วัน: 17 กันยายน 2025

ที่แท้เป็นพระ! แจงเหตุเรียกเงิน แลกข้อมูลเสพเมถุนสุนัข

จากกรณีอื้อฉาวที่กำลังเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักในสังคมออนไลน์ เมื่อพระรูปหนึ่งถูกกล่าวหาว่าเรียกเงินจากเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในจังหวัดลำปาง เพื่อแลกกับข้อมูลลับของพระลูกวัดที่มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสุนัข ล่าสุด พระรูปดังกล่าวได้ออกมาเปิดเผยเหตุผลและข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น โดยยืนยันว่าไม่ได้มีเจตนาที่จะกรรโชกทรัพย์ แต่ต้องการให้มีการตรวจสอบเรื่องนี้อย่างจริงจัง

เรื่องราวเริ่มต้นจากการที่เจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งในลำปางเข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังถูกบุคคลปริศนาติดต่อมาทางแชต โดยอ้างว่ามีข้อมูลเกี่ยวกับพระลูกวัดภายในวัดที่มีพฤติกรรมเสพเมถุนกับสุนัข และเสนอที่จะเปิดเผยข้อมูลดังกล่าว แลกกับการจ่ายเงินจำนวนหนึ่ง ซึ่งเจ้าอาวาสมองว่าเป็นการข่มขู่และกรรโชกทรัพย์ จึงตัดสินใจเข้าแจ้งความเพื่อดำเนินคดี

ต่อมา พระเอ (นามสมมติ) พระรูปที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้เรียกเงิน ได้ออกมาเปิดเผยผ่านสื่อว่า ตนเองเคยเป็นสายให้กับเจ้าหน้าที่ตำรวจมาก่อน และระหว่างที่บวชได้ 4-5 เดือน ได้รับทราบข้อมูลว่ามีพระสงฆ์บางรูปเข้าไปเกี่ยวข้องกับยาเสพติด ตนจึงพยายามสืบหาข้อมูลเพื่อตรวจสอบข้อเท็จจริง และได้ติดต่อกับพระรูปหนึ่งที่ต้องสงสัย

พระเอ อ้างว่า ในระหว่างการพูดคุย พระรูปดังกล่าวได้ยอมรับว่าตนเองมีรสนิยมทางเพศที่ผิดปกติ และมักจะมีเพศสัมพันธ์กับสุนัขเมื่อเกิดอารมณ์ทางเพศ อีกทั้งยังส่งคลิปวิดีโอที่แสดงพฤติกรรมดังกล่าวมาให้ดูอีกด้วย เมื่อทราบเรื่อง พระเอรู้สึกตกใจและรับไม่ได้กับพฤติกรรมเสื่อมเสียดังกล่าว จึงพยายามแจ้งเรื่องไปยังวัด แต่ไม่ได้รับการตอบสนอง

ด้วยความไม่พอใจ พระเอบอกว่า เขาจึงได้ติดต่อเจ้าอาวาสโดยตรง และเรียกเงินจำนวน 5,000 บาท เพื่อแลกกับข้อมูลทั้งหมด โดยให้เหตุผลว่า ที่ผ่านมาตนเองพยายามให้ข้อมูลแล้ว แต่กลับไม่มีใครสนใจ อย่างไรก็ตาม พระเอ ยืนยันว่า ตนเองไม่ได้มีเจตนาที่จะกรรโชกทรัพย์ เพียงแต่ต้องการให้เรื่องนี้ถูกตรวจสอบอย่างจริงจัง และต้องการให้ผู้กระทำผิดได้รับโทษ

ที่แท้เป็นพระ! แจงเหตุเรียกเงิน แลกข้อมูลเสพเมถุนสุนัข

ด้านสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง ได้เข้ามาสอบสวนเรื่องดังกล่าวแล้ว โดยนายสุเมธ วังขะออม เจ้าหน้าที่กลุ่มอำนวยการสำนักพุทธศาสนาจังหวัดลำปาง เปิดเผยว่า กำลังอยู่ในระหว่างการตรวจสอบข้อเท็จจริงของทั้งสองฝ่าย ทั้งในส่วนของคลิปวิดีโอ แชต และพยานหลักฐานอื่นๆ หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จะต้องดำเนินการตามขั้นตอนทางวินัยสงฆ์ต่อไป

ทำไมพระถึงเรียกเงินเพื่อแลกข้อมูลเสพเมถุนสุนัข

การออกมาเปิดเผยข้อมูลของพระเอ ทำให้สังคมเกิดคำถามว่า ทำไมถึงต้องมีการเรียกเงินเพื่อแลกกับข้อมูลดังกล่าว และการกระทำเช่นนี้เหมาะสมหรือไม่? ในมุมมองของพระเอ การเรียกเงินอาจเป็นเพียงวิธีการหนึ่งในการเรียกร้องความสนใจ และต้องการให้เรื่องนี้ถูกนำไปพิจารณาอย่างจริงจัง อย่างไรก็ตาม การกระทำดังกล่าวก็อาจถูกมองว่าไม่เหมาะสม และอาจเข้าข่ายความผิดทางกฎหมายได้

เรื่องราวที่เกิดขึ้นนี้ ถือเป็นบทเรียนสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นในวงการสงฆ์ และความสำคัญของการตรวจสอบและป้องกันพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสม การที่พระสงฆ์ซึ่งเป็นที่เคารพศรัทธาของประชาชน กลับมีพฤติกรรมที่เสื่อมเสียเช่นนี้ ย่อมส่งผลกระทบต่อความศรัทธาและความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อศาสนา

ดังนั้น สิ่งที่สำคัญที่สุดในขณะนี้คือ การตรวจสอบข้อเท็จจริงอย่างละเอียดรอบคอบ และดำเนินการลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นการปกป้องพระพุทธศาสนา และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนต่อไป

เหตุการณ์นี้ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมหันมาให้ความสำคัญกับการอบรมสั่งสอนศีลธรรมจริยธรรมแก่เยาวชน และส่งเสริมให้ทุกคนมีจิตสำนึกที่ดีงาม เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ที่แท้เป็นพระ แจงเหตุผล เรียกเงินเจ้าอาวาส แลกข้อมูลพระลูกวัด เสพเมถุนสุนัข

งานดี! รับสมัครหญิงไทยนวดแผนไทยในมาเลเซีย

กรมการจัดหางานเปิดรับสมัครหญิงไทยทำงานนวดแผนไทยในมาเลเซีย 50 อัตรา รายได้ดี สวัสดิการครบ! โอกาสทองสำหรับสาวๆ ที่มีความสามารถในการนวดแผนไทย สมัครได้ถึง 30 กันยายน 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการ

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 นายพิเชษฐ์ ทองพันธ์ อธิบดีกรมการจัดหางาน เปิดเผยว่า กระทรวงแรงงาน โดยกรมการจัดหางาน เปิดรับสมัครคนหางานเพื่อไปทำงานกับนายจ้างบริษัท VYV Wellness Retreat Sdn Bhd ประเทศมาเลเซีย ซึ่งประกอบกิจการร้านนวด ในตำแหน่งพนักงานนวดแผนไทย จำนวน 50 อัตรา

สำหรับค่าจ้าง มีให้เลือก 2 แบบ ดังนี้:

  • แบบเงินเดือนประจำ: 3,300 ริงกิตมาเลเซียต่อเดือน หรือประมาณ 24,800 บาท (ขึ้นอยู่กับอัตราแลกเปลี่ยน)
  • แบบค่าคอมมิชชั่น: ชั่วโมงที่ 1–160 คิดอัตราชั่วโมงละ 22 ริงกิต ตั้งแต่ชั่วโมงที่ 161 เป็นต้นไป คิดอัตราชั่วโมงละ 25 ริงกิต

โดยกำหนดเวลาทำงาน 7.5 ชั่วโมงต่อวัน ทำงาน 6 วันต่อสัปดาห์ ระยะเวลาจ้างงาน 2 ปี นายจ้างใจดี จัดหาที่พัก อุปกรณ์ประกอบอาหาร จ่ายค่าโดยสารเครื่องบินไป-กลับเมื่อทำงานครบสัญญาจ้าง พร้อมประกันคุ้มครองการเบิกค่ารักษาพยาบาล และประกันสุขภาพตามที่รัฐบาลประเทศมาเลเซียกำหนด

ผู้สนใจสมัครงานหญิงไทยนวดแผนไทยในมาเลเซีย สามารถยื่นใบสมัครได้ที่เว็บไซต์ toea.doe.go.th ได้ตั้งแต่วันนี้ถึง 30 กันยายน 2568 ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่มีวันหยุดราชการ

โอกาสดี! เปิดรับสมัครหญิงไทยทำงานนวดแผนไทยในมาเลเซีย รายได้ดี สวัสดิการครบ

นายพิเชษฐ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า คุณสมบัติของผู้สมัครที่นายจ้างต้องการ มีดังนี้:

  • เพศหญิง อายุระหว่าง 21 – 44 ปี
  • ไม่จำกัดวุฒิการศึกษา
  • มีใบรับรองการนวดเท้า หรือนวดไทย อย่างน้อย 150 ชั่วโมง
  • มีสุขภาพแข็งแรง ผ่านการตรวจสุขภาพ
  • มีมารยาทและทัศนคติที่ดี

การรับสมัครครั้งนี้ เป็นการดำเนินการเพื่อจัดส่งคนหางานไปทำงานต่างประเทศโดยวิธีรัฐจัดส่ง คนหางานไม่ต้องเสียค่าสมัครหรือค่าบริการใดๆ ผู้ที่ได้รับการคัดเลือกไปทำงาน จ่ายเพียงค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ได้แก่ ค่าถ่ายรูป ค่าทำหนังสือเดินทาง (กรณียังไม่มี) ค่าตรวจสุขภาพ และค่าสมัครสมาชิกกองทุนเพื่อช่วยเหลือคนหางานไปทำงานในต่างประเทศ รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 6,500 บาท

สมัครงานหญิงไทยนวดแผนไทยในมาเลเซีย: เอกสารที่ต้องเตรียม

สำหรับผู้ที่สนใจ สามารถดาวน์โหลดแบบฟอร์มใบสมัคร และศึกษารายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ เว็บไซต์ doe.go.th/overseas หรือเฟซบุ๊ก : แรงงานไทยไปต่างประเทศโดยรัฐจัดส่ง หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ สำนักงานจัดหางานจังหวัดทุกจังหวัด สำนักงานจัดหางานกรุงเทพมหานครพื้นที่ 1 – 10 หรือกองบริหารแรงงานไทยไปต่างประเทศ หมายเลขโทรศัพท์ 0 2245 1034 หรือสายด่วนกรมการจัดหางาน โทร. 1694 หรือสายด่วนกระทรวงแรงงาน โทร. 1506 กด 2 กรมการจัดหางาน.

โอกาสมาถึงแล้ว! สำหรับสาวๆ ที่มีความสามารถในการนวดแผนไทย อย่ารอช้า! รีบสมัครหญิงไทยทำงานนวดแผนไทยในมาเลเซีย เพื่อสร้างรายได้และประสบการณ์ใหม่ๆ ในต่างแดน

มองหาโอกาสในการทำงานต่างประเทศอยู่หรือไม่? การทำงานนวดแผนไทยในมาเลเซีย อาจเป็นประตูสู่ความสำเร็จของคุณ!

ที่มา – โอกาสดี เปิดรับสมัครหญิงไทยทำงานนวดแผนไทยในมาเลเซีย รายได้ดี สวัสดิการครบ

ลิเวอร์พูล vs แอตเลติโก มาดริด ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก วิเคราะห์ก่อนเกม

ลิเวอร์พูล vs แอตเลติโก มาดริด เปิดแอนฟิลด์รับมือ แอตเลติโก มาดริด เกมใหญ่ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก นัดแรก วันอังคารที่ 17 กันยายน 2568 เจ้าถิ่นฟอร์มสดชนะรวด ส่วนทีมเยือนเพิ่งปลดล็อก ลา ลีกา ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบลีก เฟส (นัดแรก)

ลิเวอร์พูล (อังกฤษ) – แอต.มาดริด (สเปน)

เวอร์พูล vs แอตเลติโก มาดริด : ศึกหนักในรังแอนฟิลด์

ค่ำคืนนี้แฟนบอลทั่วโลกจับตามองการแข่งขัน ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ระหว่าง ลิเวอร์พูล ที่จะเปิดรังแอนฟิลด์รับการมาเยือนของ แอตเลติโก มาดริด หนึ่งในทีมที่เล่นเกมรับเหนียวแน่นที่สุดในยุโรป เกมนี้ถือเป็นบททดสอบสำคัญของ “หงส์แดง” ที่ต้องการสามแต้มเต็มเพื่อยืนหนึ่งในลีกเฟส

ลิเวอร์พูล เปิดแอนฟิลด์รับมือ แอตเลติโก มาดริด

ลิเวอร์พูล แชมป์ พรีเมียร์ลีก เตรียมพกสถิติชนะรวดสี่นัดในเกมลีกของซีซั่นใหม่รับการมาเยือนของ แอตเลติโก มาดริด ทำศึก แชมเปี้ยนส์ ลีก รอบ ลีก เฟส นัดแรกในคืนวันพุธนี้โดยจากสถานการณ์ล่าสุดมีการเผยว่าทีมตราหมีจะต้องรอลุ้นความฟิตของสี่นักเตะที่เจ็บเพิ่มเติมจากขุนพลของทีมที่จะพลาดเกมกลางสัปดาห์นี้อย่างแน่นอนอยู่ก่อนแล้ว

รายงานข่าวเผยว่าทีมของกุนซือ ดีเอโก้ ซิเมโอเน่ ประสบกับปัญหาดังกล่าวจากเกม ลา ลีกา แมตช์เปิดรังสยบ บียาร์เรอัล 2-0 เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยโค้ชอาร์เจนไตน์ต้องรอดูความพร้อมของ ฮูเลี่ยน อัลวาเรซ (เข่า) ดาวิด ฮันโค (ข้อเท้า) และ โรบิน เลอ น็อร์กม็องด์ (หลัง) ซึ่งต่างก็ต้องเปลี่ยนตัวออกจากปัญหาดังกล่าวรวมทั้ง นิโคลัส กอนซาเลซ ซึ่งยิงประตูที่สองใส่ เรือดำน้ำสีเหลือง และมีปัญหาเป็นตะคริว

วิเคราะห์บอล ลิเวอร์พูล vs แอตเลติโก มาดริด (17 ก.ย. 68) : หงส์แดงฟอร์มแรงเปิดรังดวลตราหมี

นักเตะที่คาดว่าจะลงสนาม

ลิเวอร์พูล (4-2-3-1) : อลีสซง เบ็คเกอร์ – เจเรมี่ ฟริมปง, อิบราฮิมา โกนาเต้, เฟอร์จิล ฟาน ไดค์, แอนดรูว์ โรเบิร์ตสัน – ไรอัน กราเฟนแบร์ค, โดมินิค โซโบซไล – โมฮาเหม็ด ซาลาห์, ฟลอเรียน เวียร์ตซ์, โกดี้ คักโป – อูโก้ เอกิติเก้

แอต.มาดริด (4-4-2) : ยาน โอบลัค – มาร์กอส ยอเรนเต้, โรแบ็ง เลอ นอร์กม็องด์, กเลม็องต์ ล็องเล่ต์, มัตเตโอ รุจเจรี่ – จูเลียโน่ ซิเมโอเน่, ปาโบล บาร์รีออส, โกเก้, คอเนอร์ กัลลาเกอร์ – อองตวน กรีซมันน์, อเล็กซานเดอร์ ซอร์ลอธ

ความน่าจะเป็นของเกม

ลิเวอร์พูลแก้ไขแนวรับได้ดีขึ้นมาก 2 นัดหลังไม่เสียเลย แม้จะต้องแลกด้วยการลดความเฉียบคมในเกมรุกก็ตาม ด้าน ตราหมี เจอปัญหานักเตะบาดเจ็บหลายราย อาจไม่ใช่ทีมที่เหมาะจะฉวยโอกาสจากฟอร์มฝืดของหงส์แดง และหากเกมนี้มีประตูตัดสิน ก็น่าจะเป็นฝั่งแชมป์พรีเมียร์ลีกที่ทำได้สำเร็จ

จุดแข็งของลิเวอร์พูล

  • ฟอร์มการเล่นในบ้านแอนฟิลด์ขึ้นชื่อเรื่องความแข็งแกร่ง
  • กองหน้าอย่าง โมฮาเหม็ด ซาลาห์ และ ดาร์วิน นูนเญซ กำลังมั่นใจ
  • แดนกลางมีพลังขับเคลื่อนจาก อเล็กซิส แม็ค อัลลิสเตอร์ และ โดมินิค โซบอสไล ที่คุมจังหวะได้ดี

จุดแข็งของแอตเลติโก มาดริด

  • เกมรับแน่นภายใต้การคุมทีมของ ดิเอโก้ ซิเมโอเน่
  • ตัวรุกอย่าง อองตวน กรีซมันน์ และ อัลบาโร่ โมราต้า มีทีเด็ดในการสวนกลับ
  • ลูกตั้งเตะและการเล่นลูกกลางอากาศยังเป็นอาวุธที่อันตราย

เฮดทูเฮดที่น่าสนใจ

  • ลิเวอร์พูล เคยพ่ายให้แอตเลติโกในปี 2020 ที่แอนฟิลด์ แม้ครองบอลมากกว่า
  • เกมรับ “ตราหมี” มักสร้างปัญหาให้แนวรุก “หงส์แดง” ได้เสมอ
  • แต่ด้วยความมั่นใจของลิเวอร์พูลในลีกช่วงนี้ ทำให้แฟนบอลเชื่อว่ามีโอกาสล้างตาได้

ผู้เล่นที่น่าจับตามองคืนนี้

  • ลิเวอร์พูล: โม ซาลาห์, เวอร์กิล ฟาน ไดจ์ค, ดาร์วิน นูนเญซ
  • แอตเลติโก มาดริด: อองตวน กรีซมันน์, โกเก้, โฆเซ่ มาเรีย คิมิเนซ

ตารางคาดการณ์ 11 ผู้เล่นตัวจริง

ลิเวอร์พูลแอต.มาดริด
อาลิสซอน เบ็คเกอร์ (GK)โอบลัค (GK)
อาร์โนลด์, โคนาเต้, ฟาน ไดจ์ค, โรเบิร์ตสันโมลิน่า, ซาวิช, คิมิเนซ, เรกิลอน
โซบอสไล, แม็ค อัลลิสเตอร์, กราเฟนเบิร์กโกเก้, เดอ ปอล, ซาอูล
ซาลาห์, นูนเญซ, ดิอาซกรีซมันน์, โมราต้า

บทวิเคราะห์ & สกอร์ที่คาด

เกมนี้ ลิเวอร์พูลจะเป็นฝ่ายครองบอลบุกใส่ แต่ต้องระวังเกมสวนกลับเร็วของแอตเลติโก หากแนวรับไม่พลาด “หงส์แดง” มีโอกาสเฉือนชนะได้ต่อหน้าแฟนๆ ในแอนฟิลด์

สกอร์ที่คาด: ลิเวอร์พูล 1-0 แอตเลติโก มาดริด


สรุป

นี่คือแมตช์สำคัญที่แฟนบอลทั่วโลกเฝ้ารอชม ลิเวอร์พูลจะสามารถใช้พลังแห่งแอนฟิลด์เก็บชัยเหนือเกมรับที่เหนียวแน่นของแอตเลติโก มาดริดได้หรือไม่ ต้องติดตาม!

มูรินโญ่ สนคุมเบนฟิก้า แทนที่ ลาเก้?

โชเซ่ มูรินโญ่ กำลังพิจารณาที่จะเข้ารับตำแหน่งแทนที่ บรูโน่ ลาเก้ ที่เบนฟิก้า หลังจากที่เขาถูกไล่ออกหลังความพ่ายแพ้ในแชมเปี้ยนส์ลีกเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาต่อคาราบัก

ทีมของผู้จัดการทีมวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอร์เรอร์ส อดีตทำคะแนนนำไปสองประตู แต่กลับแพ้ 3-2 ต่อทีมจากอาเซอร์ไบจานที่เอสตาดิโอ ดา ลุซ

รุย คอสต้า ประธานสโมสรกล่าวว่าพวกเขามีความตั้งใจที่จะมีผู้จัดการทีมคนใหม่ภายในวันเสาร์ แต่จะไม่ดึงดันในการคาดเดาว่า มูรินโญ่ เป็นตัวเลือกที่พวกเขาต้องการหรือไม่

BBC Sport ได้รับแจ้งว่า มูรินโญ่ เปิดกว้างที่จะกลับไปทำงานในโปรตุเกส หลังจาก 21 ปีที่เขาออกจากไปเชลซี

มูรินโญ่ ถูก ไล่ออกจากเฟเนร์บาห์เช่ เมื่อวันที่ 29 สิงหาคม สองวันหลังจากที่สโมสรตุรกีตกรอบเพลย์ออฟแชมเปี้ยนส์ลีกโดยเบนฟิก้า

“โปรไฟล์ของโค้ชเบนฟิก้า ต้องเป็นผู้ชนะ” คอสต้ากล่าว

“โค้ชที่เป็นตัวแทนของสโมสรขนาดนี้ต้องเป็นคนที่มีความสามารถในการนำทีมนี้ไปสู่ระดับที่เราต้องการและมอบตำแหน่งที่เราปรารถนา

“ไม่มีประโยชน์ที่จะพูดถึงชื่อที่นี่ ยังไม่มีโค้ชได้รับการแต่งตั้ง และยังไม่มีโค้ชคนใดถูกกล่าวถึงให้เป็นตัวแทนของเบนฟิก้าในอนาคต”

มูรินโญ่ สนคุมเบนฟิก้า แทนที่ ลาเก้?

มูรินโญ่ เริ่มต้นอาชีพการเป็นผู้จัดการทีมกับเบนฟิก้า แต่คุมทีมเพียง 10 เกมและออกจากทีมหลังจากมีข้อพิพาทกับประธานสโมสร

จากนั้นเขาสร้างชื่อเสียงให้กับปอร์โต้ระหว่างปี 2002 ถึง 2004 โดยคว้าแชมป์ 6 รายการ รวมถึงแชมเปี้ยนส์ลีกในปี 2003-04

ตั้งแต่ย้ายออกจากบ้านเกิดในปี 2004 มูรินโญ่ ได้คุมทีมเชลซี, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด, แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, ท็อตแนม ฮ็อทสเปอร์, โรม่า และเฟเนร์บาห์เช่

เบนฟิก้าอยู่อันดับที่หกใน Primeira Liga ตามหลังผู้นำปอร์โต้ห้าแต้ม แต่มีเกมในมือ

พวกเขาจบอันดับที่สองในลีกสูงสุดเมื่อฤดูกาลที่แล้ว ตามหลังสปอร์ติ้งสองแต้มภายใต้การคุมทีมของลาเก้

การตัดสินใจแยกทางกับลาเก้เกิดขึ้นพร้อมกับการเตรียมการสำหรับการเลือกตั้งประธานาธิบดีในวันที่ 25 ตุลาคม

Joao Noronha Lopes ผู้มีโอกาสชนะการเลือกตั้งมากที่สุด ตั้งเป้าไปที่ Ruben Amorim ผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และอยู่ที่เอติฮัด สเตเดียมเมื่อวันอาทิตย์เพื่อชม Portuguese

คอสต้ากล่าวว่าการตัดสินใจเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมไม่ได้มีแรงจูงใจมาจากการพยายามที่จะได้รับเลือกตั้งใหม่

“ฉันไม่ได้อยู่ที่นี่เพื่อรักษาตำแหน่งใดๆ” คอสต้ากล่าว

“ฉันยังไม่ได้ไปหาเสียงที่ไหนเลย เพราะเป้าหมายของฉันในฐานะประธานเบนฟิก้า คือการรับประกันอนาคตที่ดีที่สุดสำหรับเบนฟิก้า โดยไม่คำนึงถึงสิ่งที่เกิดขึ้นในการเลือกตั้ง

“และการตัดสินใจนี้เกี่ยวข้องกับฤดูกาลกีฬาของเบนฟิก้าเท่านั้น และเพื่อหลีกเลี่ยงการเป็นอันตรายต่อฤดูกาลกีฬาของเบนฟิก้า ฉันไม่เคยเอาผลประโยชน์ของตัวเองมาเหนือกว่าเบนฟิก้า และฉันจะไม่ทำเช่นนั้นในตอนนี้”

ทำไม มูรินโญ่ สนคุมเบนฟิก้า แทนที่ ลาเก้?

การกลับมาของ มูรินโญ่ สู่เบนฟิก้า จะเป็นการกลับสู่จุดเริ่มต้นของอาชีพการคุมทีมของเขา และอาจเป็นโอกาสให้เขาได้พิสูจน์ตัวเองอีกครั้งในบ้านเกิด การตัดสินใจครั้งต่อไปของเขาจะเป็นอย่างไร แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามอง

ถึงแม้ว่าสถานการณ์ของเบนฟิก้าจะไม่ค่อยสู้ดีนัก แต่ด้วยชื่อเสียงและความสามารถของมูรินโญ่ หากเขาเข้ามารับตำแหน่งจริง ก็มีความเป็นไปได้สูงที่เขาจะสามารถพลิกสถานการณ์และนำพาเบนฟิก้ากลับมาสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จได้อีกครั้ง การเจรจาจะเป็นอย่างไร ต้องติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด

การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมครั้งนี้ของเบนฟิก้า แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของสโมสรในการกลับมาสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง ถึงแม้ว่าการเปลี่ยนตัวผู้จัดการทีมกลางฤดูกาลอาจมีความเสี่ยง แต่การได้ผู้จัดการทีมระดับโลกอย่าง มูรินโญ่ ก็อาจเป็นสิ่งที่เบนฟิก้าต้องการ

มูรินโญ่ สนคุมเบนฟิก้า แทนที่ ลาเก้? เป็นเรื่องที่น่าติดตามอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอลทั่วโลก

ที่มา – Mourinho interested in succeeding Lage at Benfica

เตือน! 10 จังหวัดเฝ้าระวัง น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา

ปภ. เตือน 10 จังหวัด เฝ้าระวังระดับน้ำท้าย “เขื่อนเจ้าพระยา” ที่มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น พร้อมกำชับ 4 จังหวัดพื้นที่เสี่ยง เตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วมฉับพลัน

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้รับแจ้งจากกรมชลประทานว่า ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี C.2 อำเภอเมืองนครสวรรค์ จังหวัดนครสวรรค์ มีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น คาดว่าจะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 2,200 – 2,300 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที นอกจากนี้ ยังคาดการณ์ว่าปริมาณน้ำที่ไหลผ่านสถานี Ct.19 จังหวัดอุทัยธานีและลำน้ำสาขา จะอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 200 – 250 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที โดยจะใช้พื้นที่ว่างเหนือเขื่อนเจ้าพระยาในการชะลอน้ำ และแบ่งรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้งสองฝั่งรวม 400 – 420 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที

จากสถานการณ์ดังกล่าว ทำให้ต้องปรับเพิ่มปริมาณน้ำที่ไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยา จากเดิมที่ไม่เกิน 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็นไม่เกิน 2,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที แบบค่อยเป็นค่อยไป (ขั้นบันได) ซึ่งปริมาณน้ำที่เพิ่มขึ้นนี้ จะส่งผลให้ระดับน้ำตั้งแต่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยา เพิ่มสูงขึ้นจากปัจจุบันอีกประมาณ 0.10 – 0.30 เมตร ในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำของจังหวัดต่างๆ ดังนี้:

  • จังหวัดอ่างทอง: บริเวณคลองโผงเผง, อำเภอไชโย, และอำเภอป่าโมก
  • จังหวัดพระนครศรีอยุธยา: บริเวณคลองบางบาล และแม่น้ำน้อย, อำเภอเสนา, และอำเภอผักไห่
  • จังหวัดสิงห์บุรี: บริเวณอำเภอเมืองสิงห์บุรี, อำเภออินทร์บุรี, และอำเภอพรหมบุรี
  • จังหวัดชัยนาท: บริเวณอำเภอสรรพยา

สถานการณ์น้ำ ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่ต้องเฝ้าระวัง

กองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ประสานงานไปยังจังหวัดต่างๆ ได้แก่ อุทัยธานี, ชัยนาท, สิงห์บุรี, อ่างทอง, สุพรรณบุรี, พระนครศรีอยุธยา, ลพบุรี, ปทุมธานี, นนทบุรี, สมุทรปราการ และกรุงเทพมหานคร โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ยังมีการประชาสัมพันธ์แจ้งเตือนไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง, ภาคเอกชนที่ประกอบกิจการในแม่น้ำ (เช่น งานก่อสร้างเขื่อนป้องกันตลิ่ง, แพร้านอาหาร, ท่าเทียบเรือโดยสารสาธารณะ) รวมถึงประชาชนที่อาศัยอยู่ริมสองฝั่งแม่น้ำและบริเวณจุดเสี่ยงที่ลุ่มต่ำริมแม่น้ำ ให้เฝ้าระวังระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น และเตรียมพร้อมรับมือสถานการณ์น้ำท่วม รวมถึงเตรียมขนย้ายสิ่งของขึ้นที่สูงให้พ้นจากแนวน้ำท่วม หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน

มีการประสานไปยังองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่ ให้ตรวจสอบแนวคันกั้นน้ำและแนวป้องกันน้ำท่วมให้มีความแข็งแรง เพื่อป้องกันปัญหาระดับน้ำล้นข้ามแนวคันกั้นน้ำ อีกทั้งยังมีการจัดเตรียมวัสดุอุปกรณ์ และเครื่องจักรกลด้านสาธารณภัย เพื่อเตรียมพร้อมออกปฏิบัติการให้ความช่วยเหลือประชาชนตลอด 24 ชั่วโมง

ประชาชนควรเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ น้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยา อย่างไร?

สำหรับประชาชนทั่วไป ขอให้ติดตามข่าวสารจากทางราชการอย่างใกล้ชิด ปฏิบัติตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัด และเตรียมความพร้อมรับมือสถานการณ์ภัยที่อาจเกิดขึ้น หากได้รับความเดือดร้อนจากสาธารณภัย สามารถแจ้งเหตุและขอความช่วยเหลือได้ทางไลน์ ปภ.รับแจ้งเหตุ 1784 (เพิ่มเพื่อน Line ID @1784DDPM) และสายด่วนนิรภัย 1784 ตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ ยังสามารถติดตามประกาศการแจ้งเตือนภัยได้ที่แอปพลิเคชัน THAI DISASTER ALERT ได้ทุกที่ ทุกเวลา

สถานการณ์น้ำเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงได้เสมอ การติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดและการเตรียมพร้อมรับมือจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อลดผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นจากน้ำท่วม ขอให้ทุกท่านปลอดภัยและผ่านพ้นช่วงนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – เตือน 10 จังหวัด เฝ้าระวังระดับน้ำท้าย “เขื่อนเจ้าพระยา” เพิ่มสูงขึ้น

เอาใจสายมู! อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ งานไทยรัฐแฟร์ 2


เตรียมพบกับปรากฏการณ์สุดมงคล! งานไทยรัฐแฟร์ 2 อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์จริงจากทั่วประเทศไทย มาให้สายมูได้สักการะ ขอพร เสริมสิริมงคล ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2568

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ณ เกาะคำชะโนด วังนาคินทร์ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์ของพญานาคราชพ่อปู่ศรีสุทโธและแม่ย่าศรีปทุมมา ได้มีการจัดพิธีขอขมาเพื่ออัญเชิญ “รูปปั้นพ่อปู่แม่ย่า” เพื่อนำไปประดิษฐานในงานไทยรัฐแฟร์ 2 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค ให้ผู้ที่ศรัทธาได้กราบไหว้ขอพร ขอโชคลาภตามความเชื่อ

พ่อจ้ำชวการ คำวันสา พ่อจ้ำประจำเกาะคำชะโนด เป็นผู้นำในพิธีขอขมาและอัญเชิญรูปปั้นพ่อปู่แม่ย่าในครั้งนี้ เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ผู้ร่วมงาน

ทางด้านจังหวัดเชียงใหม่ อาจารย์ปกรณ์ ทีรคานนท์ ได้ประกอบพิธีสวดอัญเชิญ “พระพิฆเนศ” จากพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศดอยหล่อ เพื่อนำไปประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการะบูชาในงานไทยรัฐแฟร์ 2 เช่นกัน

อาจารย์ปกรณ์ ทีรคานนท์ ผู้อำนวยการพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ กล่าวว่า พระพิฆเนศองค์นี้มีนามว่า “เหรัมภะคเณศ” เป็นพระคเณศ 4 เศียร 8 กร ทรงสิงโต ซึ่งเป็นปางที่ยิ่งใหญ่และหาชมยาก เชื่อกันว่าพระองค์จะประทานพรในเรื่องสติปัญญา ความสำเร็จ ความสุข อำนาจ วาสนา บารมี และความมงคลในชีวิต

ผู้ที่เคยมาขอพรพระพิฆเนศองค์นี้ที่พิพิธภัณฑ์ ต่างประสบความสำเร็จในสิ่งที่ปรารถนา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการงาน การเงิน หรือการศึกษา สิ่งสำคัญคือทุกคนจะได้รับความมงคลกลับไปอย่างแน่นอน

สำหรับผู้ที่เคยไปขอพรพระพิฆเนศในงานไทยรัฐแฟร์ครั้งที่ 1 เมื่อปีที่แล้ว และประสบความสำเร็จ ก็ได้เดินทางกลับไปกราบไหว้บูชาพระองค์ที่เชียงใหม่อีกครั้ง แสดงให้เห็นถึงความศักดิ์สิทธิ์และศรัทธาที่ผู้คนมีต่อพระองค์

ภายหลังเสร็จสิ้นพิธี เจ้าหน้าที่พิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศและนักท่องเที่ยว ได้ร่วมกันยกองค์พระพิฆเนศขึ้นรถกระบะ ทะเบียน ผผ 8714 อุดรธานี หลายคนไม่พลาดที่จะจดเลขทะเบียนรถ เพื่อนำไปเสี่ยงโชคตามความเชื่อ

เอาใจสายมู! อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ งานไทยรัฐแฟร์ 2

งานไทยรัฐแฟร์ 2 ปีนี้ จัดเต็มเอาใจสายมู ด้วยการอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์จริงมาให้สักการะบูชาถึงที่ ไม่ต้องเดินทางไกล ก็สามารถขอพร เสริมสิริมงคลได้

พลาดไม่ได้! สิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่จะอัญเชิญมาในงานไทยรัฐแฟร์ 2

เตรียมพบกับ 4 เทพองค์จริง ที่จะอัญเชิญมาในงานไทยรัฐแฟร์ 2:

  • พระพิฆเนศ จากพิพิธภัณฑ์พระพิฆเนศ จ.เชียงใหม่
  • พ่อปู่ศรีสุทโธ-แม่ย่าศรีปทุมมา จากคำชะโนด วังนาคินทร์ จ.อุดรธานี
  • ท้าวเวสสุวรรณ จากวัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม
  • ไอ้ไข่ จากวัดเจดีย์ จ.นครศรีธรรมราช

งานนี้สายมูห้ามพลาด! เตรียมตัวให้พร้อม แล้วมาพบกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์จริงได้ในงานไทยรัฐแฟร์ 2 ระหว่างวันที่ 18-21 กันยายน 2568 ณ MCC Hall เดอะมอลล์ไลฟ์สโตร์ บางแค แล้วมาอัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์ เพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิตกันนะครับ อย่าลืมมางานเอาใจสายมู อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์จริง ที่งานเอาใจสายมู อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์จริงครั้งนี้กันให้ได้นะครับ

ที่มา – เอาใจสายมู อัญเชิญสิ่งศักดิ์สิทธิ์องค์จริง ทั่วทิศเมืองไทย มางานไทยรัฐแฟร์ 2

วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมอง

ขอความช่วยเหลือ! ครอบครัวของสาววัย 29 ปี ที่ต้องเผชิญกับความยากลำบากเนื่องจาก ป่วยพิการทางสมองตั้งแต่กำเนิดและต้องนอนติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ ครอบครัววอนผู้ใจบุญช่วยเหลือเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน

วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมอง ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 ผู้สื่อข่าวได้รับเรื่องราวสุดสะเทือนใจจากครอบครัวของ น.ส.พรเพ็ญ ทับไทย อายุ 29 ปี ชาว ต.บ้านกล้วย อ.เมือง จ.ชัยนาท ที่ต้องดูแลลูกสาวซึ่งป่วยพิการทางสมองมาตั้งแต่เกิด ทำให้ น.ส.พรเพ็ญ ต้องนอนติดเตียง ไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ และต้องอาศัยอยู่กับคุณพ่อและคุณแม่ รวมเป็น 3 ชีวิตที่ต้องเผชิญความยากลำบาก

คุณพ่อของ น.ส.พรเพ็ญ ทำงานเป็นลูกจ้าง ได้รับเงินเดือนเพียง 6,500 บาท ซึ่งไม่เพียงพอต่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำ ค่าไฟ ที่รวมแล้วประมาณ 2,500 บาทต่อเดือน ยังไม่รวมค่าแพมเพิร์ส นม และอาหารสำหรับ น.ส.พรเพ็ญ นอกจากนี้ ครอบครัวยังได้รับเงินช่วยเหลือผู้พิการจากรัฐบาลเพียง 800 บาทต่อเดือนเท่านั้น ทำให้สถานการณ์ทางการเงินของครอบครัวค่อนข้างตึงเครียด

สถานการณ์ที่ยากลำบากของครอบครัว

ภาระค่าใช้จ่ายในการดูแล น.ส.พรเพ็ญ ค่อนข้างสูง ทั้งค่าผ้าอ้อมผู้ใหญ่ ค่าอาหารเสริม และค่าใช้จ่ายอื่นๆ ที่จำเป็น ทำให้เงินเดือนของคุณพ่อแทบไม่พอใช้จ่ายในแต่ละเดือน ยิ่งไปกว่านั้น สภาพบ้านที่อาศัยอยู่ก็ค่อนข้างคับแคบและไม่สะดวกสบายต่อการดูแลผู้ป่วยติดเตียง

อย่างไรก็ตาม ทางครอบครัวได้รับความเมตตาจากผู้มีจิตศรัทธาบริจาคที่ดินให้ 1 แปลง ขนาด 30 ตารางวา เพื่อให้สร้างบ้านเป็นของตัวเอง จะได้ไม่ต้องเสียค่าเช่าบ้านในแต่ละเดือน แต่ทางครอบครัวยังขาดแคลนเงินทุนในการก่อสร้างบ้านอยู่มาก ทำให้ยังไม่สามารถดำเนินการสร้างบ้านได้

  • ค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างบ้าน
  • ค่าอุปกรณ์ทางการแพทย์
  • ค่าอาหารเสริมและแพมเพิร์ส

ครอบครัวจึงขอวอนผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือ น.ส.พรเพ็ญ ทับไทย ให้มีชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น สามารถบริจาคได้ที่ ธนาคารออมสิน สาขาชัยนาท เลขบัญชี 020412276196

นอกจากนี้ หากท่านใดมีความประสงค์จะบริจาคสิ่งของจำเป็น เช่น แพมเพิร์ส หรืออาหารเสริม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ [ใส่เบอร์โทรศัพท์ หรือช่องทางการติดต่อ]

การช่วยเหลือเล็กๆ น้อยๆ จากท่าน อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่ในชีวิตของ น.ส.พรเพ็ญ และครอบครัว ให้พวกเขามีกำลังใจในการต่อสู้กับความยากลำบาก และก้าวผ่านพ้นอุปสรรคไปได้ด้วยดี

ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อเพื่อนมนุษย์

เรื่องราวของครอบครัว น.ส.พรเพ็ญ สะท้อนให้เห็นถึงความยากลำบากของผู้พิการและครอบครัวที่ต้องเผชิญกับภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาอย่างต่อเนื่อง การได้รับความช่วยเหลือจากสังคมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้พวกเขาสามารถดำรงชีวิตอยู่ได้อย่างมีศักดิ์ศรี และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น เราทุกคนสามารถเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ได้ ไม่ว่าจะเป็นการบริจาคเงิน สิ่งของ หรือแม้แต่การส่งกำลังใจให้แก่พวกเขา

การช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.พรเพ็ญ ไม่เพียงแต่เป็นการบรรเทาความเดือดร้อนเฉพาะหน้าเท่านั้น แต่ยังเป็นการสร้างโอกาสและอนาคตที่ดีกว่าให้กับพวกเขาอีกด้วย มาร่วมกันสร้างสังคมแห่งการแบ่งปันและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ เพื่อให้ทุกคนในสังคมอยู่ร่วมกันได้อย่างมีความสุข

เราเชื่อว่าด้วยน้ำใจและความเอื้อเฟื้อของคนไทย จะสามารถช่วยเหลือครอบครัวของ น.ส.พรเพ็ญ ให้ผ่านพ้นช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปได้

วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมองให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นด้วยกันนะครับ

ที่มา – ​วอนช่วยครอบครัว สาว 29 ป่วยพิการทางสมอง ติดเตียง ช่วยเหลือตัวเองไม่ได้

สถานการณ์ล่าสุด! **เขื่อนเจ้าพระยา** เร่งระบายน้ำ

สถานการณ์น้ำน่าเป็นห่วง! **เขื่อนเจ้าพระยา** ยังคงระบายน้ำเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้พื้นที่ท้ายเขื่อนต้องเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมและเตรียมรับมืออย่างเร่งด่วนด้วยการกั้นกระสอบทราย

เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2568 กรมชลประทานได้รายงานสถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยาที่ยังคงเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องปรับการระบายน้ำท้าย**เขื่อนเจ้าพระยา**จากเดิม 2,000 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เป็น 2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อให้การบริหารจัดการน้ำเป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมา

ประชาชนที่อาศัยอยู่นอกคันกั้นน้ำในพื้นที่เสี่ยง เช่น คลองโผงเผง (อ่างทอง), คลองบางบาล (พระนครศรีอยุธยา), วัดสิงห์ (สิงห์บุรี) และวัดไชโย (อ่างทอง) ควรเฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด หากระดับน้ำเพิ่มสูงขึ้นอีก กรมชลประทานจะแจ้งให้ทราบเป็นระยะ

**เขื่อนเจ้าพระยา** ระบายน้ำต่อเนื่อง

สถานีวัดน้ำ C.2 จ.นครสวรรค์ รายงานปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,237 ลบ.ม./วินาที ขณะที่**เขื่อนเจ้าพระยา** (ชัยนาท) มีระดับน้ำเหนือเขื่อน 17.22 ม.รทก. และระดับน้ำท้ายเขื่อน 14.99 ม.รทก. ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเมื่อวาน 30 ซม. ระดับน้ำยังต่ำกว่าตลิ่ง 1.35 เมตร มีการผันน้ำเข้าสู่ระบบชลประทานสองฝั่งรวม 438 ลบ.ม./วินาที เพื่อลดผลกระทบต่อพื้นที่ท้ายน้ำ

ผลกระทบและมาตรการรับมือ

ในพื้นที่หมู่ 3 ต.หาดอาษา อ.สรรพยา ซึ่งเป็นจุดเสี่ยงน้ำท่วมต่ำสุดของตำบล เริ่มมีน้ำเอ่อเข้าท่วมบ้านเรือนริมแม่น้ำเจ้าพระยาแล้ว นางชัณณ์ญาช์ สุภาวิตา นายกเทศมนตรีตำบลหาดอาษา ได้สั่งการให้อุดท่อระบายน้ำและวางแนวกระสอบทรายระยะทางกว่า 100 เมตรเพื่อสกัดน้ำ พร้อมเตรียมกระสอบทรายสำรองไว้เพิ่มเติม

ปัจจุบันมีบ้านเรือนประชาชนได้รับผลกระทบแล้ว 10 ครัวเรือน ส่วนใหญ่เป็นบ้านที่อยู่นอกคันกั้นน้ำ ทางเทศบาลได้แนะนำให้ประชาชนเก็บของขึ้นที่สูงและเคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังที่ปลอดภัย และหากการระบายน้ำเพิ่มขึ้นถึง 2,500 ลบ.ม./วินาที จะเร่งเสริมแนวกระสอบทรายตลอดแนวริมแม่น้ำเจ้าพระยา ระยะทางประมาณ 7 กิโลเมตร

ข้อควรระวังและคำแนะนำ

  • ติดตามข่าวสารสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด
  • เตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์น้ำท่วม
  • เก็บของมีค่าไว้ในที่สูง
  • เคลื่อนย้ายผู้ป่วยติดเตียงไปยังที่ปลอดภัย
  • ให้ความร่วมมือกับหน่วยงานราชการ

สถานการณ์น้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยายังคงต้องเฝ้าระวังอย่างต่อเนื่อง ขอให้ประชาชนติดตามข่าวสารและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น การมีสติและเตรียมพร้อมจะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติทางธรรมชาติได้

ที่มา – “เขื่อนเจ้าพระยา” ระบายน้ำเพิ่มต่อเนื่อง ท้ายเขื่อนอ่วม เร่งกั้นกระสอบทราย

เดือด! เรือจีน-ฟิลิปปินส์ชนกันกลางทะเลจีนใต้

สถานการณ์ตึงเครียดปะทุขึ้นอีกครั้ง! เกิดเหตุเรือจีน-ฟิลิปปินส์ชนกันกลางทะเลจีนใต้ ใกล้แนวสันทรายพิพาท โดยต่างฝ่ายต่างออกมากล่าวโทษซึ่งกันและกันว่าเป็นผู้เริ่มก่อน

หน่วยยามฝั่งของจีนกล่าวหาว่าเรือฟิลิปปินส์ “จงใจพุ่งชน” เรือของตนเอง บริเวณใกล้กับสันทรายสการ์โบโรห์ (Scarborough Shoal) หรือที่จีนเรียกว่าเกาะหวงเหยียน อย่างไรก็ตาม ทางการฟิลิปปินส์ได้ออกมาปฏิเสธข้อกล่าวหา และโต้กลับว่าเรือของจีนเป็นฝ่ายที่ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเข้าโจมตี จนสร้างความเสียหายอย่างหนักให้กับเรือของตน และทำให้ลูกเรือได้รับบาดเจ็บ

แถลงการณ์จากหน่วยยามฝั่งจีนระบุว่า เรือของรัฐบาลฟิลิปปินส์กว่า 10 ลำ ได้แล่นเข้ามาในน่านน้ำรอบสันทรายดังกล่าวจากหลายทิศทาง ทำให้จำเป็นต้องใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงเพื่อป้องกันการบุกรุกที่อาจเกิดขึ้น

เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นเพียง 6 วัน หลังจากที่จีนประกาศให้พื้นที่บางส่วนของแนวสันทรายสการ์โบโรห์เป็น “เขตอนุรักษ์ธรรมชาติแห่งชาติ” ซึ่งรัฐบาลฟิลิปปินส์ ที่เรียกแนวสันทรายนี้ว่า “บาโฮ เด มาซินล็อก” (Bajo de Masinloc) ได้ยื่นเรื่องประท้วงทางการทูตในทันที

จีนและฟิลิปปินส์เผชิญหน้ากันหลายครั้งในบริเวณแนวสันทรายในทะเลจีนใต้ ซึ่งจีนอ้างสิทธิ์เกือบทั้งหมดในน่านน้ำดังกล่าว ทั้งสองประเทศเป็นส่วนหนึ่งของหลายประเทศที่มีข้อพิพาทเรื่องกรรมสิทธิ์ในพื้นที่ทะเลจีนใต้ ซึ่งมีความสำคัญทางยุทธศาสตร์และเป็นแหล่งทำการประมงที่มีมูลค่าสูง

ความตึงเครียดปะทุ! เรือจีน-ฟิลิปปินส์ชนกันกลางทะเลจีนใต้ ใกล้แนวสันทรายพิพาท

กองกำลังยามฝั่งฟิลิปปินส์รายงานว่า เรือยามฝั่งจีน 2 ลำ ได้ใช้ปืนฉีดน้ำแรงดันสูงโจมตีเรือประมงของฟิลิปปินส์ ชื่อ BRP Datu Gumbay Piang เป็นเวลานานกว่า 30 นาที จนเกิด “ความเสียหายอย่างมาก” รวมถึงบริเวณห้องกัปตันและสะพานเดินเรือ กระจกแตกทำให้เจ้าหน้าที่ได้รับบาดเจ็บ 1 นาย นอกจากนี้ กระแสไฟฟ้ายังลัดวงจร ส่งผลกระทบต่อปลั๊กไฟฟ้าและเครื่องปรับอากาศกลางแจ้งอีก 5 เครื่อง

สถานการณ์ล่าสุด: เรือจีน-ฟิลิปปินส์ชนกันกลางทะเลจีนใต้

นอกจากนี้ ยังมีรายงานว่าเรือรบของกองทัพเรือจีน ได้กระจายเสียงทางวิทยุ “ประกาศการซ้อมรบด้วยกระสุนจริง” ในบริเวณแนวสันทราย ทำให้ชาวประมงฟิลิปปินส์เกิดความตื่นตระหนก ในวันอังคารที่เกิดเหตุ เรือยามฝั่งและเรือประมงของฟิลิปปินส์ได้ถูกส่งไปยังพื้นที่ดังกล่าว เพื่อมอบเชื้อเพลิง น้ำ น้ำแข็ง และความช่วยเหลืออื่น ๆ ให้กับเรือประมงกว่า 35 ลำที่อยู่ในพื้นที่

หลายประเทศที่ใกล้ชิดกับฟิลิปปินส์ ต่างแสดงการสนับสนุนในเรื่องเขตอนุรักษ์ธรรมชาติ โดยนายมาร์โก รูบิโอ รัฐมนตรีต่างประเทศสหรัฐฯ ระบุในแถลงการณ์ว่า การกระทำของจีนเป็น “อีกหนึ่งการเคลื่อนไหวที่บีบบังคับ เพื่ออ้างสิทธิ์ในดินแดนและน่านน้ำในทะเลจีนใต้ที่กว้างใหญ่ โดยแลกกับการสร้างความเสียหายให้เพื่อนบ้าน”

สหราชอาณาจักรและออสเตรเลียก็แสดงความกังวลเช่นกัน ขณะที่สถานทูตแคนาดาในฟิลิปปินส์กล่าวว่า ได้คัดค้านความพยายามที่จะใช้การคุ้มครองสิ่งแวดล้อมเป็นข้ออ้างในการเข้าควบคุมแนวสันทรายสการ์โบโรห์ที่เป็นพื้นที่พิพาท

เหตุการณ์เรือจีน-ฟิลิปปินส์ชนกันกลางทะเลจีนใต้ ใกล้แนวสันทรายพิพาท ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งชี้ถึงความขัดแย้งที่อาจจะทวีความรุนแรงมากยิ่งขึ้นในอนาคต ท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นในภูมิภาค

เหตุการณ์เรือจีน-ฟิลิปปินส์ชนกันกลางทะเลจีนใต้ ใกล้แนวสันทรายพิพาทนั้นแสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนและละเอียดอ่อนของข้อพิพาทในทะเลจีนใต้ ที่ต้องอาศัยการเจรจาและหาทางออกร่วมกันอย่างสันติวิธี เพื่อหลีกเลี่ยงความขัดแย้งที่อาจบานปลาย

ที่มา – ความตึงเครียดปะทุ! เรือจีน-ฟิลิปปินส์ชนกันกลางทะเลจีนใต้ ใกล้แนวสันทรายพิพาท