วัน: 26 ตุลาคม 2025

สลาก กอช. ขยายช่องทางออม ลุ้นล้านทุกศุกร์

กอช. ขยายช่องทางการจำหน่ายและชำระเงิน “สลาก กอช.” ยกระดับการออมเข้าสู่โลกดิจิทัล ลุ้นโชคเงินไม่หาย รางวัลใหญ่ 1 ล้านบาท 5 รางวัลทุกวันศุกร์

นายเศรษฐจักร ลียากาศ ผู้ช่วยเลขานุการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง แถลงข่าวที่กระทรวงการคลัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2568 ที่ผ่านมา ว่า ข้อมูลจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ชี้ว่า คนไทยออมเงินเฉลี่ยเพียง 8-10% ของรายได้ ซึ่งจากคำแนะนำของ ธปท. ควรออม 20-25% และกว่า 88% ของประชากรไทยมีเงินฝากไม่ถึง 50,000 บาท ส่วนหนึ่งเพราะรายได้แทบทั้งหมดถูกใช้ไปกับค่าใช้จ่ายที่จำเป็น นี่คือปัญหาที่น่ากังวล และต้องการนวัตกรรมใหม่ๆ มาแก้ไขอย่างเร่งด่วน นอกจากนี้ คนไทยจำนวนมากชอบเสี่ยงโชค และมีความคุ้นเคยกับการซื้อสลาก

ดังนั้น การผลักดันโครงการ “สลาก กอช.” ของกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) จึงเป็นทางเลือกสำคัญที่มุ่งหวังให้เป็นสะพานเชื่อมระหว่างการลุ้นรางวัลและการสร้างเงินออม เปลี่ยนมุมมองการออมไม่ใช่ภาระ แต่คือการลงทุนเพื่ออนาคต ภายใต้แนวคิด “ศุกร์ได้ลุ้น – สุขได้ออม” โดยเงินทุกบาทที่ซื้อสลากจะถูกเก็บเป็นเงินออมทั้งหมด โดยขณะนี้มี 2 ธนาคารเข้าร่วม ได้แก่ ธนาคารกสิกรไทย และธนาคารทหารไทยธนชาต รวมถึงพันธมิตรจากภาคเอกชน และภาครัฐอื่นๆ เช่น DGA, ไปรษณีย์ไทย, เคาน์เตอร์เซอร์วิส, บิ๊กซี, โลตัส, และตู้บุญเติม ด้วยช่องทางที่หลากหลายนี้มั่นใจว่าการออมของประชาชนจะเข้าถึงง่าย สะดวกสบาย มีความทันสมัย และหวังเป็นอย่างยิ่งว่า ในอนาคตจะมีพันธมิตรมาเข้าร่วมเพิ่มเติม เพื่อขยายโอกาสดังกล่าวให้ครอบคลุมมากยิ่งขึ้นไปอีก

ทางด้าน นางสาวจารุลักษณ์ เรืองสุวรรณ เลขาธิการคณะกรรมการกองทุนการออมแห่งชาติ (กอช.) กล่าวว่า ถือเป็นก้าวสำคัญอีกก้าวหนึ่งของ กอช. ในการขับเคลื่อนภารกิจเพื่อสร้างหลักประกันความมั่นคงทางการเงินให้แก่ประชาชนทุกคน นอกเหนือจาก การออมภาคสมัครใจกับ กอช. รัฐจัดให้กับแรงงานนอกระบบซึ่งไม่มีสวัสดิการอื่นใดรองรับให้มีบำเหน็จบำนาญในยามเกษียณ โดยคนไทยที่อายุ 15-60 ปี ประกอบอาชีพอิสระ สามารถออมเงินได้ เริ่มต้นเพียง 50 บาทต่อครั้ง สูงสุด 30,000 บาทต่อปี รับเงินสมทบเพิ่มจากภาครัฐในเดือนถัดไป สูงสุด 100% ตามช่วงอายุ ไม่เกิน 1,800 บาทต่อปี

สำหรับ สลาก กอช. เป็นสลากขูดดิจิทัลที่ผสมผสานการออมเข้ากับการลุ้นรางวัล ภายใต้แนวคิด “ลุ้นโชคเงินไม่หาย เงินทุกบาทกลายเป็นเงินออม” เปิดโอกาสให้คนไทยทุกกลุ่ม อายุ 15 ปีขึ้นไปลุ้นรางวัลและออมเงินไปพร้อมกัน จำหน่ายใบละ 50 บาท ซื้อได้สูงสุด 3,000 บาท หรือ 60 ใบต่อเดือน ออกรางวัลทุกวันศุกร์เวลา 17.00 น. รางวัลแบ่งเป็น รางวัลที่ 1 มูลค่า 1 ล้านบาท 5 รางวัล และรางวัลที่ 2 มูลค่า 1,000 บาท จำนวน 10,000 รางวัล สำหรับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป สามารถซื้อได้โดยต้องออมไว้อย่างน้อย 5 ปี และซื้อได้ไม่จำกัดรอบ หากผู้ซื้อเสียชีวิตเงินออมทั้งหมดจะตกสู่ทายาทตามกฎหมายหรือบุคคลที่ผู้ซื้อระบุไว้

ในส่วนของร่างพระราชบัญญัติกองทุนการออมแห่งชาติ (ฉบับที่ ..) พ.ศ. …. ที่ผ่านการเห็นชอบจากวุฒิสภาแล้ว ขณะนี้อยู่ระหว่างนายกรัฐมนตรี นำขึ้นทูลเกล้าฯ ซึ่งกฎหมายจะมีผลบังคับใช้เมื่อพ้น 60 วัน นับแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษา ในระหว่างนี้ กอช. ได้นำเสนอร่างกฎกระทรวง เกี่ยวกับรายละเอียดรูปแบบการออกรางวัลให้ท่านรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังได้พิจารณา เพื่อนำเข้าคณะรัฐมนตรีต่อไป หลังจากกฎหมายมีผลบังคับใช้แล้ว ผู้ที่สนใจสามารถลงทะเบียนและซื้อสลากผ่านแอป “กอช.” รวมถึงเครือข่ายพันธมิตรที่เข้าร่วมโครงการกับ กอช. การลงทะเบียนทำได้ง่าย เพียงใช้เลขประจำตัวประชาชน 13 หลัก และเลขหลังบัตรประชาชน สำหรับการรับเงินรางวัล ผู้ที่ถูกรางวัลจำเป็นต้องผูกบัญชีพร้อมเพย์กับธนาคารที่ใช้บริการ เพื่อความสะดวกรวดเร็วในการโอนเงินรางวัล”

ช่องทางซื้อสลาก กอช. สามารถใช้บริการช่องทางจำหน่ายและชำระเงิน สลาก กอช. ผ่านสถาบันการเงิน ส่วนสลาก กอช. ดิจิทัล ผ่านแอปพลิเคชัน “ทางรัฐ” ส่วนผู้ที่เข้าไม่ถึงระบบออนไลน์ พร้อมเปิดจุดจำหน่ายให้ลงทะเบียนและซื้อ สลาก กอช. ที่ไปรษณีย์ไทย 1,250 สาขา เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำนวนกว่า 15,500 สาขา บิ๊กซี จำนวนกว่า 1,600 สาขา โลตัส ประมาณ 2,500 สาขา รวมถึงตู้บุญเติม จำนวนกว่า 100,000 ตู้ และตู้เต่าบิน 7,500 ตู้ทั่วประเทศ.

สลาก กอช. ขยายช่องทางออม ลุ้นล้านทุกศุกร์

ทำไมต้อง สลาก กอช.?

  • เป็นการออมเงินรูปแบบใหม่ที่ให้คุณได้ลุ้นรางวัล
  • เริ่มต้นออมได้ง่ายๆ เพียง 50 บาท
  • มีช่องทางให้ซื้อมากมาย สะดวกสบาย

สลาก กอช. เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเริ่มต้นออมเงินและยังได้ลุ้นรางวัลไปพร้อมๆ กัน ด้วยช่องทางที่หลากหลายและสะดวกสบาย ทำให้การออมเป็นเรื่องง่ายสำหรับทุกคน

ที่มา – ขยายช่องทาง “สลาก กอช.” ยกระดับการออมสู่ดิจิทัล ลุ้นรางวัลใหญ่ 1 ล้านทุกศุกร์

เตือน! เช็กด่วน ถุงลมนิรภัย TAKATA รีบเปลี่ยน

สคบ. เตือนผู้ใช้รถยนต์เร่งตรวจสอบถุงลมนิรภัย TAKATA รีบเปลี่ยนด่วน! พบหลายแสนคันในไทยเสี่ยงอันตรายถึงชีวิต

จากกรณีที่เกิดขึ้นกับผู้บริโภคที่ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากอุบัติเหตุรถยนต์ เนื่องจากถุงลมนิรภัยยี่ห้อ TAKATA ที่ยังไม่ได้เปลี่ยนนั้น นายรณรงค์ พูลพิพัฒน์ เลขาธิการคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) ได้ออกมาเตือนภัยผู้บริโภคให้เร่งตรวจสอบรถยนต์ของท่านโดยด่วน

เตือนภัย! ถุงลมนิรภัย TAKATA รีบเปลี่ยน อันตรายถึงชีวิต

ปัญหาของถุงลมนิรภัย TAKATA นั้นอยู่ที่ตัวจุดระเบิดที่ใช้สารแอมโมเนียมไนเตรท เมื่อเจอกับสภาพอากาศร้อนชื้น หรืออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงบ่อย สารนี้จะเสื่อมสภาพ เมื่อเกิดการจุดระเบิด ถุงลมอาจขยายตัวเร็วเกินไป ทำให้กล่องจุดระเบิดแตก และพุ่งชิ้นส่วนโลหะใส่ผู้โดยสาร ซึ่งเป็นอันตรายอย่างยิ่ง

ในประเทศไทย มีรถยนต์จำนวนมากที่ยังไม่ได้ตรวจสอบหรือเปลี่ยนถุงลมนิรภัย TAKATA ข้อมูลล่าสุดระบุว่ามีรถยนต์ราว 600,000 คันที่อยู่ในข่ายเสี่ยง ทำให้ผู้ผลิตรถยนต์หลายรายทั้งในไทยและต่างประเทศได้ออกแคมเปญเรียกคืน (recall) เพื่อให้ลูกค้านำรถเข้ามาเปลี่ยนถุงลมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย

วิธีตรวจสอบและเปลี่ยนถุงลมนิรภัย TAKATA

สคบ. แนะนำให้ผู้ใช้รถยนต์ดำเนินการตามขั้นตอนดังนี้:

  1. ตรวจสอบหมายเลขตัวถัง (VIN) ของรถยนต์ว่าอยู่ในกลุ่มที่ต้องเปลี่ยนถุงลมนิรภัย TAKATA หรือไม่ ที่ www.checkairbag.com หรือสอบถามไปยังศูนย์บริการรถยนต์ของท่าน
  2. หากพบว่ารถของท่านอยู่ในข่ายที่ต้องเปลี่ยน ให้นัดหมายกับศูนย์บริการเพื่อนทำการเปลี่ยนถุงลมฟรีโดยไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ

ความปลอดภัยต้องมาก่อน: อย่ามองข้ามเรื่องนี้! การตรวจสอบและเปลี่ยนถุงลมนิรภัย TAKATA คือการดูแลชีวิตของคุณและคนที่คุณรัก เพราะถุงลมนิรภัย TAKATA รีบเปลี่ยน เพื่อความปลอดภัย

นายรณรงค์กล่าวว่า “ผู้บริโภคทุกคนควรตระหนักว่า ถุงลมนิรภัยมีความสำคัญต่อชีวิต แต่ถ้าเป็นถุงลมนิรภัยยี่ห้อ TAKATA ที่ยังไม่ได้เปลี่ยน อาจกลายเป็นระเบิดเวลาที่รอวันเกิดอันตราย การตรวจสอบและเปลี่ยนถุงลมฟรีจึงไม่ใช่เรื่องที่เราเลือกได้ แต่เป็นสิ่งที่ต้องทำทันทีเพื่อความปลอดภัย”

อย่าประมาท! รีบตรวจสอบและเปลี่ยนถุงลมนิรภัย TAKATA เพื่อความปลอดภัยของตัวคุณเองและคนที่คุณรัก

ที่มา – เตือนผู้ใช้รถเช็กด่วน พบถุงลมนิรภัยยี่ห้อ “TAKATA” รีบเปลี่ยนทันที หลายแสนคันเสี่ยงสูง

ขอนแก่นตรึงราคา “เสื้อดำ” แม้ต้นทุนสูง

ร้านค้าในจังหวัดขอนแก่นยังคงตรึงราคา “เสื้อดำ” ไว้ แม้ว่าโรงงานจะปรับขึ้นต้นทุนเสื้อผ้าทุกประเภท ทำให้หลายร้านต้องแบกรับภาระต้นทุนที่สูงขึ้น แต่ก็ยังคงขายในราคาเดิมเพื่อรักษายอดขาย

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจากตลาดสดบางลำภู เขตเทศบาลนครขอนแก่นว่า ร้านจำหน่ายเสื้อผ้าสำเร็จรูปหลายร้านได้นำเสื้อผ้าสีดำหลากหลายแบบมาวางจำหน่าย เพื่อให้ประชาชนได้เลือกซื้อไปสวมใส่แสดงความอาลัย โดยมีทั้งเสื้อชุดไทยสตรีสีดำ เสื้อยืด เสื้อโปโล และเสื้อผ้าลูกไม้ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนเป็นอย่างมาก

ร้านค้าใน จ.ขอนแก่น ยังตรึงราคา “เสื้อดำ” หลังโรงงานปรับเพิ่มต้นทุนเสื้อผ้าทุกประเภท

นายบุญเจิด ลี้ฮะจือ เจ้าของร้านเสื้อผ้าสำเร็จรูปในตลาด เปิดเผยว่า ขณะนี้ประชาชนเริ่มหาซื้อ“เสื้อดำ”กันมากขึ้น ทำให้สินค้าบางแบบเริ่มขาดตลาด ขณะที่โรงงานผู้ผลิตได้แจ้งปรับราคาต้นทุนเสื้อผ้าทุกประเภทขึ้น ทำให้ต้นทุนของร้านค้าสูงขึ้นตามไปด้วย

ทำไมร้านค้ายังตรึงราคา “เสื้อดำ”

ถึงแม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ทางร้านยังคงตรึงราคาจำหน่ายเดิมไว้ เพราะเกรงว่าการขึ้นราคาในช่วงนี้จะส่งผลกระทบต่อยอดขาย โดยเสื้อยืด เสื้อเชิ้ต เสื้อโปโล และเสื้อลูกไม้สีดำ ยังคงจำหน่ายในราคาเริ่มต้นตัวละ 199 บาท ส่วนเสื้อแขนยาวและชุดเดรสสีดำอยู่ที่ประมาณชุดละ 299 บาท ราคาขึ้นอยู่กับขนาดและรูปแบบ

นายบุญเจิดยังกล่าวเพิ่มเติมว่า แม้ต้นทุนจะสูงขึ้น แต่ทางร้านก็ยังคงต้องการกำไรที่พออยู่ได้เท่านั้น และคาดหวังว่าหากรัฐบาลเริ่มโครงการ “คนละครึ่งพลัส” การจับจ่ายใช้สอยจะกลับมาคึกคักมากขึ้น เนื่องจากประชาชนบางส่วนอาจรอใช้สิทธิ์ดังกล่าวก่อนตัดสินใจซื้อสินค้า ซึ่งหากโครงการเริ่มขึ้นจริง เชื่อว่ายอดขายเสื้อดำจะดีขึ้นอย่างแน่นอน

สถานการณ์ราคา“เสื้อดำ”ในขอนแก่นแสดงให้เห็นถึงความพยายามของผู้ประกอบการในการช่วยเหลือประชาชนในช่วงเวลาที่ยากลำบาก แม้ว่าต้นทุนจะสูงขึ้น แต่หลายร้านก็เลือกที่จะตรึงราคาเดิมไว้เพื่อไม่ให้เป็นการเพิ่มภาระให้กับผู้บริโภค

สำหรับผู้ที่กำลังมองหาเสื้อดำเพื่อสวมใส่ในช่วงนี้ สามารถแวะเวียนไปเลือกซื้อได้ตามร้านค้าเสื้อผ้าสำเร็จรูปทั่วไปในตลาดสดบางลำภู หรือตามห้างสรรพสินค้าต่างๆ ในจังหวัดขอนแก่น นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกซื้อผ่านช่องทางออนไลน์ได้อีกด้วย

หากคุณกำลังมองหาเสื้อผ้าสีดำ ลองสำรวจตู้เสื้อผ้าของคุณก่อน อาจมีเสื้อผ้าสีเข้มที่คุณสามารถนำมาใส่ได้ โดยอาจจะเพิ่มเครื่องประดับสีดำเพื่อเป็นการแสดงความอาลัยก็ได้ นอกจากนี้ การใช้เข็มกลัดริบบิ้นสีดำก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งที่ช่วยให้คุณสามารถแสดงความอาลัยได้อย่างเหมาะสม

เคล็ดลับในการเลือกซื้อเสื้อดำ:

  • เลือกเนื้อผ้าที่สวมใส่สบาย ระบายอากาศได้ดี
  • พิจารณารูปแบบที่สุภาพ เหมาะสมกับกาลเทศะ
  • เปรียบเทียบราคาก่อนตัดสินใจซื้อ

การสวมใส่เสื้อดำเป็นการแสดงความอาลัยอย่างหนึ่ง แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือการน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน และปฏิบัติตนเป็นคนดีเพื่อเป็นประโยชน์ต่อสังคม

ที่มา – ร้านค้าใน จ.ขอนแก่น ยังตรึงราคา “เสื้อดำ” หลังโรงงานปรับเพิ่มต้นทุนเสื้อผ้าทุกประเภท

กู้ภัยช่วยรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ พบร่างชาย

เหตุการณ์สุดสลดเกิดขึ้นเมื่อกู้ภัยต้องเข้าช่วยเหลือรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ ในจังหวัดเชียงใหม่ พบร่างคนขับถูกเชือกมัดติดกับเบาะ คาดว่าผู้เสียชีวิตมีอาการหลอนคิดว่าถูกตามฆ่า เนื่องจากมีประวัติการติดสุราเรื้อรัง และทางครอบครัวเคยพาไปรักษาแต่ไม่ยอมทานยาตามที่แพทย์สั่ง

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 มีรายงานข่าวเศร้าว่าชายวัย 34 ปี มีอาการทางจิตเวชจากการหลอนคิดว่ามีคนตามทำร้าย จึงทำการมัดตัวเองติดกับเบาะรถ แล้วขับรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ อุดมธารา ในเขตอำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ทำให้จมน้ำเสียชีวิต โดยเหตุการณ์ดังกล่าวถูกบันทึกภาพโดยชาวบ้านที่ออกมาเดินออกกำลังกายในตอนเช้า ก่อนจะแจ้งหน่วยกู้ภัยให้เข้าช่วยเหลือโดยด่วน แต่ก็ไม่ทันการณ์

เจ้าหน้าที่กู้ภัยมูลนิธิสว่างสำเร็จและกู้ภัยแม่โจ้ ได้ส่งนักประดาน้ำลงไปสำรวจรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ คันดังกล่าวที่จมอยู่ใต้น้ำ พบร่างของนายศราวุฒิ อายุ 34 ปี อยู่บ้านในพื้นที่หมู่ 9 ตำบลหนองแหย่ง อำเภอสันทราย จังหวัดเชียงใหม่ ในสภาพที่นั่งติดอยู่กับเบาะคนขับ โดยมีเชือกสีแดงมัดตัวเองติดไว้กับเบาะนั่ง เจ้าหน้าที่จึงใช้รถยกลากรถขึ้นมาพร้อมกับร่างของผู้เสียชีวิต เพื่อให้เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานทำการเก็บรวบรวมพยานหลักฐาน โดยใช้เวลานานเกือบหนึ่งชั่วโมงในการดึงรถขึ้นมาเนื่องจากพื้นที่ดังกล่าวมีความลาดชันสูง ขณะที่พ่อและญาติของผู้เสียชีวิตได้มาเฝ้ารอที่เกิดเหตุด้วยความเสียใจ

จากการตรวจสอบเบื้องต้น พบว่ารถคันดังกล่าวเป็นรถกระบะยี่ห้อนิสสัน สีดำ ทะเบียนเชียงใหม่ สภาพรถด้านหน้าพังเสียหายจากการพุ่งลงไปชนกับพื้นใต้น้ำ จากการชันสูตรพลิกศพเบื้องต้นในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยบาดแผลที่อาจเกิดจากการถูกทำร้าย เจ้าหน้าที่จึงได้นำร่างของผู้เสียชีวิตส่งไปยังแผนกนิติเวชของโรงพยาบาลมหาราชนครเชียงใหม่ เพื่อทำการชันสูตรอย่างละเอียด ก่อนจะมอบร่างให้ญาตินำไปประกอบพิธีทางศาสนาต่อไป

นายเวียง อายุ 61 ปี ผู้เป็นพ่อของนายศราวุฒิ เปิดเผยว่า เมื่อคืนลูกชายไม่ได้กลับบ้าน ประมาณตีสองได้โทรศัพท์มาหาในสภาพที่เมาสุราอย่างหนัก พูดจาไม่รู้เรื่อง เมื่อถามว่าอยู่ที่ไหนก็ไม่ยอมบอก ตนเองจึงบอกให้ลูกชายกลับบ้านเพราะเมามากแล้ว หลังจากนั้นก็ไม่สามารถติดต่อได้อีกเลย จนกระทั่งมาทราบข่าวว่าลูกชายขับรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ ดังกล่าว ส่วนสาเหตุน่าจะมาจากความเครียดสะสม และเชื่อว่าลูกชายทำร้ายตัวเอง ไม่ได้ถูกใครทำร้าย

ด้าน พ.ต.ท.ณัฐวัตร โอภาส สารวัตรสืบสวน สภ.สันทราย เปิดเผยว่า ผู้ตายมีอาชีพเป็นช่างทาสี และมีประวัติการติดสุราเรื้อรัง ที่ผ่านมาทางครอบครัวเคยพาไปเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลสันทราย แต่ผู้ตายไม่ยอมทานยาที่แพทย์สั่งให้ และมักจะมีปากเสียงทะเลาะกับพ่ออยู่บ่อยครั้ง ระยะหลังผู้ตายมีอาการหลอนคิดว่าถูกปองร้ายจนต้องหนีไปตามสถานที่ต่างๆ กระทั่งเมื่อคืนที่ผ่านมาได้ดื่มสุราจนเมาหนัก และโทรศัพท์ไปขอโทษพ่อ ก่อนที่จะเกิดเหตุสลดดังกล่าวขึ้น

กู้ภัยช่วยรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ

ข้อคิดจากเหตุการณ์: เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจให้เราใส่ใจดูแลสุขภาพจิตของคนใกล้ชิด หากพบว่ามีอาการผิดปกติ ควรรีบให้ความช่วยเหลือและสนับสนุนให้เข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี การละเลยปัญหาสุขภาพจิตอาจนำไปสู่ความสูญเสียที่ไม่คาดฝันได้

ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ

หากพบเห็นเหตุการณ์รถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ หรือแหล่งน้ำอื่นๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการโทรแจ้งหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เร็วที่สุด เช่น หน่วยกู้ภัย ตำรวจ หรือหน่วยงานบรรเทาสาธารณภัย การให้ข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำเกี่ยวกับสถานที่เกิดเหตุ ลักษณะของเหตุการณ์ และจำนวนผู้ประสบภัย จะช่วยให้เจ้าหน้าที่สามารถวางแผนและเข้าช่วยเหลือได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

นอกจากนี้ หากมีความรู้และทักษะในการช่วยเหลือเบื้องต้น เช่น การปฐมพยาบาล หรือการช่วยเหลือผู้ประสบภัยทางน้ำ ก็สามารถให้ความช่วยเหลือได้ตามความเหมาะสม แต่ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของตนเองเป็นสำคัญ และไม่ควรเข้าไปในพื้นที่เสี่ยงภัยโดยเด็ดขาด

การมีสติและความพร้อมในการให้ความช่วยเหลือเมื่อเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน จะช่วยลดความสูญเสียและเพิ่มโอกาสรอดชีวิตของผู้ประสบภัยได้

ที่มา – กู้ภัยช่วยรถกระบะตกเขื่อนแม่กวงฯ พบร่างชายคนขับถูกเชือกสีแดงมัดติดกับเบาะ

อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ สนามหลวง

พสกนิกรจำนวนมากเดินทางมาจับจองพื้นที่โดยรอบท้องสนามหลวง เพื่อร่วมแสดงความอาลัยในพิธีเคลื่อนพระบรมศพ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ด้วยความจงรักภักดีอย่างหาที่สุดมิได้

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศอันโศกเศร้าบริเวณท้องสนามหลวง ซึ่งเป็นทางผ่านไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พบว่ามีประชาชนจากทั่วสารทิศเดินทางมารวมตัวกันอย่างเนืองแน่น เพื่อร่วมแสดงความอาลัยถวายแด่ “สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง” หรือ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ที่พสกนิกรชาวไทยเคารพรักยิ่ง

ขบวนเคลื่อนพระบรมศพ สมเด็จพระพันปีหลวง จะออกจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ในเวลา 16.00 น. มุ่งหน้าสู่พระบรมมหาราชวัง ท่ามกลางความเศร้าโศกเสียใจของประชาชนทั้งประเทศ

ก่อนหน้านี้ สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนร่วมถวายน้ำสรงพระบรมศพ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ณ ศาลาสหทัยสมาคม พระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 12.00 น. ที่ผ่านมา เพื่อแสดงความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พิธีดังกล่าวเป็นไปด้วยความเรียบร้อยและสำรวม

อาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” ณ สนามหลวง

ตลอดทั้งวัน ประชาชนต่างทยอยเดินทางมายังบริเวณโดยรอบสนามหลวงอย่างต่อเนื่อง แม้สภาพอากาศจะร้อนอบอ้าว แต่ทุกคนก็ตั้งใจที่จะรอส่งเสด็จ “สมเด็จพระพันปีหลวง” เป็นครั้งสุดท้าย ด้วยความอาลัยรักอย่างสุดซึ้ง

ความรู้สึกของประชาชนที่มีต่อ “สมเด็จพระพันปีหลวง”

ประชาชนที่มาร่วมแสดงความอาลัย ต่างกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า “สมเด็จพระพันปีหลวง” ทรงเป็นแม่ของแผ่นดิน ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อประเทศชาติและประชาชนมากมาย ทรงเป็นศูนย์รวมใจของคนไทยทั้งชาติ การเสด็จสวรรคตของพระองค์จึงเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของประเทศ

หลายคนยังกล่าวอีกว่า จะน้อมนำพระราชดำริและพระราชกรณียกิจต่างๆ ของพระองค์มาเป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อปวงชนชาวไทย

บรรยากาศโดยรอบท้องสนามหลวงเต็มไปด้วยความโศกเศร้า ประชาชนต่างสวมชุดดำไว้ทุกข์ และถือพระบรมฉายาลักษณ์ของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” ไว้ในมือ หลายคนกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ เมื่อนึกถึงพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อพวกเขา

เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานต่างๆ ทั้งภาครัฐและเอกชน ต่างร่วมกันอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย มีการจัดเตรียมน้ำดื่ม อาหาร และยาสามัญประจำบ้านไว้ให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีอาสาสมัครจำนวนมากที่มาช่วยดูแลและให้ความช่วยเหลือประชาชน

การเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” นำมาซึ่งความโศกเศร้าเสียใจอย่างสุดซึ้งแก่พสกนิกรชาวไทยทั้งประเทศ แต่พระมหากรุณาธิคุณและพระราชกรณียกิจของพระองค์ จะยังคงอยู่ในความทรงจำของคนไทยตลอดไป และจะเป็นแรงบันดาลใจให้เราทุกคนร่วมกันสร้างสรรค์สังคมและประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อการเสด็จสวรรคตของ “สมเด็จพระพันปีหลวง” และขอเป็นกำลังใจให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน ขอให้เราทุกคนร่วมกันก้าวผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากนี้ไปด้วยกัน

ที่มา – รอบสนามหลวง พสกนิกรร่วมแสดงความอาลัย “สมเด็จพระพันปีหลวง” พิธีเคลื่อนพระบรมศพ

914 ไมล์ 185 แฟน: ทริปสุดไกลของบอลอังกฤษ

เมื่อทีม Truro City เตะที่สนาม Gateshead ใน National League เมื่อวันเสาร์ พวกเขาได้รับการสนับสนุนจากแฟนบอล 185 คนที่เดินทางไกลที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลลีกอังกฤษ

ได้รับการเลื่อนชั้นจากดิวิชั่นระดับภูมิภาคสู่ระดับประเทศเป็นครั้งแรกในฤดูร้อนนี้ ไม่เคยมีทีมใดเดินทางไกลเท่า Truro ในการแสวงหา 3 แต้มมาก่อน

BBC Sport เดินทางไปกับแฟนๆ จาก Cornwall ขึ้นไปยัง Northumberland เพื่อค้นหาว่าอะไรที่ทำให้การเดินทางไปกลับ 914 ไมล์เพื่อตามเชียร์ทีมฟุตบอลนั้นคุ้มค่า

Friday, 7am – Truro

ลมพัดกระโชกรอบที่จอดรถในแสงอรุณสลัว สั่นสะเทือนบานประตูเหล็กลูกฟูกของซูเปอร์มาร์เก็ตและส่งถุงพลาสติกที่ถูกทิ้งระเกะระกะปลิวว่อนขณะที่ฝนเทลงบนพื้น

นี่คือจุดที่ Shane Hendra และเพื่อนๆ ของเขาออกเดินทางไปชมเกมเยือนมานานหลายปี

“นี่คือเหตุผลว่าทำไมเราถึงรักฟุตบอล – เพื่อการผจญภัย” เขากล่าว

“ตั้งแต่เราขึ้นมา ทีมต่างๆ มากมายบ่นเกี่ยวกับการต้องลงมาที่นี่เพราะมันอยู่ไกล แต่เราก็ยินดีทำทุกๆ สัปดาห์เว้นสัปดาห์”

ขนมคอร์นิชพาสตี้ถูกส่งต่อวนรอบรถสำหรับอาหารเช้า เมื่อคำนึงถึงการหยุดพักระหว่างทาง กลุ่มคาดว่าจะถึงโรงแรมใน Newcastle ประมาณ 5 โมงเย็น

นั่งข้างฉันที่ด้านหลังคือ Matt Hall นักประวัติศาสตร์สโมสร Truro ซึ่งรู้สึกตื่นเต้นกับโอกาสที่จะได้เดินทางไกลกับทีมของเขา

“มันเหลือเชื่อมาก” เขากล่าวเสริม “มันเป็นอีกระดับของการเป็นผู้สนับสนุน

“ฉันไปกับพ่อมาหลายสิบปี แต่เขาเสียไปแล้ว เรามีแฟนๆ ไม่มาก ดังนั้นคุณจึงได้รู้จักทุกคนในเกม ฉันได้พบกับคนเหล่านี้และเดินทางไปกับพวกเขาในตอนนี้

“ฟุตบอลคือสิ่งที่ผูกมัดเรา มันให้ความสัมพันธ์ที่คุณจะไม่มีทางได้เจอ”

Friday, 9am – Exeter

ทีม Truro ซึ่งเป็นทีมเดียวจาก Cornwall ที่เคยเล่นในระดับนี้ กำลังพบกันที่ Exeter และเดินทางโดยรถโค้ชหรู

พวกเขาจะฝึกซ้อมช่วงบ่ายวันนี้ที่สนามฝึกซ้อมของ Derby County ก่อนที่จะพักใน Darlington และเดินทางถึง Gateshead ในเช้าวันเสาร์

ระยะทางที่สโมสรต้องเดินทางอาจทำให้พวกเขาอยู่ในสถานะที่ยากลำบากกว่าคู่แข่ง

“ข้อเสียเปรียบที่ง่ายที่สุดคือเรื่องการเงิน” Rob Butland กรรมการบริหารกล่าวในชุดวอร์มทีมเต็มยศที่สถานีบริการน้ำมัน “เราต้องหาเงินเพื่อเดินทางไกลทุกครั้ง

“แม้แต่เกมเยือนที่ใกล้ที่สุดของเราก็อยู่ห่างออกไปไม่กี่เคาน์ตี มันบ้ามาก

“เคล็ดลับคือพยายามเปลี่ยนการเดินทางให้เป็นจุดแข็ง – ใช้มันเป็นสิ่งที่รวมกลุ่มกัน

“เราภูมิใจในความพยายามที่เรากำลังทำและสร้างประวัติศาสตร์ Cornwall ต้องได้รับการเป็นตัวแทนในระดับนี้”

Friday, 3pm – Bristol

กลุ่มของ Hendra กำลังไปรับผู้โดยสารอีกคนใน Bristol ดังนั้นฉันจึงแยกทางกับพวกเขาที่นี่ อวยพรให้พวกเขาโชคดีและออกเดินทางเข้าเมืองเพื่อพบกับแฟนๆ ที่บินไป North East

การบินเป็นวิธีการเดินทางที่เป็นอันตรายต่อสิ่งแวดล้อมมากที่สุด แต่ค่าตั๋วรถไฟที่สูงเกินไปและความยาวของการเดินทางที่ไม่น่าอิจฉาหมายความว่าแฟนๆ ส่วนใหญ่เห็นว่ามันเป็นทางเลือกเดียวที่ใช้ได้

สโมสรไม่มีองค์กรสนับสนุนอย่างเป็นทางการหรือการเดินทางโดยรถโค้ชแบบจัด

สำหรับผู้ที่สนับสนุน Truro มาหลายชั่วอายุคน การเดินทางแบบนี้เป็นการรอคอยมาทั้งชีวิตและควรค่าแก่การลิ้มรส

“มันเป็นส่วนสำคัญของความสัมพันธ์ของเรา” John Joyce วัย 50 ปีกล่าว ซึ่งเดินทางไปกับ Tom ลูกชายวัย 23 ปี

“เพื่อนของฉันคือเพื่อนของเขาและในทางกลับกัน เพราะเราทุกคนแบ่งปันสิ่งนี้ด้วยกัน”

Tom กล่าวเสริมว่า “ฉันรู้สึกตื่นเต้นกับการเดินทางทั้งหมด เราปฏิบัติต่อมันเหมือนเป็นโอกาสครั้งเดียวในกรณีที่เราต้องกลับลงไป

“แฟนๆ ฝ่ายตรงข้ามในเกมเยือนกำลังจับมือเราและซื้อเบียร์ให้เรารับรู้ถึงสิ่งที่เรากำลังทำอยู่”

การเดินทางที่ยิ่งใหญ่นี้อาจง่ายขึ้นได้ด้วยความสำเร็จ – ความคาดหวังถึงความรุ่งโรจน์ทำให้การเดินทางที่ยากลำบากรู้สึกเบาลงเล็กน้อย

แต่ Truro เป็นหนึ่งในทีมอาชีพที่แย่ที่สุดในประเทศอย่างโหดร้าย

พวกเขานั่งอยู่ที่สามจากท้ายตารางใน National League และทำผลงานได้ย่ำแย่เป็นพิเศษในการเดินทางของพวกเขา

“คุณอาจคิดว่า ‘คนเหล่านี้บ้า’ [ที่เดินทางไกลเพื่อดูทีมของพวกเขาแพ้] แต่ผลลัพธ์ไม่ได้สร้างความแตกต่างมากนัก” John กล่าว

“เราต้องสนุกกับมันให้มากที่สุด มันเป็นปีที่พิเศษมาก”

Saturday, 2am – Newcastle

แฟนๆ ของ Truro คุ้นเคยกับการใช้เวลาในวันเยือนดื่มเบียร์ในเมืองทางใต้ที่เงียบสงบกว่า แต่การเลื่อนชั้นทำให้พวกเขามีโอกาสได้สนุกสนานในคืนวันศุกร์ที่สนุกสนานในหนึ่งในสถานที่จัดปาร์ตี้ที่ดีที่สุดของประเทศ

Newcastle ตอบโจทย์ทุกข้อ สำหรับแฟนๆ ที่ต้องการสถานบันเทิงแบบอังกฤษเก่าแก่ที่ดีเพื่อพูดคุยกันตลอดทั้งคืน พวกเขาพอใจที่ Quayside

สำหรับฝูงชนที่กระตือรือร้นที่ต้องการฟลอร์เต้นรำยามดึก พวกเขาได้พาตัวเองไปที่ Bigg Market และผู้คลั่งไคล้คาราโอเกะแทบจะไม่ได้รับการตอบสนองที่ดีกว่านี้อีกแล้ว

“ฉันดีใจมากที่เราทุกคนได้ทำสิ่งนี้ด้วยกัน” Tom กล่าวเสริมพร้อมกับเบียร์ในมือข้างหนึ่งและเครื่องดื่มแอลกอฮอล์สีฟ้าในอีกมือหนึ่ง “ในระดับนอกลีก คุณจะรู้สึกใกล้ชิดกับฟุตบอลและใกล้ชิดกันมากขึ้นด้วย”

Saturday, 3pm – Gateshead

ก่อนการแข่งขันมีอาการปวดหัวมากมาย ซึ่งส่วนใหญ่เลือกที่จะรักษาด้วยเบียร์ฟรีที่ผับ Fog on the Tyne เสนอให้กับแฟนๆ Truro 100 คนแรกที่ปรากฏตัว

Gateshead มีผู้เข้าชมน้อยที่สุดโดยเฉลี่ยใน National League แต่เล่นในสนามกีฬาที่มีความจุ 11,800 ที่นั่งซึ่งออกแบบมาเพื่อใช้จัดงานกรีฑาและการแสดงดนตรีด้วย

อัฒจันทร์เจ้าบ้านเกือบว่างเปล่าทั้งหมด อุณหภูมิลดลง และฟันกระทบกันบนอัฒจันทร์ทีมเยือนขณะที่ Truro เริ่มเตะ

ผู้เข้าชมทีมเยือนคือ 185 คน ซึ่งสูงกว่าปกติ ส่วนหนึ่งเป็นเพราะผู้ที่ถูกดึงดูดโดยความแปลกใหม่ของการเดินทางและการปรากฏตัวของผู้สังเกตการณ์ที่เป็นกลางสองสามคนที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์

Truro ดูมีชีวิตชีวาอย่างผิดปกติเมื่อเริ่มการแข่งขัน พวกเขานำอย่างสมควรหลังจาก 5 นาทีผ่าน Dominic Johnson-Fisher หลังจากไม่ได้รับอนุญาตอีกสองประตู พวกเขาก็เพิ่มเป็นสองเท่าก่อนพักครึ่งผ่าน Christian Oxlade-Chamberlain กองหลัง ซึ่ง Mark พ่อของเขา และ Alex พี่ชาย เล่นให้ทีมชาติอังกฤษระหว่างอาชีพของพวกเขา

ในช่วงพักครึ่ง อัฒจันทร์ทีมเยือนอยู่ในสภาพวุ่นวาย

แต่หลังจากพักครึ่ง Gateshead ก็ดีขึ้นและทำประตูตีเสมอสองครั้ง โดยประตูที่สองมาในนาทีที่ 70 ผ่าน Frank Nouble กองหน้าที่เล่นในพรีเมียร์ลีกให้ West Ham เมื่อเริ่มอาชีพอาวุโสของเขา

Truro มีโอกาสทองที่จะชนะในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ แบบตัวต่อตัวกับผู้รักษาประตู แต่ Luke Jephcott ยิงพลาด

“ฉันคงรับแต้มเดียวก่อนเริ่มเกม ฉันคิดว่าอย่างนั้นนะ” Sharon Hinds แฟนบอลมานานหลายสิบปีที่เคยเล่นให้กับทีมหญิงของสโมสรกล่าว

“ฉันคงหลงทางถ้าไม่ได้มาดูการแข่งขัน เราเล็กมากมานาน แต่รู้สึกเหมือนเป็นยักษ์ในตอนนี้ เราเป็นครอบครัวที่แท้จริงที่ดูแลซึ่งกันและกันเมื่อสิ่งต่างๆ ยากลำบาก มันสวยงามจริงๆ”

Sunday, 1am – Truro

ในบรรดาแฟนๆ กลุ่มแรกๆ ที่กลับมาที่ Truro คือ John และ Tom Joyce

“การเดินทางครั้งนี้คุ้มค่าหรือไม่? คุ้มค่าแน่นอน” John กล่าว “นี่คือภราดรภาพ การติดตามทีมของเราคือสิ่งที่เราทำ และการเดินทางครั้งนี้จะอยู่กับเราไปอีกนาน”

สถิติใหม่ของ Truro ไม่น่าจะถูกทำลายในเร็วๆ นี้

Mousehole และ Falmouth อยู่ทางใต้ของ Truro เล็กน้อย แต่ทีมของพวกเขาเล่นในระดับภูมิภาคต่ำกว่าสองสามระดับ และมีเพียง Newcastle ทีมพรีเมียร์ลีกและ Blyth Spartans ทีมอันดับแปดเท่านั้นที่อยู่ทางเหนือของ Gateshead ทำให้การพบกันในลีกกับ Truro ไม่น่าเป็นไปได้

การเดินทางครั้งนี้และผู้ที่เดินทาง จะมีสถานที่พิเศษในตำนานฟุตบอล

การเดินทาง 914 ไมล์ 185 แฟน: ทริปสุดไกลของบอลอังกฤษ ทำให้เห็นถึงจิตใจที่แข็งแกร่งของแฟนบอลที่พร้อมสนับสนุนทีมรักในทุกสถานการณ์ แม้ว่าผลการแข่งขันจะไม่เป็นใจก็ตาม นี้คือสิ่งที่ทำให้กีฬาฟุตบอลมีความพิเศษและน่าติดตาม

ที่มา – 914 miles, 185 fans – doing English football’s longest away day

แม่ปลื้มใจ! พาลูกแก้บนท้าวเวสสุวรรณ ได้เกรด 4 ทุกวิชา

สายมูสมหวัง มาแก้บน “ท้าวเวสสุวรรณ” วัดดอนใหญ่ หลังลูกชายได้เกรด 4 ทุกวิชา ไม่พลาดจุดธูป “เลขเด็ด” ด้านคนดวงเฮง เดินทางมาขอโชค “ไอ้ไข่” หวังนำไปลุ้นโชคอีกงวด

วันที่ 26 ตุลาคม 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดดอนใหญ่ คลอง 8 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี บรรยากาศยังเต็มไปด้วยประชาชนที่ทยอยเดินทางมากราบไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในวัดดอนใหญ่ โดยบางส่วนยังเข้าเยี่ยมชมภายในอุทยานธรรมพญานาคราช พระปางเปิดโลกวัดดอนใหญ่กันอีกด้วย

ด้าน นางสาวพรทิพย์ โพธิ์ทรง พร้อมครอบครัว นำน้ำแดง 2 แพ็ก เครื่องเซ่นไหว้ชุดใหญ่ มาแก้บนท้าวเวสสุวรรณ หลังสมหวังเรื่องโชคลาภ และลูกชายสอบได้เกรด 4 ทุกวิชา

นางสาวพรทิพย์ กล่าวว่า ตนเองนั้นมาขอพรกับท้าวเวสสุวรรณไว้ว่า ขอให้ลูกชายสอบผ่าน แล้วให้ผลการเรียนดีเนื่องจากลูกชายตนเรียนสอบได้เกรด 4 เกือบทุกวิชา แต่ติดอยู่วิชาเดียวที่ไม่ได้ ตนจึงอยากให้ลูกชายสอบได้เกรดดีๆ เกรด 4 ทุกวิชาจะได้เข้าเรียนที่โรงเรียนดังๆ ได้ ผลปรากฏว่าลูกชายไม่ทำให้ผิดหวัง สามารถสอบได้เกรด 4 ทุกวิชา รู้สึกดีใจเป็นอย่างมาก นอกจากเรื่องของลูกชายแล้ว ตนเองก็มีโชคในเรื่องเงินทอง ถูกรางวัลมาแล้วไม่ต่ำกว่า 20 งวด ได้มากบ้างน้อยบ้าง ต่างกันไปในแต่ละงวด

นางสาวพรทิพย์ ยังกล่าวอีกว่า ตนเคยไม่มาขอพรท้าวเวสฯ 2 ครั้ง คิดว่ามีโชคแล้วจะโชคดีตลอด แต่ผลปรากฏว่าตนเองไม่มีโชคเลย สุดท้ายตนต้องมาขอพรท้าวเวสฯ ต่อ จึงเริ่มมีโชคมาจนถึงวันนี้ แล้ววันนี้ผลประสบความสำเร็จแล้ว จึงพากันมาแก้บนดังกล่าว และก่อนกลับได้จุดธูปเสี่ยงทายเลข 160 ไปลุ้นงวดต่อไป

ทางด้านนางพัชรินทร์ เต๊ะชัย นำมะพร้าว พร้อมด้วยขนมหวาน ขนมเปี๊ยะ โอเลี้ยง น้ำแดง และเครื่องเซ่นไหว้มาแก้บนไอ้ไข่วัดดอนใหญ่ หลังได้โชคในงวดที่ผ่านมา

นางพัชรินทร์ กล่าวว่า ตนเองมีอาชีพเป็นแม่ค้า ได้เดินทางมาขอพรไอ้ไข่วัดดอนใหญ่อยู่เป็นประจำ จนจำไม่ได้แล้วว่าขอมากี่ครั้ง ถ้าจะนับจริงๆ ก็เกิน 10 กว่าครั้ง แต่ตนไม่ได้มีโชคใหญ่อย่างคนอื่นเขา ได้แค่เล็กๆ น้อยๆ พอชื่นใจ แต่ตนก็ได้โชคมาตลอด ตั้งแต่มาขอพรกับไอ้ไข่วัดดอนใหญ่แห่งนี้ วันนี้ตนก็นำของมาแก้บนดังกล่าว ก่อนกลับยังได้จุดธูปเสี่ยงทายได้เลข 362 นำกลับไปลุ้นโชคอีกครั้ง

แม่ปลื้มใจ พาลูกชายแก้บน “ท้าวเวสสุวรรณ” หลังได้เกรด 4 ทุกวิชา

ทำไมต้องแก้บนท้าวเวสสุวรรณ?

เรื่องราวของนางสาวพรทิพย์ที่พาลูกชายมาแก้บนท้าวเวสสุวรรณที่วัดดอนใหญ่ กลายเป็นที่สนใจของหลายคน เพราะแสดงให้เห็นถึงความเชื่อและความศรัทธาที่มีต่อสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การที่ลูกชายสอบได้เกรด 4 ทุกวิชาหลังจากขอพร ทำให้เห็นว่าความหวังและความตั้งใจสามารถเป็นจริงได้ด้วยแรงศรัทธา

นอกจากนี้ การที่นางสาวพรทิพย์ถูกรางวัลหลายงวดก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้หลายคนสนใจเรื่องราวนี้มากขึ้น อย่างไรก็ตาม การเสี่ยงโชคควรอยู่ในขอบเขตที่เหมาะสม และไม่ควรทำให้ตนเองและผู้อื่นเดือดร้อน

สำหรับใครที่กำลังมีความหวังหรือต้องการกำลังใจ การไปสักการะท้าวเวสสุวรรณหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่ตนเองเคารพนับถือก็อาจเป็นทางเลือกหนึ่ง แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการตั้งใจทำในสิ่งที่ถูกต้องและดีงาม เพื่อให้ประสบความสำเร็จในชีวิต

อย่าลืมว่าความสำเร็จไม่ได้มาจากการขอพรเพียงอย่างเดียว แต่มาจากการลงมือทำและความพยายามอย่างสม่ำเสมอ

ที่มา – แม่ปลื้มใจ พาลูกชายแก้บน “ท้าวเวสสุวรรณ” หลังได้เกรด 4 ทุกวิชา ไม่ลืมขอเลขเด็ด

ตะครุบ! ตำรวจปลอมตัว จับแก๊งไนจีเรียค้า “โคเคน” ย่านนานา-อโศก

ตำรวจนครบาลร่วมกับ บช.ปส. ปฏิบัติการ “ทลายเงามืดนานา” (Take Down Black-Shadow Nana) สุดระทึก! ปลอมตัวเป็นช่างปูนไซต์งานก่อสร้าง บุกจับแก๊งต่างชาติผิวสีชาวไนจีเรีย ข้อหาจำหน่ายโคเคนให้กับนักท่องเที่ยวย่านนานา-อโศก งานนี้มีผู้ต้องหาหลายรายโดนรวบ!

เมื่อเวลา 00.05 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2568 พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ พล.ต.อ.สำราญ นวลมา รอง ผบ.ตร. พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เปิดปฏิบัติการ “ทลายเงามืดนานา” จับกุมผู้ต้องหาชาวไนจีเรียและคนไทย รวม 9 ราย พร้อมของกลาง โคเคน 2 ถุง หนักรวม 4 กรัม และโทรศัพท์มือถือ 11 เครื่อง

ผู้ต้องหาทั้งหมดถูกแจ้งข้อหา “ร่วมกันมีและจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท 2 (โคเคน) โดยการมีไว้เพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย”

ปฏิบัติการครั้งนี้สืบเนื่องจาก พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. สั่งการให้ตำรวจทุกหน่วยสแกนพื้นที่ท่องเที่ยวทั่วประเทศ หลังพบข้อมูลใน Reddit ว่ามีนักท่องเที่ยวร้องเรียนเรื่อง “กลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกา” ที่มีพฤติกรรม ขายยาเสพติด หลอกลวง และพยายามล้วงกระเป๋าในย่านนานา-อโศก

พล.ต.ท.อาชยน ไกรทอง ผบช.ปส. จึงบูรณาการกำลังร่วมกับ พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง แฝงตัวอำพรางลาดตระเวนเดินเท้าในพื้นที่ย่านนานา-อโศก จนพบกับกลุ่มชายผิวสี ยืนจับกลุ่มจำหน่ายยาเสพติดให้กับนักท่องเที่ยว

จากการสืบสวนพบว่า กลุ่มชายผิวสีนี้มีทักษะการต่อต้านเจ้าหน้าที่เป็นอย่างดี กล่าวคือ จะไม่สนทนากับคนไทย จะพูดคุยแค่กับนักท่องเที่ยวต่างชาติเท่านั้น และหากพบคนไทยหรือคนต้องสงสัยว่าเป็นตำรวจจะวิ่งหนีทันที นอกจากนี้ยังมีทักษะพิเศษคือการอมยาเสพติดไว้ในปาก เมื่อมีลูกค้ามาขอซื้อจะแอบคายออกจากปากแล้วส่งให้ลูกค้า และหากเจ้าหน้าที่มาตรวจสอบจะ “กลืนยาเสพติดลงท้อง” เพื่อหลีกเลี่ยงการถูกจับกุม

ตำรวจปลอมตัวทลายแก๊งโคเคนย่านนานา-อโศกได้อย่างไร?

เจ้าหน้าที่ตำรวจกว่า 40 นาย จากชุดปราบปรามยาเสพติดนครบาล (ศอ.ปส.บช.น.), บก.ปส.1 สยบไพรี และ สน.ลุมพินี แต่งกายเป็น “ช่างปูน” ขึ้นรถ 2 แถว ไปจอดบริเวณไซต์งานก่อสร้างกลางซอยสุขุมวิท 11 ใกล้กับจุดที่ชายผิวสีจับกลุ่มขายยาเสพติด

ระหว่างที่ไปถึง ตำรวจอำพรางในชุดช่างเทปูนต่างลุ้นไปด้วยกันว่า กลุ่มคนร้ายจะรู้ตัวหรือไม่ แต่ปรากฏว่ากลุ่มคนร้ายตายใจ เข้าใจผิดคิดว่าตำรวจในคราบช่างปูนเป็นคนงานก่อสร้างจริง ๆ

ไม่นานก็มีชาวต่างชาติ 2 รายถูกกลุ่มคนร้ายชักชวนพูดคุย ก่อนจะส่งมอบสิ่งของบางอย่างกันต่อหน้าต่อตา ชุดสืบสวนในคราบช่างก่อสร้างจึงลงจากรถ ล้อมกลุ่มคนร้ายอย่างแนบเนียน ก่อนที่ พล.ต.ต.ธีรเดช สั่งการให้เข้าจับกุม กลุ่มคนร้ายแตกฮือ วิ่งหนีกันอลหม่าน แต่สุดท้ายก็ถูกรวบตัวได้ทั้งหมด 9 คน พร้อมของกลางยาเสพติด

ปฏิบัติการทลายแก๊งไนจีเรีย ค้า “โคเคน” ย่านนานา-อโศก

รายชื่อผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม:

  • Mr.ONYEKAMMA OBIOMA FRANKLINE อายุ 29 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • Mr.ONUOHA UGOCHUKWU DESMOND อายุ 34 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • Mr.NNAWUKE IZUCHUKWU LUCKY อายุ 29 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • Mr.ALAHIEOBI CHIMA FAVOUR อายุ 35 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • Mr.UBAMMADU EMMANUEL CHIBUZOR อายุ 32 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • Mr.AMAJIOYI CHINAEMEZE อายุ 23 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • Mr.UDEMGBA JEKWU INNOCENT อายุ 28 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • Mr.NWACHUKWU CHISOM อายุ 41 ปี สัญชาติ ไนจีเรีย
  • นายภาณุวัฒน์ ทานะเวช หรือปั๊ม อายุ 36 ปี ชาว จ.อุดรธานี

พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ รอง ผบช.น. หัวหน้าศูนย์ปราบปรามยาเสพติด บช.น. กล่าวว่า กลุ่มชายผิวสีชาวแอฟริกามักลักลอบนำยาเสพติดเข้ามาในประเทศไทยด้วยการ “กลืน” แล้วนำมาขายยังแหล่งท่องเที่ยว โดยส่วนมากจะเป็นยาเสพติดประเภทโคเคน

จากการขยายผลการจับกุมครั้งนี้ พบว่ากลุ่มผู้ที่คอยจำหน่ายจะซุกซ่อนยาเสพติดไว้ในปาก เมื่อถูกจับกุมก็จะกลืนยาเสพติดเข้าไปในท้องทันที ทำให้เจ้าหน้าที่ไม่พบของกลาง คดีนี้ตำรวจต้องใช้การอำพรางถึงจะเข้าถึงตัวคนร้ายได้

ทำไมต้องปราบปรามแก๊งค้ายา “โคเคน” ย่านนานา-อโศก?

การปราบปรามยาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญ เพราะเป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยว และเป็นการรักษาภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทย พล.ต.ท.สยาม บุญสม ผบช.น. สั่งการให้ปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติในลักษณะนี้ทั่วพื้นที่นครบาล เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวที่มาท่องเที่ยวในประเทศไทย ตามนโยบายของ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร.

การปฏิบัติการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการแก้ไขปัญหายาเสพติดในแหล่งท่องเที่ยว และเป็นการส่งสัญญาณไปยังกลุ่มอาชญากรว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจจะไม่ปล่อยให้ใครมาทำลายภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยอย่างแน่นอน

ที่มา – ตำรวจปลอมตัวเป็นช่างไซต์งานก่อสร้าง จับแก๊งไนจีเรียค้า “โคเคน” ย่านนานา-อโศก

ทหารพรานจับ 64 แรงงานเถื่อน ลักลอบเข้าเมืองแม่ระมาด

ทหารพรานสกัดจับแรงงานเมียนมา 64 ราย ลักลอบเข้าเมืองผิดกฎหมาย บริเวณชายแดนแม่ระมาด

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 26 ตุลาคม 2568 พันเอกองอาจ สัมพันธ์ ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 35 โดยกองร้อยทหารพรานที่ 3501 ได้ออกลาดตระเวนตามแนวชายแดนไทย-เมียนมา

ภายหลังได้รับแจ้งจากสายข่าวว่า จะมีการลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อมาขายแรงงาน ในฝั่งไทย บริเวณบ้านน้ำดิบบอนหวาน ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก

ทางเจ้าหน้าที่หน่วยทหารพราน 3501 จึงได้นำกำลังพล 1 ชุดปฏิบัติการ ร่วมกับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ 345 (แม่ระมาด), ตำรวจ สภ.แม่ระมาด, ฝ่ายปกครอง บูรณาการเข้าทำการตรวจสอบพื้นที่ดังกล่าว

จากการปฏิบัติตรวจพบกลุ่มบุคคลลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย เพื่อเข้ามาขายแรงงาน สัญชาติเมียนมา จำนวน 64 ราย เป็นชาย 43 ราย และเป็นหญิง 21 ราย พร้อมผู้นำพา จำนวน 3 ราย เป็นผู้ชายทั้งหมด พร้อมรถยนต์ของกลางที่ใช้นำพา ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นวีออส สีบรอนซ์เงิน หมายเลขทะเบียน 7921 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ-ไอ หมายเลขทะเบียน 1 กง 1928 ตาก จำนวน 1 คัน โดยมีผู้นำพาที่เป็นคนไทย คือนายภาณุพงษ์ อายุ 22 ปี ที่อยู่ในหมู่ 2 ต.แม่ระมาด จ.ตาก นายบะเก อายุ 48 ปี ที่อยู่ในหมู่ 2 ต.แม่ระมาด อ.แม่ระมาด จ.ตาก และ นายแอ้เค อายุ 42 ปี ไม่มีบัตรและที่อยู่

ทางเจ้าหน้าที่ทหารพราน-ตำรวจ-ตชด. และฝ่ายปกครอง ชุดที่ร่วมทำการจับกุม จึงได้นำตัวกลุ่มบุคคลต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองโดยผิดกฎหมาย สัญชาติเมียนมา จำนวน 64 ราย และผู้นำพา 3 ราย พร้อมของกลาง รถยนต์ จำนวน 1 คัน และรถจักรยานยนต์ จำนวน 1 คัน ส่งพันตำรวจโทณว์พรรณ์ เทียมฉันท์ สารวัตรสอบสวน สภ.แม่ระมาด เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.

ทหารพราน สกัดจับแรงงานต่างด้าว 64 ราย ลักลอบเข้าเมือง ชายแดนแม่ระมาด

การจับกุมแรงงานต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมืองในครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของเจ้าหน้าที่ในการรักษาความมั่นคงตามแนวชายแดน และป้องกันการกระทำผิดกฎหมายที่อาจส่งผลกระทบต่อความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ การลักลอบเข้าเมืองถือเป็นปัญหาสำคัญที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันปัญหาอาชญากรรม การค้ามนุษย์ และการแพร่ระบาดของโรคติดต่อ

ผลกระทบของการลักลอบเข้าเมืองต่อเศรษฐกิจและสังคม

การลักลอบเข้าเมืองไม่เพียงแต่ผิดกฎหมายเท่านั้น แต่ยังมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจและสังคมในหลายด้าน แรงงานต่างด้าวที่ ลักลอบเข้าเมือง มักจะได้รับค่าจ้างที่ต่ำกว่ามาตรฐาน ทำให้แรงงานไทยเสียเปรียบในการแข่งขัน นอกจากนี้ ยังอาจก่อให้เกิดปัญหาอาชญากรรม การแพร่ระบาดของโรคติดต่อ และปัญหาทางสังคมอื่นๆ ตามมา

มาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมือง

เพื่อแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมืองอย่างยั่งยืน จำเป็นต้องมีมาตรการที่ครอบคลุมทั้งด้านการป้องกัน การปราบปราม และการฟื้นฟู เจ้าหน้าที่ต้องเพิ่มความเข้มงวดในการลาดตระเวนตามแนวชายแดน และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง นอกจากนี้ ยังต้องมีการสร้างความร่วมมือกับประเทศเพื่อนบ้านในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร และแก้ไขปัญหาร่วมกัน

  • การลาดตระเวนชายแดน: เพิ่มความถี่และความเข้มข้นในการลาดตระเวน
  • การบังคับใช้กฎหมาย: ดำเนินคดีกับผู้กระทำผิดอย่างจริงจัง
  • ความร่วมมือระหว่างประเทศ: แลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและแก้ไขปัญหาร่วมกัน
  • การสร้างความเข้าใจ: ให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับผลกระทบของการลักลอบเข้าเมือง

นอกจากมาตรการที่กล่าวมาข้างต้น การแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ เช่น การพัฒนาเศรษฐกิจและสร้างงานในประเทศเพื่อนบ้าน ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยลดแรงจูงใจในการลักลอบเข้าเมืองได้ในระยะยาว

การแก้ไขปัญหาการลักลอบเข้าเมืองเป็นเรื่องที่ท้าทายและต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน เพื่อสร้างสังคมที่มั่นคงและปลอดภัยสำหรับทุกคน

ที่มา – ทหารพราน สกัดจับแรงงานต่างด้าว 64 ราย ลักลอบเข้าเมือง ชายแดนแม่ระมาด