วัน: 12 ตุลาคม 2025

นายกฯ ยอมใจ “กัน จอมพลัง” ช่วยชายแดนบ้านหนองจาน

“นายกฯ อนุทิน” ยอมใจ “กัน จอมพลัง” ช่วยชายแดน เชื่อ คนไทยไม่ชอบให้ใครมารุกราน ชี้ ความช่วยเหลือแรกต้องมาจากรัฐบาล บอก See you soon ไปบ้านหนองจานแน่นอน ยันไม่เปลี่ยนตัวประธาน JBC ฝ่ายไทย

เวลา 15.10 น. วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ที่ศูนย์จำหน่ายและแสดงสินค้าหนึ่งตำบลหนึ่งผลิตภัณฑ์ OTOP เทศบาลเมืองบ่อพลอย จังหวัดกาญจนบุรี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง นำเครื่องเสียงไปเปิดซาวด์หลอนให้ชาวกัมพูชาฟังในพื้นที่ชายแดนบ้านหนองจาน จังหวัดสระแก้ว ซึ่งชาวกัมพูชาได้มีการร้องเรียนไปยัง UN ว่า ทุกคนที่เป็นคนไทยไม่มีใครชอบที่มีคนรุกรานอธิปไตยของเรา แต่เราจะไปตำหนิเขา เขาก็แสดงออกในสิ่งที่คิดว่าทำแล้วทำให้คนทั่วไปรู้ว่านี่คือดินแดนประเทศไทย ซึ่งตนจะพยายามทำให้เป็นสากลมากที่สุด

นายอนุทิน กล่าวต่อไปว่า นายกัน จอมพลัง เวลาที่เขาช่วยเหลือประชาชนก็ต้องยอมใจเขา ตอนที่ตนเป็นฝ่ายค้านแล้วมีเหตุต้องอพยพชาวบ้าน 3-4 จังหวัด ตนไปดูแลประชาชนก็เจอแต่รถกัน จอมพลัง จนตกใจว่าทำไมคนๆ เดียวถึงสามารถระดมความช่วยเหลือได้มากกว่ารัฐ และวันนี้เมื่อเราเข้ามาเป็นรัฐบาลแล้วก็ไม่ใช่ว่าไปแข่งกับ กัน จอมพลัง แต่ความช่วยเหลือแรกต้องมาจากรัฐบาลก่อน ส่วนคนดีๆ อย่างกัน จอมพลัง ก็มาเสริม ซึ่งประชาชนได้ประโยชน์ รัฐบาลต้องไม่ผลักภาระนี้ให้ประชาชนดูแลกันเอง รัฐบาลต้องดูแลเป็นพื้นฐาน ส่วนที่นายวีระ สมความคิด ออกมาโต้นายกรัฐมนตรีว่าอย่างน้อยเขาก็ไม่โกงชาตินั้น นายอนุทิน ระบุว่า “บอกอนุทินไม่โกงชาติ เขาพูดถูก ซึ่งถ้าเขาไม่โกงชาติก็ดีแล้ว เพราะผมก็ไม่โกงชาติ ผมก็รักชาติ”

นายกฯ ยอมใจ “กัน จอมพลัง” ช่วยชายแดนบ้านหนองจาน

เมื่อถามถึงกระแสเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีลงพื้นที่บ้านหนองจาน นายอนุทิน กล่าวยืนยันว่าไปแน่นอน ส่วนจะเป็นเมื่อไหร่นั้น See you soon และถ้าเราไปก็จะไม่เป็นอุปสรรคการทำงานของเจ้าหน้าที่ เราต้องไปเพื่อสนับสนุนการทำงานให้บรรลุเป้าหมาย เราอยู่ข้างหลังเราสนับสนุนได้ แต่ถ้ามีความจำเป็นต้องไป ไม่ต้องห่วงตนไปอยู่แล้ว

ทางด้านคำถามถึงกรณีตำแหน่งประธาน JBC ยังเป็นคนเดิมหรือไม่ เพราะนายกรัฐมนตรีบอกว่ามีคนในใจแล้ว นายอนุทิน ตอบว่า ยังเป็นนายประศาสน์ ประศาสน์วินิจฉัย ประธานคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วมไทย-กัมพูชา (JBC) ฝ่ายไทย ขออย่าถามว่าเปลี่ยนม้ากลางศึกหรือไม่ แต่ขอเอาคนทำงานได้ มีความสามารถ.

เรื่องราวของ นายกฯ ยอมใจ “กัน จอมพลัง” ช่วยชายแดนบ้านหนองจาน กลายเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในสังคมออนไลน์และในหมู่ประชาชนทั่วไป การที่นายกรัฐมนตรีออกมากล่าวชมเชยการทำงานของนายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง ในการช่วยเหลือประชาชนตามแนวชายแดนเป็นการสะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่เกิดขึ้นในสังคม

ทำไมนายกฯ ถึงยอมใจ “กัน จอมพลัง” ช่วยชายแดนบ้านหนองจาน?

เหตุผลสำคัญที่ทำให้นายกรัฐมนตรีออกมาแสดงความชื่นชมนั้น มาจากการที่กัน จอมพลัง สามารถระดมความช่วยเหลือไปยังประชาชนที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ซึ่งในบางครั้งอาจจะเร็วกว่ากลไกของรัฐเสียอีก การทำงานของกัน จอมพลัง จึงเป็นการเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับชุมชนและช่วยบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้เป็นอย่างดี

นอกจากนี้ การที่นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการลงพื้นที่บ้านหนองจานด้วยตนเอง ยิ่งแสดงให้เห็นถึงความตั้งใจของรัฐบาลในการให้ความสำคัญกับปัญหาที่เกิดขึ้นตามแนวชายแดน และพร้อมที่จะให้การสนับสนุนการทำงานของเจ้าหน้าที่และภาคประชาชนที่กำลังช่วยเหลือพี่น้องร่วมชาติ

เรื่องราวของนายกฯ ยอมใจ “กัน จอมพลัง” ช่วยชายแดนบ้านหนองจาน ยังเป็นเครื่องเตือนใจให้เราเห็นว่า การช่วยเหลือซึ่งกันและกันเป็นสิ่งสำคัญ และไม่ว่าจะเป็นใครก็สามารถมีส่วนร่วมในการสร้างสังคมที่ดีขึ้นได้ การที่ภาครัฐและภาคประชาชนร่วมมือกัน จะนำไปสู่การแก้ไขปัญหาที่ยั่งยืนและสร้างความเข้มแข็งให้กับประเทศชาติ

ที่มา – นายกฯ ยอมใจ “กัน จอมพลัง” ช่วยชายแดน บอก See you soon ลงพื้นที่บ้านหนองจาน

“ธรรมนัส” มั่นใจปีนี้ “เอาอยู่” น้ำไม่ท่วมนนทบุรี

“ธรรมนัส” ยัน น้ำท่วมปทุมฯ – นนทบุรี มาจากน้ำทะเลหนุนสูง มั่นใจปีนี้ “เอาอยู่“ สั่งกรมชลประทาน เร่งสำรวจความเสียหาย – เตือน พายุลูกใหม่จ่อลงใต้ “ชุมพร-นราธิวาส”

วันที่ 12 ต.ค. 2568 ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวถึงสถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ภาคกลางว่า ปีนี้ประเทศไทยได้รับผลกระทบจากพายุหลายลูก โดยพายุลูกสุดท้ายกำลังเจือจางลง ซึ่งทำให้จังหวัดนนทบุรี และจังหวัดปทุมธานีได้รับผลกระทบน้ำท่วมในบางพื้นที่ เบื้องต้นได้รับฟังปัญหาจากชาวบ้าน และสั่งการให้เจ้าหน้าที่รับมืออย่างเต็มรูปแบบ ยืนยันว่า รับมือสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคกลางได้

ส่วนสาเหตุน้ำท่วมจังหวัดปทุมธานี มาจากน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้น้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาไหลรวมกับน้ำทะเล จึงเอ่อล้นท่วมบ้านประชาชนจังหวัดปทุมธานี ส่วนจังหวัดนนทบุรีมั่นใจว่า “เอาอยู่” อาจท่วมตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยา ส่วนประชาชนได้รับผลกระทบเบื้องต้นกรมชลประทานกำลังเร่งสำรวจความเสียหายให้เร็วที่สุด

ร้อยเอก ธรรมนัส ยังกล่าวว่า มวลน้ำที่มาจากภาคเหนือเริ่มมีปริมาณน้อยลง สามารถบริหารจัดการได้ ส่วนจังหวัดชุมพรจนถึงจังหวัดนราธิวาสจะเริ่มมีพายุก่อตัวขึ้น วันนี้จึงได้สั่งการให้กรมชลประทานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับมือพายุภาคใต้

เมื่อถามย้ำว่าปีนี้เอาน้ำท่วมอยู่หรือไม่ ร้อยเอก ธรรมนัส บอกว่า ปีนี้ “เอาอยู่”

“ธรรมนัส” มั่นใจปีนี้ “เอาอยู่” น้ำไม่ท่วมนนทบุรี

จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ของประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดนนทบุรีและปทุมธานี ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ล่าสุด ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบสถานการณ์ และให้ความมั่นใจว่า ภาครัฐจะสามารถควบคุมสถานการณ์น้ำท่วมได้ในปีนี้

ร้อยเอก ธรรมนัส กล่าวว่า สาเหตุหลักของน้ำท่วมในจังหวัดปทุมธานี มาจากน้ำทะเลหนุนสูง ทำให้การระบายน้ำจากเขื่อนเจ้าพระยาเป็นไปได้ยาก อย่างไรก็ตาม ทางกรมชลประทานกำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหา และให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่

สถานการณ์น้ำท่วมในนนทบุรี “เอาอยู่” จริงหรือ?

สำหรับสถานการณ์ในจังหวัดนนทบุรี ร้อยเอก ธรรมนัส ยืนยันว่า สถานการณ์ยังอยู่ในความควบคุม และมั่นใจว่า จะสามารถ “เอาอยู่” ได้ โดยอาจมีน้ำท่วมในบางพื้นที่ที่ติดกับแม่น้ำเจ้าพระยา แต่จะไม่ส่งผลกระทบในวงกว้าง นอกจากนี้ ยังได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเตรียมพร้อมรับมือกับพายุลูกใหม่ที่กำลังจะเข้าสู่ภาคใต้ โดยเฉพาะในจังหวัดชุมพรและนราธิวาส

เพื่อให้เข้าใจถึงสถานการณ์น้ำท่วมและการเตรียมพร้อมรับมือของภาครัฐอย่างละเอียด เรามาดูกันว่ามีมาตรการอะไรบ้างที่ถูกนำมาใช้:

  • การเร่งระบายน้ำ: กรมชลประทานกำลังเร่งระบายน้ำจากเขื่อนต่างๆ เพื่อลดปริมาณน้ำที่จะไหลลงสู่พื้นที่ตอนล่าง
  • การเสริมแนวป้องกัน: มีการเสริมแนวป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่เสี่ยง เพื่อป้องกันน้ำเอ่อล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน
  • การให้ความช่วยเหลือ: หน่วยงานต่างๆ ได้จัดเตรียมถุงยังชีพและสิ่งของจำเป็นอื่นๆ เพื่อให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ
  • การแจ้งเตือนภัย: มีการแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนทราบถึงสถานการณ์น้ำท่วมอย่างใกล้ชิด เพื่อให้สามารถเตรียมตัวรับมือได้อย่างทันท่วงที

ถึงแม้ว่าร้อยเอก ธรรมนัส จะให้ความมั่นใจว่า สถานการณ์น้ำท่วมในปีนี้จะ “เอาอยู่” แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ การที่ประชาชนทุกคนต้องเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่อาจเกิดขึ้น โดยติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิด และปฏิบัติตามคำแนะนำของหน่วยงานราชการอย่างเคร่งครัด เพื่อลดความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นจากภัยน้ำท่วม

สถานการณ์น้ำท่วมเป็นปัญหาที่ซับซ้อนและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน เพื่อแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน การเตรียมพร้อมรับมือ การบริหารจัดการน้ำที่มีประสิทธิภาพ และการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ล้วนเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดความเสียหายและบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชนได้

ที่มา – “ธรรมนัส” มั่นใจปีนี้ “เอาอยู่”น้ำไม่ท่วมนนทบุรี เตือน พายุลูกใหม่จ่อลงใต้ “ชุมพร-นราธิวาส”

ธรรมนัส ยัน! ไม่มีเวลาแจง กมธ. จ่อเปิดตัว ฉลอง เรี่ยวแรง

“ธรรมนัส” แจงนายกฯ มอบหมายลงพื้นที่ ไม่มีเวลาแจง กมธ.มั่นคงฯ หลัง “โรม” ยันต้องมาแจงเอง แย้มเตรียมเปิดตัว “ฉลอง เรี่ยวแรง” ซบพรรคกล้าธรรม ลั่น เน้นคนทำงาน “นฤมล” ยันส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ นายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ในฐานะประธานกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติและการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร ยืนยันว่าต้องให้ ร้อยเอกธรรมนัส ไปชี้แจงกับ กมธ. ด้วยตนเอง กรณีความสัมพันธ์กับ นายเบน สมิธ แม้จะส่งตัวแทนไปก็ไม่ได้

ร้อยเอกธรรมนัส อธิบายว่า การทำงานของตนเองจะมี 2 ส่วน คือ งานบริหารราชการแผ่นดิน โดยนายกรัฐมนตรีได้กำชับรองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนให้ลงพื้นที่ในจังหวัดที่ตัวเองรับผิดชอบ ซึ่งตนรับผิดชอบ 8 จังหวัดภาคเหนือ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงจำเป็นต้องเอานโยบายที่นายกรัฐมนตรีแถลงต่อรัฐสภาไปมอบให้กับผู้ว่าราชการจังหวัดแต่ละจังหวัด ภารกิจทุกวันนี้จึงแทบไม่มีวันหยุด สำหรับการประชุมสภาฯ 2 วันที่ผ่านมา ก็ต้องลาประชุมเพราะต้องไปติดตามปัญหาน้ำท่วม ส่วนที่ กมธ.ต่างๆ จะเชิญรัฐมนตรีแต่ละคนไปชี้แจง บางเรื่องตนเองก็แถลงชี้แจงไปแล้ว ก็ให้เอาข้อมูลที่ตนแถลงกับสื่อมวลชนไปแล้ว ไม่จำเป็นที่จะต้องชี้แจงอะไร

“สื่อถามทุกอย่าง ที่เอาไปลงข่าวตั้งเป็นประเด็น ผมตอบคำถามไปเรียบร้อยหมดแล้ว จึงไม่มีประเด็นอะไรที่จะต้องชี้แจง และผมก็เน้นว่าใครก็ตามที่อยู่ในประเทศไทย หากทำผิดหรือละเมิดกฎหมายไทย เจ้าหน้าที่มีอยู่ก็ต้องดำเนินคดี ไม่ต้องกังวล ไม่ต้องไปโอเวอร์แอ็กชันจนเกินไปให้เป็นเรื่องเป็นราว เพราะเจ้าหน้าที่ทุกส่วนเขามีข้อมูลอยู่แล้ว และผมก็เชื่อมั่นในตัวของเจ้าหน้าที่ เราเป็น สส. การทำประโยชน์ให้กับประชาชนคือเรื่องสำคัญที่สุด และผมก็เป็น สส.”

เมื่อถามต่อไปว่าพรรคกล้าธรรมเตรียมพร้อมอย่างไรสำหรับการเลือกตั้งครั้งหน้า ร้อยเอกธรรมนัส กล่าวว่า ตนได้สั่ง สส. ของพรรคกล้าธรรมว่าควรอยู่ในพื้นที่ เพราะอีกไม่กี่วันก็จะปิดสมัยประชุมรัฐสภา กลับมาเปิดอีกทีปลายเดือนธันวาคม และเดือนมกราคม 2569 ก็จะยุบสภา สส. ควรอยู่ในพื้นที่เพื่อดูแลประชาชน

ทางด้านคำถามว่า จังหวัดนนทบุรี พรรคกล้าธรรมปักหมุดไว้หรือไม่ ร้อยเอกธรรมนัส ตอบว่า จะมีครอบครัวของนายฉลอง เรี่ยวแรง มาร่วมอุดมการณ์ มีอดีตรองนายกเทศมนตรีของนนทบุรีมาร่วมด้วย และยังมีอีกหลายคนที่จะมาร่วมอุดมการณ์กัน ซึ่งเร็วๆ นี้เราจะเปิดตัวสำหรับผู้สมัคร สส. ของพรรคเรา พร้อมย้ำว่ายุทธศาสตร์ของพรรคกล้าธรรมที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรค วางไว้คือ ผู้สมัครทำงานให้เห็นว่าพวกเขาเหล่านั้นคือความหวังของประชาชนที่จะเลือกมาเป็นตัวแทน สส. ไม่ทำงานเราไม่เอา และคนที่พูดหล่อพูดสวยก็ไม่เอา

ขณะที่ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะหัวหน้าพรรคกล้าธรรม กล่าวยืนยันว่า พรรคกล้าธรรมจะส่งว่าที่ผู้สมัคร สส. ครบทุกเขตแน่นอน

ธรรมนัส ยัน! ไม่มีเวลาแจง กมธ. จ่อเปิดตัว ฉลอง เรี่ยวแรง

ร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรี ยืนยันว่าไม่มีเวลาไปชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ เนื่องจากมีภารกิจลงพื้นที่ตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย พร้อมกันนี้ยังกล่าวถึงการเตรียมเปิดตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง ที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรคกล้าธรรม

เหตุผลที่ธรรมนัสไม่ไปแจง กมธ. และการเปิดตัว ฉลอง เรี่ยวแรง

เหตุผลหลักที่ร้อยเอกธรรมนัสให้ไว้คือ การที่นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีแต่ละคนลงพื้นที่รับผิดชอบในจังหวัดต่างๆ ทำให้ตนเองต้องลงพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนือ และ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ การลงพื้นที่ดังกล่าวมีความสำคัญในการนำนโยบายของรัฐบาลไปสู่การปฏิบัติในระดับท้องถิ่น ทำให้ตารางงานของร้อยเอกธรรมนัสเต็มไปด้วยภารกิจที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ร้อยเอกธรรมนัสยังกล่าวถึงการเตรียมเปิดตัว นายฉลอง เรี่ยวแรง ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงการขยายฐานเสียงของพรรคกล้าธรรมในจังหวัดนนทบุรี โดยมีอดีตรองนายกเทศมนตรีของนนทบุรี และผู้มีอุดมการณ์เดียวกันอีกหลายท่านที่จะเข้ามาร่วมงานกับพรรค การเปิดตัวครั้งนี้เป็นการตอกย้ำถึงยุทธศาสตร์ของพรรคกล้าธรรมที่เน้นการคัดเลือกผู้สมัครที่มีความสามารถในการทำงาน และสามารถเป็นความหวังของประชาชนได้

นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ หัวหน้าพรรคกล้าธรรม ได้ยืนยันถึงความพร้อมในการส่งผู้สมัคร สส. ครบทุกเขต ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการแข่งขันในสนามเลือกตั้งที่จะมาถึง

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ทางการเมืองขณะนี้มีความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจ การที่ร้อยเอกธรรมนัสไม่สามารถไปชี้แจงต่อ กมธ. ได้เนื่องจากภารกิจที่ได้รับมอบหมาย แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารราชการแผ่นดินและการลงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาให้กับประชาชน ในขณะเดียวกัน การเปิดตัวนายฉลอง เรี่ยวแรง และผู้ร่วมอุดมการณ์ใหม่ๆ ก็เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการเตรียมพร้อมสำหรับการเลือกตั้งครั้งต่อไปของพรรคกล้าธรรม

การเมืองไทยยังคงต้องจับตาดูอย่างใกล้ชิด เพราะทุกการเคลื่อนไหวของนักการเมืองและพรรคการเมือง ล้วนส่งผลต่อทิศทางของประเทศในอนาคต

ที่มา – “ธรรมนัส” ยันไม่มีเวลาไปแจง กมธ.มั่นคงฯ จ่อเปิดตัว “ฉลอง เรี่ยวแรง” ซบกล้าธรรม

นพ.เปรมศักดิ์ร้อง! ถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรม

“นพ.เปรมศักดิ์” ร้องประธานวุฒิสภา ขอทบทวนมติ กมธ.กฎหมายฯ กีดกันขัดขวางไม่ให้เป็นตัวแทนเข้าเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ โวยผิดข้อบังคับ – ถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรม

วันที่ 12 ตุลาคม นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา (สว.) ทำหนังสือถึงนายมงคล สุรสัจจะ ประธานวุฒิสภา เพื่อขอให้พิจารณาทบทวนมติของคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา กรณีการพิจารณาเสนอรายชื่อกรรมาธิการ ในสัดส่วนของวุฒิสภา เพื่อเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม) หลังจากเกิดเหตุการณ์ที่ “ไม่ชอบธรรม” และ “ขัดข้อบังคับการประชุม”

เรื่องราวการร้องเรียนถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรมของนพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ สมาชิกวุฒิสภา กำลังกลายเป็นประเด็นที่ถูกจับตามองอย่างใกล้ชิดในแวดวงการเมือง โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งเป็นเรื่องที่มีความสำคัญและละเอียดอ่อนเป็นอย่างมาก การที่สมาชิกวุฒิสภารายหนึ่งออกมาเปิดเผยถึงความไม่โปร่งใสในการคัดเลือกผู้แทนเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการวิสามัญพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ยิ่งทำให้สังคมตั้งคำถามถึงกระบวนการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในระบบรัฐสภา

จับสลากได้เป็นกมธ.

ในหนังสือดังกล่าว นพ.เปรมศักดิ์ ระบุว่า เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม วุฒิสภา มีมติให้ตนเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการชุดนี้ เพื่อเข้าร่วมเป็นหนึ่งในกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฯ และได้ส่งชื่อไปยังคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา (วิปวุฒิ) เป็นที่เรียบร้อยเพื่อจับฉลาก

อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม 2568 คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาได้จับสลากจากรายชื่อที่คณะต่าง ๆ ส่งเข้ามา รวม 20 คณะ เหลือเพียง 11 คณะ เพื่อร่วมกับคณะกรรมาธิการพัฒนาการเมืองฯ รวมเป็น 12 คน ซึ่งเป็นโควตาของวุฒิสภาในการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว ซึ่งวิปวุฒิได้จับฉลากได้ตนเป็นตัวแทนของคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรม

แฉประธานกมธ.สกัด

นพ.เปรมศักดิ์ กล่าวว่า แต่ปรากฏว่าในวันต่อมา (10 ตุลาคม 2568) ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมวุฒิสภา ได้เรียกประชุมด่วน โดยมีวาระพิจารณารายชื่อผู้แทนกรรมาธิการฯ ใหม่ ทั้งที่ได้มีมติไปแล้วในวันที่ 8 ตุลาคม ซึ่งตามข้อบังคับจะต้องเรียกประชุมล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 3 วัน หรือหากเป็นเรื่องด่วน วาระต้องไม่ซ้ำซ้อนกับมติเดิม

โวยพิจารณาลับหลัง

นพ.เปรมศักดิ์ ระบุด้วยว่า การเรียกประชุมดังกล่าวถือว่าผิดข้อบังคับ อีกทั้งตนไม่ได้รับโอกาสเข้าร่วมประชุมเนื่องจากติดภารกิจในจังหวัดขอนแก่น จึงเป็นการพิจารณา “ลับหลัง” และภายหลังที่ประชุมมีมติไม่ส่งรายชื่อใครเข้าร่วม พร้อมคืนโควต้าให้คณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภาไปพิจารณาแทน

“การดำเนินการของประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมวุฒิสภาครั้งนี้ ถือเป็น “การใช้อำนาจโดยไม่สุจริต” และ “ขัดต่อหลักจริยธรรมทางนิติบัญญัติ” เพราะเป็นการกระทำที่กระทบสิทธิส่วนบุคคล และอาจส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ของวุฒิสภาโดยรวม จึงขอเรียกร้องให้ประธานวุฒิสภา ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการวิสามัญกิจการวุฒิสภา เร่งพิจารณาทบทวนมติที่เกิดขึ้นโดยด่วน เพื่อรักษามาตรฐานและบรรทัดฐานของวุฒิสภา” สว.เปรมศักดิ์กล่าว

นพ.เปรมศักดิ์ร้อง! ถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรม

ประเด็นสำคัญของกรณีนี้คือการที่ นพ.เปรมศักดิ์ อ้างว่าตนเองถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรมจากการเข้าร่วมเป็นกรรมาธิการพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญ ทั้งๆ ที่ผ่านการจับฉลากและได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมาธิการชุดเดิมแล้ว การที่ประธานคณะกรรมาธิการการกฎหมายและการยุติธรรมวุฒิสภาเรียกประชุมด่วนเพื่อพิจารณารายชื่อใหม่ โดยที่ นพ.เปรมศักดิ์ ไม่ได้รับทราบและไม่มีโอกาสเข้าร่วมประชุม ยิ่งทำให้เกิดข้อสงสัยถึงความโปร่งใสและเป็นธรรมในการดำเนินการ

ทำไมนพ.เปรมศักดิ์ถึงร้องเรียนว่าถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรม?

เหตุผลหลักที่ นพ.เปรมศักดิ์ ร้องเรียนคือการที่เขาเชื่อว่ากระบวนการคัดเลือกผู้แทนกรรมาธิการฯ ไม่เป็นไปตามข้อบังคับการประชุมและหลักจริยธรรมทางนิติบัญญัติ การที่ประธานคณะกรรมาธิการฯ เรียกประชุมด่วนเพื่อพิจารณาเรื่องเดิมโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า และไม่มีการเปิดโอกาสให้เขาเข้าร่วมประชุม ถือเป็นการกระทำที่ไม่โปร่งใสและละเมิดสิทธิของเขา

กรณีนี้สะท้อนให้เห็นถึงความสำคัญของการรักษากระบวนการที่โปร่งใสและเป็นธรรมในการดำเนินงานของรัฐสภา การที่สมาชิกสภารายหนึ่งออกมาตั้งคำถามถึงความถูกต้องของการดำเนินการภายในองค์กร แสดงให้เห็นถึงความตื่นตัวและความต้องการที่จะให้มีการตรวจสอบการใช้อำนาจอย่างเข้มงวด

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ นพ.เปรมศักดิ์ เป็นบทเรียนสำคัญที่ทำให้สังคมต้องกลับมาพิจารณาถึงกลไกการตรวจสอบและถ่วงดุลอำนาจในระบบการเมืองไทย การเปิดเผยข้อมูลและการตรวจสอบความโปร่งใสในการดำเนินงานของรัฐสภา จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนและเสริมสร้างความเข้มแข็งให้กับระบอบประชาธิปไตยในระยะยาว นพ.เปรมศักดิ์ เพียยุระ ได้ยื่นเรื่องร้องเรียนต่อประธานวุฒิสภาเพื่อขอความเป็นธรรม กรณีที่เขาอ้างว่าถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรมจากการเป็นกรรมาธิการร่วมพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญ เรื่องนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป ต้องติดตามกันอย่างใกล้ชิด

ที่มา – “นพ.เปรมศักดิ์” ร้องประธานวุฒิสภา ถูกตัดสิทธิ์ไม่เป็นธรรม ขวางเป็นกมธ.ร่วมถกแก้รัฐธรรมนูญ

กัน จอมพลัง โต้ปมเปิดเครื่องเสียงชายแดน ยันทำต่อ

“กัน จอมพลัง” โต้กลับนักสิทธิมนุษยชน ปมเปิดเครื่องเสียงที่ชายแดน จ.สระแก้ว ยันจะทำต่อ หายุทธวิธีที่สร้างสรรค์ ย้อนถามตอนอีกฝ่ายนำเด็ก ผู้หญิง คนแก่และพระ มาอยู่หน้าแนวปะทะ ทำร้าย-ด่าทอทหารไทย ไม่เห็นมีใครท้วงติง

วันที่ 12 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานถึงบรรยากาศ บริเวณบ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว นายกัณฐัศว์ พงศ์ไพบูลย์เวชย์ หรือ กัน จอมพลัง พร้อมทีมงานลงพื้นที่ร่วมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ทหาร พร้อมเขียนข้อความให้กำลังใจบนป้ายไวนิลที่ติดตั้งบนตู้คอนเทนเนอร์ซึ่งเตรียมนำไปใช้เป็นแนวรั้วชายแดน

โดยกัน จอมพลัง กล่าวว่า ข้อความที่ตนเขียนบนป้ายฝั่งไทย มีใจความขอให้ทหาร–ตำรวจทุกคนปลอดภัย ได้กลับบ้านเจอลูกเมียทุกคน เป็นความรู้สึกที่ตนได้รับจากการลงพื้นที่ และการพูดคุยกับครอบครัวทหารซึ่งสูญเสียจากการปะทะช่วงปลายเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา ทั้งนี้ประชาชนที่เดินทางมาให้กำลังใจได้ร่วมกันเขียนข้อความเพิ่มเติมบนป้ายด้วย

สำหรับป้ายไวนิลฝั่งตรงข้ามที่เตรียมติดตั้งบนตู้คอนเทนเนอร์ ซึ่งมีข้อความฝากถึงชาวบ้านและทหารกัมพูชา กัน จอมพลัง ได้เขียนข้อความว่า “เขมรสันดานเนรคุณ” ข้อความดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับยุทธวิธีเปิดเครื่องเสียงในช่วงสองคืนที่ผ่านมา ซึ่งในคืนแรกเป็นการเปิดเสียง ที่สร้างความรบกวนไปยังพื้นที่บ้านเปยจันทร์ อ.ออโจโร จ.บันเตียเมียนเจย ของกัมพูชา เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ฝ่ายกัมพูชาส่งตัวแทนพร้อมเจ้าหน้าที่ IOT ลงพื้นที่เพื่อตรวจสอบในค่ำคืนที่ผ่านมา 

ขณะที่เมื่อคืนต่อมาได้มีการเปลี่ยนยุทธวิธีเป็นการเปิดประวัติความเป็นมาของบ้านหนองจาน และหนองหญ้าแก้ว รวมถึงการบรรยายการให้ความช่วยเหลือตามหลักมนุษยธรรม ที่ฝ่ายไทยเคยปฏิบัติต่อผู้ลี้ภัย โดยกัน จอมพลัง ระบุว่า คืนนี้ก็จะเปิดอีก แต่ว่าจะแตกต่างกันออกไป 

เมื่อผู้สื่อข่าวสอบถาม ถึงกรณีนักสิทธิมนุษยชนที่ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การกระทำของฝ่ายไทย กัน จอมพลัง ตอบโต้ว่า เรื่องสิทธิมนุษยชนเป็นสิ่งที่ไทยคำนึงถึงมาโดยตลอด แต่ในความเป็นจริง ฝ่ายกัมพูชาก็เคยนำเด็ก ผู้หญิงมีครรภ์ ผู้สูงอายุ และพระสงฆ์ไปตั้งอยู่หน้าแนวปะทะ พร้อมกล่าวหาว่ามีการทำร้ายและด่าทอทหาร แต่กลับไม่มีนักสิทธิฯ ออกมาท้วงติงฝ่ายกัมพูชา ส่วนเมื่อฝ่ายไทยดำเนินการบางเรื่อง กลับมีนักสิทธิฯ ออกมาปกป้องชาวกัมพูชา จึงเป็นเหตุให้ตนยังยืนยันจะดำเนินกิจกรรมต่อไป และหายุทธวิธีที่สร้างสรรค์ในลักษณะที่กล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า บรรยากาศที่บริเวณดังกล่าว มีประชาชนทยอยเดินทางมาให้กำลังใจและนำสิ่งของมอบให้กับเจ้าหน้าที่ ส่วนความเคลื่อนไหวด้านการทหารและการตอบโต้จากฝั่งกัมพูชายังคงเป็นเรื่องที่ต้องติดตามต่อไป

กัน จอมพลัง โต้กลับ ปมเปิดเครื่องเสียงที่ชายแดน ยันจะทำต่อ

ทำไมกัน จอมพลังถึงยืนยันจะเปิดเครื่องเสียงต่อไป?

จากกรณีที่ กัน จอมพลัง ยืนยันที่จะดำเนินการเปิดเครื่องเสียงที่ชายแดนต่อไปนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะตอบโต้และแสดงออกถึงการไม่เห็นด้วยต่อการกระทำของฝ่ายกัมพูชา แม้ว่าจะได้รับการวิพากษ์วิจารณ์จากนักสิทธิมนุษยชนก็ตาม การกระทำดังกล่าวสะท้อนถึงความเชื่อมั่นในสิ่งที่ตนเองทำ และความมุ่งมั่นที่จะปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

สถานการณ์ชายแดนยังคงเป็นประเด็นที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด การแก้ไขปัญหาและความขัดแย้งต้องอาศัยความเข้าใจ และการเจรจาบนพื้นฐานของความเคารพซึ่งกันและกัน

ที่มา – “กัน จอมพลัง” โต้กลับ ปมเปิดเครื่องเสียงที่ชายแดน ยันจะทำต่อ – หาวิธีสร้างสรรค์

Land of Smiles ฟังครั้งแรกก็ติดหู เพลงไวรัล!

กระแสเพลงมาแรงจนหยุดไม่อยู่! เพลง Land of Smiles ที่กำลังเป็นไวรัลอยู่ในขณะนี้ แค่ฟังครั้งแรกก็ติดหู จนหลายคนเชียร์ให้เป็นเพลงโปรโมทการท่องเที่ยวไทยเลยทีเดียว มาดูกันว่าทำไมเพลงนี้ถึงได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว

เพลง Land of Smiles เริ่มเป็นที่รู้จักจากคลิปสั้นๆ ใน TikTok ของผู้ใช้ที่ชื่อ @nyvanofficial ซึ่งเป็นชาวต่างชาติที่หลงรักเมืองไทย เขาได้โพสต์ตัวอย่างเพลงพร้อมคำถามว่า “ผมควรจะปล่อยเพลงเวอร์ชันเต็มดีไหมครับ?” เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2568

ปรากฏว่าคลิปดังกล่าวได้รับความสนใจอย่างมาก มีผู้คนเข้ามาแสดงความคิดเห็นมากมาย ส่วนใหญ่สนับสนุนให้เขาปล่อยเพลงเต็มออกมา เพราะทำนองเพลง Land of Smiles นั้นติดหูง่าย เนื้อเพลงก็บอกเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับประเทศไทยได้อย่างน่าประทับใจ หลายคนถึงกับเสนอให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) นำเพลงนี้ไปใช้เป็นเพลงโปรโมทการท่องเที่ยวเลยทีเดียว

กระแสตอบรับดีเกินคาด ทำให้เจ้าของช่อง TikTok ตัดสินใจประกาศว่าจะปล่อยเพลงเต็มออกมาอย่างแน่นอน โดยระบุว่าหากมียอดผู้ติดตามถึง 10,000 คน เขาจะปล่อยเพลง Land of Smiles ให้ทุกคนได้ฟังกันเต็มๆ

และแล้วก็มาถึงวันที่ทุกคนรอคอย! ล่าสุด (12 ตุลาคม 2568) ทางช่อง @nyvanofficial ได้อัปเดตข่าวดีว่า “ในที่สุดก็ถึงเวลาแล้ว! เพลงนี้จะปล่อยอย่างเป็นทางการบนทุกแพลตฟอร์ม ไม่ว่าจะเป็น Spotify, Apple Music, iTunes และอีกมากมาย ขอบคุณทุกกำลังใจที่รอคอยมาตลอดนะครับ เตรียมตัวพบกันวันที่ 17 ตุลาคมนี้!” พร้อมติดแฮชแท็ก #fyp #fy #LandOfSmiles #thailand #thai

Land of Smiles ฟังครั้งแรกก็ติดหู

เหตุผลที่เพลง Land of Smiles ได้รับความนิยมอย่างรวดเร็ว อาจเป็นเพราะทำนองที่สนุกสนาน เนื้อเพลงที่เข้าใจง่าย และที่สำคัญคือสื่อถึงความเป็นไทยได้อย่างชัดเจน คำว่า “Land of Smiles” หรือ “สยามเมืองยิ้ม” เป็นคำที่ชาวต่างชาติรู้จักกันดี และเพลงนี้ก็สามารถถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และมีเสน่ห์ของประเทศไทยออกมาได้อย่างลงตัว

ทำไมเพลง Land of Smiles ถึงไวรัล?

นอกจากทำนองและเนื้อเพลงที่ติดหูแล้ว การโปรโมทเพลงผ่าน TikTok ก็เป็นอีกปัจจัยสำคัญที่ทำให้เพลง Land of Smiles กลายเป็นไวรัลได้อย่างรวดเร็ว TikTok เป็นแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมอย่างมากในปัจจุบัน และการใช้เพลงประกอบคลิปสั้นๆ ก็เป็นวิธีที่ได้ผลในการสร้างการรับรู้และกระตุ้นความสนใจ

นอกจากนี้ การที่เจ้าของเพลงเป็นชาวต่างชาติที่รักเมืองไทย ก็ยิ่งทำให้เพลงนี้น่าสนใจยิ่งขึ้น เพราะเป็นการมองประเทศไทยผ่านสายตาของคนต่างชาติ ซึ่งอาจทำให้เราได้เห็นมุมมองใหม่ๆ ที่เราอาจเคยมองข้ามไป

  • ทำนองเพลง: ฟังง่าย ติดหู
  • เนื้อเพลง: สื่อถึงความเป็นไทย เข้าใจง่าย
  • ช่องทางโปรโมท: TikTok
  • ผู้สร้าง: ชาวต่างชาติที่รักเมืองไทย

เพลงนี้ถือเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่แสดงให้เห็นว่าดนตรีสามารถเป็นเครื่องมือในการส่งเสริมการท่องเที่ยวและวัฒนธรรมได้เป็นอย่างดี หวังว่าเพลง Land of Smiles จะเป็นที่รู้จักและชื่นชอบไปทั่วโลก และช่วยดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยือนประเทศไทยมากยิ่งขึ้น

เตรียมตัวฟังเพลงเต็ม Land of Smiles พร้อมกันวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ทุกแพลตฟอร์มสตรีมมิ่ง!

ที่มา – ฟังครั้งแรกก็ติดหู ไวรัลเพลง Land of Smiles โซเชียลเชียร์ให้เป็นเพลงโปรโมตท่องเที่ยวไทย

หญิงสมหวังแก้บนปู่ฤาษีพรหมเมศ ลุ้นเลขเด็ดงวดนี้!

หญิงจากเพชรบูรณ์เดินทางมาแก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” หลังสำเร็จตามพรที่ขอไว้ และไม่พลาดที่จะจุดธูปมงคลเพื่อลุ้น “เลขเด็ดงวดนี้”

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ณ อาศรมฤาษีเณร วงแหวนตะวันตกหมายเลข 9 ต.โพธิ์แตง อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา เนืองแน่นไปด้วยผู้คนที่เดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในอาศรม ไม่ว่าจะเป็นปู่ฤาษีพรหมเมศองค์ใหญ่ที่สุดในโลก กุมารทองเจ้าสัวเฮง ท้าวเวสสุวรรณ 9 หน้า เจ้าแม่ตะเคียน เจ้าเงาะในถ้ำจินดามณี ปู่ฤาษีเกล็ดแก้ว และองค์ปฐมนาคราช

ผู้คนมากมายนำสิ่งของต่างๆ มาแก้บน ไม่ว่าจะเป็นฟักทอง น้ำแดง ข้าวสาร น้ำ ขนม ของเล่น และเข้าร่วมพิธีต่างๆ ทั้งถวายข้าวสาร ยกพ่อแก่ ลงคาถาเงินล้านที่กระเป๋าสตางค์ และถวายผลไม้ห่มผ้าเสือปู่ฤาษีพรหมเมศ ปางมหาเศรษฐี นอกจากนี้ ยังมีอาจารย์ฤาษีเณร ธาตุพุทธคุณลง นะ พระลักษณ์หน้าทอง เจิมมือเปิดดวงเศรษฐี และรับน้ำสังข์นิลกาฬเพื่อความเป็นสิริมงคล

สิ่งของที่นำมาแก้บนทั้งหมดนั้น ทางอาศรมจะนำไปบริจาคให้กับโรงเรียน วัด โรงพยาบาล และมูลนิธิต่างๆ เพื่อให้เกิดประโยชน์ต่อไป

นางวรัชยา ทาแสง อายุ 44 ปี จากจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้เดินทางมาพร้อมกับฟักทอง น้ำดื่ม ผลไม้ ขนมหวาน หมากพลู ยาสูบ และพวงมาลัย เพื่อแก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” หลังจากที่เธอขอพรให้สามารถซื้อที่ดินได้ในราคาที่ต้องการและเจ้าของที่ดินยอมขายให้ เพราะที่ดินแปลงนั้นเป็นที่ที่เธอต้องการจะปลูกบ้าน

ก่อนเดินทางกลับ นางวรัชยาได้ส่องเลขธูปมงคลขององค์ปู่ฤาษีพรหมเมศแห่งมหาเศรษฐี เพื่อนำไปเสี่ยงโชค ซึ่งเลขที่ปรากฏคือ 180

หญิงสมหวัง มาแก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ”

เลขเด็ดงวดนี้จากธูปมงคลปู่ฤาษีพรหมเมศ

การเดินทางมาแก้บนและขอพรจากสิ่งศักดิ์สิทธิ์เป็นความเชื่อส่วนบุคคล แต่ก็เป็นสิ่งที่อยู่คู่กับสังคมไทยมาช้านาน การที่นางวรัชยาสมหวังตามที่ขอพรไว้กับ “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” และเดินทางมาแก้บน แสดงให้เห็นถึงศรัทธาและความเชื่อมั่นที่เธอมีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์

สำหรับใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดงวดนี้ ลองพิจารณาเลขจากธูปมงคลที่นางวรัชยาได้มา เผื่อว่าท่านอาจจะเป็นผู้โชคดีในงวดนี้ก็เป็นได้

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคควรทำแต่พอดี และไม่ควรทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

ที่มา – หญิงสมหวัง มาแก้บน “ปู่ฤาษีพรหมเมศ” ไม่พลาดจุดธูปมงคลลุ้น “เลขเด็ดงวดนี้”

กองทัพบกแจง เสียงลำโพงชายแดน ไม่มีเจตนารุนแรง

กองทัพบกชี้แจงกรณี “เสียงลำโพงชายแดน” สะท้อนความไม่พอใจของคนไทยต่อการบุกรุกพื้นที่ ยืนยันว่า ไม่มีเจตนารุนแรง พร้อมแนะกัมพูชาควรแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แทนที่จะมุ่งแต่ฟ้องร้อง

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาให้ข้อมูลเกี่ยวกับกรณีที่ พลโทหญิง มาลี โสเจียตา โฆษกกระทรวงกลาโหมกัมพูชา นำคณะผู้สังเกตการณ์ชั่วคราว (IOT) เข้าตรวจสอบพื้นที่หมู่บ้านซุกค์ และหมู่บ้านเปรยจัน ในจังหวัดบันเตียเมียนเจย ประเทศกัมพูชา ซึ่งอยู่ตรงข้ามกับบ้านหนองหญ้าแก้ว จังหวัดสระแก้ว สืบเนื่องจากมีรายงานว่ามีการเปิด เสียงลำโพงชายแดน จากฝั่งไทย ซึ่งสร้างความตื่นตระหนกและรบกวนการพักผ่อนของประชาชนกัมพูชา โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง ซึ่งถูกมองว่าเป็นการละเมิดหลักมนุษยธรรม

พลตรี วินธัย ชี้แจงว่า ก่อนอื่นต้องเข้าใจบริบทของพื้นที่ก่อน เนื่องจากเป็นพื้นที่ที่ฝ่ายกัมพูชาบุกรุกเข้ามาในเขตไทย ทำให้เกิดความขัดแย้งอย่างต่อเนื่อง และยังอยู่ในสถานการณ์ที่ไม่ปกติ ที่ผ่านมายังพบว่าฝ่ายกัมพูชามีการจัดตั้งมวลชนร่วมกับเจ้าหน้าที่ทางการ เพื่อขัดขวางและยั่วยุฝ่ายไทย ส่งผลกระทบต่อประชาชนคนไทยจำนวนมาก ทำให้เกิดความไม่พอใจและออกมาแสดงออกด้วยวิธีการต่างๆ เพื่อกดดันชาวกัมพูชาและเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่รัฐเร่งจัดการปัญหา หนึ่งในวิธีการเหล่านั้นคือการใช้เครื่องเสียงเปิดเสียงดัง ซึ่งอาจทำให้ประชาชนกัมพูชาเกิดความไม่สบายใจ

เสียงลำโพงชายแดน: กองทัพบกย้ำไม่มีเจตนารุนแรง

การแสดงออกที่ไม่รุนแรง

โฆษกกองทัพบกกล่าวเพิ่มเติมว่า การแสดงออกของชาวไทยด้วยการเปิดเครื่องเสียงดังนั้น เป็นการแสดงออกด้วยวิธีที่ไม่ใช้ความรุนแรง เพื่อแสดงความไม่พอใจที่ฝ่ายกัมพูชาบุกรุกแผ่นดินไทย และบิดเบือนสร้างเรื่องราวโดยไม่พยายามแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น ในทางตรงกันข้าม เมื่อพิจารณาการกระทำของฝ่ายกัมพูชา จะพบว่าเมื่อมีการชุมนุมมักใช้วิธีก้าวร้าวและใช้สิ่งเทียมอาวุธทำร้ายเจ้าหน้าที่ไทยจนได้รับบาดเจ็บ ดังนั้น ฝ่ายกัมพูชาควรพิจารณาหาทางแก้ไขปัญหาอย่างยั่งยืน แทนที่จะออกมาเรียกร้องต่อการกระทำของฝ่ายไทยในกรณีนี้

มาตรการแก้ปัญหาและหลักสิทธิมนุษยชน

พลตรี วินธัย ยืนยันว่ามาตรการต่างๆ ที่ฝ่ายไทยนำมาใช้ในการแก้ปัญหาต้องมีความระมัดระวังเป็นพิเศษ เพื่อไม่ให้เข้าทางของกัมพูชา ในทุกวิธีการที่อาจถูกนำมาใช้เป็นองค์ประกอบสนับสนุนในการแก้ปัญหาในพื้นที่ของจังหวัดสระแก้ว เจ้าหน้าที่ได้คำนึงถึงหลักสิทธิมนุษยชนควบคู่ไปด้วย เพื่อให้เห็นว่าการบังคับใช้กฎหมายยังคงเลือกวิธีที่จะก่อให้เกิดอันตรายน้อยที่สุดก่อน

สิ่งที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นถึงความละเอียดอ่อนของปัญหาชายแดน และความจำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องหันหน้าเข้าหากันเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างจริงจังและยั่งยืน การใช้ เสียงลำโพงชายแดน อาจไม่ใช่ทางออกที่ดีที่สุด แต่เป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงความอัดอั้นตันใจของประชาชนในพื้นที่ การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุต่างหากที่จะนำไปสู่ความสงบสุขอย่างแท้จริง

ดังนั้น การที่กองทัพบกออกมาให้ความกระจ่างในเรื่องนี้ ถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบและความตั้งใจที่จะแก้ไขปัญหาอย่างรอบด้าน โดยคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติและความปลอดภัยของประชาชนเป็นสำคัญ

ที่มา – กองทัพบกแจง “เสียงลำโพงชายแดน” สะท้อนความไม่พอใจของคนไทยต่อการบุกรุกพื้นที่ ไม่มีเจตนารุนแรง

อนุทินช่วย “วิสุดา” หาเสียงกาญจนบุรี ย้ำยุบสภา ม.ค.

“อนุทิน” ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ช่วย “วิสุดา” ย้ำยุบสภา ม.ค. นี้เเน่นอน! หัวหน้าพรรคภูมิใจไทยยกทีมลงพื้นที่กาญจนบุรี ขอคะเเนนเสียงให้ “วิสุดา วิเชียรศิลป์” พร้อมประกาศชัดเจน ยุบสภา ม.ค. 69 เเละยืนยันไม่เปิดด่าน ปกป้องศักดิ์ศรีคนไทย

เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 เวลา 14.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ได้ลงพื้นที่พบปะประชาชนที่วัดสระลงเรือ อ.ห้วยกระเจา จ.กาญจนบุรี เพื่อช่วย น.ส.วิสุดา วิเชียรศิลป์ ผู้สมัครรับเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี เขตเลือกตั้งที่ 4 จากพรรคภูมิใจไทย โดยมีนายศักดิ์ดา วิเชียรศิลป์ (บิดาของ น.ส.วิสุดา), นายภราดร ปริศนานันทกุล, นายนภินทร ศรีสรรพางค์, พล.ท.อดุลย์ บุญธรรมเจริญ พร้อมด้วยแกนนำ และ สส.พรรคภูมิใจไทย รวมถึง จ.อ.ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ ร่วมให้กำลังใจอย่างคับคั่ง

นายอนุทิน ได้ทักทายประชาชนอย่างเป็นกันเอง ก่อนขึ้นเวทีปราศรัย โดยกล่าวขอบคุณประชาชนที่เคยให้ความไว้วางใจเลือกนายศักดิ์ดา เป็น สส. แต่เนื่องจากนายศักดิ์ดา ได้เข้ามาเป็นรัฐมนตรี จึงต้องลาออกจากตำแหน่ง สส. แต่พรรคภูมิใจไทย ก็ได้ส่ง น.ส.วิสุดา มาสานต่อเจตนารมณ์ เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างต่อเนื่อง

นายอนุทิน กล่าวว่า “อาทิตย์หน้า ถ้าพี่น้องบอกว่าใช้พ่อคนเดียวไม่พอ จะจิกหัวใช้ลูกอีก ก็ขอให้เลือก น.ส.วิสุดา” พร้อมทั้งย้ำว่า น.ส.วิสุดา เป็นคนจริง มีความตั้งใจที่จะช่วยเหลือประชาชนอย่างเต็มที่ เนื่องจากเห็นว่าการเป็นข้าราชการประจำไม่สามารถตอบสนองความต้องการของประชาชนได้อย่างครบถ้วน

อนุทินย้ำ เลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี คือออร์เดิร์ฟ

นายอนุทินยังกล่าวถึงการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในปีหน้า โดยเปรียบการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ครั้งนี้เป็นเพียงออร์เดิร์ฟ ก่อนที่จะมีการเลือกตั้งใหญ่ในปีหน้า พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่า พรรคภูมิใจไทยจะทำทุกวิถีทางเพื่อดูแลอนาคตของ น.ส.วิสุดา ให้ดีที่สุด

นโยบายชัดเจน ภูมิใจไทยพูดแล้วทำ

ในส่วนของนโยบาย นายอนุทิน ยืนยันว่า พรรคภูมิใจไทย เป็นพรรคที่พูดแล้วทำ โดยได้ยกตัวอย่างผลงานที่ผ่านมา เช่น การผลักดันสวัสดิการแห่งรัฐ และโครงการคนละครึ่ง ที่ผ่านความเห็นชอบจาก ครม. เรียบร้อยแล้ว พร้อมทั้งให้คำมั่นสัญญาว่าจะทำงานอย่างเต็มที่ เพื่อรับใช้ประชาชนอย่างดีที่สุด

ทั้งนี้ นายอนุทิน ยังได้กล่าวถึงกำหนดการยุบสภาว่า จะเกิดขึ้นในเดือนมกราคม 2569 เพื่อคืนอำนาจให้กับประชาชน และหวังว่าประชาชนจะให้ความไว้วางใจพรรคภูมิใจไทย กลับมาทำงานรับใช้ประชาชนอีกครั้ง

อนุทินย้ำ ไม่เปิดด่าน รักษาศักดิ์ศรีคนไทย

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งที่นายอนุทิน ได้กล่าวถึง คือ เรื่องการเปิดด่าน โดยยืนยันว่าจะไม่เปิดด่านอย่างเด็ดขาด เพราะเป็นการรักษาอธิปไตย และศักดิ์ศรีของคนไทย

อนุทิน ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี

การลงพื้นที่หาเสียงเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ของนายอนุทินและพรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะรักษาฐานเสียง และสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในพื้นที่

อนาคตการเมืองไทยหลังเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี

การเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี ครั้งนี้ ไม่เพียงแต่เป็นการตัดสินใจเลือกผู้แทนของประชาชนในเขตเลือกตั้งที่ 4 เท่านั้น แต่ยังเป็นการส่งสัญญาณถึงทิศทางทางการเมืองในอนาคตอีกด้วย ผลการเลือกตั้งจะสามารถบ่งชี้ได้ถึงความนิยมของพรรคภูมิใจไทย และความเชื่อมั่นของประชาชนต่อรัฐบาลชุดปัจจุบัน

ไม่ว่าผลการเลือกตั้งซ่อม สส.กาญจนบุรี จะเป็นอย่างไร สิ่งสำคัญคือการที่ประชาชนได้ออกมาใช้สิทธิของตนเอง และร่วมกันสร้างสรรค์ประชาธิปไตยที่เข้มแข็ง

ที่มา – “อนุทิน” ขนทัพหาเสียงเลือกตั้งซ่อมกาญจนบุรี ช่วย “วิสุดา” ย้ำยุบสภา ม.ค.