วัน: 18 ตุลาคม 2025

การข่มเหงจะทำให้ผู้จัดการทีมโอลด์เฟิร์มอับอาย – เลนนอน

การข่มเหงจะทำให้ผู้จัดการทีมโอลด์เฟิร์มอับอาย – เลนนอน

อดีตผู้จัดการทีมเซลติก นีล เลนนอน กล่าวว่า การข่มเหงที่ผู้จัดการทีมเซลติกและเรนเจอร์สต้องเผชิญ จะทำให้โค้ชหลายคน “ไม่ตั้งคำถาม อย่างแน่นอน” ไม่อยากมากลาสโกว์เพื่อรับผิดชอบทีมใดทีมหนึ่ง

เลนนอน ซึ่งปัจจุบันเป็นหัวหน้าทีมดันเฟิร์มลินแอธเลติกในแชมเปี้ยนชิพ ยังคิดว่า “การตรวจสอบอย่างละเอียด” และ “ความเกลียดชัง” ในการจัดการทีม “แย่ลง” ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา

ปัจจุบันเรนเจอร์สกำลังสรรหาหัวหน้าโค้ชคนใหม่มาแทนที่ รัสเซลล์ มาร์ติน ซึ่งเผชิญกับแรงกดดันอย่างต่อเนื่อง รวมถึงการประท้วงจากแฟนๆ ก่อนที่จะถูกไล่ออกเมื่อต้นเดือนนี้

“ผมคิดว่ามันแย่ลงในกลาสโกว์” เลนนอน ซึ่งเคยเป็นหัวหน้าทีมที่ปาร์คเฮดมาสองครั้ง กล่าวในรายการ BBC Scotland’s Saturday Show

“การตรวจสอบบุคคลและการวิเคราะห์ – เบรนแดน [ร็อดเจอร์ส ที่ เซลติก] ในขณะนี้ และใครก็ตามที่จะเข้ามารับช่วงต่อที่เรนเจอร์ส มันอึดอัดจริงๆ”

เลนนอน กล่าวถึง มาร์ตินถูกพาออกจากสนาม หลังเกมที่ทีมของเขาเสมอ 1-1 กับฟัลเคิร์ก ก่อนจะออกจากรถยนต์หลังจากแฟนๆ ปิดกั้นรถบัสของทีมว่า “ผมคิดว่ามันน่าเศร้าจริงๆ”

มาร์ตินถูกไล่ออกจากตำแหน่งหัวหน้าโค้ชของเรนเจอร์สหลังจาก 17 เกม สตีเวน เจอร์ราร์ด ปฏิเสธโอกาสที่จะกลับมาที่ไอบรอกซ์ในฐานะหัวหน้าทีม ในขณะที่ แดนนี โรห์ล ก็ถอนตัวออกจากการแข่งขัน

เลนนอนชี้ให้เห็นว่า หัวหน้าโค้ชคนใหม่ที่มีศักยภาพ สำหรับทั้งสองฝ่ายของโอลด์เฟิร์ม จะคิดทบทวนอีกครั้งก่อนที่จะก้าวเข้าสู่บทบาทนี้

“[ผู้จัดการทีมที่เข้ามาใหม่จะ] พูดว่า ‘ฉันไม่ต้องการสิ่งนั้น’ ใช่ ไม่มีปัญหา” เขากล่าว “แน่นอน อย่างไม่ต้องสงสัย”

“ทั่วยุโรป คุณเห็นแฟนๆ ประท้วงอยู่นอกสนามฝึกซ้อม มันไม่เคยเป็นแบบนั้นในสกอตแลนด์”

“มันแพร่หลายมากขึ้นในช่วงสามหรือสี่ปีที่ผ่านมา”

เขาเสริมว่า “การตรวจสอบอย่างละเอียด ความเกลียดชังในบางครั้ง คุณเพียงแค่ต้องดูสิ่งที่เกิดขึ้นกับรัสเซลล์ มาร์ติน มันแย่มาก เขาไม่ได้รับผลลัพธ์ตามที่งานต้องการ แต่สิ่งที่เขาได้รับการปฏิบัติโดยสื่อและโซเชียลมีเดียบางแง่มุมนั้นแย่มาก”

ความคิดเห็นเหล่านี้เกิดขึ้นหลังจากที่ร็อดเจอร์สแนะนำว่า ความแตกต่างของแรงกดดันระหว่างทีมในพรีเมียร์ลีกและทีมโอลด์เฟิร์มนั้นมีนัยสำคัญ

“ผู้คนโกรธ โลกโกรธ แต่มันไม่ดีเลยที่ได้เห็น พวกเขาเป็นมนุษย์ในตอนท้ายของวัน” เลนนอนกล่าว

“ถ้าพวกเขาไม่ดีพอ ก็ไม่เป็นไร แต่ไม่มีความจำเป็นสำหรับการโจมตีส่วนตัวและการข่มเหงส่วนตัวอย่างต่อเนื่อง”

“เราทุกคนได้รับการหยอกล้อ แต่มีสิ่งอื่นๆ ที่เป็นพิษจริงๆ และต้องกำจัดให้หมดไป”

“ฉันไม่รู้ว่าเราจะกำจัดมันได้อย่างไร แต่ภาพลักษณ์ของกลาสโกว์และฟุตบอลกลาสโกว์ไม่ดีเลย”

ทำไมการข่มเหงถึงส่งผลต่อผู้จัดการทีมโอลด์เฟิร์ม

จากบทสัมภาษณ์ของนีล เลนนอน อดีตผู้จัดการทีมเซลติก แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่า การข่มเหงที่เกิดขึ้นกับผู้จัดการทีมในปัจจุบัน รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นกับ รัสเซลล์ มาร์ติน นั้น ส่งผลกระทบอย่างมากต่อการตัดสินใจของผู้จัดการทีมที่มีศักยภาพที่จะเข้ามาคุมทีมในกลาสโกว์ ทั้งเซลติกและเรนเจอร์ส

แรงกดดันจากแฟนบอล การวิพากษ์วิจารณ์อย่างรุนแรง และการโจมตีส่วนตัวผ่านสื่อต่างๆ ทำให้ผู้จัดการทีมหลายคนรู้สึกหวาดกลัวและไม่อยากเผชิญกับสถานการณ์เช่นนี้ นี่อาจเป็นเหตุผลหนึ่งที่ทำให้การหาผู้จัดการทีมที่เหมาะสมให้กับเรนเจอร์สเป็นไปได้ยากในขณะนี้

สถานการณ์เช่นนี้อาจทำให้สโมสรฟุตบอลในสกอตแลนด์ต้องพิจารณาถึงวิธีการจัดการกับพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของแฟนบอลและการใช้โซเชียลมีเดียอย่างสร้างสรรค์ เพื่อสร้างสภาพแวดล้อมที่เอื้ออำนวยต่อการทำงานของผู้จัดการทีมและนักกีฬา

การแก้ไขปัญหา การข่มเหงจะทำให้ผู้จัดการทีมโอลด์เฟิร์มอับอาย ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เป็นสิ่งที่จำเป็นต้องทำเพื่ออนาคตของฟุตบอลในสกอตแลนด์

ที่มา – Abuse will deter prospective Old Firm bosses – Lennon

วิธีโหลดแอปเป๋าตัง ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

เตรียมพร้อมโหลดแอปฯ เป๋าตัง ลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ยืนยันตัวตนเป๋าตังผ่านตู้ ATM ก่อนรับสิทธิจ่าย “คนละครึ่ง” วันละไม่เกิน 200 บาท

เตรียมตัวให้พร้อม สำหรับประชาชน 20 ล้านสิทธิ ที่มีคุณสมบัติสามารถเข้าร่วม “โครงการคนละครึ่งพลัส” ระบบจะเปิดลงทะเบียนรับสิทธิผ่านแอปฯ เป๋าตัง ได้ตั้งแต่วันที่ 20 – 26 ต.ค. 68 (เวลา 06.00-22.00 น.)

ทั้งนี้ กลุ่มที่ได้รับสิทธิ 2,000 บาท (ตลอดระยะเวลาโครงการฯ) คือ ประชาชนผู้ไม่ยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาข้างต้น

ส่วนประชาชนผู้ยื่นแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้กรณีทั่วไป (ภ.ง.ด.90) แบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับผู้มีเงินได้จากการจ้างแรงงาน ตามมาตรา 40(1) แห่งประมวลรัษฎากร ประเภทเดียว (ภ.ง.ด.91) หรือแบบแสดงรายการภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับผู้ได้รับสิทธิลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา (ภ.ง.ด.95) ของปีภาษี 2567 ตามฐานข้อมูลของกรมสรรพากร ณ วันที่ 30 มิถุนายน 2568

วิธีโหลดแอปฯ เป๋าตัง เตรียมลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ยืนยันตัวตนเป๋าตังผ่านตู้ ATM

สำหรับใครที่กำลังเตรียมตัวลงทะเบียนโครงการคนละครึ่งพลัส อย่าลืมเตรียมพร้อม วิธีโหลดแอปฯ เป๋าตัง กันให้พร้อม เพื่อไม่ให้พลาดสิทธิประโยชน์ดีๆ ที่รัฐบาลมอบให้

คุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

สำหรับคุณสมบัติของผู้มีสิทธิลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส มีด้วยกันดังนี้

  • เป็นผู้มีสัญชาติไทย
  • มีอายุตั้งแต่ 16 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป ณ วันที่ลงทะเบียน
  • มีบัตรประจำตัวประชาชน
  • ไม่เป็นผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐตามฐานข้อมูลของกระทรวงการคลัง ณ วันที่ 1 ตุลาคม 2568
  • ไม่เป็นผู้ที่ถูกระงับสิทธิหรือถูกเรียกเงินคืนในโครงการของรัฐ ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 2, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3, โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 4 และ โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 5

ขั้นตอนการลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส

1. ดาวน์โหลดแอปฯ เป๋าตัง และเปิดใช้บริการ G Wallet

2. กดลงทะเบียนรับสิทธิได้ตั้งแต่ วันที่ 20 ต.ค. – 26 ต.ค. 68 เวลา 06:00 – 22:00 น.

3. ผู้ที่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่านแอปฯ เป๋าตัง

4. ผู้ที่ไม่เคย เข้าร่วมโครงการคนละครึ่งเฟส 5 (ปี 2565) ตรวจสอบผลการลงทะเบียนผ่าน SMS และแอปฯ เป๋าตัง

5. ผู้ได้รับสิทธิเข้าแอปฯ เป๋าตัง และกดแบนเนอร์โครงการคนละครึ่งพลัส เพื่อเริ่มใช้จ่าย วันที่ 29 ต.ค. – 31 ธ.ค. 68 เวลา 06:00 – 23:00 น.

วิธีลงทะเบียนแอปฯ เป๋าตัง สําหรับประชาชนที่ไม่เคยสมัครใช้งาน

การติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง

  • แอนดรอยด์ รองรับโทรศัพท์ที่ใช้ Android 10.0+ ขึ้นไป
  • Apple รองรับโทรศัพท์ iPhone ที่มี iOS 15.0+ ขึ้นไป

1. เปิด App Store หรือ Play Store 

2. พิมพ์ค้นหาแอปฯ “เป๋าตัง” จากนั้นกดดาวน์โหลด พร้อมทั้งติดตั้ง

วิธีลงทะเบียนแอปฯ เป๋าตัง สำหรับคนที่ไม่เคยสมัครใช้งานมาก่อน มีขั้นตอนดังนี้ 

  1. โหลดและติดตั้งแอปฯ เป๋าตัง
  2. เข้าที่แอปฯ เป๋าตัง
  3. ขั้นตอนการสมัคร ให้ปิด Wi-Fi 
  4. กดยินยอมและยืนยัน เพื่อยอมรับเงื่อนไข (KYC Consent) การจัดการข้อมูลส่วนบุคคล
  5. กดยินยอมให้ แอปฯ เป๋าตัง ขอความยินยอมตรวจสอบหมายเลขโทรศัพท์
  6. เริ่มต้นการใช้งาน ด้วยการกรอกเลขบัตรประชาชน และเบอร์โทรศัพท์มือถือ
  7. รอรับ และกรอกรหัส OTP ที่จะส่งไปยังเบอร์มือถือที่สมัครไว้
  8. กรอกข้อมูลส่วนตัว หรือกดแถบระบุข้อมูลส่วนตัวด้วยแอปฯ ThaiD
  9. เตรียมสแกนใบหน้า ขยับใบหน้าให้อยู่ในวงกลม ตามคำแนะนำที่แสดง
  10. ตั้งรหัส PIN พร้อมยืนยัน
  11. กดยอมรับข้อตกลงและเงื่อนไขการใช้แอปฯ เป๋าตัง
  12. กดรหัส PIN อีกครั้งเพื่อเข้าแอปฯ เป๋าตัง
  13. กดให้ความยินยอมการจัดการข้อมูลส่วนบุคคล PDPA
  14. เข้าหน้าหลักเป๋าตัง
  15. สมัครเป๋าตังเสร็จสิ้น

สำหรับใครที่ลงทะเบียน ยืนยันตัวตนเป๋าตังผ่านตู้ ATM ไม่เป็น อ่านขั้นตอนด้านล่างได้เลย

คนละครึ่งพลัส ยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ATM สีเทา) หน้าจอแบบมีปุ่มด้านล่าง

  1. เลือกเมนู “ทำรายการด้วยบัตรประชาชน” (ไม่ต้องใช้บัตร ATM)
  2. เลือก “บริการยืนยันตัวตน”
  3. กดปุ่ม “รับทราบและรับรอง” ยืนยันการเป็นเจ้าของบัตร
  4. เลือก “ยินยอม” เพื่อเปิดเผยข้อมูล และพิสูจน์ตัวตน
  5. กดปุ่ม “ถัดไป”
  6. เสืยบบัตรประชาชน และกดปุ่ม “ตกลง”
  7. รอการตรวจสอบข้อมูล
  8. เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” เก็บบัตรประชาชน และดำเนินการต่อบนแอปฯ เป๋าตัง

คนละครึ่งพลัส ยืนยันตัวตนผ่านตู้ ATM ธนาคารกรุงไทย (ATM สีเทา) หน้าจอแบบไม่มีปุ่มด้านล่าง

1. แตะหน้าจอบริเวณแถบสีฟ้า เพื่อเลือกบริการ (ไม่ต้องใช้บัตร ATM)
2. เลือก “ยืนยันตัวตน / บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ”
3. เลือกยืนยันตัวตนธนาคารกรุงไทย
4. กด “รับทราบและรับรอง” ยืนยันการเป็นเจ้าของบัตร
5. เลือก “ยินยอม” เพื่อเปิดเผยข้อมูล และพิสูจน์ตัวตน
6. เสียบบัตรประชาชน และกดปุ่ม “ตกลง”
7. รอการตรวจสอบข้อมูล
8. เลือก “จบการทำรายการยืนยันตัวตน” เก็บบัตรประชาชน และดำเนินการต่อบนแอปฯ เป๋าตัง

สำหรับใครที่กำลังมองหาวิธีลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส อย่าลืมศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อรับสิทธิประโยชน์จากโครงการนี้อย่างเต็มที่

ที่มา – วิธีโหลดแอปฯ เป๋าตัง เตรียมลงทะเบียนคนละครึ่งพลัส ยืนยันตัวตนเป๋าตังผ่านตู้ ATM

ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท

ผบ.ตร. สั่งล่าตัว “คนร้าย” บุกชิงทองรวม 24 บาท กลางห้างดังสมุทรปราการ ซ้ำใช้ “ระเบิดปิงปอง” ข่มขู่พนักงาน ก่อนซิ่งจักรยานยนต์หลบหนีลอยนวล

วันที่ 18 ต.ค. 2568 พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า เมื่อเวลา 14.00 น. วันนี้ ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ รับแจ้งเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกชิงทรัพย์ร้านทองเยาวราชกรุงเทพ สาขาบางพลี ภายในห้างแห่งหนึ่งย่านบางเสาธง โดยก่อเหตุอย่างอุกอาจท่ามกลางประชาชนจำนวนมาก โดย พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการด่วนไปยัง ตำรวจภูธรภาค 1 ให้เร่งระดมกำลังสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิด พบคนร้ายเป็นชายไม่ทราบชื่อ ผิวคล้ำ สูงประมาณ 170 เซนติเมตร สวมเสื้อโปโลแขนสั้นสีขาว กางเกงยีนส์ขายาวสีเทาดำ รองเท้าผ้าใบสีน้ำตาล และสวมหมวกไหมพรมปิดบังใบหน้า โดยใช้อาวุธปืนพกสั้น ไม่ทราบขนาดและชนิด จำนวน 1 กระบอก พร้อม “ระเบิดปิงปอง” ขว้างเข้ามาในร้าน

ก่อนชักอาวุธปืนข่มขู่พนักงาน แล้วกวาดทองรูปพรรณน้ำหนักรวม 24 บาท เป็นสร้อยคอทองคำ 2 บาท จำนวน 12 เส้น หลบหนีออกทางประตูหลังห้าง โดยใช้รถจักรยานยนต์สีแดง-ขาว ทะเบียน 1กจ 3371 กรุงเทพมหานคร เป็นพาหนะหลบหนีไป

ขณะที่ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการด่วนไปยัง ตำรวจภูธรภาค 1 ให้เร่งระดมกำลังสืบสวนติดตามตัวผู้ก่อเหตุ มาดำเนินคดีโดยเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นเหตุร้ายที่เกิดขึ้นกลางห้างสรรพสินค้าในวันหยุดสุดสัปดาห์ อาจสร้างความหวาดกลัวแก่ประชาชนและเสี่ยงต่อพฤติกรรมเลียนแบบ

พล.ต.ต.ธีรเดช ระบุว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่อยู่ระหว่างรวบรวมพยานหลักฐานจากภาพกล้องวงจรปิดและเส้นทางหลบหนี พร้อมขอความร่วมมือประชาชน หากพบเบาะแสคนร้ายหรือรถจักรยานยนต์ต้องสงสัย ให้รีบแจ้งสายด่วน 191 หรือสถานีตำรวจใกล้เคียงทันที เพื่อช่วยกันนำผู้ก่อเหตุมารับโทษตามกฎหมายโดยเร็ว

อย่างไรก็ตาม สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ขอความร่วมมือประชาชนร่วมเป็นหูเป็นตา เพื่อช่วยกันนำคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายโดยเร็วที่สุด ทั้งนี้การเผยแพร่ภาพคนร้ายเป็นไปเพื่อประโยชน์สาธารณะ.

ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท

จากเหตุการณ์อุกอาจที่เกิดขึ้นกลางห้างสรรพสินค้าในจังหวัดสมุทรปราการ ทำให้ประชาชนหลายคนเกิดความกังวลและหวาดกลัวต่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้สั่งการให้เร่งติดตามตัว ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท มาดำเนินคดีให้เร็วที่สุด เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน

ความคืบหน้าล่าสุดในการติดตามตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท

ขณะนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังเร่งรวบรวมพยานหลักฐาน ทั้งจากกล้องวงจรปิด พยานบุคคล และข้อมูลอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อติดตามตัว ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท มาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็วที่สุด นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง เพื่อขอความร่วมมือในการสืบสวนและติดตามตัวคนร้าย

ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท ถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคม การจับกุมคนร้ายได้โดยเร็ว จะช่วยสร้างความมั่นใจให้กับประชาชน และป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ในลักษณะเดียวกันนี้ขึ้นอีกในอนาคต ทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจึงขอความร่วมมือจากประชาชน หากมีข้อมูลหรือเบาะแสใดๆ ที่เกี่ยวข้องกับคนร้าย โปรดแจ้งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทราบทันที

การร่วมมือกันของประชาชนและเจ้าหน้าที่ตำรวจ จะเป็นพลังสำคัญในการปราบปรามอาชญากรรมและทำให้สังคมไทยน่าอยู่ยิ่งขึ้น

สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงกับห้างสรรพสินค้าดังกล่าว ควรเพิ่มความระมัดระวังและสังเกตสิ่งผิดปกติรอบตัว หากพบเห็นบุคคลหรือสิ่งใดที่น่าสงสัย ให้รีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

เหตุการณ์ ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้ายชิงทอง 24 บาท ครั้งนี้ เป็นเครื่องเตือนใจให้ทุกภาคส่วนตระหนักถึงความสำคัญของการรักษาความปลอดภัยและการป้องกันอาชญากรรม การมีส่วนร่วมของทุกคนในสังคมเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการสร้างสังคมที่ปลอดภัยและน่าอยู่

ที่มา – ผบ.ตร. สั่งล่าตัวคนร้าย บุกชิงทองรวม 24 บาท กลางห้างสมุทรปราการ ก่อนหนีลอยนวล

วงจรปิดนาที รถพยาบาลฝ่าไฟแดง ถูกชนคว่ำ

อุบัติเหตุเศร้าสลด! กล้องวงจรปิดนาที รถพยาบาลฝ่าไฟแดง ถูกรถกระบะชนคว่ำกลางสี่แยก ขณะนำส่งร่างผู้เสียชีวิต กลายเป็นภาพที่สะเทือนใจ

วันที่ 18 ตุลาคม 2568 เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกไฟแดงเสาไห้ จังหวัดสระบุรี บันทึกภาพนาทีชีวิต รถพยาบาลเอกชนสีขาว ซึ่งติดสติ๊กเกอร์สีน้ำเงินและเปิดสัญญาณไฟไซเรน (แต่ไม่ได้เปิดเสียง) กำลังเดินทางมาจากอำเภอหนองแซง มุ่งหน้าเข้าสู่ตัวเมืองสระบุรี

ภาพจากกล้องวงจรปิดนาที รถพยาบาลฝ่าไฟแดง แสดงให้เห็นว่า เมื่อรถพยาบาลวิ่งมาถึงบริเวณสี่แยกไฟแดง ได้ฝ่าสัญญาณไฟแดง ในขณะเดียวกัน รถกระบะสีขาวตอนเดียว ซึ่งขับมาจากวัดสมุหประดิษฐาราม มุ่งหน้าไปยังคลังน้ำมันป๊อกแป๊ก ในอำเภอเมืองสระบุรี ได้รับสัญญาณไฟเขียวและพุ่งชนเข้ากลางลำรถพยาบาลอย่างจัง แรงปะทะส่งผลให้รถพยาบาลพลิกคว่ำกลางสี่แยก สร้างความเสียหายให้กับรถทั้งสองคัน

จากเหตุการณ์วงจรปิดนาที รถพยาบาลฝ่าไฟแดง คนขับรถพยาบาลได้รับบาดเจ็บเล็กน้อย ส่วนผู้ที่นั่งมาในรถพยาบาล ทราบชื่อคือ นายสุรพล อายุ 31 ปี ได้รับบาดเจ็บซี่โครงหัก ขณะที่คนขับรถกระบะสีขาวได้รับบาดเจ็บเล็กน้อยเช่นกัน เจ้าหน้าที่กู้ภัยและรถกู้ชีพจากโรงพยาบาลเสาไห้ ได้เร่งนำตัวผู้บาดเจ็บทั้งหมดส่งโรงพยาบาลเสาไห้เพื่อทำการรักษา นอกจากนี้ ยังพบศพชาย 1 ศพ อยู่ภายในรถพยาบาลคันดังกล่าว

ร.ต.อ.ชีวิน เรืองคำ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เสาไห้ เจ้าของคดี เปิดเผยว่า รถพยาบาลเอกชนคันดังกล่าว ได้เดินทางไปรับศพผู้เสียชีวิตจากโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เพื่อที่จะนำศพไปส่งที่อำเภอปากช่อง จังหวัดนครราชสีมา เพื่อประกอบพิธีทางศาสนา จากการตรวจสอบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดบริเวณสี่แยกไฟแดงเสาไห้ จุดเกิดเหตุ พบว่ารถพยาบาลได้ฝ่าสัญญาณไฟแดงจริง

จากการสอบปากคำคนขับรถทั้งสองฝ่าย พบว่ารถพยาบาลเอกชนยอมรับว่าได้ฝ่าสัญญาณไฟแดงจริง ซึ่งเป็นการกระทำผิดกฎหมายจราจร เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้ตั้งข้อหากับคนขับรถพยาบาลเอกชนในข้อหาขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตราย

วงจรปิดนาที รถพยาบาลฝ่าไฟแดง

บทเรียนจากอุบัติเหตุรถพยาบาลฝ่าไฟแดง

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจให้ผู้ขับขี่ยานพาหนะทุกประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งรถพยาบาล ซึ่งมีภารกิจในการช่วยเหลือชีวิตผู้ป่วย ต้องตระหนักถึงความสำคัญของการปฏิบัติตามกฎจราจรอย่างเคร่งครัด แม้ว่าจะมีเหตุจำเป็นเร่งด่วนเพียงใด การฝ่าฝืนกฎจราจรอาจนำมาซึ่งความสูญเสียที่ยิ่งใหญ่เกินกว่าจะประเมินค่าได้

การเปิดสัญญาณไฟไซเรนและสัญญาณไฟฉุกเฉิน เป็นเพียงการขอทาง แต่ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถฝ่าฝืนกฎจราจรได้โดยไม่มีความรับผิดชอบ ผู้ขับขี่รถพยาบาลควรได้รับการฝึกอบรมและเน้นย้ำถึงความสำคัญของการขับขี่อย่างปลอดภัยและระมัดระวัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ที่น่าเศร้าเช่นนี้ขึ้นอีก

นอกจากนี้ ผู้ใช้รถใช้ถนนทั่วไปก็ควรให้ความสำคัญกับการสังเกตและระมัดระวังเมื่อได้ยินเสียงสัญญาณไซเรนของรถพยาบาล ควรให้ทางแก่รถพยาบาลอย่างเหมาะสมและปลอดภัย เพื่อให้ผู้ป่วยได้รับการช่วยเหลืออย่างทันท่วงที

อุบัติเหตุครั้งนี้เป็นบทเรียนราคาแพงที่ควรนำมาพิจารณาและปรับปรุง เพื่อสร้างความปลอดภัยบนท้องถนนให้แก่ทุกคน

การบังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัดและการรณรงค์ให้ความรู้เกี่ยวกับความปลอดภัยทางถนนเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง เพื่อลดอุบัติเหตุและความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้

ท้ายที่สุดนี้ ขอแสดงความเสียใจไปยังครอบครัวผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้

ที่มา – วงจรปิดนาที รถพยาบาลฝ่าไฟแดง ถูกกระบะชนคว่ำกลางสี่แยก ขณะนำส่งร่างผู้เสียชีวิต

แบงค์ บ้านนา: กระบี่มือหนึ่งเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE

ไปเยี่ยมอู่ “แบงค์ บ้านนา” กระบี่มือหนึ่งเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE ทุกสนามคือประสบการณ์ชีวิต ที่เปลี่ยนความชอบให้กลายเป็นอาชีพ

แบงค์ บ้านนา หรือ ธนาภา ศิริสมบัติ ที่เรายกให้เป็นกระบี่มือหนึ่งของเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE จาก ISUZU ไม่ว่าจะเป็นเครื่องยนต์ขนาด 2.2 ลิตร และ 3.0 ลิตร หลายคนมาจากทั่วสารทิศมุ่งหน้าตรงไปยังบ้านนา นครนายก เพื่อให้แบงค์ช่วยดูแลรถกระบะแสนรัก เราจึงบุกอู่ของแบงค์ เพื่อไปพิสูจน์ความจริง

ในวันที่ทีมไทยรัฐออนไลน์ เดินทางไปถึง เราเห็นรถกระบะอีซูซุจำนวนมากรอให้ช่างมืออาชีพช่วยดูแลรถให้ ไม่ว่าจะเป็นตัวเครื่องยนต์ ระบบช่วงล่าง เพื่อให้ทุกอย่างออกมาตรงใจกับผู้ใช้งานหรือเจ้าของรถมากที่สุด

แบงค์ บ้านนา เริ่มต้นเราให้เราฟังว่า รถดีเซลที่แต่งให้แรงมักจะควันไม่ดำหรือน้อยมากที่ควันจะดำ สำหรับผมเสน่ห์ของเครื่องดีเซลคือเสียงที่เร้าใจ แต่เดิมรถกระบะดีเซลแต่งซิ่งมักถูกมองในแง่ลบจากสังคม เนื่องจากควันดำบ้าง เสียงดัง และสร้างความรบกวน แต่ปัจจุบันเรามีสนามแข่ง มีการแข่งขันด้วยกฎกติกาที่เป็นสากล เราจึงได้เห็นการแข่งขันรถกระบะแต่งซิ่งกันมากขึ้น

แบงค์ บ้านนา กระบี่มือหนึ่งเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE

หากย้อนกลับไปเมื่อหลายปีก่อน แบงค์ บ้านนา เริ่มต้นจากการเป็นช่างซ่อมรถกระบะอยู่ที่ศูนย์อีซูซุ หลังเรียนจบปวส. ทำงานได้ประมาณ 4-5 ปี จนได้เลื่อนตำแหน่งเป็นหัวหน้าช่าง แต่ในระหว่างนั้นเขาก็ได้เริ่มแต่งรถให้เพื่อนๆ ที่บ้านด้วย

พออายุประมาณ 20-22 ปี ผมก็ตัดสินใจลาออกจากงานประจำ เพื่อมามุ่งเน้นธุรกิจเกี่ยวกับการแต่งรถดีเซลโดยเฉพาะ เริ่มแรกได้นำรถที่แต่งออกไปวิ่งทดสอบ หลังถนนซึ่งในสมัยนั้นกล้องวงจรปิดบนถนนยังไม่แพร่หลาย เมื่อขับหลังถนนไปสักระยะหนึ่งผมตระหนักถึงอันตรายของการขับรถในลักษณะแบบนี้ ประกอบกับการกวดขันของเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เพิ่มขึ้น จึงตัดสินใจย้ายเข้าสู่สนามแข่งอย่างเต็มตัว

“ผมเริ่มต้นด้วยการไม่มีนายทุน ใช้ทุนส่วนตัวและเงินที่ได้จากการแข่งขันไปพัฒนารถและผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เกี่ยวกับรถกระบะ พอมีชื่อเสียงจากการแข่งรถ ก็ได้เริ่มผลิตและขายผลิตภัณฑ์ชิ้นส่วนรถแข่งของตัวเอง เช่น แคมและไส้ปั๊ม ให้กับอู่ต่างๆ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์เดียวกันกับที่ใช้ในการแข่งขัน ความสำเร็จในการแข่งขันและการขายผลิตภัณฑ์ทำให้มีทุนในการสร้างรถแข่งคันใหม่ๆ รวมถึงการขยายกิจการอู่ทำรถด้วย”

จากหลังถนนสู่สนามแข่งตามกฎกติกาสากล

แบงค์เริ่มต้นจากการแข่งขันในระดับภูธร ทั้งระยะ 201 เมตร และ 402 เมตร พออายุประมาณ 25-26 ปีก็ได้เริ่มเข้าร่วมการแข่งขันในรายการใหญ่ระดับประเทศ เช่น สนามบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นการแข่งขันเฉพาะทางตรง ทำให้ชื่อเสียงเป็นที่รู้จักมากขึ้น

แบงก์ บอกว่า ในอดีตรถกระบะดีเซลแต่งซิ่งมักถูกมองในแง่ลบจากสังคม เนื่องจากควันดำบ้าง เสียงดังบ้าง และสร้างความรบกวน แต่ปัจจุบันสนามแข่งมีการจัดกิจกรรมให้รถหลังถนนมาวิ่งทดสอบกันเองในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยและเป็นระเบียบมากขึ้น ที่สำคัญมีกล้องวงจรปิดที่มีอยู่ทั่วประเทศทำให้การแข่งรถหลังถนนแทบเป็นไปไม่ได้แล้ว ทุกคนจึงหันมาใช้สนามแข่งแทน

ขณะเดียวกันผมมองว่าระบบความปลอดภัยในการแข่งขันนี่สำคัญมาก และปัจจุบันก็พัฒนาไปไกลมาก จากอดีตที่รถบ้านไม่มีโรลบาร์ ปัจจุบันรถแข่งโปรมีอุปกรณ์เซฟตี้ครบครัน เช่น ชุดแข่ง เข็มขัดนิรภัย โรลบาร์ ถังดับเพลิง และมีการตรวจสอบสภาพรถอย่างเข้มงวดก่อนการแข่งขัน

“ความปลอดภัยสำหรับผู้ชมในสนามก็เพิ่มขึ้น มีการจัดโซนที่นั่งที่มีตาข่ายกั้นเป็นระเบียบมากขึ้นด้วย ผมก็อยากเชิญชวนให้ผู้ที่ชื่นชอบรถกระบะดีเซลแต่งซิ่ง หันมาใช้สนามแข่งแทนการขับหลังถนน เพราะปลอดภัยกว่าและถูกกฎหมายตามหลักสากล”

Drag Racing กับ แบงค์ บ้านนา กระบี่มือหนึ่งเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE

การแข่งขันรถแดร็ก หรือ Drag Racing นั้นแบงค์มองว่า การแข่งขันนี้ไม่ได้เป็นแค่การแข่งขันที่พัฒนาที่ตัวบุคคลเท่านั้น แต่ยังช่วยสร้างเศรษฐกิจให้กับประเทศผ่านอุตสาหกรรมยานยนต์แต่งซิ่งและการจัดการแข่งขันอีกด้วย

โดยการแข่งขัน Drag Racing จะแบ่งเป็น 2 ประเภทหลักใหญ่ๆ

Qualify (บันทึกสถิติ): เน้นการทำเวลาที่ดีที่สุด และไม่มีการชิงไฟออกตัว

Battle (ชิงไฟ) : เป็นการแข่งขันแบบตัวต่อตัวที่ต้องอาศัยความแม่นยำในการออกตัวให้เร็วที่สุดเพื่อเป็นจุดตัดสินแพ้ชนะ

สำหรับค่าใช้จ่ายในการแข่งขัน Drag Racing โดยเฉพาะรถแข่งระดับโปร 1 คัน อาจมีมูลค่าสูงถึง 2 ล้านบาท เพื่อเป้าหมายในการขึ้นโพเดียม ส่วนรถบ้านๆ ที่นำมาแต่งเพื่อแข่งอาจจะใช้งบประมาณเฉลี่ยอยู่ที่ 200,000-300,000 บาทก็สามารถทำเวลาได้ดีในระดับหนึ่ง

แบงค์ บ้านนา กระบี่มือหนึ่งเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE ได้เปลี่ยนจากความชอบเป็นการสร้างอาชีพที่ประสบความสำเร็จอย่างสูง เป็นแรงบันดาลใจให้ใครหลาย ๆ คน

ที่มา – แบงค์ บ้านนา กระบี่มือหนึ่งเครื่องดีเซล Ddi MAXFORCE ทุกสนามคือประสบการณ์ชีวิต

พลิก! เมฆินทร์ ชนะ สาธิต นั่งรองหัวหน้าภาคกลาง

การเลือกตั้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ครั้งล่าสุดสร้างความฮือฮา เมื่อ “สาธิต ปิตุเตชะ” พลาดท่าให้กับ “เมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด” ในการชิงตำแหน่งรองหัวหน้าภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์ อย่างไม่คาดฝัน ในขณะที่ “สกลธี ภัททิยกุล” คว้าตำแหน่งรองหัวหน้า กทม. ไปครอง และ “ชัยชนะ เดชเดโช” ได้รับเลือกให้เป็นรองหัวหน้าภาคใต้

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 ที่ประชุมใหญ่วิสามัญของพรรคประชาธิปัตย์ได้จัดการเลือกตั้งรองหัวหน้าพรรคในแต่ละภาค โดยผลการลงคะแนนเสียงเป็นดังนี้:

  • นายสงกรานต์ จิตสุทธิภากร อดีต สส.นครสวรรค์ ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้าภาคเหนือ
  • นายธนพร สมศรี อดีตเลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าภาคอีสาน
  • นายชัยชนะ เดชเดโช ได้รับตำแหน่งรองหัวหน้าภาคใต้
  • นายสกลธี ภัททิยกุล ได้รับเลือกเป็นรองหัวหน้า กทม.

“สาธิต” ร่วง “เมฆินทร์” พลิกชนะ ได้นั่งรองหัวหน้าภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์

สำหรับการแข่งขันในตำแหน่งรองหัวหน้าภาคกลาง ซึ่งรวมถึงภาคตะวันออกด้วยนั้น เป็นที่จับตามองเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นการขับเคี่ยวกันระหว่างนายสาธิต ปิตุเตชะ อดีตรองหัวหน้าภาคกลางและตะวันออก และนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด อดีตกรรมการบริหารพรรค ผลปรากฏว่านายสาธิตได้รับคะแนนเสียง 35% ในขณะที่นายเมฆินทร์ได้รับคะแนนเสียงถึง 65% ทำให้นายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด ได้รับเลือกให้ดำรงตำแหน่งรองหัวหน้าภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์ไปในที่สุด ถือเป็นการพลิกโผที่สร้างความประหลาดใจให้กับหลายฝ่าย

การเปลี่ยนแปลงในพรรคประชาธิปัตย์: “สาธิต” ร่วง “เมฆินทร์” พลิกชนะ ได้นั่งรองหัวหน้าภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์

การเปลี่ยนแปลงผู้นำในระดับภาคเช่นนี้ อาจส่งผลต่อทิศทางและนโยบายของพรรคประชาธิปัตย์ในอนาคต โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ภาคกลางและภาคตะวันออก การเข้ามาของนายเมฆินทร์ เอี่ยมสะอาด อาจนำมาซึ่งแนวทางการทำงานใหม่ๆ และการปรับเปลี่ยนยุทธศาสตร์เพื่อเพิ่มความนิยมของพรรคในพื้นที่ดังกล่าว

นอกจากนี้ การที่นายสาธิต ปิตุเตชะ พลาดตำแหน่งรองหัวหน้าภาคกลางไปนั้น อาจส่งผลต่อบทบาทของท่านในพรรคฯ ในอนาคต อย่างไรก็ตาม นายสาธิตยังคงเป็นบุคคลสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ และคาดว่าจะยังคงมีบทบาทในการสนับสนุนและผลักดันนโยบายต่างๆ ของพรรคต่อไป

ความพ่ายแพ้ของนายสาธิตและการขึ้นมาของนายเมฆินทร์ สะท้อนให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงภายในพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งอาจเป็นสัญญาณของการปรับตัวเพื่อรับมือกับความท้าทายทางการเมืองในปัจจุบัน พรรคฯ จะต้องพิจารณาถึงปัจจัยต่างๆ ที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว และวางแผนยุทธศาสตร์ให้สอดคล้องกับสถานการณ์ เพื่อรักษาความเข้มแข็งและความนิยมของพรรคต่อไป

การเลือกตั้งภายในพรรคครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงพลวัตทางการเมืองที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การที่ “สาธิต” ร่วง “เมฆินทร์” พลิกชนะ ได้นั่งรองหัวหน้าภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์ เป็นเครื่องเตือนใจว่าไม่มีใครสามารถประมาทได้ในเวทีการเมือง และการปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์เป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จ

การเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่อะไรในพรรคประชาธิปัตย์หรือไม่ ต้องติดตามดูกันต่อไป!

ที่มา – “สาธิต” ร่วง “เมฆินทร์” พลิกชนะ ได้นั่งรองหัวหน้าภาคกลาง พรรคประชาธิปัตย์

โอเบียโดและเอสปันญอลประท้วงหยุดนิ่ง

ผู้เล่นของโอเบียโดและเอสปันญอลปฏิเสธที่จะขยับเขยื้อนเป็นเวลา 15 วินาทีแรกของการแข่งขันเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อเป็นการประท้วงต่อการตัดสินใจของลาลีกาที่จะจัดการแข่งขันในไมอามี

ในเดือนสิงหาคม สหพันธ์ฟุตบอลสเปน (RFEF) ได้อนุมัติแผนการที่จะย้ายการแข่งขันระหว่างบียาร์เรอัลกับบาร์เซโลนาไปยังสนามฮาร์ดร็อกสเตเดียมในวันที่ 20 ธันวาคม ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่จุดประกายความไม่พอใจในสเปน

สมาคมนักฟุตบอลสเปน (AFE) กล่าวในแถลงการณ์ว่า พวกเขาได้ประสานงานกับกัปตันทีมของแต่ละสโมสรในลาลีกาเพื่อ “ประท้วงเชิงสัญลักษณ์” ต่อ “การขาดความโปร่งใส การเจรจา และความสอดคล้อง” ของลีก

ลาลีกาปฏิเสธข้อกล่าวหาเมื่อต้นสัปดาห์นี้ โดยระบุถึง “ความเต็มใจที่จะพบปะ” กับ AFE เพื่อ “ส่งเสริมการเจรจาที่เป็นประโยชน์ที่ช่วยให้อธิบายโครงการได้”

การประท้วงของผู้เล่นโอเบียโดและเอสปันญอลไม่ได้ออกอากาศทางโทรทัศน์เนื่องจากกล้องตัดภาพไปที่ภายนอกสนาม

โอเบียโดและเอสปันญอลประท้วงหยุดนิ่ง

แถลงการณ์ของ AFE กล่าวเพิ่มเติมว่า การสาธิตแบบเดียวกันนี้จะตามมาในการแข่งขันลาลีกาที่เหลือในสุดสัปดาห์นี้

อย่างไรก็ตาม สหภาพไม่ได้ขอให้ผู้เล่นบาร์เซโลนาและบียาร์เรอัลเข้าร่วม เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ “ถูกตีความว่าเป็นการกระทำที่เป็นไปได้ต่อสโมสรใดๆ”

แถลงการณ์ระบุต่อไปว่า “เมื่อเผชิญกับการปฏิเสธอย่างต่อเนื่องและข้อเสนอที่ไม่สมจริงของลาลีกา สมาคมนักฟุตบอลสเปนปฏิเสธอย่างเด็ดขาดต่อโครงการที่ไม่มีการอนุมัติจากผู้เล่นหลักในกีฬาของเรา และเรียกร้องให้สมาคมนายจ้างจัดตั้งโต๊ะเจรจาที่ ข้อมูลทั้งหมดถูกแบ่งปันและวิเคราะห์ลักษณะเฉพาะของโครงการ มีการจัดการกับความต้องการและความกังวลของนักฟุตบอล และรับประกันการคุ้มครองสิทธิแรงงานและการปฏิบัติตามกฎระเบียบปัจจุบัน”

บีบีซีได้ติดต่อลาลีกาเพื่อขอความคิดเห็น

การยืนยันการแข่งขันในไมอามีเป็นไปตามการตัดสินใจของสหพันธ์ฟุตบอลอิตาลี (FIGC) ที่จะคว่ำบาตรการแข่งขันเซเรียอา ระหว่างเอซี มิลาน และโคโม ที่จะเล่นในเมืองเพิร์ท ประเทศออสเตรเลีย ในเดือนกุมภาพันธ์

ก่อนหน้านี้ในวันศุกร์ ฮันซิ ฟลิค โค้ชของบาร์เซโลนา กล่าวว่าผู้เล่นของเขาไม่พอใจที่ต้องเดินทางไปสหรัฐอเมริกาเพื่อเล่นเกมลาลีกา

“ผู้เล่นของฉันไม่มีความสุข ฉันไม่มีความสุข แต่ลาลีกาตัดสินใจว่าเราจะเล่นเกมนี้” ฟลิคกล่าวในการแถลงข่าว

เรอัล มาดริด แสดงความไม่เห็นด้วยเมื่อมีการประกาศการแข่งขัน โดยระบุว่าผลที่ตามมาจะ “ร้ายแรงมาก” ในขณะที่ยูฟ่า “อนุมัติ” การย้ายทีมอย่างไม่เต็มใจ

สัปดาห์นี้ ราฟาเอล ลูซาน ประธาน RFEF กล่าวว่าการย้ายครั้งนี้ “ดีสำหรับฟุตบอล” ในขณะที่ โจน ลาปอร์ตา ประธานบาร์เซโลนา ชื่นชมการตัดสินใจเมื่อได้รับการยืนยัน โดยกล่าวเสริมว่าการแข่งขัน “จะเป็นการแสดงที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน”

ทำไมโอเบียโดและเอสปันญอลประท้วงหยุดนิ่ง?

สาเหตุหลักคือการต่อต้านการที่ลาลีกาพยายามที่จะย้ายเกมไปแข่งที่ไมอามี่ ซึ่งทาง AFE มองว่าขาดความโปร่งใสและไม่ได้มีการปรึกษาหารืออย่างเพียงพอกับผู้เล่นและสโมสรต่างๆ

การประท้วงของ โอเบียโดและเอสปันญอลประท้วงหยุดนิ่ง แสดงให้เห็นถึงความไม่พอใจอย่างกว้างขวางในวงการฟุตบอลสเปน เกี่ยวกับทิศทางที่ลาลีกากำลังดำเนินการ แม้ว่าทางลาลีกาจะอ้างว่าพร้อมที่จะเจรจา แต่ทาง AFE ก็ยังคงยืนกรานให้มีการพูดคุยกันอย่างเปิดเผยและครอบคลุมมากกว่านี้

การตัดสินใจย้ายเกมไปต่างประเทศนั้นส่งผลกระทบต่อหลายฝ่าย ทั้งผู้เล่นที่ต้องเดินทางไกล แฟนบอลที่อาจไม่สามารถเดินทางไปชมเกมได้ และสโมสรต่างๆ ที่อาจเสียเปรียบจากการเล่นในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคย การประท้วงครั้งนี้จึงเป็นการแสดงออกถึงความกังวลเกี่ยวกับผลกระทบเหล่านั้น

โอเบียโดและเอสปันญอลประท้วงหยุดนิ่ง เป็นเพียงจุดเริ่มต้นของการต่อสู้เพื่ออนาคตของฟุตบอลสเปนหรือไม่? สิ่งนี้ยังคงต้องติดตามดูกันต่อไป

การประท้วงครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าผู้เล่นมีบทบาทสำคัญในการกำหนดทิศทางของวงการฟุตบอล และเสียงของพวกเขาสมควรที่จะได้รับการรับฟังและพิจารณาอย่างจริงจัง

ที่มา – Oviedo and Espanyol players stand still in protest

เรนเจอร์สเจรจาค่าชดเชย มัสแคต – ข่าวลือ

เรนเจอร์สเจรจาค่าชดเชย มัสแคต – ข่าวลือ

การเจรจายังคงดำเนินต่อไปเพื่อให้ได้หัวหน้าโค้ชคนใหม่ ในขณะที่อดีตกองหน้าของทีมวิจารณ์วิธีการสรรหาที่ผ่านมา…

เรนเจอร์ส ยังไม่ได้ข้อสรุปเกี่ยวกับรายละเอียดสุดท้ายของข้อตกลงค่าชดเชยจำนวนเจ็ดหลักสำหรับ เควิน มัสแคต หัวหน้าโค้ชของเซี่ยงไฮ้ พอร์ต ซึ่งมีสัญญากับแชมป์ลีกจีนจนถึงเดือนธันวาคม 2026 (Daily Record)

เซี่ยงไฮ้ พอร์ต สามารถคว้าแชมป์สมัยที่สองติดต่อกันภายใต้การคุมทีมของ เควิน มัสแคต ได้เร็วที่สุดคือวันที่ 31 ตุลาคม ซึ่งอาจหมายความว่าโค้ชชาวออสเตรเลียจะคุมทีม เรนเจอร์ส ในรอบรองชนะเลิศของพรีเมียร์ สปอร์ตส์ คัพ กับเซลติกในวันที่ 2 พฤศจิกายน (Rangers Review)

งบประมาณเสริมทัพของ เรนเจอร์ส

มีการคาดการณ์ว่า เควิน มัสแคต จะมีงบประมาณสำหรับการเซ็นสัญญานักเตะในช่วงมกราคม โดยรายงานจากการประชุมคณะกรรมการที่ปรึกษาแฟนบอลของ เรนเจอร์ส ระบุว่า “การเปลี่ยนแปลงผู้จัดการทีมมีผลกระทบทางการเงิน แต่ไม่คาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่องบประมาณในอนาคต” (Glasgow Times)

เบรนแดน ร็อดเจอร์ส ผู้จัดการทีม เซลติก กล่าวว่าเขา “ไม่รู้” ว่ารายงานความสนใจใน บ็อบบี้ คล้าร์ก กองกลางของซัลซ์บวร์กมาจากไหน (Sky Sports)

แอนดี้ โรเบิร์ตสัน ยังไม่มีความคืบหน้าในการเซ็นสัญญาฉบับใหม่กับลิเวอร์พูล แม้ว่าจะไม่มีโอกาสที่กัปตันทีมชาติสกอตแลนด์จะได้รับอนุญาตให้ย้ายทีมในเดือนมกราคม (Football Insider)

เควิน มัสแคต อาจประสบความสำเร็จอย่างที่ไม่เคยมีมาก่อนที่ เรนเจอร์ส แต่บอร์ดบริหารของทีมก็ไม่สมควรได้รับเครดิตใดๆ คริส บอยด์ อดีตกองหน้ากล่าว โดยเชื่อว่ากระบวนการสรรหาเป็นไป “ตามความไม่แน่นอนและความลังเล” (Scottish Sun – subscription required)

คริส ซัตตัน ยังไม่เชื่อมั่นในการเซ็นสัญญานักเตะใหม่ในช่วงซัมเมอร์ของ เซลติก และคิดว่า เรโอ ฮาตาเตะ และ ไดเซน มาเอดะ สองดูโอชาวญี่ปุ่น “ยังห่างไกลจากฟอร์มที่ดี” ในฤดูกาลนี้ (Daily Record)

สถานการณ์ของ เรนเจอร์สเจรจาค่าชดเชย มัสแคต – ข่าวลือ ยังคงเป็นประเด็นที่น่าจับตามองสำหรับแฟนบอลและผู้ที่เกี่ยวข้องในวงการฟุตบอล การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลต่อทิศทางของสโมสรในอนาคตอย่างแน่นอน

ที่มา – Rangers continue compensation talks for Muscat – gossip

เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์น หวัง ปชป. สู้สร้างสรรค์

แกนนำพรรคเพื่อไทย ร่วมแสดงความยินดีกับการกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ในตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โดยมองว่าเป็นเรื่องดีที่จะได้ร่วมต่อสู้กันอย่างสร้างสรรค์ ปราศจากอคติ เพื่อให้ประเทศชาติก้าวเดินไปข้างหน้า

เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์นหัวหน้า ปชป. หวังสู้กันอย่างสร้างสรรค์

เมื่อวันที่ 18 ตุลาคม 2568 นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว สส.พรรคเพื่อไทย ได้ให้สัมภาษณ์ภายหลังจากการที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตนายกรัฐมนตรี ได้รับเลือกให้กลับมาดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์อีกครั้ง โดย นพ.ชลน่าน กล่าวว่า การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ นั้นเป็นเรื่องที่น่ายินดี เนื่องจากท่านเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถ การที่บุคคลที่มีเจตจำนงที่ดีกลับเข้ามาสู่การเมือง จะส่งผลให้ภาพรวมทางการเมืองนั้นดีขึ้นอย่างแน่นอน การกลับมาในครั้งนี้ยังเป็นการแสดงให้เห็นถึงสัญลักษณ์ของความเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ที่ยังคงดำรงความเป็นสถาบันทางการเมืองที่เก่าแก่ ซึ่งถือเป็นจุดแข็งที่อาจจะช่วยดึงดูดให้ผู้ที่เคยศรัทธาและห่างหายไป กลับมาร่วมสนับสนุนพรรคได้อีกครั้ง

อย่างไรก็ตาม นพ.ชลน่าน ได้ตั้งข้อสังเกตว่า การเมืองในยุคปัจจุบันนั้นมีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการเข้าถึงข้อมูลข่าวสารและการมีส่วนร่วมทางการเมืองของคนรุ่นใหม่ ดังนั้นจึงเป็นสิ่งที่ต้องจับตามองว่าความเป็นประชาธิปัตย์ในรูปแบบเดิม ๆ นั้น จะยังสามารถตอบโจทย์ความนิยมและความเชื่อมั่นของคนรุ่นใหม่ได้หรือไม่

อนุสรณ์ชี้ เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์น หวังสร้างการเมืองสร้างสรรค์

ด้านนายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ได้กล่าวแสดงความยินดี โดยระบุว่า พรรคเพื่อไทย เคารพทุกพรรคการเมืองที่ยืนหยัดอยู่บนหลักการของประชาธิปไตย และมีความเห็นว่าการแข่งขันทางการเมืองนั้นควรเป็นการแข่งขันกันด้วยนโยบายและแนวทางในการพัฒนาประเทศ ไม่ใช่การแข่งขันกันด้วยอำนาจหรืออคติ เพราะยิ่งพรรคการเมืองมีคุณภาพมากเท่าไหร่ ประชาชนก็จะยิ่งมีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้นเท่านั้น การเมืองที่ดีคือการเมืองที่ประชาชนได้รับประโยชน์สูงสุด ประเทศไทยต้องการการเมืองที่สร้างสรรค์ ต้องการประชาธิปไตยที่โปร่งใสและตรวจสอบได้ และต้องการการเมืองที่รับฟังกันมากกว่าการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ดังนั้น การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ อาจจะเป็นทั้งการทบทวนอดีตและเป็นการเริ่มต้นใหม่ ขออวยพรให้นายอภิสิทธิ์ สามารถสร้างพรรคให้เป็นที่พึ่งของประชาชนได้อย่างแท้จริง และร่วมกันขับเคลื่อนประเทศไทยให้ก้าวไปข้างหน้า

การกลับมาของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะในครั้งนี้ ถือเป็นความท้าทายอย่างยิ่งในการนำพาพรรคประชาธิปัตย์ก้าวข้ามผ่านความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว การปรับตัวให้เข้ากับยุคสมัย และการสร้างความเชื่อมั่นให้กับประชาชน โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ จะเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความสำเร็จให้กับพรรคในอนาคต การที่พรรคเพื่อไทยออกมาแสดงความยินดีและพร้อมที่จะแข่งขันกันอย่างสร้างสรรค์ ถือเป็นสัญญาณที่ดีต่อการพัฒนาการเมืองไทยให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างมีคุณภาพ

ที่มา – เพื่อไทยยินดี “มาร์ค” รีเทิร์นหัวหน้า ปชป. หวังสู้กันอย่างสร้างสรรค์