วัน: 1 พฤศจิกายน 2025

อดีตกองหลังอเบอร์ดีนและอาร์เซนอล Young เสียชีวิต

วงการฟุตบอลต้องพบกับการสูญเสียครั้งใหญ่ เมื่อวิลลี่ ยัง อดีตกองหลังชื่อดังของอเบอร์ดีนและอาร์เซนอล ได้เสียชีวิตลงด้วยวัย 73 ปี

ยังสร้างชื่อเสียงจากการเล่นให้กับอเบอร์ดีนมากกว่า 180 นัด ก่อนที่จะย้ายไปคว้าแชมป์เอฟเอคัพกับอาร์เซนอลในปี 1979

สิ่งที่ทำให้หลายคนจดจำเขาได้ดีที่สุดคือการเข้าสกัด พอล อัลเลน กองหน้าของเวสต์แฮม ในรอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ ปี 1980 ซึ่งนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎกติกา และการบัญญัติคำว่า “professional foul”

อาร์เซนอลออกแถลงการณ์ว่า “ความแข็งแกร่งและความมุ่งมั่นของเขา ทำให้เขากลายเป็นขวัญใจของแฟนบอล”

พวกเขากล่าวเสริมว่า “ความน่าเชื่อถือ ความโดดเด่นในการเล่นลูกกลางอากาศ และความไม่เกรงกลัว ทำให้เขามีส่วนสำคัญอย่างยิ่งต่อความสำเร็จในช่วงเวลานั้น และเขาจะอยู่ในความทรงจำของทุกคนที่ได้เห็นเขาสกัดกั้นการโจมตีและสร้างความปั่นป่วนให้กับแนวรับของคู่ต่อสู้ในการเล่นลูกตั้งเตะ”

อเบอร์ดีนโพสต์ข้อความบน X แสดงความเสียใจต่อการจากไปของเขา

วิลลี่ ยัง เกิดที่เอดินบะระ เติบโตในหมู่บ้านเฮเรียต ในมิดโลเธียน และเริ่มต้นอาชีพค้าแข้งกับอเบอร์ดีนในปี 1970

เขาใช้เวลา 5 ปีกับสโมสรก่อนที่จะย้ายไปท็อตแนม ฮอตสเปอร์ ในปี 1975

สองปีต่อมา เขาย้ายข้ามฝั่งไปร่วมทีมอาร์เซนอล ซึ่งเป็นการกลับไปร่วมงานกับ เทอร์รี นีลล์ อดีตผู้จัดการทีมของเขาที่สเปอร์ส

ด้วยรูปร่างสูง 6 ฟุต 3 นิ้ว และผมสีแดงเพลิงอันเป็นเอกลักษณ์ เขาได้จับคู่กับ เดวิด โอ’เลียรี กองหลังชาวไอริชได้อย่างแข็งแกร่ง และเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศเอฟเอคัพ 3 ปีติดต่อกันระหว่างปี 1978 ถึง 1980

เขาได้รับเหรียญรางวัลจากการเอาชนะแมนเชสเตอร์ยูไนเต็ด 3-2 ใน “รอบชิงชนะเลิศ 5 นาที” ในปี 1979

แต่สิ่งที่ทำให้ชื่อของเขาถูกจารึกในประวัติศาสตร์ฟุตบอลคือการเข้าสกัด อัลเลน ในวัย 17 ปี ในเกมที่แพ้เวสต์แฮม 1-0 ในปีต่อมา

ในช่วงท้ายเกม ขณะที่กองหน้ากำลังจะหลุดเดี่ยวเข้าไปทำประตู ยังได้เข้าสกัดอย่างน่าเกลียดบริเวณขอบเขตโทษ ทำให้เป็นการป้องกันการเสียประตูที่แน่นอน

เขาได้รับใบเหลืองจากการกระทำดังกล่าว แต่จุดประกายให้เกิดการถกเถียงในระดับชาติเกี่ยวกับความจำเป็นในการมีกฎหมายเฉพาะที่ควบคุมการทำฟาวล์แบบมืออาชีพ

กฎการให้ใบแดงโดยอัตโนมัติสำหรับ “การปฏิเสธโอกาสในการทำประตูที่ชัดเจน” ถูกนำมาใช้ในอีกสองปีต่อมา

ยังยังได้ลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศยูฟ่า คัพ วินเนอร์ส คัพ ปี 1980 ที่อาร์เซนอลพ่ายแพ้ให้กับบาเลนเซียในกรุงบรัสเซลส์อีกด้วย

อดีตกองหลังอเบอร์ดีนและอาร์เซนอล Young เสียชีวิต

แม้จะประสบความสำเร็จในระดับสโมสร แต่ วิลลี่ ยัง ไม่เคยลงเล่นให้กับทีมชาติสกอตแลนด์ชุดใหญ่เลย เนื่องจากถูกแบนตลอดชีวิตจากเหตุการณ์ทะเลาะวิวาทในไนต์คลับแห่งหนึ่งในเดนมาร์ก

กลุ่ม “โคเปนเฮเกนไฟว์” ซึ่งประกอบไปด้วย ยัง, โจ ฮาร์เปอร์, อาร์เธอร์ แกรม, บิลลี เบรมเนอร์ และแพท แมคคลัสกีย์ ถูกตัดขาดจากทีมชาติทั้งหมดจากเหตุการณ์ดังกล่าว

ฮาร์เปอร์และแกรมได้รับการคืนสู่ทีมชาติในภายหลังหลังจากพ้นผิด แต่ยังไม่เคยได้รับอนุญาตให้สวมเสื้อสีน้ำเงินเข้มอีกเลย

เขาออกจากอาร์เซนอลในปี 1981 หลังจากลงเล่นไป 237 นัด ย้ายไปร่วมทีม น็อตติงแฮม ฟอเรสต์ ของไบรอัน คลัฟ

วิลลี่ ยัง แขวนสตั๊ดในปี 1984 เนื่องจากอาการบาดเจ็บ หลังจากใช้เวลาช่วงสั้น ๆ กับนอริช ซิตี้, ไบรท์ตัน แอนด์ โฮฟ อัลเบี้ยน และดาร์ลิงตัน

รำลึกถึง วิลลี่ ยัง อดีตกองหลังอเบอร์ดีนและอาร์เซนอล

การจากไปของ วิลลี่ ยัง ถือเป็นการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการฟุตบอล เขาเป็นนักเตะที่เต็มไปด้วยพรสวรรค์ ความมุ่งมั่น และเป็นที่รักของแฟนบอล เขาจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราตลอดไป

อดีตกองหลังอเบอร์ดีนและอาร์เซนอล Young เสียชีวิต เป็นข่าวเศร้าที่ทำให้แฟนบอลหลายคนต้องใจหาย

วิลลี่ยัง นอกจากเป็นนักเตะที่เก่งกาจแล้ว เขายังเป็นคนที่สร้างสีสันให้กับวงการฟุตบอลอีกด้วย การเข้าสกัดที่นำไปสู่การเปลี่ยนแปลงกฎกติกาแสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นและความเด็ดขาดของเขาในสนาม

ขอแสดงความเสียใจอย่างสุดซึ้งต่อครอบครัวและเพื่อนฝูงของวิลลี่ ยัง เขาจะอยู่ในความทรงจำของพวกเราเสมอ

ที่มา – Former Aberdeen and Arsenal defender Young dies aged 73

ทบ. แจงปมของบริจาค ย้ำกองทัพไม่ขาดแคลน

(แฟ้มภาพ)

โฆษก ทบ. แจงปมของบริจาค ยันกองทัพไม่ขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติทางทหาร แต่ไม่ปฏิเสธน้ำใจประชาชน แม้บางชิ้นไม่ได้ใช้ แต่มีคุณค่าทางใจที่คนไทยมอบให้กัน

วันที่ 1 พ.ย. 68 พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงภายหลังการประชุมคณะกรรมาธิการทหารว่า กองทัพบกมุ่งมั่นแน่วแน่ในการปฏิบัติหน้าที่เพื่อปกป้องประเทศและดูแลประชาชน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการรักษาอธิปไตยของชาติ การป้องกันไม่ให้กำลังพลได้รับบาดเจ็บหรือสูญเสีย การทำให้ภารกิจที่ได้รับมอบหมายบรรลุผลสำเร็จ รวมถึงการสร้างความมั่นใจว่ากำลังพลทุกนายจะสามารถปฏิบัติภารกิจในสนามรบได้อย่างปลอดภัย และทำให้ประชาชนที่เฝ้าดูกองทัพรู้สึกมั่นใจ

ในส่วนของคำว่า “กองทัพไม่ขาดแคลน” ที่มีการกล่าวถึงนั้น หมายถึงสิ่งอุปกรณ์พื้นฐานที่จำเป็นในการปฏิบัติทางทหารเท่านั้น ไม่ได้หมายความว่ากองทัพจะปฏิเสธความมีน้ำใจจากประชาชนหรือภาคส่วนต่าง ๆ กองทัพยังคงยินดีและขอบคุณในทุกรูปแบบของการสนับสนุน ทั้งสิ่งของอุปโภคบริโภคและสิ่งของเพื่อการดำเนินชีวิตที่อยู่นอกเหนือระบบราชการ ซึ่งล้วนมีคุณค่าทางจิตใจ เพราะสิ่งเหล่านี้ไม่เพียงแต่เป็นของใช้ที่จำเป็น แต่ยังสะท้อนถึงน้ำใจ ความห่วงใย และกำลังใจที่พี่น้องคนไทยมอบให้แก่ผู้ปฏิบัติงานในพื้นที่

ที่ผ่านมา มีบางกรณีที่อาจทำให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน เนื่องจากมีการนำคำพูดบางส่วนไปเผยแพร่โดยไม่ครบถ้วน ตัวอย่างเช่น กรณีที่ผมเคยกล่าวว่า “บางอย่างรับมาอาจไม่ได้ใช้” ซึ่งไม่ได้หมายถึงสิ่งของทั่วไปที่ได้รับจากผู้มีจิตศรัทธา แต่หมายถึงกรณีเฉพาะที่พบว่าผู้ให้ความอนุเคราะห์บางท่านนำแผ่นเหล็กที่มีทั่วไปในท้องตลาดมาดัดแปลงเป็นแผ่นเกราะกันกระสุนเพื่อมอบให้ทหารแนวหน้า ในกรณีเช่นนี้จึงได้ให้ข้อสังเกตว่า แผ่นเกราะลักษณะดังกล่าวอาจไม่สามารถนำไปใช้งานจริงได้ด้วยเหตุผลทางเทคนิค แต่ถึงอย่างไรก็ตาม กองทัพไม่เคยปฏิเสธน้ำใจจากผู้มีจิตศรัทธา เพราะสิ่งที่มีค่าที่สุดคือความตั้งใจและกำลังใจที่คนไทยมอบให้กันในยามที่ชายแดนของประเทศกำลังเผชิญวิกฤติ

กองทัพบกขอแสดงความซาบซึ้งและขอบคุณทุกภาคส่วนที่ร่วมกันแสดงออกถึงน้ำใจในช่วงเวลาที่สำคัญเช่นนี้ แม้ว่ากองทัพจะมีการจัดเตรียมความพร้อมและสิ่งอุปกรณ์ไว้อย่างเพียงพอตามระบบราชการ แต่การที่ประชาชนยังคงเข้ามาสนับสนุนเพิ่มเติม ทั้งในรูปของสิ่งของอุปโภคบริโภคหรือสิ่งอำนวยความสะดวกเฉพาะหน้า ถือเป็นพลังใจอันยิ่งใหญ่ที่ช่วยเสริมขวัญและกำลังใจให้กับเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงานทุกนาย

สำหรับข้อกังวลจากสังคมที่ต้องการให้มีการตรวจสอบและจัดทำรายการสิ่งของที่ได้รับมอบอย่างชัดเจน เพื่อป้องกันการฉวยโอกาสหาผลประโยชน์ส่วนตัว กองทัพเห็นด้วยและได้ดำเนินการอย่างเคร่งครัด โดยเฉพาะในส่วนกลางได้มีการบันทึกหลักฐานการรับมอบสิ่งของไว้อย่างละเอียด พร้อมจัดให้มีพิธีรับมอบและแสดงความขอบคุณต่อผู้มีจิตศรัทธาทุกรายอย่างเหมาะสม ส่วนในระดับภูมิภาคและระดับหน่วยปฏิบัติการในพื้นที่ เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย จะมีการรวบรวมข้อมูลเพื่อนำส่งให้ส่วนกลางทราบต่อไป ทั้งนี้ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของที่ได้รับในนามหน่วยหรือนามส่วนตัว ล้วนเป็นสิ่งที่มีคุณค่าทางจิตใจและได้รับการขอบคุณจากกองทัพทั้งสิ้น

สำหรับกรณีที่อาจมีผู้ไม่หวังดีพยายามฉวยโอกาสหาผลประโยชน์จากสถานการณ์ กองทัพเชื่อมั่นว่าคนไทยส่วนใหญ่มีเจตนาดี และสังคมเองก็กำลังจับตามองอยู่ จึงไม่มีใครกล้ากระทำในสิ่งที่ไม่ถูกต้อง เพราะไม่มีใครยอมรับได้หากเกิดเหตุเช่นนั้นขึ้น

สิ่งสำคัญที่สุดในช่วงเวลานี้คือการรักษาความเข้าใจอันดีและความสามัคคีของคนไทยทั้งประเทศ ไม่ควรตีความหมายหรือเข้าใจผิดไปจากเจตนาที่แท้จริง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในห้วงเวลาที่บ้านเมืองอยู่ในภาวะหน้าสิ่วหน้าขวาน สิ่งที่มีค่ามากที่สุดไม่ใช่สิ่งของหรือจำนวนการบริจาค แต่คือ “ความห่วงใยและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน” ที่พวกเราทุกคนยังคงมีให้กันเสมอ

ทบ. แจงปมของบริจาค ย้ำกองทัพไม่ขาดแคลน

จากกรณีที่มีกระแสข่าวเกี่ยวกับของบริจาคที่ส่งมอบให้กับกองทัพบก พลตรี วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก ได้ออกมาแจงปมของบริจาค ย้ำกองทัพไม่ขาดแคลนสิ่งจำเป็นพื้นฐานในการปฏิบัติหน้าที่ แต่ยังคงยินดีรับน้ำใจจากประชาชน

ทำไมกองทัพถึงยังรับบริจาค แม้จะบอกว่าไม่ขาดแคลน?

แม้ว่ากองทัพบกจะยืนยันว่า ทบ. แจงปมของบริจาค ย้ำกองทัพไม่ขาดแคลนสิ่งของจำเป็นในการปฏิบัติภารกิจ แต่การรับบริจาคจากประชาชนยังคงมีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะสิ่งของที่ได้รับมอบนั้นเป็นเสมือนกำลังใจและความห่วงใยจากพี่น้องชาวไทย ซึ่งเป็นสิ่งที่มีค่าทางจิตใจอย่างมากสำหรับผู้ปฏิบัติงาน

  • กำลังใจจากประชาชน: สิ่งของบริจาคเป็นสัญลักษณ์ของความห่วงใยและกำลังใจที่ประชาชนมอบให้
  • เสริมสร้างขวัญและกำลังใจ: ช่วยให้ผู้ปฏิบัติงานมีขวัญและกำลังใจในการปฏิบัติหน้าที่
  • แสดงถึงความสามัคคี: สะท้อนให้เห็นถึงความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของคนในชาติ

กองทัพบกให้ความสำคัญกับการตรวจสอบและบันทึกข้อมูลสิ่งของบริจาคทุกชิ้นอย่างละเอียด เพื่อความโปร่งใสและป้องกันการนำไปใช้ในทางที่ผิด กองทัพบกขอขอบคุณทุกท่านที่ได้ร่วมกันส่งมอบความช่วยเหลือและกำลังใจให้กับผู้ปฏิบัติงาน และขอให้ทุกท่านมั่นใจว่ากองทัพจะปฏิบัติหน้าที่อย่างเต็มกำลังความสามารถเพื่อปกป้องประเทศชาติและประชาชน

ดังนั้นการที่ทบ. แจงปมของบริจาค ย้ำกองทัพไม่ขาดแคลน ไม่ได้หมายความว่ากองทัพจะไม่ต้องการความช่วยเหลือจากประชาชน แต่เป็นการเน้นย้ำถึงความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่ ควบคู่ไปกับการขอบคุณในน้ำใจไมตรีที่มีให้เสมอมา

การแสดงออกถึงความห่วงใยและส่งกำลังใจให้แก่เจ้าหน้าที่ที่ปฏิบัติงาน ถือเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่งในช่วงสถานการณ์ที่ท้าทายเช่นนี้ มาร่วมกันสนับสนุนและเป็นกำลังใจให้ทหารกล้าของเรา เพื่อประเทศชาติที่มั่นคงและยั่งยืน

ที่มา – โฆษก ทบ. แจงปมของบริจาค ย้ำกองทัพไม่ขาดแคลนสิ่งจำเป็น แต่ไม่ปฏิเสธน้ำใจประชาชน

แรงงานไทยไร้แผน? วีระยุทธชี้ ษัษฐรัมย์ซัดทุจริต

วงเสวนาแรงงาน “ตรีนุช” รับ เรื่องแรงงานไทยแทบปรับตัวไม่ทัน “วีระยุทธ” เผย เรื่องน่าห่วงคือแผนยุทธศาสตร์ Reskill 2 กระทรวงยังไม่ซิงค์กัน ด้าน “ษัษฐรัมย์” ชี้วิกฤตของกองทุนบำนาญคือการทุจริต ไม่ใช่เพราะต้องนำงบมาดูแลคนแก่หรือเด็ก

วันที่ 1 พ.ย. 2568 ที่ อาคารรัฐสภา มีการจัดงานประชุมวิชาการด้านแรงงานของประเทศไทย หัวข้อ “แรงงานไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง” จัดโดยกรรมาธิการการแรงงาน สภาผู้แทนราษฎร กรรมาธิการการแรงงาน วุฒิสภา, มูลนิธิ ฟรีดริช เอแบร์ท ประเทศไทย, ไทยรัฐกรุ๊ป และพิพิธภัณฑ์แรงงานไทย โดยมีทั้งนักวิชาการและผู้เชี่ยวชาญประเด็นแรงงานในมิติต่างๆ มากมาย ร่วมวงเสวนา

ด้านนางตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน กล่าวปาฐกถาพิเศษเรื่องทิศทางของกระทรวงแรงงานไทย ภายใต้การเปลี่ยนแปลง ว่า “ยอมรับว่าเราแทบจะเตรียมตัวกันไม่ทันเลยทีเดียว กับการเปลี่ยนแปลงถึงกระแสโลกที่เปลี่ยนไป วันนี้เมื่อเราพูดถึง AI พูดถึงเกี่ยวกับดิจิทัล เราจะทำยังไงที่จะทำให้คนของเราที่อยู่ในตลาดแรงงานหรือคนของเราที่เข้าสู่ระบบแรงงาน”

ประเด็นความท้าทายที่ตลาดแรงงานไทยกำลังเผชิญ มี 4 เรื่อง

1 การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเชิงประชากร ปี พ.ศ. 2568 จะเป็นปีแรกที่ประเทศไทยมีอัตราการเกิดของประชากรต่ำกว่า 500,000 คน ซึ่งลดลงอย่างมีนัยสำคัญจากระดับ 700,000 คนเมื่อ 10 ปีก่อน

2 เทคโนโลยีเปลี่ยนฉับพลัน การเข้ามาของ AI ภาคธุรกิจมุ่งเน้นทักษะนี้มากขึ้น แต่การศึกษาและการพัฒนาบุคลากรตามไม่ทัน

3 ทักษะแรงงานไม่ตรงกับความต้องการ (Skills Mismatch) ผู้ประกอบการต้องการแรงงานที่มีทักษะสมัยใหม่ แต่แรงงานจำนวนมากในระบบขาดทักษะที่จำเป็น เกิดภาวะ “ว่างงานแฝง”

4 ปัจจัยภายนอกทางเศรษฐกิจและการเมือง สถานการณ์สงครามโลกส่งผลกระทบโดยตรงต่อตลาดแรงงานและเศรษฐกิจไทย เช่น นโยบายภาษีของสหรัฐอเมริกา หรือความไม่สงบในภูมิภาค เช่น สถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักของการเคลื่อนย้ายแรงงานข้ามชาติ ซึ่งเป็นกำลังสำคัญในภาคเกษตรและก่อสร้าง

โดยจะมียุทธศาสตร์และแนวทางการดำเนินงานของกระทรวงแรงงาน ดังนี้

1. การจัดการภาวะขาดแคลนแรงงาน โดยจัดหาแรงงานทดแทน

2. ยกระดับทักษะแรงงาน (Upskill & Reskill)

3. ส่งเสริมสวัสดิการและความมั่นคงในอาชีพ

4. การขยายโอกาสการทำงานในต่างประเทศ 

5. การปฏิรูปบริการสู่ระบบดิจิทัล

“วีระยุทธ” ห่วงไทยไร้แผนยุทธศาสตร์แรงงาน-“ษัษฐรัมย์” ชี้วิกฤตกองทุนบำนาญคือการทุจริต

ด้าน นายวีระยุทธ กาญจน์ชูฉัตร รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวถึงประเด็นความท้าทายสำคัญในการพัฒนากำลังคนของประเทศไทย ว่า “กระทรวงแรงงานมีแผน กระทรวงอุตสาหกรรมก็มีแผน แต่ปรากฏว่า ขาที่เกี่ยวข้องกับหน่วยงานเรื่องการ Reskill ยังไม่ ซิงค์กัน ยังไม่เดินตาม ยีราฟตัวนี้เลยเดินไปไม่ถึงไหนและอาจล้มลงตรงนี้ครับ”

นายวีระยุทธยังได้กล่าวให้เห็นถึงช่องว่างที่น่ากังวลระหว่างการวางแผนยุทธศาสตร์ระดับชาติกับการปฏิบัติงาน คือ การขาดการบูรณาการและการปฏิบัติตามแผนแม่บท นอกจากนี้ยังพบการยึดติดกับตัวชี้วัดเชิงปริมาณ (KPI) ที่บิดเบือนความเป็นจริง

กรณีศึกษาที่ชัดเจนคือ การจัดสรรงบประมาณในอุตสาหกรรมยานยนต์ที่ไม่ตอบโจทย์การพัฒนาทักษะ งบประมาณส่วนใหญ่มุ่งไปที่การอุดหนุนการซื้อขายรถยนต์ไฟฟ้า (EV) แทนที่จะเป็นการลงทุนเพื่อยกระดับและปรับทักษะ (Reskill) แรงงานกว่า 700,000 คนในภาคส่วนนี้อย่างจริงจัง หรืออย่างโครงการจัดหางานขนาดใหญ่อย่าง Job Expo แม้จะสร้างตัวเลขผู้เข้าร่วมที่สูง แต่กลับมีอัตราการจ้างงานจริงที่ต่ำมาก และไม่ตอบสนองความคาดหวังของผู้หางานอย่างแท้จริง 

“ษัษฐรัมย์” ชี้วิกฤตกองทุนบำนาญคือการทุจริต ไม่ใช่ต้องนำงบมาดูแลคนแก่

ด้าน นายษัษฐรัมย์ ธรรมบุษดี อาจารย์ประจำวิทยาลัยสหวิทยาการ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และบอร์ดผู้ประกันตนของสำนักงานประกันสังคม ชี้ให้ความเห็นในประเด็นการปฏิรูประบบประกันสังคมว่า  “ไม่มีสังคมไหนล่มสลายเพราะดูแลคนแก่ ไม่มีสังคมไหนล่มสลายเพราะดูแลเด็ก …วิกฤตของกองทุนบำนาญที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะพ่อแม่ของเราแก่ แต่เกิดขึ้นเพราะความไม่โปร่งใสของคณะกรรมการ”

นายษัษฐรัมย์ ยังให้ความคิดเห็นถึงวิกฤตที่แท้จริงของระบบบำนาญไทยที่ไม่ได้เกิดจาก “สังคมผู้สูงอายุ” นี่เป็นวาทกรรมที่ถูกสร้างขึ้นเพื่อจำกัดจินตนาการในการแก้ปัญหา แต่เกิดจากปัญหาการบริหารจัดการที่ขาดความโปร่งใสและการขาดเจตจำนงทางการเมือง การปฏิรูปที่ประสบความสำเร็จต้องอาศัยเจตจำนงทางการเมืองเป็นตัวนำ มากกว่าการรอข้อมูลหรือกฎหมายที่สมบูรณ์แบบ

ในปัจจุบันมีการผลักดันแผนปฏิรูประบบบำนาญ 3 ระยะ 

ระยะที่ 1 คือการปรับสูตรบำนาญเพื่อความเป็นธรรมได้ดำเนินการไปแล้ว 

ระยะที่ 2 คือการสร้างระบบแต้มบำนาญที่ยืดหยุ่น 

ระยะที่ 3 คือการขยายความครอบคลุมสู่แรงงานทุกคนในประเทศ 

อย่างไรก็ตาม มีความท้าทายสำคัญคือความไม่โปร่งใสในการลงทุนของกองทุน (กรณีการลงทุนใน STARK) และระบบเทคโนโลยีสารสนเทศที่ล้าสมัยซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาสิทธิประโยชน์ 

สำหรับงานประชุมวิชาการด้านแรงงานของประเทศไทย หัวข้อ “แรงงานไทยท่ามกลางความเปลี่ยนแปลง” ครั้งนี้จะจัดจนไปถึงวันที่ 2 พ.ย. 2568 นี้

ปัญหาแรงงานไทยไร้แผนยุทธศาสตร์ที่ต้องเร่งแก้ไข

จากประเด็นที่กล่าวมาทั้งหมด จะเห็นได้ว่าปัญหา แรงงานไทยไร้แผนยุทธศาสตร์ นั้นเป็นเรื่องที่น่ากังวลอย่างยิ่ง การขาดการบูรณาการระหว่างหน่วยงาน การยึดติดกับ KPI ที่ไม่สะท้อนความเป็นจริง และความไม่โปร่งใสในการบริหารจัดการกองทุน ล้วนเป็นอุปสรรคสำคัญในการพัฒนาศักยภาพ แรงงานไทยไร้แผนยุทธศาสตร์ เราจึงต้องร่วมกันผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้าง เพื่อให้ แรงงานไทยไร้แผนยุทธศาสตร์ สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน

การแก้ไขปัญหา แรงงานไทยไร้แผนยุทธศาสตร์ จึงต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อสร้างระบบแรงงานที่แข็งแกร่งและยั่งยืนสำหรับอนาคต

ที่มา – “วีระยุทธ” ห่วงไทยไร้แผนยุทธศาสตร์แรงงาน-“ษัษฐรัมย์” ชี้วิกฤตกองทุนบำนาญคือการทุจริต

โสภณ ลุยแก้ยาเสพติดบุรีรัมย์ ย้ำสร้างภูมิคุ้มกัน

“โสภณ ซารัมย์” ลงพื้นที่บุรีรัมย์ ลุยขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Big Win” แก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ ใน 4 อำเภอ สั่งเน้นย้ำอย่าปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมด้วย

วันที่ 1 พ.ย. 2568 เวลา 11.00 น. นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่อำเภอพุทไธสง จังหวัดบุรีรัมย์ ขับเคลื่อนนโยบาย “Quick Big Win: ติดตาม เร่งรัด โครงการรวมพลังรักศรัทธาแก้ไขปัญหายาเสพติดแบบบูรณาการ” โดยมี นพ.พิเชษฐ พืดขุนทด นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด นายอำเภอ 4 อำเภอ พุทไธสง คูเมือง บ้านใหม่ไชยพจน์ นาโพธิ์ ผู้กำกับการสถานีตำรวจ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ นายกองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น ผอ.รพ.สต. และผู้นำชุมชน ร่วมให้การต้อนรับ เพื่อเน้นย้ำแนวทางการบูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ในการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืน พร้อมลงพื้นที่เยี่ยม “มินิธัญญารักษ์พุทไธสง (บ้านทอแสงตะวัน)” ซึ่งมีผู้เข้ารับการบำบัดจำนวน 31 คน

ในโอกาสนี้ มูลนิธิอาณัตพล ซารัมย์ (ลูกเติ้ง) โดย พันตำรวจเอก สมยศ พื้นชัยภูมิ ได้มอบเงินสนับสนุนการดำเนินงานของบ้านทอแสงตะวัน จำนวน 100,000 บาท เพื่อส่งเสริมกิจกรรมบำบัดและฟื้นฟูผู้ติดยาเสพติดในพื้นที่

จากนั้น เวลา 13.00 น. รองนายกรัฐมนตรี เดินทางต่อไปยัง ศูนย์ฟื้นฟูรวมพลังรักศรัทธาแก้ปัญหายาเสพติด วัดสมศรี อำเภอนาโพธิ์ ซึ่งเปิดค่ายบำบัดภายใต้ความอนุเคราะห์ของ พระครูโพธิคุณากร รองเจ้าคณะอำเภอนาโพธิ์ โดยมีนายอำเภอ ผู้กำกับ ผู้อำนวยการโรงพยาบาล สาธารณสุขอำเภอ ผอ.รพ.สต. กำนัน และผู้ใหญ่บ้าน ร่วมให้การต้อนรับ และให้กำลังใจผู้บำบัดในค่าย จำนวน 43 คน

จากการพูดคุยกับผู้บำบัด พบว่าสาเหตุหลักของการเสพยา ได้แก่ 1. เสพเพื่อเพิ่มแรงในการทำงาน 2. ปัญหาความขัดแย้งและแตกแยกภายในครอบครัว

รองนายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า ต้อง “ป้องกันควบคู่ปราบปราม” การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่อาจพึ่งการปราบปรามเพียงอย่างเดียว แต่ต้องสร้าง ภูมิคุ้มกันทางสังคม โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้นำชุมชน และครอบครัว เพื่อจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ สร้างโอกาสให้ผู้มีความเสี่ยงได้รับความรู้ มีอาชีพ และสามารถดูแลตนเองได้จึงจะแก้ปัญหายาเสพติดได้อย่างยั่งยืน

“ขอให้ผู้นำได้ทำความเข้าใจกับประชาชนในพื้นที่ ในการให้โอกาสแก่ผู้ที่ผ่านบำบัด ได้อยู่ร่วมกันในสังคมอย่างปกติ” นายโสภณ กล่าว

โสภณ ลุยแก้ยาเสพติดบุรีรัมย์ สั่งย้ำอย่าปราบอย่างเดียว ต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมด้วย

นายโสภณ ซารัมย์ รองนายกรัฐมนตรี ลงพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ เพื่อติดตามและขับเคลื่อนนโยบายการแก้ไขปัญหายาเสพติด โดยเน้นย้ำถึงความสำคัญของการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมควบคู่ไปกับการปราบปราม โสภณ ลุยแก้ยาเสพติดบุรีรัมย์ ในครั้งนี้สะท้อนให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการแก้ไขปัญหาที่ต้นเหตุ โดยอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในสังคม

แนวทางการแก้ไขปัญหายาเสพติดของโสภณ ซารัมย์

  • บูรณาการความร่วมมือจากทุกภาคส่วน: องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น, กำนัน, ผู้ใหญ่บ้าน, ผู้นำชุมชน, และครอบครัว
  • สร้างกิจกรรมสร้างสรรค์: ส่งเสริมการเรียนรู้และพัฒนาอาชีพ
  • ให้โอกาสแก่ผู้ที่ผ่านการบำบัด: สนับสนุนการกลับคืนสู่สังคม

การแก้ไขปัญหายาเสพติดไม่ใช่เพียงแค่การจับกุมและลงโทษผู้กระทำผิด แต่เป็นการสร้างสังคมที่เข้มแข็งและเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ซึ่งกันและกัน การ โสภณ ลุยแก้ยาเสพติดบุรีรัมย์ ในครั้งนี้จึงเป็นก้าวสำคัญในการสร้างภูมิคุ้มกันที่ยั่งยืนให้กับชุมชน

จากข้อมูลการพูดคุยกับผู้บำบัด พบว่าสาเหตุของการเสพยามาจากหลากหลายปัจจัย ทั้งเพื่อเพิ่มแรงในการทำงาน และปัญหาความขัดแย้งภายในครอบครัว การแก้ไขปัญหาจึงต้องมุ่งเน้นไปที่การเสริมสร้างความเข้มแข็งของสถาบันครอบครัว และสร้างโอกาสทางอาชีพให้กับผู้ที่ต้องการหลีกหนีจากวงจรยาเสพติด

การที่ โสภณ ลุยแก้ยาเสพติดบุรีรัมย์ และเน้นย้ำถึงการสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมนั้น เป็นแนวทางที่ถูกต้องและควรได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วน เพราะการแก้ไขปัญหายาเสพติดอย่างยั่งยืนนั้นต้องอาศัยความร่วมมือร่วมใจจากทุกคนในสังคม เพื่อสร้างสังคมที่ปลอดจากยาเสพติดและมีความสุขอย่างแท้จริง

ที่มา – “โสภณ” ลุยแก้ยาเสพติดบุรีรัมย์ สั่งย้ำอย่าปราบอย่างเดียว ต้องสร้างภูมิคุ้มกันทางสังคมด้วย

ปีใหม่ 2569 หยุดยาว 5 วัน! เช็กเลย

เตรียมตัวให้พร้อม! ครม. อนุมัติ วันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 ให้วันที่ 2 มกราคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ทำให้เราได้หยุดยาวต่อเนื่องถึง 5 วันเต็ม ตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2568 ถึง 4 มกราคม 2569 ใครที่กำลังวางแผนเที่ยวปีใหม่ ห้ามพลาดข่าวนี้!

ใครที่กำลังมองหาสถานที่ท่องเที่ยว หรือวางแผนเดินทางในช่วงเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ต้องรีบเช็กปฏิทินกันให้ดีๆ นะคะ เพราะมติที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2567 ได้อนุมัติให้ วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 เป็นวันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ ทำให้ช่วงเวลาแห่งความสุขของทุกคนยาวนานยิ่งขึ้น

ข่าวดีก็คือ การเพิ่มวันหยุดราชการในครั้งนี้ ทำให้มีวันหยุดเชื่อมกันยาวๆ ตั้งแต่วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 ไปจนถึงวันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569 รวมแล้วเป็นวันหยุดยาวฉลองเทศกาลปีใหม่ถึง 5 วันเต็มๆ! มาตรการนี้มีจุดประสงค์เพื่อกระตุ้นการเดินทางท่องเที่ยว และส่งเสริมเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศให้คึกคักยิ่งขึ้น

วันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 รวม 5 วัน!

สรุปแล้ว วันหยุดยาวในช่วงเทศกาลวันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 มีดังนี้:

  • วันพุธที่ 31 ธันวาคม 2568 (วันสิ้นปี)
  • วันพฤหัสบดีที่ 1 มกราคม 2569 (วันขึ้นปีใหม่)
  • วันศุกร์ที่ 2 มกราคม 2569 (วันหยุดราชการเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ) และเป็นวันหยุดของธนาคาร
  • วันเสาร์ที่ 3 มกราคม 2569
  • วันอาทิตย์ที่ 4 มกราคม 2569

เตรียมตัวให้พร้อมสำหรับวันหยุดช่วงปีใหม่ 2569

สำหรับใครที่ทำงานในบริษัทเอกชน อย่าลืมตรวจสอบนโยบายวันหยุดของบริษัทตัวเองด้วยนะคะ เพราะวันหยุดพิเศษอาจแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของแต่ละองค์กร ดังนั้น วางแผนล่วงหน้า และสอบถามให้ชัดเจน จะได้ไม่พลาดโอกาสในการพักผ่อนอย่างเต็มที่ในช่วงวันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 นี้นะคะ

หลายคนคงเริ่มวางแผนเที่ยวกันแล้วใช่ไหมคะ ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางไปต่างจังหวัด พักผ่อนริมทะเล หรือขึ้นเหนือสัมผัสอากาศหนาว อย่าลืมจองที่พัก และตั๋วเดินทางล่วงหน้า เพื่อให้ทริปวันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 เป็นไปอย่างราบรื่นและสนุกสุดเหวี่ยง! และอย่าลืมเผื่อเวลาในการเดินทางด้วยนะคะ เพราะช่วงเทศกาลปีใหม่ รถจะติดเป็นพิเศษค่ะ

นอกจากเรื่องเที่ยวแล้ว การดูแลสุขภาพก็สำคัญนะคะ พักผ่อนให้เพียงพอ ทานอาหารที่มีประโยชน์ และออกกำลังกายเป็นประจำ เพื่อให้ร่างกายแข็งแรงพร้อมสำหรับกิจกรรมต่างๆ ในช่วงวันหยุดยาวนี้ ที่สำคัญ อย่าลืมดูแลตัวเองจากอากาศที่เปลี่ยนแปลงด้วยนะคะ

หวังว่าข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์สำหรับทุกคนในการวางแผนวันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 นี้นะคะ ขอให้ทุกคนมีความสุข สนุกสนาน และเดินทางปลอดภัยในช่วงเทศกาลปีใหม่ค่ะ

ที่มา – วันหยุดช่วงปีใหม่ 2569 ได้วันหยุดยาวต่อเนื่อง 5 วัน หลัง ครม. เคาะวันหยุดพิเศษ

สส.จี้! แจงด่วน **โควตาหวยของทหารผ่านศึก**

“ธนเดช เพ็งสุข” ตั้งคำถามสำคัญถึงกรณี **โควตาหวยของทหารผ่านศึก** กว่า 1 ล้านใบต่องวด ที่อาจกำลังกลายเป็น **โควตาหวยของทหารผ่านศึก** สีเทา จี้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) เร่งออกมาชี้แจงข้อเท็จจริงว่าโควตาดังกล่าวถูกแปรสภาพและตกไปอยู่ในมือของกลุ่มทุนใดกันแน่

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายธนเดช เพ็งสุข สส.กทม. พรรคประชาชน ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวแสดงความกังวลว่า “**โควตาหวยของทหารผ่านศึก** กว่า 1,000,000 ใบต่องวด กำลังกลายเป็นเหมืองทองของกลุ่มทุนสีเทา” โดยระบุว่าเหล่าทหารผ่านศึก ผู้ที่เคยเสียสละเพื่อชาติ กลับกลายเป็นเหยื่อในเกมการแสวงหาผลประโยชน์ของกลุ่มคนมีอำนาจ

นายธนเดช ได้ชี้แจงเพิ่มเติมว่า ในแต่ละงวด องค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก ได้รับโควตาลอตเตอรี่จำนวนมากกว่า 10,000 เล่มต่องวด จากสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล ซึ่งถือเป็น “สิทธิประโยชน์เพื่อทหารผ่านศึก” ผู้ที่เคยอุทิศตน ปกป้องแผ่นดิน เพื่อแลกกับความปลอดภัยของส่วนรวม แต่น่าเสียดายที่ในปัจจุบัน โควตาเหล่านั้นกลับไม่ได้ตกอยู่ในมือของทหารผ่านศึกอย่างแท้จริง แต่กลับถูกรวบรวมและบริหารจัดการภายใต้หน่วยงานที่ชื่อว่า สำนักงานจัดจำหน่ายสลากกินแบ่งและบุหรี่ ซึ่งถูกมองว่าเป็น “ยี่ปั๊วขนาดใหญ่” ที่คนในวงการต่างทราบดีว่าใครคือผู้ถือสิทธิ์ตัวจริงเบื้องหลัง

“วันนี้ผมขอถามดัง ๆ ว่าโควตานี้ “หลุด” ไปอยู่ในมือของกลุ่มใด? และเหตุใดเครือข่ายเหล่านั้นถึงได้รับสิทธิมากมายขนาดนี้?” นายธนเดชตั้งคำถามอย่างตรงไปตรงมา

“หรือเบื้องหลังของโควตานี้ อาจไม่ได้มีแค่เรื่องธุรกิจ… แต่อาจมีเรื่อง “อำนาจ การเมือง มูลนิธิ หรือ สายสัมพันธ์” ที่ค้ำจุนกันอยู่” นายธนเดชกล่าวเสริมอย่างมีนัยยะ

นายธนเดช ยังได้เรียกร้องให้ ผู้อำนวยการองค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (ผอ.อผศ.) เปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับการบริหารจัดการ “**โควตาหวยของทหารผ่านศึก**” ว่าถูกบริหารจัดการในรูปแบบใด ใครคือผู้ได้รับสิทธิในการประมูลโควตาเหล่านี้ และมีใครกำลังแสวงหาผลประโยชน์บนความเสียสละของเหล่าทหารกล้าหรือไม่? พร้อมทั้งแสดงความห่วงใยว่า อผศ. อาจกำลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของเครื่องมือของ “เครือข่ายสีเทา” ที่กำลังเติบโตบนความไม่โปร่งใส และใช้ชื่อของผู้เสียสละเป็นเครื่องมือในการหากินอย่างไม่ถูกต้อง

เรียกร้องให้แจง! โควตาหวยของทหารผ่านศึก

ประเด็นเรื่อง **โควตาหวยของทหารผ่านศึก** กลายเป็นที่จับตามองของสังคมอย่างมาก หลายฝ่ายตั้งคำถามถึงความโปร่งใสและกระบวนการจัดสรรที่เป็นธรรมต่อทหารผ่านศึกอย่างแท้จริง

ความโปร่งใสของโควตาหวยทหารผ่านศึก

เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เรื่องของผลประโยชน์ทางธุรกิจ แต่ยังเกี่ยวข้องกับเกียรติยศ ศักดิ์ศรี และสิทธิที่พึงมีพึงได้ของทหารผ่านศึก ผู้ที่เคยเสียสละเพื่อประเทศชาติ การตรวจสอบที่โปร่งใสและเป็นธรรม จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่งที่จะต้องดำเนินการโดยเร็ว

  • ตรวจสอบกระบวนการจัดสรรโควตาอย่างละเอียด
  • เปิดเผยรายชื่อผู้ได้รับโควตาและเงื่อนไขการได้รับ
  • สร้างกลไกการตรวจสอบและรับฟังความคิดเห็นจากทหารผ่านศึก

การปล่อยให้ประเด็นนี้คลุมเครือต่อไป จะยิ่งสร้างความเคลือบแคลงสงสัยและบั่นทอนความเชื่อมั่นของประชาชนที่มีต่อองค์กรภาครัฐ และอาจนำไปสู่ปัญหาที่ซับซ้อนมากยิ่งขึ้นในอนาคต

ดังนั้น หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงควรเร่งดำเนินการตรวจสอบและชี้แจงข้อเท็จจริงอย่างตรงไปตรงมา เพื่อให้ความเป็นธรรมแก่ทหารผ่านศึก และสร้างความโปร่งใสในการบริหารจัดการทรัพยากรของประเทศ

ผมมองว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อความรู้สึกของทหารผ่านศึกและประชาชนทั่วไป หากมีการทุจริตเกิดขึ้นจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะต้องได้รับโทษตามกฎหมายอย่างเด็ดขาด เพื่อเป็นตัวอย่างไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

ที่มา – สส.ปชน. จี้ เร่งแจง โควตาหวยของทหารผ่านศึกล้านใบ ตกไปอยู่ในมือโควตากลุ่มใด

“ธนกร” ยก “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

“ธนกร” ยาหอมนายกฯ อนุทินพาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง เชื่อนานาชาติพร้อมเจรจาลงทุนในอนาคต

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม เปิดเผยว่า แม้รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี จะบริหารประเทศมาเพียง 1 เดือน แต่เชื่อว่าประเทศไทยได้กลับเข้าสู่สายตาของประชาคมโลกอีกครั้งแล้ว โดยเฉพาะบทบาทของรัฐบาลในเวทีโลก ที่นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ได้กล่าวถ้อยแถลงตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างเฉียบคม จนได้รับการยกย่องและเสียงปรบมือจากผู้แทนนานาชาติ ขณะที่เวที APEC นายกรัฐมนตรีได้ชูศักยภาพของไทยในการเป็นผู้นำด้าน การเติบโตสีเขียวและยั่งยืน ภายใต้นโยบาย Quick Big Win

นายธนกรยังระบุถึงการหารือทวิภาคีระหว่างนายกรัฐมนตรีกับนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีจีน ซึ่งนายกฯ ได้ใช้โอกาสนี้ติดตามการเจรจาซื้อข้าวไทย 500,000 ตัน และยืนยันว่ารัฐบาล ไม่มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยการใช้คาสิโน แต่จะส่งเสริมสินค้าไทยและเทคโนโลยีที่มีอยู่แทน พร้อมเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเที่ยวประเทศไทย

นายธนกรสรุปว่า วันนี้ผู้นำระดับโลกหลาย ๆ ประเทศกำลังให้ความสนใจประเทศไทย ถึงแม้ว่าสิ่งที่ท่านนายกฯ กำลังดำเนินการอยู่ในขณะนี้อาจจะยังไม่เห็นผลทันที แต่อย่างน้อยก็แสดงให้เห็นแล้วว่า นานาประเทศพร้อมเปิดรับประเทศไทยสำหรับการเจรจาลงทุนการค้าต่าง ๆ ในอนาคต

“ธนกร” ยก “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

นายธนกร วังบุญคงชนะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรม ได้ออกมาแสดงความเชื่อมั่นว่าประเทศไทยภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรีอนุทิน ชาญวีรกูล กำลังกลับมาเป็นที่จับตามองของนานาชาติอีกครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเวทีโลกที่ประเทศไทยได้แสดงบทบาทอย่างแข็งขันและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน

การที่รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการเติบโตสีเขียวและยั่งยืน รวมถึงการส่งเสริมสินค้าไทยและเทคโนโลยีที่มีอยู่ เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าประเทศไทยกำลังเดินหน้าไปในทิศทางที่ถูกต้องและสอดคล้องกับความต้องการของโลกในปัจจุบัน

ผลสำเร็จที่จับต้องได้จากการที่ “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

  • การตอบโต้ข้อกล่าวหาของกัมพูชาอย่างเฉียบคมในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นและได้รับการยกย่องจากนานาชาติ
  • การหารือทวิภาคีกับประธานาธิบดีจีนเพื่อติดตามการเจรจาซื้อข้าวไทย ส่งผลดีต่อภาคการเกษตรของไทย
  • การยืนยันนโยบายที่ไม่ใช้คาสิโนกระตุ้นเศรษฐกิจ แต่จะส่งเสริมสินค้าไทยและเทคโนโลยี สร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุน
  • การเชิญชวนนักท่องเที่ยวชาวจีนให้กลับมาเที่ยวประเทศไทย ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาคการท่องเที่ยว

นอกจากนี้ การที่ผู้นำระดับโลกให้ความสนใจประเทศไทยมากขึ้น ถือเป็นโอกาสที่ดีในการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศและการเจรจาการค้าต่าง ๆ ซึ่งจะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว

การที่“อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง ไม่ได้เป็นเพียงแค่คำกล่าวอ้าง แต่เป็นสิ่งที่จับต้องได้และเห็นผลอย่างเป็นรูปธรรม ซึ่งต้องขอชื่นชมการทำงานของรัฐบาลที่มุ่งมั่นพัฒนาประเทศและสร้างความเชื่อมั่นให้กับนานาชาติ

รัฐบาลชุดนี้มาพร้อมความมุ่งมั่นที่จะยกระดับประเทศไทยให้เป็นที่ยอมรับในระดับสากล การสร้างความเชื่อมั่นและความน่าสนใจให้กับประเทศจึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุนและสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจใหม่ ๆ ให้กับคนไทยทุกคน หวังว่าความพยายามเหล่านี้จะนำพาประเทศไทยไปสู่ความเจริญรุ่งเรืองอย่างยั่งยืน

อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงใด ๆ ย่อมต้องใช้เวลา การที่นายธนกรออกมาให้ความเห็นเช่นนี้ ถือเป็นสัญญาณบวกที่แสดงให้เห็นถึงทิศทางที่ถูกต้อง และความมุ่งมั่นของรัฐบาลในการพัฒนาประเทศให้ก้าวหน้าต่อไป

ที่มา – “ธนกร” ยก “อนุทิน” พาไทยกลับสู่สายตาโลกอีกครั้ง

ตรวจผลสลาก N3 1 พฤศจิกายน 2568 เช็กเลย!

มาแล้ว! ผลสลาก N3 งวด 1 พฤศจิกายน 2568 ตรวจผลรางวัลเลข 3 ตัวตรง, 3 ตัวสลับหลัก, เลข 2 ตัวตรง และรางวัลพิเศษต่างๆ ได้ที่นี่เลย

รายงานข่าวผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 รางวัลที่ 1 มูลค่า 6,000,000 บาท และผลสลาก N3 ซึ่งเป็นสลากประเภทหนึ่งที่ได้รับความนิยมเช่นกัน โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้

ผลสลาก N3 งวด 1 พฤศจิกายน 2568

ตรวจสอบผลสลาก N3 สลากตัวเลขสามหลัก งวดประจำวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ทุกรางวัลได้ที่นี่ อัปเดตรวดเร็ว ทันใจ!

เลขรางวัลสามตัวตรง
เลข 3 ตัวตรง: 898 รางวัลละ 4,314 บาท

เลขรางวัลสามตัวสลับหลัก
เลข 3 ตัวสลับหลัก: 889, 988 รางวัลละ 1,842 บาท

เลขรางวัลสองตัวตรง
เลข 2 ตัวตรง: 87 รางวัลละ 687 บาท

เลขรางวัลพิเศษ
เลขรางวัลพิเศษ: 898000001942

ตรวจหวยงวดล่าสุด สลากกินแบ่งรัฐบาล งวด 16 ตุลาคม 2568

เพื่อเป็นการเปรียบเทียบและอ้างอิง เรามาดูผลสลากกินแบ่งรัฐบาล งวดล่าสุด 16 ตุลาคม 2568 กันอีกครั้ง:

รางวัลที่ 1
345898

รางวัลเลขหน้า 3 ตัว
449, 328

รางวัลเลขท้าย 3 ตัว
111, 690

รางวัลเลขท้าย 2 ตัว
87

สำหรับใครที่กำลังมองหาแนวทางในการซื้อสลากงวดต่อไป ลองพิจารณาจากสถิติและข้อมูลต่างๆ ที่มีการวิเคราะห์กันอย่างแพร่หลาย เพื่อเพิ่มโอกาสในการถูกรางวัลมากยิ่งขึ้น นอกเหนือจากการตรวจ ผลสลาก N3 งวด 1 พฤศจิกายน 2568 แล้ว การศึกษาข้อมูลสถิติหวยก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจ

การเสี่ยงโชคเป็นเรื่องของโชคชะตา แต่การเตรียมความพร้อมและศึกษาข้อมูลก็เป็นสิ่งที่ไม่ควรมองข้าม ขอให้ทุกท่านโชคดีกับการเสี่ยงโชคในงวดต่อไป

ที่มา – ผลสลาก N3 งวด 1 พฤศจิกายน 2568 ออกแล้ว ตรวจหวย N3 ทุกรางวัลที่นี่

รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO

รัฐบาลไทยแสดงความยินดีที่ “น่าน” และ “สงขลา” ได้รับเลือกเป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ UNESCO ตอกย้ำศักยภาพทางวัฒนธรรมของไทยในเวทีโลก

นางสาวอัยรินทร์ พันธุ์ฤทธิ์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า รัฐบาลชื่นชมการบริหารจัดการที่เป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดน่านและจังหวัดสงขลา จนได้รับการคัดเลือกจากองค์การยูเนสโก (UNESCO) ให้เป็นสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ (UNESCO Creative Cities Network – UCCN) ประจำปี 2025 ซึ่งจะช่วยส่งเสริมการท่องเที่ยวและสร้างรายได้ให้แก่ท้องถิ่น สอดคล้องกับนโยบาย “ไท ไทย” ที่เน้นการสร้างรายได้จากวัฒนธรรมท้องถิ่นและยกระดับเศรษฐกิจฐานรากอย่างยั่งยืน

รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO

จังหวัดน่านได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขาหัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้าน โดยนำเสนอเรื่องราวภายใต้แนวคิด “ปราชญ์ท้องถิ่น–ชุมชน–ธรรมชาติ” ตอกย้ำความเป็น “เมืองเก่าที่มีชีวิต” ที่หัตถกรรมและศิลปะพื้นบ้านยังคงมีบทบาทในชีวิตประจำวันของผู้คน ไม่ว่าจะเป็นผ้าทอไทลื้อ, เครื่องเงินอิ้วเมี่ยน, งานจักสาน, เตาเผาโบราณบ่อสวก, จิตรกรรมฝาผนังกระซิบรักบันลือโลก, หัวเรือแข่งพญานาค และย่ามเถาวัลย์ป่าของชาวมละบริ

ขณะที่จังหวัดสงขลาได้รับการประกาศให้เป็นสมาชิกเครือข่ายในสาขาอาหาร ด้วยความโดดเด่นของการเป็นเมือง 2 ทะเล คือ ทะเลสาบสงขลา (น้ำจืด น้ำกร่อย น้ำเค็ม) และทะเลอ่าวไทย รวมถึงระบบนิเวศ “โหนด-นา-เล” ที่อุดมสมบูรณ์ ทำให้เกิดวัตถุดิบที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ของอาหารสงขลา นอกจากนี้ สงขลายังมีกิจกรรมทางวัฒนธรรมที่โดดเด่นและมีศักยภาพในการขับเคลื่อนเมือง

ทำไมรัฐบาลถึงปลื้ม “น่าน-สงขลา” กับการเป็นเมืองสร้างสรรค์ UNESCO?

การที่ “น่าน-สงขลา” ได้รับการคัดเลือกจาก UNESCO ให้เป็น รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO นี้ ไม่เพียงแต่สร้างชื่อเสียงให้กับทั้งสองจังหวัด แต่ยังส่งผลดีต่อภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของประเทศไทยโดยรวม เป็นการตอกย้ำถึงความเข้มแข็งของอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมไทยที่สามารถนำไปสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันศักยภาพของทุนทางวัฒนธรรมไทยให้เป็นที่ประจักษ์ในเวทีนานาชาติอย่างต่อเนื่อง

ประโยชน์ที่ได้รับจากการเป็นเมืองสร้างสรรค์ UNESCO:

  • ส่งเสริมการท่องเที่ยวและเศรษฐกิจท้องถิ่น
  • สร้างความภาคภูมิใจในวัฒนธรรมและประเพณี
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในชุมชน
  • สร้างเครือข่ายและความร่วมมือกับเมืองอื่นๆ ทั่วโลก

รัฐบาลมองว่าการที่จังหวัดน่านและจังหวัดสงขลาได้รับการยกย่องในระดับนานาชาติ ถือเป็นก้าวสำคัญในการส่งเสริม Soft Power ของไทย และเป็นการสร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับผู้ประกอบการท้องถิ่น รวมถึงเป็นการกระตุ้นให้เยาวชนรุ่นใหม่หันมาสนใจและสืบสานมรดกทางวัฒนธรรมของตนเอง

การเป็นเมืองสร้างสรรค์ UNESCO ไม่ได้เป็นเพียงแค่รางวัล แต่เป็นจุดเริ่มต้นของการพัฒนาที่ยั่งยืน โดยการนำเอาวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์มาเป็นเครื่องมือในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคม รัฐบาลพร้อมที่จะสนับสนุนและผลักดันให้ “น่าน” และ “สงขลา” เป็นต้นแบบของเมืองที่สามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืนบนพื้นฐานของอัตลักษณ์และความเป็นไทย

รัฐบาลปลื้ม! น่าน-สงขลา เมืองสร้างสรรค์ UNESCO ถือเป็นความสำเร็จที่เกิดจากความร่วมมือของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชน ซึ่งแสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความมุ่งมั่นของคนไทยในการสร้างสรรค์สิ่งดีๆ ให้กับประเทศชาติ หากเราสามารถรักษาและต่อยอดความสำเร็จนี้ได้อย่างต่อเนื่อง ประเทศไทยจะสามารถก้าวขึ้นเป็นผู้นำด้านวัฒนธรรมและความคิดสร้างสรรค์ในระดับโลกได้อย่างแน่นอน

ที่มา – รัฐบาล ปลื้ม “น่าน-สงขลา” คว้าสมาชิกเครือข่ายเมืองสร้างสรรค์ UNESCO เร่งต่อยอดท่องเที่ยว