วัน: 3 ตุลาคม 2025

กรมประมงแจงดราม่าเรือท่องเที่ยวตกปลา ใช้เบ็ด 3 คัน

กรมประมงแจงดราม่าเรือท่องเที่ยวตกปลา ใช้เบ็ด 3 คัน

กรมประมง แจงดราม่า (ร่าง) ประกาศ “เรือท่องเที่ยวตกปลา” ใช้เบ็ดได้ไม่เกิน 3 คัน/คน กำลังเป็นประเด็นร้อนในโซเชียลมีเดียช่วงนี้ หลายคนเข้าใจผิดว่ากฎนี้จะกระทบต่อนักตกปลาสมัครเล่นทั่วไป แต่จริงๆ แล้ว มันใช้เฉพาะกับเรือท่องเที่ยวที่ให้บริการจับสัตว์น้ำเท่านั้นนะครับ ไม่ได้ห้ามใครตกปลาด้วยเบ็ดหลายคันแบบส่วนตัวหรอก วันนี้เรามาไขข้อสงสัยกันให้ชัดเจน ว่าการประกาศนี้มีที่มาที่ไปยังไง และจะส่งผลต่อวงการท่องเที่ยวตกปลายังไงบ้าง

กรมประมง แจงดราม่า (ร่าง) ประกาศ “เรือท่องเที่ยวตกปลา” ใช้เบ็ดได้ไม่เกิน 3 คัน/คน

จากโพสต์และคอมเมนต์ที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ เกี่ยวกับร่างประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดชนิดเครื่องมือ จำนวนและประเภทของอุปกรณ์ที่ใช้ในการจับสัตว์น้ำ ตลอดจนเงื่อนไขสำหรับเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ พ.ศ. 2568 โดยเฉพาะข้อที่บอกว่าใช้เบ็ดมือไม่เกิน 3 คันต่อคน ทำให้หลายคนกังวลว่าจะถูกจำกัดกิจกรรมตกปลาที่ตัวเองชื่นชอบ นายสุวัฐน์ วงศ์สุวัฒน์ รองอธิบดีกรมประมง ในฐานะโฆษกกรมประมง ได้ออกมาชี้แจงอย่างเป็นทางการแล้วครับ

ที่มาของเรื่องนี้มาจากกลุ่มผู้ประกอบการเรือตกปลาในจังหวัดสงขลา ที่ขอให้กรมประมงช่วยเปิดการจดทะเบียนเรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ เพื่อให้สามารถประกอบธุรกิจได้ถูกกฎหมายมากขึ้น การจดทะเบียนนี้ต้องประสานงานกับกรมเจ้าท่า และกรมประมงต้องออกประกาศกำหนดเครื่องมือที่ใช้ก่อน โดยคณะกรรมาธิการการท่องเที่ยวในสภาฯ ก็เห็นด้วยว่าควรส่งเสริมให้จดทะเบียนเรือประเภทนี้ เพื่อกำกับดูแลให้ชัดเจนและสนับสนุนการท่องเที่ยว

สาระสำคัญของร่างประกาศกรมประมง

ร่างประกาศนี้บังคับใช้เฉพาะ “เรือท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ” เท่านั้นนะครับ ไม่เกี่ยวกับเรือประมงพาณิชย์หรือกิจกรรมตกปลาส่วนตัวที่ไม่ได้ใช้เรือใหญ่ อาศัยอำนาจจากข้อบังคับกรมเจ้าท่า พ.ศ. 2561 ที่กำหนดประเภทเรือสำหรับสันทนาการและท่องเที่ยว โดยเครื่องมือที่อนุญาตมีดังนี้:

  • เบ็ดมือ: ไม่เกิน 3 คันต่อคน เพื่อควบคุมไม่ให้จับสัตว์น้ำมากเกินไปและรักษาสมดุลระบบนิเวศ
  • ดวงไฟ: ขนาดไม่เกิน 500 วัตต์ กำลังไฟรวมไม่เกิน 3,000 วัตต์ ไม่จำกัดจำนวน แต่ห้ามใช้ใต้น้ำล่อปลา
  • แห: ขนาดตาอวนไม่น้อยกว่า 3.2 ซม. ไม่เกิน 2 ปากต่อลำเรือ
  • สวิง: ไม่เกินจำนวนคันเบ็ด ใช้กับเบ็ดมือเท่านั้น

นอกจากนี้ ยังกำหนดระยะเวลา 6 เดือน สำหรับจดทะเบียนหรือเปลี่ยนประเภทเรือเป็นท่องเที่ยวจับสัตว์น้ำ นับจากวันที่ประกาศมีผล กรมประมงได้จัดทำร่างนี้โดยพิจารณาข้อมูลทางวิชาการ กฎหมาย และปรึกษาหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเปิดรับฟังความเห็นผ่าน LAW.go.th ระหว่าง 25 สิงหาคม – 8 กันยายน 2568 ปัจจุบันกำลังสรุปผลเพื่อปรับปรุงให้เหมาะสม

การออกประกาศนี้ไม่ใช่การห้าม แต่เป็นการกำกับดูแลเพื่อให้ธุรกิจเรือท่องเที่ยวตกปลาเติบโตอย่างยั่งยืน โดยไม่กระทบต่ออาชีพประมงพื้นบ้านหรือนักตกปลาสมัครเล่นทั่วไป หากคุณเป็นเจ้าของเรือท่องเที่ยวในพื้นที่ชายฝั่ง อย่างสงขลาหรือที่อื่นๆ นี่คือโอกาสดีที่จะจดทะเบียนให้ถูกต้องและรับ tourists มาสัมผัสประสบการณ์ตกปลาแบบปลอดภัย

ในมุมมองของผม การจำกัดเบ็ด 3 คันต่อคน ดูสมเหตุสมผล เพราะช่วยป้องกันการจับปลามากเกินไป ซึ่งเป็นปัญหาใหญ่ในทะเลไทย ถ้าทุกคนทำตามกฎ เราจะรักษาปลาและทะเลให้ลูกหลานได้ยาวนานขึ้น ลองคิดดูสิ ถ้าเรือท่องเที่ยวตกปลาเติบโต จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น สร้างงาน และดึงดูดนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ชอบกิจกรรมเอ็กซ์ตรีมแบบนี้

ถ้าคุณสนใจอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎหมายประมงหรือธุรกิจเรือท่องเที่ยว ลองติดตามข่าวจากกรมประมง หรือคอมเมนต์ด้านล่างว่าคุณคิดยังไงกับดราม่านี้บ้าง จะได้แลกเปลี่ยนความเห็นกัน!

ที่มา – กรมประมง แจงดราม่า (ร่าง) ประกาศ “เรือท่องเที่ยวตกปลา” ใช้เบ็ดได้ไม่เกิน 3 คัน/คน

“เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย

ในวันที่ 3 ตุลาคม 2568 นายเชตวัน เตือประโคน ส.ส.ปทุมธานี พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความชื่นชม พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทน์ ผู้บัญชาการทหารเรือ (ผบ.ทร.) ที่สั่งการสอบสวนและย้ายเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทันที กรณีทหารลอบนำน้ำมันไปขายนอกหน่วยงาน โดยเหตุการณ์นี้เกิดขึ้นที่ฐานส่งกำลังบำรุงทหารเรือตราด กองทัพเรือภาคที่ 1 (ฐตร.ทรภ.1) อำเภอแหลมงอบ จังหวัดตราด รวมถึงปัญหาการใช้พลทหารนอกภารกิจและการแสวงหาผลประโยชน์จากการจัดซื้อจัดจ้าง

นายเชตวัน เน้นย้ำว่า “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย นี้เป็นตัวอย่างที่ดีที่แสดงให้เห็นถึงความรวดเร็วในการตอบสนองต่อเรื่องร้องเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่สังคมคาดหวังจากกองทัพทุกเหล่า เกียรติยศและศักดิ์ศรีของทหารต้องมาพร้อมกับความโปร่งใสและการตรวจสอบที่ได้มาตรฐาน การลงโทษผู้กระทำผิดอย่างเป็นธรรมโดยไม่มีการปกป้อง จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นจากประชาชน

“เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย

การเคลื่อนไหวของผบ.ทร. ครั้งนี้ไม่เพียงแต่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า แต่ยังสะท้อนถึงความมุ่งมั่นในการปฏิรูปกองทัพ นายเชตวัน กล่าวว่า หลังจากที่ตนเปิดเผยเรื่องทุจริตในกองทัพ มีเสียงสะท้อนจากประชาชนจำนวนมากว่าปัญหานี้เกิดขึ้นมานานและแพร่หลายในหลายหน่วยงาน สิ่งเหล่านี้ทำให้ภาพลักษณ์ของกองทัพในสายตาประชาชนเสื่อมลง การปฏิรูปที่พรรคประชาชนเสนอคือการสร้างกองทัพที่มีทหารอาชีพ ทันสมัย โปร่งใส และตรวจสอบได้ โดยทุกทรัพยากรไม่ว่าจะเป็นกำลังพล อาวุธยุทโธปกรณ์ ที่ดิน หรืองบประมาณ ต้องถูกใช้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด เพื่อตอบแทนความไว้วางใจจากประชาชนที่มอบหมายให้ทหารปกป้องชาติ

ปัญหาทุจริตในกองทัพ เช่น การลอบนำน้ำมันไปขาย ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่การจัดการอย่างเด็ดขาดแบบนี้จะช่วยเปลี่ยนมุมมองของสังคม นายเชตวัน เชื่อว่าทุกหน่วยราชการ โดยเฉพาะกองทัพ ควรตอบสนองต่อร้องเรียนด้วยความรวดเร็ว เพื่อรักษาเกียรติยศและสร้างความน่าเชื่อถือ

อยากเห็นกองทัพทันสมัยและโปร่งใส

นอกจากนี้ นายเชตวัน ยังยืนยันว่าพรรคประชาชนต้องการเห็นกองทัพที่พัฒนาตนเองสู่ยุคสมัยใหม่ โดยมีระบบตรวจสอบที่เข้มแข็ง ป้องกันการทุจริตตั้งแต่ต้นทาง การปฏิรูปดังกล่าวจะไม่ใช่การทำลาย แต่เป็นการยกระดับให้กองทัพมีศักดิ์ศรีที่แท้จริง ปัจจุบัน มีกรณีร้องเรียนทุจริตเข้ามาอีกหลายคดี ซึ่งนายเชตวันได้หารือกับเพื่อนกรรมาธิการการทหาร เพื่อพิจารณาตั้งอนุกรรมาธิการรับเรื่องร้องเรียนโดยเฉพาะ ใช้กลไกสภาผู้แทนราษฎรในการแก้ไขปัญหาให้โปร่งใส

การตั้งอนุกรรมาธิการนี้จะช่วยให้ประชาชนมีช่องทางในการรายงานปัญหา โดยไม่ต้องกังวลเรื่องการถูกกลบเกลื่อน สิ่งสำคัญคือการทำให้กองทัพปรับตัวให้เข้ากับหลักธรรมาภิบาล สร้างทหารอาชีพที่ทุ่มเทปกป้องประชาชนจากภัยคุกคามทั้งภายในและภายนอก

ในมุมมองของผู้เขียน การเคลื่อนไหวของ “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีสำหรับการปฏิรูปกองทัพ หากทุกเหล่าทัพเลียนแบบ จะช่วยเสริมสร้างสังคมที่โปร่งใสยิ่งขึ้น ประชาชนควรติดตามและมีส่วนร่วมในการตรวจสอบ เพื่อให้กองทัพของเรากลายเป็นที่พึ่งที่แท้จริง

หากคุณมีประสบการณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับการปฏิรูปกองทัพ สามารถแสดงความคิดเห็นในช่องคอมเมนต์ด้านล่างได้เลย เพื่อให้เราร่วมกันผลักดันการเปลี่ยนแปลงที่จำเป็น

ที่มา – “เชตวัน” ชื่นชมผบ.ทร. สั่งสอบทหารลอบนำน้ำมันไปขาย ยืนยันอยากเห็นกองทัพทันสมัย ตรวจสอบได้

ตัวเลขดาร์บี้เอ็ดดินบะระ เฮิร์ตส์ vs ฮิบส์

เมื่อสองทีมใหญ่ของเอ็ดดินบะระพบกันที่ Tynecastle ในวันเสาร์นี้ เฮิร์ตส์ จะพยายามรักษาตำแหน่งจ่าฝูงของสกอตติช พรีเมียร์ชิพ

ฮิบส์ กำลังพยายามคว้าชัยชนะในดาร์บี้เอ็ดดินบะระติดต่อกันสามนัดครั้งแรกในรอบกว่า 100 ปี

ตัวเลขดาร์บี้เอ็ดดินบะระ เฮิร์ตส์ vs ฮิบส์

ทั้งสองทีมยังไม่แพ้ในลีกฤดูกาลนี้ แต่เฮิร์ตส์ นำหน้าอย่างชัดเจนด้วยชัยชนะ 5 นัด และเสมอ 1 นัด ขณะที่ฮิบส์ ชนะ 1 และเสมอ 5 นัด

ฤดูกาลที่แล้ว ฮิบส์ มี優勢เหนือกว่า ด้วยการชนะสองนัดและเสมออีกนัดหนึ่ง ซึ่งนำไปสู่การจบอันดับสาม ทีมเยือนไม่แพ้ในสี่นัดล่าสุดของการแข่งขันเหล่านี้ และแพ้เพียงครั้งเดียวในแปดนัดที่ผ่านมา

เดเร็ค แมคอินเนส ผู้จัดการทีมเฮิร์ตส์ ยังไม่แพ้ใน 90 นาทีตั้งแต่เข้ารับตำแหน่ง โดยความผิดหวังเพียงอย่างเดียวคือการแพ้จุดโทษในลีกคัพต่อเซนต์ มิร์เรน ใน 11 นัด

นี่จะเป็นการสัมผัสแรกของเขากับดาร์บี้เอ็ดดินบะระ แต่เขามีสถิติที่ดีกับฮิบส์ จากสมัยที่คุมเซนต์ จอห์นสโตน เอเบอร์ดีน และคิลมาร์น็อค โดยชนะ 18 จาก 39 นัด และแพ้ 10 นัด

อย่างไรก็ตาม แมคอินเนส ยังไม่เคยเอาชนะเดวิด เกรย์ ได้ โดยสองนัดเสมอและแพ้หนึ่งนัดในฤดูกาลที่แล้วกับคิลลี่

ประวัติของเดวิด เกรย์ กับดาร์บี้

ผู้จัดการทีมฮิบส์ เดวิด เกรย์ ไม่แพ้ในดาร์บี้เอ็ดดินบะระในฤดูกาลแรกของเขา และไม่ได้เจอเฮิร์ตส์ หรือแมคอินเนส ในสามช่วงเวลาระยะสั้นที่ทำหน้าที่ชั่วคราว ในฐานะนักเตะ เขาชนะสามนัดเหนือทีมเยาวชนของตัวเอง และแพ้สองนัด โดยสองในสิบนัดนั้นอยู่ในลีกชั้นนำ

เฮิร์ตส์ มักจะส่งบอลไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว และยิงประตูได้มากกว่าฮิบส์ 15 ต่อ 10 ในลีก

ทีมเจ้าบ้านมีจำนวนการยิง (94-89) และยิงเข้ากรอบ (38-34) มากกว่าเล็กน้อย แม้ว่าฮิบส์ จะนำในทั้งสองด้านก่อนสุดสัปดาห์ที่แล้ว ก่อนเสมอ 0-0 กับแชมป์เซลติก และเฮิร์ตส์ ยิงสามประตูจาก 20 นัดต่อฟอลเคิร์ก

เฮิร์ตส์ นำหน้าอย่างมากในจำนวนสัมผัสบอลในกรอบเขตโทษฝ่ายตรงข้าม (200-159) และประสบความสำเร็จจากลูกตั้งเตะมากกว่า โดยยิงจากลูกมุมสี่ครั้งและลูกฟรีคิกสองครั้ง ซึ่งเป็นสองเท่าของฮิบส์

  • เฮิร์ตส์: ชัยชนะ 5, เสมอ 1, ไม่แพ้
  • ฮิบส์: ชัยชนะ 1, เสมอ 5, ไม่แพ้
  • สถิติล่าสุด: ฮิบส์ ไม่แพ้ 4 นัด, เฮิร์ตส์ ชนะมากกว่าในภาพรวม

แฟนๆ สีม่วงของเฮิร์ตส์ มีเรื่องให้ยิ้มมากกว่าในฤดูกาลนี้ และมีสถิติโดยรวมที่ดีกว่าอย่างมากนับตั้งแต่สองทีมคู่ปรับในเมืองนี้พบกันครั้งแรกในวันคริสต์มาสปี 1875

อย่างไรก็ตาม สิทธิ์ในการอวดของดาร์บี้เอ็ดดินบะระอยู่ที่ความใกล้ชิดล่าสุด แฟนเจ้าบ้านจะดีใจสุดขีดหากนำห่าง 11 คะแนนจากเพื่อนบ้านหลัง 7 นัด ขณะที่แฟนสีเขียวขาวจะฉลองราวกับปี 1922 หากสามารถทำสามนัดติดได้เท่ากับสมัยนั้น

ดาร์บี้เอ็ดดินบะระครั้งนี้ไม่ใช่แค่การแข่งขันฟุตบอลธรรมดา แต่เป็นการปะทะที่เต็มไปด้วยอารมณ์และประวัติศาสตร์ ตัวเลขดาร์บี้เอ็ดดินบะระ เฮิร์ตส์ vs ฮิบส์ แสดงให้เห็นถึงความสูสีและศักยภาพในการพลิกเกม หากคุณเป็นแฟนฟุตบอลสกอตแลนด์ อย่าพลาดการติดตามนัดนี้ เพราะมันอาจกำหนดทิศทางของฤดูกาลทั้งหมด

ในฐานะผู้เชี่ยวชาญด้านฟุตบอล ผมเชื่อว่าเฮิร์ตส์ มีโอกาสสูงที่จะรักษาฟอร์ม แต่ฮิบส์ อาจสร้างเซอร์ไพรส์ได้ หากคุณอยากรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับการวิเคราะห์ฟุตบอล ลองติดตามบล็อกของเราต่อไป!

ที่มา – Edinburgh derby in numbers as Hearts & Hibs face off

GO WHOLESALE แจงหนุ่มขโมยพระเครื่อง ไม่ใช่พนักงานบริษัทฯ

GO WHOLESALE แจงหนุ่มขโมยพระเครื่อง ไม่ใช่พนักงานบริษัทฯ

ในยุคที่ข่าวสารแพร่กระจายผ่านโซเชียลมีเดียอย่างรวดเร็ว เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในคลิปวิดีโอหนึ่งได้สร้างความฮือฮาและความเข้าใจผิดกันไปมากมาย โดยเฉพาะคลิปที่ชายหนุ่มคนหนึ่งสวมเสื้อยูนิฟอร์มของบริษัท GO WHOLESALE ก่อเหตุลักขโมยพระเครื่องเลี่ยมทอง ก่อนถูกจับได้และถูกรุมประชาทัณฑ์จากประชาชนที่เห็นเหตุการณ์ คลิปดังกล่าวกลายเป็นประเด็นร้อนที่ทำให้หลายคนตั้งคำถามถึงความเกี่ยวข้องของบริษัทกับพฤติกรรมดังกล่าว

GO WHOLESALE แจงหนุ่มขโมยพระเครื่อง ไม่ใช่พนักงานบริษัทฯ ในทันที หลังจากคลิปถูกเผยแพร่เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม 2568 บริษัทได้ออกแถลงการณ์ชี้แจงอย่างเป็นทางการ เพื่อยืนยันว่าบุคคลในคลิปไม่ได้เป็นพนักงานปัจจุบันของบริษัทอีกต่อไป ชายคนนี้ได้ลาออกจากการทำงานตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 หรือประมาณหนึ่งปีก่อนหน้านี้ การกระทำดังกล่าวจึงเป็นความผิดส่วนตัวที่ไม่เกี่ยวข้องกับนโยบายหรือการดำเนินงานของ GO WHOLESALE แต่อย่างใด

GO WHOLESALE แจงหนุ่มขโมยพระเครื่อง ไม่ใช่พนักงานบริษัทฯ อย่างชัดเจน

บริษัท GO WHOLESALE ซึ่งเป็นผู้ค้าส่งสินค้าอุปโภคบริโภคชั้นนำในประเทศไทย ได้แสดงจุดยืนที่ชัดเจนในการไม่สนับสนุนพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายทุกรูปแบบ แถลงการณ์จากบริษัทระบุว่า พวกเขาพร้อมให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการสอบสวนและดำเนินคดีกับผู้กระทำผิด นอกจากนี้ GO WHOLESALE ยังย้ำถึงการยึดมั่นในหลักธรรมาภิบาล (Corporate Governance) ที่เป็นหัวใจสำคัญในการดำเนินธุรกิจ โดยให้ความสำคัญกับจริยธรรมของพนักงานทุกคน และมุ่งมั่นในการสร้างธุรกิจที่โปร่งใสและรับผิดชอบต่อสังคม

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นจากมิจฉาชีพที่แอบอ้างหรือยังคงใช้เสื้อยูนิฟอร์มเก่า ซึ่งเป็นปัญหาที่หลายบริษัทเผชิญเมื่ออดีตพนักงานอาจนำเครื่องแบบกลับไปใช้ในทางที่ไม่เหมาะสม GO WHOLESALE จึงได้ใช้โอกาสนี้ในการเตือนพนักงานทั้งปัจจุบันและอดีตให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบส่วนบุคคล และบริษัทจะมีมาตรการเข้มงวดยิ่งขึ้นในการจัดการเครื่องแบบยูนิฟอร์มเพื่อป้องกันปัญหาที่คล้ายคลึงกันในอนาคต

ผลกระทบจากคลิปไวรัลและบทเรียนที่ได้

คลิปวิดีโอที่แพร่กระจายในโซเชียลมีเดียได้สร้างความเสียหายทางชื่อเสียงให้กับ GO WHOLESALE ในเบื้องต้น แม้ว่าบริษัทจะรีบชี้แจงทันที แต่ก็เป็นเครื่องเตือนใจว่าภาพลักษณ์ของแบรนด์สามารถถูกกระทบจากพฤติกรรมของบุคคลที่เกี่ยวข้องได้ง่ายเพียงใด ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาด สิ่งสำคัญคือการตอบสนองที่รวดเร็วและโปร่งใส เพื่อฟื้นฟูความเชื่อมั่นจากลูกค้าและคู่ค้า

  • การชี้แจงทันที: ช่วยลดความเข้าใจผิดและป้องกันข่าวลือที่บิดเบือน
  • ยึดมั่นหลักจริยธรรม: แสดงให้เห็นว่าบริษัทให้ความสำคัญกับค่านิยมที่ถูกต้อง
  • ความร่วมมือกับกฎหมาย: สร้างภาพลักษณ์ของบริษัทที่รับผิดชอบ

นอกจากนี้ เหตุการณ์ GO WHOLESALE แจงหนุ่มขโมยพระเครื่อง ไม่ใช่พนักงานบริษัทฯ ยังสะท้อนถึงปัญหาสังคมที่ใหญ่กว่า เช่น การลักขโมยพระเครื่องซึ่งเป็นมรดกทางวัฒนธรรมของไทย พระเครื่องเหล่านี้ไม่เพียงแต่มีคุณค่าทางจิตใจ แต่ยังเป็นสินทรัพย์ที่มีมูลค่าสูงในตลาดมืด การที่ผู้ก่อเหตุถูกประชาทัณฑ์แสดงให้เห็นถึงความโกรธแค้นของประชาชนต่ออาชญากรรมประเภทนี้ และเป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกคนเคารพทรัพย์สินของผู้อื่น

สำหรับ GO WHOLESALE ในฐานะบริษัทที่ดำเนินธุรกิจมานาน พวกเขามีชื่อเสียงในด้านการค้าส่งที่เชื่อถือได้ โดยมีสินค้าหลากหลายตั้งแต่ของใช้ในครัวเรือนไปจนถึงสินค้าอุตสาหกรรม บริษัทนี้ก่อตั้งขึ้นด้วยวิสัยทัศน์ในการเป็นพันธมิตรที่ไว้วางใจได้ของร้านค้าปลีกทั่วประเทศ และเหตุการณ์ครั้งนี้ยิ่งทำให้พวกเขาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษามาตรฐานสูงสุด

จากประสบการณ์ในอุตสาหกรรม เราพบว่าบริษัทที่จัดการกับวิกฤตชื่อเสียงได้ดีมักจะออกมาแข็งแกร่งกว่าเดิม GO WHOLESALE ได้ทำตามขั้นตอนที่ถูกต้องโดยการสื่อสารเปิดเผยผ่านช่องทางโซเชียลมีเดียอย่างเฟซบุ๊ก ซึ่งช่วยให้ข้อความถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในอนาคต บริษัทอาจพิจารณาเพิ่มการฝึกอบรมด้านจริยธรรมให้กับพนักงานเพื่อป้องกันปัญหาที่อาจเกิดจากบุคคลภายนอกที่อ้างอิงแบรนด์

สุดท้ายนี้ การชี้แจงจาก GO WHOLESALE ไม่เพียงแต่ปกป้องชื่อเสียงของบริษัท แต่ยังเป็นตัวอย่างที่ดีสำหรับองค์กรอื่นๆ ในการรับมือกับข่าวลือ หากคุณเป็นเจ้าของธุรกิจ ลองคิดดูว่าคุณจะจัดการกับสถานการณ์คล้ายๆ กันอย่างไร เพื่อรักษาความไว้วางใจจากลูกค้าไว้ หากสนใจเรื่องราวธุรกิจและข่าวสังคมเพิ่มเติม สามารถติดตามบล็อกของเราเพื่ออัปเดตข้อมูลล่าสุด

ที่มา – GO WHOLESALE แจงหนุ่มขโมยพระเครื่อง ไม่ใช่พนักงานบริษัทฯ

อาร์เซนอล เปิดเจรจาสัญญาใหม่กับทิมเบอร์

อาร์เซนอล เปิดเจรจาสัญญาใหม่กับทิมเบอร์ แล้วในขณะนี้ โดยทีมปืนใหญ่ต้องการรั้งตัวนักเตะรายนี้ไว้กับทีมต่อไป หลังจากที่ Jurrien Timber แสดงให้เห็นถึงฟอร์มการเล่นที่ยอดเยี่ยมในฤดูกาลล่าสุด

อาร์เซนอล เปิดเจรจาสัญญาใหม่กับทิมเบอร์: เหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจ

การย้ายของ Jurrien Timber มาจาก Ajax ในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 ด้วยค่าตัว 34.4 ล้านปอนด์ ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาดของอาร์เซนอล แต่ฤดูกาลแรกของเขาที่เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม กลับต้องพบกับอุปสรรคใหญ่หลวงเมื่อได้รับบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าหัวเข่า (ACL) ในนัดเปิดฤดูกาลกับน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทำให้เขาได้ลงเล่นเพียงอีกนัดเดียวตลอดทั้งฤดูกาลนั้น

อย่างไรก็ตาม ความมุ่งมั่นและการฟื้นตัวที่รวดเร็วของทิมเบอร์ ทำให้เขาได้กลับมาลงสนามอย่างเต็มตัวในฤดูกาล 2024-25 โดยลงเล่นถึง 51 นัด และกลายเป็นกำลังสำคัญในแนวรับของทีมภายใต้การนำของมิเกล อาร์เตต้า นักเตะทีมชาติเนเธอร์แลนด์วัย 24 ปีรายนี้ ไม่เพียงแต่มีทักษะการเล่นที่หลากหลายในตำแหน่งแบ็คขวาและเซ็นเตอร์แบ็คเท่านั้น แต่ยังนำเสนอความแข็งแกร่งทางร่างกายและการอ่านเกมที่ช่วยเสริมความมั่นคงให้กับแนวรับของอาร์เซนอล

บทบาทสำคัญของทิมเบอร์ในฤดูกาลปัจจุบัน

ฤดูกาลนี้ ทิมเบอร์ยังคงรักษาฟอร์มการเล่นอันน่าประทับใจไว้ โดยเฉพาะในฐานะตัวหลักประจำตำแหน่งแบ็คขวา เขาได้มีส่วนร่วมสำคัญในการช่วยให้อาร์เซนอลเริ่มต้นฤดูกาลได้อย่างสดใส ด้วยการเล่นที่ทั้งรัดกุมและมีส่วนร่วมในเกมรุก ทำให้ทีมสามารถแข่งขันกับบรรดายักษ์ใหญ่ในพรีเมียร์ลีกได้อย่างสูสี การที่อาร์เซนอลตัดสินใจอาร์เซนอล เปิดเจรจาสัญญาใหม่กับทิมเบอร์ ในช่วงนี้ จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจ เพราะสัญญาปัจจุบันของเขาจะหมดอายุในปี 2028 และทีมไม่อยากเสี่ยงเสียผู้เล่นเนื้อหอมรายนี้ไปให้สโมสรอื่น

นอกจากนี้ การเจรจายังอยู่ในระยะเริ่มต้น แต่จากรายงาน มีความตั้งใจจากทั้งสามฝ่าย ไม่ว่าจะเป็นสโมสร นักเตะ และตัวแทนของเขา ที่จะหาข้อตกลงเพื่อขยายสัญญาให้ยาวนานกว่านี้ ซึ่งน่าจะช่วยให้ทิมเบอร์มั่นใจในอนาคตกับอาร์เซนอลมากขึ้น โดยเฉพาะหลังจากที่เขาเพิ่งหายจากอาการบาดเจ็บร้ายแรงมา

การเจรจาสัญญาใหม่ของอาร์เซนอลกับนักเตะคนอื่นๆ

ไม่ใช่แค่ทิมเบอร์เท่านั้นที่อาร์เซนอลกำลังให้ความสำคัญ ในช่วงเวลาเดียวกัน ทีมกำลังเจรจากับ Bukayo Saka ดาวยิงทีมชาติอังกฤษ เรื่องสัญญาใหม่ระยะยาวเช่นกัน โดยมีความหวังสูงที่จะเห็นสกายเซ็นสัญญาในเร็วๆ นี้ Saka ถือเป็นหนึ่งในนักเตะที่สำคัญที่สุดของทีม ด้วยสถิติการยิงประตูและแอสซิสต์ที่ยอดเยี่ยมมาตลอดหลายฤดูกาล

ส่วน William Saliba กองหลังตัวหลัก ได้เซ็นสัญญาใหม่ 5 ปีไปแล้วเมื่อไม่นานมานี้ ซึ่งช่วยเสริมความมั่นใจให้กับแฟนปืนใหญ่ที่แนวรับของทีมกำลังแข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ การอาร์เซนอล เปิดเจรจาสัญญาใหม่กับทิมเบอร์ จึงเป็นส่วนหนึ่งของกลยุทธ์ระยะยาวในการสร้างทีมที่มั่นคง โดยมิเกล อาร์เตต้า ต้องการรั้งนักเตะดาวรุ่งและตัวหลักไว้ให้มากที่สุด เพื่อลุ้นแชมป์พรีเมียร์ลีกและรายการอื่นๆ

จากมุมมองของแฟนบอล การเคลื่อนไหวเหล่านี้แสดงให้เห็นว่าอาร์เซนอลกำลังก้าวไปในทิศทางที่ถูกต้อง หลังจากหลายปีที่ผ่านมาเคยพลาดโอกาสในการรั้งตัวนักเตะสำคัญ ทิมเบอร์ที่เคยเป็นที่จับตามองในยุโรปตั้งแต่สมัยเล่นให้ Ajax กำลังพิสูจน์ตัวเองว่าคุ้มค่ากับการลงทุน และหากการเจรจาสำเร็จ เขาอาจกลายเป็นเสาหลักในแนวรับของทีมไปอีกหลายปี

  • ประวัติการย้ายทีม: จาก Ajax มาอาร์เซนอลปี 2023 ค่าตัว 34.4 ล้านปอนด์
  • สถิติฤดูกาล 2024-25: ลงเล่น 51 นัด
  • ตำแหน่งหลัก: แบ็คขวาและเซ็นเตอร์แบ็ค
  • สัญญาปัจจุบัน: หมดปี 2028

ในฐานะแฟนฟุตบอลที่ติดตามอาร์เซนอล การเห็นทีมลงมือรั้งตัวผู้เล่นเก่งๆ อย่างทิมเบอร์ ทำให้รู้สึกมั่นใจในอนาคตมากขึ้น หากคุณเป็นกองเชียร์ปืนใหญ่ ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุดนะครับ เพราะฤดูกาลนี้ อาร์เซนอลมีลุ้นหนักแน่นอน!

ที่มา – Arsenal open talks with Timber over new deal

ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล

ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล: นวัตกรรมไทย-นอร์เวย์พิสูจน์ตัวเอง

ในวงการพลังงานที่เต็มไปด้วยความท้าทาย ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล ถือเป็นข่าวใหญ่ที่สะท้อนถึงศักยภาพของเทคโนโลยีหุ่นยนต์สัญชาติไทย-นอร์เวย์ บริษัทน้ำมันแห่งชาติอาบูดาบี (ADNOC) ซึ่งเป็นยักษ์ใหญ่ระดับโลก ได้มอบหมายภารกิจสำคัญให้กับบริษัท เอสทูโรโบติกส์ จำกัด (S2 Robotics) เพื่อนำหุ่นยนต์ Nautilus MK2 เข้าดำเนินการตรวจสอบและซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันหลักใต้ทะเลที่เสี่ยงต่อการรั่วไหลสูง

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นหลังจาก ADNOC ตรวจพบการผุกร่อนของผนังท่อขนาด 20 นิ้วมากกว่า 60% ซึ่งอาจนำไปสู่ความเสี่ยงร้ายแรง หากไม่ได้รับการแก้ไขทันท่วงที การตัดสินใจเลือก Nautilus MK2 ของ ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นในนวัตกรรมที่สามารถทำงานโดยไม่ต้องหยุดการผลิต ทำให้กระบวนการดำเนินต่อเนื่องได้อย่างราบรื่น

ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล: ความสำเร็จจากบททดสอบ

ก่อนหน้านี้ S2 Robotics ได้ทดสอบหุ่นยนต์ Nautilus MK2 ในสภาพแวดล้อมทะเลจริงครั้งแรกที่ Blue Gulf Shipyard ในกรุงอาบูดาบี เมื่อเดือนมีนาคม 2568 การทดสอบนี้พิสูจน์ขีดความสามารถในการตรวจสอบและบำรุงรักษาท่อขนส่งปิโตรเลียมอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ สร้างความมั่นใจให้ ADNOC นำมาใช้ในภารกิจจริง

นายพงศ์ภัทร บินสมประสงค์ ระธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ S2 Robotics กล่าวว่า “ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล เป็นการยอมรับในศักยภาพของเรา ความสำเร็จจากการทดสอบภาคสนามแสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีนี้พร้อมใช้งานจริงเพื่อปกป้องโครงสร้างพื้นฐานพลังงาน”

ขั้นตอนการปฏิบัติการตรวจสอบและซ่อมแซม

ภารกิจนี้แบ่งเป็นสองส่วนหลัก เพื่อให้ ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล ได้ผลลัพธ์ที่ดีที่สุด

  • การตรวจสอบสภาพท่อ: ใช้เทคโนโลยีการสแกนแบบไม่ทำลาย (Non-Destructive Testing – NDT) เพื่อยืนยันการผุกร่อนของผนังท่ออย่างละเอียด ได้ข้อมูลแม่นยำเกี่ยวกับลักษณะและรูปทรงของปัญหา
  • การซ่อมแซมเพื่อเสริมความแข็งแรง: ใช้หุ่นยนต์ Nautilus MK2 ควบคุมการห่อท่อด้วยวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ (Carbon Fiber Wrap) ทำให้กระบวนการแม่นยำและคืนความแข็งแรงให้ท่อได้สมบูรณ์

การทำงานร่วมกันระหว่าง S2 Robotics, SAFEEN Group และ Kongsberg Ferrotech รวมถึงการเตรียมพื้นที่ด้วยการขุดลอกทรายและทำความสะอาดท่อ ทำให้ปฏิบัติการราบรื่น เรือ SAFEEN Surveyor นำหุ่นยนต์ไปยังจุดหมายเพื่อเริ่มงาน

Christopher Carlsen กรรมการของ S2 Robotics อธิบายว่า Nautilus MK2 มีความสามารถในการสแกนผนังท่อด้วย UT (Ultrasonic Tool) และ TOFD (Time of Flight Diffraction) ที่ละเอียดถึง 1×1 มิลลิเมตร ข้อมูลถูกส่งแบบเรียลไทม์ผ่านดาวเทียม ช่วยให้ผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์และตัดสินใจได้ทันที ลดความเสี่ยงและเพิ่มประสิทธิภาพ

หุ่นยนต์ Nautilus MK2 ซ่อมท่อส่งน้ำมัน

Nautilus MK2 ออกแบบให้ทำงานที่ความลึกสูงสุด 1,000 เมตร รองรับท่อขนาด 8-20 นิ้ว ผสมผสานการตรวจสอบ NDT กับการซ่อมด้วยคาร์บอนไฟเบอร์หรือ Steel Patch ทำให้เป็นโซลูชันครบวงจรสำหรับอุตสาหกรรมพลังงาน

นายธิติกุล นาคธน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร S2 Robotics สรุปว่า “การที่ ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล ไม่ใช่แค่ซ่อมบำรุง แต่เป็นการพลิกโฉมการดูแลสินทรัพย์ใต้ทะเล ปราศจากความเสี่ยงต่อมนุษย์ แม่นยำจากหุ่นยนต์ และข้อมูลเรียลไทม์ จะกำหนดอนาคตของอุตสาหกรรมพลังงาน”

S2 Robotics มุ่งมั่นนำเทคโนโลยีนี้ยกระดับความมั่นคงปลอดภัยโครงสร้างพื้นฐานพลังงานต่อไป นอกจากนี้ ในวงการยานยนต์และพลังงานยังมีข่าวอื่นที่น่าสนใจ เช่น โครงการคาราวานหมวกกันน็อก 60 ปีของไทยฮอนด้า ที่ส่งมอบหมวกนิรภัยกว่า 62,000 ใบให้เยาวชนใน 50 จังหวัด เพื่อส่งเสริมความปลอดภัยทางถนน

คาราวานหมวกกันน็อกไทยฮอนด้า

และโครงการส่งเสริมผลิตภัณฑ์ชุมชนลดใช้พลังงานจากกระทรวงพลังงาน ร่วมกับ PTG, PTTOR, เชลล์, คาลเท็กซ์ และซัสโก้ ภายใต้แคมเปญ “กินพี่…แล้วหมีหนาว” เพื่อผลักดันสินค้าชุมชนที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมสู่สถานีบริการน้ำมันทั่วประเทศ สร้างรายได้ให้ชุมชนและลดคาร์บอน

นวัตกรรมอย่าง Nautilus MK2 กำลังเปลี่ยนแปลงอุตสาหกรรมพลังงานให้ยั่งยืนมากขึ้น หากคุณสนใจเทคโนโลยีหุ่นยนต์ใต้ทะเลหรือข่าวสารยานยนต์ ลองติดตามเพิ่มเติมเพื่ออัปเดตความรู้ใหม่ๆ

ที่มา – เกาะสนามยานยนต์ : ADNOC เลือก Nautilus MK2 ซ่อมแซมท่อส่งน้ำมันใต้ทะเล

โกลเด้นวีค พลิกเกม จีนแห่เที่ยวไทยทะลัก

โกลเด้นวีค พลิกเกม จีนแห่เที่ยวไทยทะลัก เที่ยวบินแน่น-ตั๋วกลับพุ่ง 400%

ช่วงวันหยุดยาวโกลเด้นวีคของจีนกำลังสร้างปรากฏการณ์ที่น่าตื่นเต้นให้กับอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย โดยเฉพาะการที่นักท่องเที่ยวจีนแห่เดินทางมาทะลักจนทำให้เที่ยวบินตรงแน่นขนัดและราคาตั๋วเครื่องบินขากลับพุ่งสูงถึง 400% สถานการณ์นี้ไม่เพียงแต่สะท้อนถึงความนิยมที่พุ่งสูงของประเทศไทยในสายตาชาวจีนเท่านั้น แต่ยังเป็นสัญญาณบวกที่ชัดเจนต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยหลังวิกฤติโควิด-19

โกลเด้นวีค พลิกเกม จีนแห่เที่ยวไทยทะลัก

นายอดิษฐ์ ชัยรัตนานนท์ เลขาธิการสมาคมไทยธุรกิจการท่องเที่ยว (แอตต้า) ได้ให้ข้อมูลที่น่าสนใจว่า ตลาดนักท่องเที่ยวจีนกลับมาร้อนแรงเกินคาดในช่วงโกลเด้นวีค ซึ่งตรงกับวันที่ 28 กันยายน ถึง 6 ตุลาคม 2568 เที่ยวบินตรงจากเมืองต่างๆ ในจีน ไม่ว่าจะเป็นเมืองใหญ่หรือเมืองรอง ต่างมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารสูงถึง 99% ซึ่งมากกว่าช่วงปกติถึงสามเท่า สิ่งนี้ยืนยันว่าประเทศไทยยังคงเป็นจุดหมายปลายทางอันดับหนึ่งที่ชาวจีนอยากมาเยือน

หนึ่งในไฮไลต์ที่โดดเด่นคือราคาตั๋วเครื่องบินขากลับจากกรุงเทพฯ ไปยังปักกิ่ง ในวันที่ 7-9 ตุลาคม ที่พุ่งทะยานจากระดับปกติ 1,500-2,000 หยวน (ประมาณ 7,500-10,000 บาท) กลายเป็น 4,000-5,800 หยวน (ประมาณ 20,000-29,000 บาท) หรือเพิ่มขึ้นกว่า 400% สายการบินชั้นนำอย่าง China Eastern, Hainan Airlines, Air China และ Vietjet ต่างรายงานว่าตั๋วถูกจองเต็มล่วงหน้าเกือบทั้งหมด แม้ราคาจะสูง แต่ก็สะท้อนถึงอุปสงค์ที่แท้จริงและกำลังซื้อที่แข็งแกร่งของตลาดจีน

ตัวเลขนักท่องเที่ยวจีนที่พุ่งสูง

จากข้อมูลสถิติระหว่างวันที่ 26 กันยายน ถึง 2 ตุลาคม 2568 พบว่านักท่องเที่ยวต่างชาติเดินทางเข้าไทยรวม 586,942 คน โดยชาวจีนมีจำนวนถึง 123,752 คน คิดเป็นสัดส่วน 21% ของยอดรวม ตัวเลขต่อวันยังคงไต่ระดับขึ้นอย่างต่อเนื่อง จาก 11,649 คนในวันที่ 26 กันยายน สูงสุดที่ 23,902 คนในวันที่ 1 ตุลาคม และยังคงทรงตัวที่กว่า 22,000 คนในวันที่ 2 ตุลาคม ปัจจัยหลักที่ทำให้เกิดกระแสนี้ ได้แก่

  • เสถียรภาพทางการเมืองของไทยที่สร้างความเชื่อมั่นให้นักท่องเที่ยว
  • ความร่วมมือของอาเซียนในการปราบปรามอาชญากรรมออนไลน์ ลดภาพลบในสื่อจีน
  • การนำเสนอข่าวสารในเชิงบวกจากสื่อจีน ทำให้ไทยถูกมองว่าเป็นสถานที่ปลอดภัย คุณภาพสูงและอบอุ่น

การหลั่งไหลของนักท่องเที่ยวจีนในช่วงโกลเด้นวีค พลิกเกม จีนแห่เที่ยวไทยทะลัก นี้ กำลังส่งผลกระทบเชิงบวกต่อเศรษฐกิจไทยทันที โดยเฉพาะภาคโรงแรม ร้านอาหาร ธุรกิจท่องเที่ยว และการบินภายในประเทศ เมืองท่องเที่ยวหลักอย่างกรุงเทพฯ ภูเก็ต และเชียงใหม่ รวมถึงเมืองรองบางแห่ง เริ่มเห็นการกระจายตัวของนักท่องเที่ยวที่เพิ่มขึ้น ทำให้รายได้หมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจเพิ่มพูน

นอกจากนี้ ยังมีแนวโน้มว่านักท่องเที่ยวจีนจะใช้จ่ายสูงในด้านช้อปปิ้ง ทัวร์ และอาหารท้องถิ่น ซึ่งจะช่วยกระตุ้น GDP ของไทยให้เติบโตได้อีกหลายเปอร์เซ็นต์ ผู้ประกอบการท่องเที่ยวควรเตรียมความพร้อมรับมือกับกระแสนี้ เช่น เพิ่มบริการภาษาจีน การโปรโมทออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มอย่าง WeChat และ Douyin เพื่อดึงดูดนักท่องเที่ยวรุ่นใหม่

ในมุมมองของผู้เชี่ยวชาญ สถานการณ์โกลเด้นวีคนี้เป็นโอกาสทองที่ไทยไม่ควรมองข้าม หากรัฐบาลและภาคเอกชนร่วมมือกันพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและมาตรฐานความปลอดภัยต่อไป ก็จะช่วยยั่งยืนตำแหน่งของไทยในฐานะจุดหมายท่องเที่ยวยอดนิยมของจีนได้ในระยะยาว สุดท้ายแล้ว การท่องเที่ยวคือหัวใจหลักของเศรษฐกิจไทย และกระแสจีนแห่เที่ยวไทยทะลักนี้กำลังพิสูจน์ว่าประเทศเรายังคงมีเสน่ห์ที่ดึงดูดใจชาวโลก

หากคุณเป็นนักท่องเที่ยวหรือผู้ประกอบการ อย่าพลาดที่จะติดตามอัปเดตข่าวสารท่องเที่ยวล่าสุด เพื่อวางแผนการเดินทางหรือธุรกิจให้ตรงกับเทรนด์นี้

ที่มา – “โกลเด้นวีค” พลิกเกม จีนแห่เที่ยวไทยทะลัก เที่ยวบินแน่น-ตั๋วกลับพุ่ง 400%

พยากรณ์การฟื้นตัวของ Livramento ‘ข่าวดี’ – โฮว์

พยากรณ์การฟื้นตัวของ Livramento ‘ข่าวดี’ – โฮว์

ผู้จัดการทีมนิวคาสเซิล เอ็ดดี้ โฮว์ เปิดเผยว่าพยากรณ์การฟื้นตัวของติโน ลิฟราเมนโต ใช้เวลา 8 สัปดาห์ ถือเป็น ‘ข่าวดี’ สำหรับทีม แม้จะเป็นการสูญเสียนักเตะสำคัญ แต่ดีกว่าที่คาดไว้ในตอนแรก ขณะที่การรอคอยการเดบิวต์ของโยอาเน่ วิซซ่า จะนานขึ้นเล็กน้อย

ติโน ลิฟราเมนโต แบ็คขวาวัย 22 ปี เคยประสบปัญหาอาการบาดเจ็บเอ็นไขว้หน้าขาหนีบ (ACL) ครั้งก่อนสมัยอยู่เซาแธมป์ตัน ทำให้เมื่อถูกหามออกจากสนามสแตนลีย์ พาร์ค ในเกมที่นิวคาสเซิลแพ้ให้อาร์เซนอล เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา แฟนบอลต่างกังวลว่าอาจต้องพักยาวอีกครั้ง

ลิฟราเมนโต ต้องพลาดการติดทีมชาติอังกฤษชุดของโธมัส ทูเคิ่ล สำหรับเกมกับเวลส์และลัตเวีย หลังจากที่เขาลงเล่นมากที่สุดในทีมนิวคาสเซิลช่วงเปิดฤดูกาลพรีเมียร์ลีก ด้วยเวลาสะสม 646 นาที

พยากรณ์การฟื้นตัวของ Livramento ‘ข่าวดี’ – โฮว์

“เขาตรวจกับผู้เชี่ยวชาญเมื่อสองสามวันก่อน เพราะผลสแกนดูดีกว่าที่เราคิดไว้ตอนแรก” โฮว์กล่าว “ผู้เชี่ยวชาญยืนยันว่าอาการบาดเจ็บนี้จะใช้เวลาเกือบ 8 สัปดาห์ เป็นการสูญเสียที่หนักหนา แต่สำหรับสิ่งที่มันอาจจะแย่กว่านี้ ถือเป็นข่าวดี”

นอกจากนี้ นิวคาสเซิลยังขาดโยอาเน่ วิซซ่า กองหน้าวัย 29 ปีที่เพิ่งย้ายจากเบรนท์ฟอร์ดมาร่วมทีมด้วยค่าตัว 55 ล้านปอนด์ในวันเดดไลน์ แต่ยังไม่สามารถลงเล่นนัดแรกได้ หลังบาดเจ็บเข่าขณะรับใช้ทีมชาติคองโกในเดือนกันยายน

อัปเดตอาการบาดเจ็บของนักเตะใหม่

“วิซซ่าไปตรวจเข่ากับผู้เชี่ยวชาญเมื่อวานนี้” โฮว์กล่าว “ตอนนี้เราคิดว่าอาจจะใช้เวลา 8 สัปดาห์ แทนที่จะเป็น 6 สัปดาห์ ไม่มีอาการกำเริบหรือปัญหาเพิ่มเติม เพียงแค่นานขึ้นนิดหน่อย”

สถานการณ์นี้เกิดขึ้นก่อนที่นิวคาสเซิลจะเปิดบ้านรับการมาเยือนของน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ ทีมบ๊วยของพรีเมียร์ลีก ในวันอาทิตย์นี้ เวลา 14:00 น. ตามเวลาสหราชอาณาจักร การขาดหายไปของลิฟราเมนโตและวิซซ่าอาจส่งผลกระทบต่อฟอร์มของทีม แต่โฮว์มองในแง่บวก โดยเฉพาะพยากรณ์การฟื้นตัวของ Livramento ‘ข่าวดี’ – โฮว์ ที่ช่วยให้ทีมวางแผนได้ชัดเจน

ติโน ลิฟราเมนโต ถือเป็นหนึ่งในดาวรุ่งที่สัญญาว่าของพรีเมียร์ลีก หลังย้ายจากสเปอร์สมาอยู่นิวคาสเซิล เขาแสดงศักยภาพทั้งในด้านรับและบุก ได้รับความไว้วางใจจากโฮว์อย่างเต็มที่ การบาดเจ็บครั้งนี้มาจากจังหวะที่ถูกผู้เล่นอาร์เซนอลเข้าปะทะหนักในครึ่งหลังของเกม แม้ผลสแกนจะไม่เลวร้าย แต่ทีมแพทย์ต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด

สำหรับโยอาเน่ วิซซ่า การย้ายทีมครั้งนี้เป็นการลงทุนใหญ่ของนิวคาสเซิล เพื่อเสริมแนวรุกให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เขาเคยทำประตูให้เบรนท์ฟอร์ดในลีกสูงสุดอย่างต่อเนื่อง และหวังจะเป็นตัวหลักในทีม แต่ปัญหาเข่าทำให้ต้องรออีกพักใหญ่ โฮว์ยืนยันว่าไม่มีปัญหาเรื้อรัง เพียงแค่ต้องการเวลาฟื้นตัวให้สมบูรณ์แบบ

ในฤดูกาลนี้ นิวคาสเซิลเริ่มต้นได้ดีแต่ยังมีปัญหาเรื่องความสม่ำเสมอ การขาดนักเตะหลักสองคนนี้ จะเป็นบททดสอบสำคัญสำหรับโฮว์ในการปรับแท็คติก โดยเฉพาะเกมรับที่ลิฟราเมนโตเป็นกำลังหลัก แฟนบอลสาลิกาดงต้องอดทนรอ แต่พยากรณ์การฟื้นตัวของ Livramento ‘ข่าวดี’ – โฮว์ น่าจะช่วยให้ทีมไม่เสียหายนานเกินไป

นอกจากข่าวการบาดเจ็บแล้ว นิวคาสเซิลยังมีประเด็นอื่นๆ ที่น่าสนใจ เช่น การเตรียมทีมสำหรับนัดต่อไป และแผนการเสริมทัพในอนาคต ผู้จัดการโฮว์แสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่มั่นใจ โดยมองว่าทีมสามารถรับมือได้ แม้จะมีอุปสรรค

สำหรับแฟนบอลที่ติดตามพรีเมียร์ลีก การอัปเดตอาการบาดเจ็บของนักเตะเป็นสิ่งสำคัญมาก เพราะส่งผลโดยตรงต่อผลงานทีม ลิฟราเมนโตมีโอกาสกลับมาช่วยทีมก่อนสิ้นปี ซึ่งถือเป็นจุดเปลี่ยนที่ยินดี

สรุปแล้ว พยากรณ์การฟื้นตัวของ Livramento ‘ข่าวดี’ – โฮว์ เป็นสัญญาณบวกท่ามกลางข่าวร้าย การฟื้นตัวของวิซซ่าก็น่าจะตามมาไม่นาน นิวคาสเซิลยังคงเป็นทีมที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้ หากคุณเป็นแฟนบอล ลองติดตามข่าวสารเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดอัปเดตล่าสุด

คุณคิดว่าการขาดลิฟราเมนโตจะกระทบนิวคาสเซิลมากแค่ไหน? แสดงความเห็นในคอมเมนต์ด้านล่าง และอย่าลืมแชร์บทความนี้เพื่อให้เพื่อนๆ ได้อ่านด้วย!

ที่มา – Livramento recovery forecast ‘good news’ – Howe

ทูเคิลไม่มีปัญหากับเบลลิงแฮม ฟอเดน หรือ กรีลิช

โธมัส ทูเคิล ยืนยันว่าเขามี “ทูเคิลไม่มีปัญหากับเบลลิงแฮม ฟอเดน หรือ กรีลิช” หลังจากที่สามนักเตะนี้ถูกตัดออกจากทีมชาติอังกฤษสำหรับเกมต่อไปกับเวลส์และลัตเวียในสัปดาห์หน้า

เบลลิงแฮม ไม่ได้รับการเรียกตัวกลับแม้จะหายเจ็บไหล่แล้ว ในขณะที่ฟอเดนและกรีลิช ก็พลาดโอกาสแม้จะกลับมาฟอร์มดีกับแมนเชสเตอร์ ซิตี้ และเอฟเวอร์ตัน ตามลำดับ

กุนโดทีมชาติอังกฤษอย่างทูเคิล กล่าวว่าเบลลิงแฮม อยากติดทีม โดยได้คุยทางโทรศัพท์กับนักเตะวัย 22 ปีคนนี้

“เขาคือผู้เล่นพิเศษ และสำหรับผู้เล่นพิเศษก็อาจมีกฎเกณฑ์พิเศษเสมอ” ทูเคิลกล่าวถึงเบลลิงแฮม ที่เพิ่งได้ลงตัวจริงแค่นัดเดียวให้เรอัล มาดริด นับตั้งแต่หายเจ็บ

“แต่เราตัดสินใจยึดตามการตัดสินใจตรงไปตรงมา โดยเชิญกลุ่มเดิม

“จู๊ดสมควรติดทีมเสมอ แต่สถานการณ์ตอนนี้เขายังไม่ฟิตเต็มที่กับเรอัล มาดริด – เขายังไม่จบแมตช์ครบ

“เขาอยากติดทีม เราคุยกันทางโทรศัพท์”

ทูเคิล อยากเน้นย้ำความสัมพันธ์ที่ดีกับเบลลิงแฮม หลังจากที่เคยต้องขอโทษกองกลางคนนี้ก่อนหน้านี้ในปีนี้ หลังจากเรียกพฤติกรรมในสนามของเขาว่า “น่ารังเกียจ” ในการสัมภาษณ์สด

ชาวเยอรมันคนนี้กล่าวว่าเขาใช้คำนั้นโดยไม่ตั้งใจ และจะระวังมากขึ้นในอนาคต

เมื่อถูกถามว่ามีปัญหากับเบลลิงแฮม หรือไม่ ทูเคิลกล่าว: “ทูเคิลไม่มีปัญหากับเบลลิงแฮม ฟอเดน หรือ กรีลิช ไม่มีปัญหา

“ฟิล กลับมาทำอิทธิพลและตัดสินเกมให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แจ็ค ก็ใกล้จะกลับมาเป็นตัวเองในฟอร์มที่ดีที่สุด

“ไม่มีปัญหาส่วนตัว”

บูกาโย่ ซาก้า เข้ามาแทนที่โ-nonี มาดูเอเค้ที่บาดเจ็บ เป็นการเปลี่ยนแปลงเดียวจากทีมเมื่อเดือนที่แล้ว โดยรูเบน โลฟตัส-ชีค และจาเรล ควอนซาห์ ยังคงอยู่ในทีมหลังจากถูกเรียกตัวดึกเมื่อเดือนที่แล้วเพราะเหตุบาดเจ็บ

สิงโตคำรามจะพบเวลส์ในเกมกระชับมิตรที่เวมบลีย์วันพฤหัสบดี ก่อนลงแข่งเพลย์ออฟฟุตบอลโลกในริก้า วันที่ 14 ตุลาคม

หากอังกฤษชนะในลัตเวีย พวกเขาจะต้องการคะแนนสูงสุดสองคะแนนจากสองนัดสุดท้าย – กับเซอร์เบียและแอลเบเนียในเดือนพฤศจิกายน – เพื่อไปถึงทัวร์นาเมนต์ฤดูร้อนหน้าที่แคนาดา เม็กซิโก และสหรัฐอเมริกา

ทูเคิลไม่มีปัญหากับเบลลิงแฮม ฟอเดน หรือ กรีลิช

สิงโตคำรามโชว์ฟอร์มดีที่สุดภายใต้การนำของทูเคิล เมื่อพวกเขาบดเซอร์เบีย 5-0 นอกบ้านในเบลเกรด เมื่อครั้งล่าสุด

ทูเคิลกล่าวว่าฟอร์มนั้นทำให้การตัดสินใจยึดทีมเดิมเป็นเรื่องง่าย แม้จะ “ไม่มีหลักประกันใดๆ” สำหรับนักเตะคนใดในการเลือกทีม

“ค่ายล่าสุดแค่สามสัปดาห์ครึ่งก่อน และการทำงานเป็นทีมกับสปิริตอยู่ในระดับสูงสุด นั่นคือเหตุผลที่เรายินดีเชิญกลุ่มเดิม” เขากล่าว

“ฟอเดนอยู่ในช่วงเวลาดีมาก อดัม ไวต์แมน สมควรติดทีม เคอร์ติส โจนส์ และเทรโวห์ ชาโลบาห์ กำลังได้ลงเล่นกับสโมสร

“มีผู้เล่นที่สมควรอยู่ที่นี่ โคล พัลเมอร์ บาดเจ็บและเป็นผู้เล่นพิเศษ มันจะเป็นแบบนี้เสมอ

“เราจะเป็นทีมที่ดีกว่าด้วยจู๊ดหรือ? ใช่ แต่ผมบอกแล้ว ถ้าจู๊ดบาดเจ็บก่อนฟุตบอลโลก เราจะยกเลิกหรือ?”

การแถลงข่าวสุดมันส์จากทูเคิล

โธมัส ทูเคิล สร้างการแถลงข่าวสุดเร้าใจอีกครั้ง

ทูเคิล ผู้เชี่ยวชาญในการจัดการความสัมพันธ์กับสื่อ เริ่มด้วยคำแถลงเปิด เพื่ออธิบายการตัดสินใจของเขา

เบลลิงแฮม พร้อมและอยากมาร่วมค่าย แต่ทูเคิลกล่าวว่าเขาไม่อยากเปลี่ยนทีมมากเกินไป หลังจากชัยชนะ 5-0 เหนือเซอร์เบีย – ที่ซึ่งผู้จัดการทีมกล่าวว่าสปิริตทีมอยู่ในระดับสูงสุด

แต่ด้วยการที่ทูเคิลไม่เลือกเบลลิงแฮม และคำพูดซ้ำๆ เกี่ยวกับสปิริตทีม ยากที่จะไม่เชื่อมโยงสองอย่างนี้เข้าด้วยกัน – แม้ทูเคิลจะย้ำซ้ำๆ ว่าเบลลิงแฮม เป็น “พิเศษ” และ “ทูเคิลไม่มีปัญหากับเบลลิงแฮม ฟอเดน หรือ กรีลิช”

ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษย้ำเสมอว่าเขาอยากให้ทีมชาติรู้สึกเหมือนสโมสร และด้วยการยึดทีมเดิมหลังชัยชนะเด็ดขาด เขาก็ทำได้ แต่คำถามจะตามมาอีกในค่ายหน้า หากอังกฤษชนะดีในสองนัดนี้

การตัดสินใจของทูเคิลในการยึดทีมเดิมสะท้อนถึงปรัชญาการสร้างทีมที่มั่นคง หากคุณเป็นแฟนบอลอังกฤษ อย่าลืมติดตามเกมต่อไปเพื่อเห็นว่าสปิริตทีมจะพาพวกเขาไปได้ไกลแค่ไหน

ที่มา – No problem with Bellingham, Foden or Grealish – Tuchel