วัน: 13 ตุลาคม 2025

ฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทก! ไฟไหม้ศรีราชา

ระทึก! เกิดเหตุฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทก ใน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี เพลิงลุกไหม้อย่างรวดเร็ว มีควันดำลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า และเสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว เจ้าหน้าที่ดับเพลิงเร่งระดมกำลังเข้าควบคุมสถานการณ์อย่างเร่งด่วน

เมื่อเวลา 13.30 น. ของวันที่ 13 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.สุรกิจ อินอ่ำ ผกก.สภ.ศรีราชา ได้รับแจ้งเหตุฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทก ซึ่งเป็นโรงงานผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและกล่องโฟมกันกระแทก ตั้งอยู่ใน ต.บางพระ อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี หลังรับแจ้งจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ

จากเหตุฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทก เปลวเพลิงได้ลุกไหม้อย่างรุนแรงและรวดเร็ว เกิดเป็นกลุ่มควันดำขนาดใหญ่ ลอยขึ้นสู่ท้องฟ้า มองเห็นได้จากระยะไกล เจ้าหน้าที่ดับเพลิงจากเทศบาลนครเจ้าพระยาสุรศักดิ์ เทศบาลนครแหลมฉบัง เทศบาลเมืองศรีราชา เทศบาลตำบลบางพระ อบต.บ่อวิน และอบต.หนองขาม ได้นำรถดับเพลิงจำนวนมากเข้าสนับสนุนการดับเพลิงอย่างเร่งด่วน

ที่เกิดเหตุเป็นโรงงานขนาดใหญ่ ใช้สำหรับผลิตชิ้นส่วนพลาสติกและกล่องโฟมกันกระแทก มีลักษณะเป็นโกดังชั้นเดียวสำหรับขนส่งสินค้า พบว่าเพลิงกำลังโหมลุกไหม้อย่างรุนแรง ทำให้โครงสร้างอาคารพังถล่มลงมา และไฟยังลุกลามไปยังส่วนอื่นๆ ของโรงงานอย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ดับเพลิงต้องใช้รถน้ำกว่า 20 คัน เพื่อระงับเหตุเพลิงไหม้ ใช้เวลานานกว่า 2 ชั่วโมง แต่ยังไม่สามารถควบคุมเพลิงได้อย่างสมบูรณ์ เพลิงได้ลุกลามไปยังโกดังที่ 2 และ 3 เจ้าหน้าที่ดับเพลิงสามารถทำได้เพียงควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดและฉีดน้ำเลี้ยงเพื่อป้องกันการปะทุซ้ำ ในขณะเดียวกัน โรงงานที่อยู่ใกล้เคียงได้สั่งอพยพพนักงานออกจากพื้นที่เพื่อความปลอดภัย

จากการสอบถามพนักงานในโรงงาน ทราบว่าก่อนเกิดเหตุ เวลาประมาณ 13.00 น. ได้เกิดฝนตกหนักและมีฟ้าผ่าลงมาบริเวณโกดัง ทำให้เกิดเพลิงไหม้ พนักงานที่อยู่ใกล้เคียงพยายามช่วยกันดับไฟ แต่ไม่สามารถควบคุมเพลิงได้ ทำให้ไฟลุกลามไปทั่วบริเวณอย่างรวดเร็ว

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยกู้ภัยได้ทำการตรวจสอบพื้นที่เพื่อค้นหาผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม แต่ยังไม่พบผู้ได้รับบาดเจ็บ อย่างไรก็ตาม จะมีการประสานงานกับเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานที่ 2 ชลบุรี เพื่อเข้าตรวจสอบสาเหตุของเพลิงไหม้ที่แท้จริงต่อไป

ฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทก

โรงงานแห่งนี้เคยเกิดเหตุเพลิงไหม้มาแล้วครั้งหนึ่ง เมื่อวันที่ 11 มีนาคม 2563 ซึ่งตั้งอยู่ที่นิคมอุตสาหกรรมปิ่นทอง 2 ม.9 ต.หนองขาม อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี

ผลกระทบจากเหตุการณ์ฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทก

เหตุการณ์ฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทกในครั้งนี้ ส่งผลกระทบหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็น

  • ความเสียหายต่อทรัพย์สิน: โรงงานและทรัพย์สินภายในได้รับความเสียหายอย่างหนัก
  • ผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม : ควันพิษจากการเผาไหม้ อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชนในพื้นที่ใกล้เคียงและคุณภาพอากาศ
  • ผลกระทบทางเศรษฐกิจ: การหยุดชะงักของการผลิต อาจส่งผลกระทบต่อธุรกิจและห่วงโซ่อุปทาน

สิ่งสำคัญคือการตรวจสอบความปลอดภัยของระบบป้องกันฟ้าผ่าในโรงงานอุตสาหกรรมอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงการฝึกอบรมพนักงานให้มีความรู้ความเข้าใจในการรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน เพื่อป้องกันและลดความเสี่ยงจากเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันที่อาจเกิดขึ้นได้อีกในอนาคต

ที่มา – ฟ้าผ่าโรงงานโฟมกันกระแทก ไฟลุกไหม้ ควันดำลอยขึ้นฟ้า เสียงระเบิดดังสนั่น

โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส? หรือ ‘วนลูปเดิม’?

สตีเวน เจอร์ราร์ด จะไม่กลับมา นั่นชัดเจนในช่วงเย็นวันเสาร์ สร้างความตกใจให้กับผู้ที่พร้อมจะต้อนรับเขากลับสู่ไอบรอกซ์

แต่หัวหน้าโค้ชคนต่อไปของเรนเจอร์สจะเป็น แดนนี่ โรห์ล หรือไม่?

มีรายงานว่าชาวเยอรมันซึ่งออกจากเชฟฟิลด์เวนส์เดย์ด้วยความยินยอมร่วมกันเมื่อช่วงซัมเมอร์ เป็นตัวเต็ง โดยได้พูดคุยกับสโมสรในสกอตติชพรีเมียร์ชิพในสัปดาห์ที่ผ่านมาด้วย

วัย 36 ปีเคยเป็นผู้ช่วยโค้ชให้กับ RB ไลป์ซิก, บาเยิร์นมิวนิก และทีมชาติเยอรมนีก่อนเข้ารับตำแหน่งที่ฮิลส์โบโรห์

เขาสามารถช่วยให้ทีมรอดพ้นจากการตกชั้นได้ถึงสองครั้งกับสโมสรในเซาท์ยอร์คเชียร์ที่กำลังมีปัญหา โดยจบอันดับที่ 12 ในแชมเปี้ยนชิพในฤดูกาลเต็มที่เขาคุมทีม ถือเป็นความสำเร็จที่น่าประทับใจเมื่อพิจารณาจากปัญหาทางการเงินของเวนส์เดย์

แต่เมื่อพิจารณาจากประสบการณ์การจัดการทีมที่ค่อนข้างน้อยของเขา – ไม่ต้องพูดถึงฟุตบอลสกอตแลนด์ – โรห์ลคือคนที่ใช่ที่จะพลิกสถานการณ์ของเรนเจอร์สได้จริงหรือ? หรือว่าโปรไฟล์ของเขาคล้ายคลึงกับรัสเซลล์ มาร์ติน ที่จากไปมากเกินไป?

‘โรห์ลเป็นเจ้านายที่ดีที่สุดที่ฉันเคยร่วมงานด้วย’

หนึ่งในงานหลักสำหรับหัวหน้าโค้ชคนต่อไปของเรนเจอร์สคือการฟื้นฟูและสร้างแรงบันดาลใจให้กับทีมที่ทำให้ผิดหวังครั้งแล้วครั้งเล่าในฤดูกาลนี้

โรห์ลจะไม่มีปัญหาในการสร้างความประทับใจแรกพบที่ดี ตามคำกล่าวของ แบร์รี แบนแนน อดีตกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์ กัปตันทีมของโรห์ลที่เวนส์เดย์

“แดนนี่เก่งมาก เขามีความคิดแบบผู้ชนะตั้งแต่การประชุมครั้งแรก” แบนแนนกล่าวกับ BBC Scotland

“เขาเป็นผู้จัดการทีมหนุ่ม ดังนั้นพวกจึงอยากรู้ว่าเขาจะทำอย่างไร แต่พวกเราทุกคนออกจากห้องประชุมนั้นโดยรู้ว่าเรามีผู้จัดการทีมระดับท็อปอยู่ในมือ เขาอายุยังน้อย แต่เขาแสดงให้เห็นถึงความมั่นใจอย่างมาก”

มาร์ตินไม่สามารถเอาชนะใจแฟนบอลเรนเจอร์สที่เคลือบแคลงใจได้ และความสัมพันธ์ของเขากับแฟนบอลก็เลวร้ายลงถึงขนาดที่เขาต้องได้รับการคุ้มกันจากตำรวจหลังจากการเสมอ 1-1 ที่ฟอลเคิร์ก ซึ่งเป็นเกมสุดท้ายที่เขาคุมทีม

แบนแนนคิดว่า โรห์ลจะสามารถเอาชนะใจแฟนบอลไอบรอกซ์ที่โกรธได้

“เขามีความมุ่งมั่นอย่างมาก” แบนแนนกล่าว “เขาสนใจเชฟฟิลด์เวนส์เดย์ และแฟนๆ ก็ชอบเขาทันทีเพราะความมุ่งมั่นที่เขาแสดงออกมา”

“ผมรู้ว่าเขากำลังจะสู้ – เขามาหาเราตอนที่เราตกต่ำสุดขีดและดูเหมือนจะตกชั้น แต่เราก็อยู่รอดในปีนั้นและก้าวต่อไป”

“หลายคนดูเหมือนจะลืมไปว่าเขาเคยทำงานที่สโมสรใหญ่ในบาเยิร์นมิวนิก ผมรู้ว่าเขาเป็นผู้ช่วยที่นั่น แต่เขาคงได้ลิ้มรสสิ่งที่คล้ายกับทีมโอลด์เฟิร์ม เพราะทุกอย่างเกี่ยวกับการชนะเกม”

สิ่งเดียวที่จะทำให้แฟนบอลเรนเจอร์สเชื่อว่า โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส? คือการชนะและชนะอย่างสม่ำเสมอ

มาร์ตินออกจากเรนเจอร์สโดยไม่มีแต้มจากการแข่งขันยูโรปาลีก 2 นัด และอยู่อันดับที่ 8 ในพรีเมียร์ชิพโดยมีเพียง 8 แต้มจาก 7 เกม

แบนแนน ซึ่งเป็นแฟนบอลเซลติกที่เปิดเผยตัวเอง มั่นใจว่าผลการแข่งขันจะดีขึ้นหากโรห์ลเข้ามาคุมทีม

“เมื่อรู้ถึงบุคลิกของผู้จัดการทีมและดูทีมเรนเจอร์สนั้น จะมีการเปลี่ยนแปลงในผลการแข่งขันหากแดนนี่ได้รับงาน” เขากล่าว

“ผมจะรับประกันได้เลยว่าเขาเป็นผู้จัดการทีมที่ดีที่สุดที่ผมเคยร่วมงานด้วย เขาเก่งมาก”

โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส? จะเป็นแค่ ‘วนลูปเดิม’ หรือไม่?

คำให้การของแบนแนนนั้นดีเลิศ แต่โรห์ลจะทำในสิ่งที่มาร์ตินทำไม่ได้หรือไม่?

ชาวเยอรมันอายุน้อยกว่า คุมทีมมาน้อยกว่าอย่างเห็นได้ชัด และไม่มีประสบการณ์เกี่ยวกับเรนเจอร์สหรือสกอตแลนด์มากเท่ากับคนที่เขาจะเข้ามาแทนที่

สิ่งเหล่านี้จะบั่นทอนความสามารถของเขาในการจัดการกับปัญหามากมายที่หัวหน้าโค้ชเรนเจอร์สคนต่อไปจะเผชิญทั้งในและนอกสนามหรือไม่?

“แดนนี่ โรห์ล อายุ 36 ปี คุณสามารถเป็นโค้ชที่ดีได้เท่าที่คุณต้องการ แต่เขาจะมีประสบการณ์ในการจัดการกับปัญหาทั้งหมดที่กำลังเกิดขึ้นที่เรนเจอร์สในขณะนี้หรือไม่? ฉันคิดว่าไม่” ไมเคิล สจวร์ต อดีตกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์กล่าวใน Sportsound

“พวกเขาต้องการผู้จัดการทีมที่เป็นผู้นำที่แท้จริง เป็นหัวหอก และฉันไม่แน่ใจว่าแดนนี่ โรห์ล จะมีประสบการณ์หรือความสามารถในการจัดการกับความวุ่นวายที่เรนเจอร์สกำลังเผชิญอยู่ในขณะนี้”

แม้จะมีประวัติของโรห์ล อดีตกองหน้าเรนเจอร์สและสมาชิกของทีมโค้ชรักษาการเมื่อฤดูกาลที่แล้วอย่าง บิลลี่ ดอดส์ กล่าวว่า การแต่งตั้งหัวหน้าโค้ชอีกคนจากแชมเปี้ยนชิพอังกฤษ จะไม่เป็นที่ยอมรับของแฟนบอลเรนเจอร์ส

“ส่วนใหญ่ต้องการ สตีเวน เจอร์ราร์ด แต่เรื่องนั้นจบไปแล้ว” เขากล่าวใน Sportsound

“ฉันแค่คิดว่าถ้าคุณเดินตามเส้นทางแชมเปี้ยนชิพอีกครั้ง… ฉันไม่ได้บอกว่า แดนนี่ โรห์ล ไม่ใช่ผู้จัดการทีมที่ดี ฉันได้ยินมาว่าเขาเป็น แต่เป็นการวนลูปเดิม และฉันไม่คิดว่าแฟนบอลเรนเจอร์สต้องการแบบนั้น”

“เป็นเรื่องสำคัญที่ผู้บริหารระดับสูงของเรนเจอร์สจะต้องคำนึงถึงแฟนบอลในเรื่องนี้”

เมื่อพิจารณาถึงความวุ่นวายในการครองราชย์ที่เพิ่งเริ่มต้นขึ้น การตัดสินใจครั้งนี้ถูกต้องอย่างแน่นอนมีความสำคัญเพียงใด? สจวร์ตกล่าวว่าสำคัญยิ่ง

“ใครก็ได้บอกฉันได้ไหมว่ามีอะไรเกิดขึ้นตั้งแต่เจ้าของใหม่เข้ามาเป็นเจ้าของที่เป็นไปในทิศทางบวกบ้าง?” เขาถามใน Sportsound

“การแต่งตั้งรัสเซลล์ มาร์ติน – น่าสงสัย การแต่งตั้ง [ผู้อำนวยการกีฬา] เควิน เธลเวลล์ – น่าสงสัย การสรรหา – น่าสงสัย การยึดติดกับรัสเซลล์ มาร์ติน นานเกินไปกว่าที่ควรจะเป็น – น่าสงสัย และตอนนี้เรื่องอื้อฉาวของเจอร์ราร์ด

“พวกเขาอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักเพื่อให้แน่ใจว่าการแต่งตั้งครั้งนี้ตรงประเด็น”

โรห์ลคือคำตอบของเรนเจอร์ส? การตัดสินใจครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่ง เรนเจอร์สต้องพิจารณาอย่างรอบคอบถึงประสบการณ์, ความสามารถในการเป็นผู้นำ และความเข้าใจในวัฒนธรรมของสโมสร เพื่อให้แน่ใจว่าการแต่งตั้งครั้งนี้จะไม่เป็นเพียง ‘วนลูปเดิม’ แต่เป็นการเริ่มต้นใหม่ที่สดใส

ที่มา – Is Rohl answer for Rangers? Or ‘rinse and repeat’?

แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ ลิเวอร์พูล

แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ ลิเวอร์พูล

เนื้อหานี้ไม่สามารถใช้ได้ในตำแหน่งที่ตั้งของคุณ

มีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น

Iman Beney และ Aoba Fujino ทำประตูให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แซงจากที่ตามหลัง 1-0 ที่แอนฟิลด์ ขยายการเริ่มต้นฤดูกาล WSL ที่ไร้ชัยชนะของลิเวอร์พูลออกไป

รายงานการแข่งขัน: ลิเวอร์พูล 1-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้

สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

เกมที่น่าตื่นเต้นเมื่อ แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ ลิเวอร์พูล ไปได้อย่างหวุดหวิด ทำให้แฟนบอลทั่วโลกต่างจับตามองฟอร์มการเล่นของทั้งสองทีมอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการกลับมาของนักเตะตัวหลักหลายคนที่ช่วยยกระดับเกมรุกของ แมนฯ ซิตี้ ให้มีความหลากหลายและอันตรายมากยิ่งขึ้น

แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ ลิเวอร์พูล

เริ่มต้นเกม ลิเวอร์พูลทำได้ดีกว่าและขึ้นนำไปก่อน แต่ แมนฯ ซิตี้ ก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ และพยายามบุกอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งทำประตูตีเสมอได้สำเร็จ จากนั้นเกมก็เปิดแลกกันอย่างสนุก แต่เป็น แมนฯ ซิตี้ ที่เฉียบคมกว่าและทำประตูชัยไปได้ในที่สุด

ชัยชนะครั้งนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อ แมนฯ ซิตี้ เพราะเป็นการแสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของทีมในการไล่ล่าแชมป์ นอกจากนี้ยังเป็นการส่งสัญญาณเตือนไปยังทีมอื่นๆ ในลีกว่า แมนฯ ซิตี้ พร้อมที่จะต่อสู้เพื่อทุกคะแนนและจะไม่ยอมให้ใครมาขวางทางได้ง่ายๆ

อนาคตของทั้งสองทีมหลังเกม แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ ลิเวอร์พูล

แน่นอนว่าความพ่ายแพ้ครั้งนี้เป็นสิ่งที่น่าผิดหวังสำหรับลิเวอร์พูล แต่พวกเขาก็ต้องลืมมันไปให้เร็วที่สุดและกลับมาโฟกัสกับการฝึกซ้อมและการแข่งขันนัดต่อไป เพราะยังมีเกมอีกมากมายรอพวกเขาอยู่ และพวกเขายังมีโอกาสที่จะพิสูจน์ตัวเองและกลับมาสู่เส้นทางแห่งชัยชนะได้อีกครั้ง

สำหรับ แมนฯ ซิตี้ หลังจากชัยชนะอันยิ่งใหญ่ พวกเขาจะต้องรักษาฟอร์มการเล่นที่ดีนี้ไว้ให้ได้และพยายามพัฒนาตัวเองให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะการแข่งขันในลีกยังคงเข้มข้นและทุกทีมต่างก็ต้องการที่จะเอาชนะพวกเขาให้ได้

โดยรวมแล้วเกมนี้เป็นเกมที่สนุกและน่าติดตามอย่างยิ่ง และแสดงให้เห็นถึงคุณภาพและศักยภาพของทั้งสองทีม ถึงแม้ว่า แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ ลิเวอร์พูล ได้ในที่สุด แต่ลิเวอร์พูลก็แสดงให้เห็นแล้วว่าพวกเขาสามารถต่อสู้กับทีมที่ดีที่สุดในโลกได้อย่างสูสี และเราหวังว่าจะได้เห็นเกมที่สนุกและตื่นเต้นแบบนี้อีกในอนาคต

นอกจากชัยชนะในสนามแล้ว การที่ แมนฯ ซิตี้ แซงชนะ ลิเวอร์พูล ยังสร้างความมั่นใจให้กับแฟนบอลของพวกเขาอย่างมาก และพวกเขาหวังว่าทีมจะสามารถรักษาฟอร์มที่ดีนี้ไว้ได้ตลอดฤดูกาล

ที่มา – Man City come from behind to beat Liverpool

นายกฯ โยนสภาเคาะร่างหลักแก้ รธน. บวรศักดิ์แถลง 16 ต.ค.

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นประเด็นที่ได้รับความสนใจอย่างมากในขณะนี้ โดย นายกฯ อนุทิน ได้กล่าวถึงการประชุมร่วมรัฐสภาเพื่อพิจารณาเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ว่าจะให้ร่างของใครเป็นร่างหลัก ซึ่งพรรคเพื่อไทยก็ต้องการให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญของตนเองเป็นร่างหลัก ทั้งนี้ นายอนุทินกล่าวว่า ต้องหารือกันในการประชุมร่วมของรัฐสภาที่จะมีขึ้นในวันที่ 14-15 ตุลาคม 2568 และทุกอย่างจะเป็นไปตามกลไกของรัฐสภา

นายอนุทินยังกล่าวถึงการทำงานเพื่อให้ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญผ่านไปได้ว่า จะต้องมีเวลาทำงาน 4 เดือนเต็ม ซึ่งเป็นไปตามที่ได้ประชุมร่วมกับหลายพรรคการเมืองและเป็นส่วนหนึ่งใน MOA ที่ให้ไว้กับพรรคประชาชน ดังนั้นจึงต้องทำตามข้อตกลงที่มีอยู่ เมื่อถามว่าหากรัฐบาลอยู่ไม่ถึง 4 เดือนจะทำไม่เสร็จ นายอนุทินตอบว่าอย่างน้อยก็ได้นำเข้าสภาฯ ถือว่าได้เริ่มแล้ว

ในส่วนของเสียงสนับสนุนจากสมาชิกวุฒิสภา (สว.) นั้น นายอนุทินกล่าวว่าไม่ได้เช็กเสียงเลย เพราะทุกอย่างเป็นไปตามกลไกประชาธิปไตย และแต่ละพรรคก็มีจุดยืนของตัวเองอยู่แล้ว โดยพรรคภูมิใจไทยจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ส่วนมาตราอื่นๆ จะค่อยไปว่ากันในชั้นกรรมาธิการ และหวังว่าจะผ่านในวาระรับหลักการ (วาระ 1)

นายอนุทินยังกล่าวถึงการผลักดันเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้ผ่านในวาระ 3 เพื่อทำประชามติและพร้อมเลือกตั้งว่า ต้องช่วยกัน และส่วนหนึ่งที่พรรคประชาชนต้องการให้พรรคภูมิใจไทยเข้ามาก็เพื่อเริ่มกระบวนการนี้

นอกจากนี้ นายอนุทินยังกล่าวถึงกรณีการเปิดสารคดีและซาวด์หลอนบริเวณชายแดนว่า ได้มอบอำนาจให้กองทัพตัดสินใจอย่างเต็มที่ ทั้งเรื่องการเจรจาทางการทูต ซึ่งเป็นหน้าที่ของกระทรวงการต่างประเทศ โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้เดินทางไปกัวลาลัมเปอร์ ประเทศมาเลเซีย เพื่อพบกับฝ่ายกัมพูชาและฝ่ายมาเลเซีย และจะเดินทางกลับวันนี้ โดยได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลทั้งสองฝ่ายให้ดำเนินการอย่างเต็มที่

นายอนุทินยังตอบคำถามเกี่ยวกับหนังสือตอบกลับประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และเรื่องการเปิดซาวด์หลอน ซึ่งมี สว. ออกมาติงว่าอาจผิดหลักมนุษยชน โดยนายอนุทินกล่าวว่าจะขอไปฟังก่อน แต่ยืนยันว่าทุกอย่างต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย ทั้งกฎหมายไทยและกฎหมายสากล รวมถึงกฎกติกาสากลด้วย

ในการประชุมกับ สส.พรรคร่วมรัฐบาลเพื่อเตรียมความพร้อมในการพิจารณาร่างการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 14-15 ตุลาคมนั้น มีรัฐมนตรีและแกนนำกลุ่มการเมืองต่างๆ เข้าร่วมด้วย

นายกฯ โยนรัฐสภาเคาะร่างหลักแก้ รธน.

นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย ได้เดินทางเข้าที่ทำการพรรคภูมิใจไทย เพื่อชี้แจงเรื่องการแก้ไขรัฐธรรมนูญก่อนที่จะมีการประชุมร่วมรัฐสภา โดยปฏิเสธที่จะให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน โดยกล่าวว่าวันที่ 16 ตุลาคมนี้ จะแถลงข่าวทุกเรื่องที่อยู่ในความสนใจ ทั้งประเด็น MOU 2343-2544 การแก้ไขรัฐธรรมนูญ และการยกฎีกาขอพระราชทานอภัยโทษของนายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี

ประเด็นสำคัญ: การแก้ไขรัฐธรรมนูญและท่าทีของพรรคการเมือง

จากข้อมูลข้างต้น เราสามารถสรุปประเด็นสำคัญเกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญได้ดังนี้:

  • การตัดสินใจอยู่ที่รัฐสภา: นายกฯ อนุทินโยนการตัดสินใจเรื่องร่างหลักในการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้กับรัฐสภา
  • จุดยืนของพรรคภูมิใจไทย: พรรคภูมิใจไทยจะไม่แตะหมวด 1 และหมวด 2 ของรัฐธรรมนูญ
  • การแถลงข่าวของนายบวรศักดิ์: นายบวรศักดิ์จะแถลงข่าวเกี่ยวกับประเด็นที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 16 ตุลาคมนี้
  • ความคาดหวัง: หลายฝ่ายคาดหวังว่าการแก้ไขรัฐธรรมนูญจะนำไปสู่การทำประชามติและการเลือกตั้ง

ความท้าทายในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

การแก้ไขรัฐธรรมนูญในครั้งนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากมีความเห็นที่แตกต่างกันระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ และยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เช่น การแก้ไขหมวด 1 และหมวด 2 ซึ่งเป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและอาจนำไปสู่ความขัดแย้งได้

นอกจากนี้ ยังมีความท้าทายในเรื่องของเวลา เนื่องจากรัฐบาลอาจมีเวลาไม่ถึง 4 เดือนในการดำเนินการแก้ไขรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จ ดังนั้น จึงต้องมีการทำงานอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพเพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้

อนาคตของการแก้ไขรัฐธรรมนูญ

อนาคตของการแก้ไขรัฐธรรมนูญขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย เช่น การเจรจาและการประนีประนอมระหว่างพรรคการเมืองต่างๆ การตัดสินใจของรัฐสภา และการสนับสนุนจากประชาชน หากทุกฝ่ายร่วมมือกันและมุ่งเน้นไปที่ประโยชน์ส่วนรวม การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็จะสามารถประสบความสำเร็จได้

อย่างไรก็ตาม หากมีความขัดแย้งและความไม่ลงรอยกัน การแก้ไขรัฐธรรมนูญก็อาจไม่เป็นไปตามที่คาดหวัง และอาจนำไปสู่ความไม่แน่นอนทางการเมืองได้

ดังนั้น จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ทุกฝ่ายจะต้องร่วมมือกันและหาทางออกที่ดีที่สุดเพื่อประโยชน์ของประเทศชาติและประชาชน

การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นกระบวนการที่สำคัญและซับซ้อน ซึ่งต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนเพื่อให้บรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้ การติดตามข่าวสารและความเคลื่อนไหวที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญจึงเป็นสิ่งสำคัญเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ถูกต้องและครบถ้วน

ที่มา – นายกฯ โยนรัฐสภาเคาะร่างหลักแก้ รธน. “บวรศักดิ์” จ่อแถลงทุกประเด็น 16 ต.ค.

คอหวยเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ดันเลขเด็ด 16/10/68

มาแล้ว “เลขเด็ด” เสี่ยงทายพญาบึ้ง จ.อ่างทอง ตามวิถีความเชื่อ งวดนี้นั่งรอจนมืดค่ำแต่ไม่ผิดหวังได้เลขสวยไปลุ้นรวยงวด 16/10/68 เหล่านักเสี่ยงโชคต่างพากันมา เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” เพื่อหา เลขเด็ด หวังรวยงวดนี้

วันที่ 13 ต.ค. 68 มีรายงานว่า เมื่อวันที่ 12 ต.ค.ที่ผ่านมา บริเวณด้านหลังวัดโบสถ์ราชศรัทธา ตำบลบางระกำ อำเภอโพธิ์ทอง จังหวัดอ่างทอง พบนักเสี่ยงดวง ได้เดินทางมาหาตัวเลขเสี่ยงทายจาก “พญาบึ้ง” ตามวิถีความเชื่อ

โดยนำพานดอกไม้ธูปเทียน พร้อมกระดาษที่เขียนตัวเลข 1-10 จำนวน 3 ชุด ได้ทำการจุดธูปเพื่อขอตัวเลขเสี่ยงทาย พร้อมกับปักธูปลงไปยังข้างรูพญาบึ้ง แล้วนำกระดาษที่เขียนตัวเลขไว้ ทั้ง 3 ชุด หย่อนลงไปในรูพญาบึ้ง

ทั้งนี้ คอหวยได้ปักหลักเฝ้ารอตั้งแต่ช่วงเย็นจนกระทั่งค่ำมืด นางพญาบึ้งจึงได้นำกระดาษออกขึ้นมาวางไว้ที่บริเวณปากรูทีละใบ 3 ครั้ง เมื่อเปิดออกดูพบเป็นตัวเลขเสี่ยงทาย 8 2 7 ไปเสี่ยงดวงตามความเชื่อส่วนบุคคลต่อไป.

(อ่านข่าว เลขเด็ด ทั้งหมดที่นี่)

คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ดันเลขเด็ดออกจากรู หวังนำไปลุ้นโชคงวด 16/10/68

ใกล้เข้ามาแล้วสำหรับการออกสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 16 ตุลาคม 2568 บรรยากาศการแสวงหาเลขเด็ดก็เริ่มคึกคักขึ้นเรื่อยๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งตามสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ต่างๆ ที่ขึ้นชื่อเรื่องการให้โชคให้ลาภ หนึ่งในนั้นคือ พิธี เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ที่วัดโบสถ์ราชศรัทธา จังหวัดอ่างทอง ซึ่งเป็นที่นิยมของบรรดาคอหวยเป็นอย่างมาก

ทำไมต้องเสี่ยงทายกับพญาบึ้ง?

ความเชื่อเรื่องพญาบึ้งนั้นมีมาแต่โบราณ โดยเชื่อกันว่าพญาบึ้งเป็นสัตว์ศักดิ์สิทธิ์ ที่สามารถให้โชคลาภแก่ผู้ที่ศรัทธาได้ ด้วยเหตุนี้ คอหวยจำนวนมากจึงเดินทางมาทำพิธี เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” เพื่อขอเลขเด็ดไปเสี่ยงโชคกันเป็นประจำ

สำหรับพิธี เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” นั้น จะเริ่มจากการนำพานดอกไม้ ธูปเทียน และกระดาษเขียนตัวเลข(1-10) มาทำการขอโชคลาภ จากนั้นจึงนำกระดาษที่เขียนตัวเลขหย่อนลงไปในรูพญาบึ้ง แล้วรอให้พญาบึ้งคายตัวเลขออกมา ซึ่งตัวเลขที่ได้นั้น ถือว่าเป็นเลขนำโชคที่พญาบึ้งมอบให้

แม้ว่าการเสี่ยงโชคจะเป็นเรื่องของความเชื่อส่วนบุคคล แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ในสังคมไทย การแสวงหาเลขเด็ด เป็นส่วนหนึ่งของวัฒนธรรมและความหวังของผู้คนจำนวนมาก หากใครที่กำลังมองหาเลขเด็ดอยู่ ลองพิจารณาเลขที่ได้จากการ เสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ครั้งนี้ดู อาจจะเป็นเลขนำโชคที่ทำให้คุณสมหวังก็ได้

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเล่นอย่างมีสติ และไม่ทำให้ตนเองเดือดร้อน เพราะการพนันมีความเสี่ยงเสมอ

ที่มา – คอหวยทำพิธีเสี่ยงทาย “พญาบึ้ง” ดันเลขเด็ดออกจากรู หวังนำไปลุ้นโชคงวด 16/10/68

ชื่อใหม่ในทีมเรนเจอร์ส: ข่าวลือวันจันทร์

มีข่าวลือมากมายเกี่ยวกับผู้จัดการทีมคนใหม่ของเรนเจอร์ส มาดูกันว่ามีใครบ้างที่ถูกพูดถึงและมีโอกาสเป็นไปได้มากน้อยแค่ไหน

ชื่อใหม่ในทีมเรนเจอร์ส: ข่าวลือวันจันทร์

อดีตผู้จัดการทีม Sheffield Wednesday อย่าง Danny Rohl เป็นตัวเต็งสำหรับตำแหน่งผู้จัดการทีม ชื่อใหม่ในทีมเรนเจอร์ส: ข่าวลือวันจันทร์ แต่ Graham Potter อดีตบอสของ West Ham ก็ได้รับการติดต่อเช่นกัน แม้ว่าจะยังไม่มีการสัมภาษณ์อย่างเป็นทางการ (Daily Record)

หรือ Potter อาจจะไม่ได้อยู่ในสมการเลย แต่ Ralph Hasenhuttl อดีตบอสของ Southampton, Kieran McKenna ผู้จัดการทีม Ipswich Town และ Michael Carrick อดีตบอสของ Middlesbrough ก็อยู่ในรายชื่อผู้ที่อาจได้รับพิจารณาสำหรับเรนเจอร์ส (The Herald)

ความผิดพลาดในกรณีของ Steven Gerrard แสดงให้เห็นว่าการตัดสินใจของเรนเจอร์สไม่ได้ดีขึ้นเลย และพวกเขาต้องแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่ให้ถูกต้อง (Scottish Sun)

เรนเจอร์สมีการจัดการที่แตกต่างจากตอนที่ Gerrard คุมทีม และทีมงานเบื้องหลังที่เขาต้องการเพื่อซ่อนข้อบกพร่องของตัวเองอาจจะไม่สามารถทำได้ในครั้งนี้ (The Scotsman)

ใครจะเป็นผู้จัดการทีมเรนเจอร์สคนต่อไป?

Barry Bannan อดีตกองกลางทีมชาติสกอตแลนด์กล่าวว่า Rohl จะสร้างผลกระทบได้ทันทีที่เรนเจอร์ส (Scottish Sun)

Rohl เคยอยู่ในเรดาร์ของเรนเจอร์สในช่วงซัมเมอร์ แต่ค่าฉีกสัญญา 2.5 ล้านปอนด์ทำให้พวกเขาถอนตัวไป (Daily Record)

Steve Clarke ผู้จัดการทีมชาติสกอตแลนด์กล่าวว่าเขากำลังพูดคุยกับ Ben Gannon-Doak เกี่ยวกับ “การเลือกบอลและการส่งบอลครั้งสุดท้าย” ในขณะที่สกอตแลนด์เดินเข้าห้องพักในช่วงพักครึ่งเวลาในเกมที่เอาชนะเบลารุสแบบไม่น่าประทับใจ (The Herald)

Steven Pressley บอสใหญ่ได้ขอให้แฟนบอล Dundee อดทนกับการเซ็นสัญญาในช่วงซัมเมอร์ หลังจากที่ทีม Dark Blues ถูกวิจารณ์อย่างหนักจากแฟนบอลหลังจากการพ่ายแพ้อย่างหนักต่อ Aberdeen (The Courier)

การเลือกผู้จัดการทีมเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งสำหรับสโมสรอย่างเรนเจอร์ส เพราะมันสามารถส่งผลกระทบต่อผลงานและความสำเร็จของทีมในระยะยาวได้ การพิจารณาอย่างรอบคอบและการตัดสินใจที่ถูกต้องจึงเป็นสิ่งจำเป็น

การมี ชื่อใหม่ในทีมเรนเจอร์ส: ข่าวลือวันจันทร์ ทำให้เกิดความสนใจและคาดการณ์มากมายในหมู่แฟนบอลและสื่อมวลชน การติดตามข่าวสารและข้อมูลอย่างใกล้ชิดจะช่วยให้เราเข้าใจสถานการณ์และคาดการณ์อนาคตของทีมได้ดียิ่งขึ้น

โดยรวมแล้ว สถานการณ์ของเรนเจอร์สในปัจจุบันมีความซับซ้อนและเต็มไปด้วยความท้าทาย การแต่งตั้งผู้จัดการทีมคนใหม่จึงเป็นก้าวสำคัญที่จะกำหนดทิศทางของสโมสรในอนาคต การตัดสินใจที่รอบคอบและมีวิสัยทัศน์จะช่วยให้เรนเจอร์สกลับมาประสบความสำเร็จได้อีกครั้ง

ชื่อใหม่ในทีมเรนเจอร์ส: ข่าวลือวันจันทร์ กำลังเป็นที่สนใจของแฟนบอลชาวไทยเช่นกัน

การเปลี่ยนแปลงในทีมผู้บริหารและผู้เล่นมักนำมาซึ่งความคาดหวังใหม่ๆ เสมอ แฟนบอลต่างหวังว่าการเปลี่ยนแปลงนี้จะนำพาทีมไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ไม่ว่าใครจะเข้ามารับตำแหน่งผู้จัดการทีม ความคาดหวังจากแฟนบอลยังคงสูงเสมอ การสร้างทีมที่แข็งแกร่งและการเล่นที่น่าตื่นเต้นคือสิ่งที่ทุกคนต้องการเห็น

ที่มา – New names in Rangers frame – Monday’s gossip

“พินิจ จันทรสุรินทร์” นำทีมซบภูมิใจไทย

พินิจ จันทรสุรินทร์” ขนผู้สมัครจากลำปาง และ สจ. จากลำพูน พบ “อนุทิน” เพื่อสมัครเข้า “ภูมิใจไทย” เตรียมพร้อมสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้า! การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะส่งผลต่อการเมืองท้องถิ่นอย่างไร มาร่วมติดตามกัน

เมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 ที่พรรคภูมิใจไทย นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย พร้อมด้วยแกนนำพรรค อาทิ นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย และนายสันติ พร้อมพัฒน์ ได้ให้การต้อนรับนายพินิจ จันทรสุรินทร์ อดีต สส.ลำปาง และนักการเมืองอาวุโส ซึ่งนำทีมงานเข้าสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

โดยนายพินิจ จันทรสุรินทร์ ได้นำคณะนักการเมืองท้องถิ่นซึ่งประกอบไปด้วยสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัด (สจ.) จากลำพูน จำนวน 5 คน พร้อมด้วยผู้สมัคร สส. จากลำปาง อีก 4 คน มาสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรค เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการสู้ศึกเลือกตั้งครั้งต่อไปในนามของพรรคภูมิใจไทย การย้ายพรรคครั้งนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงที่น่าจับตามองในวงการการเมือง

“พินิจ จันทรสุรินทร์” นำทีมซบภูมิใจไทย

นายอนุทินได้เปิดเผยว่า นายทรงศักดิ์ ทองศรี เป็นผู้ประสานงานคนสำคัญในการทาบทามนายพินิจ จันทรสุรินทร์ และทีมงานให้เข้ามาร่วมงานการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย การดึงตัวนักการเมืองมากประสบการณ์อย่างนายพินิจเข้าร่วมทีม แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของพรรคในการขยายฐานเสียงในพื้นที่ภาคเหนือ

ด้านนายทรงศักดิ์ได้กล่าวเพิ่มเติมว่า คณะของนายพินิจที่เข้าร่วมกับพรรคในวันนี้ ประกอบไปด้วยผู้สมัคร สส. จากลำปาง จำนวน 4 คน และสมาชิกสภาองค์การบริหารส่วนจังหวัดจากลำพูนประมาณ 5-6 คน ซึ่งทั้งหมดจะลงสมัครรับเลือกตั้งในนามของพรรคภูมิใจไทยอย่างแน่นอน

ทำไมนายพินิจ จันทรสุรินทร์ ถึงตัดสินใจย้ายพรรค?

การตัดสินใจย้ายพรรคของนายพินิจ จันทรสุรินทร์ ในครั้งนี้ สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย เนื่องจากนายพินิจถือเป็นนักการเมืองอาวุโสที่คร่ำหวอดอยู่ในวงการการเมืองมาอย่างยาวนาน การเข้าร่วมกับพรรคภูมิใจไทยจึงเป็นที่น่าจับตามองว่าจะมีผลต่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในพื้นที่อย่างไรบ้าง

สำหรับประวัติของนายพินิจนั้น เป็นอดีต สส. หลายสมัยของจังหวัดลำปาง วัย 88 ปี ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปางครั้งแรกในการเลือกตั้งปี พ.ศ. 2518 สังกัดพรรคธรรมสังคม จากนั้นก็สังกัดอยู่หลายพรรคการเมือง เช่น พรรคชาติประชาชน พรรคกิจสังคม พรรคสหประชาธิปไตย พรรคเอกภาพ พรรคสามัคคีธรรม พรรคชาติไทย พรรคชาติพัฒนา โดยในปี 2544 ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคไทยรักไทย เรื่อยมาจนถึงพรรคเพื่อไทย

ในการเลือกตั้งเมื่อปี 2566 นายพินิจได้กลับมาลงสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดลำปาง เขตเลือกตั้งที่ 4 อีกครั้ง แทนนายอิทธิรัตน์ จันทรสุรินทร์ ที่ถึงแก่อนิจกรรม แต่ก็ต้องพ่ายแพ้ให้กับผู้สมัครจากพรรคก้าวไกล ก่อนที่ล่าสุดจะย้ายมาสมัครเป็นสมาชิกพรรคภูมิใจไทยในที่สุด หลังไม่ปรากฏชื่อนายพินิจได้รับการเสนอชื่อเป็นว่าที่ผู้สมัครของพรรคเพื่อไทยเมื่อวันที่ 7 ตุลาคมที่ผ่านมา

การย้ายเข้าพรรคภูมิใจไทยของนายพินิจ จันทรสุรินทร์ ถือเป็นอีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่น่าสนใจในวงการการเมืองไทย และอาจนำมาซึ่งการเปลี่ยนแปลงในอนาคตข้างหน้า ใครที่กำลังมองหาข้อมูลเกี่ยวกับการย้ายพรรคของนักการเมืองคนสำคัญ การวิเคราะห์การเมือง หรือข่าวสารล่าสุดเกี่ยวกับการเลือกตั้ง อย่าลืมติดตามข่าวสารอย่างใกล้ชิดเพื่อไม่ให้พลาดข้อมูลสำคัญนะคะ

ที่มา – “พินิจ จันทรสุรินทร์”ขนผู้สมัครลำปาง – สจ.ลำพูน ย้ายพรรคซบภูมิใจไทย

ไทยแจง! เปิดหนังให้กำลังพล ไม่ได้ยั่วยุ

จากกรณีที่มีข้อร้องเรียนจากฝั่งประเทศเพื่อนบ้านเกี่ยวกับการเปิดเสียงดังจากฝั่งไทย ล่าสุดเจ้าหน้าที่ไทยได้ออกมาชี้แจงถึงเหตุผลที่มาของการเปิดภาพยนตร์สารคดีและเพลงปลุกใจบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา โดยยืนยันว่ากิจกรรมดังกล่าวมีจุดประสงค์เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล ไม่ได้มีเจตนาที่จะยั่วยุหรือสร้างความรำคาญแต่อย่างใด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 บริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว หลังจากที่มีกลุ่มชาวกัมพูชาแสดงความไม่พอใจเกี่ยวกับการเปิดเสียงดังรบกวนในช่วงเวลากลางคืน ทำให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยต้องออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงเพื่อคลายความเข้าใจผิด

ฝ่ายไทยชี้ ไม่ได้มีเจตนายั่วยุ เปิดภาพยนตร์สารคดี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล

เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยกล่าวว่า การเปิดภาพยนตร์สารคดีและเพลงปลุกใจเป็นกิจกรรมภายในพื้นที่ควบคุมของกองกำลังบูรพา มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ตามแนวชายแดน ซึ่งต้องเผชิญกับความตึงเครียดและความเหน็ดเหนื่อยจากการปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง กิจกรรมนี้เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่เสียสละเพื่อประเทศชาติ

ทั้งนี้ เนื้อหาที่นำมาเปิดเผยแพร่ มีความหลากหลาย ทั้งภาพยนตร์เชิงประวัติศาสตร์ สารคดีให้ความรู้ และบทเพลงปลุกใจที่มุ่งเน้นการสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ นอกจากนี้ ยังมีการสอดแทรกข้อมูลและข้อเท็จจริงเกี่ยวกับที่มาของข้อพิพาทแนวชายแดน รวมถึงเหตุการณ์ในอดีตที่ประเทศไทยเคยให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในด้านต่างๆ

วัตถุประสงค์หลัก: สร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล

แหล่งข่าวจากกองกำลังบูรพายืนยันว่า การเปิดภาพยนตร์และสื่อต่างๆ ดำเนินการบนผืนแผ่นดินไทย 100% และจัดขึ้นในพื้นที่ควบคุมของหน่วยทหาร ซึ่งห่างจากแนวชายแดนในระยะที่ไม่เป็นการละเมิดเขตแดน การดำเนินการทั้งหมดเป็นไปตามกฎหมายและหลักสากล

การเปิดสื่อในลักษณะนี้ถือเป็นแนวทางหนึ่งในการสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพลที่ต้องปฏิบัติงานในพื้นที่เสี่ยงตลอด 24 ชั่วโมง อีกทั้งยังช่วยผ่อนคลายความเครียดจากสถานการณ์ชายแดนที่ยังคงมีความเปราะบาง เจ้าหน้าที่ทุกนายมีความพร้อมทั้งร่างกายและจิตใจในการปฏิบัติภารกิจเพื่อชาติและแผ่นดิน

นอกจากนี้ การที่ทหารได้ดูภาพยนตร์หรือสารคดีที่เกี่ยวกับประวัติศาสตร์ชาติไทย หรือเหตุการณ์สำคัญต่างๆ ก็เป็นการช่วยปลูกฝังความรักชาติ และความเข้าใจในบทบาทหน้าที่ของตนเองให้มากยิ่งขึ้น การตระหนักถึงความสำคัญของการปกป้องอธิปไตยของชาติ เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องปฏิบัติหน้าที่อยู่ตามแนวชายแดน

บรรยากาศล่าสุดในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณบ้านหนองหญ้าแก้ว และบ้านหนองจาน อำเภอโคกสูง จังหวัดสระแก้ว ยังคงสงบเรียบร้อย เจ้าหน้าที่กองกำลังบูรพาได้เพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวน ตรวจตราพื้นที่ และใช้โดรนบินสำรวจตลอดแนว เพื่อป้องกันเหตุรุนแรงหรือการปลุกระดมจากฝั่งตรงข้าม

แม้ว่าการเปิดภาพยนตร์และเพลงปลุกใจอาจสร้างความไม่พอใจให้กับบางกลุ่ม แต่สิ่งสำคัญคือการทำความเข้าใจถึงเจตนาที่แท้จริงของกิจกรรมดังกล่าว ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อดูแลและสนับสนุนเจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละเพื่อประเทศชาติ การสร้างขวัญและกำลังใจให้แก่ทหารที่ต้องเผชิญกับความเสี่ยงและความยากลำบาก เป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งต่อการรักษาความมั่นคงของชาติ

ที่มา – ฝ่ายไทยชี้ ไม่ได้มีเจตนายั่วยุ เปิดภาพยนตร์สารคดี เพื่อสร้างขวัญกำลังใจให้กำลังพล

ครม. ยกเลิก MOU 43-44 รอผล กมธ. อนุทินยัน!

“นายกฯ อนุทิน” ยันเป็นอำนาจ ครม. จะพิจารณายกเลิก MOU 43-44 รอผลศึกษาจาก กมธ. ก่อนให้ “อ.บวรศักดิ์” สรุปผล ย้ำต้องพิจารณาถี่ถ้วน ลั่น รัฐบาลนี้ไม่มีวันทำให้ไทยเสียเปรียบ

วันที่ 13 ตุลาคม 2568 ที่ทำการพรรคภูมิใจไทย ตั้งแต่ช่วงสายที่ผ่านมามีบรรดารัฐมนตรี แกนนำพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (สส.) ของพรรคภูมิใจไทย และแกนนำของพรรคร่วมรัฐบาล เดินทางเข้ามา นำโดยนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย, นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม, นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี, นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม, นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม

รวมไปถึง พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์, น.ส.ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม, นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมบิดาคือ นายสันติ พร้อมพัฒน์ เลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ, นายทรงศักดิ์ ทองศรี รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย รวมถึง 3 รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี คือ นายภราดร ปริศนานันทกุล, น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี, นายสันติ ปิยะทัต เพื่อประชุมพรรคประจำสัปดาห์ พร้อมทั้งประชุมพรรคร่วมรัฐบาล ก่อนที่ในวันพรุ่งนี้จะมีการประชุมร่วมกันของรัฐสภา ครั้งที่ 2 (สมัยสามัญประจำปี ครั้งที่ 1) เป็นพิเศษ โดยมีวาระเพื่อพิจารณาร่างรัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่..)

ในช่วงหนึ่ง นายอนุทิน ให้สัมภาษณ์ถึงแนวทางการจัดทำประชามติเพื่อยกเลิก MOU 43-44 พ.ศ. 2543 และ พ.ศ. 2544 ระหว่างไทยและกัมพูชา ว่า ขณะนี้รัฐบาลกำลังรอผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภา ซึ่งนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ รองนายกรัฐมนตรีฝ่ายกฎหมาย จะเป็นผู้รวบรวมและสรุปผล พร้อมยืนยันว่าท้ายที่สุดแล้วคณะรัฐมนตรี (ครม.) จะเป็นผู้ตัดสินใจว่าจะยกเลิก MOU 43-44 ดังกล่าวหรือไม่ โดยจะพิจารณาจากข้อมูลที่รวบรวมมาอย่างรอบด้านที่สุด

เมื่อถามถึงข้อถกเถียงว่าไทยสามารถยกเลิก MOU 43-44 เพียงฝ่ายเดียวได้หรือไม่ นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ต้องพิจารณาถึงผลดีผลเสียอย่างถี่ถ้วน สิ่งที่ยืนยันได้คือ สำหรับรัฐบาลนี้ไม่มีวันที่จะทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบ ผมได้ให้หลักการแบบนี้ไป เพราะมีคนทำงาน มีคนเจรจา และมีคนศึกษาอยู่ สุดท้ายแล้วค่อยมาตัดสินใจ นายกรัฐมนตรียังย้ำด้วยว่า การดำเนินการทั้งหมดจะเป็นไปตามนโยบายที่ได้แถลงไว้ต่อรัฐสภา รวมถึงการเดินหน้าทำประชามติตามกระบวนการ โดยผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการวิสามัญที่มี นายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธาน ก็จะถูกส่งมาให้ ครม. พิจารณาเช่นกัน.

อำนาจ ครม. ยกเลิก MOU 43-44

ครม. พิจารณา ยกเลิก MOU 43-44 อย่างรอบคอบ

ประเด็นเรื่องอำนาจของ ครม. ในการยกเลิก MOU 43-44 เป็นเรื่องที่ต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นกับประเทศไทย การตัดสินใจใดๆ ต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ และต้องไม่ทำให้ประเทศไทยเสียเปรียบในทุกกรณี การศึกษาข้อมูลอย่างละเอียดถี่ถ้วน รวมถึงการรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วนเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้การตัดสินใจเป็นไปอย่างถูกต้องและโปร่งใส

การที่รัฐบาลรอผลการศึกษาจากคณะกรรมาธิการและให้นายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เป็นผู้สรุปผลนั้น แสดงให้เห็นถึงความตั้งใจที่จะพิจารณาเรื่องนี้อย่างรอบด้าน การเปิดเผยข้อมูลให้ประชาชนได้รับทราบอย่างต่อเนื่องก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ประชาชนสามารถติดตามและเข้าใจถึงกระบวนการตัดสินใจของรัฐบาลได้

ดังนั้น การตัดสินใจเรื่องยกเลิก MOU 43-44 จึงเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการด้วยความระมัดระวัง และต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของชาติเป็นสำคัญ

ที่มา – อำนาจ ครม. ยกเลิก MOU 43-44 ขอรอผล กมธ. “อนุทิน” ลั่นไม่มีวันทำไทยเสียเปรียบ