วัน: 13 ตุลาคม 2025

“ธรรมนัส” ประกาศสงคราม **ปลาหมอคางดำ** ลุยช่วยประมง

“ธรรมนัส” ประกาศสงคราม “ปลาหมอคางดำ” เตรียมนำไปหมักเป็นปุ๋ย สั่งฟันไม่เลี้ยงพวกของเถื่อน ลุยปลดล็อกกฎหมาย IUU ช่วยชาวประมง ย้ำผู้นำท้องถิ่นต้องร่วมมือพัฒนา ไม่นำการเมืองมาสร้างความแตกแยก

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมด้วย นายนเรศ ธำรงค์ทิพยคุณ และนายอามินทร์ มะยูโซ๊ะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่จังหวัดสมุทรสงคราม ติดตามสถานการณ์การแพร่ระบาดของปลาหมอคางดำ รวมถึงโครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ และรับฟังปัญหาจากเกษตรกรและชาวประมงในพื้นที่ โดยมีนายจตุพร กมลพันธ์ทิพย์ สส.ราชบุรี พรรคกล้าธรรม และ น.ส.ณมาณิตา กลับบ้านเกาะ ให้การต้อนรับ

ร.อ.ธรรมนัส กล่าวในช่วงหนึ่งว่า โครงการนำเรือประมงออกนอกระบบ เป็นเรื่องที่ต้องเร่งให้ความช่วยเหลือพี่น้องชาวประมง ซึ่งตั้งแต่สมัยรัฐบาลที่แล้วและก็เป็นรัฐมนตรีจากพรรคกล้าธรรมในขณะนั้นที่ของบประมาณกลางจากรัฐบาลประมาณ 1,000 ล้านบาท เพื่อนำมาช่วยพวกเราให้สามารถออกนอกระบบได้อย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งตนกำลังจะแก้ให้สำหรับพี่น้องชาวประมงที่ยังมีปัญหาติดข้อระเบียบ

ส่วนการแก้ไขปัญหาปลาหมอคางดำ ร.อ.ธรรมนัส ระบุว่า คนที่จุดประเด็นเรื่องนี้ก็คือตน เพราะมันทำให้พี่น้องชาวประมงเดือดร้อน มันขยายพันธุ์ไวและตายยาก เราก็หามาตรการจัดการอย่างต่อเนื่อง แม้จะจัดการได้ไม่ 100% แต่จะไม่ยอมแพ้ ต้องปราบให้ได้ ต้องทำให้ต่อเนื่องไม่ว่าจะใช้เวลากี่วันกี่ปี จากนี้เราจะนำปลาหมอคางดำมาหมักเป็นปุ๋ย เพราะให้ธาตุอาหารแก่พืช ทั้งไนโตรเจน แคลเซียม และโพแทสเซียม ช่วยให้ต้นไม้เติบโตดีขึ้น โดยพรุ่งนี้ (14 ตุลาคม 2568) ตนจะมีการประชุมประธานสหกรณ์ทั่วประเทศไทยที่เมืองทองธานี จ.นนทบุรี เพื่อวางแนวทางลดต้นทุนการผลิต ทั้งพืชไร่ พืชสวน และสหกรณ์จะต้องเป็นแหล่งจำหน่าย ปัจจัยการผลิต และจัดหาช่องทางจำหน่าย รวมถึงส่งเสริมการเป็นตลาดและสถาบันรองรับสินค้าการเกษตรที่ผลิตจากชุมชน เช่น ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากปลาหมอคางดำ

“ในช่วงที่ผมหายไป 1 ปี การปราบปรามอาจจะไม่เข้มข้นอย่างที่ผมเคยทำ แต่วันนี้ผมกลับมาประกาศสงครามกับปลาหมอคางดำอย่างเอาจริงเอาจังอีกรอบหนึ่ง”

ร.อ.ธรรมนัส ยังกล่าวถึงการปราบปรามสินค้าภาคการเกษตรผิดกฎหมายที่ลักลอบเข้ามาในประเทศ ว่า เป็นนโยบายหลัก หากมีการลักลอบเข้ามาเราจับกุมทันที และเรามีเรือลาดตระเวนตลอดเวลา ดังนั้น อะไรที่มันผิดกฎหมายอย่าทำ อย่าลักลอบเข้ามา มันเป็นการเอาเปรียบกัน

สำหรับจังหวัดสมุทรสงคราม มีผลไม้เศรษฐกิจสำคัญ อย่างลิ้นจี่ ส้มโอ และมะพร้าวอ่อน ต้องได้รับการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยจะตั้งคณะกรรมการขับเคลื่อนสินค้าการเกษตรจังหวัดสมุทรสงคราม เพื่อผลักดันการวิจัย ปรับปรุงคุณภาพ และขยายตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะตลาดยุโรปที่ให้ความสนใจสินค้าไทย เช่น ลิ้นจี่ ส้มโอ และเครื่องปรุงอาหารจากไทย ตนในฐานะที่กำกับดูแลหลายกระทรวง จะประสานกับกระทรวงพาณิชย์และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อเร่งเปิดตลาดใหม่ให้เกษตรกร โดยเราต้องช่วยกันทำ ไม่ใช่แค่พูด แต่ต้องเห็นผลในปีนี้

“ขอยืนยันกับพี่น้องชาวสมุทรสงครามว่า สิ่งที่ผมเคยให้นโยบายไว้จะเดินหน้าต่อให้ถึงที่สุด ตลอดช่วงที่ผมดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรฯ ได้ผลักดันการแก้ไขกฎหมายและกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับข้อกำหนดของไอยูยู (IUU Fishing) ซึ่งสร้างผลกระทบต่อชาวประมงไทย และดำเนินการแก้กฎหมายไปแล้ว 29 ฉบับ และตอนนี้ พ.ร.บ. หลักก็ผ่านกระบวนการพิจารณาเรียบร้อยแล้ว ระหว่างรอประกาศใช้กฎหมายฉบับใหม่ผมได้มอบหมายให้เร่งจัดทำกฎหมายลูกรองรับ ให้พร้อมบังคับใช้โดยเร็ว”

นอกจากนี้ ร.อ.ธรรมนัส เผยอีกว่า หลังเกิดเหตุแผ่นดินไหวซึ่งส่งผลให้อาคารเรียนของโรงเรียนศรัทธาสมุทร จังหวัดสมุทรสงคราม ได้รับความเสียหายอย่างหนัก จนนักเรียนกว่า 2,000 คน ต้องเรียนในโดมชั่วคราว ซึ่งถือเป็นเรื่องเร่งด่วนที่ต้องเข้ามาช่วยเหลือโดยเร็ว เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้ลงพื้นที่มาติดตามปัญหาไปแล้ว จึงได้ปรึกษาหารือและสั่งการให้ นายพิเชฐ โพธิ์ภักดี เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เร่งจัดสรรงบประมาณ 25 ล้านบาท ก่อสร้างอาคารเรียนใหม่ให้แล้วเสร็จภายในปีนี้ ซึ่งเรื่องนี้ตนรับผิดชอบเอง ต้องทำให้ได้

“การศึกษาคือรากฐานสำคัญของสังคม จึงจำเป็นต้องดูแลให้ลูกหลานได้รับการอบรมสั่งสอนในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม พร้อมฝากถึงผู้นำท้องถิ่นให้ร่วมมือกันพัฒนา โดยไม่นำการเมืองมาสร้างความแตกแยกในพื้นที่ เพราะเมื่อไม่สามัคคี การพัฒนาก็เกิดขึ้นไม่ได้”

“ธรรมนัส” ประกาศสงคราม “ปลาหมอคางดำ”

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ประกาศสงครามกับปลาหมอคางดำ พร้อมลุยแก้ไขกฎหมาย IUU เพื่อช่วยเหลือชาวประมงอย่างเต็มที่ มุ่งเน้นการพัฒนาภาคการเกษตรและแก้ไขปัญหาเร่งด่วนเพื่อประโยชน์ของประชาชน

แนวทางการจัดการปัญหาปลาหมอคางดำ

ร.อ.ธรรมนัสเน้นย้ำถึงแนวทางการจัดการปัญหา **ปลาหมอคางดำ** อย่างจริงจัง โดยจะนำปลาหมอคางดำมาแปรรูปเป็นปุ๋ย ซึ่งเป็นแนวทางที่สร้างสรรค์และเป็นประโยชน์ต่อภาคการเกษตร

การประกาศสงครามกับปลาหมอคางดำ ถือเป็นสัญญาณที่ดีในการแก้ไขปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อชาวประมงและระบบนิเวศ การสนับสนุนและร่วมมือกันจากทุกภาคส่วนจะช่วยให้การแก้ไขปัญหาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน

ที่มา – “ธรรมนัส” ประกาศสงคราม “ปลาหมอคางดำ” พร้อมลุยปลดล็อกกฎหมาย IUU ช่วยชาวประมง

สีหศักดิ์เยือนมาเลเซีย: ย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา

“สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา ให้ความสำคัญกลไกทวิภาคี เน้นประเด็นหลักถอนอาวุธหนัก เก็บกู้ทุ่นระเบิดและปราบอาชญากรรมข้ามชาติ

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เดินทางเยือนประเทศมาเลเซีย ระหว่างวันที่ 12-13 ตุลาคม 2568 ในลักษณะ Working Visit เพื่อเข้าร่วมการประชุมต่างๆ ตามคำเชิญของนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ในฐานะประธานอาเซียน โดยเมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้เข้าร่วมการหารือสี่ฝ่ายระหว่างมาเลเซีย สหรัฐฯ ไทย และกัมพูชา ซึ่งเป็นการหารือต่อเนื่องจากที่ได้เคยหารือกันที่นครนิวยอร์ก เมื่อวันที่ 26 กันยายน 2568

การหารือในครั้งนี้ มุ่งเน้นประเด็นต่างๆ ที่ยังคั่งค้างอยู่ เพื่อลดความตึงเครียดตามแนวชายแดน และให้มีการปฏิบัติตามข้อตกลงหยุดยิงอย่างเคร่งครัด โดยฝ่ายไทยย้ำความสำคัญของกลไกทวิภาคี และการแสดงความจริงใจในการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ทั้งสองฝ่ายได้ทำร่วมกันไว้ การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซียครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของไทยในการแก้ไขปัญหาชายแดนอย่างสันติ

นอกจากนี้ ฝ่ายไทยได้เน้นย้ำถึงความสำคัญของความมั่นคงปลอดภัยตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา โดยเฉพาะอย่างยิ่งประเด็นสำคัญ ได้แก่ การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดน การร่วมกันเก็บกู้ทุ่นระเบิด การปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการให้ความร่วมมือในการบริหารจัดการพื้นที่ชายแดน เช่น ในกรณีบ้านหนองจานและบ้านหนองหญ้าแก้ว ทางฝ่ายไทยหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะได้เห็นความจริงใจจากกัมพูชา เพื่อให้ทั้งสองฝ่ายสามารถบรรลุเป้าประสงค์ร่วมกันในการสร้างสันติภาพและความสงบสุขให้กับประชาชนของทั้งสองประเทศ

การเดินทางเยือนมาเลเซียของนายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์และความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและเสถียรภาพในภูมิภาค การหารือในประเด็นชายแดนไทย-กัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการแก้ไขปัญหาอย่างสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับกลไกทวิภาคีในการสร้างความเข้าใจและความไว้วางใจซึ่งกันและกัน

สีหศักดิ์เยือนมาเลเซีย: ย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา

การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชาในครั้งนี้ เป็นการตอกย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งโดยสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับการเจรจาและการสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างประเทศเพื่อนบ้าน รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะส่งเสริมความร่วมมือในระดับภูมิภาค และทำงานร่วมกับประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เพื่อสร้างความมั่นคงและความเจริญรุ่งเรืองให้กับภูมิภาคโดยรวม

ประเด็นสำคัญจากการเยือนมาเลเซีย: ข้อตกลงไทย-กัมพูชา

การเยือนมาเลเซียของนายสีหศักดิ์ครั้งนี้แสดงให้เห็นว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชาอย่างจริงจัง โดยมุ่งเน้นที่การสร้างความไว้วางใจและการปฏิบัติตามข้อตกลงที่ได้ทำร่วมกันไว้ การถอนอาวุธหนัก การเก็บกู้ทุ่นระเบิด และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ เป็นประเด็นสำคัญที่จะช่วยสร้างความมั่นคงและความปลอดภัยตามแนวชายแดน และส่งผลดีต่อประชาชนทั้งสองประเทศ

การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชานั้นแสดงถึงความสำคัญของกลไกทวิภาคีในการแก้ไขปัญหาต่างๆ การหารือและความร่วมมือระหว่างไทยและกัมพูชา จะเป็นปัจจัยสำคัญในการสร้างสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคต่อไป รัฐบาลไทยยังคงมุ่งมั่นที่จะทำงานร่วมกับกัมพูชาและประเทศสมาชิกอาเซียนอื่นๆ เพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่าสำหรับประชาชนทุกคน

จะเห็นได้ว่า การเยือนมาเลเซียของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศในครั้งนี้ เป็นการยืนยันถึงความมุ่งมั่นของประเทศไทยในการแก้ไขปัญหาต่างๆ อย่างสันติวิธี และการให้ความสำคัญกับความร่วมมือในระดับภูมิภาค การที่ “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชานั้น ถือเป็นสัญญาณที่ดีสำหรับการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน และการส่งเสริมสันติภาพและความเจริญรุ่งเรืองในภูมิภาคอาเซียน

ที่มา – “สีหศักดิ์”เยือนมาเลเซีย ตามคำเชิญประธานอาเซียนย้ำข้อตกลงไทย-กัมพูชา ให้ความสำคัญกลไกทวิภาคี

Watkins หลุดทีมชาติอังกฤษ ดวลลัตเวีย!

โอลลี่ วัตkins หลุดทีมชาติอังกฤษ ดวลลัตเวีย! กองหน้าจากแอสตัน วิลล่า จะพลาดเกมฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกปี 2026 ที่อังกฤษจะพบกับลัตเวียในวันอังคารนี้เนื่องจากอาการบาดเจ็บ

แฟนบอลสิงโตคำรามหลายคนคงใจหายใจคว่ำเมื่อได้ยินข่าวนี้ เพราะ โอลลี่ Watkins หลุดทีมชาติอังกฤษ ดวลลัตเวีย! ในช่วงเวลาสำคัญแบบนี้ ถือเป็นข่าวร้ายสำหรับทีมชาติอังกฤษอย่างแน่นอน แล้วใครจะมาเป็นตัวแทนในแดนหน้ากันล่ะเนี่ย?

Watkins หลุดทีมชาติอังกฤษ ดวลลัตเวีย!

การขาดหายไปของ Watkins สร้างความกังวลให้กับ Gareth Southgate ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษเป็นอย่างมาก เพราะ Watkins กำลังอยู่ในฟอร์มที่ยอดเยี่ยมกับ Aston Villa และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจในแดนหน้าของทีมชาติอังกฤษ การที่ Watkins หลุดทีมชาติอังกฤษ ดวลลัตเวีย! ทำให้ Southgate ต้องปรับแผนการเล่นและมองหาตัวเลือกอื่นเพื่อทดแทนตำแหน่งของเขา

ใครจะมาแทน Watkins?

เมื่อ Watkins ไม่พร้อมใช้งาน มีผู้เล่นหลายคนที่สามารถเข้ามาเติมเต็มช่องว่างในทีมชาติอังกฤษได้:

  • Harry Kane: ไม่มีใครปฏิเสธความสามารถของ Kane ได้ กองหน้าจากบาเยิร์น มิวนิค คือความหวังสูงสุดของทีมชาติอังกฤษเสมอ
  • Ivan Toney: Toney กลับมาจากการแบนและกำลังทำผลงานได้ดีกับ Brentford เขาเป็นกองหน้าที่แข็งแกร่งและมีความสามารถในการทำประตู
  • Dominic Calvert-Lewin: Calvert-Lewin กำลังคืนฟอร์มเก่งกับ Everton และเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจสำหรับ Southgate

นอกจากนี้ ยังมีผู้เล่นดาวรุ่งอย่าง Eddie Nketiah ที่พร้อมจะพิสูจน์ตัวเองในทีมชาติอังกฤษเช่นกัน การขาด Watkins อาจเป็นโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่น ๆ ได้แสดงศักยภาพออกมา

สถานการณ์นี้ทำให้เกิดคำถามมากมายเกี่ยวกับแผนการเล่นของ Southgate เขาจะเลือกใครมาเป็นกองหน้าตัวเป้า? เขาจะปรับระบบการเล่นอย่างไร? และที่สำคัญที่สุด อังกฤษจะสามารถเอาชนะลัตเวียได้หรือไม่?

เกมกับลัตเวียมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อทีมชาติอังกฤษ เพราะเป็นเกมในบ้านและเป็นโอกาสที่จะเก็บสามแต้มเพื่อเพิ่มโอกาสในการผ่านเข้ารอบฟุตบอลโลก 2026 การขาด Watkins อาจส่งผลกระทบต่อทีม แต่ Southgate และนักเตะคนอื่น ๆ จะต้องรวมพลังกันเพื่อเอาชนะอุปสรรคนี้ให้ได้

แม้ Watkins จะพลาดเกมนี้ แต่เราหวังว่าเขาจะกลับมาฟิตสมบูรณ์ในเร็ววัน และกลับมาเป็นกำลังสำคัญของทีมชาติอังกฤษต่อไป

การที่ Watkins ไม่สามารถลงเล่นได้ อาจเป็นโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นได้แสดงฝีเท้า และสร้างความประทับใจให้กับ Southgate และแฟนบอลชาวอังกฤษ

เเละนี่คือบทสรุปของข่าว โอลลี่ Watkins หลุดทีมชาติอังกฤษ ดวลลัตเวีย! แฟนบอลอังกฤษอย่าลืมส่งกำลังใจเชียร์ทีมชาติกันด้วยนะครับ!

ที่มา – Watkins out of England squad to face Latvia

“เท้ง” รอถก แก้ รธน. ไม่หวั่นภูมิใจไทยแซง

“เท้ง ณัฐพงษ์” ไม่หวั่นผลโพล ภูมิใจไทยแซงหน้าพรรคประชาชน ปมแก้เศรษฐกิจระยะสั้น ชี้ว่ารอถกแก้รัฐธรรมนูญใช้ร่างพรรคไหนเป็นหลัก และต้องอาศัยทุกฝ่าย ไม่ใช่จุดตัดฝ่ายค้าน-รัฐบาล

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคประชาชน (ปชน.) ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีสวนดุสิตโพล เผยผลสำรวจพบว่าคะแนนของพรรคภูมิใจไทย (ภท.) แซงหน้าพรรคประชาชน โดยประชาชนมองว่าพรรคภูมิใจไทยสามารถแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้ ว่า ตนได้ดูผลโพลที่ออกมาแล้ว ก็ไม่ได้คิดว่าผลโพลตรงนี้น่าเป็นห่วงอะไร เป็นข้อคิดเห็นของประชาชน และเห็นตรงกันว่าประชาชนโดยส่วนใหญ่ก็มองเห็นว่ามาตรการต่างๆ ของรัฐบาลในช่วงนี้เป็นการแก้ปัญหาในระยะสั้นจริง

ส่วนปัญหาใหญ่ๆ ของประเทศในตอนนี้เราอาจจะใช้การแก้ปัญหาระยะสั้นอย่างเดียวไม่พอ แต่จำเป็นจะต้องใช้การลงทุนที่ถูกจุดในการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้าง และแก้ปัญหาระยะยาวมากกว่านี้เช่นเดียวกัน ซึ่งแต่ละพรรครวมถึงคนที่เป็นรัฐบาลเขาก็มีสิทธิ์จะทำนโยบายต่างๆ ในมุมหนึ่งก็อาจจะเป็นนโยบายที่ช่วยเหลือประชาชนจริง แต่ในอีกมุมหนึ่งตนก็เชื่อว่าสังคมและประชาชนก็รู้เท่าทัน เฝ้ามองอยู่ว่าการดำเนินนโยบายบางอย่างของรัฐบาลในช่วงนี้มีวัตถุประสงค์พุ่งเป้าไปเพื่อการหาเสียงคะแนนนิยมอย่างเดียวเท่านั้น หรือว่าจริงๆ แล้วต้องการแก้ไขปัญหาของประเทศในระยะยาว

นายณัฐพงษ์ เผยต่อไปว่า ซึ่งการเลือกตั้งครั้งหน้าถ้ามีการรณรงค์หาเสียง มีการนำเสนอนโยบาย หรือถึงวันที่ประชาชนได้ไปใช้อำนาจของพวกเขาผ่านคูหาเลือกตั้ง ทุกคนก็จะไม่ได้มุ่งหวังแต่การแก้หรือกระตุ้นเศรษฐกิจระยะสั้นอย่างเดียวเท่านั้น เพราะว่านโยบายแจกเงินที่ผ่านมาอย่างดิจิทัลวอลเล็ต เราก็เห็นว่ามันก็ไม่ได้ช่วยในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจได้จริง ดังนั้นเชื่อว่าการเลือกตั้งครั้งหน้าประชาชนคนไทยจะเลือกรัฐบาลที่เขาเชื่อมั่นว่าแก้ปัญหาได้ทั้งระยะสั้นและแก้ปัญหาประเทศในระยะยาวได้อย่างยั่งยืนมากยิ่งขึ้น

ขณะที่ประเด็นการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า เรื่องของรูปแบบที่มาหรือสูตรของผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญ ทิศทางตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือสมาชิกวุฒิสภา (สว.) ก็น่าจะเป็นไปในทิศทางเดียวกันคือรับทุกร่าง เพียงแต่ว่าจะใช้ร่างใครเป็นร่างหลักที่เวลานี้ยังไม่ได้ข้อสรุปเท่าใด

เมื่อถามต่อไปว่าพรรคภูมิใจไทยจะใช้ร่างของพรรคเขาเป็นร่างหลัก พรรคประชาชนยอมรับได้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า แต่ละพรรคก็น่าจะต้องชูร่างของตัวเองเป็นร่างหลักอยู่แล้ว แต่สิ่งสำคัญกว่าคือเราต้องมีผู้ยกร่างรัฐธรรมนูญที่มีความยึดโยงกับประชาชนมากที่สุด ซึ่งคงต้องมีการให้เหตุผล มีการพูดคุยกับฝ่ายกลไกของวิปในช่วง 2 วันนี้ว่าจะเอาอย่างไร แต่สุดท้าย แต่ละส่วนเขาก็คงมีสิทธิ์ที่จะเสนอร่างของตัวเองเป็นร่างหลักและให้ลงมติกันไปตามนั้น

ทางด้านถามว่าฝั่งพรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงความกังวลว่าพรรคประชาชนกับพรรคภูมิใจไทยอาจจะรวมกันแล้วผลักร่างพรรคเพื่อไทยออกนั้น นายณัฐพงษ์ คิดว่าไม่น่าจะมีข้อห่วงใยอะไรในตรงนั้น เพราะตอนนี้เอาเฉพาะในส่วนของพรรคประชาชนเองเท่าที่มีการพูดคุยหารือก็เห็นไปในทิศทางเดียวกับภาพรวมที่พรรคอื่นๆ หรือแม้แต่ สว.บางส่วน ก็มีการสะท้อนความเห็นออกมาแล้วว่าควรจะต้องรับไปทุกร่างของทุกคน เพื่อที่จะได้ไปพูดคุยในรายละเอียดและข้อแตกต่างในวาระ 2 และ 3 เพียงแต่ที่อาจจะยังเห็นไม่ค่อยตรงกันก็คือในเรื่องที่ว่าจะใช้ร่างของใครเป็นร่างหลัก

หากเสียงของรัฐบาลเพิ่มขึ้นจาก 146 เสียงเดิม จะส่อขัดต่อ MOA ที่ทำไว้หรือไม่ ซึ่งพรรคภูมิใจไทยระบุจะไปห้ามคนที่มาโหวตให้ไม่ได้ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เรื่องเสียงของรัฐบาลจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงอย่างไรนั้นก็อาจจะต้องดูเป็นวาระหรือดูเป็นเรื่องๆ ไป อย่างเรื่องของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ อันนั้นเป็นการแบ่งได้ชัดที่สุดว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือฝ่ายรัฐบาลกันแน่

“แต่เรื่องของรัฐธรรมนูญบางทีมันก็อาจจะไม่ได้เป็นประเด็นวาระที่อาจจะใช้ในการแบ่งระหว่างฝ่ายค้านกับฝ่ายรัฐบาลขนาดนั้น เพราะเป็นประเด็นที่ต้องอาศัยเสียงของทุกภาคส่วนในการผลักดัน ถ้าเราดูในเรื่องเงื่อนไขของการแก้ไขรัฐธรรมนูญทั้งในวาระ 1 และ วาระ 3 นอกจากจะใช้เสียงของ สว. 1 ใน 3 แล้ว ก็อาจจะต้องอาศัยเสียงของฝ่ายค้านด้วย จึงทำให้วาระการแก้ไขรัฐธรรมนูญ อาจจะไม่ได้เป็นวาระที่ใช้เป็นจุดตัดว่าใครเป็นฝ่ายค้านหรือรัฐบาล เพราะต้องอาศัยเสียงของทุกคนจึงจะสามารถเดินหน้าแก้ไขได้”

“เท้ง” ไม่หวั่นผลโพลภูมิใจไทยแซงพรรคประชาชน รอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก

จากกรณีที่ผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชน พบว่า พรรคภูมิใจไทยมีคะแนนนิยมแซงหน้าพรรคประชาชน หัวหน้าพรรคประชาชนอย่างนายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ แสดงความเห็นว่าไม่ได้รู้สึกกังวลกับผลโพลดังกล่าว พร้อมทั้งเน้นย้ำถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาเชิงโครงสร้างในระยะยาว ควบคู่ไปกับการแก้ปัญหาเศรษฐกิจระยะสั้น

นอกจากนี้ นายณัฐพงษ์ยังกล่าวถึงประเด็นการรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก ว่าเป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาล หรือ สว. เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชนอย่างแท้จริง

ความสำคัญของการรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก

การรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก เป็นกระบวนการสำคัญในการสร้างรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นที่ยอมรับของทุกฝ่าย การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและเสนอแนะ จะนำไปสู่การแก้ไขรัฐธรรมนูญที่เป็นประโยชน์และตอบสนองต่อความต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง

การแก้ไขรัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องอาศัยความอดทน ความเข้าใจ และความเสียสละจากทุกฝ่าย เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่เป็นเครื่องมือในการพัฒนาประเทศและสร้างความเท่าเทียมให้กับประชาชนทุกคน

ดังนั้น การรอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่ต้องดำเนินการอย่างรอบคอบและโปร่งใส เพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญที่ดีที่สุดสำหรับประเทศไทย

ที่มา – “เท้ง” ไม่หวั่นผลโพลภูมิใจไทยแซงพรรคประชาชน รอถกแก้ รธน. ใช้ร่างไหนเป็นหลัก

วิลเชียร์ อดีตมิดฟิลด์อังกฤษ คุมทีมลูตัน

วิลเชียร์ อดีตมิดฟิลด์อังกฤษ คุมทีมลูตัน

แจ็ค วิลเชียร์ อดีตมิดฟิลด์อาร์เซนอลและทีมชาติอังกฤษ เตรียมได้รับการแต่งตั้งให้เป็นผู้จัดการทีมลูตัน ทาวน์ ทีมในลีกวัน

อดีตแข้งวัย 33 ปี จะเข้ามาสานงานต่อจาก แมตต์ บลูมฟิลด์ ซึ่งถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อต้นเดือนนี้ หลังจากคุมทีมได้ไม่ถึงหนึ่งปี

นี่จะเป็นบทบาทผู้จัดการทีมเต็มตัวครั้งแรกของ วิลเชียร์ โดยเขาจะเข้ามาคุมทีมลูตันที่ปัจจุบันรั้งอันดับ 11 ในลีกวัน หลังจากการตกชั้นสองครั้งติดต่อกัน

เขาเอาชนะ ริชี่ เวลเลนส์ ผู้จัดการทีมเลย์ตัน โอเรียนท์ ในการชิงตำแหน่งนี้

คริส พาวเวลล์ อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ จะเข้าร่วมทีมลูตันในฐานะผู้ช่วยของ วิลเชียร์ โดยเขาเพิ่งอยู่ที่วอลซอลล์ได้เพียงสองสัปดาห์ในฐานะโค้ชทีมชุดใหญ่ชั่วคราว หลังจากเข้ามาทำหน้าที่แทน แกรี่ แวดด็อก ที่กำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดข้อเท้า

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2022 วิลเชียร์ เคยคุมทีมอาร์เซนอลรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี และใช้เวลาส่วนใหญ่ในฤดูกาลที่แล้วในฐานะโค้ชทีมชุดใหญ่ของนอริช ซิตี้ ในแชมเปี้ยนชิพ

เขาได้รับการแต่งตั้งให้เป็นหัวหน้าโค้ชชั่วคราวสำหรับสองเกมลีกสุดท้ายของนกขมิ้นเหลืองอ่อน หลังจาก โยฮันเนส ฮอฟฟ์ โทรุป ลาออก ก่อนที่จะออกจากแคร์โรว์ โร้ด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

สถานการณ์ของลูตันก่อน วิลเชียร์ เข้ามาคุมทีม

ลูตันได้รับการเลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ในปี 2023 แต่ทีมแฮตเตอร์สใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวในลีกสูงสุดและต้องเผชิญกับการตกชั้นเป็นครั้งที่สองติดต่อกันเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

บลูมฟิลด์ได้รับการแต่งตั้งเมื่อเอ็ดเวิร์ดส์ออกจากเคอร์นิลเวิร์ธ โร้ดในเดือนมกราคม แต่ อดีตผู้จัดการทีมวีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส ไม่สามารถพาทีมลูตันรอดพ้นจากการตกชั้นจากแชมเปี้ยนชิพได้ และชนะเพียง 12 จาก 33 เกมที่เขาคุมทีม

เกมแรกของ วิลเชียร์ ในฐานะผู้จัดการทีมลูตันจะเป็นเกมเหย้ากับ แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ ในวันเสาร์นี้

วิลเชียร์ประเดิมสนามในฐานะนักฟุตบอลอาชีพเมื่ออายุ 16 ปีกับอาร์เซนอลในปี 2008 และคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สองครั้งกับทีมปืนใหญ่ ซึ่งเขาลงเล่นเกือบ 200 นัด ก่อนย้ายไปเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในปี 2018

ต่อมาเขาได้ใช้ชีวิตค้าแข้งกับ บอร์นมัธ และ อาร์ฮุส ทีมในลีกเดนมาร์ก ก่อนจะเลิกเล่นในวัย 30 ปี

ในระดับนานาชาติ วิลเชียร์ ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 34 นัด โดยลงเล่นในฟุตบอลโลก 2014 และยูโร 2016

การแต่งตั้ง วิลเชียร์ อดีตมิดฟิลด์อังกฤษ คุมทีมลูตัน ถือเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจของสโมสร ด้วยประสบการณ์ที่ยังน้อยในฐานะผู้จัดการทีมเต็มตัว แต่ด้วยชื่อเสียงและประสบการณ์การเล่นระดับสูง อาจเป็นสิ่งที่ลูตันต้องการเพื่อกลับไปสู่เส้นทางที่ถูกต้อง

การเข้ามาของ วิลเชียร์ อดีตมิดฟิลด์อังกฤษ คุมทีมลูตัน สร้างความฮือฮาให้กับแฟนบอลไม่น้อย ต้องรอดูกันว่าเขาจะสามารถนำพาทีมลูตันไปในทิศทางใด

ที่มา – Ex-England midfielder Wilshere named Luton manager

จอร์แดน พิคฟอร์ด เตรียมเซ็นสัญญาใหม่กับเอฟเวอร์ตัน

จอร์แดน พิคฟอร์ด เตรียมเซ็นสัญญาใหม่กับเอฟเวอร์ตัน

จอร์แดน พิคฟอร์ด ผู้รักษาประตูทีมชาติอังกฤษ ตกลงเงื่อนไขในสัญญาฉบับใหม่กับเอฟเวอร์ตันแล้ว

ผู้รักษาประตูวัย 31 ปี ย้ายมาร่วมทีมทอฟฟี่สีน้ำเงินในปี 2017 ด้วยค่าตัว 30 ล้านปอนด์ ซึ่งเป็นสถิติค่าตัวผู้รักษาประตูของอังกฤษในขณะนั้น

แหล่งข่าวได้บอกกับบีบีซี สปอร์ต ว่า การประกาศอย่างเป็นทางการจะมีขึ้นในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

พิคฟอร์ด ซึ่งสัญญาปัจจุบันจะหมดลงในปี 2027 ได้รับรางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมแห่งปีของเอฟเวอร์ตันถึง 4 ครั้ง รวมถึง 3 ฤดูกาลล่าสุดด้วย

การต่อสัญญาของเขาถือเป็นกำลังใจสำคัญสำหรับสโมสร ซึ่งก่อนหน้านี้ได้ต่อสัญญากับ เจมส์ ทาร์คอฟสกี้ กัปตันทีม ออกไปอีก 2 ปีเมื่อต้นเดือนนี้

เส้นทางของ จอร์แดน พิคฟอร์ด กับเอฟเวอร์ตัน

พิคฟอร์ดลงเล่นให้เอฟเวอร์ตันไปแล้ว 329 นัด นับตั้งแต่ย้ายมาจากซันเดอร์แลนด์ ซึ่งเป็นสโมสรในวัยเด็กของเขา

เขามีบทบาทสำคัญในการช่วยให้เอฟเวอร์ตันรักษาสถานะในพรีเมียร์ลีกไว้ได้ แม้จะต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีม การละเมิดกฎการเงิน และการถูกตัดแต้มในฤดูกาลล่าสุด

เขายังติดทีมชาติอังกฤษไปแล้ว 79 นัด และเป็นตัวเลือกแรกสำหรับทีมสิงโตคำรามมาตั้งแต่ฟุตบอลโลก 2018

พิคฟอร์ดทำลายสถิติที่ยาวนานของ กอร์ดอน แบงค์ส เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว ด้วยการรักษาคลีนชีต 8 นัดติดต่อกันในเกมที่ทีมชาติอังกฤษเอาชนะเวลส์ 3-0

ครั้งสุดท้ายที่เขาเสียประตูให้กับทีมชาติอังกฤษคือเมื่อกว่าหนึ่งปีที่แล้ว ในเกมที่แพ้กรีซ 2-1 ในศึกเนชั่นส์ ลีก

การที่เอฟเวอร์ตันสามารถรั้งตัว จอร์แดน พิคฟอร์ด ไว้ได้ ถือเป็นข่าวดีสำหรับแฟนบอลทอฟฟี่สีน้ำเงินอย่างมาก เพราะพิคฟอร์ดถือเป็นผู้เล่นคนสำคัญของทีม และเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในพรีเมียร์ลีก

ด้วยฟอร์มการเล่นที่สม่ำเสมอและความมุ่งมั่นที่มีให้สโมสร พิคฟอร์ดจึงเป็นที่รักของแฟนบอล และการต่อสัญญาครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าเขาพร้อมที่จะอยู่กับทีมต่อไปในระยะยาว

นอกจากนี้ การต่อสัญญาของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ยังเป็นการส่งสัญญาณที่ดีไปยังนักเตะคนอื่นๆ ในทีม ว่าเอฟเวอร์ตันมีความทะเยอทะยานที่จะประสบความสำเร็จ และพร้อมที่จะลงทุนเพื่อสร้างทีมที่แข็งแกร่งเพื่อแข่งขันในพรีเมียร์ลีก

อย่างไรก็ตาม เอฟเวอร์ตันยังคงต้องเผชิญกับความท้าทายอีกมากมาย ทั้งในเรื่องของการเสริมทัพผู้เล่นใหม่ และการปรับปรุงผลงานในสนาม แต่การมีผู้รักษาประตูระดับโลกอย่างพิคฟอร์ดอยู่ในทีม ก็ช่วยเพิ่มโอกาสในการประสบความสำเร็จได้อย่างแน่นอน

สิ่งที่น่าสนใจคือ เอฟเวอร์ตันจะสามารถใช้ประโยชน์จากความสามารถของพิคฟอร์ดได้อย่างเต็มที่แค่ไหนในฤดูกาลหน้า และเขาจะสามารถช่วยให้ทีมบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ได้หรือไม่

แน่นอนว่าแฟนบอลเอฟเวอร์ตันทั่วโลกต่างตั้งตารอชมผลงานของ จอร์แดน พิคฟอร์ด ในสีเสื้อทอฟฟี่สีน้ำเงินต่อไป

ที่มา – Pickford set to sign new Everton deal

สแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล

ความคืบหน้าการสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล หลังการพังถล่ม พบพระพุทธรูปปางเปิดโลก 2 องค์ กรมศิลปากรเร่งดำเนินการเคลียร์พื้นที่อย่างระมัดระวัง

จากเหตุการณ์พระธาตุโนนตาล อายุ 123 ปี ซึ่งตั้งอยู่ภายในวัดพระธาตุ หมู่ 9 ต.โนนตาล อ.ท่าอุเทน จ.นครพนม ได้พังทลายลงมาทั้งองค์ เมื่อวันที่ 12 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา สร้างความเสียใจแก่พุทธศาสนิกชน เนื่องจากพระธาตุแห่งนี้เป็นพระธาตุโบราณคู่บ้านคู่เมือง และได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นโบราณสถานโดยกรมศิลปากร

นายวรวิทย์ พิมพนิตย์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครพนม ได้สั่งการให้กั้นพื้นที่รอบองค์พระธาตุเป็นเขตหวงห้าม เพื่อรอการตรวจสอบและสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล รวมถึงสิ่งของมีค่าที่ประชาชนนำมาถวายเป็นพุทธบูชา พร้อมทั้งประสานงานกับสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี เพื่อตรวจสอบหาสาเหตุของการพังทลาย

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 นายธนภัทร จิตสุทธิผล ผู้อำนวยการสำนักศิลปากรที่ 9 อุบลราชธานี พร้อมด้วยผู้เชี่ยวชาญด้านวัตถุโบราณ ได้หารือร่วมกับผู้นำชุมชนและกรรมการวัดพระธาตุ เพื่อวางแผนการค้นหาของมีค่าที่อยู่ในซากอิฐพระธาตุ โดยเน้นย้ำให้ผู้ที่พบเห็นวัตถุโบราณห้ามแตะต้อง และให้แจ้งเจ้าหน้าที่ที่สวมถุงมือเข้าไปดำเนินการแทน

ก่อนหน้านี้ ในช่วงเย็นของวันที่ 12 ตุลาคม ได้มีการค้นพบพระพุทธรูปปางมารวิชัย เนื้อสำริด พร้อมสร้อยคอทองคำ และเหรียญเงินโบราณจำนวนหนึ่ง ซึ่งถูกนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน

ในช่วงเช้าของวันที่ 13 ตุลาคม การค้นหาได้ดำเนินต่อไป และพบพระพุทธรูปโบราณปางเปิดโลกจำนวน 2 องค์ พร้อมด้วยพระพิมพ์ปางสมาธิ และพระแกะสลักในเนื้อหินใส ซึ่งจะมีการตรวจสอบความเก่าแก่ก่อนนำไปเก็บรักษาไว้ที่ สภ.ท่าอุเทน เช่นกัน

นายธนภัทร จิตสุทธิผล เปิดเผยว่า งบประมาณที่ได้รับการจัดสรรมานั้น เดิมทีเป็นงบประมาณสำหรับการบูรณะและปรับปรุงภูมิทัศน์ แต่เนื่องจากพระธาตุได้พังทลายลงมา จึงได้รายงานให้อธิบดีกรมศิลปากรทราบแล้ว สำหรับงบประมาณในการก่อสร้างใหม่นั้น คาดว่าจะต้องรอในปีงบประมาณ 2570

การดำเนินการสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล ยังคงต้องใช้ความระมัดระวัง โดยจะมีการประชุมร่วมกับคณะกรรมการหมู่บ้านเพื่อวางแผนการเคลื่อนย้ายเศษอิฐองค์พระธาตุไปยังที่ที่เหมาะสม

สาเหตุหลักของการพังทลายของพระธาตุ เกิดจากการก่อสร้างที่มีลักษณะเป็นเปลือกรอบ และมีโพรงดินอยู่ตรงกลาง เมื่อมีน้ำซึมเข้าไปสะสม ทำให้เกิดแรงดันและเกิดการระเบิดจากภายในได้

นอกจากนี้ ที่ตั้งขององค์พระธาตุที่อยู่ติดถนน ก็เป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนสะสม จนเกิดรอยร้าวและขยายวงกว้างขึ้นเรื่อยๆ

นายสันติชัย ศิริญาติ ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ต.โนนตาล เล่าว่า ก่อนหน้านี้ได้เกิดรอยร้าวขนาดเล็ก แต่ในช่วงปี 2567-2568 รอยร้าวดังกล่าวได้ขยายใหญ่ขึ้น ทำให้มีน้ำซึมเข้าไปภายในองค์พระธาตุ

นายมานิตย์ ภะวะ ชาวบ้านหมู่ 9 ต.โนนตาล กล่าวถึงความรู้สึกเสียใจต่อการพังทลายขององค์พระธาตุ และต้องการให้กรมศิลปากรเร่งดำเนินการก่อสร้างองค์ใหม่ขึ้นมาโดยเร็ว

สแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล

ความสำคัญของการสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล

การสแกนหาวัตถุโบราณใต้ซากพระธาตุโนนตาล ไม่เพียงแต่เป็นการค้นหาสิ่งของมีค่าทางประวัติศาสตร์เท่านั้น แต่ยังเป็นการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของชาติอีกด้วย วัตถุโบราณที่ค้นพบอาจนำไปสู่การศึกษาและทำความเข้าใจเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และความเป็นมาของชุมชนโนนตาล รวมถึงศิลปะและวัฒนธรรมในอดีต

นอกจากนี้ การค้นพบวัตถุโบราณยังสามารถสร้างความภาคภูมิใจและความผูกพันให้กับคนในชุมชน และเป็นแรงผลักดันให้เกิดการอนุรักษ์และสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมต่อไป

การพังทลายของพระธาตุโนนตาลเป็นความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นโอกาสให้เราได้หันกลับมาให้ความสำคัญกับการอนุรักษ์และดูแลรักษามรดกทางวัฒนธรรมของเราให้ดีที่สุด เพื่อส่งต่อให้คนรุ่นหลังต่อไป

ที่มา – เดินหน้าสแกนหาวัตถุโบราณ ใต้ซาก “พระธาตุโนนตาล” หลังพังถล่มลงมาทั้งองค์

จ่าสิงห์ ล่า “ไดร์มรณะ” ต้นเหตุเด็ก 10 ขวบดับ

“จ่าสิงห์” สั่งไล่ล่าถึงต้นตอ “ไดร์มรณะ” คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 10 ขวบ ย้ำ ขายสินค้าไร้ มอก. เตรียมโดนคดีอาญา พร้อมเปิดปฏิบัติการกวาดล้างทั่วประเทศ

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ออกคำสั่งด่วนติดตามคดีกรณีเด็กหญิงวัย 10 ขวบในจังหวัดบุรีรัมย์เสียชีวิตจากไฟฟ้าช็อตขณะใช้ไดร์เป่าผมที่ไม่ได้มาตรฐาน พร้อมย้ำว่า “ถ้ามีใครเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับกำไร ผมดำเนินคดีจนถึงที่สุด” โดยเรียก นายณัฐพล รังสิตพล ปลัดกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วย นายพีรวัส สมวงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรีช่วยฯ และ นายเอกนิติ รมยานนท์ เลขาธิการสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) เข้าประชุมวางแผนบัญชาการเพื่อหาต้นตอและแก้ไขปัญหาเหตุการณ์นี้ให้ทันท่วงที

พบ ไดร์-ปลั๊กพ่วง ไม่มี มอก.

จากการตรวจสอบเบื้องต้นพบว่าไดร์เป่าผมและปลั๊กพ่วงที่ใช้ร่วมกันไม่ปรากฏเครื่องหมายมาตรฐานอุตสาหกรรม (มอก.) และมีความเสี่ยงไฟรั่วสูงเกินเกณฑ์กำหนด กระทรวงอุตสาหกรรมจึงประสานสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.) ลงพื้นที่ทันที ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจเก็บหลักฐานทางเทคนิค ขยายผลหาผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จำหน่ายที่เกี่ยวข้อง

“สั่งให้ไปหาถึงต้นตอภายในเวลาที่เร็วที่สุด ไม่ใช่แค่จับรายย่อย แต่ต้องสืบถึงขบวนการ ถ้ามีใครเอาชีวิตประชาชนไปแลกกับกำไร ผมดำเนินคดีจนถึงที่สุด”

ระดมคณะทำงานตรวจสอบ

จ่าเอก ยศสิงห์ กล่าวด้วยว่า ได้สั่งระดมคณะทำงานฝ่ายกฎหมายและตรวจสอบสินค้าออนไลน์เพื่อสแกนหาสินค้าผิดมาตรฐานทุกแพลตฟอร์มทั้งในประเทศและต่างประเทศ โดยเฉพาะสินค้าไฟฟ้าในชีวิตประจำวัน เช่น ไดร์เป่าผม หม้อหุงข้าว เตารีด พัดลม และปลั๊กพ่วง ที่มักลักลอบจำหน่ายโดยไม่มี มอก.

ทั้งนี้ได้มอบหมายให้ นายพีรวัส สมวงศ์ คณะที่ปรึกษารัฐมนตรี ร่วมกับ สมอ. จัดทำ Roadmap กวาดล้างสินค้าอุตสาหกรรมผิดมาตรฐาน 3 ระยะ (เร่งด่วน–กลาง–ยั่งยืน) เพื่อคุ้มครองความปลอดภัยของผู้บริโภค พร้อมเชื่อมโยงสู่การยกระดับตลาดสินค้าไทยให้เป็นอุตสาหกรรมพึ่งพาได้อย่างแท้จริง พร้อมย้ำว่า “นี่ไม่ใช่การจับปรับ แต่คือภารกิจปกป้องชีวิตของคนไทย”

“ไดร์มรณะ” ภัยร้ายใกล้ตัวที่ต้องระวัง

เหตุการณ์เศร้าสลดที่เกิดขึ้นกับเด็กหญิงวัย 10 ขวบจาก “ไดร์มรณะ” กลายเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ผู้บริโภคทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน มอก. (มาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม) เพราะสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานเหล่านี้อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้

ความสำคัญของมาตรฐาน มอก.

เครื่องหมาย มอก. เป็นเครื่องหมายที่แสดงว่าสินค้าได้รับการตรวจสอบและรับรองแล้วว่ามีคุณภาพและความปลอดภัยตามมาตรฐานที่กำหนด การเลือกซื้อสินค้าที่มี มอก. จึงเป็นการลดความเสี่ยงจากอันตรายที่อาจเกิดขึ้นจากสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับไฟฟ้าโดยตรง เช่น ไดร์เป่าผม ปลั๊กไฟ และสายไฟ

จะตรวจสอบสินค้าที่มี มอก. ได้อย่างไร?

คุณสามารถตรวจสอบสินค้าที่มี มอก. ได้ง่ายๆ โดยสังเกตจากเครื่องหมาย มอก. ที่ติดอยู่บนตัวสินค้า หรือบรรจุภัณฑ์ นอกจากนี้ คุณยังสามารถตรวจสอบข้อมูลสินค้าที่มี มอก. ได้จากเว็บไซต์ของสำนักงานมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (สมอ.)

ผลกระทบจาก “ไดร์มรณะ” และการดำเนินการของภาครัฐ

จากกรณี “ไดร์มรณะ” จ่าเอก ยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้สั่งการให้มีการกวาดล้างสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐาน มอก. อย่างเข้มงวด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เศร้าสลดเช่นนี้อีก พร้อมทั้งดำเนินคดีกับผู้ผลิต ผู้นำเข้า และผู้จัดจำหน่ายสินค้าที่ไม่ได้มาตรฐานอย่างเด็ดขาด

ข้อควรระวังในการเลือกซื้อและใช้งานไดร์เป่าผม

  • เลือกซื้อไดร์เป่าผมที่มีเครื่องหมาย มอก.
  • ตรวจสอบสภาพของไดร์เป่าผมก่อนใช้งาน หากพบว่ามีรอยแตกร้าว หรือสายไฟชำรุด ไม่ควรใช้งาน
  • ไม่ควรใช้ไดร์เป่าผมในบริเวณที่มีความชื้นสูง หรือใกล้กับน้ำ
  • เมื่อใช้งานไดร์เป่าผมเสร็จแล้ว ควรถอดปลั๊กออกทุกครั้ง

เหตุการณ์ “ไดร์มรณะ” เป็นเรื่องที่น่าเศร้าและสะเทือนใจ แต่ก็เป็นสิ่งที่กระตุ้นให้เราทุกคนตระหนักถึงความสำคัญของการเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐาน เพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของเราเอง อย่ามองข้ามเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เพราะอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ได้

ที่มา – “จ่าสิงห์” สั่งไล่ล่าถึงต้นตอ “ไดร์มรณะ” คร่าชีวิตเด็กหญิงวัย 10 ขวบ

วิลเชียร์ เตรียมเป็นกุนซือ ลูตัน ทาวน์

แจ็ค วิลเชียร์ อดีตกองกลางอาร์เซนอลและทีมชาติอังกฤษ เตรียมได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้จัดการทีม ลูตัน ทาวน์ ในลีกวัน

ดาวเตะวัย 33 ปี จะเข้ามาสานงานต่อจาก แมตต์ บลูมฟิลด์ ที่ถูกปลดออกจากตำแหน่งเมื่อต้นเดือนที่ผ่านมา หลังจากคุมทีมได้ไม่ถึงปีที่ เคนิลเวิร์ธ โร้ด

นี่จะเป็นบทบาทการคุมทีมเต็มตัวครั้งแรกของ วิลเชียร์ โดยจะเข้ามาคุมทีม ลูตัน ที่ปัจจุบันอยู่อันดับ 11 ในลีกระดับ 3 หลังจากตกชั้นติดต่อกัน 2 ฤดูกาล

เขาเอาชนะ ริชี เวลเลนส์ บอสใหญ่แห่ง เลย์ตัน โอเรียนท์ ในการชิงตำแหน่งนี้ไปได้

คริส พาวเวลล์ อดีตแบ็กซ้ายทีมชาติอังกฤษ จะเข้าร่วมงานกับ ลูตัน ในฐานะผู้ช่วยของ วิลเชียร์ โดยเขาเพิ่งจะอยู่ที่ วอลซอลล์ ได้เพียงสองสัปดาห์ในฐานะโค้ชทีมชุดใหญ่ชั่วคราว หลังจากเข้ามาทำหน้าที่แทน แกรี แวดด็อก ที่กำลังพักฟื้นจากการผ่าตัดข้อเท้า

หลังจากเลิกเล่นฟุตบอลอาชีพในปี 2022 วิลเชียร์ เคยคุมทีมอาร์เซนอลชุดอายุต่ำกว่า 18 ปี และใช้เวลาส่วนใหญ่ในฤดูกาลที่แล้วเป็นโค้ชทีมชุดใหญ่ของ นอริช ซิตี้ ในแชมเปี้ยนชิพ

เขาได้รับการแต่งตั้งเป็นหัวหน้าโค้ชชั่วคราวสำหรับเกมลีกสองนัดสุดท้ายของทีม “นกขมิ้น” หลังจาก โยฮันเนส ฮอฟฟ์ โทรุป ลาออก ก่อนที่จะออกจาก แคร์โรว์ โร้ด เมื่อสิ้นสุดฤดูกาล

วิลเชียร์ เตรียมเป็นกุนซือ ลูตัน ทาวน์

ลูตัน เลื่อนชั้นสู่พรีเมียร์ลีกภายใต้การคุมทีมของ ร็อบ เอ็ดเวิร์ดส์ ในปี 2023 แต่ทีม “ช่างทำหมวก” ใช้เวลาเพียงฤดูกาลเดียวในลีกสูงสุดและตกชั้นเป็นครั้งที่สองติดต่อกันในฤดูกาลที่แล้ว

บลูมฟิลด์ ได้รับการแต่งตั้งเมื่อ เอ็ดเวิร์ดส์ ออกจาก เคนิลเวิร์ธ โร้ด ในเดือนมกราคม แต่บอสใหญ่จาก วีคอมบ์ วันเดอเรอร์ส ไม่สามารถช่วยให้ ลูตัน อยู่รอดในแชมเปี้ยนชิพได้ และชนะเพียง 12 จาก 33 เกมที่คุมทีม

เกมแรกของ วิลเชียร์ ในฐานะผู้จัดการทีม ลูตัน คือเกมเหย้ากับ แมนส์ฟิลด์ ทาวน์ ในวันเสาร์นี้ และเขาต้องเตรียมพร้อมสำหรับการเริ่มต้นคุมทีมที่ท้าทายอย่างมาก

วิลเชียร์ ประเดิมสนามในฐานะนักเตะอาชีพเมื่ออายุ 16 ปี ให้กับ อาร์เซนอล ในปี 2008 และคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ สองครั้งกับทีม “ปืนใหญ่” ซึ่งเขาลงเล่นไปเกือบ 200 นัด ก่อนย้ายไป เวสต์แฮม ยูไนเต็ด ในปี 2018

ต่อมา เขาได้ไปเล่นให้กับ บอร์นมัธ และ อาร์ฮุส ทีมในเดนมาร์ก ก่อนจะเลิกเล่นในวัย 30 ปี

ในระดับนานาชาติ วิลเชียร์ ลงเล่นให้ทีมชาติอังกฤษ 34 นัด โดยลงเล่นในฟุตบอลโลก 2014 และ ยูโร 2016

ทำไมการแต่งตั้ง วิลเชียร์ เตรียมเป็นกุนซือ ลูตัน ทาวน์ น่าสนใจ

  • ประวัติศาสตร์ของสโมสร: ลูตัน ทาวน์ เป็นสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและมีแฟนบอลที่ให้การสนับสนุนอย่างเหนียวแน่น
  • ความท้าทายในการสร้างทีมใหม่: หลังจากตกชั้นถึงสองครั้งติดต่อกัน วิลเชียร์จะต้องสร้างทีมใหม่และพาทีมกลับสู่เส้นทางที่ถูกต้อง
  • โอกาสในการพิสูจน์ตัวเอง: นี่เป็นโอกาสที่สำคัญสำหรับ วิลเชียร์ ในการพิสูจน์ว่าเขามีความสามารถในการเป็นผู้จัดการทีม

การแต่งตั้ง แจ็ค วิลเชียร์ เป็นผู้จัดการทีม ลูตัน ทาวน์ ถือเป็นการเดิมพันที่น่าสนใจจากสโมสร ด้วยชื่อเสียงและความสามารถของเขา อาจเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ ลูตัน ทาวน์ ต้องการเพื่อกลับสู่เส้นทางแห่งความสำเร็จอีกครั้ง แฟนบอลคงต้องรอติดตามดูว่าเขาจะสามารถนำพาทีมไปในทิศทางใด

ที่มา – Wilshere set to be named Luton manager