วัน: 14 ตุลาคม 2025

เพื่อไทยแจง พ.ร.บ.นิรโทษกรรมม็อบปี 63-64

พรรคเพื่อไทย แจงญาติวีรชน สภาฯ เตรียมพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรมม็อบเสื้อเหลือง-แดง-กปปส. และราษฎร ปี 63-64 หวังสร้างสังคมสันติสุข

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 พรรคเพื่อไทย นำโดย นพ.เชิดชัย ตันติศิรินทร์ นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด และ นางสาวเพ็ญชิสา หงษ์อุปถัมภ์ชัย สส.บัญชีรายชื่อ ร่วมวางพวงหรีดรำลึกเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 ณ อนุสรณ์สถาน 14 ตุลา บริเวณแยกคอกวัว ถนนราชดำเนินกลาง

นายแพทย์เชิดชัย ตันติศิรินทร์ กล่าวว่าเหตุการณ์ 14 ตุลาคม 2516 เป็นเหตุการณ์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดรองลงมาจากเหตุการณ์เปลี่ยนแปลงการปกครองเมื่อ 2475 โดยคนที่ผ่านเหตุการณ์ดังกล่าวจนมาถึงทุกวันนี้ก็ต้องมีอายุร่วม 70-80 ปี ซึ่งตนเองในสมัยนั้นก็เป็นคณะกรรมการจัดงาน และอยู่ร่วมชุมนุมที่อนุสาวรีย์ประชาธิปไตยตั้งแต่ปลายเดือนมิถุนายน เหตุการณ์ลุกลามบานปลายขึ้น นักศึกษาจัดการชุมนุมที่ธรรมศาสตร์และมีนักศึกษาถูกจับจำนวน 13 คน ในสมัยนั้นเรียกว่า กบฏ 13 นักศึกษา และมีการจัดชุมนุมใหญ่จนเป็นที่มาของ 14 ตุลาคม 2516

“เพื่อไทย” แจงญาติวีรชน สภาฯ เตรียมผ่านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมม็อบเหลือง-แดง-กปปส.และราษฎร ปี 63-64

นพ.เชิดชัย กล่าวว่า อนุสาวรีย์นี้ยังเปล่งแสงไม่เต็มที่ แต่จะค่อยเปล่งแสงเหมือนแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ที่รอการต่อยอดให้สว่างไสว ซึ่งวันนี้ในสภาผู้แทนราษฎรก็มีการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้มีการร่างรัฐธรรมนูญ โดยมีการแก้ไขเพิ่มเติมหมวดที่ 15 เพื่อให้ทุกภาคส่วนได้ร่วมในการแก้ไขปัญหาของชาติบ้านเมือง

ความคืบหน้า พ.ร.บ.นิรโทษกรรมม็อบปี 63-64

นพ.เชิดชัย กล่าวต่อว่า คณะกรรมาธิการฯ กำลังพิจารณา พ.ร.บ.ส่งเสริมสังคมสันติสุข ซึ่งผ่านสภาฯ วาระ 1 แล้ว ขณะนี้อยู่ในวาระ 2 และกำลังจะเข้าสภาฯ เพื่อพิจารณาในวาระ 2-3 เร็วๆ นี้ โดยสาระสำคัญคือจะมีนิรโทษกรรมเหตุการณ์ตั้งแต่เสื้อเหลือง เสื้อแดง กปปส. ม็อบราษฎรปี 63-64 ขอให้ทุกท่านได้โปรดติดตามและให้กำลังใจ เพื่อให้กฎหมายสำเร็จด้วยดี

การผลักดัน พ.ร.บ.นิรโทษกรรมม็อบปี 63-64 ถือเป็นความพยายามในการเยียวยาและสร้างความปรองดองในสังคมไทย หลังจากเกิดความขัดแย้งทางการเมืองมาอย่างยาวนาน การนิรโทษกรรมจะช่วยให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ชุมนุมต่างๆ สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติ และเป็นจุดเริ่มต้นของการสร้างความเข้าใจและความสมานฉันท์ในสังคม

อย่างไรก็ตาม การพิจารณา พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและต้องพิจารณาอย่างรอบคอบ เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และไม่สร้างความขัดแย้งขึ้นมาใหม่ การเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและข้อเสนอแนะ จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งในการสร้างกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อสังคมโดยรวม

พรรคเพื่อไทย มุ่งมั่นที่จะผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสร้างความเป็นธรรมในสังคม การดำเนินการเกี่ยวกับ พ.ร.บ.นิรโทษกรรมม็อบปี 63-64 ก็เป็นส่วนหนึ่งของความพยายามที่จะสร้างสังคมที่สงบสุขและปรองดอง

การติดตามความคืบหน้าของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม จึงเป็นเรื่องสำคัญสำหรับทุกคนที่ต้องการเห็นสังคมไทยก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน พรรคเพื่อไทย หวังเป็นอย่างยิ่งว่ากฎหมายนี้จะได้รับการพิจารณาอย่างรอบคอบและเป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายอย่างแท้จริง

ที่มา – “เพื่อไทย”แจงญาติวีรชน สภาฯเตรียมผ่านพ.ร.บ.นิรโทษกรรมม็อบเหลือง-แดง-กปปส.และราษฎร ปี 63-64

อดีตเปาพรีเมียร์ลีก Coote สารภาพผิดคดีภาพเด็ก


อดีตกรรมการพรีเมียร์ลีก เดวิด Coote สารภาพว่ามีความผิดฐานสร้างภาพอนาจารเด็ก

ชายวัย 43 ปีถูกตั้งข้อหาในเดือนสิงหาคมหลังจากการสอบสวนของตำรวจ Nottinghamshire

เขาปรากฏตัวในศาลเมื่อวันอังคารที่ผ่านมาเกี่ยวกับการกล่าวหาที่เกี่ยวข้องกับวิดีโอประเภท A ซึ่งเป็นประเภทที่ร้ายแรงที่สุดที่ตำรวจกู้คืนได้ในเดือนกุมภาพันธ์

Coote จาก Woodhill Road, Collingham, Nottinghamshire ได้รับการประกันตัวตามเงื่อนไขและจะปรากฏตัวที่ศาลอีกครั้งในวันที่ 11 ธันวาคม

ก่อนหน้านี้เขาให้การว่าไม่ผิดในข้อหาในการพิจารณาคดีเมื่อวันที่ 10 กันยายนที่ศาล Nottingham Magistrates’ Court

Coote ซึ่งสวมชุดสูทสีกรมท่าและเนคไทสีดำ พูดเพียงเพื่อยืนยันชื่อของเขาและเข้าสู่คำให้การของเขาในระหว่างการพิจารณาคดีหกนาทีต่อหน้าผู้พิพากษา Nirmal Shant KC

เขาถูกไล่ออกเมื่อปีที่แล้วเนื่องจากความคิดเห็นที่แสดงในวิดีโอเกี่ยวกับอดีตผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล Jurgen Klopp

ผู้พิพากษากล่าวกับ Coote ว่าเธอกำลังสั่งให้จัดทำรายงานก่อนการพิจารณาคดีก่อนการตัดสิน

อดีตเปาพรีเมียร์ลีก Coote สารภาพผิดคดีภาพเด็ก

เรื่องราวของ เดวิด Coote อดีตเปาพรีเมียร์ลีกที่สารภาพผิดคดีภาพเด็กนั้น สร้างความตกตะลึงให้กับวงการฟุตบอลและสังคมเป็นอย่างมาก การกระทำของเขาขัดต่อศีลธรรมและกฎหมายอย่างร้ายแรง และส่งผลกระทบต่อเหยื่ออย่างไม่อาจประเมินค่าได้

รายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับ อดีตเปาพรีเมียร์ลีก Coote สารภาพผิดคดีภาพเด็ก

ตำรวจ Nottinghamshire ได้ทำการสอบสวนอย่างละเอียด และพบหลักฐานที่นำไปสู่การจับกุมและตั้งข้อหา Coote วิดีโอประเภท A ที่ตำรวจกู้คืนได้ ถือเป็นหลักฐานสำคัญในคดีนี้

Coote เคยปฏิเสธข้อกล่าวหาในตอนแรก แต่ในที่สุดก็ตัดสินใจสารภาพผิด ซึ่งอาจเป็นเพราะหลักฐานที่แน่นหนา หรืออาจเป็นเพราะสำนึกผิดที่เกิดขึ้น

การพิจารณาคดีของ Coote จะมีขึ้นในวันที่ 11 ธันวาคม และเขาอาจต้องเผชิญกับโทษจำคุกอย่างหนัก ขึ้นอยู่กับความร้ายแรงของการกระทำของเขา และดุลยพินิจของศาล

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจว่า ไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย ไม่ว่าพวกเขาจะมีชื่อเสียงหรืออำนาจมากแค่ไหนก็ตาม และการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็กเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้อย่างยิ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นกับ อดีตเปาพรีเมียร์ลีก Coote สารภาพผิดคดีภาพเด็ก ควรเป็นบทเรียนให้กับทุกคน โดยเฉพาะผู้ที่มีชื่อเสียงและมีอิทธิพลในสังคม ให้ตระหนักถึงความรับผิดชอบต่อสังคม และปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

สิ่งที่สำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนเหยื่อของอาชญากรรมทางเพศจากเด็ก ให้พวกเขาสามารถก้าวข้ามบาดแผลทางจิตใจ และกลับมาใช้ชีวิตได้อย่างปกติสุข

สังคมควรให้ความสำคัญกับการป้องกันอาชญากรรมทางเพศจากเด็ก โดยการให้ความรู้แก่เด็กและผู้ปกครองเกี่ยวกับอันตรายที่อาจเกิดขึ้น และการส่งเสริมวัฒนธรรมที่ต่อต้านการแสวงหาผลประโยชน์ทางเพศจากเด็ก

การที่ อดีตเปาพรีเมียร์ลีก Coote สารภาพผิดคดีภาพเด็ก ทำให้เห็นว่าไม่มีใครอยู่เหนือกฎหมาย และการกระทำผิดย่อมได้รับผลกรรมในที่สุด การตระหนักถึงความสำคัญของศีลธรรมและจริยธรรมจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการดำเนินชีวิต

คดีนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้สังคมตระหนักถึงภัยร้ายของการล่วงละเมิดทางเพศเด็ก และร่วมมือกันป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกอดีตเปาพรีเมียร์ลีก Coote สารภาพผิดคดีภาพเด็กเป็นเรื่องที่น่าเศร้าและควรถูกประณาม

การตัดสินใจของศาลจะเป็นตัวอย่างและส่งสัญญาณไปยังสังคมว่าการกระทำดังกล่าวจะไม่ได้รับการยอมรับอดีตเปาพรีเมียร์ลีก Coote สารภาพผิดคดีภาพเด็กเป็นเรื่องที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด

ที่มา – Ex-Premier League referee Coote admits child image offence

ขยายผล! ทลายโกดังไดร์มรณะ ยึด 3 หมื่นชิ้น

จากกรณีข่าวเศร้า เด็กหญิงวัย 10 ขวบเสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อตขณะใช้ไดร์เป่าผมที่ซื้อทางออนไลน์ ทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับมาตรฐานของสินค้าที่วางขายในท้องตลาด ล่าสุดเจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการ ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ ยึดของกลางกว่า 3 หมื่นชิ้น ซึ่งสร้างความสะเทือนใจให้กับสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะคุณยายของผู้เสียชีวิตที่ออกมาเรียกร้องให้หลานเป็นศพสุดท้ายจากเหตุการณ์เช่นนี้

ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ

เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2568 จ่าเอกยศสิงห์ เหลี่ยมเลิศ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ดีเอสไอและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่ตรวจค้นโกดังแห่งหนึ่งในซอยเทพกุญชร 22 ตำบลคลองหนึ่ง อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เพื่อตรวจสอบสินค้าไม่ได้มาตรฐาน ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่ามีไดร์เป่าผมไม่ได้มาตรฐานกว่า 30,000 ชิ้น รวมถึงเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นๆ อีกจำนวนมาก

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมกล่าวว่า การเข้าตรวจค้นครั้งนี้เป็นผลมาจากการสืบสวนหาต้นตอของสินค้าไม่ได้มาตรฐานที่วางขายในท้องตลาด โดยพบว่าสินค้าเหล่านี้ส่วนใหญ่ลักลอบนำเข้ามาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านช่องทางธรรมชาติ ซึ่งหลังจากนี้จะมีการบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มงวดและขยายผลไปยังต้นตอที่ใหญ่ที่สุดเพื่อดำเนินคดีทั้งทางแพ่งและอาญา

เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้นโกดังสินค้าไม่ได้มาตรฐาน

นอกจากไดร์เป่าผมแล้ว เจ้าหน้าที่ยังพบสินค้าเก่าที่เคยตรวจยึดไว้เมื่อเดือนมีนาคม 2568 อีกกว่าแสนชิ้น ซึ่งเป็นเครื่องใช้ไฟฟ้าและเครื่องอบเล็บที่เก็บไว้ในโกดังอีก 6 แห่ง

เจ้าของโกดังให้เช่าให้การว่า ตนเป็นเพียงผู้ให้เช่าพื้นที่เท่านั้น ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับสินค้าที่อยู่ภายใน โดยผู้เช่าเป็นคนไทยและทำสัญญาเช่าปีต่อปี ซึ่งในการทำสัญญาผู้เช่าแจ้งว่าเป็นสินค้าทั่วไป แต่ตนไม่ทราบว่าเป็นสินค้าประเภทใดและถูกต้องตามกฎหมายหรือไม่ ทั้งนี้ยินดีให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ในการตรวจสอบ

นางแก้วนภา งาหอม อายุ 48 ปี ยายของน้องเพชร เด็กที่เสียชีวิตจากเหตุไฟฟ้าช็อต กล่าวด้วยความเสียใจว่า รู้สึกดีใจที่เจ้าหน้าที่สามารถทลายโกดังสินค้าไม่ได้มาตรฐานได้ เพราะเชื่อว่ายังมีสินค้าเหล่านี้อีกเป็นจำนวนมากที่วางขายในท้องตลาด โดยเฉพาะเครื่องใช้ไฟฟ้าที่หลอกขายในราคาถูกแต่ไม่ได้คุณภาพ อยากให้ทางการจัดการเรื่องนี้อย่างจริงจัง และขอให้หลานของตนเป็นศพสุดท้ายจากสินค้าเหล่านี้

คุณยายของน้องเพชรให้สัมภาษณ์
สินค้าที่ตรวจยึดได้

ผลกระทบจากการทลายโกดังไดร์มรณะ

ปฏิบัติการ ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ ครั้งนี้ มีผลกระทบในหลายด้าน ดังนี้:

  • ด้านความปลอดภัยของผู้บริโภค: ช่วยลดความเสี่ยงที่ผู้บริโภคจะได้รับอันตรายจากสินค้าไม่ได้มาตรฐาน
  • ด้านเศรษฐกิจ: ทำให้ผู้ประกอบการที่ผลิตและจำหน่ายสินค้าที่ได้มาตรฐานสามารถแข่งขันได้อย่างเป็นธรรมมากขึ้น
  • ด้านสังคม: สร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชนในการเลือกซื้อสินค้า

การดำเนินการครั้งนี้เป็นสัญญาณที่ชัดเจนว่า หน่วยงานภาครัฐให้ความสำคัญกับความปลอดภัยของผู้บริโภคและพร้อมที่จะบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจังกับผู้ที่กระทำผิด อย่างไรก็ตาม ผู้บริโภคเองก็ต้องมีความระมัดระวังในการเลือกซื้อสินค้า โดยควรเลือกซื้อจากแหล่งที่เชื่อถือได้และตรวจสอบเครื่องหมายรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก.) ก่อนตัดสินใจซื้อ

ดังนั้น การเลือกซื้อสินค้าที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง นอกจากจะเป็นการป้องกันอันตรายที่อาจเกิดขึ้นแล้ว ยังเป็นการสนับสนุนผู้ประกอบการที่ทำธุรกิจอย่างสุจริตอีกด้วย

ที่มา – ขยายผลไดร์มรณะ ทลายโกดังย่านปทุมฯ ยึดกว่า 3 หมื่นชิ้น ยายเศร้าขอให้หลานเป็นศพสุดท้าย

ครม.อนุมัติงบ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

มติ ครม. เห็นชอบจัดสรรงบประมาณ 455,962,200 บาท ค่าใช้จ่ายการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 คาดมูลค่าทางเศรษฐกิจ 5,200 ล้าน

วันที่ 14 ตุลาคม 2568 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขอรับการจัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2569 งบกลาง รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น สำหรับเป็นค่าใช้จ่ายในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) วงเงินงบประมาณ 455,962,200 บาท ตามที่กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เสนอประกอบด้วย

1. ค่าใช้จ่ายสาขาพิธีเปิด-ปิดการแข่งขัน และไฟพระฤกษ์ จำนวน 166,282,000 บาท รายละเอียด ดังนี้

  • 1.1 จ้างจัดงานพิธีเปิด-พิธีปิดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) จำนวน 147,953,000 บาท
  • 1.2 จ้างจัดกิจกรรมเฉลิมฉลองวิ่งคบเพลิงไฟพระฤกษ์ ในการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 (ค.ศ. 2025) และการแข่งขันกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 (ค.ศ. 2025) จำนวน 14,683,500 บาท
  • 1.3 ค่าใช้จ่ายในการดำเนินงานและค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปสำรวจ/เข้าร่วมพิธีเปิด-ปิด/เข้าร่วมการจัดการแข่งขันกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์/งานพิธีไฟพระฤกษ์ของคณะกรรมการสาขา/คณะทำงาน/เจ้าหน้าที่ จำนวน 3,645,500 บาท

2. ค่าใช้จ่ายสาขาการประชาสัมพันธ์ การดำเนินการศูนย์ถ่ายทอดสัญญาณ (IBC) จำนวน 30,000,000 บาท

3. ค่าใช้จ่ายในการจัดจ้างดำเนินการจัดหาที่พัก อาหาร ขนส่ง และค่าซักรีด ของนักกีฬา เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง และผู้เข้าร่วมการแข่งขันจากต่างประเทศ จำนวน 259,680,200 บาท

โดยให้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ดำเนินการจัดหารายได้จากการแข่งขัน ตลอดจนการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน ทั้งภาคเอกชนและรัฐวิสาหกิจ เพื่อให้เกิดภาระต่องบประมาณในสัดส่วนที่เหมาะสม รวมถึงพิจารณากำหนดกลไกในการขับเคลื่อนโครงการดังกล่าวให้บรรลุเป้าหมายและวัตถุประสงค์อย่างมีประสิทธิภาพ และจัดทำแผนบริหารความเสี่ยงและความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอย่างรอบด้านให้ครอบคลุมในทุกมิติ รวมถึงสถานการณ์หรือผลกระทบที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงและความปลอดภัยในการจัดการแข่งขันด้วย และเพื่อให้การจัดการแข่งขัน กีฬาซีเกมส์และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ เกิดประโยชน์สูงสุด

ขณะเดียวกัน เห็นควรให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดทำแผน แนวทาง กลยุทธ์ และเป้าหมายในการสร้างมูลค่าเพิ่มทางเศรษฐกิจ สังคม และองค์ความรู้อย่างเป็นรูปธรรม และเมื่อดำเนินการบรรลุวัตถุประสงค์แล้ว ขอให้การกีฬาแห่งประเทศไทยรายงานผลการใช้จ่ายงบประมาณสำหรับการจัดงานในครั้งนี้ให้สำนักงบประมาณทราบด้วย

ส่วนประโยชน์ที่คาดว่าจะได้รับมีดังนี้

(1) สร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศไทยสู่สายตาประชาคมอาเซียน ผ่านการถ่ายทอดสดการแข่งขัน และสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวและนักลงทุนนานาชาติ ให้เห็นถึงศักยภาพความพร้อมของประเทศในทุกๆ ด้าน ทั้งในด้านการท่องเที่ยว เศรษฐกิจ สังคม โดยเฉพาะอย่างยิ่งจะสามารถสร้างรายได้ให้กับประเทศเกิดการหมุนเวียนในระบบ

(2) แสดงความเป็นผู้นำด้านอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและกีฬา อีกทั้งยังสร้างชื่อเสียงในฐานะเป็นประเทศที่มีการจัดกิจกรรมการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่ขึ้นในแถบภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และเพิ่มมูลค่าทางเศรษฐกิจจากการจัดกิจกรรมกีฬาและการแข่งขันกีฬาทุกระดับเพิ่มขึ้น

(3) สร้างแรงบันดาลใจให้นักกีฬาไทยและเยาวชนที่รักการออกกำลังกายและแข่งขันกีฬา มีความมุ่งมั่นใฝ่ฝันที่จะก้าวมาเป็นนักกีฬาทีมชาติไทย สร้างแรงกระตุ้นในการมีส่วนร่วมและความภูมิใจของประชาชนชาวไทยในการที่ประเทศไทยได้เป็นประเทศเจ้าภาพในการแข่งขันกีฬาซีเกมส์ ครั้งที่ 33 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025) และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ ครั้งที่ 13 พ.ศ. 2568 (ค.ศ. 2025)

(4) ประเทศไทยและนักกีฬาประสบความสำเร็จเป็นเจ้าเหรียญทอง โดยมีเป้าหมายเหรียญรางวัลในการแข่งขัน ได้แก่ กีฬาซีเกมส์ 252 เหรียญทอง และกีฬาอาเซียนพาราเกมส์ 233 เหรียญทอง

(5) ประมาณการมูลค่าทางเศรษฐกิจ จำนวน 5,285,000,000 บาท

ครม.อนุมัติงบ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

การที่ ครม. อนุมัติงบประมาณสำหรับการจัดกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ในปี 2568 นั้น แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการส่งเสริมกีฬาและสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศ นอกจากนี้ ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและสร้างรายได้จากการท่องเที่ยวอีกด้วย

ทำไมต้องเป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

การเป็นเจ้าภาพจัดกีฬาซีเกมส์และอาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การจัดการแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นการแสดงศักยภาพของประเทศไทยในหลายๆ ด้าน ทั้งด้านการจัดการ การท่องเที่ยว และการกีฬา ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพลักษณ์ของประเทศในระยะยาว

การเตรียมความพร้อมสำหรับการเป็นเจ้าภาพ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 เป็นเรื่องที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อให้การจัดการแข่งขันเป็นไปอย่างราบรื่นและประสบความสำเร็จ

ประเทศไทยพร้อมแล้วสำหรับการเป็นเจ้าภาพ จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 มาร่วมเป็นกำลังใจให้นักกีฬาไทยและร่วมสร้างความประทับใจให้กับนักกีฬาและผู้เข้าร่วมจากทั่วอาเซียนกันนะครับ!

จัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568 ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นโอกาสที่ดีในการแสดงศักยภาพของประเทศไทยสู่สายตาชาวโลก

ที่มา – ครม. ไฟเขียวงบฯ เฉียด 456 ล้าน เป็นเจ้าภาพจัดซีเกมส์-อาเซียนพาราเกมส์ ปี 2568

กลาสโกว์ ซิตี้ ล่าตั๋ว ยูโรปา คัพ – ชมสดทาง BBC

กลาสโกว์ ซิตี้ ล่าตั๋ว ยูโรปา คัพ – ชมสดทาง BBC

ยูโรปา คัพ – รอบคัดเลือกรอบสอง นัดที่สอง: กลาสโกว์ ซิตี้ พบกับ เอชบี โคเก้ (1-2)

สถานที่: ปีเตอร์สฮิลล์ พาร์ค, กลาสโกว์ เวลา: วันพุธที่ 15 ตุลาคม คิกออฟ: 19:35 BST

ถ่ายทอดสด: รับชมได้ทางเว็บไซต์ BBC Sport และ iPlayer

เลอันน์ รอสส์ หัวหน้าโค้ชของ กลาสโกว์ ซิตี้ ยืนยันว่าเธอกำลัง “เติบโต” จากการทดสอบในการไล่ล่าตำแหน่งใน ยูโรปา คัพ

เพื่อให้เข้าถึงรอบน็อกเอาต์ของการแข่งขันครั้งแรกนี้ ผู้นำ SWPL ต้องเอาชนะการขาดดุล 2-1 ในบ้านกับทีมจากเดนมาร์กอย่าง เอชบี โคเก้ ในวันพุธนี้

การแข่งขันจะถ่ายทอดสดทางเว็บไซต์ BBC Sport และ BBC iPlayer โดยมีการคิกออฟเวลา 19:35 BST

รอสส์ ซึ่งเป็นกัปตันทีมของซิตี้ในแชมเปี้ยนส์ลีกในฐานะผู้เล่นกล่าวว่า “การได้อยู่ข้างสนามและตัดสินใจในการแข่งขันสดนั้นมีความกดดันในขณะนั้น”

“แต่ฉันมีทีมงานที่ให้การสนับสนุนที่ดีที่นี่ซึ่งให้ความช่วยเหลือมากมายในเรื่องนั้น มันเป็นความท้าทายที่ฉันกำลังเติบโตขึ้น”

การเล่นทั้งในระดับยุโรปและในประเทศเป็นสิ่งที่รอสส์กำลังคุ้นเคยอย่างรวดเร็ว

หลังจากความพ่ายแพ้อย่างหวุดหวิดในเดนมาร์กเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว เธอได้ทำการเปลี่ยนแปลงผู้เล่นตัวจริงถึง 9 คนสำหรับชัยชนะ 2-0 เหนือพาร์ทิค ทิสเซิลในวันอาทิตย์

รอสส์กล่าวกับ BBC Scotland ว่า “มันยาก การแข่งขันอยู่ใกล้กันมาก ดังนั้นเราจึงไม่มีโอกาสฝึกซ้อมมากนัก”

“มันคือการทำให้แน่ใจว่าผู้เล่นแต่ละคนได้รับการเตรียมพร้อมมากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ และทำให้แน่ใจว่าเราสามารถเลือกทีมที่เหมาะสมสำหรับการแข่งขันแต่ละครั้งได้”

รอสส์คาดว่าจะมีการแข่งขันที่ยากลำบากอีกครั้งกับ เอชบี โคเก้ แต่หวังว่าผู้เล่นของเธอจะได้เรียนรู้เพียงพอจากการแข่งขันนัดแรกเพื่อหยุด “ทีมที่โจมตีได้ดี”

ประตูสุดสวยของมิลล์ เกจ์ล สำหรับเจ้าบ้านถูกยกเลิกโดยการจบสกอร์ในระยะใกล้ของเอมี่ แอนเดอร์สันเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว แต่อลิเวีย การ์เซียยิงประตูในครึ่งหลังทำให้เดนมาร์กได้รับชัยชนะอย่างสมควร

รอสส์อธิบายว่า “มันเป็นเรื่องยากสำหรับเราที่จะสร้างในแบบที่เราต้องการที่นั่น และออกไปเล่นฟุตบอลที่เราต้องการเล่น”

“ดังนั้นตอนนี้เรามีประสบการณ์ที่ใช้ในวันพุธ และข้อมูลเพิ่มเติมเล็กน้อยจากการแข่งขัน ดังนั้นเราจะพยายามทำให้ดีขึ้นในแง่ของการครองบอล แต่ฉันคิดว่าเราป้องกันได้ดีมาก”

จากการเป็นส่วนหนึ่งของทีมผู้เล่นของซิตี้ที่เข้าถึงรอบก่อนรองชนะเลิศแชมเปี้ยนส์ลีกหญิงสองครั้ง [2014-15 และ 2019-20] รอสส์ตระหนักดีถึงประโยชน์และรางวัลของการเล่นในเวทียุโรป

เธอกล่าวว่า “มันเยี่ยมมาก ในฐานะผู้เล่น ฉันชอบประสบการณ์การเล่นในแชมเปี้ยนส์ลีกกับทีมชั้นนำและคู่ต่อสู้ชั้นนำ ดังนั้นการที่เราสามารถมอบโอกาสนั้นให้กับผู้เล่นของเราจึงเป็นเรื่องสำคัญมาก”

“และพวกเขาก็สลับระหว่างการแข่งขันที่แตกต่างกันด้วย มันคือฟุตบอลน็อกเอาต์ และจากนั้นคุณก็กลับมาทำธุรกิจในลีก ความคิดต้องแตกต่างกันเล็กน้อย”

“มันเป็นความท้าทายสำหรับทุกคน แต่มันเป็นสิ่งที่เราสนุกจริงๆ”

ร่วมเชียร์ กลาสโกว์ ซิตี้ ล่าตั๋ว ยูโรปา คัพ ทาง BBC

การที่ กลาสโกว์ ซิตี้ มีโอกาสได้แข่งขันในเวทียุโรปอีกครั้ง เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาทีมและนักเตะ การได้เผชิญหน้ากับทีมชั้นนำจากทั่วยุโรป จะช่วยยกระดับประสบการณ์และทักษะของนักเตะ ทำให้พวกเขามีความพร้อมในการแข่งขันระดับสูงยิ่งขึ้น และยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเตะรุ่นใหม่ให้มุ่งมั่นพัฒนาตนเองเพื่อโอกาสในการเล่นในระดับนานาชาติ

นอกจากนี้ การเข้าร่วมการแข่งขัน ยูโรปา คัพ ยังเป็นการสร้างชื่อเสียงให้กับสโมสรและวงการฟุตบอลหญิงของสกอตแลนด์ ซึ่งจะช่วยดึงดูดความสนใจและการสนับสนุนจากแฟนบอลและผู้สนับสนุนมากยิ่งขึ้น

อย่าลืมติดตามชมและให้กำลังใจ กลาสโกว์ ซิตี้ ในการแข่งขัน ยูโรปา คัพ เพื่อร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างประวัติศาสตร์และผลักดันวงการฟุตบอลหญิงของสกอตแลนด์ให้ก้าวหน้าต่อไป แฟนบอลชาวไทยสามารถรับชมการถ่ายทอดสดได้ทาง BBC Sport และ BBC iPlayer เพื่อร่วมลุ้นและส่งกำลังใจให้ทีม

การแข่งขันครั้งนี้มีความสำคัญต่อ กลาสโกว์ ซิตี้ ในการสร้างชื่อเสียงและโอกาสสำหรับนักเตะ หวังว่าพวกเขาจะทำผลงานได้ดีและคว้าชัยชนะมาได้

ที่มา – Glasgow City chase Europa Cup place – watch on BBC

เจ้าของสวนขายตะไคร้ได้ราคาดีแก้บนท้าวเวสสุวรรณ ขอเลขเด็ด

เจ้าของสวนปลื้มใจ ขายตะไคร้ได้ราคาดี นำกุหลาบ 55 ดอก พร้อมเครื่องเซ่นไหว้มาแก้บน “ท้าวเวสสุวรรณ” วัดดอนใหญ่ แถมยังจุดธูปเสี่ยงทายได้ “เลขเด็ด 16/10/68” กลับไปลุ้นโชค

วันที่ 14 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศใกล้วันหวยออกที่วัดบึงบาประภาสะวัต ต.บึงบา อ.หนองเสือ จ.ปทุมธานี เต็มไปด้วยสายมูจำนวนมาก ต่างเดินทางมาแก้บนและขอพรท้าวเวสสุวรรณ ไอ้ไข่วัดบึงบา แม่ตะเคียนทอง พ่อปู่ศรีสุทโธ แม่ย่าปทุมมากันอย่างต่อเนื่อง และไฮไลท์สำคัญ คือ สายมูทุกคนจะต้องพากันมาโกยเกล็ดพญานาค 2 ตน ตรงราวบันไดทางเดินขึ้นวิหารใหญ่ที่ประดิษฐานของท้าวเวสสุวรรณ และไอ้ไข่วัดบึงบา โดยสายมูจะโกยเข้ากระเป๋าสตางค์ของตน ทั้งก่อนขึ้นและลงวิหาร เพราะเชื่อกันว่า หากไม่โกยเกล็ดพญานาค ก็มาไม่ถึงวัดบึงบา

ด้านนายสมศักดิ์ เบอร์บัว เจ้าของสวนลุงศักดิ์ ได้นำกุหลาบ 55 ดอก พร้อมด้วยเครื่องเซ่นไหว้มาแก้บนท้าวเวสสุวรรณ หลังขายตะไคร้ได้ราคาดีสมดังใจ พร้อมกล่าวว่า ก่อนหน้านี้ตะไคร้ที่ไร่ของตนขายได้ราคาต่ำมาก แค่ 2 – 3 บาทต่อกิโล หากขายไป ก็ได้ไม่กี่บาท 

ตนเองรู้สึกกังวลใจ รายได้จะไม่คุ้มทุน ซึ่งก่อนหน้านี้ราคาตะไคร้นั้นขึ้นๆ ลงๆ อยู่ตลอด ตนเองจึงได้เดินทางมาขอพรกับท้าวเวสฯ ไว้ว่าขอให้ราคาตะไคร้ขึ้นมาอีกหน่อย ผลปรากฏว่าพอถึงเวลาขาย ตะไคร้ก็ปรับขึ้นมาเป็นโลละ 5 บาท ตนเองรู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก เพราะตนขายได้ในครั้งนี้ได้เงินกว่า 20,000 บาทต่อไร่ วันนี้จึงเดินทางมาแก้บนดังกล่าว และก่อนกลับยังได้จุดธูปเสี่ยงทายได้เลข 588 นำไปลุ้นโชคอีกต่อด้วย

เรื่องราวของนายสมศักดิ์ เบอร์บัว กลายเป็นที่สนใจอย่างมากในกลุ่มนักเสี่ยงโชค หลายคนต่างพากันตีเลขจากกุหลาบ 55 ดอก และเลขธูป 588 เพื่อนำไปซื้อลอตเตอรี่งวดวันที่ 16/10/68 นี้ นอกจากนี้ ยังมีผู้ที่เคยได้รับโชคจากท้าวเวสสุวรรณที่วัดแห่งนี้ เดินทางกลับมาแก้บนกันอย่างต่อเนื่อง ทำให้บรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก

เจ้าของสวนขายตะไคร้ได้ราคาดีแก้บนท้าวเวสสุวรรณ

จากเหตุการณ์นี้ เราได้เห็นถึงความเชื่อและความศรัทธาที่คนไทยมีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของโชคลาภและการเสี่ยงดวง การที่นายสมศักดิ์ประสบความสำเร็จในการขายตะไคร้ได้ราคาดีหลังจากขอพรจากท้าวเวสสุวรรณ ยิ่งตอกย้ำความเชื่อนี้ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้นไปอีก

เลขเด็ดจากเจ้าของสวนขายตะไคร้ได้ราคาดี

สำหรับเลขเด็ดที่ได้จากธูปเสี่ยงทายของนายสมศักดิ์ คือเลข 588 ซึ่งเป็นเลขที่ได้รับความนิยมอย่างมากในกลุ่มนักเสี่ยงโชค หลายคนเชื่อว่าเลขนี้จะนำพาโชคลาภมาให้ในงวดวันที่ 16/10/68 ที่กำลังจะมาถึง

อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคเป็นเพียงความเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการพิจารณาและไม่ควรหลงงมงายจนเกินไป ที่สำคัญที่สุดคือการทำมาหากินด้วยความสุจริตและขยันขันแข็ง เพราะนั่นคือหนทางแห่งความสำเร็จที่ยั่งยืนอย่างแท้จริง

เรื่องราวของนายสมศักดิ์เป็นอีกหนึ่งกรณีศึกษาที่น่าสนใจเกี่ยวกับความเชื่อและศรัทธา บางครั้งกำลังใจและความหวังก็เป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เราก้าวข้ามอุปสรรคต่างๆ ไปได้ การมีที่พึ่งทางใจอาจช่วยให้เรามีความเข้มแข็งและมีพลังในการเผชิญหน้ากับปัญหาต่างๆ มากยิ่งขึ้น

ท้ายที่สุดนี้ ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดที่จะถึงนี้ และขอให้ทุกท่านประสบความสำเร็จในทุกสิ่งที่ทำ

ที่มา – เจ้าของสวนขายตะไคร้ได้ราคาดี มาแก้บน “ท้าวเวสสุวรรณ” ไม่พลาดขอเลขเด็ด 16/10/68

งูเห่ากัด! ยาย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าฉก


หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

เรื่องราวสุดระทึก! หลานชายเผยนาทีชีวิตเมื่อคุณยายวัย 93 ปี ต้องเผชิญหน้ากับงูเห่าขณะนอนหลับพักผ่อน เคราะห์ดีที่ญาติได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือและรีบนำตัวส่งโรงพยาบาลได้อย่างทันท่วงที ล่าสุดอาการของคุณยายปลอดภัยแล้ว แต่ยังคงต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด

เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นเมื่อนางทอง ประทุมทอง อายุ 93 ปี ถูกงูเห่าฉกขณะนอนหลับอยู่บนเตียงใต้ถุนบ้านในจังหวัดเพชรบูรณ์ ญาติๆ รีบนำตัวส่งโรงพยาบาลเป็นการด่วน ซึ่งข่าวนี้ได้สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในพื้นที่เป็นอย่างมาก

หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

นายสุวัฒน์ ดีขะนุ หลานชายของคุณยายทอง เล่าว่า ขณะเกิดเหตุ ตนกำลังซ่อมเครื่องยนต์อยู่หน้าบ้าน ซึ่งห่างจากจุดที่คุณยายนอนพักผ่อนไม่ไกลนัก ได้ยินเสียงคุณยายร้องเสียงดังด้วยความตกใจ เมื่อวิ่งเข้าไปดูก็พบร่องรอยถูกงูกัดที่นิ้วกลางข้างซ้าย จึงรีบนำตัวคุณยายส่งโรงพยาบาลทันที

ภาพประกอบข่าว
ภาพประกอบข่าว (เครดิต: ไทยรัฐออนไลน์)

“ตอนนั้นตกใจมาก ไม่คิดว่าจะมีงูเข้ามาในบ้าน ยิ่งเป็นงูเห่าด้วยแล้วยิ่งน่ากลัว รีบโทรศัพท์บอกหลานอีกคนที่ติดกล้องวงจรปิดไว้ให้ช่วยดู ก็เห็นว่าเป็นงูเห่าตัวค่อนข้างใหญ่ เลื้อยขึ้นไปบนเตียง” นายสุวัฒน์กล่าว

พื้นที่บ้านไม่เคยมีงูเห่ามาก่อน

นายสุวัฒน์ยังกล่าวเพิ่มเติมว่า ที่ผ่านมาไม่เคยพบเห็นงูเห่าในบริเวณบ้านเลย ทำให้รู้สึกแปลกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น นอกจากนี้ ในจังหวะที่วิ่งเข้าไปช่วยคุณยาย ก็สังเกตเห็นคางคกกระโดดออกมาจากใต้ถุนบ้าน ซึ่งคาดว่างูเห่าอาจจะไล่คางคก แต่ก็ยังไม่เข้าใจว่าทำไมถึงเลื้อยขึ้นไปบนเตียงของคุณยายได้

อาการล่าสุดของคุณยายทอง ปลอดภัยแล้ว แพทย์ได้ถอดเครื่องช่วยหายใจและคุณยายสามารถหายใจได้เองตามปกติ บริเวณบาดแผลที่ถูกงูกัดมีอาการบวมช้ำ แต่แพทย์ได้ทำการกรีดเพื่อระบายเลือดเสียออก และแจ้งว่าหากแผลไม่มีอาการติดเชื้อ ภายใน 2-3 วัน คุณยายก็จะสามารถกลับบ้านได้

อุทาหรณ์จากเหตุการณ์นี้

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นกับคุณยายทองเป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้ทุกคนระมัดระวังอันตรายจากสัตว์มีพิษที่อาจเข้ามาในบ้านได้ โดยเฉพาะในช่วงฤดูฝน ควรดูแลรักษาความสะอาดบริเวณบ้าน กำจัดแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์มีพิษ และสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัวอยู่เสมอ หากพบเห็นสัตว์มีพิษ ควรรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องให้เข้ามาดำเนินการ

นอกจากนี้ การติดตั้งกล้องวงจรปิดก็เป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยสอดส่องดูแลความปลอดภัยให้กับคนในครอบครัว โดยเฉพาะผู้สูงอายุที่อาจไม่สามารถช่วยเหลือตัวเองได้ในยามฉุกเฉิน

ดังนั้น การป้องกันไว้ก่อนจึงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด เพื่อความปลอดภัยของคนที่คุณรัก

และอย่าลืม! หากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เช่น ถูกสัตว์มีพิษกัด ควรรีบไปพบแพทย์โดยด่วน เพื่อรับการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงที

เรื่องนี้สอนให้รู้ว่า ความไม่ประมาทเป็นสิ่งสำคัญ ดูแลบ้านและคนที่เรารักให้ดีที่สุดนะครับ

ที่มา – หลานเล่านาที ยายวัย 93 ตะโกนขอความช่วยเหลือ หลังงูเห่าเลื้อยขึ้นเตียงฉกนิ้ว

แฉอาณาจักรอาชญากรรมกัมพูชา! สื่อเกาหลีใต้เตือน

สถานการณ์ในกัมพูชาที่สื่อเกาหลีใต้กำลังจับตามองอย่างใกล้ชิดคือ อาณาจักรอาชญากรรมกัมพูชา ที่มีการกล่าวถึงการทรมานเหยื่ออย่างโหดร้ายถึงขั้นเสียชีวิต สำนักข่าวยอนฮัปของเกาหลีใต้รายงานว่า ผู้ที่เคยทำงานภายในพื้นที่อาชญากรรมในกัมพูชาเปิดเผยข้อมูลที่น่าตกใจเกี่ยวกับเรื่องนี้

อาณาจักรอาชญากรรมกัมพูชา: การทรมานและการค้ามนุษย์

แหล่งข่าวระบุว่า ภายในแต่ละแหล่งอาชญากรรม มีการทรมานเหยื่ออย่างทารุณ ทั้งการถอนเล็บ ตัดนิ้ว และมีการค้ามนุษย์ โดยขายเหยื่อไปยังแก๊งอาชญากรรมอื่นในราคาที่ตกลงกัน คาดว่าปัจจุบันมีพื้นที่ลักษณะนี้มากกว่า 400 แห่งทั่วประเทศ

อาณาจักรอาชญากรรมในกัมพูชามีขนาดแตกต่างกันไป และเป็นแหล่งที่เกิดอาชญากรรมหลากหลายรูปแบบ เช่น โรแมนซ์สแกม (การหลอกให้หลงรัก), การหลอกขายหุ้นนอกตลาด, การหลอกลงทุนฟิวเจอร์สในต่างประเทศ และแก๊งคอลเซ็นเตอร์ที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ มีข้อกล่าวอ้างว่ามีศูนย์อาชญากรรมเหล่านี้สูงถึง 400 แห่งในกัมพูชา

นาย A ผู้เกี่ยวข้องรายหนึ่ง อธิบายว่า เหตุที่แก๊งเหล่านี้ต้องการคนสัญชาติเกาหลี เนื่องจากนำไปใช้ในการฟอกเงินจากรายได้อาชญากรรม หรือทำงานด้านเทเลมาร์เก็ตติ้ง, แชท และบริการลูกค้าสำหรับการหลอกลวงเป้าหมายที่เป็นชาวเกาหลี

พื้นที่ใดในกัมพูชาที่อันตรายที่สุด?

นาย A ยังเตือนว่า ไม่ใช่กัมพูชาทุกพื้นที่ที่เหมือนกัน โดยระบุว่าพื้นที่ชายแดนอย่างปอยเปต และ บาเวต นั้นอันตรายที่สุด และเป็นที่ที่คนส่วนใหญ่ถูกส่งไปเป็นที่สุดท้าย ต่างจากพนมเปญหรือสีหนุวิลล์

นาย B ชาวเกาหลีที่อาศัยอยู่ในกัมพูชา กล่าวเสริมว่า หากทำงานในพนมเปญหรือสีหนุวิลล์แล้วทำผลงานไม่ดีหรือติดหนี้ในคาสิโน ก็จะถูกขายต่อไปยังพื้นที่ชายแดนอย่างปอยเปตหรือบาเวต โดยมีคนจำนวนมากต้องเผชิญชะตากรรมเช่นนี้

นาย B ยืนยันว่า การที่เหยื่อถูกทำร้ายจนเสียชีวิตนั้นไม่ใช่เรื่องแปลก โดยมีผู้เสียชีวิตเฉลี่ยวันละหนึ่งคน เหยื่อไม่ได้มีเพียงชาวเกาหลีเท่านั้น แต่ยังรวมถึงชาวเวียดนาม อินโดนีเซีย มาเลเซีย และจีนด้วย ผู้ที่ถูกซ้อมจนสุขภาพทรุดโทรมก็เสียชีวิต หรือหากทำงานไม่ได้ตามเป้าก็จะถูกทำร้าย บางกรณีถึงขั้นตัดนิ้วทั้งหมดหากบัญชีธนาคารที่นำมาขายถูกระงับ

ส่วนกรณีที่มีนักศึกษารายหนึ่งเสียชีวิตในเดือนสิงหาคมที่ผ่านมาในพื้นที่ เขาโบโก นาย B อธิบายว่า ที่แห่งนั้นมักเป็นที่ที่คนถูกส่งไปขายบัญชีธนาคาร และมักจะถูกกักขังและถูกบังคับให้ทำงานผิดกฎหมาย หรือแม้กระทั่งต้องจบชีวิตลงที่นั่น

นาย C ผู้ที่เคยถูกคุมขังในแก๊งอาชญากรรม เล่าว่า เขาเคยเห็นภาพถ่ายการทรมานและศพในกลุ่มแชทเทเลแกรมของผู้ดูแล ซึ่งพวกเขาภาคภูมิใจที่จะพูดถึงเรื่องนี้และนำภาพมาให้เขาดูพร้อมข่มขู่ว่า “ถ้าไม่เชื่อฟัง จะมีสภาพแบบนี้”

นอกจากนี้ ยังมีข้อกล่าวอ้างว่า เหยื่อที่ถูกทำร้ายจนเสียชีวิตจะถูกนำไปเผาในเตาเผาของสถานที่นั้น แต่ขณะเดียวกันก็มีข้อโต้แย้งว่าอาจเป็นข่าวลือที่เกินจริง โดยเตาเผาอาจใช้สำหรับเผาขยะเท่านั้น

อย่างไรก็ตาม มีข้อกล่าวอ้างเพิ่มเติมที่น่าสะพรึงกลัวว่า หากเหยื่อไม่สามารถทำ “ผลงาน” ได้ตามเป้า ก็อาจถูกบังคับให้ “ขายอวัยวะ” นาย A อธิบายว่า หากเป็นหนี้และไม่มีผลงาน ก็ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากขายอวัยวะ โดยเริ่มจากดวงตา เนื่องจากกระจกตาผ่าตัดง่ายกว่าและมีราคาสูง

แต่ก็มีความเห็นแย้งว่า ปัจจุบันการค้าอวัยวะอาจไม่ได้เกิดขึ้นในกัมพูชาแล้ว โดยนาย B ชี้ว่า “ในสีหนุวิลล์มีโรงพยาบาลจีนจำนวนมาก ซึ่งในอดีตถูกใช้เพื่อผ่าตัดเอาอวัยวะ แต่ปัจจุบันน่าจะใช้วิธีบังคับให้ทำงานจนกว่าจะไม่สามารถใช้งานได้อีก แล้วค่อยส่งต่อไปยังพม่า ซึ่งคาดว่าจะเป็นสถานที่ที่มีการผ่าตัดเอาอวัยวะเกิดขึ้น”

สถานการณ์ อาณาจักรอาชญากรรมกัมพูชา นี้ สะท้อนให้เห็นถึงปัญหาการค้ามนุษย์และความรุนแรงที่เกิดขึ้นจริง ดังนั้นการตระหนักถึงภัยและการป้องกันตนเองจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง หากมีคนชักชวนให้ไปทำงานในต่างประเทศ โดยเฉพาะในพื้นที่เสี่ยง ควรตรวจสอบข้อมูลให้รอบคอบและปรึกษาผู้มีประสบการณ์ก่อนตัดสินใจ เพื่อความปลอดภัยของตนเอง

ที่มา – สื่อเกาหลีใต้แฉอาณาจักรอาชญากรรมกัมพูชา เหยื่อถูกซ้อมตายวันละคน-ไร้ประโยชน์อาจถูก “ขายอวัยวะ”

ไม่ใช่แค่คนดัง? ผมพิสูจน์ตัวเองแล้ว

ร็อบบี้ ซาเวจ กล่าวว่า เขาหวังว่าเขาจะได้ปฏิเสธรายการ Strictly Come Dancing จนกว่าจะถึงช่วงหลังจากอาชีพโค้ชของเขา เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกตราหน้าว่าเป็น “ผู้จัดการทีมที่เป็นคนดังอีกคนหนึ่ง”

อดีตกองกลางทีมชาติเวลส์ ซาเวจ ซึ่งปรากฏตัวในรายการฮิตของ BBC ในปี 2011 หลังจากอาชีพการเล่นของเขาสิ้นสุดลง ได้นำทีม Rovers ขึ้นไปอยู่อันดับสองใน National League

พวกเขายังได้จับสลากประกบคู่ที่น่าสนใจที่สุดในรอบแรกของ FA Cup เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการเดินทางไปเยือนทีม Luton Town ใน League One และเจ้านายคนใหม่ของพวกเขา อดีตกองกลางทีมชาติอังกฤษอย่าง แจ็ค วิลเชียร์

ได้รับการแต่งตั้งในเดือนกรกฎาคม หลังจากประสบความสำเร็จในบทบาทผู้จัดการทีมครั้งแรกที่ Macclesfield ซาเวจยังคงเป็นที่รู้จักกันดีในด้านโปรไฟล์สื่อและการเป็นนักวิจารณ์ของเขา และจะกลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้งสำหรับการแข่งขัน FA Cup รอบแรกในฐานะหัวหน้าโค้ช

“เมื่อมองย้อนกลับไป ตอนนี้ฉันจะทำ Strictly ก่อนที่จะเป็นผู้จัดการทีมหรือไม่? อาจจะไม่ นั่นอาจจะเกิดขึ้นหลังจากนั้น” ซาเวจ วัย 50 ปี กล่าวกับ BBC Points West

“แต่ฉันเป็นคนที่มีบุคลิก และฉันเชื่อว่าฉันเป็นคนที่มีเสน่ห์ที่พยายามดึงสิ่งที่ดีที่สุดออกมาจากผู้คน”

“ฉันเป็นแค่ผู้จัดการทีมธรรมดาๆ ผู้จัดการทีมที่ไม่มีประสบการณ์ที่ทำอย่างเต็มที่ด้วยทีมงานที่ยอดเยี่ยม ฉันเป็นแค่ผู้ชายที่กระตือรือร้นที่ใส่ใจเกี่ยวกับสโมสรใดก็ตามที่เขาอยู่”

“[บางคนอาจถามว่า] ‘โอ้ นี่เป็นผู้จัดการทีมที่เป็นคนดังอีกคนหรือ?’ ไม่เลย ฉันเป็นคนขยันทำงานที่รักฟุตบอล ผู้ซึ่งได้รับโอกาสนี้แล้ว”

ไม่ใช่แค่คนดัง?ผมพิสูจน์ตัวเองแล้ว

Forest Green สโมสรใน Gloucestershire ซึ่งมีประชากรน้อยกว่า 6,000 คน ตั้งอยู่ใน Nailsworth ถูก Dale Vince ผู้บุกเบิกด้านพลังงานสีเขียวเข้าครอบครองในปี 2010

หลังจากก้าวกระโดดอย่างรวดเร็ว พวกเขาใช้เวลาเจ็ดฤดูกาลใน English Football League ก่อนที่จะตกชั้นในปี 2024-25 และพ่ายแพ้ในรอบรองชนะเลิศของการแข่งขันเพลย์ออฟเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

Vince ได้ยกระดับ Forest Green โดยการดำเนินโครงการที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การทำให้ Rovers เป็นมังสวิรัติทั้งหมด และได้รับการยอมรับจากสหประชาชาติว่าเป็นสโมสรฟุตบอลที่เป็นกลางทางคาร์บอนแห่งแรกของโลกในปี 2018

ชาร์ลี ซาเวจ ลูกชายวัย 22 ปีของซาเวจ ซึ่งได้เข้าร่วมทีม Reading และติดทีมชาติเวลส์แล้ว ใช้เวลาครึ่งหลังของฤดูกาล 2022-23 ในการยืมตัวที่ Forest Green จากแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด

“Dale เก่งมาก” Savage กล่าว ซึ่งลงเล่น 346 เกมในพรีเมียร์ลีกให้กับ Leicester City, Birmingham City, Blackburn Rovers และ Derby County

“เราเข้ากันได้ดีมาก ฉันรู้จักเขาตั้งแต่สมัยที่ชาร์ลีอยู่ที่นี่ เขาใส่ใจ”

“อาหารมีโปรตีนสูง มีไฟเบอร์สูง เป็นสโมสรฟุตบอลที่ยอดเยี่ยมที่บริหารงานโดยผู้คนที่กระตือรือร้นและห่วงใยที่ต้องการให้คุณทำได้ดี ดังนั้นฉันจึงเปิดรับทุกสิ่ง”

“Dale ไม่ได้จ้างฉันเพราะโปรไฟล์ของฉัน เขาบอกว่าเขาไม่รู้ว่าฉันเป็นคนดัง ฉันเป็นพ่อของชาร์ลี”

“นั่นเป็นเรื่องดี เพราะเขาแต่งตั้งฉันเพราะสิ่งที่ฉันทำในฐานะผู้เล่นและสิ่งที่ฉันทำในฐานะผู้จัดการทีม”

จากรับสายสู่การโทรออก – เส้นทางสู่การเป็นผู้จัดการทีม ไม่ใช่แค่คนดัง?

ซาเวจมีชัยชนะ 8 ครั้งและแพ้เพียงครั้งเดียวจากการแข่งขันลีก 14 นัดแรกของเขากับ Forest Green รวมถึงนำพวกเขาเข้าสู่ FA Cup รอบแรกอย่างเหมาะสมด้วยชัยชนะ 4-1 เหนือ Worthing ในระดับที่หกเมื่อวันจันทร์

เขาเปรียบเทียบจิตวิญญาณที่ Rovers กับความสัมพันธ์ที่เขามีกับ Chris Sutton อดีตกองหน้าทีมชาติอังกฤษในฐานะส่วนหนึ่งของการทำหน้าที่เป็นพิธีกรร่วมในรายการโทรศัพท์ฟุตบอล 606 ของ BBC Radio 5 Live

“ตัวฉันและ Chris มีมิตรภาพและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่ยอดเยี่ยม และนั่นคือสิ่งที่ฉันมีกับผู้เล่นและทีมงานของฉัน” เขากล่าว ชมเชย “ความอบอุ่น” และ “ความเป็นมิตร” ของผู้คนใน Cotswolds

“สนามฝึกซ้อมนั้นน่าทึ่งมาก เป็นส่วนที่สวยงามของโลกที่จะอาศัยอยู่ มันอาจจะเหงาเล็กน้อยในบางครั้งที่ไม่มีครอบครัวของคุณ แต่ นั่นคือหนึ่งในความเสียสละที่คุณทำในฐานะผู้จัดการทีม”

“ฉันเป็นคนฟุตบอลที่ติดและหมกมุ่นอยู่กับฟุตบอลมาตลอดชีวิต ฉันไม่กลัวความล้มเหลว ไม่เคยกลัว”

“ลูกชายทั้งสองของฉัน ชาร์ลีและเฟรดดี้ บอกกับฉันเมื่อฉันกำลังจะรับงานว่า ‘สิ่งที่แย่ที่สุดที่สามารถเกิดขึ้นได้คืออะไร? คุณอาจถูกไล่ออก แต่จงพยายามอย่างเต็มที่’

“ฉันพูดว่า ‘รู้ไหม? ใช่ นั่นถูกต้อง'”

เส้นทางของ ร็อบบี้ ซาเวจ แสดงให้เห็นว่าความมุ่งมั่นและความหลงใหลในฟุตบอล สามารถนำพาคุณไปสู่ความสำเร็จได้ ไม่ว่าคุณจะเคยเป็น “คนดัง” หรือไม่ก็ตาม การทำงานหนักและการพิสูจน์ตัวเองในสนามจริงเท่านั้น ที่จะทำให้คุณได้รับการยอมรับในวงการ

ที่มา – ‘Another celebrity boss? No, I’ve earned my chance’