วัน: 31 ตุลาคม 2025

3 กลุ่มยื่นหลักฐานการเงินซื้อ เชฟฯ เว้นส์เดย์

มี 3 กลุ่มที่ยื่นหลักฐานการเงินมูลค่า 50 ล้านปอนด์ให้แก่ผู้บริหารของสโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ เพื่อเข้าซื้อสโมสรแห่งแชมเปี้ยนชิพ

บีบีซี เชฟฟิลด์ เข้าใจว่ามีกลุ่มที่สนใจอื่นๆ อีกจำนวนมากที่คาดว่าจะยื่นข้อเสนอเข้ามา

สโมสร “นกเค้าแมว” ถูกสั่งเข้าสู่กระบวนการบริหารเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา เพื่อยุติการเป็นเจ้าของสโมสรของ เดจพล จันศิริ เป็นเวลา 10 ปี

ผลจากการเข้าสู่กระบวนการบริหาร สโมสรถูกหัก 12 แต้มโดยอิงลิช ฟุตบอล ลีก และรั้งท้ายตารางคะแนนในลีกรอง โดยมีแต้มตามหลังพื้นที่ปลอดภัยถึง 16 แต้ม

ผู้บริหารของสโมสรกล่าวเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พวกเขาสามารถจ่ายค่าจ้างทั้งหมดได้เร็วกว่ากำหนดหนึ่งวัน

การจ่ายค่าจ้างล่าช้าเกิดขึ้นถึง 5 ครั้งจาก 7 เดือนก่อนหน้านี้ภายใต้การบริหารที่วุ่นวายของ จันศิริ

เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ จะเดินทางไปเยือนเวสต์บรอมวิชในวันเสาร์นี้ โดยหวังว่าจะคว้าชัยชนะในลีกเป็นครั้งที่สองของฤดูกาลนี้

3 กลุ่มยื่นหลักฐานการเงินซื้อ เชฟฯ เว้นส์เดย์

สถานการณ์ของสโมสรฟุตบอลเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ กำลังอยู่ในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อสำคัญ หลังจากที่สโมสรถูกสั่งเข้าสู่กระบวนการบริหารและถูกหักคะแนนอย่างหนัก ทำให้สถานการณ์ในลีกยิ่งยากลำบาก การเข้ามาของผู้บริหารชุดใหม่และการแสดงความสนใจจากหลายกลุ่มทุนจึงเป็นสัญญาณที่น่ายินดีสำหรับแฟนบอล

การมี 3 กลุ่มยื่นหลักฐานการเงินซื้อ เชฟฯ เว้นส์เดย์ แสดงให้เห็นถึงความสนใจที่ยังมีอยู่ต่อสโมสรที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานและฐานแฟนบอลที่เหนียวแน่น แม้ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะท้าทายอย่างยิ่ง

อะไรคือความสำคัญของการยื่นหลักฐานการเงิน?

การยื่นหลักฐานทางการเงินถือเป็นขั้นตอนสำคัญในการเข้าซื้อสโมสรฟุตบอล เนื่องจากเป็นการแสดงให้เห็นว่ากลุ่มทุนที่สนใจมีความพร้อมทางการเงินที่แท้จริงในการบริหารจัดการสโมสรในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายค่าจ้างนักเตะและพนักงาน การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน หรือการเสริมทัพนักเตะใหม่

อนาคตของเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์จะเป็นอย่างไร?

อนาคตของเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์ยังคงไม่แน่นอน แต่การมีกลุ่มทุนที่พร้อมเข้ามาบริหารจัดการสโมสรก็เป็นสัญญาณที่ดี การตัดสินใจของผู้บริหารชุดใหม่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางของสโมสรในอนาคต ไม่ว่าจะเป็นการพยายามไต่อันดับในลีก การสร้างความมั่นคงทางการเงิน หรือการกลับมาเป็นสโมสรชั้นนำอีกครั้ง

ปัจจัยสำคัญที่จะส่งผลต่ออนาคตของสโมสร:

  • การตัดสินใจของผู้บริหารชุดใหม่
  • การสนับสนุนจากแฟนบอล
  • การบริหารจัดการสโมสรอย่างมีประสิทธิภาพ
  • การลงทุนในทีมและโครงสร้างพื้นฐาน

สถานการณ์ของเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์เป็นเครื่องเตือนใจให้เห็นถึงความสำคัญของการบริหารจัดการสโมสรฟุตบอลอย่างยั่งยืน ความผิดพลาดในการบริหารอาจนำไปสู่ปัญหาทางการเงินและการตกต่ำของสโมสรได้

แฟนบอลของเชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์คงหวังว่า การเข้ามาของกลุ่มทุนใหม่จะนำพาความหวังและอนาคตที่สดใสกลับคืนสู่สโมสรอีกครั้ง การสนับสนุนจากแฟนบอลและการบริหารจัดการที่ดีจะเป็นกุญแจสำคัญในการฟื้นฟูสโมสรให้กลับมายิ่งใหญ่อีกครั้ง 3 กลุ่มยื่นหลักฐานการเงินซื้อ เชฟฯ เว้นส์เดย์ ถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำคัญ

สุดท้ายนี้ การเข้ามาของกลุ่มทุนใหม่นั้นเป็นเพียงจุดเริ่มต้น การบริหารจัดการที่ดี การลงทุนที่เหมาะสม และการสนับสนุนจากแฟนบอลจึงจะเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เชฟฟิลด์ เว้นส์เดย์กลับมายืนหยัดได้อย่างแข็งแกร่งอีกครั้ง

ที่มา – Three parties give proof of funds to buy Sheff Wed

สลด! คนร้ายสวมฮิญาบ รัวยิงทหารพรานดับ

เกิดเหตุสะเทือนขวัญในจังหวัดนราธิวาส เมื่อคนร้าย 2 ราย สวมฮิญาบอำพรางตัว ก่อเหตุรัวยิงทหารพรานเสียชีวิต ก่อนขโมยปืนพกหลบหนีไป เหตุการณ์นี้สร้างความโศกเศร้าและสะเทือนใจให้กับผู้ที่ทราบข่าวเป็นอย่างมาก

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พ.ต.อ.ศุภชัช ศุภกิจจารักษ์ ผกก.สภ.รือเสาะ จ.นราธิวาส ได้รับแจ้งเหตุร้าย มีผู้ถูกยิงเสียชีวิตบนถนน 4060 สายสาวอ-ตะโละหะลอ บริเวณบ้านสาวอฮูลู ม.2 ต.สาวอ หลังรับแจ้งเหตุจึงรีบรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดเก็บกู้และทำลายวัตถุระเบิด นปพ.กองกำกับการตำรวจภูธร จ.นราธิวาส เจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบรถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นสกู๊ปปี้ สีดำ ทะเบียนนราธิวาส ล้มตะแคงอยู่ริมถนน ใกล้กันนั้นพบผ้าห่มนวมสีฟ้าวางอยู่บริเวณที่พักเท้า พร้อมด้วยนกกรงหัวจุก จำนวน 2 ตัว ที่อยู่ในกรง นอกจากนี้ ยังพบศพผู้เสียชีวิตนอนจมกองเลือดอยู่บนถนน ทราบชื่อต่อมาคือ อส.ทพ.มะกอเซ็ง บาโสะอ อายุ 48 ปี อาสาสมัครทหารพรานชุดเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 ต.วังพญา อ.รามัน จ.ยะลา สภาพศพมีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืน เอ็ม 16 บริเวณศีรษะ แผ่นหลัง หน้าอก ลำตัว และขา พรุนไปทั้งร่าง จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ เจ้าหน้าที่พบปลอกกระสุนปืน เอ็ม 16 ตกอยู่ถึง 20 ปลอก

จากการสอบสวนพยานแวดล้อม ทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ ผู้เสียชีวิตอยู่ในช่วงลาพัก และได้ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากบ้านพัก ในพื้นที่ ม.2 ต.กาลูปัง อ.รามัน จ.ยะลา โดยนำนกกรงหัวจุก จำนวน 2 ตัว ไปร่วมเข้าการแข่งขันชิงรางวัล จนได้รับชัยชนะ เป็นผ้าห่มนวม 1 ผืน จากนั้นได้ขี่รถจักรยานยนต์เพื่อกลับบ้าน เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุ ได้มีคนร้ายสวมฮิญาบ 2 คน แต่งกายอำพรางตัวด้วยชุดฮิญาบแบบผู้หญิง ขี่รถจักรยานยนต์เป็นพาหนะขับเข้าประชิด ก่อนที่คนร้ายที่นั่งซ้อนท้ายจะใช้อาวุธปืน เอ็ม 16 ยิงใส่ร่างผู้เสียชีวิตอย่างโหดเหี้ยมถึง 20 นัดซ้อน ทำให้รถจักรยานยนต์เสียหลักพลิกคว่ำ หลังจากนั้นคนร้ายได้ลงจากรถ ชิงเอาปืนพกขนาด 9 มม. ของผู้ตายไป 1 กระบอก ก่อนที่จะหลบหนีไป โดยขี่รถจักรยานยนต์ย้อนกลับเข้าไปในพื้นที่ อ.รือเสาะ

คนร้ายสวมฮิญาบ รัวยิงทหารพรานดับ

เบื้องต้น เจ้าหน้าที่ตำรวจเชื่อว่า เหตุการณ์นี้เป็นการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง ที่ต้องการลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน อย่างไรก็ตาม ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจะทำการสอบสวนหาสาเหตุที่แน่ชัดอีกครั้ง เพื่อติดตามตัวคนร้ายสวมฮิญาบมาดำเนินคดีตามกฎหมายให้ได้โดยเร็ว

การติดตามตัวคนร้ายสวมฮิญาบ

ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งสืบสวนและติดตามตัวคนร้ายสวมฮิญาบที่ก่อเหตุอย่างใกล้ชิด โดยได้มีการระดมกำลังเจ้าหน้าที่จากหลายหน่วยงาน เพื่อทำการสืบสวนหาข่าว และตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง เพื่อหาร่องรอยของคนร้าย นอกจากนี้ ยังได้มีการประสานงานกับหน่วยงานด้านความมั่นคงในพื้นที่ เพื่อขอความร่วมมือในการติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีให้ได้โดยเร็ว

เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้ แสดงให้เห็นถึงความโหดเหี้ยมของกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบ ที่ยังคงพยายามก่อเหตุร้ายอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความหวาดกลัวและทำลายความสงบสุขของประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทางเจ้าหน้าที่รัฐจึงจำเป็นต้องเพิ่มความเข้มงวดในการรักษาความปลอดภัย และบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ร้ายแรงเช่นนี้ขึ้นอีก

เหตุการณ์คนร้ายสวมฮิญาบรัวยิงทหารพรานจนเสียชีวิต นับเป็นความสูญเสียครั้งใหญ่อีกครั้งหนึ่งในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สะท้อนให้เห็นถึงความรุนแรงที่ยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และความท้าทายในการแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่

เราขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและญาติของผู้เสียชีวิต และขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ทุกท่านที่ปฏิบัติหน้าที่อย่างเสียสละในพื้นที่เสี่ยงภัย หวังเป็นอย่างยิ่งว่าความยุติธรรมจะมาถึง และผู้กระทำผิดจะถูกนำตัวมาลงโทษตามกฎหมาย

ที่มา – คนร้ายสวมฮิญาบ รัวยิงทหารพรานกว่า 20 นัด เสียชีวิต ขโมยปืนพก 9 มม. หลบหนี

เวมบลีย์ & คาร์ดิฟฟ์ ชิงจัด UCL รอบชิงฯ – เจ้าภาพตัดสินอย่างไร?

สมาคมฟุตบอลอังกฤษ (The Football Association) ได้แสดงความสนใจที่จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีก (Champions League) รอบชิงชนะเลิศ ปี 2029 ที่สนามเวมบลีย์ (Wembley)

นอกจากนี้ สมาคมฟุตบอลเวลส์ (Welsh FA) ยังได้สมัครเพื่อเสนอชื่อให้สนามพรินซิพาลิตี้สเตเดียม (Principality Stadium) ในคาร์ดิฟฟ์ (Cardiff) เป็นสถานที่จัดการแข่งขันยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหญิง (Women’s Champions League) รอบชิงชนะเลิศในปีเดียวกัน แต่คำถามสำคัญคือ แล้วเจ้าภาพถูกตัดสินเลือกกันอย่างไร

ท้ายที่สุดแล้ว การตัดสินใจเลือกเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศของแชมเปียนส์ลีก, ยูโรปาลีก (Europa League) และยูโรปาคอนเฟอเรนซ์ลีก (Conference League) นั้น เป็นอำนาจของสหพันธ์ฟุตบอลยุโรป หรือ ยูฟ่า (Uefa)

ก่อนการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศแต่ละครั้งจะมาถึง ยูฟ่าจะส่งจดหมายเชิญไปยังสมาชิกทั้ง 55 ชาติ เพื่อเชิญชวนให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพ โดยในจดหมายจะระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรายการแข่งขันที่เปิดให้เสนอตัว และเกณฑ์ขั้นต่ำที่ต้องมีในการยื่นข้อเสนอ

สมาคมฟุตบอลของแต่ละชาติ และผู้บริหารสนามที่สนใจ จะร่วมมือกันสร้างข้อเสนอ โดยพยายามนำเสนอจุดเด่นของตนเองในด้านต่างๆ เช่น การเข้าถึงสนาม, กิจกรรมในภูมิภาค, การบริการ และความปลอดภัย

จากนั้น ผู้ที่สนใจจะต้องส่งเอกสารข้อเสนอไปยังยูฟ่า ซึ่งจะทำการประเมินข้อเสนอเหล่านั้น เทียบกับข้อเสนออื่นๆ ในระหว่างการประเมิน ยูฟ่าอาจขอข้อมูลเพิ่มเติม หรือขอคำยืนยันในเรื่องต่างๆ เช่น แผนการปรับปรุงสนาม

ช่วงเวลาในการยื่นข้อเสนอมักจะเปิดกว้างหลายฤดูกาล ซึ่งหมายความว่า ผู้ยื่นข้อเสนอสามารถระบุปีที่ต้องการเป็นเจ้าภาพ หรือลงทะเบียนความสนใจสำหรับการเป็นเจ้าภาพในรายการใดก็ได้ในช่วงเวลาหลายปี

การเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศ มีผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจอย่างมาก โดยสิ่งที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือ การหลั่งไหลเข้ามาของนักท่องเที่ยวในภูมิภาคท้องถิ่นจากแฟนบอลที่เดินทางมาเชียร์ทีมรัก

สนามที่เพิ่งสร้างใหม่มักจะยื่นข้อเสนอ และได้รับการคัดเลือกให้เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการใหญ่ๆ ในยุโรป การเป็นเจ้าภาพช่วยให้ผู้บริหารสนามสามารถชดเชยค่าใช้จ่ายในการก่อสร้างสนามใหม่ได้ ยูฟ่าเองก็ยินดีที่จะตอบแทนการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานด้านฟุตบอลใหม่ๆ และสนามที่ใหม่กว่ามักจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ทันสมัยกว่า

เกณฑ์อะไรบ้างที่สนามต้องมีเพื่อเป็นเจ้าภาพยูฟ่ารอบชิงชนะเลิศ

ยูฟ่าจัดอันดับสนามต่างๆ ทั่วยุโรปออกเป็นสี่ประเภท โดยประเภทที่หนึ่งคือระดับต่ำสุด และประเภทที่สี่คือระดับสูงสุด

เฉพาะสนามประเภทที่สี่เท่านั้นที่สามารถเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศรายการใหญ่ได้ สนามประเภทที่สี่จะต้องมีความจุอย่างน้อย 8,000 ที่นั่ง และมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์อื่นๆ อีกมากมาย เช่น:

  • ขนาดของสนามและห้องแต่งตัว
  • ระดับของแสงไฟส่องสว่าง
  • การครอบคลุมของกล้องวงจรปิด (CCTV)
  • จำนวนประตูหมุน, ที่นั่งสำหรับสื่อ และที่จอดรถสำหรับรถถ่ายทอดสดและ VIP

โครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาค เช่น ขีดความสามารถของสนามบิน, จำนวนห้องพักโรงแรมที่มี และระบบขนส่ง ก็ถูกนำมาพิจารณาในการประเมินข้อเสนอด้วยเช่นกัน

ความจุของสนามสำหรับการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศสำคัญแค่ไหน?

โดยทั่วไปแล้ว ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศชาย มักจะจัดขึ้นในสนามที่มีความจุอย่างน้อย 65,000 ที่นั่ง และในช่วงสี่ฤดูกาลที่ผ่านมา สนามที่มีความจุมากกว่า 70,000 ที่นั่งเท่านั้นที่ได้รับการคัดเลือก

มีเพียงสามสนามที่มีความจุน้อยกว่า 60,000 ที่นั่งที่เคยเป็นเจ้าภาพยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศในศตวรรษนี้ ได้แก่ แฮมป์เดนพาร์ก (Hampden Park) ในกลาสโกว์ (Glasgow) ในปี 2002 (51,866 ที่นั่ง), อารีน่าเอาฟ์ชาลเคอ (Arena AufSchalke) ในเกลเซนเคียร์เชน (Gelsenkirchen) ในปี 2004 (54,740 ที่นั่ง) และเอสตาดิโอ โด ดราเกา (Estadio do Dragao) ของปอร์โต (Porto) (50,033 ที่นั่ง) ในรอบชิงชนะเลิศปี 2021 ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด

สำหรับยูโรปาลีก จดหมายเชิญล่าสุดที่ยูฟ่าเวียน ระบุว่า สนามที่ยื่นข้อเสนอจะต้องมีความจุ 40,000-60,000 ที่นั่ง

ยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีกเปิดตัวโดยยูฟ่าในปี 2021 โดยมีเป้าหมายเพื่อให้สโมสรในลีกระดับชาติที่มีความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจน้อยกว่า มีโอกาสแข่งขันในรอบลึกๆ ของการแข่งขันในยุโรป ดังนั้น รอบชิงชนะเลิศของทัวร์นาเมนต์จึงจัดขึ้นในสนามที่เล็กกว่าในประเทศที่โดยปกติแล้วไม่ได้เป็นเจ้าภาพรายการใหญ่ๆ

วรอตสวัฟสเตเดียม (Wroclaw Stadion) ในโปแลนด์ ซึ่งมีความจุ 42,000 ที่นั่ง ที่เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันในปี 2024-25 เป็นสนามที่ใหญ่ที่สุดที่เคยเป็นเจ้าภาพยูฟ่าคอนเฟอเรนซ์ลีกรอบชิงชนะเลิศ

อายาโซเฟียสเตเดียม (Agia Sophia Stadium) ในเอเธนส์ (Athens) (32,500 ที่นั่ง) และฟอร์ทูน่าอารีน่า (Fortuna Arena) ในปราก (Prague) (19,370 ที่นั่ง) ก็เคยเป็นเจ้าภาพในรอบชิงชนะเลิศเช่นกัน

สนามใดบ้างที่อยู่ในประเภทสี่ของยูฟ่า?

ยูฟ่าไม่ได้เผยแพร่รายชื่อสนามและประเภททั้งหมด แต่สนามปัจจุบันของอังกฤษทั้งหมดที่เคยเป็นเจ้าภาพการแข่งขันแชมเปียนส์ลีกในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา ได้แก่ แอนฟิลด์ (Anfield), เอมิเรตส์สเตเดียม (Emirates Stadium), เอติฮัดสเตเดียม (Etihad Stadium), คิงเพาเวอร์สเตเดียม (King Power Stadium), โอลด์แทรฟฟอร์ด (Old Trafford), เซนต์เจมส์พาร์ก (St James Park), ทอตนัมฮอตสเปอร์สเตเดียม (Tottenham Hotspur Stadium), วิลลาพาร์ก (Villa Park) และเวมบลีย์ ล้วนเป็นสนามประเภทสี่

มีสนามประเภทสี่ห้าแห่งในสกอตแลนด์ ได้แก่ เซลติกพาร์ก (Celtic Park), แฮมป์เดนพาร์ก, ไอบรอกซ์ (Ibrox), เมอร์เรย์ฟิลด์ (Murrayfield) และไทน์คาสเซิล (Tynecastle)

สนามพรินซิพาลิตี้สเตเดียมในคาร์ดิฟฟ์เป็นสนามประเภทสี่แห่งเดียวในเวลส์ และเคยเป็นเจ้าภาพยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกรอบชิงชนะเลิศปี 2017

สนามกีฬารายใหญ่อื่นๆ ทั่วยุโรป เช่น สตาดิโอโอลิมปิโก (Stadio Olympico) ในโรม (Rome), เบร์นาเบว (Bernabeu) ในมาดริด (Madrid) และกัมนอว์ (Nou Camp) ในบาร์เซโลนา (Barcelona) ก็อยู่ในประเภทสี่เช่นกัน

ยูฟ่ารอบชิงชนะเลิศปี 2026 และ 2027 จะจัดขึ้นที่ไหน

ยูฟ่าได้ประกาศรายชื่อสถานที่จัดการแข่งขันรอบชิงชนะเลิศในอนาคตแล้ว

ทำไม เวมบลีย์ & คาร์ดิฟฟ์ ถึงมีสิทธิ์จัด UCL รอบชิงฯ

ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกชาย

  • ปุสกัสอารีน่า (Puskas Arena) – บูดาเปสต์ (Budapest), ฮังการี (Hungary) – 67,215 ที่นั่ง – 30 พฤษภาคม 2026
  • เมโทรโปลิตาโนสเตเดียม (Metropolitano Stadium) – มาดริด, สเปน – 70,690 ที่นั่ง – 5 มิถุนายน 2027

ยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกหญิง

  • อุลเลวาลสเตเดียม (Ullevaal Stadion) – ออสโล (Oslo), นอร์เวย์ (Norway) – 28,000 ที่นั่ง – 22-24 พฤษภาคม 2026
  • สเตเดียนนารอดอวี (Stadion Narodowy) – วอร์ซอ (Warsaw), โปแลนด์ – 56,800 ที่นั่ง – 21-23 พฤษภาคม 2027

ยูโรปาลีก

  • เบซิคตัสสเตเดียม (Besiktas Stadium) – อิสตันบูล (Istanbul), ตุรกี (Turkey) – 42,590 ที่นั่ง – 20 พฤษภาคม 2026
  • วัลด์สตาดิโอน (Waldstadion) – แฟรงก์เฟิร์ต (Frankfurt), เยอรมนี (Germany) – 58,000 ที่นั่ง – 26 พฤษภาคม 2027

คอนเฟอเรนซ์ลีก

  • เรดบูลล์อารีน่า (Red Bull Arena) – ไลป์ซิก (Leipzig), ฮังการี – 47,800 ที่นั่ง – 27 พฤษภาคม 2026
  • เบซิคตัสสเตเดียม – อิสตันบูล, ตุรกี – 42,590 ที่นั่ง – 2 มิถุนายน 2027

เดิมทีรอบชิงชนะเลิศยูฟ่าแชมเปียนส์ลีกชายปี 2027 ได้รับการตัดสินให้จัดขึ้นที่ซานซีโร (San Siro) ในมิลาน (Milan), อิตาลี แต่เนื่องจากความกังวลเกี่ยวกับแผนการปรับปรุงใหม่ ทำให้การตัดสินใจถูกยกเลิกในปี 2024

ยูฟ่าเลือกเมโทรโปลิตาโนสเตเดียมของแอตเลติโกมาดริด (Atletico Madrid) เป็นสถานที่ทดแทนในเดือนกันยายน 2025

การที่ เวมบลีย์ & คาร์ดิฟฟ์ ยื่นประมูลจัด UCL รอบชิงฯ แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการพัฒนาวงการฟุตบอลของทั้งสองประเทศ และพร้อมที่จะต้อนรับแฟนบอลจากทั่วโลกอย่างอบอุ่น

ที่มา – Wembley & Cardiff bid for UCL finals – how are hosts decided?

เตือน ปาเกต้า เวสต์แฮม ผิดกฎ FA

ปาเกต้า เวสต์แฮม เตือนเรื่องละเมิดกฎ FA

ลูกัส ปาเกต้า กองกลางของเวสต์แฮม ยูไนเต็ด ได้รับการตักเตือนและเตือนเกี่ยวกับพฤติกรรมในอนาคตของเขา แต่ไม่ถูกปรับ สำหรับความล้มเหลวในการปฏิบัติตามการสอบสวนของสมาคมฟุตบอล (FA) เกี่ยวกับข้อกล่าวหาเรื่องการล็อกผลการแข่งขันเฉพาะจุด

ในเดือนกรกฎาคม คณะกรรมการกำกับดูแลอิสระได้ยกฟ้องนักเตะชาวบราซิลรายนี้จากข้อกล่าวหา 4 กระทงที่เขาจงใจถูกจองใน 4 นัดแยกกันในปี 2022 และ 2023 “เพื่อวัตถุประสงค์ที่ไม่เหมาะสมในการส่งผลกระทบต่อตลาดการพนัน”

อย่างไรก็ตาม พบว่านักเตะวัย 28 ปีมีความผิดฐานละเมิดกฎ FA ข้อ F3 สองครั้ง: ล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อกำหนดในการตอบคำถามและให้ข้อมูลแก่การสอบสวนของ FA เกี่ยวกับการละเมิดกฎ

ปาเกต้าให้คำตอบว่า “ไม่มีความเห็น” ต่อคำถามส่วนใหญ่ในการสัมภาษณ์ FA สองครั้งระหว่างการสอบสวน ซึ่งทั้งสองครั้งเกิดขึ้นก่อนที่เขาจะถูกตั้งข้อหา

ทำไมถึงมีการเตือนปาเกต้า เวสต์แฮม?

ในเหตุผลที่เป็นลายลักษณ์อักษรสำหรับการตัดสินใจที่เผยแพร่เมื่อวันศุกร์ คณะกรรมการอิสระกล่าวว่า “ยอมรับว่าผู้เล่นกำลังดำเนินการตามคำแนะนำตลอดเวลา แต่ถึงกระนั้น ในฐานะผู้เข้าร่วม เขามีหน้าที่ต้องเคารพและปฏิบัติตามข้อบังคับ”

กล่าวว่า “จุดเริ่มต้นสำหรับการคว่ำบาตรคือโทษทางการเงิน” อย่างไรก็ตาม เสริมว่าปัจจัยบรรเทาหลายประการนำไปสู่การตัดสินใจไม่กำหนดค่าปรับ

ในบรรดาปัจจัยเหล่านั้นคือ “ความรู้ภาษาอังกฤษที่จำกัด” ของปาเกต้า และ “เป็นเรื่องเพ้อฝัน” ที่จะคาดหวังให้ผู้เล่นที่ไม่มีการฝึกอบรมทางกฎหมายทำอย่างอื่นนอกเหนือจากการปฏิบัติตามคำแนะนำของที่ปรึกษาชั้นนำที่แต่งตั้งโดยสโมสรของเขา

คณะกรรมการสังเกตว่า FA “ดูเหมือนจะไม่สนใจสิ่งที่ผู้เล่นจะพูดในการสัมภาษณ์ครั้งที่สองเมื่อเขาเสนอที่จะตอบคำถามที่เกิดขึ้นจากการเปิดเผยข้อมูลที่เกิดขึ้นหลังจากการสัมภาษณ์ครั้งแรก”

เสริมว่า “ไม่ว่าในกรณีใด ผู้เล่นได้ให้คำตอบในเรื่องที่ FA ยกขึ้นโดยการให้การเป็นพยานเมื่อวันที่ 15 ธันวาคม 2023 ดังนั้นจึงปฏิบัติตามคำขอข้อมูลอย่างแท้จริง ก่อนหน้านี้เขาได้เสนอที่จะผลิตอุปกรณ์มือถือของเขาเพื่อทำการสอบสวน

“ที่สำคัญ ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นก่อนที่จะมีการตั้งข้อหาและไม่ได้ขัดขวางการสอบสวนในท้ายที่สุด FA ไม่ได้แสดงหลักฐานถึงอคติ”

นอกจากนี้ ยังนำมาพิจารณาถึงค่าธรรมเนียมทางกฎหมายที่ “หนักหน่วง” ที่ปาเกต้าประสบระหว่างคดี และ “ความเครียดทางจิตใจ” ที่ผู้เล่นได้รับเนื่องจากลักษณะที่ “ร้ายแรงอย่างยิ่ง” ของข้อกล่าวหาที่มีต่อเขา

“เราตระหนักดีว่าองค์ประกอบของความเครียดทางจิตใจที่ผู้เล่นได้รับนั้นรวมถึงความตระหนักของเขาว่า หากข้อหา [ล็อกผลการแข่งขันเฉพาะจุด] พบว่าได้รับการพิสูจน์แล้ว อาชีพนักฟุตบอลของเขาจะสิ้นสุดลงอย่างแน่นอน” คณะกรรมการกล่าว

การเตือน ปาเกต้า เวสต์แฮม ในครั้งนี้ แสดงให้เห็นว่า FA จริงจังกับการรักษากฎระเบียบ และนักเตะต้องปฏิบัติตาม แม้ว่าจะได้รับคำแนะนำจากทนายความก็ตาม เรื่องนี้เป็นบทเรียนสำคัญสำหรับนักกีฬาอาชีพทุกคน

ที่มา – West Ham’s Paqueta warned over FA rule breaches

แลมเมนส์กับแรงกดดัน&เทียบชมป์ชไมเคิล

แลมเมนส์กับแรงกดดัน&เทียบชมป์ชไมเคิล

เซนเน่ แลมเมนส์ ผู้รักษาประตูของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เปิดเผยกับ Betty Glover ถึงวิธีที่เขาจัดการกับ “แรงกดดัน” ในฐานะมือหนึ่งที่ Old Trafford และการรับมือกับการเปรียบเทียบจากแฟนๆ กับ ปีเตอร์ ชไมเคิล

การเป็นผู้รักษาประตูของทีมใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด ย่อมมาพร้อมกับความคาดหวังและความกดดันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณถูกนำไปเปรียบเทียบกับตำนานอย่างปีเตอร์ ชไมเคิล แลมเมนส์เข้าใจถึงความสำคัญของการจัดการกับแรงกดดันเหล่านี้ และมุ่งเน้นไปที่การพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง

การรับมือกับแรงกดดัน

แลมเมนส์กล่าวว่าเขามุ่งเน้นไปที่การควบคุมสิ่งที่เขาทำได้ นั่นคือการฝึกซ้อมอย่างหนัก การมีสมาธิในแต่ละเกม และการเรียนรู้จากข้อผิดพลาด เขาพยายามที่จะไม่ปล่อยให้แรงกดดันภายนอกส่งผลกระทบต่อฟอร์มการเล่นของเขา

“ผมพยายามที่จะไม่คิดมากเกินไป” แลมเมนส์กล่าว “ผมแค่พยายามที่จะเล่นให้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ และช่วยให้ทีมชนะ”

เขายังกล่าวอีกว่าการมีเพื่อนร่วมทีมและสตาฟฟ์โค้ชที่สนับสนุนเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการรับมือกับแรงกดดัน “ผมโชคดีที่มีเพื่อนร่วมทีมที่ยอดเยี่ยมและสตาฟฟ์โค้ชที่คอยสนับสนุนผม พวกเขาช่วยให้ผมผ่านช่วงเวลาที่ยากลำบากไปได้”

การถูกเปรียบเทียบกับปีเตอร์ ชไมเคิล

ปีเตอร์ ชไมเคิล เป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดตลอดกาลของแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และการถูกนำไปเปรียบเทียบกับเขาถือเป็นเกียรติอย่างยิ่งสำหรับแลมเมนส์ อย่างไรก็ตาม เขายังตระหนักดีว่าเขาต้องสร้างชื่อเสียงของตัวเอง

“ปีเตอร์ ชไมเคิล เป็นตำนานของสโมสร” แลมเมนส์กล่าว “ผมเคารพเขาอย่างมาก แต่ผมก็ต้องพยายามเป็นตัวของตัวเอง และสร้างชื่อเสียงของตัวเอง”

เขาเสริมว่าเขาได้เรียนรู้มากมายจากการดูวิดีโอการเล่นของชไมเคิล “ผมได้เรียนรู้มากมายจากการดูวิดีโอการเล่นของเขา เขามีความกล้าหาญและมีความมุ่งมั่น ผมพยายามที่จะนำสิ่งเหล่านั้นมาปรับใช้ในการเล่นของผม”

พัฒนาการอย่างต่อเนื่อง

แลมเมนส์มุ่งมั่นที่จะพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง และเขาก็ทำงานอย่างหนักในการฝึกซ้อมเพื่อปรับปรุงทักษะของเขา เขายังเปิดรับคำแนะนำจากโค้ชและเพื่อนร่วมทีมของเขา

“ผมรู้ว่าผมยังมีสิ่งที่ต้องเรียนรู้อีกมากมาย” แลมเมนส์กล่าว “ผมแค่พยายามที่จะพัฒนาตัวเองในทุกๆ วัน”

เขาเชื่อว่าการทำงานหนักและความมุ่งมั่นจะช่วยให้เขาประสบความสำเร็จในอาชีพค้าแข้งของเขา “ผมมีความฝันที่จะเป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในโลก” แลมเมนส์กล่าว “ผมจะทำงานอย่างหนักเพื่อให้บรรลุเป้าหมายนั้น”

การที่แลมเมนส์สามารถรับมือกับ แลมเมนส์กับแรงกดดัน&เทียบชมป์ชไมเคิล ได้เป็นอย่างดี แสดงให้เห็นถึงความเป็นมืออาชีพและความมุ่งมั่นในการพัฒนาตัวเอง ซึ่งเป็นสิ่งสำคัญสำหรับนักกีฬาอาชีพทุกคน การที่เขาสามารถมองการเปรียบเทียบกับตำนานอย่างชไมเคิลเป็นแรงผลักดัน แทนที่จะเป็นความกดดัน เป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและแสดงให้เห็นถึง mental strength ของเขาอย่างแท้จริง และสิ่งนี้แหละที่จะช่วยให้เขาก้าวไปสู่ความสำเร็จได้

ไม่ว่าอนาคตของแลมเมนส์จะเป็นอย่างไร สิ่งหนึ่งที่แน่นอนคือ เขาเป็นผู้รักษาประตูที่มีพรสวรรค์และความมุ่งมั่น และเขามีศักยภาพที่จะประสบความสำเร็จอย่างมากในอาชีพค้าแข้งของเขา การที่เขาได้ลงเล่นให้กับสโมสรใหญ่อย่างแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด และได้เรียนรู้จากประสบการณ์ต่างๆ จะเป็นสิ่งที่ช่วยให้เขาเติบโตและพัฒนาต่อไป

และสิ่งที่สำคัญที่สุดที่ทำให้เขาโดดเด่นคือการที่เขามีสมาธิกับปัจจุบัน และไม่ปล่อยให้ แลมเมนส์กับแรงกดดัน&เทียบชมป์ชไมเคิล มาทำให้เสียสมาธิ เพราะการมีสมาธิกับปัจจุบันและพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง คือกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จที่แท้จริงของนักกีฬา

ที่มา – Lammens on Man Utd ‘pressure’ & Schmeichel comparison

AIS ตั้ง “ปรัธนา ลืลพนัง” เป็น CEO ใหม่

AIS ประกาศแต่งตั้ง “ปรัธนา ลืลพนัง” ขึ้นดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) แทน “สมชัย เลิศสุทธิวงค์” โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในระดับผู้บริหารของ AIS ที่น่าจับตามอง

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ AIS ได้แจ้งต่อตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยถึงการเปลี่ยนแปลงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ซึ่งเป็นการสานต่อการเติบโตขององค์กรอย่างต่อเนื่อง

ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ ได้พิจารณาอย่างถี่ถ้วนตามข้อเสนอของคณะกรรมการสรรหาและกำหนดค่าตอบแทน และมีมติเห็นชอบให้แต่งตั้ง นายปรัธนา ลืลพนัง รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านปฏิบัติการ ขึ้นเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารคนใหม่ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เป็นต้นไป การเปลี่ยนแปลงนี้เกิดขึ้นเนื่องจากนายสมชัย เลิศสุทธิวงค์ จะเกษียณอายุ แต่ยังคงดำรงตำแหน่งกรรมการบริษัทต่อไปเพื่อช่วยในการTransition ช่วงแรก

AIS แต่งตั้ง “ปรัธนา ลืลพนัง” นั่ง CEO คนใหม่

การแต่งตั้งคุณปรัธนา ลืลพนัง ถือเป็นการมอบหมายงานให้กับผู้บริหารที่มีประสบการณ์และความสามารถในการขับเคลื่อนองค์กรให้เติบโตอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัลที่มีการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเรื่องของการพัฒนาเทคโนโลยี 5G และการให้บริการลูกค้าที่ตอบโจทย์ความต้องการที่หลากหลาย

ประสบการณ์และความท้าทายของ CEO คนใหม่

ก่อนที่จะมาดำรงตำแหน่ง CEO คุณปรัธนา ลืลพนัง ได้สั่งสมประสบการณ์ใน AIS มาอย่างยาวนาน โดยดำรงตำแหน่งรองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ด้านปฏิบัติการ ซึ่งมีความรับผิดชอบในการบริหารจัดการและพัฒนาเครือข่าย การให้บริการ และการดูแลลูกค้า การก้าวขึ้นสู่ตำแหน่ง CEO ในครั้งนี้จึงเป็นความท้าทายครั้งใหม่ในการนำพา AIS ไปสู่ความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่าเดิม

ความท้าทายที่สำคัญของ CEO คนใหม่คือการรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมที่มีการแข่งขันสูง และการปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ยังต้องเผชิญกับความคาดหวังของผู้ถือหุ้น ลูกค้า และพนักงาน ที่ต้องการเห็น AIS เติบโตอย่างยั่งยืนและสร้างประโยชน์ให้กับสังคม

ทำไมต้องจับตา “ปรัธนา ลืลพนัง” CEO คนใหม่ AIS

หลายคนอาจสงสัยว่าทำไมการแต่งตั้งคุณปรัธนา ลืลพนัง ถึงเป็นเรื่องที่น่าจับตามอง นั่นเป็นเพราะว่า AIS เป็นบริษัทโทรคมนาคมชั้นนำของประเทศไทยที่มีบทบาทสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลของประเทศ การตัดสินใจและวิสัยทัศน์ของ CEO จึงมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมโทรคมนาคมและเศรษฐกิจโดยรวม

นอกจากนี้ คุณปรัธนา ลืลพนัง ยังเป็นผู้บริหารรุ่นใหม่ที่มีความเข้าใจในเทคโนโลยีและพฤติกรรมของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป การนำความรู้และประสบการณ์มาปรับใช้ในการบริหารจัดการ AIS จะช่วยให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้อย่างตรงจุดและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน

สำหรับผู้ที่สนใจประวัติและข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับนายปรัธนา ลืลพนัง สามารถศึกษาได้จากเว็บไซต์ของบริษัท AIS ที่ https://investor-th.ais.co.th/management.html ซึ่งเป็นแหล่งข้อมูลที่เปิดเผยและโปร่งใส

การเปลี่ยนแปลงในตำแหน่งผู้บริหารระดับสูงของ AIS ครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกถึงการปรับตัวและการเตรียมพร้อมขององค์กรเพื่อรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ ในอนาคต เราคงต้องจับตามองกันต่อไปว่าภายใต้การนำของคุณปรัธนา ลืลพนัง AIS จะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมและบริการใหม่ๆ ที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าได้อย่างไร และจะสามารถรักษาความเป็นผู้นำในตลาดโทรคมนาคมได้อย่างไร

ที่มา – AIS แต่งตั้ง “ปรัธนา ลืลพนัง” นั่ง CEO คนใหม่ มีผล 3 พ.ย. 68

“อนุทิน” ถก “สี จิ้นผิง” ดีลซื้อข้าวไทย

นายกรัฐมนตรีหารือกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง พร้อมร่วมมือปราบปรามภัยไซเบอร์ ย้ำไม่คิดแทรกแซงนโยบายประเทศใด ยืนยันจีนไม่สนับสนุนนักท่องเที่ยวจีนมาเที่ยวไทยเพราะกาสิโน ด้าน “อนุทิน” ดีลตรงเจรจาให้ซื้อข้าวไทย 5 แสนตัน

เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2568 เวลา 16.30 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง) ณ โรงแรม Kolon เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ภายหลังการหารือทวิภาคีกับนายสี จิ้นผิง (Mr. Xi Jinping) ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน ระหว่างการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ได้ให้สัมภาษณ์แก่สื่อมวลชนโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจ

โอกาสนี้ ประธานาธิบดีจีน กล่าวถวายความอาลัยการเสด็จสวรรคตของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง อีกครั้ง นายกรัฐมนตรีกล่าวขอบคุณและซาบซึ้งที่ประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ได้มีสารถวายความอาลัย ซึ่งมีความหมายต่อคนไทยอย่างยิ่ง

นายกรัฐมนตรีแสดงความยินดีกับความสำเร็จของการประชุม Fourth Plenum ของคณะกรรมการกลางพรรคคอมมิวนิสต์จีน ชุดที่ 20 ครั้งที่ 4 ซึ่งได้วางแนวทางพัฒนาเศรษฐกิจจีนในระยะ 5 ปีข้างหน้า พร้อมย้ำว่าปี 2568 ถือเป็นวาระครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย–จีน ซึ่งเป็นจังหวะสำคัญในการร่วมกำหนดวิสัยทัศน์ใหม่เพื่ออนาคตที่ปลอดภัยและรุ่งเรืองร่วมกัน

ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ยืนยันและพร้อมผลักดันความร่วมมือกับไทยในทุกมิติ ทั้งการค้า การลงทุน การท่องเที่ยว และการเชื่อมโยงระดับประชาชน ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเห็นถึงศักยภาพในการขยายความร่วมมือด้านนวัตกรรม วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี รวมถึงเศรษฐกิจดิจิทัล พลังงานสะอาด และเกษตรเพื่ออนาคต

นายกรัฐมนตรีชื่นชมความจริงจังของประธานาธิบดีสี ที่ให้คำมั่นกับไทยในการร่วมกันปราบปรามภัยไซเบอร์ (Cyber crime) ถือเป็นอาชญากรรมทั้งทางเทคโนโลยีและเศรษฐกิจ ซึ่งไทยถือเป็นวาระแห่งชาติและจะระดมความร่วมมือจากภูมิภาคเพื่อป้องกันปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีนี้ด้วย

นายกรัฐมนตรีและประธานาธิบดี สี หารือถึงความร่วมมือด้านการเชื่อมโยง ซึ่งไทยกล่าวถึงความคืบหน้าการบริหารจัดการดำเนินการก่อสร้างรถไฟไทย-จีน รวมถึง โครงการสะพานมิตรภาพไทย–ลาวแห่งที่ 2 (หนองคาย–เวียงจันทน์) ซึ่งเป็นสะพานทางราง เพื่อเชื่อมต่อรถไฟไทย-ลาว-จีน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการเชื่อมโยงระบบรางกับจีน ทำให้สินค้าสามารถเดินทางไปและกลับตั้งแต่จีนตอนล่างไปจนถึงแหลมมาลายู

นายกรัฐมนตรียังยืนยันกับท่านประธานาธิบดีสี ถึงรัฐบาลไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้คาสิโนมาเป็นเครื่องยนต์กระตุ้นเศรษฐกิจ เพราะเชื่อมั่นว่า ด้วยความสามารถของคนไทย ผลิตภัณฑ์ไทย สินค้าไทย รวมทั้งเทคโนโลยีที่ไทยมีอยู่ ไทยมีทางเลือกอื่นในการกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศไทยให้ดีขึ้น จึงได้หยุดการนำเสนอกฎหมายการพนันทุกชนิดและขอเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวจีนกลับมาเที่ยวอีกครั้ง โดยรัฐบาลจะดูแลความปลอดภัยอย่างดี ซึ่งประธานาธิบดีกล่าวชื่นชมนโยบายไทยและย้ำว่า ไม่คิดแทรกแซงการดำเนินนโยบายภายในของประเทศใดๆ แต่จะใช้มาตรการภายในของตน ในการหยุดยั้งไม่ให้นักท่องเที่ยวจีนเดินทางมาเพื่อท่องเที่ยวคาสิโนเท่านั้น เพราะจีนเห็นว่า ธุรกิจการพนันมีผลเสียอย่างมากต่อวิถีชีวิตของคน ซึ่งนายกรัฐมนตรีย้ำถึงนโยบายรัฐบาลชุดนี้และความรู้สึกของคนไทยส่วนใหญ่ ที่ไม่ต้องการมีการพนันที่ถูกกฎหมายเช่นกัน

นายกรัฐมนตรียังถือโอกาสนี้ติดตามการเจรจาการซื้อข้าวไทยจำนวน 500,000 ตัน ซึ่งคณะเจรจาได้ทำงานมาระดับหนึ่ง ขณะที่จีนบริโภคทั้งประเทศเกือบ 150 ล้านตัน เชื่อว่ามีแนวโน้มในทางที่ดี

นายกรัฐมนตรียังกล่าวกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เชิญนายกรัฐมนตรีจีนมาการประชุมแม่โขง-ล้านช้าง ที่ประเทศไทยในช่วงปลายปีนี้ด้วย

“ภาพรวมการหารือกับประธานาธิบดีจีนสังเกตได้ถึงบรรยากาศฉันท์มิตร ปฏิกิริยากลับมาของจีนซึ่งถือเป็นประเทศมหาอำนาจและมีความสำคัญ เปลี่ยนแปลงทิศทางที่ดีขึ้น และคณะผู้บริหารที่ร่วมหารือก็มีความพึงพอใจ ความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างสองประเทศ ที่หยุดชะงักไปได้รื้อฟื้นกลับมาอีกครั้ง เนื่องจากความสัมพันธ์ที่ดีต้องมาจากพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดี ความไว้เนื้อเชื่อใจระหว่างกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าวทิ้งท้าย

“อนุทิน” ถก “สี จิ้นผิง” ดีลซื้อข้าวไทย

ประเด็นสำคัญจากการหารือระหว่าง “อนุทิน” ถก “สี จิ้นผิง” ดีลซื้อข้าวไทย คือการเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศ และความร่วมมือในด้านต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย

ความสำคัญของการเจรจา “อนุทิน” ถก “สี จิ้นผิง” ดีลซื้อข้าวไทย

การเจรจา “อนุทิน” ถก “สี จิ้นผิง” ดีลซื้อข้าวไทย ครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลไทยในการส่งเสริมสินค้าเกษตรของไทยสู่ตลาดโลก และยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์กับประเทศจีนซึ่งเป็นคู่ค้ารายใหญ่อีกด้วย นอกจากนี้ ยังมีการหารือในประเด็นอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคงทางไซเบอร์ และความร่วมมือด้านการท่องเที่ยวอีกด้วย

การที่จีนไม่สนับสนุนการท่องเที่ยวที่เกี่ยวข้องกับคาสิโน แสดงให้เห็นถึงความใส่ใจในเรื่องศีลธรรมและจริยธรรม ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลไทยที่ไม่ต้องการพึ่งพาการพนันในการกระตุ้นเศรษฐกิจ

โดยรวมแล้ว การหารือระหว่าง “อนุทิน” ถก “สี จิ้นผิง” ดีลซื้อข้าวไทย ในครั้งนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการเสริมสร้างความสัมพันธ์และความร่วมมือระหว่างไทยและจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้น และส่งผลดีต่อเศรษฐกิจและสังคมของทั้งสองประเทศ

ที่มา – “อนุทิน” ถก “สี จิ้นผิง” ดีลตรงซื้อข้าวไทย 5 แสนตัน-จีนไม่หนุนเที่ยวไทยเพราะกาสิโน

161 เที่ยวบิน ยกเลิก-ปรับเวลา เลี่ยงยี่เป็งเชียงใหม่

ท่าอากาศยานเชียงใหม่ เผยมีเที่ยวบินยกเลิก 65 เที่ยวบิน และเปลี่ยนแปลงเวลา 96 เที่ยวบิน เพื่อเลี่ยงผลกระทบจากโคมลอยในช่วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ หรืองานลอยกระทง ระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายนนี้

ในช่วงประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ หรืองานลอยกระทง จังหวัดเชียงใหม่ ที่จัดขึ้นระหว่างวันที่ 4-6 พฤศจิกายน 2568 หลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเพื่อส่งเสริมวัฒนธรรมประเพณี หนึ่งในกิจกรรมคือการปล่อยโคมลอย โดยปีนี้มีเอกชนที่ขออนุญาตจัดกิจกรรมปล่อยโคมลอย 13-14 ราย ส่วนใหญ่อยู่นอกเขตปลอดภัยการบิน (No-Fly Zone) และพื้นที่เฝ้าระวังพิเศษ (Red Zone) ครอบคลุมพื้นที่ 6 อำเภอ 39 ตำบล

นายการันต์ ธนกุลจีรพัฒน์ ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ เปิดเผยถึงการเตรียมความพร้อมรองรับผู้โดยสารในช่วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ ว่า ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้ปรับเวลาทำการบิน โดยเที่ยวบินสุดท้ายจะทำการบินได้ถึงเวลา 19.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงช่วงเวลาที่อนุญาตให้ปล่อยโคมลอย ซึ่งอาจกระทบต่อความปลอดภัยในการบิน

ข้อมูล ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2568 พบว่า มีเที่ยวบินที่ยกเลิกและเปลี่ยนแปลงรวม 161 เที่ยวบิน เป็นเที่ยวบินยกเลิก 65 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 41 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 24 เที่ยวบิน) และเที่ยวบินเปลี่ยนแปลงเวลา 96 เที่ยวบิน (ภายในประเทศ 64 เที่ยวบิน และระหว่างประเทศ 32 เที่ยวบิน) และยังมีการเพิ่มเที่ยวบินพิเศษอีก 44 เที่ยวบิน เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวเดินทางกลับหลังเทศกาล

ผู้อำนวยการท่าอากาศยานเชียงใหม่ คาดว่าจะมีผู้โดยสารใช้บริการมากกว่าวันละ 32,000 คน เพิ่มขึ้นจากช่วงปกติร้อยละ 17 ท่าอากาศยานเชียงใหม่จึงได้จัดเจ้าหน้าที่เพิ่มขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกและแนะนำการใช้ระบบ Self-Service อาทิ เครื่องเช็กอินอัตโนมัติ (CUSS), ระบบรับฝากสัมภาระอัตโนมัติ (CUBD/SBD) และระบบตรวจสอบบุคคลด้วยใบหน้า (Biometric System) เพื่อช่วยลดความแออัดและเพิ่มความรวดเร็วในการให้บริการ โดยในช่วงเทศกาลยี่เป็งสายการบินทุกสายได้ปรับตารางบินให้แล้วเสร็จก่อนเวลา 19.00 น. ส่งผลให้มีเที่ยวบินหนาแน่นตลอดทั้งวัน และการจัดกิจกรรมต่างๆ ทั่วเมืองเชียงใหม่อาจทำให้การจราจรรอบสนามบินหนาแน่น จึงขอให้ผู้โดยสารเผื่อเวลาเดินทาง และปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด

ทั้งนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ได้เพิ่มความถี่ในการตรวจทางวิ่งและทางขับจากวันละ 6 รอบ เป็น 8 รอบต่อวัน เพื่อเก็บซากโคมที่อาจปลิวเข้ามาในเขตการบิน รวมถึงจัดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังการปล่อยโคมลอยและโคมควันอย่างใกล้ชิด สามารถเข้าเก็บซากได้ทันทีเมื่อได้รับแจ้งจากหอบังคับการบินหรือนักบิน และยังร่วมกับหน่วยงานด้านความปลอดภัยสุ่มตรวจปริมาณแอลกอฮอล์ของพนักงานในเขตการบิน เพื่อรักษามาตรฐานความปลอดภัยสูงสุด

นอกจากนี้ ท่าอากาศยานเชียงใหม่ ได้จัดตกแต่งอาคารผู้โดยสารภายในประเทศและระหว่างประเทศในช่วงประเพณีเดือนยี่เป็งเชียงใหม่ ด้วยวัสดุจากธรรมชาติและงานหัตถกรรมพื้นบ้านล้านนา พร้อมจัดกิจกรรมสาธิตการทำกระทงจากดอกบัว และแจกกระทงกะลาเป็นของที่ระลึกแก่ผู้โดยสารในวันที่ 4 พฤศจิกายนนี้ บริเวณหน้าห้องผู้โดยสารขาเข้า อาคารผู้โดยสารภายในประเทศ กิจกรรมดังกล่าวดำเนินการตามแนวทางพระราชปณิธานของสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง ในด้านความพอเพียงและการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม เพื่อเทิดพระเกียรติและรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ

161 เที่ยวบิน ยกเลิก-ปรับเวลา เลี่ยงยี่เป็งเชียงใหม่

ผลกระทบต่อการเดินทางช่วงยี่เป็งเชียงใหม่

การยกเลิกและปรับเปลี่ยนเวลาเที่ยวบินในช่วงเทศกาล ยี่เป็งเชียงใหม่ ส่งผลกระทบต่อแผนการเดินทางของผู้โดยสารจำนวนมาก ดังนั้นการตรวจสอบข้อมูลเที่ยวบินล่วงหน้าจึงเป็นสิ่งสำคัญ เพื่อให้คุณสามารถวางแผนการเดินทางได้อย่างราบรื่น

  • ตรวจสอบสถานะเที่ยวบิน: ติดตามสถานะเที่ยวบินของคุณอย่างใกล้ชิดผ่านเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของสายการบิน
  • เผื่อเวลาเดินทาง: การจราจรในเชียงใหม่อาจหนาแน่นในช่วงเทศกาล ดังนั้นควรเผื่อเวลาเดินทางไปสนามบิน
  • ติดต่อสายการบิน: หากเที่ยวบินของคุณถูกยกเลิกหรือเปลี่ยนแปลงเวลา ให้ติดต่อสายการบินเพื่อขอความช่วยเหลือในการเปลี่ยนแปลงการเดินทาง

การปรับเปลี่ยนตารางการบินในช่วงเทศกาลยี่เป็งเชียงใหม่ ถือเป็นมาตรการที่จำเป็นเพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารและอากาศยาน การวางแผนการเดินทางล่วงหน้าและการเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน จะช่วยให้คุณสามารถเดินทางได้อย่างราบรื่นและปลอดภัยในช่วงเทศกาลสำคัญนี้

ที่มา – 161 เที่ยวบิน ยกเลิก-ปรับเวลา เลี่ยงผลกระทบปล่อยโคมลอย งานยี่เป็ง เชียงใหม่

สล็อต ‘แฮปปี้สุดๆ’ กับทีมลิเวอร์พูล

อาร์เน สล็อต ผู้จัดการทีมลิเวอร์พูล กล่าวว่าเขา “แฮปปี้สุดๆ” กับทีมลิเวอร์พูลของเขา แม้ว่าจะมีข้อเสนอแนะเมื่อเร็วๆ นี้ว่าเขากังวลเกี่ยวกับความลึกของทีมที่มีอยู่

ทีมหงส์แดงตกรอบคาราบาว คัพ เมื่อวันพุธที่ผ่านมา โดยพ่ายแพ้ 3-0 ที่บ้านให้กับคริสตัล พาเลซ หลังจากที่สล็อตเลือกส่งผู้เล่นดาวรุ่งและไม่มีประสบการณ์ลงสนามเป็นส่วนใหญ่

สล็อตให้โอกาสนักเตะวัยรุ่น 3 คนได้ออกสตาร์ท และมีอีก 5 คนในกลุ่มตัวสำรอง ขณะที่เขาทำการเปลี่ยนแปลง 10 ตำแหน่งจากทีมที่แพ้ 3-2 ที่เบรนท์ฟอร์ดเมื่อวันเสาร์ ซึ่งเป็นการแพ้ในลีก 4 นัดติดต่อกัน

หลังจบเกมกับพาเลซ สล็อตกล่าวว่า บางทีการเลือกผู้เล่นของเขา “อาจให้ข้อมูลเชิงลึกเล็กน้อย” เกี่ยวกับความลึกของทีมที่เขากำลังทำงานด้วย

กุนซือชาวดัตช์ ซึ่งนำลิเวอร์พูลคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกเมื่อฤดูกาลที่แล้วในฤดูกาลแรกของเขา ยังเน้นย้ำว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้และเชลซีสามารถหมุนเวียนผู้เล่นได้โดยไม่ทำให้ทีมตัวจริงอ่อนแอลงอย่างมาก เนื่องจากทั้งสองสโมสรผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ

แต่ในการสร้างทีมก่อนเกมพรีเมียร์ลีกในบ้านกับแอสตัน วิลล่า (20:00 GMT) ในวันเสาร์ สล็อตได้ถอยกลับและยืนยันว่าเขา “แฮปปี้” กับตัวเลือกของเขา

“เราไม่พลาดอะไรเลย” สล็อตกล่าว

“ผม สล็อต ‘แฮปปี้สุดๆ’ กับทีมลิเวอร์พูล อย่างสมบูรณ์ และด้วยคุณภาพทั้งหมดที่เรามี”

หลังจากชนะ 7 เกมแรกของฤดูกาลในการแข่งขันทั้งหมด ลิเวอร์พูลแพ้ไป 6 จาก 7 เกมหลังสุด

พวกเขาหล่นไปอยู่อันดับที่ 7 ในตารางพรีเมียร์ลีก และตามหลังอาร์เซนอลจ่าฝูงอยู่ 7 แต้ม ซึ่งนำไปสู่แฟนบอลบางส่วนตั้งคำถาม ว่าสล็อตเป็นคนที่เหมาะสมที่จะนำลิเวอร์พูลไปข้างหน้าหรือไม่

ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นหลังจาก การลงทุนในช่วงซัมเมอร์ที่ทำลายสถิติ ที่แอนฟิลด์ เมื่อสโมสรเริ่มต้นการใช้จ่ายในช่วงซัมเมอร์ที่ใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์ฟุตบอลยุโรป โดยใช้เงิน 415 ล้านปอนด์เพื่อดึงดูดผู้เล่นที่มีความสามารถระดับสุดยอด

สถิติก่อนหน้านี้ถือครองโดยเชลซี ซึ่งใช้เงิน 400 ล้านปอนด์ในช่วงซัมเมอร์ปี 2023 และลิเวอร์พูลเตรียมที่จะยื่นข้อเสนอเพิ่มเติมอีก 35 ล้านปอนด์เพื่อเซ็นสัญญากับมาร์ค เกฮี กัปตันทีมคริสตัล พาเลซ จนกระทั่งข้อตกลงล่มลงเมื่อตลาดซื้อขายนักเตะปิดตัวลง

อเล็กซานเดอร์ อิซัค กองหน้า เป็นผู้เล่นคนสุดท้ายที่ผ่านเข้ามาเมื่อวันที่ 1 กันยายน ด้วย สถิติของอังกฤษ 125 ล้านปอนด์

อิซัค วัย 26 ปี ลงเล่นให้กับนิวคาสเซิลและฝึกซ้อมคนเดียว ขณะที่เขาพยายามผลักดันให้ย้ายไปเมอร์ซีย์ไซด์ ซึ่งหมายความว่าเขาพลาดการฝึกซ้อมช่วงปรีซีซั่นทั้งหมด

ลิเวอร์พูลยังไม่มีผู้เล่นหลักหลายคน รวมถึงอลิสซอน, เยเรมี ฟริมปง และไรอัน กราเฟนเบิร์ช เนื่องจากอาการบาดเจ็บในช่วงเดือนแรกๆ ของฤดูกาล

“ผมมั่นใจอย่างเต็มที่ในกลยุทธ์และนโยบายที่เรามี แต่สิ่งนั้นทำให้ประเด็น – ถ้าคุณเรียกว่าประเด็น – คือไม่ใช่ทุกคนที่มีช่วงปรีซีซั่นที่เหมาะสมหรือได้รับบาดเจ็บ” สล็อตกล่าวเสริม

“เมื่อมีผู้เล่น 3 หรือ 4 คนได้รับบาดเจ็บ คุณก็จะกลับไปเหลือผู้เล่น 16 คน ผมเชื่อมั่นว่าผู้เล่น 20 หรือ 21 คนก็เพียงพอแล้ว แต่คุณต้องรักษาสภาพร่างกายให้ฟิตเหมือนที่เราทำเมื่อฤดูกาลที่แล้ว

“อเล็กซ์ [อิซัค] เป็นตัวอย่างที่ดีของเรื่องนี้ คนอื่นๆ อีกไม่กี่คนพลาดช่วงปรีซีซั่นหรือได้รับบาดเจ็บระหว่างช่วงปรีซีซั่น

“การรักษาสภาพร่างกายให้พร้อมสำหรับการแข่งขันทั้งหมดนั้นยากกว่าเมื่อฤดูกาลที่แล้ว และถ้ามีผู้เล่นไม่กี่คนไม่พร้อมใช้งาน ก็จะกลับมาเป็นผู้เล่นกลุ่มเดิมๆ เป็นจำนวนมาก บางทีเมื่อฤดูกาลที่แล้วเราอาจจะโชคดีกว่า และตอนนี้เราโชคไม่ดีมากกว่า”

สล็อต ‘แฮปปี้สุดๆ’ กับทีมลิเวอร์พูล

ทำไมสล็อตถึงบอกว่าเขา ‘แฮปปี้สุดๆ’ กับทีมลิเวอร์พูล?

แม้ผลงานจะไม่ดีนักในช่วงหลัง แต่สล็อตยังคงมองในแง่ดีเกี่ยวกับทีมลิเวอร์พูลของเขา เขามั่นใจในศักยภาพของผู้เล่นที่มีอยู่ และเชื่อว่าเมื่อผู้เล่นหลักหายจากอาการบาดเจ็บ และทุกคนมีปรีซีซั่นที่ดี ทีมจะกลับมาแข็งแกร่งได้อีกครั้ง

การที่สล็อตออกมาแสดงความมั่นใจในทีม อาจเป็นการส่งสัญญาณไปยังผู้เล่นว่าเขายังคงเชื่อมั่นในพวกเขา และพร้อมที่จะสนับสนุนพวกเขาอย่างเต็มที่ นอกจากนี้ อาจเป็นการส่งสารไปยังแฟนบอลว่าพวกเขายังไม่ต้องกังวล และสล็อตกำลังทำงานอย่างหนักเพื่อแก้ไขสถานการณ์

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการที่ลิเวอร์พูลต้องปรับปรุงผลงานในสนามให้ได้โดยเร็วที่สุด หากทีมยังคงเล่นได้ไม่ดีอย่างต่อเนื่อง ความมั่นใจของสล็อต อาจถูกมองว่าเป็นเพียงคำพูดที่สวยหรูเท่านั้น

ถึงแม้จะมีปัญหาเรื่องผู้เล่นบาดเจ็บและการปรับตัวของผู้เล่นใหม่ แต่การที่สล็อตออกมาให้สัมภาษณ์ว่า สล็อต ‘แฮปปี้สุดๆ’ กับทีมลิเวอร์พูล แสดงให้เห็นถึงความเชื่อมั่นที่เขามีต่อผู้เล่นชุดนี้ และความมุ่งมั่นที่จะพาทีมกลับสู่เส้นทางแห่งชัยชนะ

ที่มา – Slot ‘completely happy’ with Liverpool squad