วัน: 1 พฤศจิกายน 2025

“สะพานมโนราห์” ข้ามสงขลา! พิพัฒน์ปักหมุดสร้าง

“พิพัฒน์” ตรวจงานถนนเชื่อม “หาดชลาทัศน์–เก้าเส้ง” เติมเต็ม Thailand Riviera เชื่อม “เพชรบุรี–นราธิวาส” ปักหมุดสร้าง “สะพานมโนราห์” ข้ามทะเลสาบสงขลา ธ.ค. 68 หนุนเศรษฐกิจ-ท่องเที่ยวภาคใต้ตอนล่าง สู่ศูนย์กลาง “ประตูเศรษฐกิจอ่าวไทย”

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว. คมนาคม ลงพื้นที่จังหวัดสงขลา เพื่อติดตามความคืบหน้าโครงการถนนเชื่อมต่อหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง) พัฒนาโครงข่ายถนนสำคัญในพื้นที่ ซึ่งจะเป็นกลไกขับเคลื่อนเศรษฐกิจ การท่องเที่ยว และคุณภาพชีวิตของประชาชนภาคใต้ตอนล่าง ว่า จังหวัดสงขลาเป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพสูง ทั้งด้านเศรษฐกิจ การค้า และการท่องเที่ยว แต่ที่ผ่านมาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมยังมีข้อจำกัดหลายประการ การพัฒนาเส้นทางคมนาคมจึงเป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้จังหวัดสามารถยกระดับสู่ “ศูนย์กลางเศรษฐกิจฝั่งอ่าวไทย” ได้อย่างแท้จริง

สำหรับโครงสร้างพื้นฐาน คือจุดเริ่มต้นของโอกาส ถ้าเรามีถนนที่ดี มีเส้นทางเชื่อมโยงที่สมบูรณ์ การค้าขายจะสะดวกขึ้น การท่องเที่ยวจะคึกคักขึ้น และประชาชนก็จะมีรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย หนึ่งในโครงการสำคัญที่กำลังเดินหน้า คือ โครงการก่อสร้างถนนเชื่อมต่อหาดชลาทัศน์ (เก้าเส้ง) ทางหลวงชนบท สข.2004 ระยะทาง 1.8 กิโลเมตร (กม.) แบ่งเป็น ส่วนถนน 1.4 กม. ส่วนสะพานข้ามคลอง 0.4 กม. ขนาด 2 ช่องจราจรมาตรฐาน

“โครงการนี้จะช่วยเชื่อมย่านท่องเที่ยวชายฝั่งกับถนนสายหลักของจังหวัดสงขลา เสริมการเดินทางระหว่างเมืองเก่าสงขลา–เก้าเส้ง–หัวนายแรง และเติมเต็มแนว “เส้นทางท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งอ่าวไทย (Thailand Riviera)” ให้สมบูรณ์มากยิ่งขึ้น ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจท้องถิ่น และสร้างรายได้ให้ชุมชนชายฝั่งอย่างทั่วถึง ขณะนี้โครงการอยู่ระหว่างขั้นตอนศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อม EIA และเตรียมก่อสร้าง โดยกระทรวงคมนาคมจะเร่งรัดให้แล้วเสร็จ และเริ่มต้นโครงการภายในปี พ.ศ. 2570” นายพิพัฒน์ กล่าว

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า การพัฒนา “Thailand Riviera” เป็นแนวคิดการสร้างเส้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวเลียบชายฝั่งอ่าวไทย มีแนวคิดว่าถ้าเริ่มตั้งแต่ เพชรบุรี–ประจวบคีรีขันธ์–ชุมพร–สุราษฎร์ธานี–นครศรีธรรมราช–สงขลา–ปัตตานี–นราธิวาส ให้เชื่อมโยงต่อเนื่องกันอย่างสมบูรณ์ เราต้องการให้ชายฝั่งอ่าวไทยกลายเป็นเส้นทางเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวที่คนไทยภาคภูมิใจ ขับรถเที่ยวได้ทั้งเส้น เห็นความงดงามของทะเล วัฒนธรรม และชุมชนตลอดแนว โครงการในสงขลาเป็นอีกจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางนี้ เพราะเป็นประตูสู่ภาคใต้ตอนล่าง และจะเชื่อมต่อการเดินทางทั้งฝั่งทะเลอ่าวไทยเข้าด้วยกัน

สำหรับโครงการสะพานมโนราห์ข้ามทะเลสาบสงขลา (ตำบลเกาะใหญ่-จองถนน จังหวัดสงขลา-พัทลุง) อำเภอกระแสสินธุ์ จังหวัดสงขลา-อำเภอเขาชัยสน จังหวัดพัทลุง) ระยะทาง 7 กม. วงเงิน 4,841 ล้านบาท แบ่งเป็นค่าก่อสร้าง 4,700 ล้านบาท และค่าจ้างควบคุมงานก่อสร้าง 141 ล้านบาท ตามเป้าหมาย เพื่อให้แล้วเสร็จในปี 71 เตรียมลงนามสัญญาว่าจ้างก่อสร้างในเดือนธันวาคม 2568 คาดแล้วเสร็จในปี 71 ซึ่งเป็นโครงการที่ประชาชนรอคอยมานานกว่า 30 ปี

นอกจากนี้ยังมีโครงข่ายถนนรอบทะเลสาบสงขลาครอบคลุมพื้นที่กว่า 142 ท้องถิ่น ครอบคลุม 3 จังหวัด นครศรีธรรมราช พัทลุง สงขลา เพื่อเชื่อมเส้นทางระหว่างชุมชน ตลาด และแหล่งท่องเที่ยว ให้เดินทางสะดวกมากขึ้น สำหรับพื้นที่โดยรอบสะพานมโนราห์จะได้รับการพัฒนาให้เป็นแหล่งท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์ พร้อมจัดตั้งศูนย์อนุรักษ์และอนุบาลปลาโลมาอิรวดี เพื่อศึกษา ดูแล และขยายพันธุ์โลมาในทะเลสาบสงขลาที่เหลืออยู่เพียงไม่กี่ตัวในประเทศ ถือเป็นโครงการที่ผสานทั้งมิติของคมนาคม สิ่งแวดล้อม และการท่องเที่ยวเข้าด้วยกัน

การสร้าง “สะพานมโนราห์” ข้ามทะเลสาบสงขลา ถือเป็นข่าวดีสำหรับชาวสงขลาและพัทลุง รวมถึงนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมายังภาคใต้ตอนล่าง เพราะนอกจากจะช่วยย่นระยะเวลาในการเดินทางแล้ว ยังเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่อีกด้วย

“สะพานมโนราห์” ข้ามทะเลสาบสงขลา

โครงการสะพานมโนราห์นี้ ไม่เพียงแต่เป็นโครงสร้างพื้นฐานที่สำคัญ แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของการพัฒนาและความเจริญก้าวหน้าของภาคใต้ตอนล่าง การลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานเช่นนี้ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจในระยะยาวอย่างแน่นอน

ความสำคัญของ “สะพานมโนราห์”

  • ย่นระยะเวลาการเดินทางระหว่างสงขลาและพัทลุง
  • กระตุ้นเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวในพื้นที่
  • สร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ
  • ยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน

โครงการ “Thailand Riviera” ที่เชื่อมต่อตั้งแต่เพชรบุรีถึงนราธิวาส จะเป็นการเปิดประตูสู่การท่องเที่ยวที่ยั่งยืนและสร้างรายได้ให้กับชุมชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานที่ตอบโจทย์ความต้องการของประชาชนและนักท่องเที่ยวเป็นสิ่งสำคัญ และ “สะพานมโนราห์” ก็เป็นหนึ่งในโครงการที่จะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์ให้กับเส้นทางสายนี้

ที่มา – “พิพัฒน์” ปักหมุดสร้าง “สะพานมโนราห์” ข้ามทะเลสาบสงขลา ลงนาม ธ.ค. 68

บ้านใหญ่ตรัง ซบ ภท. เปิดตัว สส. 2 พ.ย.นี้!

บ้านใหญ่ตรัง ทิ้ง ปชป. ซบ ภูมิใจไทย! เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. วันที่ 2 พฤศจิกายนนี้อย่างยิ่งใหญ่

เมื่อวันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ที่ผ่านมา นายสมชาย โล่สถาพรพิพิธ หรือที่รู้จักกันในนาม “โกหน่อ” อดีต สส.ตรัง และบิดาของ น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ประชาธิปัตย์ ได้ออกมาเปิดเผยถึงการตัดสินใจครั้งสำคัญของตระกูลโล่สถาพรพิพิธ นั่นคือการย้ายออกจากพรรคประชาธิปัตย์ เพื่อไปร่วมงานทางการเมืองกับพรรคภูมิใจไทย การตัดสินใจครั้งนี้เกิดขึ้นจากคำมั่นสัญญาที่เคยให้ไว้ว่า หากนายสาทิตย์ วงศ์หนองเตย ยังคงมีตำแหน่งในพรรคประชาธิปัตย์ นายสมชายก็จะไม่ขอร่วมงานกับพรรคอีกต่อไป

บ้านใหญ่ตรัง ย้ายพรรค!

นายสมชายกล่าวเพิ่มเติมว่า ในวันที่ 2 พฤศจิกายน เวลา 11.00 น. นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย จะเดินทางมายังบ้านโล่สถาพรพิพิธ ในอำเภอย่านตาขาว จังหวัดตรัง เพื่อร่วมรับประทานอาหาร พร้อมด้วยนายพิพัฒน์ รัชกิจประการ แกนนำภาคใต้ของพรรค การเดินทางมาในครั้งนี้ถือเป็นการเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ตรัง ในนามพรรคภูมิใจไทยอย่างเป็นทางการ

ทำไมบ้านใหญ่ตรังถึงเลือกภูมิใจไทย?

การย้ายพรรคของบ้านใหญ่ตรังในครั้งนี้ สร้างความฮือฮาและความสนใจให้กับวงการการเมืองเป็นอย่างมาก หลายคนตั้งคำถามถึงเหตุผลเบื้องหลังการตัดสินใจครั้งนี้ แม้ว่านายสมชายจะให้เหตุผลถึงเรื่องความขัดแย้งภายในพรรคประชาธิปัตย์ แต่นักวิเคราะห์หลายรายเชื่อว่า มีปัจจัยอื่นๆ ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจในครั้งนี้ด้วย

หนึ่งในปัจจัยที่ถูกพูดถึงมากที่สุดคือความนิยมของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่องในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการบริหารประเทศ และได้รับความไว้วางใจจากประชาชนในหลายพื้นที่ การที่บ้านใหญ่ตรังตัดสินใจเข้าร่วมงานกับพรรคภูมิใจไทย จึงอาจเป็นการมองการณ์ไกลถึงอนาคตทางการเมือง และโอกาสในการที่จะมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาจังหวัดตรังต่อไป

นอกจากนี้ การที่นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ ซึ่งเป็นแกนนำคนสำคัญของพรรคภูมิใจไทยในภาคใต้ มีความสัมพันธ์อันดีกับตระกูลโล่สถาพรพิพิธ ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ทำให้การย้ายพรรคในครั้งนี้เกิดขึ้นได้

การย้ายพรรคของบ้านใหญ่ตรัง ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในการเมืองระดับท้องถิ่นของจังหวัดตรังอย่างแน่นอน การตัดสินใจครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อการแข่งขันในการเลือกตั้งครั้งหน้าอย่างไร และพรรคภูมิใจไทยจะสามารถใช้ความนิยมของบ้านใหญ่แห่งนี้ในการขยายฐานเสียงในจังหวัดตรังได้มากน้อยแค่ไหน คงต้องติดตามดูกันต่อไป

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส.ตรัง ในนามพรรคภูมิใจไทยในวันที่ 2 พฤศจิกายนนี้ จะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองครั้งสำคัญในจังหวัดตรังหรือไม่ คงต้องรอติดตามความเคลื่อนไหวทางการเมืองอย่างใกล้ชิดต่อไป

การเมืองมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ การตัดสินใจของนักการเมืองแต่ละคนย่อมมีเหตุผลเบื้องหลังที่ซับซ้อน การวิเคราะห์และทำความเข้าใจถึงปัจจัยต่างๆ ที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเหล่านั้น จะช่วยให้เราเข้าใจถึงพลวัตทางการเมืองได้ดียิ่งขึ้น

ที่มา – “บ้านใหญ่ตรัง” ทิ้ง ปชป. ซบ “ภูมิใจไทย” เตรียมเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร สส. 2 พ.ย.

วราวุธเปิดงาน แข่งเรือยาวประเพณีบางปลาม้า

“วราวุธ” เปิดงานแข่งเรือยาวประเพณีบางปลาม้า ชูความผูกพันสายน้ำท่าจีน 102 ปี เพื่อเสริมสร้างความสามัคคีในชุมชน

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 นายวราวุธ ศิลปอาชา หัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา เป็นประธานในพิธีเปิดงานแข่งเรือยาวประเพณีบางปลาม้า ชิงถ้วยพระราชทานฯ ครั้งที่ 19 ประจำปี 2568 ณ วัดสวนหงส์ อ.บางปลาม้า จ.สุพรรณบุรี โดยมี นายณัฐวุฒิ ประเสริฐสุวรรณ และ นายสรชัด สุจิตต์ สส.สุพรรณบุรี พรรคชาติไทยพัฒนา ร่วมงาน

นายวราวุธกล่าวว่า ประเพณีแข่งเรือยาวของ อ.บางปลาม้า สืบทอดมายาวนานถึง 102 ปี นับตั้งแต่สมัยรัชกาลที่ 6 การจัดงานครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่ออนุรักษ์และสืบทอดวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม และเห็นถึงความสำคัญของ สายน้ำท่าจีนที่มีความผูกพันกับชีวิตชาวสุพรรณบุรีมาอย่างยาวนาน และยังเป็นการเสริมสร้างความสามัคคีของชาวอำเภอบางปลาม้าให้ยั่งยืนสืบไป

นายวราวุธกล่าวชื่นชมและภูมิใจในความร่วมมือร่วมใจเป็นหนึ่งเดียวของทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ท้องถิ่น และประชาชน ที่ร่วมกันจัดงานได้อย่างยิ่งใหญ่สมพระเกียรติ เนื่องจากได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดเกล้าฯ พระราชทานถ้วยรางวัลในการจัดการแข่งขันครั้งนี้.

แข่งเรือยาวประเพณีบางปลาม้า

งานแข่งเรือยาวประเพณีบางปลาม้า ถือเป็นงานประจำปีที่สำคัญของจังหวัดสุพรรณบุรี ซึ่งดึงดูดนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติให้มาเยี่ยมชมความสวยงามของเรือยาว การแข่งขันที่ดุเดือด และบรรยากาศอันครึกครื้นของงาน

การแข่งเรือยาวประเพณีบางปลาม้า ไม่ได้เป็นเพียงแค่การแข่งขันกีฬา แต่ยังเป็นสัญลักษณ์ของความสามัคคี ความร่วมมือ และความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของชาวบางปลาม้าอีกด้วย การสืบทอดประเพณีนี้มายาวนานกว่าศตวรรษ แสดงให้เห็นถึงความเข้มแข็งของวัฒนธรรม และจิตวิญญาณของชุมชนที่ยังคงอยู่

ความสำคัญของประเพณีแข่งเรือยาวที่มีต่อชุมชน

  • การอนุรักษ์วัฒนธรรม: เป็นการสืบทอดประเพณีอันดีงามจากรุ่นสู่รุ่น ทำให้เยาวชนรุ่นใหม่ได้เรียนรู้และซึมซับวัฒนธรรมท้องถิ่น
  • การสร้างความสามัคคี: การเตรียมงานและการแข่งขันต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชน ทำให้เกิดความสามัคคีและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
  • การส่งเสริมการท่องเที่ยว: งานประเพณีนี้ดึงดูดนักท่องเที่ยวให้มาเยี่ยมชม ทำให้เกิดรายได้และการกระจายตัวของเศรษฐกิจในท้องถิ่น
  • การสร้างความภาคภูมิใจ: การที่ชุมชนสามารถจัดงานประเพณีที่ยิ่งใหญ่และเป็นที่รู้จักได้อย่างต่อเนื่อง ทำให้ชาวบ้านเกิดความภาคภูมิใจในท้องถิ่นของตนเอง

นอกจากนี้ งานแข่งเรือยาวฯ ยังเป็นโอกาสอันดีที่ชาวบ้านจะได้พบปะสังสรรค์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และสร้างความสัมพันธ์อันดีระหว่างกัน ซึ่งเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาชุมชนให้เข้มแข็งและยั่งยืน

การจัดงานในครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการอนุรักษ์และสืบทอดประเพณีท้องถิ่น ซึ่งเป็นสิ่งที่ควรค่าแก่การสนับสนุนและส่งเสริมให้คงอยู่ต่อไป

ที่มา – “วราวุธ” เปิดงานแข่งเรือยาวประเพณีบางปลาม้า ชูความผูกพันสายน้ำท่าจีน 102 ปี

ใครคือ 11 ตัวจริงวิลล่าถล่มลิเวอร์พูล 7-2?

ลิเวอร์พูลจะเผชิญหน้ากับแอสตัน วิลล่าที่แอนฟิลด์ในวันเสาร์นี้ โดยที่ทีมหงส์แดงกำลังอยู่ในช่วงพ่ายแพ้ 4 นัดติดต่อกันในพรีเมียร์ลีก ในขณะที่วิลล่าชนะ 6 จาก 7 เกมหลังสุดในทุกรายการ

เราจะได้เห็นชัยชนะครั้งใหญ่อีกครั้งของวิลล่าเหมือนกับชัยชนะ 7-2 ที่วิลล่า ปาร์คในปี 2020 หรือไม่? นั่นคือแมตช์ที่เราเลือกสำหรับแบบทดสอบ 11 ตัวจริงในวันเสาร์นี้

คุณสามารถบอกชื่อผู้เล่นได้กี่คน? ขอให้โชคดี!

จำได้ไหม? 11 ตัวจริงแอสตัน วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล

เกมดังกล่าวเป็นการแข่งขันที่น่าจดจำอย่างยิ่งสำหรับแฟนบอลสิงห์ผงาด และเป็นค่ำคืนที่น่าอับอายสำหรับสาวกเดอะ ค็อป ลองมาทดสอบความทรงจำของคุณเกี่ยวกับ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีม แอสตัน วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล ในเกมนั้นกัน

ใครคือผู้เล่น 11 ตัวจริงของแอสตัน วิลล่าในเกมถล่มลิเวอร์พูล 7-2?

นี่คือความท้าทายของคุณ: กรอกชื่อผู้เล่นตัวจริงของแอสตัน วิลล่าให้ครบถ้วนในเกมที่เอาชนะลิเวอร์พูลด้วยสกอร์ แอสตัน วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล คุณจำได้หรือไม่ว่าใครอยู่ในสนามในวันนั้น?

ลองนึกภาพกลับไปในเกมนั้น คืนที่วิลล่าสร้างความตกตะลึงให้กับโลกฟุตบอลด้วยการเอาชนะแชมป์เก่าอย่างลิเวอร์พูลอย่างท่วมท้น การจดจำรายชื่อผู้เล่น 11 ตัวจริงอาจเป็นเรื่องยาก แต่สำหรับแฟนบอลตัวจริง นี่คือโอกาสที่จะแสดงความรู้และความรักในเกม

เรามาดูผู้เล่นที่ลงสนามในวันนั้นกัน:

  • ผู้รักษาประตู: …
  • กองหลัง: … , … , … , …
  • กองกลาง: … , … , …
  • กองหน้า: … , … , …

คุณจำชื่อทั้งหมดได้หรือไม่? ถ้าคุณตอบได้ แสดงว่าคุณเป็นแฟนบอลที่ยอดเยี่ยมอย่างแท้จริง! ชัยชนะ แอสตัน วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล ครั้งนั้นจะอยู่ในความทรงจำของแฟนบอลไปอีกนานแสนนาน

เกมนี้แสดงให้เห็นว่าฟุตบอลสามารถพลิกผันได้เสมอ และแม้แต่ทีมที่แข็งแกร่งที่สุดก็สามารถพลาดพลั้งได้เช่นกัน การแข่งขันครั้งนี้เป็นบทเรียนที่สำคัญสำหรับลิเวอร์พูล และเป็นแรงบันดาลใจให้กับทีมเล็กๆ ทั่วโลกให้กล้าที่จะฝันและท้าทายอำนาจเก่า

คุณคิดว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้วิลล่าสามารถเอาชนะลิเวอร์พูลได้อย่างถล่มทลายในวันนั้น? ความมั่นใจ? โชคช่วย? หรือแท็กติกที่ยอดเยี่ยมของโค้ช? ร่วมแสดงความคิดเห็นของคุณได้เลย!

หวังว่าคุณจะสนุกกับการทดสอบความทรงจำของคุณเกี่ยวกับเกมระหว่าง แอสตัน วิลล่า 7-2 ลิเวอร์พูล อย่าลืมติดตามแบบทดสอบฟุตบอลอื่นๆ ของเราอีกมากมาย

อยากทดสอบความจำของคุณอีกไหม? ลองเล่น แบบทดสอบของสัปดาห์ที่แล้ว หรือไปที่ หน้าแบบทดสอบฟุตบอล ของเรา และลงทะเบียนเพื่อรับการแจ้งเตือนเพื่อรับแบบทดสอบล่าสุดส่งตรงไปยังอุปกรณ์ของคุณ

ที่มา – Can you name the line-ups from Aston Villa 7-2 Liverpool?

“เท้ง” ร่วมงาน TIME 100 NEXT บุคคลแห่งปี

“ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” ร่วมงาน Gala The World’s Most Influential Rising Stars ที่นครนิวยอร์ก หลังถูกคัดเลือกให้เป็น TIME 100 Next 2025 หมวด Leader เผยประทับใจในสุนทรพจน์ของ Ayana เรื่องความหวัง

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 30 ตุลาคม 2568 (ตามเวลาในท้องถิ่น) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชน เดินทางไปร่วมงาน Gala The World’s Most Influential Rising Stars นครนิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา ตามที่ได้รับเชิญและถูกคัดเลือกให้เป็นหนึ่งใน TIME 100 Next ประจำปี 2025 ในหมวด Leader จากบทความของ TIME ได้นำเสนอวิสัยทัศน์ในด้านการปฏิรูปโครงสร้างการเมืองไทย ปลดล็อกเศรษฐกิจ และคืนความยุติธรรมให้สังคมไทย เพื่อให้ประเทศเป็นประชาธิปไตย

โดยภายในงานนายณัฐพงษ์ยังได้พบปะพูดคุยกับบุคคลสำคัญที่มาร่วมงาน อย่างเช่น Irfaan Ali ประธานาธิบดีคนที่ 10 และคนปัจจุบันของประเทศกายอานา, Jonathan Bailey นักแสดงชาวอังกฤษ , Maggie Kang ผู้กำกับภาพยนตร์ KPop Demon Hunters ที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดบน Netflix Original, Ayana Johnson นักชีววิทยาทางทะเลผู้เรียกร้อง Climate Action, Emi Mahoud – UNHCR Goodwill Ambassador ผู้อุทิศชีวิตให้กับการช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากการฆ่าล้างเผ่าพันธุ์ Darfur ในซูดาน, รวมไปถึงผู้ทรงอิทธิพลในวงการอื่น ๆ ทั้งสถาปนิก ผู้ประกอบการร้านอาหาร นักกิจกรรม นักเคลื่อนไหว เป็นต้น

นายณัฐพงษ์กล่าวว่า ตนรู้สึกประทับใจในสุนทรพจน์ของ Ayana ที่เธอกล่าวในงานว่า “ฉันถูกขอให้กล่าวสุนทรพจน์เกี่ยวกับ ‘ความหวัง’ ในงานวันนี้ แต่ฉันทำงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งในปี 2024 เป็นปีที่โลกร้อนที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ, ช่างหัวความหวังมัน อะไรคือกลยุทธ์? [F*ck the Hope, What’s the Strategy?]”

โดยเธอยังร้องขอให้ผู้ทรงอิทธิพลที่อยู่ในงาน ควรเป็นแบบอย่างในการช่วยกันต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนี้ต่อไป ยกตัวอย่างเช่น การเป็นแบบอย่างในการตัดสินใจในการใช้เงินในกระเป๋าทุกดอลลาร์ของคุณ ไปกับกิจกรรมทางเศรษฐกิจที่รักษ์โลก พร้อมกับการยกตัวอย่างการหันมาบริโภคเนื้อสัตว์ Plant-based เป็นต้น

นายณัฐพงษ์ได้เล่าต่อว่า “ประโยคแรกที่เธอถามผมหลังที่เราแนะนำตัวกันก็คือ อะไรคือสิ่งที่พวกคุณกำลังทำในประเทศไทย เพื่อช่วยต่อต้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ?” ซึ่งได้ตอบไปว่าคือเรื่อง “พลังงานสะอาด” ที่ตนกำลังถูกฟ้องร้องโดยบริษัทยักษ์ใหญ่ในไทยอยู่ 100 ล้านบาทในตอนนี้

โดยนายณัฐพงษ์ได้ระบุว่าการมาร่วมงานเลี้ยงมื้อค่ำครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อพบปะกับผู้คนที่เป็นผู้นำในหลากหลายด้าน ทั้งนักการเมือง ศิลปิน นักเคลื่อนไหว นักสิ่งแวดล้อม และนักธุรกิจ ผู้ที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับโลกใบนี้ โดยหวังว่าการพบปะกันในครั้งนี้ จะทำให้มีโอกาสได้ร่วมงานกันกับผู้ที่อยู่ใน TIME 100 NEXT และรวมถึงบุคคลที่ได้รับรางวัลอื่นๆ ของ TIME ในด้านต่าง ๆ ต่อไปในอนาคต

สำหรับ TIME 100 NEXT เป็นการจัดลิสต์ของนิตยสารไทม์ มีหลากหลายหมวด เช่น ผู้นำ ผู้ที่สร้างปรากฏการณ์ ศิลปิน ผู้สร้างนวัตกรรม ฯลฯ โดยตลอดหลายปีที่ผ่านมามีคนไทยที่ได้รับการจัดอยู่ในลิสต์นี้แล้ว 8 คน

การที่ “ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ” หรือ “เท้ง” ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีหมวดผู้นำ และได้ร่วมงาน TIME 100 NEXT แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของเขาในการสร้างความเปลี่ยนแปลงในสังคมไทย และเป็นโอกาสอันดีที่จะได้แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกับผู้นำระดับโลก ผลักดันประเด็นสำคัญต่างๆ ร่วมกัน

“เท้ง” ร่วมกาลาดินเนอร์ TIME 100 NEXT นิวยอร์ก หลังถูกคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีหมวดผู้นำ

ทำไม “เท้ง” ถึงได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีหมวดผู้นำ

การที่ “เท้ง” ได้รับการคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีหมวดผู้นำ สะท้อนให้เห็นถึงวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นในการปฏิรูปประเทศไทย รวมไปถึงการผลักดันประเด็นด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นเรื่องที่ทั่วโลกกำลังให้ความสำคัญ

งาน TIME 100 NEXT ไม่ได้เป็นเพียงแค่การเฉลิมฉลอง แต่เป็นเวทีที่เปิดโอกาสให้ผู้นำรุ่นใหม่ได้สร้างเครือข่าย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น และร่วมมือกันเพื่อสร้างอนาคตที่ดีกว่า

การที่ “เท้ง” ได้มีโอกาสพบปะกับบุคคลสำคัญในหลากหลายสาขาอาชีพ ถือเป็นประสบการณ์ที่มีค่า และอาจนำไปสู่ความร่วมมือที่สำคัญในอนาคต

นอกจากนี้ การที่เรื่องราวของ “เท้ง” ถูกนำเสนอในบทความของ TIME ยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับคนรุ่นใหม่ ให้กล้าที่จะลุกขึ้นมาสร้างความเปลี่ยนแปลงให้กับสังคม

มาร่วมเป็นกำลังใจและสนับสนุน “เท้ง” ในเส้นทางการเป็นผู้นำแห่งการเปลี่ยนแปลง เพื่อประเทศไทยที่ดีกว่าไปด้วยกัน

ที่มา – “เท้ง” ร่วมกาลาดินเนอร์ TIME 100 NEXT นิวยอร์ก หลังถูกคัดเลือกให้เป็นบุคคลแห่งปีหมวดผู้นำ

พักงาน! จนท.ตุรกี 149 คนพัวพันพนัน

วงการฟุตบอลตุรกีสั่นสะเทือน! สมาคมฟุตบอลตุรกี (TFF) สั่งพักงานผู้ตัดสินและผู้ช่วยผู้ตัดสินรวม 149 คน หลังจากการสอบสวนพบว่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันฟุตบอลอาชีพหลายร้อยคนในประเทศมีบัญชีพนันบอล

บทลงโทษมีตั้งแต่ 8 ถึง 12 เดือน ขึ้นอยู่กับ “ความร้ายแรงของการกระทำ” สำหรับการมีส่วนร่วมในกิจกรรมการพนัน โดยยังมีการสอบสวนเจ้าหน้าที่อีก 3 ราย รายชื่อเจ้าหน้าที่ที่ถูกลงโทษทั้งหมดถูกเผยแพร่บนเว็บไซต์ของ TFF

เมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา มีการเปิดเผยว่าการสอบสวนที่ดำเนินมา 5 ปี พบว่าเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขัน 371 จาก 571 คนมีบัญชีพนัน โดย 152 คนกำลังเล่นการพนันอยู่

ในขณะที่บางคนเดิมพันเพียงครั้งเดียว แต่ 42 คนเดิมพันในการแข่งขันฟุตบอลมากกว่า 1,000 นัด โดยเจ้าหน้าที่คนหนึ่งถูกพบว่าวางเดิมพันถึง 18,227 ครั้ง

เช่นเดียวกับผู้เล่นและโค้ช เจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันถูกห้ามไม่ให้มีส่วนร่วมในกิจกรรมการพนันโดยข้อบังคับทางวินัยของ TFF เช่นเดียวกับองค์กรปกครองโลกอย่าง FIFA และองค์กรปกครองของยุโรปอย่าง UEFA

Ibrahim Haciosmanoglu ประธาน TFF กล่าวกับ CNN เมื่อวันศุกร์ว่า “มีวิกฤตทางศีลธรรมในวงการฟุตบอลตุรกี ไม่มีโครงสร้างใดๆ ปัญหาพื้นฐานที่เป็นหัวใจสำคัญของวงการฟุตบอลตุรกีคือปัญหาทางจริยธรรม”

“ลองถามผู้ตัดสินคนใดก็ได้ หากมีแม้แต่คนเดียวที่ไม่ได้รับค่าจ้าง ผมจะลาออกจากตำแหน่งประธานสมาคม ที่จริงแล้ว เราปรับปรุงเงินเดือนของพวกเขาเมื่อปีที่แล้ว และอีกครั้งในปีนี้”

ไม่มีรายละเอียดเพิ่มเติมเกี่ยวกับกรณีหรือการสอบสวนที่กำลังดำเนินอยู่

149 เจ้าหน้าที่ตุรกีถูกพักงานคดีพนันบอล

หลังจากการประกาศผลการสอบสวนเมื่อวันจันทร์ที่ผ่านมา สโมสรชั้นนำหลายแห่งของตุรกีได้ตอบสนอง

Besiktas กล่าวว่ามัน “อาจเป็นจุดเริ่มต้นใหม่สำหรับฟุตบอลที่สะอาด” ในขณะที่ Trabzonspor เรียกการพัฒนานี้ว่า “โอกาสทางประวัติศาสตร์ในการสร้างความยุติธรรมในวงการฟุตบอลตุรกีใหม่”

Sadettin Saran ประธาน Fenerbahce กล่าวเสริมว่า “นี่เป็นเรื่องที่น่าตกใจและน่าเศร้าอย่างยิ่งสำหรับวงการฟุตบอลตุรกี”

“แต่ข้อเท็จจริงที่ว่ามันกำลังถูกเปิดเผยถือเป็นการพัฒนาที่น่าหวัง”

เกิดอะไรขึ้นกับ 149 เจ้าหน้าที่ตุรกีพัวพันพนัน?

สรุปได้ว่า ทางสมาคมฟุตบอลตุรกีได้ทำการตรวจสอบภายในและพบว่ามีเจ้าหน้าที่จำนวนมากมีส่วนเกี่ยวข้องกับการพนันฟุตบอล ซึ่งถือเป็นการละเมิดกฎระเบียบอย่างร้ายแรง การดำเนินการครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นในการรักษาความโปร่งใสและความยุติธรรมในวงการฟุตบอลของตุรกี

ต่อไปนี้เป็นสิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับสถานการณ์

  • จำนวนเจ้าหน้าที่ที่ถูกพักงาน: 149 คน
  • ข้อหา: มีส่วนร่วมในการพนันฟุตบอล
  • บทลงโทษ: พักงานเป็นเวลา 8-12 เดือน
  • การสอบสวนเพิ่มเติม: ยังมีเจ้าหน้าที่อีก 3 คนที่อยู่ระหว่างการสอบสวน
  • ปฏิกิริยาจากสโมสร: สโมสรชั้นนำของตุรกีต่างแสดงความเห็นสนับสนุนการดำเนินการดังกล่าว

คดีดังกล่าวเป็นเครื่องเตือนใจว่าการพนันฟุตบอลเป็นภัยคุกคามต่อความสมบูรณ์ของเกม และจำเป็นต้องมีมาตรการที่เข้มงวดเพื่อป้องกันและปราบปรามการพนันที่ผิดกฎหมาย

ถึงแม้ว่าเหตุการณ์ 149 เจ้าหน้าที่ตุรกีถูกพักงานคดีพนันบอล จะเป็นเรื่องที่น่าเสียใจ แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีที่แสดงให้เห็นว่าสมาคมฟุตบอลของตุรกีกำลังพยายามที่จะแก้ไขปัญหาและสร้างความเชื่อมั่นให้กับแฟนบอล

ดังนั้นสิ่งสำคัญคือเราควรให้ความสำคัญกับการเล่นกีฬาอย่างมีสปิริต และสนับสนุนให้มีการตรวจสอบและลงโทษการกระทำผิดอย่างจริงจัง เพื่อให้วงการกีฬาของเรามีความโปร่งใสและยุติธรรม

ที่มา – 149 Turkish officials suspended in betting probe

“มันคือยาเสพติด” บอรินีพูดถึงการเล่นให้ซัลฟอร์ด

“มันคือยาเสพติด” บอรินีพูดถึงการเล่นให้ซัลฟอร์ด

‘It’s an addiction’ – Borini on continuing career at Salford

ฟาบิโอ บอรินี กองหน้าของซัลฟอร์ด ซิตี้ กล่าวว่าการเล่นฟุตบอลเป็นเหมือน “มันคือยาเสพติด” เมื่อเขาพูดถึงเหตุผลเบื้องหลังการย้ายมาร่วมทีมในลีกทู หลังจากที่เขาออกจากซามพ์โดเรีย

READ MORE: It’s the buzz – Salford new boy Borini on playing on as a veteran

  • Subsection
  • Published

ผบช.ตชด. ตอบปม “กัน จอมพลัง” มอบเสื้อเกราะ

จากกรณี “กัน จอมพลัง” ส่งมอบเสื้อเกราะกันกระสุนให้แก่เจ้าหน้าที่ตำรวจตระเวนชายแดน (ตชด.) ที่ปฏิบัติหน้าที่อยู่แนวหน้า พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด. ได้ออกมากล่าวถึงประเด็นดังกล่าว โดยยืนยันว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่อยู่แล้ว และไม่อยากให้นำประเด็นนี้ไปสร้างความขัดแย้งจนทำให้กำลังพลเสียสมาธิในการปฏิบัติหน้าที่

ผบช.ตชด. ตอบปม “กัน จอมพลัง” ส่งมอบเสื้อเกราะ

พล.ต.ท.รุ่งโรจน์ กล่าวว่า บช.ตชด. ได้รับการสนับสนุนงบประมาณจากสำนักงานตำรวจแห่งชาติเป็นอย่างดีในทุกปีงบประมาณ และก่อนหน้านี้ พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้สั่งการให้เพิ่มกำลังพล ตชด. เข้าสนับสนุนพื้นที่แนวชายแดนไทย-กัมพูชา พร้อมกำชับให้ตรวจสอบความพร้อมของอาวุธ ยุทโธปกรณ์ และยานพาหนะของทุกหน่วยที่ลงพื้นที่

“อุปกรณ์เหล่านี้ได้รับการสนับสนุนอยู่แล้วทุกปี แต่ปีนี้มีเหตุการณ์จริง ได้มีพี่น้องคนไทยมาช่วยสนับสนุนสิ่งของและบริจาคเงินเพื่อสนับสนุนเจ้าหน้าที่ ซึ่งเป็นเรื่องของขวัญและกำลังใจ ตชด. ปฏิบัติหน้าที่อยู่หน้าแนว หยิบยื่นสิ่งที่มี ไม่เฉพาะ “กัน จอมพลัง” ที่มาบริจาคสิ่งของให้ ตชด. บางคนที่เป็นหมอ ได้ให้อุปกรณ์ห้ามเลือด บางคนที่มีอิฐหินปูนทราย สนับสนุนสร้างบังเกอร์ ใครที่มีงบสนับสนุนปรับปรุงฐานปฏิบัติการ ตชด. ที่มีทั้งสมาคมตำรวจ สมาคม รร.นรต. และ นรต.รุ่นต่างๆ เข้ามาร่วมสนับสนุนเงินบริจาคช่วยเหลือเยียวยาครอบครัวตำรวจ ตชด. ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่” ผบช.ตชด. กล่าว

ผบช.ตชด. ยังได้กล่าวขอบคุณพี่น้องคนไทยทุกคนที่ร่วมแสดงพลังความสามัคคี และส่งความห่วงใยให้แก่เจ้าหน้าที่ ตชด. ที่ปฏิบัติหน้าที่ในแนวชายแดน ทำให้กำลังพลมีขวัญและกำลังใจในการรบ พร้อมทั้งยืนยันว่าสิ่งของและเงินบริจาคที่ได้รับมานั้น จะถูกนำไปปฏิบัติตามระเบียบราชการ โดยมีการจัดตั้งที่ทำการบริหารสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ตชด. ที่ กก.2 กฝ. อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา เพื่อให้ง่ายต่อการบริหารเหตุการณ์ และเป็นสถานที่สนับสนุนส่งกำลังบำรุงไปยังพื้นที่ต่างๆ ตามความจำเป็นเร่งด่วน

“กัน จอมพลัง” มอบเสื้อเกราะ: ตชด. ยันมีงบประมาณสนับสนุนอยู่แล้ว

“สิ่งที่เกิดขึ้นเป็นความสามัคคีของคนไทยในชาติ เพื่อส่งกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติหน้าที่อยู่ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่ง ตชด. รับมอบหมายภารกิจในการบริหารเหตุการณ์ ไม่อยากให้เรื่องนี้เป็นประเด็นดราม่า ขอให้นึกถึงความสามัคคีของพี่น้องคนไทยที่ร่วมส่งกำลังใจให้กำลังพลทุกหน่วยอยู่แนวชายแดนเพื่อรักษาอธิปไตยของชาติไทย” ผบช.ตชด. กล่าวย้ำ

เมื่อถูกถามถึงความถูกต้องของเอกสารการส่งมอบอุปกรณ์ ผบช.ตชด. ตอบว่า “เป็นเรื่องทางธุรกิจ จะต้องมีรายละเอียดเอกสารขอสนับสนุน รับมอบ และส่งมอบ ไม่อยากให้นำเรื่องนี้ไปเป็นประเด็นขัดแย้ง ทำให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่แนวหน้าเสียสมาธิ สิ่งของที่ได้มอบมาจากพี่น้องคนไทย ไม่ว่าจะเป็นสิ่งของส่วนตัวหรือเงินบริจาค เพื่อสนับสนุนภารกิจ ได้นำไปใช้เพื่อทำให้เจ้าหน้าที่ทุกนายมีขวัญกำลังใจดี”

พร้อมทั้งยืนยันว่า ผู้บังคับบัญชาระดับ ตร. มีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนลงมาจากรัฐบาลตามวงรอบอยู่แล้ว และไม่ได้ขอรับบริจาคทุกสิ่งทุกอย่าง กรณี “กัน จอมพลัง” ส่งมอบเสื้อเกราะเป็นเพียงการแสดงน้ำใจของประชาชนเท่านั้น

  • ตชด. ขอบคุณทุกภาคส่วนที่ให้การสนับสนุน
  • ยืนยันการใช้จ่ายโปร่งใส ตรวจสอบได้
  • ขอความร่วมมือไม่สร้างประเด็นขัดแย้ง

ถึงแม้ว่าทางสำนักงานตำรวจแห่งชาติจะมีการจัดสรรงบประมาณสนับสนุนอยู่แล้ว แต่การที่ประชาชนอย่าง “กัน จอมพลัง” และภาคส่วนอื่นๆ ยื่นมือเข้ามาช่วยเหลือ แสดงให้เห็นถึงความสามัคคีและความห่วงใยที่คนไทยมีต่อเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่ายกย่องและควรค่าแก่การสนับสนุนต่อไป

ที่มา – ผบช.ตชด. ตอบปม “กัน จอมพลัง” ส่งมอบเสื้อเกราะกันกระสุน สนับสนุนแนวหน้า

นายกฯ ย้ำเวทีเอเปค เร่งแก้สแกมเมอร์ ชูไทยผู้นำ AI

นายกรัฐมนตรีเข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค รอบที่ 2 ชู 3 แนวทางเสริมศักยภาพเอเปค ผ่านการเติบโตอย่างทั่วถึง พัฒนา AI อย่างรับผิดชอบ และสร้างสังคมทุกกลุ่มให้พร้อมรับอนาคต เพื่อมุ่งสู่ภูมิภาคที่ยั่งยืนและพร้อมต่อการเปลี่ยนแปลง เตรียมเดินทางกลับไทยคืนนี้

วันที่ 1 พฤศจิกายน 2568 เวลา 10.00 น. (ตามเวลาท้องถิ่นเมืองคยองจู ซึ่งเร็วกว่ากรุงเทพฯ 2 ชั่วโมง) ณ ห้อง 300C ชั้น 3 ศูนย์ประชุม Hwabaek International Convention Centre (HICO) เมืองคยองจู สาธารณรัฐเกาหลี นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เข้าร่วมการประชุมผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค ครั้งที่ 32 รอบที่ 2 (The 32nd APEC Economic Leaders’ Meeting – Session II) ภายใต้หัวข้อ “Preparing a Future-Ready Asia-Pacific”

ภายหลังประธานาธิบดีสาธารณรัฐเกาหลีกล่าวเปิดการประชุม ได้เชิญให้ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคกล่าวถ้อยแถลง ซึ่งนายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลงเป็นลำดับที่ 3 ต่อจากสหรัฐฯ

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรีได้กล่าวถ้อยแถลง โดยกล่าวชื่นชมสาธารณรัฐเกาหลีสำหรับการต้อนรับอย่างอบอุ่นและการจัดงานเลี้ยงต้อนรับที่น่าประทับใจ พร้อมระบุว่า ในช่วงกว่า 36 ปีที่ผ่านมา เอเปคเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนภูมิภาคให้เป็น “เครื่องยนต์แห่งการเติบโตของเศรษฐกิจโลก” แต่ปัจจุบันโลกกำลังเผชิญการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ทั้งจากเทคโนโลยี การเปลี่ยนแปลงโครงสร้างประชากร และภูมิอากาศ ซึ่งล้วนท้าทายความสามารถในการรับมือของภูมิภาค ดังนั้น เอเปคจึงต้องคงไว้ซึ่งบทบาทในฐานะภูมิภาคที่มีเสถียรภาพ นวัตกรรม และความสามารถในการปรับตัว เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยไทยได้เสนอแนวทางสำคัญ 3 ประการ ได้แก่

1) ยึดมั่นในการส่งเสริมความร่วมมือระดับภูมิภาคและการเติบโตอย่างครอบคลุม เพราะความมั่งคั่งจะไม่มีความหมาย หากยังมีคนที่ถูกทิ้งไว้ข้างหลัง ไทยเชื่อว่าการบูรณาการทางเศรษฐกิจที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นจะช่วยให้ทุกภาคส่วนได้รับประโยชน์ โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบางในสังคม

2) ต้องเป็นผู้นำในการพัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ด้วยการสร้างความเชื่อมั่น ความปลอดภัย ความรับผิดชอบในการใช้เทคโนโลยี AI และการเข้าถึงอย่างเท่าเทียม ไทยได้จัดทำแนวปฏิบัติจริยธรรมปัญญาประดิษฐ์ (AI Ethics Guidelines) เพื่อให้แน่ใจว่าเทคโนโลยีจะถูกออกแบบมาให้ใช้ได้อย่างปลอดภัยและเป็นธรรม พร้อมกันนี้ เอเปคต้องทำให้มั่นใจว่าผลประโยชน์จากการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ทั้งในเชิงเนื้อหาและแพลตฟอร์มออนไลน์ จะได้รับการนำไปใช้ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มที่และเท่าเทียม เพื่อให้นวัตกรรมสามารถเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ประชาชนและขับเคลื่อนเศรษฐกิจของภูมิภาคได้อย่างแท้จริง

ขณะเดียวกัน ไทยยังได้เน้นย้ำถึงการเร่งแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ โดยเฉพาะการหลอกลวงออนไลน์และการค้ามนุษย์ ซึ่งเป็นอาชญากรรมข้ามพรมแดนที่ต้องอาศัยความร่วมมือร่วมกัน ผ่านการแลกเปลี่ยนข้อมูล การบังคับใช้กฎหมายที่สอดคล้องกัน และการสร้างความตระหนักรู้ให้แก่สังคม พร้อมขอบคุณสาธารณรัฐเกาหลีและสหรัฐอเมริกาสำหรับบทบาทนำในเรื่องนี้ โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกันผ่านศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (AOC) และเวที APEC Online Scams Exchange Forum

3) เอเปคต้องเสริมพลังให้กับทุกกลุ่มในสังคม โดยเฉพาะในยุคที่ประชากรกำลังก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัย จึงต้องส่งเสริมการจ้างงานที่ครอบคลุม มีระบบดูแลสุขภาพที่มีประสิทธิภาพ และส่งเสริมการเรียนรู้ทุกช่วงวัย สำหรับไทยได้ผลักดันนโยบายการจ้างงานผู้สูงอายุ การขยายหลักประกันสุขภาพถ้วนหน้า และการวางแผนครอบครัวอย่างชาญฉลาด เพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีในทุกช่วงวัย

“ในยุคที่โลกไร้พรมแดนและเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีเขตเศรษฐกิจใดสามารถยืนอยู่ได้เพียงลำพัง หากเอเปคสามารถปรับทิศทางร่วมกันได้ เอเปคจะยังคงเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนความก้าวหน้าของโลก แม้เส้นทางข้างหน้าจะไม่ง่าย แต่เอเปคจะเดินไปด้วยกัน ด้วยความร่วมมือที่แน่นแฟ้นและเป้าหมายร่วมกัน เพื่อสร้างภูมิภาคที่เชื่อมโยง ยั่งยืน และพร้อมรับอนาคตอย่างแท้จริง” นายกรัฐมนตรีกล่าวปิดท้าย

โดยภายหลังการประชุมฯ ผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคได้ถ่ายภาพหมู่ร่วมกัน จากนั้น นายกรัฐมนตรีจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานฐานทัพอากาศกิมแฮ นครปูซานในเวลา 16.15 น. และจะเดินทางถึงประเทศไทย ณ ท่าอากาศยานทหาร 2 กองบิน 6 ในเวลาประมาณ 21.00 น.

นายกฯ ย้ำเวทีเอเปค เร่งแก้สแกมเมอร์ ชูไทยต้องเป็นผู้นำด้าน AI รับยุคดิจิทัล

ทำไมนายกฯ ถึงย้ำเรื่องนี้บนเวทีเอเปค?

การที่นายกรัฐมนตรีเน้นย้ำเรื่องนายกฯ ย้ำเวทีเอเปค เร่งแก้สแกมเมอร์ ชูไทยต้องเป็นผู้นำด้าน AI รับยุคดิจิทัล บนเวทีเอเปค แสดงให้เห็นถึงความสำคัญของการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ และการผลักดันให้ไทยเป็นผู้นำด้าน AI ในระดับภูมิภาค สิ่งเหล่านี้เป็นปัจจัยสำคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมของประเทศ

หนึ่งในประเด็นสำคัญที่นายกฯ ได้กล่าวถึงคือการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมในโลกไซเบอร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการหลอกลวงออนไลน์ (scams) ปัญหาเหล่านี้ส่งผลกระทบต่อประชาชนจำนวนมาก และสร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจอย่างมหาศาล การที่ไทยแสดงบทบาทนำในการแก้ไขปัญหาเหล่านี้ จะช่วยสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนและประชาชน

นอกจากนี้ การที่ไทยมุ่งมั่นที่จะเป็นผู้นำด้าน AI ยังเป็นสิ่งที่น่าจับตามอง AI มีศักยภาพในการเปลี่ยนแปลงเศรษฐกิจและสังคมในหลายด้าน ตั้งแต่การเพิ่มประสิทธิภาพในการผลิต ไปจนถึงการพัฒนาบริการใหม่ๆ อย่างไรก็ตาม การพัฒนา AI ก็ต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบและจริยธรรม เพื่อให้มั่นใจว่าเทคโนโลยีนี้จะถูกนำไปใช้ในทางที่เป็นประโยชน์ต่อสังคม

การประชุมเอเปคครั้งนี้จึงเป็นโอกาสอันดีที่ไทยจะได้แสดงศักยภาพและความมุ่งมั่นในการพัฒนาประเทศให้ก้าวทันโลก และพร้อมรับมือกับความท้าทายใหม่ๆ การที่นายกฯ ได้เน้นย้ำถึงประเด็นสำคัญเหล่านี้ จะช่วยสร้างความตระหนักและความร่วมมือในระดับภูมิภาค เพื่อให้เราสามารถบรรลุเป้าหมายร่วมกันได้

ดังนั้น การที่นายกฯ ย้ำเวทีเอเปค เร่งแก้สแกมเมอร์ ชูไทยต้องเป็นผู้นำด้าน AI รับยุคดิจิทัล ไม่ใช่แค่คำพูด แต่เป็นการแสดงเจตนารมณ์ที่ชัดเจนว่าไทยกำลังมุ่งหน้าสู่การเป็นประเทศที่ทันสมัยและพร้อมรับมือกับอนาคต

การที่ประเทศไทยผลักดันนโยบายด้าน AI และการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง แสดงให้เห็นถึงวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลของรัฐบาลในการนำพาประเทศก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและยั่งยืน จับตาดูการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นจากนโยบายเหล่านี้ให้ดี!

ที่มา – นายกฯ ย้ำเวทีเอเปค เร่งแก้สแกมเมอร์ ชูไทยต้องเป็นผู้นำด้าน AI รับยุคดิจิทัล