วัน: 26 ตุลาคม 2025

ความสุขของมิลล์วอลล์: บทสรุป EFL โดย Aaron McLean

ความสุขของมิลล์วอลล์: บทสรุป EFL โดย Aaron McLean

เมื่อเข็มนาฬิกาเดินถอยหลัง EFL ก็พิสูจน์ให้เห็นอีกครั้งว่ามอบความสนุกเหนือกาลเวลา อดีตกองหน้าปีเตอร์โบโร, ฮัลล์ และแบรดฟอร์ด และผู้เชี่ยวชาญ EFL ของ Final Score อย่าง Aaron McLean ได้ให้ข้อคิด 5 ประการจากสิ่งที่เราได้เรียนรู้จากแชมเปี้ยนชิพ, ลีกวัน และลีกทู เมื่อวันเสาร์

สิงโตคำรามอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่

มิลล์วอลล์คว้าชัยชนะในลีกเป็นครั้งที่สี่ติดต่อกันด้วยชัยชนะ 1-0 ที่สมควรได้รับเหนือเลสเตอร์ ซิตี้ ที่กำลังดิ้นรนเพื่อรั้งอันดับสามในแชมเปี้ยนชิพ และลดช่องว่างให้เหลือน้อยลงเหลือสองคะแนนตามหลังมิดเดิลสโบรห์ที่อยู่ในอันดับสอง

McLean: “ยอดเยี่ยม มิลล์วอลล์กำลังแสดงผลงานอย่างที่ทีมมิลล์วอลล์ควรทำ: ทำงานหนัก, ความมุ่งมั่น, ความปรารถนา, แข็งแกร่ง, ผลงานที่เติบโตเต็มที่

“ชนะสี่นัดติดต่อกันแล้ว และพวกเขาไม่เหมือนว่าจะหายไปไหน พวกเขาไม่ได้ดูเหมือนแค่ทีมที่อยู่ในฟอร์ม พวกเขาดูเหมือนว่าจะรักษามันไว้ได้ มันคงน่าสนใจที่จะได้เห็นว่ามันจะพาพวกเขาไปที่ไหน

“ผมคงไม่ชอบพวกเขาเมื่อเริ่มต้นฤดูกาล แต่ผมต้องบอกว่าหลังจากดูพวกเขาหลายครั้งในฤดูกาลนี้ พวกเขาดูเหมือนพร้อมสำหรับการต่อสู้เพื่อท้าทายการเลื่อนชั้นในปีนี้”

‘ยากที่จะรับได้สำหรับเซาแธมป์ตัน’

แบล็คเบิร์น โรเวอร์ส ที่กำลังดิ้นรน คว้าชัยชนะในบ้านครั้งแรกของฤดูกาลที่ต้องการมาก – โดยมีเซาแธมป์ตันที่กำลังดิ้นรนเป็นผู้รับเคราะห์

เซาแธมป์ตันชนะเพียงครั้งเดียวนับตั้งแต่วันเปิดฤดูกาลในแชมเปี้ยนชิพ

McLean: “ก่อนอื่น มันเป็นผลการแข่งขันที่ยิ่งใหญ่สำหรับแบล็คเบิร์น ใครก็ตามที่ได้ยินบทสัมภาษณ์ของวาเลเรียน อิสมาแอลก่อนเกมนี้ – คุณบอกได้ว่าเขากำลังอยู่ภายใต้ความกดดัน และคุณบอกได้ว่าเขาไม่มีความสุขกับวิธีที่ทีมของเขากำลังเล่นอยู่

“สิ่งที่เขาต้องการคือผลงานจากทีมของเขาเพื่อแสดงให้เห็นว่าพวกเขาสนับสนุนเขาอย่างเต็มที่ พวกเขามีจิตวิญญาณแห่งการต่อสู้ที่จะสามารถพลิกสถานการณ์ในฤดูกาลของพวกเขาได้ และเขาได้รับสิ่งนั้น

“สำหรับเซาแธมป์ตัน ทุกครั้งที่พวกเขาดูเหมือนว่าจะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว พวกเขาก็ดูเหมือนว่าจะถอยหลังไปสองหรือสามก้าว

“การแพ้เกมให้กับทีมแบล็คเบิร์นที่กำลังดิ้นรน ในลักษณะที่พวกเขาทำ – แฟนๆ แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าพวกเขาไม่มีความสุข มันเป็นเรื่องที่ยากจริงๆ สำหรับแฟนบอลเซาแธมป์ตัน”

ทีมเก่าของ McLean ยังคงดิ้นรน

สโมสรเก่าของ McLean อย่างปีเตอร์โบโร ยูไนเต็ด ตอนนี้นั่งอยู่ที่ด้านล่างสุดของตารางลีกวัน หลังจากแพ้ 2-1 ให้กับแบล็คพูลเพื่อนร่วมทีมที่กระโดดข้ามพวกเขา

ผู้จัดการทีมโพช ดาร์เรน เฟอร์กูสัน ถูกไล่ออกในคืนวันเสาร์ต่อมา

McLean: “โอกาสที่พลาดไปเป็นเรื่องราวของฤดูกาลของพวกเขา ไม่เฉียบคมที่ปลายด้านหนึ่งและเสียประตูที่อีกด้านหนึ่ง

“ปัญหาคือพวกเขาทำสิ่งนั้นกับทีมที่อยู่ต่ำกว่าพวกเขาโดยตรง และมอบไม่เพียงแค่สามคะแนนให้กับทีมของเอียน อีแวตต์ แต่ยังเป็นการเริ่มต้นที่สมบูรณ์แบบและความมั่นใจว่าพวกเขาสามารถหลุดพ้นจากอันตรายได้

“มันเกือบจะเป็นการซ้ำเติม”

ประตูชัยช่วงท้ายเกมทำให้ Wilshere ได้รับชัยชนะครั้งแรกในฐานะผู้จัดการทีมลูตัน

ประตูในนาทีที่ 77 จาก Lamine Fanne ทำให้ Jack Wilshere ได้รับชัยชนะครั้งแรกในฐานะผู้จัดการทีมของลูตัน ทาวน์ ขณะที่พวกเขาเอาชนะนอร์ทแธมป์ตัน ทาวน์ 1-0 ที่ซิกซ์ฟิลด์

McLean: “เขาต้องเผชิญหน้ากับ [ผู้จัดการทีม Northampton] Kevin Nolan ในวันศุกร์หน้า เขาจะต้องเผชิญหน้ากับ Robbie Savage [ขณะที่ลูตันจะพบกับ Forest Green Rovers ในรอบแรกของ FA Cup] – แต่ผมไม่คิดว่าเขาจะสนใจว่าเขาต้องเผชิญหน้ากับใคร

“สิ่งสำคัญสำหรับเขาในงานผู้จัดการทีมครั้งแรกคือเขาจะสามารถเริ่มต้นได้อย่างราบรื่นหรือไม่

“เกมแรกของเขาที่พบกับแมนส์ฟิลด์ไม่ได้เป็นไปตามที่เขาต้องการ แต่เขามีเวลาสองสามวันเพื่อให้ปรัชญาของเขาถ่ายทอดไปยังผู้เล่น

“ข้อเท็จจริงที่ว่าพวกเขาสามารถออกมาจากเกมนี้ด้วยสามคะแนนจะทำให้ทุกคนรวมถึงตัวเขาเองมีความเชื่อมั่นอย่างมากว่าปรัชญาของเขาถูกต้อง – สิ่งสำคัญคือตอนนี้พวกเขาต้องสนับสนุนมันด้วยผลงานใน FA Cup”

Gills ไม่มี Ainsworth ผู้จัดการทีมที่หายไป

หลังจากไม่แพ้ใครมา 21 นัด กิลลิงแฮมแพ้ไป 4 จาก 5 นัดหลังสุดในลีกทู และตอนนี้หลุดออกจากตำแหน่งเพลย์ออฟแล้ว

กิลส์ไม่มี Gareth Ainsworth ผู้จัดการทีมตั้งแต่สิ้นเดือนที่แล้วหลังจากที่เขาเข้ารับการผ่าตัดหัวใจแบบเปิด

McLean: “การไม่แพ้ใครของพวกเขามาถึงจุดจบในเกมสุดท้ายของ Gareth Ainsworth ก่อนการผ่าตัดของเขา ตั้งแต่นั้นมา พวกเขาไม่สามารถชนะเกมได้ และพวกเขากำลังเริ่มร่วงลงจากตาราง

“สิ่งที่พวกเขาแสดงให้เห็นคือพวกเขามีผู้เล่นที่มีคุณภาพและพวกเขาสามารถวิ่งต่อไปได้ แต่ผมคิดว่าทุกคนจะมีความสุขมากขึ้นเมื่อ Gareth Ainsworth กลับมาที่อาคาร

“ผมคิดว่าบุคลิก ลักษณะ และความเชิงบวกของเขาเป็นเหตุผลสำคัญว่าทำไมกิลลิงแฮมถึงอยู่ในจุดที่พวกเขาอยู่ ดังนั้นยิ่งเขากลับมาเร็วเท่าไหร่ก็ยิ่งดีเท่านั้น”

**ความสุขของมิลล์วอลล์**: บทสรุป EFL โดย Aaron McLean

Aaron McLean กำลังพูดคุยกับ Matthew Cresswell ของ BBC Sport England

โดยรวมแล้ว มิลล์วอลล์ดูเหมือนจะเป็นทีมที่น่าจับตามองในฤดูกาลนี้ ความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของพวกเขาทำให้พวกเขาเป็นคู่ต่อสู้ที่น่ากลัวสำหรับทุกทีมในแชมเปี้ยนชิพ ในขณะเดียวกัน เซาแธมป์ตันกำลังดิ้นรนเพื่อหาความสม่ำเสมอ และปีเตอร์โบโรก็ต้องการการเปลี่ยนแปลงหลังจากปลดผู้จัดการทีม

ที่มา – Joy for Millwall – Aaron McLean’s EFL takeaways

เร่งค้นหา! 2 ผู้สูญหายแข่งเรือยาวลำน้ำมูล

ระดมทีมกู้ภัยเร่งค้นหา 2 ผู้สูญหาย หลังเรือล่มในแม่น้ำมูล ระหว่างแข่งเรือยาวประเพณี ล่าสุดยังไม่พบ เหตุกระแสน้ำเชี่ยว ด้านญาติต่างรอคอยด้วยความหวัง

หลังจากเมื่อเวลาประมาณ 11.50 น. ของวานนี้ (25 ตุลาคม 2568) ได้เกิดเหตุเรือพายภายในงานแข่งเรือยาวลำน้ำมูล ม.7 ต.ท่าตูม อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ ซึ่งเป็นการแข่งขันเรือพายประเพณีประจำ อ.ท่าตูม มีเรือพายท้องถิ่น 40 ฝีพายเข้าร่วมแข่งขัน ปรากฏว่าเรือได้พลิกคว่ำกะทันหัน และมีบุคคลสูญหาย 2 รายทราบชื่อนายเพ็ญเพชร อายุ 24 ปี และนายรวีนันท์ อายุ 19 ปี โดยบุคคลสูญหายทั้งสองคน เบื้องต้นใส่เสื้อทีมเรือบัลลังก์ทอง สวมกางเกงผ้าร่มโทนสีเทาขายาว โดยผู้สูญหายว่ายน้ำไม่เป็น ด้านญาติผู้ที่สูญหายต่างก็รอด้วยความหวังและเกิดเป็นลมหลายครั้ง ส่วนสาเหตุเกิดจากการกลับเรือกะทันหัน จึงทำให้เรือล่มต่างคนต่างหนีเอาชีวิตรอด ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ล่าสุด วันที่ 26 ตุลาคม 2567 เวลา 13.00 น. พ.ต.อ.คารม บุญสด ผกก.สภ.ท่าตูม ได้ประชุมวางแผนการค้นหาผู้สูญหาย ร่วมกับทีมกู้ภัย 9 หน่วย จำนวน 60 นาย ก่อนที่จะเริ่มปฏิบัติการ หลังเกิดเหตุเรือล่มกลางแม่น้ำมูล และพยายามค้นหาทั้งวันทั้งคืน จนถึงขณะนี้ก็ยังไม่พบ ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวได้รับความสนใจจากประชาชนในพื้นที่ที่เข้าไปติดตามภารกิจของทีมกู้ภัยจำนวนมาก

โดยเจ้าหน้าที่ได้ระดมกำลังค้นหาต่อเนื่องตั้งแต่เช้าวันนี้ มีการใช้เรือท้องแบนและเรือยนต์กว่า 10 ลำ ล่องสำรวจตามแนวแม่น้ำมูลจากจุดเกิดเหตุไกลกว่า 10 กิโลเมตร แต่ ยังไม่พบร่องรอยของผู้สูญหายแต่อย่างใด

อุปสรรคสำคัญ มาจากสภาพแม่น้ำมูลที่มีกระแสน้ำไหลเชี่ยวและระดับน้ำสูง ส่งผลให้การค้นหามีความยากลำบากเป็นอย่างมาก

มาตรการค้นหาเร่งด่วน เจ้าหน้าที่ได้เพิ่มความเข้มข้นด้วยการวางทุ่นและใช้เครื่องมือสแกนโซนาร์ (Sonar) ตรวจสอบจุดต้องสงสัยใต้น้ำ พร้อมจัดเวรยามเฝ้าระวังพื้นที่ตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การค้นหาดำเนินไปอย่างต่อเนื่องโดยไม่หยุดพัก

สรุปสถานการณ์ปัจจุบัน ทีมกู้ภัยยังคงยืนยันจะดำเนินการค้นหาอย่างต่อเนื่อง จนกว่าจะพบตัวผู้สูญหายทั้ง 2 ราย

ความคืบหน้าล่าสุดเหตุการณ์ค้นหา 2 ผู้สูญหายในงานแข่งเรือยาวลำน้ำมูล

อุปสรรคในการค้นหา 2 ผู้สูญหายในงานแข่งเรือยาวลำน้ำมูล

สถานการณ์การค้นหา 2 ผู้สูญหายในงานแข่งเรือยาวลำน้ำมูล ยังคงเป็นที่จับตามองของประชาชนในพื้นที่และญาติของผู้สูญหาย ทั้งนี้ทีมกู้ภัยยังคงปฏิบัติงานอย่างต่อเนื่อง แม้จะมีอุปสรรคสำคัญคือกระแสน้ำที่เชี่ยวและระดับน้ำที่สูง ทำให้การค้นหาเป็นไปอย่างยากลำบาก เจ้าหน้าที่ได้ระดมสรรพกำลังและเครื่องมือต่างๆ เพื่อเร่งค้นหา 2 ผู้สูญหายในงานแข่งเรือยาวลำน้ำมูล ให้พบโดยเร็วที่สุด

การใช้เครื่องมือพิเศษอย่างโซนาร์ (Sonar) เป็นอีกหนึ่งความพยายามที่จะช่วยให้การค้นหามีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเฉพาะในจุดที่คาดว่าจะเป็นจุดที่ผู้สูญหายอาจจะติดอยู่ใต้น้ำ นอกจากนี้ การจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของทีมกู้ภัยในการดำเนินการค้นหาอย่างไม่ย่อท้อ

เหตุการณ์ 2 ผู้สูญหายในงานแข่งเรือยาวลำน้ำมูล ครั้งนี้ ถือเป็นอุทาหรณ์สำคัญที่ทำให้เราต้องตระหนักถึงความปลอดภัยในการจัดกิจกรรมทางน้ำ รวมถึงการเตรียมความพร้อมของนักกีฬาและผู้เข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ให้มีความรู้และทักษะในการเอาชีวิตรอดในสถานการณ์ฉุกเฉิน

ขอเป็นกำลังใจให้กับทีมกู้ภัยและญาติของผู้สูญหาย ขอให้การค้นหาสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี และขอให้เหตุการณ์เช่นนี้เป็นบทเรียนเพื่อป้องกันไม่ให้เกิดขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – ระดมทีมกู้ภัยเร่งค้นหา 2 ผู้สูญหายในงานแข่งเรือยาวลำน้ำมูล ยังไม่พบเหตุน้ำเชี่ยว

ส.ส.ร. สูตรผสม? กมธ.ถก แก้ รธน. คาดใช้สูตรผสม

ในการประชุมกรรมาธิการ (กมธ.) แก้ไขรัฐธรรมนูญที่จะมีขึ้นในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ คาดการณ์ว่าประเด็นสำคัญคือที่มาของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (ส.ส.ร.) ซึ่งอาจใช้สูตรผสมระหว่างพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทย เนื่องจากยังมีข้อเห็นต่างกันอยู่

น.ส.พนิดา มงคลสวัสดิ์ สส.สมุทรปราการ พรรคประชาชน ในฐานะโฆษกกรรมาธิการ (กมธ.) พิจารณาร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย แก้ไขเพิ่มเติมมาตรา 256 และเพิ่มหมวด 15/1 ได้ให้สัมภาษณ์ถึงประเด็นดังกล่าว โดยระบุว่า กมธ. จะประชุมนัดถัดไปในวันที่ 30 ตุลาคม และจะพิจารณารายมาตรา

ในการประชุมครั้งแรก กมธ.ได้ตกลงกันว่าจะนำประเด็นที่มีข้อขัดแย้งมาคุยกันในเชิงหลักการก่อน โดยเฉพาะรูปแบบที่มาของ ส.ส.ร. แบบใดที่ กมธ. เห็นชอบที่สุด ก่อนจะลงรายละเอียดในแต่ละมาตรา เพื่อให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเป็นไปอย่างราบรื่นและครอบคลุมทุกมิติ

น.ส.พนิดา กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ยังมีการตีความคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ ทำให้ กมธ. ยังเห็นไม่ตรงกันว่ารูปแบบที่พรรคประชาชนเสนอ เป็นการเลือกทางตรงหรือทางอ้อม จึงต้องมีการพูดคุยกันในรายละเอียด หาก กมธ. เสียงส่วนใหญ่เห็นว่าสุ่มเสี่ยง ก็อาจจะต้องปรับแก้ในรายละเอียดเพื่อให้สอดคล้องกับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ

ทั้งนี้ มีความเป็นไปได้ว่า กมธ. จะใช้สูตรของพรรคประชาชนและพรรคภูมิใจไทยผสมกันคนละครึ่ง ตามที่นายภราดร ปริศนานันทกุล สส.อ่างทอง พรรคภูมิใจไทย ในฐานะ กมธ. เป็นผู้เสนอ แนวทางดังกล่าวคือให้ผู้ที่ต้องการเป็น ส.ส.ร. สมัครเข้ามา และให้สมาชิกรัฐสภาแบ่งกลุ่มละ 20 คน เพื่อเลือกมา 1 คน ซึ่งเบื้องต้นยังไม่มีใครขัดข้อง แต่ น.ส.พนิดา ย้ำว่ายังไม่ใช่มติของ กมธ.

จับตา กมธ. แก้ รธน. ถกที่มา ส.ส.ร.

ประเด็นที่น่าสนใจคือเรื่องของระยะเวลาในการดำเนินการ น.ส.พนิดา กล่าวว่า กมธ. กังวลเรื่องไทม์ไลน์ เพราะหากใช้เกณฑ์วันยุบสภา 31 มกราคม 2569 เป็นตัวตั้ง จะต้องดำเนินการให้เสร็จภายในเดือนพฤศจิกายน และจะต้องผ่านวาระ 3 ภายในเดือนธันวาคม เพื่อให้ทันการประกาศยุบสภา และทำประชามติได้ทันตามกำหนดเวลา

การแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหาจุดร่วมในเรื่องที่มาของ ส.ส.ร. ซึ่งมีความเห็นที่แตกต่างกันอยู่ หาก กมธ. สามารถหาข้อสรุปและดำเนินการตามไทม์ไลน์ที่วางไว้ได้ ก็จะเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาระบบการเมืองของไทยให้มีความเป็นประชาธิปไตยมากยิ่งขึ้น

ที่มา ส.ส.ร. แบบไหนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับประเทศไทย?

การเลือก ส.ส.ร. มีหลายรูปแบบ แต่ละรูปแบบก็มีข้อดีข้อเสียแตกต่างกัน การเลือกโดยตรงจากประชาชนอาจทำให้ได้ ส.ส.ร. ที่มาจากหลากหลายอาชีพและมีความใกล้ชิดกับประชาชน แต่ก็อาจมีปัญหาเรื่องการขาดความเชี่ยวชาญด้านกฎหมายและการร่างรัฐธรรมนูญ ในขณะที่การเลือกโดยสมาชิกรัฐสภาอาจทำให้ได้ ส.ส.ร. ที่มีความรู้ความสามารถ แต่ก็อาจถูกมองว่าไม่เป็นกลางและเอื้อประโยชน์แก่พรรคการเมือง

ดังนั้น การใช้สูตรผสม อาจเป็นทางออกที่เหมาะสมที่สุด โดยการผสมผสานระหว่างผู้ที่มาจากการเลือกตั้งโดยตรงและผู้ที่มาจากการคัดเลือกโดยสมาชิกรัฐสภา จะทำให้ได้ ส.ส.ร. ที่มีความหลากหลาย มีความรู้ความสามารถ และมีความเป็นกลาง

อย่างไรก็ตาม สิ่งสำคัญที่สุดคือการเปิดให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ เพื่อให้รัฐธรรมนูญเป็นของประชาชนอย่างแท้จริง

จับตาดูการประชุม กมธ. แก้ไขรัฐธรรมนูญในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ ว่าจะมีข้อสรุปเกี่ยวกับที่มาของ ส.ส.ร. อย่างไร และการแก้ไขรัฐธรรมนูญครั้งนี้จะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองในทิศทางใด

การแก้ไขรัฐธรรมนูญถือเป็นกระบวนการที่สำคัญอย่างยิ่งต่ออนาคตของประเทศไทย เพราะรัฐธรรมนูญคือเครื่องมือที่กำหนดกรอบกติกาในการปกครองประเทศ การมีรัฐธรรมนูญที่เป็นประชาธิปไตยและเป็นธรรม จะนำไปสู่สังคมที่เจริญรุ่งเรืองและมีความเสมอภาค

ดังนั้น การติดตามข่าวสารและทำความเข้าใจประเด็นต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จึงเป็นสิ่งที่ประชาชนทุกคนควรให้ความสนใจ

ที่มา – คาด กมธ. แก้รธน. ให้ที่มา ส.ส.ร. ใช้สูตรพรรคประชาชน-ภูมิใจไทย ผสมกันคนละครึ่ง

สาวกินหมูกระทะอาเจียน! ต้นเหตุจากแมงกะพรุน?

เรื่องช็อกยังไม่จบ! สาวเล่านาทีระทึกหลังกิน “หมูกระทะ” ลูก 8 ขวบและเพื่อนๆ อาเจียน วูบกลางถนน คุณหมอวินิจฉัยอาหารเป็นพิษ สงสัยต้นเหตุมาจาก “แมงกะพรุน” ในหมูกระทะเจ้านี้!

เหตุการณ์นี้กลายเป็นไวรัล เมื่อมีการแชร์ภาพเจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าช่วยเหลือหญิงสาวและเด็ก ซึ่งมีอาการอ่อนแรงและอาเจียนอย่างรุนแรง หลังทาน “หมูกระทะ” โดยมีเด็กหญิงวัย 8 ขวบรวมอยู่ด้วย

ล่าสุด ผู้สื่อข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังบ้านของผู้ประสบเหตุ พบ น.ส.น้ำฝน (นามสมมติ) ซึ่งยังอยู่ในอาการตกใจ เล่าว่า ปกติแล้วเธอ ลูกสาว และสามี จะทานหมูกระทะกันเป็นประจำอยู่แล้ว โดยจะใช้เตาอั้งโล่และเปิดหน้าต่างระบายอากาศทุกครั้ง แต่ครั้งนี้เธอได้ลองซื้อหมูกระทะจากร้านใหม่ในย่านนิคมอุตสาหกรรมบางปู ซึ่งไม่เคยซื้อมาก่อน

หลังจากทานไปได้ไม่นาน ลูกสาวของเธอก็เริ่มมีอาการผิดปกติ วิ่งออกมาจากห้องน้ำ บอกว่าปวดท้องอย่างรุนแรง อาเจียน และหน้ามืด น.ส.น้ำฝนและเพื่อนๆ จึงรีบช่วยกันพาลูกสาวลงไปขอความช่วยเหลือ แต่ระหว่างนั้นเพื่อนอีกสามคนก็เริ่มมีอาการคล้ายกัน และหมดสติล้มลงไป

จากการตรวจสอบอาหารที่ซื้อมา พบว่ามีทั้งหมู กุ้ง ปลาหมึก และ แมงกะพรุน แต่คนที่แสดงอาการป่วยนั้น เป็นคนที่ทาน แมงกะพรุน เพียงเท่านั้น น.ส.น้ำฝนจึงเชื่อว่าสาเหตุของอาการป่วย มาจาก แมงกะพรุน อย่างแน่นอน แม้ว่าเธอจะยังชอบทานหมูกระทะอยู่ แต่ยืนยันว่าจะไม่ทาน แมงกะพรุน อีกเด็ดขาด

เบื้องต้นแพทย์ระบุว่า อาการป่วยของทุกคนเกิดจาก “อาหารเป็นพิษ” และอนุญาตให้กลับบ้านได้ เนื่องจากอาการไม่รุนแรงมากนัก

สาวกินหมูกระทะอาเจียน! ต้นเหตุจากแมงกะพรุน?

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราทุกคนระมัดระวังในการเลือกซื้อและรับประทานอาหาร โดยเฉพาะอาหารทะเล ควรเลือกซื้อจากร้านที่น่าเชื่อถือ และปรุงสุกให้ดีก่อนรับประทาน หากพบอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหาร ควรรีบไปพบแพทย์ทันที

ข้อควรระวังในการทานหมูกระทะ

  • เลือกซื้อวัตถุดิบจากร้านที่สะอาดและน่าเชื่อถือ
  • ปรุงอาหารให้สุกทั่วถึง โดยเฉพาะเนื้อสัตว์และอาหารทะเล
  • หลีกเลี่ยงการทานอาหารที่ค้างคืน
  • ระบายอากาศให้ถ่ายเท หากทานหมูกระทะในที่ร่ม
  • หากมีอาการผิดปกติหลังรับประทานอาหาร ควรรีบไปพบแพทย์

อาหารเป็นพิษเป็นสิ่งที่อันตรายกว่าที่เราคิดนะครับ การเลือกทานอาหารที่สะอาด ปรุงสุกใหม่ๆ และเลือกจากร้านที่ไว้ใจได้ จึงเป็นเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามเลยครับ

จากเหตุการณ์ สาวกินหมูกระทะอาเจียน! ต้นเหตุจากแมงกะพรุน? ทำให้เราได้ข้อคิดว่า การทานอาหารอะไรก็ตาม ควรสังเกตและระมัดระวังให้ดี เพื่อความปลอดภัยของตัวเราเองและคนที่เรารักนะครับ

ที่มา – สาวเล่านาทีช็อก หลังกิน “หมูกระทะ” แล้วอาเจียน-วูบ คาดต้นเหตุมาจาก “แมงกะพรุน”

ทลายรัง! สแกมเมอร์สระแก้ว ยึดซิมบ็อกซ์แก๊งคอลเซ็นเตอร์

ตำรวจสระแก้วบุกทลายรังสแกมเมอร์ เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์กลางเมืองสระแก้ว ยึด “ซิมบ็อกซ์” เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์ ใช้หลอกเหยื่อทั่วประเทศ ซุกอยู่ในห้องเช่า

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงาน ภายใต้การอำนวยการและสั่งการของ พล.ต.ต.ถาวร ดุลยวิทย์ ผบก.ภ.จว.สระแก้ว , พล.ต.ต.เกียรติศักดิ์ สระทองออย ผบก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.ไกลเขต บุรีรักษ์ รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว , พ.ต.อ.จตุรภัทร สิงหัษฐิต รอง ผบก.ภ.จว.สระแก้ว , พ.ต.อ.ดำรง เอี่ยมไพโรจน์ ผกก.สส.ภ.จว.สระแก้ว , พ.ต.อ.สุวัฒน์ บริรักษ์ ผกก.วิเคราะห์ข่าว บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.ฐานานนท์ อธิพันสีห์ ผกก.สส.3 บก.สส.ภ.2 , พ.ต.อ.สราวุธ เอี่ยมสำอางค์ ผกก.สภ.เมืองสระแก้ว สั่งการให้ เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว, เจ้าหน้าที่ตำรวจ บก.สส.3 บก.สส.ภ.2, เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองสระแก้ว, เจ้าหน้าที่ทหาร ร้อย.คทบ.ฉก.อรัญประเทศ

ทลายรังแก๊งคอลเซ็นเตอร์สระแก้ว

โดยเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้นำหมายค้นศาลจังหวัดสระแก้ว ที่ 149/2568 ลงวันที่ 25 ต.ค. 2568 เข้าค้นบ้านหลังหนึ่งในพื้นที่ ถ.เทศบาล 7 ต.สระแก้ว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว ซึ่งผลการตรวจค้น พบ น.ส.นภาภรณ์ วิจฝัน ชาว อ.เมืองสระแก้ว จ.สระแก้ว แสดงตนเป็นเจ้าบ้าน (ผู้ดูแลบ้าน) และเป็นผู้นำตรวจค้น พร้อมตรวจยึดของกลาง

ประกอบด้วย

  • เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์แบบใส่ซิมการ์ด (Sim box) จำนวน 1 เครื่อง (ซึ่งสามารถใส่ซิมการ์ดได้ 128 ช่อง/เครื่อง)
  • โมเด็มต่อสัญญาณอินเทอร์เน็ต จำนวน 1 เครื่อง
  • กล้องวงจรปิด จำนวน 1 ตัว
  • เครื่องสำรองไฟ จำนวน 2 ตัว
  • กล่องใส่โมเด็ม จำนวน 1 กล่อง และอื่นๆ อีกหลายรายการ โดยเจ้าหน้าที่ได้ตรวจยึด จัดทำบันทึก และนำตัวผู้เกี่ยวข้อง ส่ง พงส.สภ.เมืองสระแก้ว เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
ซิมบ็อกซ์

ทั้งนี้ ก่อนที่จะทำการตรวจค้นบ้านหลังดังกล่าว เจ้าหน้าที่ตำรวจ ภ.จว.สระแก้ว ได้รับข้อมูลจากศูนย์วอร์รูมฯ เกี่ยวกับหมายเลขโทรศัพท์ที่เชื่อว่าแก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้หลอกลวงประชาชน ว่าได้เปิดเบอร์โทรศัพท์และมีการใช้งานในพื้นที่ อ.เมือง จ.สระแก้ว ต่อมา บก.สส.ภ.2 ได้ประสานข้อมูลและลงพื้นที่สืบสวน ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.ภ.จว.สระแก้ว ผลการสืบสวนพบว่า บริเวณพิกัดบ้านหลังดังกล่าว ซึ่งเป็นห้องเช่า น่าเชื่อว่าจะเป็นจุดติดตั้งซิมบ็อกซ์ (เครื่องแปลงสัญญาณโทรศัพท์) 

อุปกรณ์

จึงได้รวบรวมพยานหลักฐานเพื่อขอหมายค้นสถานที่ดังกล่าว ซึ่งเป็นไปตามนโยบายรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ให้ดำเนินการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์ และสแกมเมอร์อย่างจริงจัง และให้มีผลการปฏิบัติเป็นรูปธรรม

บุกทลายรัง “สแกมเมอร์” กลางเมืองสระแก้ว ยึดซิมบ็อกซ์ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซุกในห้องเช่า

ปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของตำรวจในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี และปกป้องประชาชนจากการถูกหลอกลวงจากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ การใช้ ซิมบ็อกซ์ ในการกระทำผิดเป็นเรื่องที่ร้ายแรง เพราะทำให้ยากต่อการติดตามและระบุตัวผู้กระทำผิด

ความสำคัญของ “ซิมบ็อกซ์” ในการสืบสวน

การตรวจยึด ซิมบ็อกซ์ ได้ในครั้งนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการสืบสวนขยายผล และหาความเชื่อมโยงไปยังเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์อื่นๆ ที่อาจมีส่วนเกี่ยวข้อง การทำลายฐานที่มั่นของกลุ่มมิจฉาชีพเหล่านี้ เป็นการลดโอกาสที่ประชาชนจะตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวง

นอกจากนี้ การประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับรู้ถึงกลโกงต่างๆ ที่แก๊งคอลเซ็นเตอร์ใช้ ก็เป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้ทุกคนสามารถระมัดระวังตัวเอง และไม่หลงเชื่อกลลวงของมิจฉาชีพ หากได้รับโทรศัพท์ที่น่าสงสัย อย่าให้ข้อมูลส่วนตัวใดๆ และรีบแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจทันที

การทลายรัง สแกมเมอร์ ในครั้งนี้เป็นผลสำเร็จจากการทำงานร่วมกันของหลายหน่วยงาน และการแจ้งเบาะแสจากประชาชน การร่วมมือกันเป็นสิ่งสำคัญในการต่อสู้กับอาชญากรรมทุกรูปแบบ เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดภัยสำหรับทุกคน ขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกท่านปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังต่อไป

การที่เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถ บุกทลายรัง “สแกมเมอร์” กลางเมืองสระแก้ว ยึดซิมบ็อกซ์ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซุกในห้องเช่า ถือเป็นข่าวดีที่แสดงให้เห็นถึงความเข้มงวดในการปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี แต่สิ่งที่สำคัญยิ่งกว่าคือการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เหล่านี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – บุกทลายรัง “สแกมเมอร์” กลางเมืองสระแก้ว ยึดซิมบ็อกซ์ ของแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซุกในห้องเช่า

รถเชิญพระบรมศพ: คันเดียวกับ ร.9

รถเชิญพระบรมศพ: คันเดียวกับ ร.9

รถตู้โฟล์ก เจมส์บอนด์ เชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” รถพระที่นั่งคันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ “พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร”

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในขบวนรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ ประกอบด้วยรถของสมเด็จพระมหาวีรวงศ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามราชวรวิหาร ตามด้วยรถยนต์หลวงเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และขบวนรถพระที่นั่งของพระบรมวงศานุวงศ์

สำหรับรถยนต์ที่ใช้ในการเชิญพระบรมศพในวันนี้ เป็นรถโฟล์กสวาเกน สีเทา คาดแถบสีฟ้า หมายเลขทะเบียน 1ด-0929 เป็นรถโฟล์กสวาเกน T4 รุ่น B6 แบบฐานล้อยาว เป็นที่รู้จักในชื่อเจมส์บอนด์ เนื่องจากเป็นรถพระที่นั่งพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดใช้ในการทรงงานมาเป็นเวลานาน เป็นรถทรงงานที่แสนเรียบง่าย แต่สะท้อนวิถีแห่งความพอเพียง ที่สำคัญ เป็นรถเชิญพระบรมศพคันสุดท้ายที่เชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ครั้งเสด็จสวรรคต จาก รพ.ศิริราช ไปประทับ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง

รถคันนี้ไม่มีการตกแต่งเพื่อเพิ่มความหรูหราใดๆ และยังคงสภาพเดิมจากโรงงาน ภายในรถมีเพียงโต๊ะเล็กๆ ที่ติดตั้งไว้สำหรับทรงงาน และระบบเครื่องเสียงเดิมที่ติดมาจากโรงงาน

รถเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ “รัชกาลที่ 9”

รถเชิญพระบรมศพ สะท้อนความเรียบง่าย

การใช้รถเชิญพระบรมศพคันเดิมที่เคยใช้ในพระราชพิธีสำคัญก่อนหน้านี้ แสดงให้เห็นถึงความต่อเนื่องของราชประเพณี และความเคารพอย่างสูงสุดต่อพระบรมศพ

การที่รถยนต์พระที่นั่งยังคงสภาพเดิม สะท้อนถึงพระราชจริยวัตรที่เรียบง่ายและพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นแบบอย่างให้แก่ปวงชนชาวไทย

รถเชิญพระบรมศพคันนี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่รถยนต์ แต่เป็นสัญลักษณ์แห่งความทรงจำ ความอาลัย และความเคารพรักที่ปวงชนชาวไทยมีต่อพระมหากษัตริย์ผู้ทรงคุณอันประเสริฐ

ที่มา – รถเชิญพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” คันเดียวกับที่เชิญพระบรมศพ “รัชกาลที่ 9”

คุมเข้มราคาชุดดำ! ห้ามขึ้นราคา ฝ่าฝืนโทษหนัก

DIT ขอความร่วมมือผู้ประกอบการจำหน่ายชุดดำในราคาที่เหมาะสม ไม่ฉวยโอกาสขึ้นราคา ย้ำต้องปิดป้ายชัดเจน – สถานการณ์จำหน่ายทั่วประเทศราคาทรงตัว สินค้ามีเพียงพอรองรับความต้องการประชาชนช่วงถวายความอาลัย

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน (DIT) เปิดเผยว่า จากสถานการณ์ปัจจุบันที่ประชาชนทั่วประเทศร่วมถวายความอาลัย ทำให้ความต้องการจัดหาชุดดำและเสื้อผ้าโทนไว้ทุกข์เพิ่มสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว กรมการค้าภายในจึงได้เร่งติดตามสถานการณ์ด้านราคาและต้นทุนสินค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฉวยโอกาสปรับขึ้นราคาหรือจำหน่ายสินค้าเอาเปรียบผู้บริโภค พร้อมขอความร่วมมือผู้ประกอบการ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า และแพลตฟอร์มออนไลน์ ให้จำหน่ายสินค้าดังกล่าวในราคาที่เหมาะสม สอดคล้องกับต้นทุนจริง และต้องแสดงป้ายราคาชัดเจนทุกชิ้น ทุกช่องทาง เพื่อให้ประชาชนสามารถตรวจสอบและเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อได้อย่างโปร่งใส เรื่องของการคุมเข้มราคาชุดดำเป็นสิ่งสำคัญที่ต้องใส่ใจ

นายวิทยากร ระบุว่า จากการติดตามสถานการณ์ล่าสุด พบว่าต้นทุนวัตถุดิบสำหรับการผลิตเสื้อสีดำไม่มีการปรับเพิ่ม โดยผ้า TC ซึ่งใช้ในการผลิตเสื้อโปโลและผ้ายืด ยังคงมีราคาทรงตัวที่ประมาณ 40 บาทต่อหลา ขณะที่ผ้ายืดสำเร็จรูปอยู่ที่ 180–400 บาทต่อกิโลกรัม (หนึ่งกิโลกรัมผลิตเสื้อได้ประมาณ 3 ตัว) และมีปริมาณสต๊อกเพียงพอต่อความต้องการของโรงงานผู้ผลิต

นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน
นายวิทยากร มณีเนตร อธิบดีกรมการค้าภายใน

ด้านการจำหน่ายสินค้าในตลาด พบว่าสินค้ามีเพียงพอต่อการรองรับความต้องการ โดยผู้ผลิตรายใหญ่และร้านค้าส่ง ยังคงราคาจำหน่ายส่งอยู่ในช่วง 100–400 บาทต่อชิ้น ตามแบบและคุณภาพของผ้า ส่วนห้างค้าปลีกรายงานว่ายังไม่มีการปรับขึ้นราคา เสื้อคอกลมจำหน่ายที่ 199–299 บาท เสื้อโปโล 299–359 บาท และเสื้อเชิ้ตแขนยาว 399–499 บาท และพร้อมเตรียมจำหน่ายในโครงการคนละครึ่งในราคาสนับสนุนตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2568 เป็นต้นไป เพื่อช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงเวลาสำคัญ

อย่างไรก็ตาม กรมฯ ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชนผ่านสายด่วน 1569 เกี่ยวกับร้านค้าจำหน่ายชุดดำในราคาสูงขึ้น 1 ราย ในพื้นที่ตลาดโบ๊เบ๊ จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบอย่างเร่งด่วน พร้อมเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบตลาด ร้านค้าจำหน่ายเสื้อผ้า และช่องทางออนไลน์ทั่วประเทศ หากพบการกระทำผิดจะดำเนินคดีตามพระราชบัญญัติว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 โดยกรณีไม่ปิดป้ายราคา มีโทษปรับไม่เกิน 10,000 บาท หากจำหน่ายในราคาที่สูงเกินสมควรหรือเอาเปรียบผู้บริโภค มีโทษจำคุกไม่เกิน 7 ปี หรือปรับไม่เกิน 140,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และกรณีกักตุนสินค้าเพื่อหวังผลกำไร มีโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

นายวิทยากร ย้ำว่า "DIT จะติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่อให้ประชาชนสามารถจัดหาชุดดำและเสื้อผ้าโทนไว้ทุกข์ได้ในราคาที่เป็นธรรม มีทางเลือกหลากหลายทั้งจากหน้าร้านและช่องทางออนไลน์ พร้อมสร้างความมั่นใจว่าประชาชนจะไม่ถูกเอาเปรียบจากสถานการณ์ปัจจุบัน".

อ่านข่าว "นโยบายรัฐ" เพิ่มเติม

คุมเข้มราคาชุดดำ!

จากสถานการณ์ที่ประชาชนมีความต้องการชุดดำเพิ่มมากขึ้น การคุมเข้มราคาชุดดำจึงเป็นเรื่องที่ภาครัฐให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อป้องกันการเอารัดเอาเปรียบประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ นอกจากนี้การปิดป้ายแสดงราคาสินค้าอย่างชัดเจนเป็นสิ่งที่ผู้ประกอบการต้องปฏิบัติ เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อได้

มาตรการคุมเข้มราคาชุดดำ

  • ขอความร่วมมือผู้ประกอบการให้จำหน่ายในราคาที่เหมาะสม
  • ต้องแสดงป้ายราคาอย่างชัดเจน
  • ตรวจสอบสถานการณ์ราคาอย่างใกล้ชิด
  • ดำเนินคดีกับผู้ที่ฉวยโอกาสขึ้นราคา

หากพบเห็นการจำหน่ายชุดดำในราคาที่ไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน 1569 กรมการค้าภายในพร้อมดำเนินการตรวจสอบและให้ความเป็นธรรมกับผู้บริโภคอย่างเต็มที่ การร่วมมือกันตรวจสอบและแจ้งเบาะแสเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยให้การคุมเข้มราคาชุดดำเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ

การที่ภาครัฐเข้ามาควบคุมและดูแลราคาสินค้าในช่วงเวลาที่ประชาชนมีความต้องการสูง ถือเป็นมาตรการที่ช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายและสร้างความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภค สิ่งสำคัญคือการที่ผู้ประกอบการให้ความร่วมมือในการจำหน่ายสินค้าในราคาที่เหมาะสม รวมถึงการแสดงป้ายราคาอย่างชัดเจน เพื่อให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าได้อย่างมั่นใจและเป็นธรรม

การคุมเข้มราคาชุดดำไม่ใช่แค่เรื่องของการควบคุมราคา แต่เป็นการสร้างความเชื่อมั่นและความเป็นธรรมให้กับผู้บริโภคในช่วงเวลาที่ต้องการความช่วยเหลือและสนับสนุนจากทุกภาคส่วน

ที่มา – คุมเข้มราคาชุดดำ เตือนห้ามฉวยโอกาสขึ้นราคา-ต้องปิดป้ายชัดเจน ฝ่าฝืนโทษหนัก

“นายกฯ อนุทิน” เชื่อมั่นสันติภาพ หากกัมพูชาทำตามข้อตกลง

“นายกฯ อนุทิน” ร่วมลงนามถ้อยปฏิญญาสันติภาพ “ไทย-กัมพูชา” เชื่อหากทำได้ตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสิ่งที่เคยดูเหมือนเกินเอื้อมได้

เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 6 ตุลาคม 2568(ตามเวลาท้องถิ่นกรุงกัวลาลัมเปอร์ ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 1 ชม.) ณ ห้อง 406 – 407 ชั้น 4 ศูนย์ประชุม KLCC นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามถ้อยแถลงผลการพบหารือระหว่างนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรไทยและนายกรัฐมนตรีราชอาณาจักรกัมพูชา ณ กรุงกัวลาลัมเปอร์ มาเลเซีย (Joint Declaration by the Prime Minister of the Kingdom of Cambodia and the Prime Minister of the Kingdom of Thailand on the outcomes of their meeting in Kuala Lumpur, Malaysia)

โดยนายโดนัลด์ เจ ทรัมป์ (The Honorable Donald J. Trump) ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา และดาโตะ เซอรี อันวาร์ อิบราฮิม (Dato’ Seri Anwar Ibrahim) นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ร่วมลงนามเพื่อเป็นสักขีพยานของถ้อยแถลงดังกล่าว ซึ่งพิธีลงนามในครั้งนี้ ได้รับความสนใจจากสื่อมวลชนต่างประเทศ ร่วมติดตามและรายงานข่าวเป็นจำนวนมาก

โดยประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ซึ่งเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจ ที่มีคุณูปการต่อประเทศชาติอย่างอเนกอนันต์

สำหรับการลงนามในครั้งนี้ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยกย่องนายกรัฐมนตรีทั้งสองประเทศที่ให้การตอบรับการเจรจา และยุติการหยุดยิงทันที เพื่อลดการสูญเสียชีวิต พร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซียที่เป็นตัวกลางในครั้งนี้

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวว่า วันนี้เป็นหมุดหมายบทใหม่ของความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับกัมพูชา ซึ่งเป็นการก้าวเดินอย่างเป็นรูปธรรมไปสู่สันติภาพ โดยนายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ที่ได้แสดงบทบาทนำในฐานะประธานอาเซียน และพยายามอย่างแข็งขันในการธำรงไว้ซึ่งความเป็นเอกภาพของอาเซียน พร้อมแสดงความขอบคุณอย่างจริงใจต่อประธานาธิบดีสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมสันติภาพระหว่างทั้งสองประเทศ ซึ่งนับว่าเป็นการเดินทางมาไกลตั้งแต่ไทยและกัมพูชาเห็นพ้องต่อข้อตกลงหยุดยิงที่มาเลเซีย เมื่อวันที่ 28 กรกฎาคม 2568 การหารืออย่างต่อเนื่องนับแต่นั้น นำมาซึ่งผลลัพธ์สำคัญ คือ การลงนามในถ้อยแถลงในวันนี้

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีขอบคุณประธานาธิบดีสหรัฐฯ สำหรับคำแสดงความเสียใจที่ท่านให้แก่ประเทศของเราต่อการสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทย คำแสดงความเสียใจนี้มีความหมายอย่างยิ่งต่อประชาชนชาวไทยทุกคน

นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำว่า ไทยยึดมั่นในสันติภาพ ถ้อยแถลงฉบับนี้สะท้อนเจตจำนงของเราที่จะลดช่องว่างความแตกต่างโดยสันติ ซึ่งหากสามารถดำเนินการตามถ้อยแถลงฉบับนี้ได้อย่างครบถ้วน จะเป็นรากฐานสำคัญของสันติภาพที่ยั่งยืน แต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้น คือ การเริ่มต้นฟื้นฟูความสัมพันธ์ระหว่างกัน โดยที่ผ่านมา ชุมชนชายแดนของทั้งสองประเทศถูกแบ่งแยกด้วยความขัดแย้ง และพลเรือนผู้บริสุทธิ์ต้องเผชิญกับการสูญเสียที่ใหญ่หลวง ดังนั้น ถ้อยแถลงฉบับนี้จึงกำหนดความรับผิดชอบที่ชัดเจนแก่ทั้งสองฝ่ายให้ลงมือปฏิบัติ

เราสามารถบรรลุสิ่งที่เคยดูเหมือนเกินเอื้อมได้ ดังนั้น นายกรัฐมนตรีจึงยินดีต่อข้อตกลงที่ว่า ภายหลังการลงนามในถ้อยแถลงในวันนี้ ทั้งสองฝ่ายจะเริ่มดำเนินการตามที่ได้ตกลงกันไว้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การถอนอาวุธหนักออกจากพื้นที่ชายแดนโดยเร็ว เพื่อรับประกันความปลอดภัยให้แก่ประชาชน และสร้างความเชื่อมั่นและไว้เนื้อเชื่อใจ ก่อนที่ไทยจะเริ่มกระบวนการปล่อยตัวทหารกัมพูชาที่ถูกควบคุมตัวจำนวน 18 นาย โดยเรามีความรับผิดชอบที่จะต้องดำเนินการด้วยความจริงใจและด้วยความสุจริตใจ เพื่อฟื้นฟูวิถีชีวิตและคุ้มครองความเป็นอยู่ของผู้คนตามแนวชายแดนร่วม

หากต้องการเห็นการเปลี่ยนแปลงที่แท้จริงเกิดขึ้นในพื้นที่ สิ่งที่ได้ตกลงกันในวันนี้ต้องถูกนำไปปฏิบัติจริง จึงจะสามารถเปลี่ยนหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ได้อย่างแท้จริง สร้างความมั่นคงและปลอดภัยให้แก่ประชาชน จึงจะเป็นการบรรลุสันติภาพที่แท้จริง ซึ่งคือสิ่งที่ประชาชนคาดหวัง และสมควรได้รับ “สันติภาพที่มาพร้อมศักดิ์ศรี”

ในตอนท้าย นายกรัฐมนตรีเชิญชวนมิตรประเทศร่วมกันสนับสนุนกระบวนการนี้ เพื่อให้การดำเนินการตามถ้อยแถลงเป็นไปอย่างครบถ้วนและด้วยความจริงใจ นำไปสู่การฟื้นฟูเสถียรภาพ ความไว้เนื้อเชื่อใจ และความร่วมมือให้กลับมาอีกครั้ง ทั้งระหว่างไทยและกัมพูชา และทั่วทั้งภูมิภาค

นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรีมีความยินดีอย่างยิ่งที่ในวันนี้เราได้ประกาศแถลงการณ์ร่วมว่าด้วยกรอบความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างสหรัฐอเมริกากับประเทศไทย (Joint Statement on a Framework for a U.S. -Thailand Agreement on Reciprocal Trade) ซึ่งนายกรัฐมนตรีหวังว่าจะช่วยอำนวยความสะดวกให้การเจรจาเรื่องภาษีสามารถบรรลุข้อสรุปได้ภายในสิ้นปีนี้ รวมถึงจะมีการลงนามในบันทึกความเข้าใจระหว่างรัฐบาลทั้งสองประเทศว่าด้วยความร่วมมือด้านแร่ธาตุที่มีความสำคัญ (MOU between our governments on cooperation on critical minerals) ซึ่งจะช่วยส่งเสริมความยืดหยุ่นและความยั่งยืนของห่วงโซ่อุปทานในระยะยาวต่อไป

ทั้งนี้ ฝ่ายไทยมีคณะเข้าร่วม ได้แก่ พลเอก ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ พลเอก อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ ผู้บัญชาการทหารสูงสุด นางเอกสิริ ปิณฑะรุจิ ปลัดกระทรวงการต่างประเทศ และนางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล เลขาธิการนายกรัฐมนตรี

“นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้

การลงนามในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญสู่สันติภาพที่ยั่งยืนระหว่างไทยและกัมพูชา การที่ “นายกฯ อนุทิน” เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับประเทศเพื่อนบ้าน

ความสำคัญของข้อตกลงและความเชื่อมั่นของ “นายกฯ อนุทิน”

ความเชื่อมั่นของ “นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้ นั้นมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการผลักดันกระบวนการสันติภาพให้เดินหน้าต่อไป ข้อตกลงนี้ไม่เพียงแต่เป็นการยุติความขัดแย้ง แต่ยังเป็นการเริ่มต้นการสร้างความไว้เนื้อเชื่อใจและความร่วมมือระหว่างทั้งสองประเทศอีกด้วย

การที่ “นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้ ถือเป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยพร้อมที่จะทำงานร่วมกับกัมพูชาเพื่อสร้างอนาคตที่มั่นคงและสงบสุขสำหรับทั้งสองประเทศและภูมิภาค

ที่มา – “นายกฯ อนุทิน”เชื่อหาก “กัมพูชา” ทำตามข้อตกลง จะสามารถบรรลุสันติภาพได้

5 ข้อควรรู้ ร่วมแสดงความอาลัยสมเด็จพระพันปีหลวง

สำนักงานตำรวจแห่งชาติแนะนำชาวไทยและชาวต่างชาติในช่วงการร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” และพิธีเคลื่อนขบวนพระบรมศพฯ

วันนี้ (26 ตุลาคม 2568) พล.ต.ต.จตุรภัทร์ ภิรมย์แก้ว ผู้บังคับการกองการต่างประเทศ ในฐานะรองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ เปิดเผยว่า พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้กำชับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทุกนายที่ปฏิบัติภารกิจสำคัญในการดำเนินการดูแลความสงบเรียบร้อยและความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัยตลอดเส้นทางขบวนเชิญพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ระยะทางประมาณ 10 กิโลเมตร รวมถึงให้อำนวยความสะดวกด้านการจราจรในเส้นทางต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องอย่างเต็มกำลัง ซึ่งสำนักงานตำรวจแห่งชาติขอยืนยันความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ด้วยระเบียบวินัย เกียรติ และความจงรักภักดีต่อชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประชาชนในช่วงเวลาสำคัญยิ่งของประเทศ

สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอความร่วมมือจากประชาชนทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติทุกท่าน ที่ร่วมแสดงความอาลัยในการเชิญพระบรมศพ และพระราชพิธีต่างๆ ให้ปฏิบัติตามแนวทางดังต่อไปนี้:

  1. แต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ – สวมใส่เสื้อผ้าสีดำ สีขาว หรือสีสุภาพ ไม่ควรสวมใส่เสื้อผ้าสีฉูดฉาด
  2. ประพฤติตนอย่างสำรวม – งดเว้นการจัดงานรื่นเริงหรือการแสดงออกที่ไม่เหมาะสมในช่วงไว้ทุกข์
  3. ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง – เจ้าหน้าที่จะประจำการตามจุดต่าง ๆ เพื่ออำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัย
  4. พกพาสิ่งของเท่าที่จำเป็น และให้ความร่วมมือในการตรวจความปลอดภัยตามจุดคัดกรองต่าง ๆ
  5. แสดงความเคารพเมื่อขบวนผ่าน – ยืนสำรวมและสงบนิ่งเมื่อขบวนรถพระบรมศพเคลื่อนผ่าน

รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กล่าวว่า สำนักงานตำรวจแห่งชาติขอขอบคุณประชาชนชาวไทยและชาวต่างชาติทุกท่าน ที่ได้ร่วมแสดงความอาลัย พร้อมให้ความร่วมมือในการปฏิบัติในช่วงเวลาแห่งความโศกเศร้านี้ และขอเชิญทุกท่านร่วมกันแสดงความอาลัยถวายแด่ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ผู้ทรงเป็นที่รักและเทิดทูนยิ่งของปวงชนชาวไทย ด้วยความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้

ร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ต้องทำอย่างไร?

ในช่วงเวลาที่ประเทศไทยอยู่ในความโศกเศร้าจากการเสด็จสวรรคตของบุคคลสำคัญ การร่วมแสดงความอาลัยถือเป็นสิ่งที่ประชาชนชาวไทยให้ความสำคัญเป็นอย่างยิ่ง เพื่อเป็นการแสดงความเคารพและความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการสูญเสียครั้งใหญ่ การปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมและถูกกาลเทศะจึงเป็นสิ่งที่ควรคำนึงถึง เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างสมพระเกียรติ

ข้อควรปฏิบัติในการร่วมแสดงความอาลัย

การร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง” นั้น มีข้อควรปฏิบัติหลายประการที่ประชาชนควรทราบและปฏิบัติตาม เพื่อให้การแสดงความอาลัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ ดังนี้:

  • การแต่งกาย: ควรแต่งกายด้วยชุดสีดำหรือสีขาว ซึ่งเป็นสีที่แสดงถึงความเศร้าโศก ควรงดเว้นการสวมใส่เสื้อผ้าที่มีสีสันฉูดฉาด หรือมีการประดับตกแต่งที่มากเกินไป
  • การสำรวมกิริยา: ควรสำรวมกิริยาให้สุภาพเรียบร้อย ไม่ส่งเสียงดัง หรือกระทำการใดๆ ที่เป็นการรบกวนผู้อื่น
  • การปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่: เจ้าหน้าที่ตำรวจและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจะคอยอำนวยความสะดวกและรักษาความปลอดภัยในพื้นที่ ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

การเตรียมตัวและเตรียมใจให้พร้อมก่อนเดินทางไปร่วมงาน เป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง เพื่อให้สามารถร่วมแสดงความอาลัยได้อย่างสมพระเกียรติ และเป็นการแสดงความเคารพต่อการสูญเสียครั้งสำคัญของประเทศ

นอกจากนี้ การ ร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง” สามารถทำได้หลายวิธี ไม่ว่าจะเป็นการลงนามในสมุดแสดงความอาลัย การเข้าร่วมพิธีทางศาสนา หรือการทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล สิ่งสำคัญคือการแสดงออกถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณด้วยความจริงใจ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนจะ ร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง” อย่าลืมศึกษาข้อมูลและเตรียมตัวให้พร้อม เพื่อให้การแสดงความอาลัยเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ

มาร่วมกัน ร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ที่มา – ตำรวจแนะนำ 5 แนวทางปฏิบัติในช่วงการร่วมแสดงความอาลัยถวาย “สมเด็จพระพันปีหลวง”