วัน: 18 กันยายน 2025

ช่วงทดเจ็บสล็อต: เจาะลึกความสำเร็จท้ายเกมลิเวอร์พูล

เมื่อมาร์กอส ยอเรนเต้ทำประตูที่สองตีเสมอให้ แอตเลติโก มาดริด พบกับลิเวอร์พูล ที่แอนฟิลด์เมื่อวันพุธ เพื่อนร่วมทีมและทีมงานโค้ชต่างกรูกันลงมาในสนามเพื่อฉลอง

แน่นอนว่ามันก็สมเหตุสมผล เพราะเหลือเวลาอีกไม่ถึง 10 นาที และทีมจากสเปนรอดพ้นจากโอกาสที่พลาดไปหลายครั้งก่อนที่จะตีเสมอในเกมที่พวกเขาเป็นรอง

แต่นี่คือลิเวอร์พูลของอาร์เน สล็อต ผู้ซึ่งสร้างนิสัยในการทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมให้เห็นอยู่บ่อยครั้ง

เมื่อกัปตันทีมอย่างเวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค โขกทำประตูชัยให้ทีมชนะ 3-2 ประตูชัยในช่วงทดเจ็บกลับให้ความรู้สึกที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ เช่นเดียวกับความตื่นเต้นสำหรับแฟนบอลในบ้าน

ฟอร์มท้ายเกมของลิเวอร์พูลน่าประทับใจแค่ไหน?

ลิเวอร์พูลทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมได้ในทุกการแข่งขัน 5 นัดของฤดูกาลนี้:

  • 4-2 พบ บอร์นมัธ (เหย้า, พรีเมียร์ลีก) – เฟเดริโก เคียซ่า นาทีที่ 88′ และ โมฮาเหม็ด ซาลาห์ นาทีที่ 90+4′
  • 3-2 พบ นิวคาสเซิล (เยือน, พรีเมียร์ลีก) – ริโอ งกูโมฮา นาทีที่ 90+10′
  • 1-0 พบ อาร์เซนอล (เหย้า, พรีเมียร์ลีก) – โดมินิก โซบอสซ์ไล นาทีที่ 83′
  • 1-0 พบ เบิร์นลีย์ (เยือน, พรีเมียร์ลีก) – โมฮาเหม็ด ซาลาห์ (จุดโทษ) นาทีที่ 90+3′
  • 3-2 พบ แอตเลติโก มาดริด (เหย้า, แชมเปียนส์ลีก) – เวอร์จิล ฟาน ไดจ์ค นาทีที่ 90+2′

นั่นหมายความว่าจุดเฉลี่ยที่ช่วงเวลาแห่งชัยชนะของลิเวอร์พูลเกิดขึ้นในฤดูกาลนี้คือหลังนาทีที่ 91

ในฤดูกาล 2024-25 เวลาเฉลี่ยที่พวกเขาทำประตูชัยในเกมที่พวกเขาชนะด้วยผลต่างเพียงประตูเดียวคือ 70 นาที

การทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมเป็นการเปลี่ยนแปลงที่เห็นได้ชัดจากฤดูกาลที่แล้ว ซึ่งลิเวอร์พูลทำประตูในช่วงทดเวลาบาดเจ็บได้เพียง 4 ประตูจาก 48 นัดในพรีเมียร์ลีกและแชมเปียนส์ลีก โดยสองประตูเกิดขึ้นในเกมเดียวกันที่เบรนท์ฟอร์ด

พวกเขาทำประตูได้ 13 ครั้งหลังจากนาทีที่ 80 ในช่วงฤดูกาลพรีเมียร์ลีกนั้น แต่สี่ทีมทำได้มากกว่า

ไม่มีคู่แข่งของลิเวอร์พูลทีมใดที่ทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมได้ในอัตราที่ใกล้เคียงกัน

เมื่อดูจากทีมพรีเมียร์ลีกอื่น ๆ ที่แข่งขันในแชมเปียนส์ลีกในฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลมีอัตราการทำประตูชัยที่ดีที่สุดเป็นอันดับถัดไปหลังจากนาทีที่ 80 แต่คุณต้องย้อนกลับไป 64 เกม (และ 16 เดือน) เพื่อให้ได้ 5 ประตูที่ลิเวอร์พูลทำได้ใน 5 นัดล่าสุดของพวกเขา

และช่วงเวลาแห่งการทำประตูชัยในช่วงท้ายเกมของลิเวอร์พูลเป็นช่วงที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกแล้ว

มีอะไรพิเศษเกี่ยวกับสล็อตหรือไม่?

สล็อต ซึ่งเข้ามาแทนที่เยอร์เกน คล็อปป์เมื่อฤดูร้อนที่แล้ว คิดว่าความเชื่อมั่นในตนเองและความฟิตเป็นกุญแจสำคัญในการทำประตูของลิเวอร์พูล

“จะมีเกมที่เรานำ 2-0 หลังจากผ่านไปหกนาที จากนั้นเราจะทำประตูที่สามและไม่จำเป็นต้องใช้ช่วงทดเวลาบาดเจ็บเพื่อให้ได้ประตูชัยในช่วงท้ายเกม” เขากล่าวเมื่อวันพุธ

“จะมีเกมที่เราต้องการประตูในนาทีสุดท้ายและเราจะไม่ได้รับมัน แต่ความคิดของเราคือเราจะผลักดันเสมอ มันยังเกี่ยวกับความฟิตและความพร้อมของเราที่เราสามารถผลักดันได้อีกครั้ง”

สล็อตเป็นหนึ่งในผู้จัดการทีมที่มีเปอร์เซ็นต์การชนะในช่วงท้ายเกมสูงสุดในประวัติศาสตร์พรีเมียร์ลีกแล้ว

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดภายใต้การคุมทีมของเซอร์อเล็กซ์ เฟอร์กูสันได้รับการยกย่องอย่างกว้างขวางว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการทำประตูชัยในช่วงท้ายเกม

และไม่น่าแปลกใจที่เฟอร์กูสันครองสถิติการทำประตูชัยได้มากที่สุดหลังจากนาทีที่ 81 แม้ว่าอาร์แซน เวนเกอร์คู่ปรับเก่าของเขาจะตามมาไม่ไกล

แต่แม้แต่ยูไนเต็ดของเฟอร์กูสันก็ยังทำได้เพียงสองนัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีกด้วยประตูชัยที่ทำได้หลังจากนาทีที่ 80 โดยทำได้สี่ครั้ง

สล็อตยังเพิ่มความเป็นผู้นำของลิเวอร์พูลในการจัดอันดับทีมพรีเมียร์ลีกที่ทำประตูชัยได้มากที่สุดในนาทีที่ 90 หรือหลังจากนั้น

หงส์แดงทำไปแล้ว 47 ประตู อาร์เซนอล 34 ประตู และยูไนเต็ด 33 ประตู

ทำไมลิเวอร์พูลถึงทำประตูในช่วงท้ายเกมบ่อยมาก?

ชัยชนะในช่วงท้ายเกมของหงส์แดงในฤดูกาลนี้เกิดขึ้นในสถานการณ์ที่หลากหลาย

ในการพบกับบอร์นมัธและแอตเลติโก พวกเขาเป็นต่ออย่างสบายและสร้างความได้เปรียบสองประตู ก่อนที่จะเสียประตูง่ายๆ และแก้ไขสถานการณ์ในที่สุดหลังจากกดดันอย่างหนัก

ในการพบกับนิวคาสเซิลที่มีผู้เล่น 10 คน พวกเขาก็เสียความได้เปรียบสองประตูเช่นกัน แต่ประตูชัยในช่วงท้ายเกมของพวกเขาเกิดขึ้นสวนทางกับรูปเกม

และในการพบกับอาร์เซนอลและเบิร์นลีย์ พวกเขาพยายามสร้างโอกาสที่ชัดเจนในการพบกับเกมรับที่แข็งแกร่ง แต่ในที่สุดก็ประสบความสำเร็จด้วยลูกเซ็ตพีซ

ดังนั้นจึงไม่มีพิมพ์เขียวที่ลิเวอร์พูลใช้เพื่อคว้าชัยชนะเหล่านี้

แต่การดูวิธีการทำประตูอาจให้ข้อมูลเชิงลึกว่าทำไมสิ่งเหล่านี้ถึงเกิดขึ้น

ทีมของลิเวอร์พูลได้รับการปรับปรุงใหม่อย่างมากตั้งแต่ที่คล็อปป์เริ่มปรับปรุงแผงกองกลางในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 มีผู้เล่นเพียง 9 คนจากทีมชุดแรกที่จบฤดูกาล 2022-23 ที่ยังคงอยู่

กลุ่มที่ได้รับการฟื้นฟูนำโดยกลุ่มผู้เล่นอาวุโสกลุ่มเล็กๆ ที่คว้าแชมป์ทุกรายการภายใต้การคุมทีมของคล็อปป์ ได้แก่ อลิสซอน, ฟาน ไดจ์ค, แอนดี้ โรเบิร์ตสัน และซาลาห์

คนสุดท้ายสร้างผลงานประตูมากที่สุดสำหรับประตูชัยในช่วงท้ายเกมในฤดูกาลนี้ โดยทำไปสองประตูและแอสซิสต์หนึ่งครั้ง

ในความเป็นจริง แม้ว่าอายุเฉลี่ยของทีมลิเวอร์พูลจะอยู่ที่ 26.2 ปี แต่มากกว่าครึ่งหนึ่งของผู้ที่มีส่วนร่วมในการทำประตูในช่วงท้ายเกมมีอายุ 32.5 ปีขึ้นไป

อายุเฉลี่ยต่อการมีส่วนร่วมของผู้ที่ทำประตูหรือแอสซิสต์ให้กับประตูช่วงท้ายเกมของลิเวอร์พูลคือ 28.9 ปี และจะสูงกว่าอย่างมีนัยสำคัญ (30.4 ปี) หากไม่มีงกูโมฮาวัย 17 ปี

ไม่ว่าจะเป็นสล็อตหรือผู้ที่อยู่ในสนาม ส่วนใหญ่แล้วคือผู้เล่นที่มีประสบการณ์มากที่สุดของลิเวอร์พูลที่สร้างความแตกต่างในช่วงเวลาสำคัญ

ช่วงทดเจ็บสล็อต กลายเป็นคำที่แฟนบอลลิเวอร์พูลคุ้นเคยและมั่นใจ แม้รูปเกมจะไม่เป็นใจ แต่พวกเขายังมีความหวังว่าจะได้เห็นประตูชัยในช่วงท้ายเกม

ปัจจัยที่ทำให้เกิดช่วงทดเจ็บสล็อต

หลายปัจจัยรวมกันทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ ความฟิตของนักเตะ ความเชื่อมั่นในแผนการเล่น และประสบการณ์ของผู้เล่นอาวุโส ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญ

ช่วงทดเจ็บสล็อต อาจไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นทุกเกม แต่มันแสดงให้เห็นถึงสปิริตและความไม่ยอมแพ้ของทีมภายใต้การนำทัพของ อาร์เน สล็อต

ลิเวอร์พูลภายใต้การคุมทีมของอาร์เน สล็อต แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่ไม่ย่อท้อและความสามารถในการพลิกสถานการณ์ในช่วงเวลาสำคัญ นี่คือสิ่งที่ทำให้แฟนบอลมีความหวังและเชื่อมั่นในทีมของพวกเขา

ที่มา – ‘Slot-age time’ – breaking down Liverpool’s late success

“พีระพันธุ์” ลั่น นำทัพ รทสช. **สู้ศึกเลือกตั้ง**

“พีระพันธุ์” พร้อมนำทัพรวมไทยสร้างชาติสู้ศึกเลือกตั้ง ย้ำ 2 ปีพิสูจน์แล้ว ชวนคนอุดมการณ์เดียวกันทำงานเพื่อชาติ-ประชาชน ซัดคนปล่อยข่าวโง่ อยากทำลายพรรค ชี้ นายกฯ ต้องมาด้วยความมีศักดิ์ศรี

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 18 กันยายน 2568 นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค หัวหน้าพรรครวมไทยสร้างชาติ เปิดเผยถึงทิศทางการทำงานของพรรครวมไทยสร้างชาติ (รทสช.) ท่ามกลางกระแสการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ว่า ขอยืนยันว่าพร้อมเดินหน้าในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค เพื่อเป็นแม่ทัพของพรรครวมไทยสร้างชาติในการทำงานทางการเมืองต่อไป ส่วนกระแสข่าวเลือดไหลออกจากพรรครวมไทยสร้างชาตินั้น วันนี้ยังไม่มีเลือดไหลออกจากพรรค เพราะทุกคนยังเป็นสมาชิกพรรคอยู่ และยังมีผู้สนใจมาสมัครสมาชิกพรรคเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ทุกวัน

ขณะเดียวกัน นายพีระพันธุ์ ยังได้เปิดเผยถึงจุดยืนของตนเองเกี่ยวกับการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 5 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา ว่า หลังจากที่มีการตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ การเมืองของไทยก็มีพัฒนาการทางการเมืองอย่างต่อเนื่อง ประเด็นสำคัญก็คือมีการพยายามนำพรรคการเมืองบางพรรค ซึ่งพรรครวมไทยสร้างชาติได้ประกาศตั้งแต่ต้นว่าไม่สามารถร่วมมือด้วยได้ เนื่องจากมีอุดมการณ์ทางการเมืองและแนวคิดทางการเมืองที่แตกต่างกันเป็นอย่างมาก และมีการใช้วิธีการให้พรรคการเมืองนั้นมาลงมติสนับสนุนผู้รับเลือกเป็นนายกรัฐมนตรีโดยไม่ได้เป็นการร่วมรัฐบาล แต่เป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ระหว่างกัน ตนเห็นว่าแนวทางเช่นนี้ไม่ถูกต้องทางการเมือง เพราะจะทำให้รัฐบาลกลายเป็นเบี้ยล่างทางการเมืองของพรรคการเมืองอื่นที่ไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล วิธีการดังกล่าวอาจเป็นการผิดกฎหมายพรรคการเมืองในการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไป จาก 2 เหตุผลข้างต้น ทำให้ตนมีความเห็นว่าไม่สามารถลงคะแนนเสียงสนับสนุน นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรีได้ในขณะนั้น ทั้งที่โดยส่วนตัวตนเคารพและรักนายอนุทินมาก คิดว่าเป็นคนที่มีความรู้ความสามารถ แต่วิธีการในการจัดตั้งรัฐบาลในรูปแบบนี้ไม่ใช่วิธีทางที่ถูกต้อง ต่อมาทางพรรคเพื่อไทยก็ได้มีการติดต่อในการเพิ่มเสียงสนับสนุนแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรคเพื่อไทย ด้วยแนวทางแลกเปลี่ยนผลประโยชน์แต่ไม่ร่วมรัฐบาลนั้น ตนยืนยันว่าไม่เห็นด้วยกับแนวทางนี้ ดังนั้นจึงมีความเห็นว่าถ้าจะมีการจัดตั้งรัฐบาลด้วยการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ก็ไม่สามารถสนับสนุนฝ่ายหนึ่งฝ่ายใดได้เลย

“สำหรับผมคิดว่านี่เป็นวิธีการทางการเมืองที่ไม่ถูกต้อง และจะทำให้รัฐบาลกลายเป็นเบี้ยล่างของพรรคการเมืองอื่นซึ่งไม่ได้เป็นพรรคร่วมรัฐบาล ซึ่งในทางการเมืองเป็นสิ่งที่ไม่น่าจะเกิดขึ้นและผมรับไม่ได้”

โหวตนายกฯ ไร้มติพรรค เปิดกว้างเอกสิทธิ สส.

ในส่วนการบริหารจัดการพรรคจะต้องมีการประชุมกรรมการบริหารพรรค เบื้องต้นตนได้มีการหารือกับผู้บริหารระดับสูงของพรรคว่า หากแนวทางเป็นการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ด้วยวิธีการที่ไม่ถูกต้องทางการเมืองเช่นนี้ พรรครวมไทยสร้างชาติก็ไม่สามารถร่วมรัฐบาลได้ ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายใดก็ตาม โดยก่อนการประชุมคณะกรรมการบริหาร (กก.บห.) พรรคร่วมกับ สส. พรรค ตนมองว่าเมื่อการเมืองเดินมาถึงสถานการณ์เช่นนี้น่าจะจบลงด้วยการยุบสภา จึงยังไม่มีมติของพรรครวมไทยสร้างชาติ เป็นเพียงการหารือแลกเปลี่ยนความเห็นกันเท่านั้น

ต่อมาเมื่อปรากฏว่าการยุบสภาไม่สามารถทำได้ ประกอบกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ในส่วนของพรรคหลายคนสอบถามและแสดงความคิดเห็นว่า กก.บห.พรรครวมไทยสร้างชาติ ควรมีมติที่ชัดเจนเพื่อเป็นแนวทางในการดำเนินการของ สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ จึงมีการเชิญประชุม กก.บห.พรรคอย่างเร่งด่วน ในวันพุธ (3 กันยายน 2568) ก่อนการลงมติเลือกนายกรัฐมนตรี

นายพีระพันธุ์ เปิดเผยต่อไปว่า ในการประชุม กก.บห.พรรคครั้งนั้น 3 คนเห็นด้วยกับแนวทางของตน แต่มี 1 คนเห็นว่า หากนายอนุทินยืนยันว่าจะไม่มีการแตะต้องมาตรา 112 และยืนยันว่าจะไม่มีการแก้ไขรัฐธรรมนูญในหมวด 1 และหมวด 2 ควรจะต้องสนับสนุน ส่วนอีก 2 คนเห็นว่าควรให้เป็นเอกสิทธิ์ของ สส. ซึ่งเมื่อพิจารณาแล้วหากมีมติทางใดทางหนึ่งจะทำให้เกิดปัญหาในพรรคได้ จึงไม่มีการพูดถึงมติของกรรมการบริหารพรรค แต่แจ้งผลความเห็นของ กก.บห.พรรคว่ามีความเห็นกี่แนวทางอย่างไรบ้าง และให้เป็นเอกสิทธิ์ดุลพินิจของ สส. โดย สส.พรรครวมไทยสร้างชาติ ลงมติเลือกนายอนุทิน 33 เสียง และไม่ประสงค์ลงคะแนน 3 เสียง พร้อมยืนยันว่าในพรรคไม่มีปัญหาอะไรเกิดขึ้น และทุกอย่างก็เดินหน้าตามกระบวนการต่อไป

ซัดคนปล่อยข่าวอยากเป็นนายกฯ “โง่-อยากทำลายพรรค”

นายพีระพันธุ์ กล่าวต่อไปถึงกระแสข่าวว่าพรรครวมไทยสร้างชาติถูกซื้อ ว่า “ผมไม่ทราบครับ แต่ผมไม่โดนซื้อเด็ดขาด” ส่วนกรณีที่มีการโจมตีว่าตนหวังตำแหน่งนายกรัฐมนตรีนั้น ขอยืนยันว่าไม่เป็นความจริง และไม่มีการหารือในการเสนอชื่อของตนในการดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรี เพราะหากคิดในทางการเมืองแล้วเมื่อพรรคมีแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีอยู่แล้ว แต่ไปดึงแคนดิเดตทางการเมืองจากพรรคอื่นมาแทน แบบนี้ในทางการเมืองจะเสียหายเป็นอย่างมาก

“ความคิดแบบนี้ผมว่าวิเคราะห์แบบตื้น แต่ไม่ได้รู้หรอกว่าในทางการเมืองมันเป็นไปไม่ได้ เหมือนพรรครวมไทยสร้างชาติเรามีบัญชีรายชื่อคนเป็นนายกฯ จะเอาไปพรรคอื่นมาเสนอ แล้วพรรคเราจะใส่ไว้ทำไม ถูกไหม และในทางการเมืองอีกอย่างหนึ่งคือ ถ้าเราจะได้รับการเลือก มันต้องมาด้วยความมีศักดิ์ศรี ลักษณะแบบนี้ผมรู้สึกว่าไม่มีศักดิ์ศรีเลย ถึงจะเป็นพรรคร่วม ก็ต้องเอา(แคนดิเดต)จากบัญชีของพรรคหลัก เขาจะมาเอาบัญชีของพรรคร่วมเป็นไปได้ยังไง คนปล่อยข่าวก็มี 2 อย่าง อย่างที่ 1 คือไม่รู้จริง โง่ อย่างที่ 2 คืออยากทำลายพรรค อยากทำลายผม ก็แค่นั้น ไม่มีอะไร”

ทางด้านคำถามที่พรรครวมไทยสร้างชาติเผชิญแรงเสียดทานและกระแสของสังคมเยอะมากคิดว่าเพราะอะไร นายพีระพันธุ์ ตอบว่า พรรคการเมืองก็เหมือนกับชีวิตมนุษย์ ทุกคนเกิดมาก็ต้องมีปัญหาอุปสรรคเกิดขึ้น ไม่มีใครที่ชีวิตราบรื่นมีแต่ความสำเร็จมีแต่ความสุข เพียงแต่ว่าแต่ละคนเมื่อเจอปัญหาแล้วท้อไหม พรรครวมไทยสร้างชาติไม่ใช่เป็นพรรคแรกที่เพิ่งเกิดและเจอปัญหา แต่พรรคจะผ่านปัญหาทุกอย่างไปได้ ส่วนตัวไม่เคยท้อ เพราะความจริงในชีวิตก็เจอปัญหามาเยอะอยู่แล้ว นี่ก็เป็นอีกแค่เสี้ยวหนึ่งของชีวิต แนวทางการทำงานของตนคือทำทุกอย่างให้ดีที่สุดทำให้เต็มที่ที่เราทำได้ ทำไม่สำเร็จก็ต้องยอมรับว่ามันทำไม่สำเร็จ แต่ว่าทำให้ดีที่สุด ทำให้มากที่สุด ทำให้เต็มที่ ได้เท่านี้ก็เท่านี้ จะไม่ติดยึดกับคำพูดคนอื่น เพราะคนอื่นไม่รู้ดีเท่าตัวเรา ตนติดยึดกับตัวเราเองว่าเราทำดีหรือยัง เราทำถูกต้องไหม เราไม่มีทางทำให้คนทุกคนถูกใจ ไม่มีวันทำให้ทุกคนพอใจ แต่เราทำในสิ่งที่ต้องทำหรือเปล่า ทำสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับบ้านเมืองกับส่วนรวมหรือเปล่า ตนคิดว่าแนวทางการทำงานแบบนี้ที่ทำให้เดินหน้ามาจนถึงวันนี้ได้

เดินหน้าดันกฎหมายพลังงานต่อ

ในส่วนของการแก้ไขเรื่องของพลังงาน นายพีระพันธุ์ ระบุว่า เรื่องการจัดการกับปัญหาพลังงานสะท้อนถึงแนวทางการทำงานของตนเป็นอย่างดี พร้อมยกตัวอย่างค่าไฟ เมื่อเข้ารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ค่าไฟอยู่ที่ 4.70 บาทต่อหน่วย แต่ในวันนี้ค่าไฟเหลือเพียง 3.94 บาทต่อหน่วย และไม่มีการปรับขึ้นค่าไฟ ขณะที่ค่าแก๊สก็ไม่ได้ปรับขึ้นแม้แต่ครั้งเดียว สิ่งเหล่านี้เกิดขึ้นจากวิธีการทำงานของตน คือทำให้ดีที่สุด ทำให้เต็มที่ สุดท้ายแล้วได้เท่าไรเท่านั้น ซึ่งหากรัฐบาลเดินหน้าต่อไปจนครบวาระตนยืนยันว่าราคาน้ำมันจะสามารถควบคุมได้ และประเทศไทยจะมีคลังน้ำมันสำรองของประเทศ ที่เป็นของรัฐเพื่อความมั่นคง ไม่ใช่ของเอกชน

ทางด้านความคืบหน้ากฎหมายส่งเสริมการติดตั้งโซลาร์เซลล์ ตนหวังว่ารัฐบาลชุดต่อไปจะเดินหน้าต่อ ส่วนกฎหมายควบคุมราคาน้ำมันเสร็จเรียบร้อย ขณะที่กฎหมายคลังน้ำมันนั้นใกล้แล้วเสร็จ ซึ่งกฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้จะต้องเสนอคู่กันเพื่อปรับโครงสร้างราคาน้ำมันได้ทั้งกระบวนการ แม้จะไม่ได้เป็นรัฐบาลแล้วแต่จะต้องมีการเดินหน้ากฎหมายทั้ง 2 ฉบับนี้ต่อโดยผ่านกลไกของสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งจะเสนอในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ แต่ด้วยเงื่อนไขการแลกเปลี่ยนผลประโยชน์ที่จะต้องยุบสภาใน 4 เดือนนี้ คาดว่าไม่น่าจะสำเร็จได้ด้วยสภาผู้แทนราษฎรชุดนี้

พร้อมนำทัพเลือกตั้ง ใครหวังประโยชน์ส่วนตน อยู่พรรคนี้ไม่ได้

นายพีระพันธุ์ ยังกล่าวถึงการเตรียมความพร้อมในการเลือกตั้งหลังการยุบสภาที่คาดว่าจะเกิดขึ้นในช่วง 4 เดือนนี้ ว่า เมื่อเป็นพรรคการเมืองจะต้องมีความพร้อมในการลงรับเลือกตั้งตลอดเวลาอยู่แล้ว ซึ่งต้องมีการเตรียมความพร้อมหลายด้าน โดยเฉพาะผู้สมัครลงรับเลือกตั้งในนามพรรครวมไทยสร้างชาติ โดยเฉพาะพื้นที่กรุงเทพมหานคร พรรคจะพยายามหาคนที่มีอุดมการณ์ แนวทางทำงานเพื่อประชาชน ช่วยกันสู้กับทุกปัญหา โดยเฉพาะเรื่องของพลังงาน เรื่องของความไม่เป็นธรรมต่างๆ ในสังคม เชื่อว่าในช่วง 2 ปีที่ผ่านมาพรรครวมไทยสร้างชาติพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราพูด เราทำ เราแก้จริง ยืนยันว่าเป็นผู้นำทัพด้วยตัวเอง

ในช่วงท้าย นายพีระพันธุ์ ยังเชิญชวนทุกคนที่มีแนวทางเดียวกันกับพรรครวมไทยสร้างชาติ คือแก้ไขปัญหาบ้านเมือง ไม่ได้มาเล่นการเมือง ปัญหาของพี่น้องประชาชน ปัญหาของประเทศชาติมีเยอะ แต่ที่มีน้อยคือคนทำงาน คนที่ตั้งใจทำจริง วันนี้พรรครวมไทยสร้างชาติประกาศมาตั้งแต่ 2 ปีที่แล้วตอนเข้าสู่สนามเลือกตั้งว่าเราจะเป็นแบบนั้น ตนมั่นใจว่า 2 ปีที่ผ่านมาพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเราเป็นแบบนั้นจริง เพราะฉะนั้นถ้าใครที่มีความคิดแบบเดียวกัน มีแนวทางเดียวกัน มาร่วมกับเราช่วยกันฟื้นประเทศนี้

“เราเป็นพรรคที่มาทำงานการเมือง เราไม่ได้มาเล่นการเมือง ถ้าใครคิดว่ามาเล่นการเมืองเพื่อประโยชน์ส่วนตัว เพื่อยศถาบรรดาศักดิ์ เพื่อตำแหน่ง เพื่อผลประโยชน์เงินทอง ก็อยู่พรรคนี้ไม่ได้ ใครที่อยู่ได้ก็คือต้องไม่มีเรื่องแบบนี้ อยากเห็นการเมืองที่เป็นการทำงานเพื่อบ้านเมือง ไม่อยากเห็นการเมืองที่เข้ามาเพื่อแสวงหาประโยชน์ส่วนตัว ส่วนพรรค แล้วก็อ้างประชาชน อ้างบ้านเมือง แต่เบื้องหลังมีแต่เรื่องส่วนตัว นั่นคือสิ่งที่ทำไมผมสร้างพรรครวมไทยสร้างชาติขึ้นมา ผมก็จะเดินแนวนี้ ทำแนวนี้ ได้เท่าไหร่เท่านั้น เพราะผมไม่ได้ตั้งใจว่าจะต้องทำพรรคมาเพื่อหาอำนาจ หาบารมี หาตำแหน่งให้ตัวเอง ทำมาให้เห็นว่าอยากเป็นพรรคแบบนี้ ถ้าหากว่าประชาชนให้การตอบรับมากก็เป็นโชคดีไป ประชาชนไม่ให้การตอบรับ ได้เท่าไหร่ผมทำเท่านั้น แต่ผมเป็นแบบนี้ พรรคนี้จะเป็นแบบนี้”

รทสช. พร้อม**สู้ศึกเลือกตั้ง**

ดังนั้น ถ้าคุณเห็นด้วยกับแนวทางของพรรครวมไทยสร้างชาติในการทำงานเพื่อชาติและประชาชนอย่างแท้จริง มาร่วมกันสร้างอนาคตที่ดีกว่าในการเลือกตั้งครั้งหน้า

ที่มา – “พีระพันธุ์” ลั่น นำทัพ รทสช. สู้ศึกเลือกตั้ง ใครหวังผลประโยชน์อยู่พรรคนี้ไม่ได้

รวบแล้ว! **นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง**

เรื่องราวสุดระทึกเกิดขึ้นที่ด่านพรมแดนเบตง เมื่อเจ้าหน้าที่ ตชด. และ อส. ร่วมกันจับกุมหนุ่มวัย 23 ปี พร้อมของกลางยาบ้าจำนวน 9 เม็ด หลังสืบทราบว่ามีการนัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง งานนี้คนขายไหวตัวทัน ชิ่งหนีไปได้หวุดหวิด

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 บริเวณหน้าจุดบริการนักท่องเที่ยว ด่านพรมแดนเบตง อ.เบตง จ.ยะลา ร.ต.ท.ประดิษฐ์ คงสนิด หัวหน้าชุดเฝ้าตรวจชายแดนที่ 4405 พร้อมกำลังพลจาก ตชด.445, อส.อำเภอเบตง, ชุดประสานงานชายแดน, ทหารกองร้อยป้องกันชายแดนที่ 1, ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองเบตง และเจ้าหน้าที่ด่านศุลกากรเบตง ได้ร่วมกันปฏิบัติหน้าที่ดูแลความสงบเรียบร้อยและอำนวยความสะดวกให้แก่นักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้าออกด่านพรมแดนเบตง

ขณะปฏิบัติหน้าที่ เจ้าหน้าที่สังเกตเห็นนายซึคกรี อายุ 23 ปี ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดบริเวณหน้าป้อม จากนั้นก็มีชายอีกคนเดินเข้ามาหา นายซึคกรีได้ยื่นเงินให้ชายคนดังกล่าว เมื่อรับเงินแล้วชายคนนั้นก็เดินไปยังลานจอดรถอีกฝั่ง ด้วยความสงสัย เจ้าหน้าที่จึงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาบันทึกวิดีโอไว้ ต่อมาชายคนดังกล่าวได้เดินกลับมาพร้อมกับยาบ้า แล้วนำยาบ้ามาใส่ไว้ในตะกร้ารถจักรยานยนต์ของนายซึคกรี

เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าหน้าที่จึงรีบวิ่งออกไปจับกุมนายซึคกรีได้พร้อมของกลาง แต่ชายคนที่นำยาบ้ามาส่งนั้นสามารถวิ่งหลบหนีไปได้

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายซึคกรีให้การรับสารภาพว่า ตนมานัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง จากชายคนที่หลบหนีไป โดยได้จ่ายเงินไป 400 บาท แลกกับยาบ้าจำนวนดังกล่าว นายซึคกรีอ้างว่า เพิ่งเคยซื้อขายยาบ้าบริเวณนี้เป็นครั้งแรก ปกติจะรับส่งยากันภายในหมู่บ้าน แต่เนื่องจากวันนี้ชายคนดังกล่าวขี่รถมาส่งผู้โดยสาร จึงต้องมาซื้อขายยาบ้ากันที่บริเวณด่านพรมแดน

อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่ยังไม่ปักใจเชื่อคำให้การของนายซึคกรี จึงได้ควบคุมตัวพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวน สภ.เบตง เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป พร้อมทั้งเร่งติดตามตัวชายที่หลบหนีมาดำเนินคดีโดยเร็ว

นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง

เหตุการณ์นี้สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการแพร่ระบาดของยาเสพติดในพื้นที่ชายแดน ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการเฝ้าระวังและปราบปรามอย่างต่อเนื่อง เพื่อป้องกันไม่ให้ยาเสพติดเหล่านี้แพร่กระจายไปยังพื้นที่อื่นๆ

บทสรุปเหตุการณ์นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง

การจับกุมครั้งนี้เป็นผลมาจากการปฏิบัติหน้าที่อย่างเข้มแข็งของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่าย ที่คอยสอดส่องดูแลความเรียบร้อยและป้องกันอาชญากรรมในพื้นที่ชายแดนอย่างใกล้ชิด ความร่วมมือของประชาชนในการแจ้งเบาะแส ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การนัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง ครั้งนี้ถือเป็นอุทาหรณ์ให้กับผู้ที่คิดจะกระทำความผิด ขอให้ตระหนักถึงโทษของการกระทำ และหันหลังให้กับยาเสพติด เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่สำหรับทุกคน

การแก้ไขปัญหายาเสพติดต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ร่วมกันสร้างภูมิคุ้มกันให้กับเยาวชน และส่งเสริมให้ผู้ที่ติดยาเสพติดเข้ารับการบำบัดรักษา เพื่อคืนคนดีสู่สังคม

ที่มา – นัดซื้อยาบ้า หน้าด่านเบตง จนท.ตาไว รีบตะครุบตัว

สทนช. เร่งระบายน้ำลงอ่าวไทย ลดท่วม!

สถานการณ์น้ำท่วมยังคงเป็นประเด็นที่ต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด ล่าสุด สทนช. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน เร่งดำเนินการระบายน้ำลงอ่าวไทยอย่างต่อเนื่อง เพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนที่กำลังเผชิญกับอุทกภัยในหลายพื้นที่

สทนช. สั่งเร่งระบายน้ำลงอ่าวไทย คงอัตราการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล ลดผลกระทบน้ำท่วม

ดร.สุรสีห์ กิตติมณฑล เลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ (สทนช.) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่ตอนบนและตอนกลางของประเทศ ทำให้หลายพื้นที่ประสบปัญหาน้ำท่วม โดยเฉพาะชุมชนริมตลิ่งและท้ายน้ำในลุ่มน้ำเจ้าพระยา

เพื่อควบคุมปริมาณน้ำที่ปล่อยลงสู่พื้นที่ท้ายน้ำให้อยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสม สทนช. ได้ประสานการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) ให้คงอัตราการระบายน้ำของอ่างเก็บน้ำภูมิพล จังหวัดตาก อยู่ที่ 10 ล้านลูกบาศก์เมตรต่อวัน เพื่อให้กรมชลประทานสามารถรักษาอัตราการระบายน้ำบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา จังหวัดชัยนาท ที่ 2,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะช่วยบรรเทาผลกระทบต่อประชาชนในพื้นที่ท้ายเขื่อนเจ้าพระยาได้

สถานการณ์น้ำใน 4 อ่างเก็บน้ำหลักลุ่มเจ้าพระยา

  • อ่างเก็บน้ำภูมิพล จ.ตาก: ปริมาณน้ำ 10,558 ล้าน ลบ.ม. (78.4% ของความจุ)
  • อ่างเก็บน้ำสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์: ปริมาณน้ำ 8,357 ล้าน ลบ.ม. (88% ของความจุ)
  • อ่างเก็บน้ำแควน้อยบำรุงแดน จ.พิษณุโลก: ปริมาณน้ำ 777 ล้าน ลบ.ม. (83% ของความจุ)
  • อ่างเก็บน้ำป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี: ปริมาณน้ำ 668 ล้าน ลบ.ม. (70% ของความจุ)

ปริมาณน้ำที่ไหลผ่านแม่น้ำเจ้าพระยา ที่สถานี C.2 อ.เมืองนครสวรรค์ จ.นครสวรรค์ อยู่ที่อัตรา 2,220 ลบ.ม.ต่อวินาที

เนื่องจากพื้นที่ตอนบนยังมีปริมาณน้ำสูงขึ้น เขื่อนเจ้าพระยายังคงต้องเร่งการระบายน้ำที่อัตรา 2,200 ลบ.ม.ต่อวินาทีอย่างต่อเนื่อง รวมถึงแบ่งการระบายน้ำลงอ่าวไทยออกทางฝั่งตะวันตกและตะวันออกของแม่น้ำเจ้าพระยา ควบคู่ไปกับการปรับแผนบริหารจัดการน้ำให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันและการคาดการณ์

สทนช. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่ลุ่มเจ้าพระยาอย่างต่อเนื่อง เพื่อติดตามผลการรับน้ำเข้าระบบชลประทานและเร่งการระบายน้ำลงอ่าวไทย เช่น การติดตั้งเครื่องสูบน้ำ, เครื่องผลักดันน้ำ, การกำจัดวัชพืชและผักตบชวา, การเคลื่อนย้ายเรือที่กีดขวางทางน้ำ และการสำรวจความพร้อมของพื้นที่ลุ่มต่ำหน่วงน้ำ

การเร่งระบายน้ำและบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพนี้ มีเป้าหมายเพื่อลดผลกระทบต่อประชาชนให้เร็วที่สุด โดยจะมีการประชุมหารือระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างต่อเนื่อง

การตัดสินใจคงอัตราการระบายน้ำของเขื่อนภูมิพลและการเร่งระบายน้ำผ่านช่องทางต่างๆ แสดงให้เห็นถึงความพยายามในการรักษาสมดุลระหว่างการจัดการน้ำในเขื่อนและการปกป้องพื้นที่ท้ายน้ำจากผลกระทบของน้ำท่วม หวังว่ามาตรการเหล่านี้จะช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้จริง

ที่มา – สทนช. สั่งเร่งระบายน้ำลงอ่าวไทย คงอัตราการระบายน้ำเขื่อนภูมิพล ลดผลกระทบน้ำท่วม

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ตรวจสอบเลย!

ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่อง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร จำนวน 22,280 ราย ให้แก่ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีความสามารถและประพฤติดี สามารถตรวจสอบรายชื่อได้ที่นี่

เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2568 ที่ผ่านมา เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษาได้เผยแพร่ประกาศสำนักนายกรัฐมนตรี เรื่องสำคัญ นั่นคือ เรื่อง โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ซึ่งถือเป็นข่าวดีและเป็นเกียรติประวัติแก่ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้ง

โดยประกาศดังกล่าวระบุว่า ได้มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ให้แก่ข้าราชการตำรวจชั้นสัญญาบัตรที่มีความรู้ความสามารถ มีความประพฤติดี และปฏิบัติหน้าที่ด้วยความวิริยอุตสาหะตลอดมา รวมทั้งสิ้นเป็นจำนวน 22,280 ราย นับเป็นจำนวนที่แสดงให้เห็นถึงการเติบโตและความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของข้าราชการตำรวจ

โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร

การได้รับพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตรนั้น ถือเป็นเครื่องหมายแสดงถึงความไว้วางพระราชหฤทัยที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงมีต่อข้าราชการตำรวจ และเป็นกำลังใจสำคัญในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อประเทศชาติและประชาชนต่อไป ข้าราชการตำรวจที่ได้รับการแต่งตั้งทุกท่านต่างรู้สึกสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ตรวจสอบรายชื่อผู้ได้รับพระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร

สำหรับผู้ที่ต้องการตรวจสอบรายชื่อผู้ที่ได้รับ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร สามารถตรวจสอบได้จากลิงก์ราชกิจจานุเบกษาดังต่อไปนี้:

ในประกาศราชกิจจานุเบกษาฉบับดังกล่าว ได้ระบุรายชื่อข้าราชการตำรวจที่ได้รับพระราชทานยศอย่างละเอียด ท่านสามารถตรวจสอบรายชื่อของท่าน หรือรายชื่อของบุคคลที่ท่านรู้จัก เพื่อร่วมแสดงความยินดีในโอกาสอันเป็นมงคลนี้

การ โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงการให้ความสำคัญกับข้าราชการตำรวจผู้ปฏิบัติงานด้วยความเสียสละและทุ่มเท เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยของบ้านเมือง และเป็นขวัญกำลังใจให้แก่ข้าราชการตำรวจทุกนาย

ขอแสดงความยินดีกับข้าราชการตำรวจทุกท่านที่ได้รับการพระราชทานยศในครั้งนี้ และขอเป็นกำลังใจให้ทุกท่านปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต เพื่อความเจริญก้าวหน้าของประเทศชาติต่อไป

การได้รับพระราชทานยศ ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเปลี่ยนแปลงตำแหน่ง แต่เป็นการได้รับความไว้วางใจและความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ขึ้น ขอให้ทุกท่านตระหนักถึงหน้าที่ และปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถ เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ

การประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษาครั้งนี้ ถือเป็นทางการและถูกต้องที่สุด หากท่านใดมีข้อสงสัยเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามไปยังหน่วยงานต้นสังกัดของท่านได้โดยตรง

ที่มา – โปรดเกล้าฯ พระราชทานยศตำรวจชั้นสัญญาบัตร 22,280 ราย ดูรายชื่อที่นี่

“ธีระชัย” เตือน! ฟื้น “คนละครึ่ง” ต้องคิดถึงหนี้

“ธีระชัย” เตือนฟื้น “คนละครึ่ง” ต้องคำนึงหนี้สาธารณะ-จุดประสงค์โครงการ

“ธีระชัย” อดีต รมว.คลัง เตือนรัฐบาลอนุทิน ฟื้นโครงการ “คนละครึ่ง” ต้องคำนึงถึงหนี้สาธารณะและจุดประสงค์ของโครงการเป็นสำคัญ ยอมรับว่ามีข้อดีหลายอย่าง แต่ควรจะกำหนดวงเงินโดยรวมให้เหมาะสม

นายธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล รองหัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก Thirachai Phuvanatnaranubala – – ธีระชัย ภูวนาถนรานุบาล แสดงความเห็นเกี่ยวกับโครงการ “คนละครึ่งอนุทิน” เมื่อวันที่ 17 ก.ย. ว่า โครงการ “คนละครึ่ง” จะถูกวินัยการเงินการคลังหรือไม่ ตามที่รัฐบาลของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะนำโครงการ “คนละครึ่ง” กลับมาใช้นั้น จะต้องคำนึงถึงหลักการวินัยการเงินการคลัง และปัจจัยดังต่อไปนี้:

1. ต้องประกาศแผนใช้คืนหนี้สาธารณะ: ขณะนี้ประเทศไทยมีหนี้สาธารณะสูงถึง 11.7 ล้านล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 63.6% ของ GDP แต่ละปี รัฐบาลยังขาดดุลงบประมาณอีก 8 แสนล้านบาท และตัวเลขขาดดุลนี้มีแนวโน้มที่จะเพิ่มขึ้นทุกปี ซึ่งจะส่งผลให้รัฐบาลต้องกู้หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเพื่อปิดงบประมาณที่ขาดดุล คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะต่อ GDP จะพุ่งขึ้นไปถึงเพดาน 70% ภายในระยะเวลาเพียง 3 ปีข้างหน้า

ดังนั้น แม้ว่าจะมีงบประมาณเหลือเพียงพอสำหรับรองรับโครงการ “คนละครึ่ง” แต่เนื่องจากงบประมาณขาดดุลในแต่ละปี ทำให้การทำโครงการ “คนละครึ่ง” เป็นการกู้หนี้สาธารณะโดยปริยาย

ในสถานการณ์ปัจจุบัน รัฐบาลจำเป็นต้องพิจารณาน้ำหนักและความจำเป็นเร่งด่วนในหลายด้านที่ต้องการงบประมาณ เช่น การเยียวยาผู้ค้ารายย่อยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา และการช่วยเหลือเกษตรกรในการปรับตัวเพื่อรับมือกับมาตรการภาษีของทรัมป์

จึงขอแนะนำให้รัฐบาลชี้แจงให้ประชาชนทราบอย่างชัดเจนก่อนที่จะเดินหน้าโครงการ “คนละครึ่ง” ว่าได้พิจารณาถึงความจำเป็นเร่งด่วนอื่น ๆ และจัดสรรงบประมาณเตรียมพร้อมไว้หรือไม่ เป็นจำนวนเท่าไร รวมถึงรัฐบาลมีแผนการจะหาเงินมาชำระหนี้สาธารณะที่จะเกิดขึ้นจากโครงการ “คนละครึ่ง” นี้อย่างไร และเมื่อใด

2. โครงการที่เป็นรัฐสวัสดิการต้องจำกัดเฉพาะกลุ่มเปราะบาง: รัฐบาลต้องชี้แจงให้ชัดเจนว่าโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลอนุทินนั้น จะเป็นรัฐสวัสดิการ หรือเป็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะทั้งสองวัตถุประสงค์นี้มีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับวินัยการเงินการคลังที่แตกต่างกัน

หากมีวัตถุประสงค์เป็นรัฐสวัสดิการ จะต้องจำกัดวงเงินเฉพาะกลุ่มเปราะบางเท่านั้น เพราะการนำภาษีและหนี้สาธารณะของคนไทยทั้งประเทศไปอุดหนุนอย่างไม่ทั่วถึง รวมถึงผู้ที่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้อยู่แล้ว จะเป็นนโยบายที่ไม่ถูกต้องตามหลักวิชาการคลัง และเป็นนโยบายที่ทำขึ้นเพียงเพื่อให้ได้รับความนิยมทางการเมืองอย่างกว้างขวาง

ทั้งนี้ รัฐบาลอนุทินไม่ควรเปรียบเทียบกับรัฐบาลประยุทธ์ เพราะวิกฤตโควิดที่ต้องล็อคดาวน์ผู้คนได้สิ้นสุดลงแล้ว และโครงการ “คนละครึ่ง” ของรัฐบาลประยุทธ์ก็ได้เพิ่มหนี้สาธารณะไปมากแล้ว ดังนั้น รัฐบาลอนุทินต้องเข้าสู่ยุคแห่งการประหยัดและหาทางแก้ไขปัญหาหนี้สิน

โครงการ “คนละครึ่ง” จะกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างไร?

3. โครงการที่เป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจต้องมุ่งเน้นให้เกิดผลต่อ GDP: หากมีวัตถุประสงค์เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ จะต้องมุ่งเป้าไปที่ “กลุ่มคนที่มีศักยภาพ” ที่จะควักกระเป๋าจ่าย “ครึ่ง” เงื่อนไขควรปรับให้แตกต่างจากสมัยรัฐบาลประยุทธ์ โดยต้องกำหนดให้ “กลุ่มคนที่มีศักยภาพ” ควักกระเป๋าจ่าย “ครึ่ง” ก่อน เช่น รัฐบาลจะให้สิทธิ “ครึ่ง” เป็น 2 ระดับ ระดับแรกเมื่อจ่ายเกิน 500 บาท รัฐบาลจะชดเชยให้ 250 บาท และระดับที่สองเมื่อจ่ายเกิน 1,000 บาท รัฐบาลจะชดเชยให้ 500 บาท เป็นต้น

นอกจากนี้ ต้องบังคับให้ “กลุ่มคนที่มีศักยภาพ” เร่งการใช้จ่าย โดยกำหนดเงื่อนไขว่า สิทธิที่รัฐมอบให้ในแต่ละวัน หากผู้รับไม่ใช้สิทธิภายในวันนั้น สิทธิดังกล่าวจะหมดอายุ

ผมสรุปว่าโครงการ “คนละครึ่ง” มีข้อดีหลายอย่าง เช่น ช่วยเหลือพ่อค้ารายย่อย และดำเนินการได้อย่างรวดเร็วเพราะมีระบบพร้อมอยู่แล้ว แต่ในความเป็นจริง รัฐบาลมีหน้าที่ต้องใช้จ่ายงบประมาณอย่างประหยัด และรอบคอบ ไม่ใช่ใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย และการดำเนินโครงการนี้จะส่งผลให้ตัวเลขขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ดังนั้น เพื่อยึดมั่นในหลักการวินัยการเงินการคลัง รัฐบาลควรที่จะกำหนดวงเงินโดยรวมที่เหมาะสมสำหรับโครงการนี้ และชี้แจงประเด็นดังกล่าวต่อประชาชนอย่างละเอียดและชัดเจนก่อนที่จะดำเนินการ

การพิจารณาข้อดีข้อเสียและความเหมาะสมของโครงการ “คนละครึ่ง” อย่างรอบด้านจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างโปร่งใสและเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศชาติและประชาชนโดยรวม

ที่มา – “ธีระชัย” เตือนฟื้น “คนละครึ่ง” ต้องคำนึงหนี้สาธารณะ-จุดประสงค์โครงการ

บูม! ทีมสัมพันธ์พัง: โกคาร์ทต่อย, SAS ลักพา

การสร้างทีมสัมพันธ์ที่ดี มักเป็นโอกาสอันดีในการสานสัมพันธ์ระหว่างผู้เล่นให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และเสริมสร้างความแข็งแกร่งให้แก่ทีม โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเวลาที่ยากลำบาก อย่างไรก็ตาม บางครั้งกิจกรรมสร้างทีมก็อาจกลายเป็นสิ่งที่คาดไม่ถึงได้

“ผมเคยมีเรื่องชกต่อยกับ เคร็ก กอร์ดอน ที่สนามโกคาร์ท” ร็อบบี้ เนลสัน อดีตผู้เล่นและผู้จัดการทีมฮาร์ทส์ ออฟ มิดโลเธียน กล่าวใน BBC’s Scottish Football Podcast

“เขาขว้างหมวกกันน็อคใส่ผม ผมต่อยเขา เขาก็ต่อยผม แล้วพวกเราก็เริ่มตะลุมบอนกัน”

ขอให้เป็นที่หวังว่าการพาผู้เล่นเรนเจอร์สไปแช่น้ำในทะเลสาบล็อค โลมอนด์ ของ รัสเซลล์ มาร์ติน จะมีประสบการณ์ที่ดีกว่านี้

“ดูเหมือนว่าการทำกิจกรรมเหล่านี้จะเป็นที่สนใจของสาธารณชนมากขึ้น เมื่อทีมกำลังอยู่ในช่วงเวลาที่ยากลำบาก” เนลสันกล่าวเสริม

“การทำเช่นนี้ถือเป็นสิ่งที่ควรยกย่อง บางครั้งคุณก็แค่ต้องลองทำอะไรที่แตกต่างออกไปบ้าง”

ทีมสัมพันธ์พัง: โกคาร์ทต่อย, SAS ลักพา

เมื่อครั้งที่ แกรี่ คาลด์เวลล์ เป็นผู้จัดการทีมพาร์ทิค ธิสเซิล ในปี 2018 รูปแบบการสร้างทีมสัมพันธ์ของเขานั้นค่อนข้างจะสุดโต่งกว่าการบำบัดด้วยน้ำเย็นในทะเลสาบที่สวยงาม

ในขณะนั้น ทีมอยู่รองบ๊วยของ Scottish Championship และการเริ่มต้นฤดูกาลที่น่าผิดหวังของพวกเขาก็ทำให้ อลัน อาร์ชิบัลด์ ต้องสิ้นสุดการคุมทีม

คาลด์เวลล์ เข้ามารับตำแหน่งแทน แต่เขาก็ไม่สามารถพาทีมชนะได้เลยในการแข่งขัน 5 นัดแรก เขาจึงขอความช่วยเหลือจาก SAS

คริส ดูแลน อดีตกองหน้าของธิสเซิล เปิดเผยว่า “มีคนใส่หน้ากากมาลากพวกเราไปมา” และทำให้พวกเขา “กระแทกกับกำแพงในความมืดมิด”

ผู้เล่นคนหนึ่งวิ่งหนีเข้าไปในเนินเขา แต่ก็ถูกทหารสี่นายลากตัวกลับมาได้ อีกคนถึงกับร้องไห้ออกมา

อย่างไรก็ตาม ธิสเซิล จบฤดูกาลด้วยอันดับที่ 6 ซึ่งถือว่าปลอดภัยในลีกรอง บางทีมันอาจเป็นความสำเร็จก็ได้?

เมื่อเทียบกันแล้ว เรื่องราวของเนลสัน ดูเหมือนจะธรรมดาไปเลย

อดีตกองหลังของฮาร์ทส์เล่าย้อนความถึงเหตุการณ์ชกต่อยกับผู้รักษาประตู กอร์ดอน หลังจากมีการเล่นนอกเกมที่สนามโกคาร์ท

“ผมพยายามเบียดเขาเข้ากับแผงกั้น” เนลสันกล่าว “เขาลุกขึ้นมา แล้วผมเห็นเขากำลังเดินมาหาผม ซึ่งเรารู้กันดีว่าเขาเป็นคนตัวใหญ่”

“เขาถอดหมวกกันน็อคออก แล้วขว้างมันใส่ผม ผมเลยคิดว่าผมต้องทำอะไรสักอย่าง ผมเลยต่อยเขา เขาก็ต่อยผม แล้วมันก็กลายเป็นการตะลุมบอนกัน”

“จากนั้นเรื่องราวก็จบลง แต่มันก็เป็นเรื่องตลกดีในตอนท้าย”

แล้ว ‘การเปลี่ยนบรรยากาศ’ จะเป็นประโยชน์ต่อเรนเจอร์สหรือไม่?

แหล่งข่าวของสโมสรอธิบายถึงการเดินทางไปล็อค โลมอนด์ ของเรนเจอร์ส ว่าเป็น “การเปลี่ยนบรรยากาศ – การเริ่มต้นใหม่ และการสร้างทีมสัมพันธ์”

ดูเหมือนว่าจะเป็นความคิดที่ฉลาด หลังจากที่มาร์ติน และผู้เล่นของเขาต้องเผชิญกับสถานการณ์ที่ตึงเครียด หลังจากความพ่ายแพ้อย่างน่าผิดหวังต่อฮาร์ทส์

“ส่วนใหญ่แล้ว การทำกิจกรรมเหล่านี้ก็เพื่อพยายามสร้างความสามัคคีภายในกลุ่ม และลดแรงกดดันจากภายนอก” เนลสันกล่าว

ความพ่ายแพ้ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา หมายความว่าทีมจากไอบรอกซ์เริ่มต้นฤดูกาลได้แย่ที่สุดในรอบเกือบครึ่งศตวรรษ

สิ่งนั้นยิ่งทำให้แฟนบอลไม่พอใจมาร์ติน มากยิ่งขึ้น แต่ รายงาน หลังเกมระบุว่าบอร์ดบริหารของเรนเจอร์สจะยังคงสนับสนุนเขาต่อไป – ในตอนนี้

อดีตกองหลังทีมชาติสกอตแลนด์กำลังอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างหนัก โดยมีเกม Premier Sports Cup รอบก่อนรองชนะเลิศที่จะพบกับฮิเบอร์เนียนในสุดสัปดาห์นี้

เราจะได้เห็นภาพที่ชัดเจนว่าการว่ายน้ำในที่โล่งจะเป็นประโยชน์ต่อความสามัคคีของทีมมากแค่ไหน ที่ไอบรอกซ์ในเย็นวันเสาร์

“เมื่อคุณไปทำกิจกรรมเหล่านี้ คุณพยายามที่จะทำให้ผู้คนได้พูดคุยกันมากขึ้น และสร้างความสัมพันธ์กัน” เนลสันกล่าวเสริม

“มันแค่ช่วยลดแรงกดดันลงเล็กน้อย และทำให้พวกเขาไม่ต้องคิดถึงแต่เรื่องฟุตบอลตลอดเวลา”

กิจกรรมสร้างทีมสัมพันธ์ที่แปลกประหลาดบางครั้งก็อาจเป็นประโยชน์ต่อทีมได้ในระยะยาว แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและสนุกสนานสำหรับผู้เล่นทุกคน เพื่อให้พวกเขาสามารถเปิดใจและสร้างความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันได้ และหลีกเลี่ยงสถานการณ์ ทีมสัมพันธ์พัง: โกคาร์ทต่อย, SAS ลักพา แบบที่กล่าวมา

ที่มา – Go-kart brawl & SAS kidnap – when team bonding goes wrong

3 เหตุผลที่ต้องตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษี


ทราบหรือไม่ว่าปัจจุบันนี้คุณสามารถต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้ง่ายๆ ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง แต่ก่อนที่จะไปถึงขั้นตอนนั้น กรมการขนส่งทางบกได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของการตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษีประจำปี ซึ่งมีเหตุผลที่สำคัญดังต่อไปนี้

ทำไมต้องตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษี

1. เพื่อความปลอดภัยในการขับขี่

การตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษี เป็นการตรวจสอบสภาพรถยนต์โดยรวม หากพบความผิดปกติของเครื่องยนต์ หรือ ส่วนต่างๆ ที่อาจก่อให้เกิดอันตราย จะได้ดำเนินการซ่อมแซมแก้ไขได้ทันท่วงที ช่วยลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุบนท้องถนน ทั้งต่อตัวผู้ขับขี่เองและผู้ร่วมใช้ถนนคนอื่นๆ

2. ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์

การดูแลรักษารถยนต์อย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษี เป็นประจำ จะช่วยให้เครื่องยนต์และส่วนประกอบต่างๆ ของรถยนต์อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอยู่เสมอ ช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ และลดค่าใช้จ่ายในการซ่อมแซมในระยะยาว

3. ข้อกำหนดทางกฎหมายสำหรับการต่อภาษีรถยนต์

การตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษี ประจำปี ถือเป็นการรับรองว่ารถยนต์คันดังกล่าวอยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานและมีความปลอดภัยในการขับขี่ตามที่กฎหมายกำหนด รถยนต์ทุกคันที่จดทะเบียนจะต้องต่อภาษีประจำปี หากฝ่าฝืนมีโทษปรับสูงสุดถึง 2,000 บาท

รถยนต์อายุเท่าไหร่ถึงต้องตรวจสภาพก่อนต่อภาษี?

  • รถจักรยานยนต์ที่มีอายุการใช้งาน 5 ปีขึ้นไป
  • รถยนต์นั่งส่วนบุคคลไม่เกิน 7 คน, รถยนต์นั่งส่วนบุคคลเกิน 7 คน, และรถยนต์บรรทุกส่วนบุคคล ที่มีอายุการใช้งาน 7 ปีขึ้นไป
  • รถยนต์ที่ค้างชำระภาษีประจำปีเกิน 1 ปี แต่ไม่เกิน 3 ปี จะต้องเข้ารับการตรวจสภาพรถก่อน โดยสามารถเข้ารับการตรวจสภาพรถได้ที่สำนักงานขนส่งทุกแห่ง หรือสถานตรวจสภาพรถเอกชน (ตรอ.) ที่ได้รับอนุญาต

ต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ ผ่านแอปฯ เป๋าตัง ได้แล้ว

หลังจากตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษี เรียบร้อยแล้ว คุณสามารถดำเนินการต่อภาษีรถยนต์ออนไลน์ได้อย่างง่ายดายผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง โดยมีขั้นตอนดังนี้:

  • ล็อกอินเข้าสู่ระบบเป๋าตัง
  • กดเข้าเมนู KlubRoad หรือ ขับรถ
  • เลือกเมนู “ชำระภาษีให้รถตนเอง” หรือ “ชำระแทนเจ้าของรถ” (หากต้องการชำระแทนผู้อื่น)
  • เลือกรถที่ต้องการชำระเงิน
  • หากยังไม่ได้ซื้อ พ.ร.บ. สามารถซื้อผ่านแอปฯ ได้ทันที
  • หลังชำระเงินเสร็จ ระบบจะแสดงเครื่องหมายภาษีดิจิทัล ซึ่งใช้งานได้จริงเป็นเวลา 15 วัน ให้เก็บไว้เพื่อแสดงต่อเจ้าหน้าที่หากจำเป็น
  • รอรับเอกสารและเครื่องหมายแสดงการเสียภาษีรถประจำปี (ป้ายวงกลมฉบับจริง) ทางไปรษณีย์

การตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษี นอกจากจะเป็นข้อกำหนดทางกฎหมายแล้ว ยังเป็นสิ่งที่ช่วยให้คุณมั่นใจได้ว่ารถยนต์ของคุณอยู่ในสภาพที่ปลอดภัย พร้อมใช้งาน และเป็นการดูแลรักษารถยนต์ของคุณให้มีอายุการใช้งานที่ยาวนานยิ่งขึ้น อย่ามองข้ามความสำคัญของการตรวจสภาพรถยนต์ เพราะมันคุ้มค่ามากกว่าที่คุณคิด

ที่มา – เผย 3 เหตุผลทำไมต้องตรวจสภาพรถยนต์ ก่อนต่อภาษีประจำปี

ชาติไหนจะได้สิทธิ์ UCL เพิ่ม? | ทีมใดจะได้โควต้า?

ไซปรัสและเดนมาร์กมีแนวโน้มที่จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าร่วมการแข่งขัน Champions League ในฤดูกาลหน้า

เนื่องจากการเริ่มต้นของฤดูกาล 2024-25 เมื่อรอบแรกของ Champions League ขยายจาก 32 ทีมเป็น 36 ทีม Uefa ได้มอบสิทธิ์การเข้าร่วมเพิ่มเติมให้กับสองชาติที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในฤดูกาลก่อนหน้า

จากการจัดอันดับของ Uefa ซึ่งคะแนนจะได้รับจากการชนะและการเสมอในการแข่งขัน Champions League, Europa League และ Conference League สองชาติที่มีคะแนนสูงสุดจะได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Champions League โดยตรงในฤดูกาลถัดไป

ตลอดทั้งฤดูกาล ทีมต่างๆ จะได้รับสองคะแนนสำหรับการชนะแต่ละครั้งและหนึ่งคะแนนสำหรับการเสมอในการแข่งขัน Champions League, Europa League และ Conference League นอกจากนี้ยังมีคะแนนโบนัสสำหรับการเข้าถึงแต่ละรอบในการแข่งขันทั้งสาม แม้ว่าทีมที่แข่งขันใน Champions League จะได้รับคะแนนมากกว่าในการแข่งขันอื่นๆ

ในรอบคัดเลือก คะแนนเหล่านี้จะถูกหารครึ่ง

จากนั้นคะแนนที่ได้รับจะถูกหารด้วยจำนวนทีมจากประเทศนั้นๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันในยุโรปเมื่อเริ่มต้นฤดูกาล

ในฤดูกาล 25-26 อังกฤษมีเก้าทีมที่แข่งขันในยุโรป นั่นหมายความว่าคะแนนทั้งหมดจะถูกหารด้วยเก้า

สกอตแลนด์เริ่มต้นฤดูกาลด้วยห้าทีมที่แข่งขันในยุโรป แม้ว่าฮิเบอร์เนียนและดันดี ยูไนเต็ดจะไม่สามารถผ่านเข้ารอบคัดเลือกได้ แต่ยังมีสามทีมที่เหลืออยู่ แต่คะแนนของสกอตแลนด์ยังคงถูกหารด้วยห้า

สำหรับฤดูกาลนี้ อังกฤษและสเปนได้รับโควต้าพิเศษประเทศละหนึ่งที่นั่ง เนื่องจากเป็นสองชาติที่ทำผลงานได้ดีที่สุดในการแข่งขันปี 2024-25 นั่นหมายความว่านิวคาสเซิลและแอธเลติกคลับได้รับสิทธิ์เข้าร่วม Champions League

สำหรับฤดูกาล 24-25 อิตาลีและเยอรมนีได้รับสองที่นั่งซึ่งรู้จักกันในชื่อ European Performances Spots (EPS) โบโลญญาและโบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์เป็นทีมที่ได้รับสิทธิ์

ตารางปัจจุบันสำหรับชาติไหนจะได้สิทธิ์ UCL เพิ่ม? เป็นอย่างไร

เนื่องจาก Champions League ยังอยู่ในรอบแรกของการแข่งขัน Europa League และ Conference League ยังไม่ได้เริ่มต้น และเกมส่วนใหญ่เป็นการแข่งขันรอบคัดเลือก คะแนนจำนวนมากจึงถูกเสนอให้กับชาติที่มีอันดับต่ำกว่า

ไซปรัสเป็นผู้นำด้วยคะแนน 5.750 มีสามในสี่สโมสรที่แข่งขันในยุโรปในฤดูกาลนี้ผ่านเข้ารอบแบ่งกลุ่ม

เดนมาร์กอยู่อันดับสองด้วย 5.375 คะแนน แต่มีเพียงสองในสี่สโมสรที่เหลืออยู่ในยุโรป

โปแลนด์อยู่ในอันดับที่สาม ขณะที่อังกฤษและโปรตุเกสติดอันดับท็อปไฟว์

10 อันดับแรกในการแข่งขันเพื่อชิง EPS ในฤดูกาล 2026-27 สำหรับชาติไหนจะได้สิทธิ์ UCL เพิ่ม?

  1. ไซปรัส 5.750 (เหลือ 3/4 สโมสร)
  2. เดนมาร์ก 5.375 (เหลือ 2/4 สโมสร)
  3. โปแลนด์ 4.875 (เหลือ 4/4 สโมสร)
  4. อังกฤษ 4.833 (เหลือ 9/9 สโมสร)
  5. โปรตุเกส 4.800 (เหลือ 4/5 สโมสร)
  6. เบลเยียม 4.500 (เหลือ 3/5 สโมสร)
  7. อาเซอร์ไบจาน 4.375 (เหลือ 1/4 สโมสร)
  8. สเปน 4.250 (เหลือ 8/8 สโมสร)
  9. อิตาลี 4.142 (เหลือ 7/7 สโมสร)
  10. เยอรมนี 4.000 (เหลือ 7/7 สโมสร)

บทความนี้เป็นข้อมูลล่าสุดจากทีมงาน Ask Me Anything ของ BBC Sport

Ask Me Anything คืออะไร

Ask Me Anything คือบริการที่อุทิศตนเพื่อตอบคำถามของคุณ

เราต้องการตอบแทนเวลาของคุณด้วยการบอกสิ่งที่คุณไม่รู้และเตือนสิ่งที่คุณรู้

ทีมงานจะค้นหาทุกสิ่งที่คุณจำเป็นต้องรู้และสามารถเรียกใช้เครือข่ายผู้ติดต่อรวมถึงผู้เชี่ยวชาญและนักวิจารณ์ของเราได้

เราจะตอบคำถามของคุณจากใจกลางห้องข่าว BBC Sport และเบื้องหลังเหตุการณ์กีฬาที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก

การรายงานข่าวของเราจะครอบคลุมเว็บไซต์ แอป โซเชียลมีเดีย และบัญชี YouTube ของ BBC Sport รวมถึง BBC TV และวิทยุ

คำถามที่ตอบเพิ่มเติม…

การเปลี่ยนแปลงที่อาจเกิดขึ้นสำหรับชาติไหนจะได้สิทธิ์ UCL เพิ่ม?

สถานการณ์อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ดังนั้นโปรดติดตามข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการแข่งขันฟุตบอลยุโรปเพื่อดูว่าชาติใดที่จะได้รับสิทธิ์พิเศษในการเข้าร่วม Champions League ในอนาคต

ที่มา – Which countries are set to win extra Champions League places?