วัน: 27 กันยายน 2025

พายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น ฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

กรมอุตุนิยมวิทยาได้ออก ประกาศฉบับ 4 พายุบัวลอย แล้ว โดยพายุโซนร้อน “บัวลอย” ได้ทวีกำลังแรงขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นอย่างเป็นทางการ ส่งผลกระทบต่อประเทศไทยในรูปแบบฝนตกหนักถึงหนักมากในหลายจังหวัด ตั้งแต่วันที่ 28 ถึง 30 กันยายน 2568 ประชาชนควรเตรียมตัวรับมือให้ดี เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงจากน้ำท่วมและภัยพิบัติที่อาจเกิดขึ้น

ตามรายงานล่าสุด เมื่อเวลา 13.00 น. ของวันที่ 27 กันยายน 2568 พายุ “บัวลอย” (BUALOI) ที่เคลื่อนตัวอยู่ในทะเลจีนใต้ตอนกลาง ได้เพิ่มกำลังแรงขึ้นเป็นไต้ฝุ่น โดยล่าสุดเวลา 16.00 น. ศูนย์กลางพายุอยู่ที่ละติจูด 15.2 องศาเหนือ ลองจิจูด 113.2 องศาตะวันออก มีความเร็วลมสูงสุดใกล้ศูนย์กลางถึง 120 กิโลเมตรต่อชั่วโมง พายุกำลังเคลื่อนตัวไปทางทิศตะวันตกค่อนเหนือเล็กน้อย ด้วยความเร็ว 35 กิโลเมตรต่อชั่วโมง คาดการณ์ว่าพายุจะเคลื่อนขึ้นฝั่งบริเวณประเทศเวียดนามตอนบนในวันที่ 29 กันยายน 2568 และจะค่อยๆ อ่อนกำลังลงตามลำดับ

ผลกระทบจากพายุบัวลอย ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น

อิทธิพลจากพายุนี้ ทำให้ร่องมรสุมกำลังแรงพาดผ่านภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลางตอนบน และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ รวมถึงมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่ปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย ทำให้ทั่วประเทศมีฝนตกหนักหลายพื้นที่ โดยเฉพาะฝนตกหนักมากในภาคเหนือ ภาคอีสาน ภาคตะวันออก และภาคใต้ฝั่งตะวันตก ซึ่งเป็นพื้นที่รับมรสุมโดยตรง

ประชาชนในพื้นที่เสี่ยงควรระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนสะสม ซึ่งอาจนำไปสู่ น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำล้นตลิ่ง โดยเฉพาะบริเวณพื้นที่ลาดเชิงเขา ใกล้ทางน้ำไหลผ่าน พื้นที่ลุ่มต่ำ และที่ราบน้ำท่วมขัง แนะนำให้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและเตรียมแผนอพยพหากจำเป็น

คลื่นลมและคำเตือนสำหรับชาวเรือ

นอกจากฝนแล้ว คลื่นลมในทะเลอันดามันและอ่าวไทยยังมีกำลังปานกลางถึงแรง ทะเลอันดามันตอนบนมีคลื่นสูง 2-3 เมตร ในบริเวณฝนฟ้าคะนองอาจสูงเกิน 3 เมตร ส่วนทะเลอันดามันตอนล่างและอ่าวไทยตอนบน คลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และสูงเกินในพื้นที่ฝนฟ้าคะนอง ชาวเรือควรเดินเรือด้วยความระมัดระวัง หลีกเลี่ยงบริเวณฝนฟ้าคะนอง และเรือเล็กในทะเลอันดามันตอนบนควรงดออกจากฝั่งระหว่างวันที่ 28-30 กันยายน 2568

จังหวัดที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากฝนตกหนัก

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ ยโสธร อำนาจเจริญ อุบลราชธานี
  • ภาคกลาง: กาญจนบุรี ราชบุรี
  • ภาคตะวันออก: นครนายก ปราจีนบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร ร้อยเอ็ด ยโสธร อำนาจเจริญ
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ประจวบคีรีขันธ์ ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต กระบี่ ตรัง สตูล

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: แม่ฮ่องสอน ลำพูน ลำปาง แพร่ อุตรดิตถ์ สุโขทัย ตาก กำแพงเพชร พิษณุโลก พิจิตร เพชรบูรณ์
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: เลย หนองบัวลำภู อุดรธานี ชัยภูมิ
  • ภาคกลาง: นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท ลพบุรี สระบุรี กาญจนบุรี
  • ภาคตะวันออก: ปราจีนบุรี ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

จังหวัดที่คาดว่าจะมีฝนตกหนักมากจากพายุบัวลอย

วันที่ 28 กันยายน 2568:

  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: สกลนคร นครพนม อุดรธานี ขอนแก่น กาฬสินธุ์ มุกดาหาร
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 29 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ: หนองคาย บึงกาฬ อุดรธานี สกลนคร นครพนม
  • ภาคตะวันออก: นครนายก จันทบุรี ตราด
  • ภาคใต้: ระนอง พังงา

วันที่ 30 กันยายน 2568:

  • ภาคเหนือ: เชียงใหม่ เชียงราย พะเยา น่าน
  • ภาคตะวันออก: จันทบุรี ตราด

จากประสบการณ์ในอดีต พายุไต้ฝุ่นอย่างนี้มักนำมาซึ่งความเสียหายรุนแรง โดยเฉพาะในพื้นที่ภาคเหนือและอีสานที่เคยเผชิญน้ำท่วมใหญ่ หากประชาชนเตรียมตัวล่วงหน้า เช่น จัดกระเป๋าเสบียง ตรวจสอบระบบระบายน้ำ และติดตามข่าวสาร จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก

ขอแนะนำให้ทุกท่านติดตามประกาศจากกรมอุตุนิยมวิทยาอย่างใกล้ชิด เพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด สามารถเช็คได้ที่เว็บไซต์ http://www.tmd.go.th หรือโทร 0-2399-4012-13 และ 1182 ตลอด 24 ชั่วโมง การเตรียมพร้อมวันนี้คือกุญแจสู่ความปลอดภัยพรุ่งนี้

ที่มา – ประกาศฉบับ 4 “พายุบัวลอย” ทวีกำลังเป็นไต้ฝุ่น เช็กจังหวัดฝนถล่ม 28-30 ก.ย. 68

แนวโน้มดี “ชวน-อภิสิทธิ์“ จ่อคัมแบ็กฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์

ในวงการการเมืองไทยที่เต็มไปด้วยความผันผวนและการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว แนวโน้มดี “ชวน-อภิสิทธิ์“ จ่อคัมแบ็กฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ กำลังกลายเป็นประเด็นร้อนที่หลายคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะจากโพสต์ของนายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม ที่ได้แสดงความเห็นเชิงบวกต่อการเคลื่อนไหวครั้งนี้ เมื่อวันที่ 27 กันยายน 2568 นายนิพิฏฐ์ได้โพสต์ข้อความบนเฟซบุ๊ก โดยใช้หัวข้อ “ทิศทางที่ดี” ซึ่งสะท้อนถึงความหวังในการฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ให้กลับมาเป็นพรรคหลักของประเทศอีกครั้ง

แนวโน้มดี “ชวน-อภิสิทธิ์“ จ่อคัมแบ็กฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์

จากโพสต์ดังกล่าว นายนิพิฏฐ์เล่าว่า ในช่วง 3-4 วันก่อนหน้า เขาได้สนทนากับบุคคลสำคัญหลายคนที่ยังคงรักและเคยรักพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ว่าจะเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรคนปัจจุบันหรืออดีตส.ส. ทุกคนมีความเห็นตรงกันในการผลักดันให้พรรคฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยยอมถอยหลังหนึ่งก้าวเพื่อก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคง การนี้มีผู้ใหญ่ที่มีประสบการณ์ในการสร้างพรรคให้ประสบความสำเร็จมารับบทที่ปรึกษา รวมถึงคนรุ่นใหม่ที่มุ่งมั่นต่อส่วนรวม ไม่ก้าวร้าว และพร้อมรับผิดชอบต่อบ้านเมืองในฐานะสะพานเชื่อมโยง

พรรคประชาธิปัตย์ซึ่งก่อตั้งมานานนับสิบปี ถือเป็นหนึ่งในพรรคการเมืองเก่าแก่ที่สุดของไทย มีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางประชาธิปไตยมาอย่างยาวนาน อย่างไรก็ตาม ในช่วงหลัง พรรคเผชิญกับความท้าทายมากมาย เช่น การสูญเสียที่นั่งในสภาและการเปลี่ยนแปลงของกระแสการเมือง แต่ แนวโน้มดี “ชวน-อภิสิทธิ์“ จ่อคัมแบ็กฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ นี้กำลังจุดประกายความหวังใหม่ โดยนายชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคในอดีต และนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรีอีกคน คาดว่าจะกลับมาช่วยนำการฟื้นฟู พวกเขามีประสบการณ์และความน่าเชื่อถือที่สามารถดึงดูดสมาชิกและผู้สนับสนุนเก่าๆ ได้

หลักการฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์

นายนิพิฏฐ์เน้นย้ำถึงหลักการสำคัญในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ โดยกล่าวว่า “การเปลี่ยนโลกต้องรู้จักโลกเสียก่อน” ซึ่งหมายถึงต้องเข้าใจบริบทการเมืองไทยให้ถ่องแท้ก่อนลงมือปฏิบัติ นอกจากนี้ “การเดินไปข้างหน้าต้องมีแผนที่ที่ถูกต้อง” หากแผนที่ผิดพลาดจะยิ่งอันตรายต่อประเทศมากกว่าการไม่มีแผน การสร้างการเมืองที่สุจริตเท่านั้นจึงเป็นความหวังที่แท้จริงสำหรับคนรุ่นใหม่ให้ได้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

  • การรวมพลัง: สมาชิกทุกคนยอมถอยเพื่อก้าวหน้า สร้างความเป็นเอกภาพ
  • ผู้ใหญ่ที่ปรึกษา: นายชวนและนายอภิสิทธิ์นำทีมด้วยประสบการณ์
  • คนรุ่นใหม่: เข้ามารับบทบาทหลัก ไม่ก้าวร้าวแต่จริงจังต่อบ้านเมือง
  • การเมืองสุจริต: เน้นหลักธรรมาภิบาลเพื่ออนาคตที่ยั่งยืน

แม้ตัวนายนิพิฏฐ์จะเป็นเพียงคนนอกที่ไม่ใช่สมาชิกพรรค แต่เขายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ในการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้ ข้อความนี้ชวนให้คิดถึงโอกาสที่พรรคประชาธิปัตย์จะกลับมาเป็นเสาหลักของการเมืองไทยอีกครั้ง โดยเฉพาะในช่วงที่ประเทศกำลังเผชิญกับความไม่แน่นอนทางการเมือง การคัมแบ็กของผู้นำรุ่นเก่าอย่างชวนและอภิสิทธิ์อาจเป็นกุญแจสำคัญในการดึงดูดนักการเมืองรุ่นใหม่และผู้สนับสนุนที่ต้องการความมั่นคง

นอกจากนี้ การเคลื่อนไหวนี้ยังสะท้อนถึงกระแสการเมืองที่กำลังเปลี่ยนไปสู่ความสมดุลระหว่างประสบการณ์และนวัตกรรม หากสำเร็จ แนวโน้มดี “ชวน-อภิสิทธิ์“ จ่อคัมแบ็กฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์ จะไม่เพียงช่วยพรรคเท่านั้น แต่ยังเป็นตัวอย่างให้พรรคอื่นๆ ในการปรับตัวเพื่อประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

ในฐานะนักสังเกตการณ์การเมือง ผมเชื่อว่าการฟื้นฟูครั้งนี้มีโอกาสสูง หากทุกฝ่ายร่วมมือกันอย่างจริงใจ มันจะเป็นจุดเริ่มต้นของยุคใหม่สำหรับการเมืองไทยที่เน้นความสุจริตและประชาธิปไตย ลองติดตามพัฒนาการต่อไป และหากคุณสนใจการเมืองไทย ก็อย่าลืมแบ่งปันความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง เพื่อให้เราได้แลกเปลี่ยนมุมมองกัน

ที่มา – แนวโน้มดี “ชวน-อภิสิทธิ์“ จ่อคัมแบ็กฟื้นฟูพรรคประชาธิปัตย์

ฟัง Off the Ball กับ Jojo Sutherland และ Kevan Christie

ฟัง Off the Ball กับ Jojo Sutherland และ Kevan Christie

คุณกำลังมองหาโชว์วิทยุที่สนุกสนานและเต็มไปด้วยมุกตลกเกี่ยวกับฟุตบอลหรือไม่? วันนี้เราจะมาพูดถึง ฟัง: Off the Ball กับ Jojo Sutherland และ Kevan Christie โชว์จาก BBC Radio Scotland ที่จะทำให้คุณหัวเราะจนท้องแข็ง โชว์นี้เป็นรายการฟุตบอลที่ petty และ ill-informed ที่สุดบนคลื่นวิทยุ โดย Jojo Sutherland นักแสดงตลกชื่อดัง และ Kevan Christie นักเขียนที่มากับมุมมองสุดฮา

ทำไมต้องฟัง Off the Ball กับ Jojo Sutherland และ Kevan Christie

Off the Ball ไม่ใช่รายการฟุตบอลธรรมดา แต่เป็นที่ที่พวกเขาพูดคุยเรื่องกีฬาแบบไม่จริงจังเลยสักนิด Jojo Sutherland ผู้มีชื่อเสียงจากงานแสดงตลกของเธอ จะนำเสนอมุกที่ล้อเลียนผู้เล่น นักเตะ และแม้แต่ตัวกติกาฟุตบอล ส่วน Kevan Christie นักเขียนจะเพิ่มสีสันด้วยเรื่องราวสุดแปลกจากวงการกีฬา ถ้าคุณชื่นชอบฟุตบอลแบบไม่ต้องจริงจัง ฟัง: Off the Ball กับ Jojo Sutherland และ Kevan Christie คือตัวเลือกที่ใช่สำหรับคุณ

รายการออกอากาศทุกวันเสาร์เวลา 12:00-14:00 น. บน BBC Radio Scotland คุณสามารถฟังสดผ่าน BBC Sounds หรือย้อนหลังได้ง่ายๆ โชว์นี้มีเพลงฮิตจาก Rod Stewart อย่าง “Baby Jane” หรือ The Fratellis กับ “Chelsea Dagger” ที่ช่วยเสริมบรรยากาศให้สนุกยิ่งขึ้น ล่าสุดมีตอนจาก 27/09/2025 ที่ Jojo และ Kevan พูดถึงเหตุการณ์ฟุตบอลล่าสุดแบบสุดฮา

ไฮไลท์จากโชว์ Off the Ball

ในตอนล่าสุด Jojo Sutherland เล่าเรื่องตลกเกี่ยวกับนักเตะที่ทำผิดพลาดโง่ๆ ทำให้ผู้ฟังขำกลิ้ง Kevan Christie เสริมด้วยเรื่องราวจากหนังสือของเขา ที่ผสมผสานฟุตบอลกับชีวิตประจำวันได้อย่างลงตัว นอกจากนี้ยังมีเพลงจาก Bon Jovi “You Give Love A Bad Name” ที่เล่นหลังจากพูดถึงดราม่าทีมโปรดของคุณ

  • มุกตลกจาก Jojo ที่ล้อ VAR จนคุณหัวเราะไม่ออกเพราะจริงเกินไป
  • เรื่องราวนอกสนามจาก Kevan ที่เชื่อมโยงกับวัฒนธรรมสกอตแลนด์
  • เพลย์ลิสต์เพลงคลาสสิกที่เหมาะกับแฟนฟุตบอล

ถ้าคุณเป็นแฟนฟุตบอลตัวยงหรือแค่ชอบรายการตลก ฟัง: Off the Ball กับ Jojo Sutherland และ Kevan Christie จะทำให้วันเสาร์ของคุณไม่น่าเบื่ออีกต่อไป รายการนี้มีมากกว่า 500 คำบรรยายถึงความสนุกที่ BBC นำเสนอ โดยครอบคลุมทั้งข่าวกีฬา มุกตลก และเพลงฮิต

นอกจาก Off the Ball แล้ว BBC Radio Scotland ยังมีรายการอื่นๆ อย่าง Sportsound ที่ต่อเนื่องหลัง 14:00 น. หรือตอนพิเศษอย่าง The Saturday Show ที่ Amy Irons และ Steven Mill นำเสนอเพลงและเรื่องราวสนุกๆ

โชว์นี้เหมาะสำหรับคนที่อยากผ่อนคลายหลังแมตช์ฟุตบอล เพราะมันไม่ใช่แค่การวิเคราะห์ แต่เป็นการหัวเราะกับเพื่อนๆ ในสตูดิโอ Jojo และ Kevan ทำให้คุณรู้สึกเหมือนนั่งฟังเพื่อนคุยกันเอง

สรุปแล้ว ฟัง: Off the Ball กับ Jojo Sutherland และ Kevan Christie คือรายการที่คุณไม่ควรพลาด ถ้าคุณอยากหัวเราะกับฟุตบอล ลองฟังดูแล้วคุณจะติดใจ

ที่มา – Listen: Off the Ball with comedian Jojo Sutherland & author Kevan Christie

ยังไม่ประกาศอพยพ ชาวบ้านอานม้าผวาข่าวปะทะชายแดน

ยังไม่ประกาศอพยพ ชาวบ้านอานม้าผวาข่าวปะทะชายแดน บางส่วนเก็บของออกจากพื้นที่

ในสถานการณ์ชายแดนที่ตึงเครียด ชาวบ้านช่องอานม้า อำเภอน้ำยืน จังหวัดอุบลราชธานี กำลังเผชิญกับความหวาดกลัวจากกระแสข่าวการปะทะระหว่างทหารไทยและกัมพูชา แม้ว่าทางภาครัฐยังไม่ประกาศอพยพ ชาวบ้านอานม้าผวาข่าวปะทะชายแดน บางส่วนเก็บของออกจากพื้นที่แล้ว เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางอย่างเด็กเล็กและผู้สูงอายุ

ยังไม่ประกาศอพยพ ชาวบ้านอานม้าผวาข่าวปะทะชายแดน

วันที่ 27 กันยายน 2568 กระแสข่าวบนโซเชียลมีเดียแพร่สะพัดอย่างรวดเร็วเกี่ยวกับเหตุการณ์ปะทะที่ช่องอานม้า ทำให้ชาวบ้านในพื้นที่อำเภอน้ำยืนต่างตื่นตระหนก บรรยากาศโดยรวมยังคงปกติ ไม่มีรายงานการปะทะจริงตามข่าวที่ออกมา ทางผู้นำชุมชนได้แจ้งให้ชาวบ้านทราบว่าหากรู้สึกไม่มั่นใจ สามารถอพยพไปยังศูนย์พักพิงชั่วคราวได้ แต่ยังไม่มีการสั่งอพยพอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่ามีเหตุการณ์ลูกกระสุนปืน ค. จากฝั่งกัมพูชาตกบริเวณชายแดนไทย 3 ลูก ตามด้วยเสียงปืนกลเล็กดังขึ้น 3 ชุด ชุดละ 5 นัด อย่างไรก็ตาม แหล่งข่าวทหารยังไม่ยืนยันว่าปืนดังกล่าวมาจากฝั่งใด ทำให้สถานการณ์เพิ่มความกังวลให้กับชาวบ้านที่อยู่ใกล้ชายแดน

ภาพบรรยากาศช่องอานม้า

แม้ชาวบ้านส่วนใหญ่จะยังคงใช้ชีวิตตามปกติ แต่บางครอบครัวที่เคยประสบเหตุการณ์คล้ายกันในอดีต ได้เริ่มเตรียมตัวเก็บข้าวของเพื่ออพยพ บรรยากาศในตัวอำเภอน้ำยืนดูเงียบสงบ แต่ใต้ความสงบนั้นแฝงไปด้วยความไม่แน่นอน

เสียงจากชาวบ้านที่กำลังอพยพ

นางสาวประคองจิต ครองประจิต อายุ 45 ปี ชาวบ้านช่องอานม้า เล่าว่าครอบครัวของเธอมี 4 คน รวมถึงเด็กเล็ก ทำให้รู้สึกกังวลมากกับข่าวปะทะชายแดน “เราผวาข่าวนี้มาก กลัวเด็กๆ จะเดือดร้อน แม้ในหมู่บ้านยังเงียบ แต่ถ้ามีการปะทะจริง คงไม่ทันอพยพ” เธอกล่าว โดยครอบครัวของเธอเตรียมย้ายไปยังจุดที่ราชการจัดไว้ตามแผนเก่า

เช่นเดียวกับนางทวี สานันท์ อายุ 66 ปี ที่อพยพพร้อมลูกชายป่วยติดเตียง เธอแสดงความไม่พอใจต่อฝั่งกัมพูชา “พวกเขาลืมบุญคุณไทย ทำให้เราต้องลำบากอพยพ ทั้งที่ที่นี่เป็นแผ่นดินไทย” คำพูดของนางทวีสะท้อนความรู้สึกของชาวบ้านหลายคนที่หวังให้สถานการณ์คลี่คลายโดยเร็ว

ภาพชาวบ้านเก็บของอพยพ

เหตุการณ์นี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่ชายแดนไทย-กัมพูชามีความตึงเครียด โดยเฉพาะบริเวณช่องอานม้า ซึ่งเป็นจุดยุทธศาสตร์สำคัญ ชาวบ้านในพื้นที่มักต้องเผชิญกับความเสี่ยงจากกระสุนหลงหรือการปะทะที่อาจเกิดขึ้นกะทันหัน ทางรัฐบาลได้เตรียมศูนย์พักพิงและแผนอพยพไว้แล้ว แต่การยังไม่ประกาศอพยพ ชาวบ้านอานม้าผวาข่าวปะทะชายแดน ทำให้บางคนตัดสินใจเองเพื่อความปลอดภัย

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านความมั่นคง การจัดการสถานการณ์ชายแดนต้องอาศัยการเจรจาระหว่างสองประเทศ เพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวลือแพร่กระจายและก่อให้เกิดความตื่นตระหนก นอกจากนี้ ชาวบ้านควรติดตามข้อมูลจากแหล่งข่าวที่น่าเชื่อถือ เช่น สื่อกระแสหลักหรือหน่วยงานรัฐ เพื่อหลีกเลี่ยงข้อมูลเท็จที่อาจทำให้สถานการณ์เลวร้ายลง

  • ติดตามข่าวสารจากแหล่ง官方อย่างใกล้ชิด
  • เตรียมแผนอพยพส่วนตัวสำหรับครอบครัว
  • สนับสนุนการเจรจาชายแดนเพื่อสันติภาพ

สุดท้ายนี้ สถานการณ์ยังไม่รุนแรง แต่ชาวบ้านควรระมัดระวัง หากคุณอาศัยในพื้นที่ใกล้เคียง แนะนำให้เตรียมพร้อมเสมอและหลีกเลี่ยงพื้นที่เสี่ยง เพื่อความปลอดภัยของทุกคน

ที่มา – ยังไม่ประกาศอพยพ ชาวบ้านอานม้าผวาข่าวปะทะชายแดน บางส่วนเก็บของออกจากพื้นที่

เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิง

เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิง

ในช่วงนี้ ประชาชนในจังหวัดเชียงใหม่กำลังเผชิญกับสถานการณ์น้ำท่วมที่ตึงเครียด โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับการแจ้งเตือนจาก Cell Broadcast ของกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) ที่ดังรัวๆ ไม่ขาดสาย เพื่อเตือนภัยมวลน้ำระลอกใหม่จากแม่น้ำปิงที่กำลังไหลมาอย่างรวดเร็ว สถานการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจากฝนตกหนักในพื้นที่ต้นน้ำอย่างอำเภอแม่แตง ทำให้มวลน้ำขนาดใหญ่เคลื่อนตัวเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ คาดว่าระดับน้ำจะสูงสุดในรอบปีช่วงเที่ยงคืนนี้ที่ 3.90 เมตร ซึ่งเกินระดับวิกฤตแต่ยังไม่ถึงแนวป้องกันที่เสริมไว้

เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิงมวลน้ำระลอกใหม่สูงสุดช่วงเที่ยงคืนนี้

วันที่ 27 กันยายน 2568 มีรายงานภาพมุมสูงจากทีม Sky Extreme Thailand ที่แสดงให้เห็นมวลน้ำมหาศาลไหลจากอำเภอแม่แตงเข้าสู่ตัวเมืองเชียงใหม่ หลังฝนตกหนักเมื่อคืนที่ผ่านมา ปริมาณฝนในพื้นที่สูงถึง 110 มิลลิเมตร ส่งผลให้มวลน้ำก้อนใหม่นี้จะถึงสถานี P.67 ที่อำเภอสันทรายประมาณ 18.00 น. และไหลเข้าตัวเมืองช่วงค่ำ ประชาชนในเขตอำเภอเมืองต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด เพราะเชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัวกำลังเตือนให้เตรียมรับมือ

ภาพมวลน้ำจากแม่แตง

นายทศพล เผื่อนอุดม ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ ลงพื้นที่ตรวจสอบที่จุดวัดน้ำ P.1 สะพานนวรัฐ และแจ้งว่า ระดับน้ำคาดว่าจะสูงสุดที่ 3.90 เมตรช่วงเที่ยงคืน ซึ่งสูงกว่าระดับวิกฤต 3.70 เมตร แต่ต่ำกว่าแนวป้องกัน 4.20 เมตร อาจทำให้เกิดน้ำล้นตลิ่งเล็กน้อยในพื้นที่ลุ่มต่ำ เช่น ชุมชนป่าพร้าวนอก เจริญประเทศ และช้างคลาน แต่เจ้าหน้าที่ยืนยันว่ายังอยู่ในขอบเขตควบคุม โดยได้ระดมกำลังทั้งทหาร ตำรวจ และอาสาสมัครช่วยเหลือประชาชน 24 ชั่วโมง

รายละเอียดการแจ้งเตือนเชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว

ในช่วงบ่ายของวันเดียวกัน Cell Broadcast จาก ปภ. ส่งสัญญาณเตือนดังต่อเนื่อง โดยข้อความแรกเมื่อเวลา 15:24:02 น. ระบุว่า “เตือน! พื้นที่ลุ่มต่ำ ริมแม่น้ำ ที่ลาดเชิงเขา ระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก น้ำล้นตลิ่ง ดินโคลนถล่ม ขอให้ผู้อยู่ในพื้นที่เสี่ยง ยกของขึ้นที่สูง เตรียมอพยพหากจำเป็น” สาเหตุมาจากพายุดีเปรสชันบัวลอยที่กำลังเคลื่อนตัว ซึ่งจะทำให้ฝนตกหนักในภาคเหนือวันที่ 29-30 กันยายน โดยเฉพาะเชียงใหม่ เชียงราย พะเยา และน่าน

ภาพแจ้งเตือน Cell Broadcast

จากนั้นเวลา 15:49:01 น. มีการอัปเดตเพิ่มเติมว่า ระดับน้ำแม่น้ำปิงที่สถานี P.1 เพิ่มขึ้นต่อเนื่อง คาดสูงสุด 3.80-3.90 เมตรช่วง 22:00-24:00 น. ซึ่งต่ำกว่าแนวป้องกัน 0.30-0.40 เมตร แต่กระทบพื้นที่ลุ่มต่ำริมน้ำในอำเภอเมืองและสารภี ประชาชนควรยกของขึ้นสูง ดูแลผู้สูงอายุและผู้ป่วย และติดตามข่าวอย่างใกล้ชิด เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัวนี้ช่วยให้ทุกคนตื่นตัวทันเวลา

ด้านการจัดการน้ำ นายอัฏฐวิชย์ นาควัชระ ผู้อำนวยการสำนักงานชลประทานที่ 1 สั่งเปิดประตูระบายน้ำทุกจุดตามแม่น้ำปิง ตั้งแต่ท่าวังตาลถึงฝายดอยน้อย 6 ช่อง สูง 3 เมตร ระบายน้ำ 460 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที เพื่อผลักมวลน้ำลงสู่เขื่อนภูมิพลที่ตาก ขณะที่เขื่อนแม่งัดสมบูรณ์ชลหยุดระบายชั่วคราวเพราะฝนตกหนักท้ายเขื่อน ปัจจุบันกักเก็บน้ำ 241.75 ล้านลูกบาศก์เมตร (91.23%) ยังรับเพิ่มได้ 51 ล้านลูกบาศก์เมตร โดยก่อนหน้านี้ได้พร่องน้ำมาตั้งแต่ 22 กันยายน

ภาพระบายน้ำแม่น้ำปิง

สำหรับประชาชน องค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่จัดจุดแจกกระสอบทรายที่สวนสาธารณะสวนรถไฟ มาตั้งแต่เมื่อวาน แจกไปแล้ว 7,000 กระสอบ และวันนี้เพิ่มอีก 5,000 รวม 12,000 กระสอบ ชาวบ้านแค่ลงชื่อรับได้คนละ 100 ใบ แล้วตักทรายเอง รถบรรทุกทรายมาเติมไม่หยุด หลายครอบครัวยอมเหนื่อยตักทรายเพราะจำเป็นต้องป้องกันน้ำเข้าบ้าน จากประสบการณ์น้ำท่วมปีก่อนที่เสียหายหนัก การเตรียมตัวล่วงหน้าช่วยลดความสูญเสียได้มาก

ภาพแจกกระสอบทราย

สถานการณ์เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัวนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของระบบเตือนภัยที่ทันสมัย ช่วยให้ประชาชนเตรียมตัวรับมือได้ทัน หากคุณอยู่ในพื้นที่เสี่ยง อย่าลืมติดตามข่าวจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และช่วยกันดูแลชุมชนให้ปลอดภัย สุดท้ายนี้ ขอให้ทุกคนผ่านพ้นวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี

ที่มา – เชียงใหม่ Cell Broadcast ดังรัว เฝ้าระวังน้ำปิงมวลน้ำระลอกใหม่สูงสุดช่วงเที่ยงคืนนี้

กกต. ยันเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ มีแผนรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ในช่วงที่สถานการณ์ทางการเมืองกำลังร้อนระอุ การเลือกตั้งซ่อมสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (ส.ส.) จังหวัดศรีสะเกษ เขต 5 กำลังเป็นประเด็นที่ทุกคนให้ความสนใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับ กกต. ยันเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ มีแผนรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งเป็นการยืนยันจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ว่าทุกอย่างพร้อมและไม่ได้รับผลกระทบจากความตึงเครียดบริเวณชายแดน

กกต. ยันเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ มีแผนรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2567 ที่ผ่านมา กกต. ได้จัดกิจกรรมโรดโชว์ (Road Show) ภายใต้แนวคิด “ไม่ซื้อสิทธิ ไม่ขายเสียง” เพื่อรณรงค์การเลือกตั้งซ่อม ส.ส. ศรีสะเกษ เขต 5 แทนตำแหน่งที่ว่าง โดยมีศาสตราจารย์สันทัด ศิริอนันต์ไพบูลย์ กรรมการการเลือกตั้ง เป็นประธานในพิธีเปิด ณ บริเวณวงกลม อำเภอขุนหาญ จังหวัดศรีสะเกษ กิจกรรมนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนตื่นตัวและออกมาใช้สิทธิเลือกตั้งอย่างมีคุณภาพ โดยคาดหวังว่าจะมีผู้มีสิทธิ์กว่า 160,000 คน เข้าร่วมในวันอาทิตย์ที่ 28 กันยายน 2567 ระหว่างเวลา 08.00-17.00 น.

นายธาตรี สิริรุ่งวนิช รองผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ กล่าวถึงความสำคัญของการเลือกตั้งครั้งนี้ว่า เป็นโอกาสที่ประชาชนจะได้มีส่วนร่วมในการกำหนดอนาคตของจังหวัดและประเทศ โดยเน้นย้ำให้หลีกเลี่ยงการซื้อขายเสียง เพื่อให้การเลือกตั้งเป็นไปอย่างโปร่งใสและยุติธรรม

แผนรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

ด้านนายเอกฤกษ์ พร้อมชัยอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งประจำจังหวัดศรีสะเกษ ยืนยันว่า สถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาขณะนี้ปกติเรียบร้อย ไม่มีผลกระทบต่อการเลือกตั้ง กกต. ได้เตรียมแผนรองรับไว้อย่างครบถ้วน ทั้งในด้านความปลอดภัยและการจัดการหน่วยเลือกตั้ง ซึ่งมีทั้งหมด 236 หน่วยในอำเภอขุนหาญและอำเภอภูสิงห์ โดยมั่นใจว่าการลงคะแนนจะดำเนินไปด้วยความเรียบร้อย

การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้เกิดขึ้นแทนนายอมรเทพ สมหมาย ส.ส. พรรคเพื่อไทยที่เสียชีวิต มีผู้สมัครรับเลือกตั้ง 2 คน ได้แก่ น.ส.ภูริกา สมหมาย จากพรรคเพื่อไทย (หมายเลข 1) และน.ส.จินณ์ตวรรณ ไตรสรณกุล จากพรรคภูมิใจไทย (หมายเลข 2) ซึ่งทั้งคู่ต่างมีนโยบายที่มุ่งพัฒนาท้องถิ่น โดยเฉพาะด้านการเกษตรและการท่องเที่ยวชายแดน

นอกจากนี้ กกต. ยังได้เพิ่มมาตรการป้องกันการทุจริต เช่น การตรวจสอบบัตรเลือกตั้งและการเฝ้าระวังพื้นที่เสี่ยง เพื่อให้ประชาชนมั่นใจในกระบวนการเลือกตั้ง สำหรับผู้มีสิทธิ์ที่อยู่นอกเขต สามารถขอใช้สิทธิ์ล่วงหน้าได้ตามระเบียบ

  • เตรียมบัตรประชาชนหรือบัตรเลือกตั้ง
  • หลีกเลี่ยงการรับผลประโยชน์จากผู้สมัคร
  • รายงานการทุจริตทันทีหากพบเห็น

การเลือกตั้งครั้งนี้ไม่เพียงแต่เป็นการเติมเต็มตำแหน่งว่างในสภาฯ แต่ยังสะท้อนถึงความเข้มแข็งของประชาธิปไตยในพื้นที่ชายแดนที่มักเผชิญความท้าทายจากปัจจัยภายนอก หากประชาชนออกมาใช้สิทธิ์จำนวนมาก จะช่วยเสริมสร้างเสถียรภาพทางการเมืองของประเทศ

ในมุมมองของผู้เขียน การเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษครั้งนี้เป็นตัวอย่างที่ดีของการจัดการเลือกตั้งในพื้นที่敏感 โดยกกต. แสดงให้เห็นถึงความพร้อมและความโปร่งใส หากคุณเป็นผู้มีสิทธิ์ในเขตนี้ อย่าลืมออกมาใช้สิทธิ์เพื่อเสียงของคุณมีน้ำหนัก ลองแชร์ประสบการณ์การเลือกตั้งของคุณในคอมเมนต์ด้านล่าง หรือติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ

ที่มา – กกต. ยันเลือกตั้งซ่อมศรีสะเกษ มีแผนรองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา

เวสต์แฮมไล่โค้ชพอตเตอร์หลัง 8 เดือน

เวสต์แฮมไล่โค้ชพอตเตอร์หลัง 8 เดือน

เวสต์แฮม ยูไนเต็ด สโมสรฟุตบอลชื่อดังจากพรีเมียร์ลีก อังกฤษ ได้ตัดสินใจไล่ โค้ชเกรแฮม พอตเตอร์ ออกจากตำแหน่งกุนซือของทีม หลังจากที่เขาดำรงตำแหน่งได้เพียง 8 เดือนเท่านั้น การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความผิดหวังในผลงานของทีมที่ไม่เป็นไปตามเป้าหมาย ส่งผลให้แฟนบอลและผู้บริหารรู้สึกว่าต้องเปลี่ยนแปลงเพื่อรักษาตำแหน่งในลีกชั้นนำ

เวสต์แฮมไล่โค้ชพอตเตอร์หลัง 8 เดือน: สาเหตุหลัก

การไล่ เวสต์แฮมไล่โค้ชพอตเตอร์หลัง 8 เดือน นี้มาจากผลงานที่ย่ำแย่ของทีมในฤดูกาลนี้ เวสต์แฮมเริ่มต้นฤดูกาลด้วยความหวังสูงหลังจากที่พอตเตอร์เข้ามาคุมทีมแทนโค้ชคนก่อน แต่ทีมกลับทำผลงานได้ไม่ดีนัก โดยเฉพาะในเกมรุกที่ขาดประสิทธิภาพ นักเตะหลักหลายคนไม่สามารถปรับตัวเข้ากับแท็คติกของพอตเตอร์ได้ ทำให้ทีมแพ้ติดต่อกันหลายนัด ส่งผลให้อันดับตารางคะแนนหลุดจากโซนบน

ผู้บริหารสโมสรเชื่อว่าการเปลี่ยนโค้ชจะช่วยจุดประกายทีมใหม่ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเวสต์แฮมมีเป้าหมายที่จะแข่งขันในรายการยุโรปต่อไป นอกจากนี้ แรงกดดันจากแฟนบอลก็มีส่วนสำคัญที่ทำให้เกิดการตัดสินใจนี้

ผลกระทบต่อทีมเวสต์แฮม

หลังจาก เวสต์แฮมไล่โค้ชพอตเตอร์หลัง 8 เดือน ทีมต้องเผชิญกับความไม่แน่นอนในระยะสั้น ผู้เล่นอาจรู้สึกสับสนกับการเปลี่ยนแปลงกะทันหัน แต่ในทางบวก มันเปิดโอกาสให้โค้ชคนใหม่เข้ามานำทัพและปรับปรุงทีมได้ทันที เวสต์แฮมมีนักเตะฝีมือดีอย่างเดแคลน ไรซ์ (ก่อนย้าย) หรือผู้เล่นคนอื่นๆ ที่สามารถช่วยทีมได้หากมีการจัดการที่ดี

  • ผลงานทีมตกต่ำ: แพ้ 5 จาก 10 นัดล่าสุด
  • แฟนบอลไม่พอใจ: การประท้วงเกิดขึ้นหลายครั้ง
  • ผู้บริหารเคลื่อนไหวเร็ว: เพื่อไม่ให้สถานการณ์แย่ลง

ในอดีต เวสต์แฮมเคยประสบปัญหาคล้ายกันและสามารถฟื้นตัวได้หลังเปลี่ยนโค้ช เช่น ในยุคของเดวิด มอยส์ที่นำทีมไปสู่ความสำเร็จ ดังนั้น การไล่โค้ชครั้งนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการพลิกผัน

อนาคตของเกรแฮม พอตเตอร์

หลังจากถูกไล่ออกจากเวสต์แฮม พอตเตอร์ซึ่งมีชื่อเสียงจากผลงานที่เชลซีและไบรท์ตัน กำลังมองหาโอกาสใหม่ เขาเป็นโค้ชที่มีวิสัยทัศน์ แต่การปรับตัวเข้ากับทีมใหญ่บางครั้งก็ยากลำบาก แฟนบอลบางส่วนยังคงชื่นชมสไตล์การเล่นที่เน้นการครองบอลของเขา

ตลาดโค้ชในพรีเมียร์ลีกกำลังร้อนระอุ โดยมีทีมอื่นๆ ที่อาจสนใจพอตเตอร์ เช่น ทีมจากลีกกลางๆ ที่ต้องการพัฒนาเกมรุก

ใครจะมาแทนที่พอตเตอร์?

เวสต์แฮมกำลังพิจารณาตัวผู้เล่นหลายรายสำหรับตำแหน่งกุนซือคนใหม่ ชื่อที่โด่งดังมีเช่น จูเลียน นาเกิลส์มันน์ หรือโค้ชชาวอังกฤษท้องถิ่น การเลือกคนที่เหมาะสมจะเป็นกุญแจสำคัญในการพยุงทีมให้รอดพ้นจากการตกชั้น

โดยรวมแล้ว การตัดสินใจ เวสต์แฮมไล่โค้ชพอตเตอร์หลัง 8 เดือน สะท้อนถึงความกดดันสูงในฟุตบอลอาชีพที่ผลงานต้องออกมาดีทันที มันเป็นบทเรียนสำหรับโค้ชทุกคนที่ต้องพิสูจน์ตัวเองอย่างต่อเนื่อง

ในมุมมองของผม การเปลี่ยนแปลงนี้จะช่วยเวสต์แฮมได้ หากผู้บริหารเลือกโค้ชที่เข้ากับวัฒนธรรมทีม ลองติดตามดูว่าฤดูกาลนี้จะจบลงอย่างไร หากคุณเป็นแฟนเวสต์แฮม อย่าลืมแสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง!

ที่มา – West Ham sack boss Potter after eight months

เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้ลานจอดรถแมนชั่น เผาวอดรถ 35 คัน

เกิดเหตุเพลิงไหม้รุนแรงที่ลานจอดรถของแมนชั่นย่านราษฎร์บูรณะ ทำให้รถยนต์และยานพาหนะเสียหายรวม 35 คัน ในคืนวันที่ 27 กันยายน 2568 เวลาประมาณ 01.40 น. เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องเร่งเข้าควบคุมเพลิงที่ลุกลามอย่างรวดเร็ว ซึ่งเริ่มจากจักรยานยนต์คันหนึ่งก่อนจะแผ่ขยายไปยังยานพาหนะคันอื่นๆ

เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้ลานจอดรถแมนชั่น เผาวอดรถเสียหาย 35 คัน

เหตุการณ์ไฟไหม้ครั้งนี้เกิดขึ้นที่แมนชั่นแห่งหนึ่งบนถนนสุขสวัสดิ์ ใกล้ปากซอยสุขสวัสดิ์ 17 แขวงบางประกอก เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร พ.ต.ต.ประยูร วิทยา ผู้ช่วยผู้บังคับบัญชาการ สถานีตำรวจราษฎร์บูรณะ ได้รับแจ้งเหตุและประสานงานกับเจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากกองทุนป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (อปพร.) เขตราษฎร์บูรณะ รวมถึงอาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง เพื่อเข้าตรวจสอบและควบคุมสถานการณ์ทันที

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 8 ชั้น โดยเพลิงเริ่มลุกไหม้บริเวณลานจอดจักรยานยนต์ที่ติดกับกำแพง จากนั้นลุกลามไปยังลานจอดรถยนต์ภายในอาคาร เจ้าหน้าที่ต้องระดมกำลังฉีดน้ำเพื่อดับเพลิงและตัดวงจรไฟฟ้า สามารถควบคุมเพลิงไว้ได้ภายใน 20 นาที โชคดีที่ไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิต แต่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายหนัก โดยยานพาหนะทั้งหมด 35 คัน แบ่งเป็น จักรยานยนต์ 29 คัน จักรยาน 3 คัน รถยนต์นั่งส่วนบุคคล 2 คัน และรถกระบะ 1 คัน

สาเหตุเบื้องต้นจากกล้องวงจรปิด

จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิด พบว่าหัวใจของเหตุการณ์คือกลุ่มควันที่พวยพุ่งออกมาจากจักรยานยนต์คันหนึ่ง ก่อนจะมีประกายไฟขึ้นและลุกลามอย่างรวดเร็วไปยังคันข้างเคียง เนื่องจากน้ำมันเบนซินในถังเป็นเชื้อเพลิงหลัก ทำให้เกิดเสียงระเบิดดังเป็นระยะ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่เห็นเหตุการณ์จากกล้อง ได้รีบนำเครื่องดับเพลิงไปฉีด แต่เพลิงลุกลามเร็วเกินควบคุม จึงต้องแจ้งตำรวจและดับเพลิงทันที

ปัจจุบัน เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานกำลังเร่งตรวจสอบที่เกิดเหตุ เพื่อหาต้นตอที่แท้จริง โดยจะนำภาพจากกล้องวงจรปิดมาวิเคราะห์เพิ่มเติม ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าจักรยานยนต์คันไหนเป็นจุดเริ่มต้น สาเหตุอาจมาจากการลัดวงจร ระบบไฟฟ้าขัดข้อง หรือปัจจัยอื่นๆ ที่ต้องรอผลตรวจอย่างละเอียด

ผลกระทบและบทเรียนที่ได้

เหตุไฟไหม้ลานจอดรถแมนชั่นครั้งนี้ สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้กับเจ้าของยานพาหนะจำนวนมาก โดยเฉพาะจักรยานยนต์ที่เป็นยานพาหนะหลักของผู้อยู่อาศัย นอกจากนี้ ยังทำให้เกิดความตื่นตระหนกในชุมชนย่านราษฎร์บูรณะ บทเรียนสำคัญคือ ความจำเป็นในการติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ เช่น สปริงเกลอร์ ในลานจอดรถ รวมถึงการตรวจสอบสภาพยานพาหนะอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่คล้ายกัน

เพื่อความปลอดภัย ผู้อยู่อาศัยในคอนโดหรือแมนชั่นควรมีแผนเผชิญเหตุฉุกเฉิน และหลีกเลี่ยงการจอดยานพาหนะติดกันแน่นเกินไป นอกจากนี้ การมีประกันภัยรถยนต์ที่ครอบคลุมความเสียหายจากเพลิงไหม้ จะช่วยลดภาระทางการเงินได้มาก

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ เหตุการณ์เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้ลานจอดรถแมนชั่น เผาวอดรถเสียหาย 35 คัน นี้ ชี้ให้เห็นถึงช่องโหว่ในระบบความปลอดภัยของอาคารพักอาศัยในกรุงเทพฯ ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งปรับปรุงมาตรฐานเพื่อป้องกันในอนาคต หากคุณมีประสบการณ์คล้ายกันหรือคำแนะนำด้านความปลอดภัย สามารถแชร์ในคอมเมนต์ด้านล่างเพื่อแลกเปลี่ยนความรู้กันได้นะครับ

ที่มา – เร่งหาสาเหตุ ไฟไหม้ลานจอดรถแมนชั่น เผาวอดรถเสียหาย 35 คัน

เพื่อไทยฝันหวานเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

เพื่อไทยฝันหวานเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง

ในวันที่ 27 กันยายน 2568 นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ แกนนำพรรคเพื่อไทย ได้ลงพื้นที่หาเสียงในอำเภอภูสิงห์ จังหวัดศรีสะเกษ เพื่อช่วยเหลือผู้สมัคร ส.ส. นางสาวภูริกา สมหมาย (กุ้ง) ทายาทการเมืองของ ส.ส. อมรเทพ สมหมาย ที่มาจากลูกหลานชาวขุนหาญ-ภูสิงห์แท้ๆ พี่น้องประชาชนมาร่วมให้กำลังใจอย่างหนาแน่น แสดงถึงความศรัทธาที่พรรคเพื่อไทยยังคงมีในใจของคนไทย โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่เคยได้รับประโยชน์จากนโยบายของพรรค

การลงพื้นที่หาเสียงและคำมั่นสัญญาจากณัฐวุฒิ

นายณัฐวุฒิ กล่าวว่า นี่เป็นครั้งที่สองที่มาเยือนอำเภอภูสิงห์ ครั้งแรกมาในฐานะรัฐบาล แต่ตอนนี้ถูก “วิ่งราว” ไปเสียแล้ว เอางูเห่าไปด้วย จนกลายเป็นทั้งงูทั้งหนูอยู่ด้วยกัน การเลือกตั้งซ่อมครั้งนี้ พรรคเพื่อไทยเสนอชื่อภูริกา เพื่อทำงานรับใช้ประชาชนอย่างแท้จริง เขายังเน้นย้ำถึงผลงานในอดีตของพรรคที่ช่วยยกระดับชีวิตคนยากจน ทำให้คนไทยลืมตาอ้าปาก มีสิทธิมีเสียงมากขึ้น นโยบายเหล่านี้ตอบโจทย์ชีวิตจริงของประชาชน ไม่ใช่แค่คำพูดสวยๆ

สถานการณ์ทางการเมืองปัจจุบันที่เรียกว่า “รัฐบาลสีน้ำเงิน” กำลังถูกวิพากษ์วิจารณ์หนัก นายณัฐวุฒิ ฝากให้ประชาชนช่วย “แตะเบรก” รัฐบาลนี้ โดยการเลือกตั้งในวันที่ 28 กันยายน 2568 จะเป็นโอกาสให้คนศรีสะเกษส่งสัญญาณชัดเจน ว่าสังคมไทยจะไม่ยอมให้ใครยึดทุกอย่างได้หมด จะไม่ปล่อยให้น้ำเงินครองทุกสีสันของการเมืองไทย

เพื่อไทยฝันหวานเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง: ความหวังและความมุ่งมั่น

หนึ่งในประเด็นที่นายณัฐวุฒิพูดถึงคือ การถูกจับกุมของอดีตนายกรัฐมนตรี ทักษิณ ชินวัตร จากคดีที่เกิดจากการทำหน้าที่นายกฯ แต่พรรคเพื่อไทยไม่เคยหายไปจากใจประชาชน เพราะ “ล้มบนตักประชาชน” เขายังเล่าว่า ได้ส่งข่าวไปยังนางสาวแพทองธาร ชินวัตร เพื่อเล่าให้ท่านทักษิณฟังว่า คนศรีสะเกษยังจำได้ คนขุนหาญยังไม่ลืม คนภูสิงห์ยังซึ้งใจ หากไม่มีปฏิวัติ คงหายจนไปแล้ว พรรคเพื่อไทยจะไม่ยอมแพ้ และ เพื่อไทยฝันหวานเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง อย่างแน่นอน เราจะช่วยกันจัดตั้งรัฐบาลเพื่อไทย เพื่อนำความเจริญกลับมาสู่ประชาชน

การหาเสียงครั้งนี้ ไม่ใช่แค่การเลือกตั้งซ่อม แต่เป็นสัญญาณของการต่อสู้เพื่ออนาคตทางการเมืองไทย พรรคเพื่อไทยมีประวัติศาสตร์ยาวนานในการยืนหยัดเพื่อประชาชน จากนโยบายดิจิทัลวอลเล็ต 30 บาทรักษาทุกโรค ไปจนถึงการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจที่ทำให้คนจนลุกขึ้นยืนได้ ในยุคที่รัฐบาลปัจจุบันถูกมองว่าล้มเหลวในการแก้ปัญหา โอกาสของเพื่อไทยในการกลับมาครองอำนาจดูสดใสยิ่งขึ้น

  • ผลงานที่ผ่านมา: ยกระดับคุณภาพชีวิตคนไทย
  • นโยบายที่ตอบโจทย์: ช่วยเหลือคนยากจนและผู้มีรายได้น้อย
  • ความศรัทธาจากประชาชน: ยังคงเหนียวแน่นแม้เผชิญอุปสรรค

ประชาชนในพื้นที่แสดงความเห็นด้วยอย่างมาก บางคนเล่าว่าชีวิตดีขึ้นจริงจากนโยบายเพื่อไทย และหวังว่าจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอีกครั้งในการเลือกตั้งใหญ่ครั้งหน้า การเมืองไทยกำลังเข้าสู่จุดเปลี่ยน และเพื่อไทยพร้อมนำทางไปสู่ความยุติธรรมและความเจริญรุ่งเรือง

สุดท้ายนี้ ผมเชื่อว่า เพื่อไทยฝันหวานเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง ไม่ใช่แค่ฝัน แต่เป็นเป้าหมายที่เราจะทำให้สำเร็จร่วมกัน คุณคิดอย่างไร? มาร่วมแสดงความเห็นและสนับสนุนพรรคที่ใส่ใจประชาชนอย่างแท้จริงในคอมเมนต์ด้านล่าง

ที่มา – เพื่อไทยฝันหวานเลือกตั้งครั้งหน้าจะกลับมาเป็นรัฐบาลอีกครั้ง