกประเด็นที่ไม่พูดถึงไม่ได้ คือ จำนวนบัตรที่กาช่องไม่ประสงค์เลือกบุคคลใดมีจำนวนเกือบหมื่นใบ นายจักรภพ กล่าวว่า ในส่วนนี้แสดงให้เห็นได้ชัดว่าคนเบื่อหน่ายการเมือง แต่ตัวเองก็ถือว่าเป็นประเด็นที่จะต้องนำมาคิดเนื่องจาก โนโหวต ไม่ได้แปลว่าเขาชอบหรือไม่ชอบทั้งเพื่อไทยและประชาชน และก็มองว่าผู้สมัครทั้ง 2 คนไม่มีใครเป็นตัวเลือกที่สมบูรณ์ แต่ในส่วนของพรรคประชาชนนั้น คนอาจจะผิดหวังที่ไปเข้าร่วมรัฐบาล ส่วนตัวจึงคิดว่าจะต้องให้ความสำคัญกับหมื่นคะแนนที่ โนโหวต ส่วนตัวมีความรู้สึกลึกๆ ว่า จำนวนที่ โนโหวต อาจจะเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นั่นก็สะท้อนให้เห็นว่าเป็นคะแนนที่ประท้วงระบบการเมือง

ยุ “ทักษิณ”พ้นโทษ ถือธงนำเพื่อไทย

นอกจากนี้ยังคงมีประเด็นที่เกี่ยวข้องกับตระกูลชินวัตร ว่า หลังจากนี้ต่อไปพรรคเพื่อไทยมีความจำเป็นหรือไม่ที่จะต้องมีบุคคลในตระกูลชินวัตรเป็นผู้บริหารพรรค สำหรับประเด็นนี้ นายจักรภพมองว่า ตอนนี้คนในครอบครัวชินวัตร ก็คงมองอยู่ว่ามีบุคคลอื่นที่มีความรู้ความสามารถที่จะเข้ามาช่วยขยายอุดมการณ์ ในการร่วมขับเคลื่อนพรรค ต้องยอมรับว่าในระยะนี้คนคิดถึงนายทักษิณมากพอสมควร เนื่องจากนโยบายหลายอย่างที่นายทักษิณเคยทำไว้ตอนที่เป็นนายกรัฐมนตรี ยังไม่เคยมีใครทำได้ที่เป็นรูปธรรมขนาดนี้ และที่สำคัญตนเองคิดว่าหลังจากที่คุณทักษิณพ้นโทษ ควรจะต้องกลับมาอยู่เบื้องหน้าของพรรคเพื่อไทย เนื่องจากยังคงเป็นแบรนด์ของพรรคที่สำคัญ เพราะว่ายังคงมีคนที่ชื่นชอบในตัวคุณทักษิณอยู่อีกไม่น้อย และอีกประการเรื่องอายุขัยก็เป็นสิ่งสำคัญที่คุณทักษิณมีเวลาอีกไม่มากที่จะทำงาน เพราะฉะนั้นเมื่อประชาชนคิดว่าไม่อยากย่ำเท้าอยู่ที่เดิม ประกอบกับคุณทักษิณเองก็คิดว่าจะต้องพัฒนาก้าวไปข้างหน้าทั้ง 2 ส่วนนี้มารวมกันก็จะไปในทิศทางที่ดี และอีกประการหากนายทักษิณมาอยู่เบื้องหน้า ก็จะสามารถทำให้สร้างความมั่นใจให้กับ สส. ที่กำลังคิดว่าจะย้ายพรรค ปรับเปลี่ยนความคิดใหม่ก็อาจจะเป็นได้หลังพ้นโทษ

เบรกอย่ารีบ ต้องเรียนรู้บทเรียน

ส่วนคำถามที่ว่ามีโอกาสมากน้อยแค่ไหนที่นายทักษิณจะมีโอกาสมารับโทษนอกเรือนจำ นายจักรภพกล่าวว่า คิดว่าเราไม่ควรรีบร้อนที่จะทำอะไรแบบนั้น ยกเว้นเสียแต่ว่าเป็นสิทธิของผู้ต้องขังตามปกติ ซึ่งจะพิจารณาจากพระราชบัญญัติราชทัณฑ์ เพราะฉะนั้นจึงคิดว่าจะใช้สิทธิ์ทางด้านอายุ อาการป่วย จนถึงขั้นพักโทษนั้น ไม่เหมือนสมัยก่อนที่เราจะรีบเอาเรื่องนี้มาใช้เป็นสิทธิ ก็จะทำให้เกิดความคลางแคลงใจในอนาคต เราต้องเรียนรู้บทเรียนที่จะไม่ไปสร้างความระแวงของประชาชน เหมือนคราวที่ผ่านมา

“จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย เตือนอย่ามองข้ามโนโหวตประท้วงเงียบ

บทวิเคราะห์ของนายจักรภพ เพ็ญแข ชี้ให้เห็นถึงปัจจัยสำคัญที่นำไปสู่ชัยชนะในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 โดยเน้นย้ำถึงการทำงานหนักของผู้สมัคร การสนับสนุนจากทีมงาน และความต้องการของผู้สมัครที่เข้าถึงประชาชน

สิ่งที่น่าสนใจจาก “จักรภพ” เผยชัยชนะ “สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย

สิ่งที่ได้จากบทสัมภาษณ์ของนายจักรภพ คือการมองถึงปัจจัยรอบด้านที่นำไปสู่ชัยชนะ ไม่ว่าจะเป็นตัวผู้สมัครเอง ทีมงานเบื้องหลัง หรือแม้แต่กระแสความนิยมในอดีตของพรรคไทยรักไทย นอกจากนี้ยังมีการกล่าวถึงประเด็นที่น่าสนใจคือจำนวนผู้ที่เลือก “ไม่ประสงค์ลงคะแนน” ซึ่งสะท้อนถึงความเบื่อหน่ายทางการเมืองที่อาจส่งผลต่อการเลือกตั้งในอนาคต

ชัยชนะของนายสง่า พรมเมือง ในการเลือกตั้งซ่อม สส. เชียงราย เขต 7 เป็นผลลัพธ์ของการทำงานอย่างหนัก ความเข้าใจในพื้นที่ และการสนับสนุนจากทีมงานที่มีประสบการณ์ นอกจากนี้ยังสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการเข้าถึงประชาชนและการสร้างความเชื่อมั่นทางการเมืองในระยะยาว

การวิเคราะห์ของนายจักรภพเป็นข้อมูลที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ติดตามการเมืองไทยและผู้ที่สนใจในการวางกลยุทธ์การเลือกตั้ง

ที่มา – “จักรภพ”เผยชัยชนะ“สง่า” ว่าที่สส. เชียงราย เกินความคาดหมาย เตือนอย่ามองข้ามโนโหวตประท้วงเงียบ

หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยึดที่ดินคืนบางส่วนแล้ว

สถานการณ์ที่บ้านหนองจาน-หนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้วกลับสู่ความสงบเรียบร้อยแล้ว เจ้าหน้าที่สามารถยึดที่ดินคืนได้แล้วบางส่วน และกำลังเร่งดำเนินการในส่วนที่เหลือ พร้อมทั้งเสริมสร้างบังเกอร์และติดตั้งกล้องวงจรปิดเพื่อดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่

หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยึดที่ดินคืนได้แล้วบางส่วน

พันเอกชัยณรงค์ กาสี ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจ ฉก.12 ได้สรุปสถานการณ์ชายแดนบ้านหนองจานในช่วงหลายวันที่ผ่านมาว่า สถานการณ์โดยทั่วไปยังคงสงบเรียบร้อย ไม่มีเหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้น กำลังพลยังคงปฏิบัติภารกิจในการเฝ้าระวัง ป้องกันชายแดน และรักษาอธิปไตยของประเทศอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ พันเอกชัยณรงค์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ปัจจุบันยังไม่มีสัญญาณของการปลุกระดมหรือความเคลื่อนไหวที่อาจก่อให้เกิดความไม่สงบ ทุกหน่วยงานยังคงติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และยืนยันว่าการดูแลพื้นที่และการประสานงานระหว่างฝ่ายความมั่นคงยังคงดำเนินการอย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลา

มาตรการด้านความมั่นคงได้รับการเสริมสร้างอย่างต่อเนื่อง โดยมีการสร้างบังเกอร์และติดตั้งกล้องวงจรปิดครอบคลุมพื้นที่ยุทธศาสตร์ที่สำคัญ ได้แก่ บ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว เพื่อเฝ้าระวังและเก็บหลักฐานภาพเคลื่อนไหว การไฟฟ้าส่วนภูมิภาคได้เข้าดำเนินการเดินสายไฟฟ้า ทำให้สามารถจ่ายกระแสไฟเข้าพื้นที่ ทำให้เจ้าหน้าที่และประชาชนได้รับความสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น หน่วยความมั่นคงเน้นย้ำว่า หากประชาชนต้องการเข้าไปทำกินหรือทำกิจกรรมในพื้นที่ ต้องแจ้งให้ทหารทราบทุกครั้ง เพื่อความปลอดภัยและป้องกันการถูกสร้างสถานการณ์โดยผู้ไม่หวังดี

ในส่วนของแผนการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ 12 จะเข้ามาดำเนินการปรับปรุงถนนในพื้นที่ โดยจะทำถนนลูกรังกว้าง 5 เมตร ระยะทางประมาณ 500 เมตร ที่บ้านหนองหญ้าแก้ว และอีกเส้นทางยาวประมาณ 700 เมตร ที่บ้านหนองจาน เพื่อให้การสัญจรและการขนส่งมีความสะดวกและได้มาตรฐานมากยิ่งขึ้น การพัฒนาดังกล่าวถือเป็นส่วนหนึ่งของการคืนพื้นที่ให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างแท้จริง และช่วยเสริมสร้างความมั่นคงในระยะยาว

ความคืบหน้าการยึดคืนพื้นที่ หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว

พันเอกชัยณรงค์ยังเปิดเผยตัวเลขพื้นที่ที่สามารถยึดคืนได้แล้วดังนี้

  • บ้านหนองจาน: ยึดคืนได้แล้วประมาณ 60 ไร่ เหลืออีก 64 ไร่ที่ยังมีผู้อพยพชาวกัมพูชาพักอาศัยอยู่
  • บ้านหนองหญ้าแก้ว: ยึดคืนได้เกือบ 100 ไร่ แต่ยังมีผู้อพยพชาวกัมพูชารุกล้ำอยู่ราว 20 ไร่

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังคงดำเนินการอย่างต่อเนื่องเพื่อผลักดันให้ได้คืนพื้นที่ทั้งหมดกลับมาอยู่ภายใต้การดูแลของประเทศไทย พร้อมย้ำว่าประชาชนไทยที่มีสิทธิในที่ดินสามารถเข้าทำกินได้ โดยทหารจะจัดกำลังดูแลความปลอดภัยและสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน เจ้าหน้าที่เน้นย้ำว่าพื้นที่ที่ได้รับการยึดคืนแล้วมีความปลอดภัย โดยจะมีทหารควบคุมและอำนวยความสะดวกทุกครั้งที่ประชาชนเข้าพื้นที่ จึงไม่จำเป็นต้องกังวล

การแก้ไขปัญหาที่ดินในพื้นที่หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว และการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้ประชาชนในพื้นที่มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น และส่งเสริมความมั่นคงในระยะยาว การที่เจ้าหน้าที่สามารถยึดที่ดินคืนมาได้บางส่วนถือเป็นก้าวสำคัญ และหวังว่าจะสามารถดำเนินการในส่วนที่เหลือได้อย่างราบรื่น เพื่อคืนที่ดินทำกินให้กับประชาชนอย่างแท้จริง ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและประชาชนในพื้นที่จะเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยให้การพัฒนาเป็นไปอย่างยั่งยืน และสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชน

ที่มา – หนองจาน-หนองหญ้าแก้ว ยึดที่ดินคืนได้แล้วบางส่วน เร่งสร้างบังเกอร์ ติดวงจรปิด

รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว

เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปางได้เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังจากมีบุคคลแชทมาเรียกเงินเพื่อแลกกับข้อมูลที่อ้างว่าเป็นพระลูกวัดแชทสยิวและมีพฤติกรรมทางเพศกับสุนัข ขณะที่พระลูกวัดที่ถูกกล่าวหาพร้อมให้ตรวจสอบข้อเท็จจริง

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีการส่งแชทลับและคลิปลับเพื่อให้ตรวจสอบพฤติกรรมของพระลูกวัดรูปหนึ่งในอำเภอเกาะคา จังหวัดลำปาง โดยในคลิปปรากฏภาพชายวัยรุ่นมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขเพศเมียสีดำ นอกจากนี้ยังมีข้อความแชทและภาพที่แสดงถึงการพูดคุยแลกเปลี่ยนภาพอวัยวะเพศ รวมถึงการพูดคุยเกี่ยวกับรสนิยมทางเพศที่เกี่ยวข้องกับสุนัข ซึ่งมีทั้งคลิปและภาพนิ่ง อีกทั้งยังมีการแคปภาพหน้าจอที่แสดงว่าได้มีการแจ้งเรื่องไปยังเพจของวัดแล้ว แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง จึงนำเรื่องมาแจ้งสื่อมวลชน

ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าวและนำแชทและคลิปให้เจ้าอาวาสดู หลังจากตรวจสอบหลักฐานแล้ว เจ้าอาวาสได้เรียกพระลูกวัดวัย 28 ปีที่ถูกกล่าวหามาสอบถามต่อหน้าผู้สื่อข่าว พระรูปดังกล่าวปฏิเสธข้อกล่าวหา โดยยืนยันว่าภาพและคลิปวิดีโอ รวมถึงแชทต่างๆ ไม่ใช่ของตนเอง สถานที่ในคลิปไม่ใช่ภายในวัด และสุนัขในคลิปก็ไม่ใช่สุนัขที่วัดเลี้ยงไว้ พร้อมทั้งยินดีที่จะเข้าสู่กระบวนการตรวจสอบของทางสงฆ์และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ต่อมาเจ้าอาวาสได้ใช้เพจของวัดตอบกลับไปยังผู้ที่เคยแชทมาให้ตรวจสอบพระลูกวัดดังกล่าว หลังจากนั้นไม่นาน อีกฝ่ายได้ตอบกลับมาและเรียกเงินจำนวน 5,000 บาทเพื่อแลกกับข้อมูล โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องจ่ายเงินเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ด้วยเหตุนี้ เจ้าอาวาสจึงได้นำหลักฐานเข้าแจ้งความกับตำรวจ สภ.เกาะคา เพื่อให้ดำเนินการตามกฎหมายกับบุคคลที่กรรโชกทรัพย์ และจะทำการสอบสวนพระลูกวัดที่อาจเกี่ยวข้องร่วมกับเจ้าหน้าที่ต่อไป

สำหรับความคืบหน้าล่าสุด เมื่อเวลา 11.00 น. มีรายงานว่ามีคลิปหลุดที่อ้างว่าเป็นคลิปที่เกี่ยวข้องกับกรณีดังกล่าวออกมาเพิ่มเติม โดยคลิปแรกแสดงภาพการมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขเพศเมียสีขาว โดยมีผ้าเหลืองปูอยู่บนพื้น ส่วนอีกคลิปเป็นภาพชายสวมเสื้อกล้ามที่เห็นท่อนล่างกำลังมีเพศสัมพันธ์กับสุนัข และคลิปที่สามเป็นภาพชายเปลือยกายกำลังร่วมเพศกับสุนัข ซึ่งสามารถเห็นใบหน้าได้บางส่วน

เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครองอำเภอเกาะคาและชุดสืบสวน สภ.เกาะคา ได้ลงพื้นที่ไปยังวัดดังกล่าวเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากเจ้าอาวาส พร้อมทั้งขอตรวจปัสสาวะของพระลูกวัดที่ถูกกล่าวหา เจ้าอาวาสให้ความร่วมมือ แต่เนื่องจากพระลูกวัดรูปดังกล่าวติดกิจนิมนต์และจะเดินทางกลับมาถึงวัดในช่วงบ่าย เจ้าหน้าที่จึงแจ้งว่าจะกลับมาขอตรวจปัสสาวะอีกครั้ง

ด้านเจ้าอาวาสวัด ซึ่งดำรงตำแหน่งเป็นพระวินยาธิการหรือตำรวจพระ เปิดเผยว่า หลังจากทราบข่าวไม่ได้นิ่งนอนใจและได้เรียกพระรูปดังกล่าวมาสอบถาม รวมถึงดำเนินการสอบอธิกรณ์ตามขั้นตอน เบื้องต้นพระได้ให้การปฏิเสธและไม่รู้เห็นกับกรณีที่เกิดขึ้น ซึ่งผลการสอบอธิกรณ์เบื้องต้นเชื่อได้ว่าไม่มีความผิดตามที่ถูกกล่าวหา และพระรูปดังกล่าวก็ยินดีที่จะเข้าสู่การตรวจสอบจากทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้อง ส่วนกรณีการรีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิวนั้น จะดำเนินคดีให้ถึงที่สุด ส่วนจะเป็นพระแบล็กเมล์พระหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการตรวจสอบ

รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว

ประเด็นสำคัญ: รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการใช้สื่อสังคมออนไลน์ในทางที่ผิด และการกรรโชกทรัพย์ที่สร้างความเสียหายต่อศาสนาและสังคม การรีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว เป็นเรื่องที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างโปร่งใสและเป็นธรรมเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในขณะนี้ เพื่อให้ความจริงปรากฏและนำผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมาย นอกจากนี้ การให้ความรู้และปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรมแก่พระสงฆ์และประชาชนทั่วไปเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อส่งเสริมการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างสร้างสรรค์และรับผิดชอบ

การรีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว ถือเป็นภัยร้ายต่อวงการสงฆ์ ควรมีมาตรการป้องกันและปราบปรามอย่างเข้มงวด

ท้ายที่สุดแล้ว ความจริงจะปรากฏออกมา และความยุติธรรมจะถูกนำมาซึ่งผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิวนี้ กระตุ้นเตือนให้เราพิจารณาถึงความสำคัญของการตรวจสอบข้อมูลและการใช้สื่อสังคมออนไลน์อย่างมีวิจารณญาณ

ที่มา – รีดเงินเจ้าอาวาสแลกข้อมูล อ้างพระลูกวัดแชตสยิว-เสพเมถุนสุนัข

กกต. ตีตกคำร้อง ทักษิณครอบงำ 6 พรรค

คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีมติตีตกคำร้อง “ทักษิณ”ครอบงำ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม โดยให้เหตุผลว่าไม่มีหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าทั้ง 6 พรรคถูกควบคุม ชี้นำ จนขาดอิสระในการตัดสินใจ นอกจากนี้ กกต. ยังไม่รับคำร้องของนายสนธิญา สวัสดี ที่ขอให้ตรวจสอบ “เท้ง-อิ๊งค์” ว่าถูกคนนอกครอบงำหรือไม่

เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2568 สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งได้เผยแพร่ผลการพิจารณาคำร้องเพื่อยุบพรรคเพื่อไทย และ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ในข้อหาครอบงำพรรคการเมือง ตามคำร้องของกลุ่มบุคคลหลายราย ซึ่งอ้างว่านายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ได้ “ครอบงำ ชี้นำ และมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรค” แม้ว่านายทักษิณฯ จะไม่ได้เป็นสมาชิกพรรคใดๆ ก็ตาม

ผู้ร้องกล่าวอ้างว่า นายทักษิณฯ ได้กระทำการอันเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำกิจกรรมของพรรคการเมือง ในลักษณะที่ทำให้พรรคการเมือง หรือสมาชิกขาดความอิสระ ไม่ว่าโดยทางตรงหรือโดยทางอ้อม อันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 29 และพรรคการเมืองทั้ง 6 พรรคดังกล่าว ยินยอมให้บุคคลซึ่งมิใช่สมาชิกกระทำการดังกล่าว อันเป็นการฝ่าฝืนมาตรา 28 และเป็นเหตุให้ยุบพรรคการเมือง

นอกจากนี้ กกต. ยังได้พิจารณาคำร้องของนายสนธิญา สวัสดี ที่ขอให้ตรวจสอบการกระทำของนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน และนางสาวแพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ในการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อันอาจเป็นการฝ่าฝืน มาตรา 92 แห่งพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560

นายทะเบียนพรรคการเมือง ได้พิจารณารายงานความเห็นของคณะกรรมการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานฯ ประกอบความเห็นของคณะอนุกรรมการที่ปรึกษานายทะเบียนพรรคการเมืองแล้ว โดยมีความเห็นสอดคล้องกันว่า ยังไม่มีหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่าพรรคเพื่อไทยและทั้ง 6 พรรคการเมืองดังกล่าวกระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยพรรคการเมือง พ.ศ. 2560 จึงยังรับฟังไม่ได้ว่าเป็นการควบคุม ครอบงำ หรือชี้นำ การดำเนินกิจกรรมของพรรคการเมืองที่มีลักษณะที่ทำให้พรรคการเมืองหรือสมาชิกพรรคการเมืองขาดอิสระ ตามมาตรา 28 หรือมาตรา 29

กกต. ตีตกคำร้อง “ทักษิณ”ครอบงำ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม

ด้วยเหตุนี้ นายทะเบียนพรรคการเมืองจึงพิจารณายกคำร้อง และไม่รับคำร้องไว้พิจารณากรณีนายสนธิญา สวัสดี ตามข้อ 6 ของระเบียบคณะกรรมการการเลือกตั้งว่าด้วยการรวบรวมข้อเท็จจริงและพยานหลักฐานของนายทะเบียนพรรคการเมือง พ.ศ. 2566 โดยได้มีหนังสือแจ้งให้ผู้ร้องทั้ง 6 ราย เรียบร้อยแล้ว

ทำไม กกต. ถึงตีตกคำร้อง “ทักษิณ”ครอบงำ 6 พรรค?

เหตุผลหลักที่ กกต. ตีตกคำร้อง“ทักษิณ”ครอบงำ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ก็คือ การขาดหลักฐานที่ชัดเจน และน่าเชื่อถือ ที่จะบ่งชี้ว่านายทักษิณฯ ได้เข้าไปควบคุม ชี้นำ หรือมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของพรรคการเมืองทั้ง 6 จริง และถึงขั้นทำให้พรรคการเมืองเหล่านั้นขาดความเป็นอิสระในการดำเนินงาน

การพิจารณาของ กกต. เป็นไปตามข้อกฎหมาย และระเบียบที่เกี่ยวข้อง โดยเน้นที่การรวบรวมข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานอย่างรอบด้าน ก่อนที่จะมีมติออกมา ทำให้ผลการพิจารณาเป็นที่ยอมรับ และน่าเชื่อถือ

  • ประเด็นที่น่าสนใจ: การตีตกคำร้องนี้ อาจส่งผลต่อภูมิทัศน์ทางการเมืองในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ความสัมพันธ์ระหว่างพรรคเพื่อไทย และพรรคร่วมรัฐบาลเดิม
  • ข้อสังเกต: การที่ กกต. ไม่รับคำร้องของนายสนธิญา สวัสดี อาจสะท้อนให้เห็นถึงความเข้มงวดในการพิจารณาคำร้องที่เกี่ยวข้องกับการครอบงำพรรคการเมือง

การตีตกคำร้อง “ทักษิณ”ครอบงำ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ถือเป็นบทสรุปของประเด็นทางการเมืองที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิด อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวอาจยังคงเป็นที่ถกเถียง และวิพากษ์วิจารณ์ต่อไปในอนาคต

ที่มา – กกต.ตีตกคำร้อง “ทักษิณ”ครอบงำ 6 พรรคร่วมรัฐบาลเดิม ให้เหตุผลไม่มีหลักฐานว่าถูกควบคุมขาดอิสระ

18 ก.ย. เคาะวันเลือก “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่

ประชาธิปัตย์ นัดประชุม กก.บห.พรรค 18 ก.ย.นี้ เตรียมเคาะวันเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ คาดได้ผู้นำทัพปลาย ต.ค.นี้

วันที่ 15 กันยายน 2568 นายธนิตพล ไชยนันทน์ ผู้อำนวยการพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงความคืบหน้าในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ว่า ในวันที่ 18 กันยายน 2568 เวลา 10.00 น. จะมีการประชุมกรรมการบริหารพรรคชุดรักษาการ เพื่อพิจารณาวัน เวลา และสถานที่ในการจัดประชุมใหญ่วิสามัญเลือก กก.บห.พรรคชุดใหม่

ทั้งนี้ เชื่อว่าการเลือกหัวหน้าพรรคคนใหม่ คนที่ต้องการสมัครลงแข่ง ข้อบังคับพรรคเปิดกว้างให้บุคคลที่ได้รับการคัดสรรมีโอกาสมากขึ้น ขณะนี้ทั้งกรรมการและตัวแทนสาขาพรรค ต่างกระตือรือร้นในการที่จะมีผู้บริหารพรรคชุดใหม่ และหัวหน้าพรรคคนใหม่ เหมือนกับเป็นความหวังของพรรคที่จะเลือกคนมานำทัพสู้ศึกเลือกตั้งทั่วไป และเลือกตั้งผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ทุกอย่างจึงต้องมีการตัดสินใจเร็ว ไม่เช่นนั้นจะไม่ทันการเลือกตั้งที่อาจจะเกิดขึ้น โดยคาดว่าจะได้หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ปลายเดือนตุลาคมนี้

18 ก.ย. ประชุม กก.บห. เคาะวันเลือก “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่

การประชุมกรรมการบริหารพรรคประชาธิปัตย์ (กก.บห.) ในวันที่ 18 กันยายนนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการกำหนดอนาคตของพรรค โดยมีวาระสำคัญคือการเคาะวันเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ ซึ่งเป็นตำแหน่งที่ว่างลงหลังจากมีการลาออกจากตำแหน่งของผู้นำคนก่อนหน้า การเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ครั้งนี้จึงมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทิศทางและภาพลักษณ์ของพรรค

หลายฝ่ายคาดการณ์ว่า การแข่งขันเพื่อชิงตำแหน่ง หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ จะเป็นไปอย่างเข้มข้น เนื่องจากมีบุคคลที่น่าสนใจหลายท่านแสดงความจำนงที่จะเข้ารับตำแหน่งดังกล่าว อย่างไรก็ตาม การตัดสินใจขั้นสุดท้ายจะขึ้นอยู่กับมติของสมาชิกพรรคในการประชุมใหญ่วิสามัญ

ปัจจัยสำคัญในการเลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ในการพิจารณาเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ มีหลายปัจจัยที่สมาชิกพรรคจะนำมาประกอบการตัดสินใจ ได้แก่

  • วิสัยทัศน์และนโยบาย: ผู้สมัครจะต้องมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและนโยบายที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนและประเทศชาติได้
  • ประสบการณ์และความสามารถ: ผู้สมัครควรมีประสบการณ์ในการทำงานการเมืองและมีความสามารถในการบริหารจัดการองค์กร
  • ภาวะผู้นำ: ผู้สมัครจะต้องมีภาวะผู้นำที่เข้มแข็งและสามารถนำพาพรรคไปสู่ความสำเร็จได้
  • ความซื่อสัตย์สุจริต: ผู้สมัครจะต้องเป็นผู้ที่มีความซื่อสัตย์สุจริตและเป็นที่ยอมรับของประชาชน

นอกจากนี้ สมาชิกพรรคยังอาจพิจารณาถึงปัจจัยอื่นๆ เช่น ความสามารถในการสื่อสาร การสร้างความสามัคคีภายในพรรค และการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับพรรคการเมืองอื่นๆ

การเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเลือกบุคคลที่จะมานำทัพพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นการกำหนดทิศทางและอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์อีกด้วย ดังนั้น การตัดสินใจของสมาชิกพรรคจึงมีความสำคัญอย่างยิ่ง

การเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งนี้ ถือเป็นโอกาสสำคัญในการฟื้นฟูภาพลักษณ์และความนิยมของพรรค การเลือกผู้นำที่เหมาะสมจะช่วยให้พรรคสามารถกลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่ง และพร้อมที่จะเป็นทางเลือกให้กับประชาชนในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวเกี่ยวกับการเลือก หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ อย่างใกล้ชิด จะช่วยให้เราเข้าใจถึงทิศทางและอนาคตของพรรคประชาธิปัตย์ได้ดียิ่งขึ้น มาร่วมกันจับตาดูว่าใครจะเป็นผู้นำคนใหม่ที่จะมานำพาพรรคประชาธิปัตย์ก้าวไปข้างหน้า

ที่มา – 18 ก.ย. ประชุม กก.บห. เคาะวันเลือก “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” คนใหม่

เนปาลตั้ง 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง

สุชีลา คาร์กี นายกรัฐมนตรีเฉพาะกาลของเนปาล ได้ประกาศรายชื่อคณะรัฐมนตรีชุดใหม่ โดยมี 3 บุคคลที่ขึ้นชื่อด้านการปฏิรูปและต่อต้านการทุจริต เพื่อนำพาประเทศกลับคืนสู่ภาวะปกติ หลังเหตุความรุนแรงที่คร่าผู้คนไปอย่างน้อย 72 ศพ และนำไปสู่การยุบสภา

สถานการณ์ทางการเมืองในเนปาลกำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ และการแต่งตั้งคณะรัฐมนตรีชุดใหม่นี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่ประเทศกำลังเผชิญอยู่ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชันที่ฝังรากลึกในสังคมเนปาลมาอย่างยาวนาน การได้ 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง เข้าร่วมคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาล จึงเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง

นางคาร์กี ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งประธานศาลฎีกาและเป็นนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกของประเทศ ได้เข้ามารับตำแหน่งเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังจากที่การประท้วงต่อต้านการทุจริตทั่วประเทศได้คร่าผู้คนไปอย่างน้อย 72 ศพ และทำให้นายกรัฐมนตรีคนก่อน เค.พี. ชาร์มา โอลี ต้องลาออกจากตำแหน่ง

แถลงการณ์จากสำนักงานประธานาธิบดีเนปาลระบุว่า ราเมศวร ปราสาด คานัล อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าคณะกรรมการที่เสนอแนะการปฏิรูปเศรษฐกิจที่สำคัญ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และได้เข้าพิธีสาบานตนรับตำแหน่งต่อหน้าประธานาธิบดี ราม จันทรา พูเดล แล้ว

ส่วนตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้แก่ กุลมัน กิสสิง อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าของรัฐ ที่เคยแก้ปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าในเนปาลได้อย่างมีประสิทธิภาพ และนายโอม ประกาศ อาร์ยัล ทนายความด้านสิทธิมนุษยชนและที่ปรึกษาของนายกเทศมนตรีกรุงกาฐมาณฑุ ซึ่งเคยเป็นแกนนำการต่อสู้ทางกฎหมายในประเด็นผลประโยชน์สาธารณะ ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย

การประท้วงครั้งรุนแรงที่สุดในรอบหลายสิบปีของเนปาล นำโดยกลุ่ม ‘Gen Z’ เพื่อต่อต้านการทุจริตคอร์รัปชันที่แพร่หลาย เหตุการณ์นี้ได้ลุกลามเป็นการวางเพลิงและทำลายทรัพย์สิน มีผู้ได้รับบาดเจ็บมากกว่า 2,100 คน

นางคาร์กี วัย 73 ปี ซึ่งเข้ารับตำแหน่งอย่างเป็นทางการเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (14 ก.ย.) โดยมีภารกิจหลักคือการจัดให้มีการเลือกตั้งระดับประเทศในวันที่ 5 มีนาคม ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่เริ่มดำเนินการฟื้นฟูโครงสร้างสาธารณะที่ถูกทำลายจากการประท้วง ซึ่งรวมถึงอาคารที่ทำการนายกรัฐมนตรีและกระทรวงต่างๆ ไปจนถึงศาลสูงสุดและอาคารรัฐสภา นอกจากนี้ บ้านพักของผู้นำพรรคการเมือง เช่น นายพูเดล และนายโอลี ก็ตกเป็นเป้าหมายด้วยเช่นกัน

ห้างสรรพสินค้า โรงแรม และธุรกิจอื่นๆ ก็ถูกวางเพลิงเสียหายเช่นกัน โดยยังไม่มีการประเมินมูลค่าความเสียหายเป็นตัวเงินที่ชัดเจนในขณะนี้

เนปาลตั้ง 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง

การตัดสินใจของนายกรัฐมนตรีสุชีลา คาร์กี ในการแต่งตั้งบุคคลที่มีประวัติขาวสะอาดและมุ่งมั่นในการต่อต้านการทุจริต เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามในการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน และแสดงให้เห็นว่ารัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันอย่างจริงจัง

ใครคือ 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง?

  • ราเมศวร ปราสาด คานัล: อดีตปลัดกระทรวงการคลัง ผู้มีบทบาทสำคัญในการผลักดันการปฏิรูปเศรษฐกิจ
  • กุลมัน กิสสิง: อดีตผู้ว่าการการไฟฟ้าที่สามารถแก้ไขปัญหาการขาดแคลนไฟฟ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • โอม ประกาศ อาร์ยัล: ทนายความด้านสิทธิมนุษยชน ผู้ต่อสู้เพื่อผลประโยชน์สาธารณะ

การมีบุคคลเหล่านี้อยู่ในคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาล ถือเป็นความหวังของชาวเนปาลที่จะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางที่ดีขึ้น อย่างไรก็ตาม ความท้าทายที่รออยู่ข้างหน้ายังคงมีอีกมาก และการทำงานร่วมกันของทุกภาคส่วนในสังคมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับเนปาล

การที่เนปาลตั้ง 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกงเข้าร่วมคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาลแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจจริงที่จะแก้ไขปัญหาทุจริตที่ฝังรากลึก การเปลี่ยนแปลงนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามกันดูอย่างใกล้ชิด

ที่มา – เนปาลตั้ง 3 รัฐมนตรีสายปฏิรูป-ต้านโกง ร่วมคณะรัฐมนตรีเฉพาะกาล

กัมพูชาปรับปรุงฐานที่มั่น! เจอโดรน 57 ลำ บินแนวชายแดน

กองทัพภาค 2 ตรวจพบความเคลื่อนไหวฝั่งกัมพูชา และการปรับปรุงฐานที่มั่นในบางพื้นที่ พบกัมพูชาปรับปรุงฐานที่มั่น เจอโดรน 57 ลำ บินแนวชายแดน ไทยจัดกำลังพลประจำจุด ติดตามความเคลื่อนไหว

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 15 ก.ย. 68 ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 สรุปสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระบุว่า ตรวจพบความเคลื่อนไหวและการปรับปรุงฐานที่มั่นของฝ่ายกัมพูชาในบางพื้นที่ ตรวจพบโดรนในพื้นที่แนวชายแดน 32 ครั้ง 57 ลำ ปัจจุบันกองกำลังทั้ง 2 ฝ่าย ยังคงวางกำลังตามแนวที่มั่นของตนเอง ฝ่ายไทยจัดกำลังพลประจำจุดเฝ้าตรวจตามเหตุการณ์ เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของฝ่ายตรงข้าม และเตรียมความพร้อมในการปฏิบัติตอบโต้ตามสถานการณ์

การดำเนินงานด้านจิตอาสา ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน จังหวัดอำนาจเจริญ พลโท สิรภพ ศุภวานิช เจ้ากรมการทหารช่าง พร้อมด้วย ดร. เกศทิพย์ ศุภวานิช รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ร่วมกับ จิตอาสา 904, จิตอาสาพระราชทาน หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน, หัวหน้าส่วนราชการ, องค์การบริหารส่วนท้องถิ่น, ผู้นำชุมชน และประชาชนในพื้นที่ ร่วมพิธีมอบบ้านถวายเป็นพระราชกุศล และมอบสิ่งของอุปโภคบริโภคให้แก่ครอบครัว อาสาสมัครทหารพราน ประวิทย์ งามแสน ณ ต.ชานุมาน อ.ชานุมาน จ.อำนาจเจริญ

ศูนย์อำนวยการจิตอาสาพระราชทาน มณฑลทหารบกที่ 25, กำลังพลจิตอาสาพระราชทาน, ชุดช่างจิตอาสา จากบริษัท ศิริวัฒนา อินเตอร์พริ้นท์ จำกัด (มหาชน) และประชาชนจิตอาสา ติดตามความคืบหน้าการซ่อมแซมสถานศึกษา การติดตั้งฝ้าเพดานในอาคารเรียน, ทาสีผนังห้อง และติดตั้งประตู ความคืบหน้าการซ่อมแซมร้อยละ 60 ณ โรงเรียนบ้านโคกกรม อ.ปราสาท จ.สุรินทร์

กองทัพภาคที่ 2 ขอความร่วมมือจากพี่น้องประชาชนให้รับข้อมูลข่าวสารด้วยวิจารณญาณ และติดตามเฉพาะช่องทางอย่างเป็นทางการจากหน่วยงานที่รับผิดชอบ หรือหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ ซึ่งสามารถตรวจสอบและยืนยันข้อเท็จจริงได้อย่างถูกต้อง เพื่อป้องกันความเข้าใจคลาดเคลื่อน จากข้อมูลที่ไม่เป็นความจริง

กัมพูชาปรับปรุงฐานที่มั่น เจอโดรน 57 ลำ บินแนวชายแดน

สถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด หลังจากมีการตรวจพบความเคลื่อนไหวและการปรับปรุงฐานที่มั่นของฝ่ายกัมพูชาในบางพื้นที่ รวมถึงการพบโดรนจำนวนมากบินในพื้นที่ชายแดน กองทัพไทยได้มีการจัดกำลังพลประจำจุดเพื่อติดตามสถานการณ์และเตรียมพร้อมรับมือกับทุกความเป็นไปได้

รายละเอียดการพบ กัมพูชาปรับปรุงฐานที่มั่น เจอโดรน 57 ลำ บินแนวชายแดน

  • มีการตรวจพบการปรับปรุงฐานที่มั่นของกัมพูชาในบางพื้นที่
  • ตรวจพบโดรนบินในพื้นที่ชายแดนจำนวน 57 ลำ
  • กองทัพไทยจัดกำลังพลประจำจุดเพื่อเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์

การที่กัมพูชาปรับปรุงฐานที่มั่น เจอโดรน 57 ลำ บินแนวชายแดน ทำให้เกิดความจำเป็นที่ต้องจับตาสถานการณ์อย่างใกล้ชิด ความเคลื่อนไหวเหล่านี้อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยตามแนวชายแดนได้

นอกเหนือจากเรื่องความมั่นคงแล้ว กองทัพภาคที่ 2 ยังคงมุ่งมั่นในการช่วยเหลือประชาชนผ่านโครงการจิตอาสาต่างๆ ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการพัฒนาคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ของประชาชนในพื้นที่ต่างๆ ทั่วภาคอีสาน

การรับข้อมูลข่าวสารอย่างมีวิจารณญาณเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในยุคปัจจุบัน ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้และตรวจสอบข้อมูลก่อนที่จะเชื่อหรือส่งต่อ เพื่อป้องกันความเข้าใจผิดและความตื่นตระหนก

สถานการณ์ชายแดนเป็นเรื่องละเอียดอ่อน การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการรับฟังข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้เราเข้าใจสถานการณ์ได้อย่างถูกต้องและไม่ตื่นตระหนกกับข่าวลือที่ไม่เป็นความจริง ทางกองทัพและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อรักษาความมั่นคงและปกป้องอธิปไตยของชาติ

การที่กัมพูชาปรับปรุงฐานที่มั่น เจอโดรน 57 ลำ บินแนวชายแดนเป็นสิ่งที่ต้องจับตามอง แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าสถานการณ์จะเลวร้ายเสมอไป การเตรียมพร้อมและการเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เรารับมือกับทุกสถานการณ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา – พบกัมพูชาปรับปรุงฐานที่มั่น เจอโดรน 57 ลำ บินแนวชายแดน