สำนักงานสลากฯ จ่อเคาะสัดส่วนเงินออม คืนเงินผู้ซื้อไม่ถูกรางวัล
สำนักงานสลากฯ จ่อเคาะสัดส่วนเงินออม คืนเงินผู้ซื้อไม่ถูกรางวัล สรุปชัดสัปดาห์หน้า
ในยุคที่การเงินส่วนบุคคลกลายเป็นเรื่องสำคัญ สำหรับประชาชนชาวไทย การมีนโยบายที่ช่วยส่งเสริมการออมเงินถือเป็นข่าวดีที่หลายคนรอคอย ล่าสุด สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (สำนักงานสลากฯ) ได้ประกาศความคืบหน้าเกี่ยวกับโครงการคืนเงินให้ผู้ซื้อสลากดิจิทัลที่ไม่ถูกรางวัล ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายรัฐบาลเพื่อสนับสนุนการออม โดยคาดว่าจะมีข้อสรุปชัดเจนในสัปดาห์หน้า
โครงการนี้มุ่งเน้นไปที่ผู้ที่ซื้อสลาก L6 ผ่านแอปพลิเคชันเป๋าตัง ซึ่งเป็นรูปแบบดิจิทัลที่สะดวกและปลอดภัย หากไม่ถูกรางวัล ผู้ซื้อจะได้รับเงินคืนบางส่วนในรูปแบบเงินออม ซึ่งจะช่วยกระตุ้นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการออมเงินมากขึ้น แทนที่จะมองว่าการซื้อสลากเป็นเพียงการเสี่ยงโชคเท่านั้น
สำนักงานสลากฯ จ่อเคาะสัดส่วนเงินออม คืนเงินผู้ซื้อไม่ถูกรางวัล สรุปชัดสัปดาห์หน้า
พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ได้เปิดเผยถึงความคืบหน้าของโครงการนี้ โดยระบุว่าสำนักงานสลากฯ พร้อมรับนโยบายจากรัฐบาลอย่างเต็มที่ การหารือกับปลัดกระทรวงการคลังได้ดำเนินมาหลายครั้งแล้ว และในสัปดาห์หน้า คาดว่าจะได้ข้อสรุปเรื่องสัดส่วนการคืนเงินที่ชัดเจน โดยจะนำเสนอต่อบอร์ดสลากฯ เพื่ออนุมัติ ก่อนให้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังลงนามเพื่อเดินหน้าต่อไป
กำหนดการคืนเงินจะอยู่ในกรอบ 4 เดือน ตามนโยบายรัฐบาล ซึ่งจะช่วยให้ประชาชนได้รับประโยชน์อย่างรวดเร็ว โครงการนี้มาจากสัดส่วนรายได้ของสลากกินแบ่งรัฐบาลที่ 17% ซึ่งเป็นส่วนของค่าบริหารจัดการและจำหน่าย โดยปกติแล้ว รายได้จากการขายสลากจะแบ่งเป็น 60% สำหรับรางวัล, 23% ส่งเข้ารัฐ, และ 17% สำหรับบริหารจัดการ
รายละเอียดสัดส่วนเงินคืนและการบริหารจัดการ
ในส่วนของ 17% นี้ จะถูกแบ่งย่อยอีก โดย 12-14% เป็นส่วนลดให้ตัวแทน มูลนิธิ และองค์กรต่าง ๆ ส่วนที่เหลือ 3-5% เป็นค่าดำเนินการของสำนักงานสลากฯ เช่น ค่าเงินเดือน ค่าน้ำค่าไฟ เป็นต้น สำนักงานสลากฯ จะนำเงินจากส่วนนี้มาคืนให้ประชาชนในรูปแบบเงินออม อย่างไรก็ตาม ต้องคำนึงถึงตัวชี้วัดที่กำหนดให้ต้องนำเงินคืนส่งรัฐอีกส่วนหนึ่ง โดยแต่ละปี สำนักงานสลากฯ มีรายได้จากส่วนนี้ประมาณ 9,000 ล้านบาท และนำส่งรัฐ 7,000 ล้านบาท
พ.ร.บ.สลากกินแบ่งรัฐบาลกำหนดชัดเจนว่าส่วน 23% ที่ส่งเข้ารัฐไม่สามารถนำไปใช้อย่างอื่นได้ ดังนั้น การพิจารณาจะเน้นที่ส่วน 17% เท่านั้น ปัจจุบัน ยอดขายสลากดิจิทัลอยู่ที่ 27 ล้านใบต่องวด ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความนิยมที่เพิ่มขึ้น หากโครงการนี้เดินหน้า จะช่วยให้ผู้ซื้อสลากดิจิทัลมีแรงจูงใจมากยิ่งขึ้นในการซื้อผ่านช่องทางดิจิทัล
สำหรับคำถามที่ว่าการดำเนินโครงการนี้จะทำให้ต้องเพิ่มราคาสลากหรือไม่ พันโท หนุน ยืนยันว่ายังไม่จำเป็น เนื่องจากราคาสลากปัจจุบันยังเกิน 80 บาทอยู่แล้ว หากเพิ่มเป็น 100 บาท รางวัลจะเพิ่มตาม แต่สำนักงานสลากฯ เคยทำแบบสอบถามและเห็นว่ายังไม่ควรขยายราคาในตอนนี้
ประโยชน์ของโครงการต่อการออมของประชาชน
โครงการคืนเงินสำหรับสลากดิจิทัลที่ไม่ถูกรางวัลนี้ ไม่ได้มุ่งแข่งขันกับหวยเกษียณของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) แต่เป็นทางเลือกเพิ่มเติมให้ประชาชนสามารถออมได้ทั้งสองช่องทาง หลักการเบื้องต้นคือ เงินคืนจะถอนได้เมื่ออายุ 55 ปี ส่วนผู้ที่อายุ 56 ปีขึ้นไป สามารถออมเพิ่มได้อีก 5 ปี ซึ่งช่วยเสริมสร้างวินัยการออมในระยะยาว
นอกจากนี้ โครงการนี้ยังช่วยลดปัญหาการขายสลากเกินราคา เนื่องจากการซื้อผ่านเป๋าตังจะควบคุมราคาได้ที่ 80 บาท และเพิ่มความโปร่งใสในการซื้อขาย ผู้ที่สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้จากเว็บไซต์สำนักงานสลากฯ หรือแอปเป๋าตัง
ในมุมมองของผู้เขียน โครงการนี้เป็นก้าวสำคัญที่ทำให้การซื้อสลากไม่ใช่แค่การลุ้นรางวัล แต่กลายเป็นเครื่องมือในการออมเงินที่เข้าถึงง่ายสำหรับทุกคน หากคุณกำลังมองหาทางเลือกการออมใหม่ ลองพิจารณาการซื้อสลากดิจิทัลดูสิ อาจช่วยให้คุณมีเงินออมเพิ่มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ติดตามข่าวสารนโยบายรัฐบาลเพิ่มเติมเพื่อไม่พลาดข้อมูลสำคัญ
ที่มา – สำนักงานสลากฯ จ่อเคาะสัดส่วนเงินออม คืนเงินผู้ซื้อไม่ถูกรางวัล สรุปชัดสัปดาห์หน้า












