วัน: 3 พฤศจิกายน 2025

“นฤมล” เปิดงานวันทวี บุณยเกตุ รำลึกคุณูปการ

“นฤมล” รมว.ศึกษาธิการ เปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” ประจำปี 2568 รำลึกคุณูปการผู้วางรากฐานคุรุสภา ย้ำ คนดีไม่มีวันตาย พร้อมมอบทุนการศึกษาส่งต่อเจตนารมณ์สร้างครูคุณภาพสู่อนาคต

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เวลา 09.00 น. นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เป็นประธานเปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” ประจำปี 2568 เนื่องในโอกาสที่ ท่านทวี บุณยเกตุ ถึงแก่อนิจกรรมมาแล้วครบ 54 ปี ในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เพื่อตระหนักถึงความสำคัญของท่านอดีตนายกรัฐมนตรีคนที่ 5 รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการคนที่ 12 และผู้ก่อตั้งคุรุสภาตามพระราชบัญญัติครู พ.ศ. 2488 จัดงานโดยความร่วมมือของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และมูลนิธิทวี บุณยเกตุ โดยมีนายสุชาติ กลัดสุข รองเลขาธิการคณะกรรมการ สกสค., ผศ.ดร.อมลวรรณ วีระธรรมโม เลขาธิการคุรุสภา พร้อมด้วยคณะกรรมการมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ผู้บริหาร และพนักงานเจ้าหน้าที่ของสำนักงานคณะกรรมการ สกสค. สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน ณ หอประชุมคุรุสภา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา กระทรวงศึกษาธิการ

นางนฤมล กล่าวในโอกาสเป็นประธานเปิดงาน รับมอบเงินสมทบทุนมูลนิธิทวี บุณยเกตุ จากผู้มีจิตศรัทธาต่อมูลนิธิ และมอบทุนการศึกษาของมูลนิธิทวี บุณยเกตุ ประจำปีการศึกษา 2568 ให้แก่เด็กนักเรียนว่า ขออนุญาตเรียกท่านว่าอาจารย์ทวี เพราะท่านสร้างคุณประโยชน์ให้กับชาติไทยไว้อย่างมากมาย โดยเฉพาะด้านการศึกษา นอกจากนี้ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเมืองของประเทศ และถึงแม้ว่าท่านจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเพียงระยะสั้นๆ แต่ก็ถือว่าได้สร้างคุณูปการที่จารึกไว้ในประวัติศาสตร์ชาติไทย ตนอยากให้นักเรียนนักศึกษาทุกคนได้ตระหนักและภาคภูมิใจในทุนการศึกษาที่ได้รับในวันนี้ ซึ่งตั้งขึ้นตามชื่อของท่าน ทั้งนี้ คุรุสภาให้ความสำคัญกับมรดกทางความคิดของอาจารย์ทวีมาโดยตลอด เพราะท่านคือผู้วางรากฐานของสภาวิชาชีพครูที่ได้มาตรฐาน ไม่เพียงทำหน้าที่คัดกรองผู้มีคุณภาพเข้าสู่วิชาชีพเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาศักยภาพของครูและบุคลากรทางการศึกษาให้เท่าทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและเทคโนโลยี

“ดิฉันอยากฝากทางคุรุสภา และ สกสค. ว่า ในโอกาสต่อไปหากมีกิจกรรมเช่นนี้อีก ขอให้ประชาสัมพันธ์ให้กว้างขวางยิ่งขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ครูและผู้สนใจได้เข้าร่วมรับฟังและเรียนรู้ให้มากที่สุด ปัจจุบันเรามีครูและบุคลากรทางการศึกษาที่สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานกว่า 500,000 คน จึงอยากให้ทุกคนได้รับประโยชน์จากกิจกรรมดีๆ เช่นนี้ แม้ไม่ได้รับชมสดก็สามารถนำคลิปเผยแพร่ต่อได้เพื่อให้ความรู้ส่งต่อไปได้มากที่สุด”

ในช่วงท้าย นางนฤมล กล่าวขอบคุณผู้มีจิตศรัทธาที่ร่วมสมทบทุนมูลนิธิฯ รวมถึงผู้บริหาร ข้าราชการ และผู้ร่วมงานทุกฝ่ายที่ช่วยกันจัดงานในครั้งนี้เพื่อรำลึกถึงคุณงามความดีของอาจารย์ทวี บุณยเกตุ พร้อมระบุว่า “คนดีไม่มีวันตาย อาจารย์ทวีคือผู้วางรากฐานการพัฒนาวิชาชีพครูให้ได้มาตรฐานสากล และมีชื่อจารึกไว้ในประวัติศาสตร์การศึกษาของประเทศไทยอย่างเป็นรูปธรรม ดิฉันหวังว่าคุรุสภาและมูลนิธิทวี บุณยเกตุ จะยังคงร่วมกันจัดกิจกรรมที่เป็นประโยชน์เช่นนี้ต่อไปในอนาคต”

งานวัน “ทวี บุณยเกตุ” เป็นงานที่จัดขึ้นเพื่อรำลึกถึงคุณูปการของท่านผู้ที่วางรากฐานการศึกษาไทย และเป็นแบบอย่างให้แก่คนรุ่นหลังได้เดินตาม

“นฤมล” เปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” รำลึกคุณูปการผู้วางรากฐานคุรุสภา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ได้ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” ประจำปี 2568 ซึ่งจัดขึ้นเพื่อเป็นการรำลึกถึงคุณงามความดีของท่านทวี บุณยเกตุ อดีตนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ผู้มีบทบาทสำคัญในการวางรากฐานการศึกษาของประเทศไทย

ทำไมต้องรำลึกถึง ทวี บุณยเกตุ

การจัดงาน “นฤมล” เปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” รำลึกคุณูปการผู้วางรากฐานคุรุสภา มีความสำคัญอย่างยิ่ง เพราะเป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้ตระหนักถึงความสำคัญของบุคคลที่ได้สร้างคุณประโยชน์ต่อประเทศชาติ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านการศึกษา ท่านทวี บุณยเกตุ เป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์กว้างไกลและได้วางรากฐานที่มั่นคงให้กับการศึกษาไทย ทำให้การศึกษาไทยมีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน

คุณูปการของท่านทวี บุณยเกตุ ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ด้านการศึกษาเท่านั้น แต่ท่านยังมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาการเมืองและสังคมของประเทศไทยอีกด้วย แม้ว่าท่านจะดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในระยะเวลาอันสั้น แต่ก็ได้สร้างผลงานที่สำคัญและเป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติอย่างมากมาย

การจัดงาน “นฤมล” เปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” รำลึกคุณูปการผู้วางรากฐานคุรุสภา จึงเป็นการแสดงความกตัญญูกตเวทีต่อท่านทวี บุณยเกตุ และเป็นการส่งเสริมให้คนรุ่นหลังได้ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม และความเสียสละ เพื่อสร้างสรรค์สังคมไทยให้มีความเจริญก้าวหน้ายิ่งขึ้น

หวังว่าการจัดงานในครั้งนี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ทุกคนร่วมกันพัฒนาการศึกษาไทยให้ก้าวหน้ายิ่งขึ้นต่อไป

ที่มา – “นฤมล” เปิดงานวัน “ทวี บุณยเกตุ” รำลึกคุณูปการผู้วางรากฐานคุรุสภา

กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา สำนักเลขาธิการคณะกรรมการควบคุมการพนันเชิงพาณิชย์กัมพูชา (CGMC) และสำนักงานตำรวจแห่งชาติกัมพูชา ได้ร่วมกันปฏิบัติการกับหน่วยงานท้องถิ่น สั่งระงับและปิดธุรกิจกาสิโนรวม 4 แห่ง ในจังหวัดพระสีหนุ เนื่องจากมีเหตุอันควรสงสัยว่ากระทำความผิดฐานปกปิดและฉ้อโกงโดยใช้ระบบเทคโนโลยี ซึ่งการดำเนินการครั้งนี้เกี่ยวข้องกับคดีที่ส่อ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

ปฏิบัติการครั้งนี้เป็นไปตามคำสั่งเลขที่ 01 ของรัฐบาลราชอาณาจักรกัมพูชา ว่าด้วยการรณรงค์กวาดล้างการฉ้อโกงผ่านระบบเทคโนโลยี หรือการปราบปรามแก๊งคอลเซ็นเตอร์/หลอกลวงออนไลน์นั่นเอง

คณะทำงานนำโดย พลโท เซียง เซน รองเลขาธิการ CGMC ได้ประสานงานกับผู้บริหารจังหวัดพระสีหนุ กองบัญชาการตำรวจจังหวัด และกระทรวงแรงงานจังหวัด โดยมี นายชิว อิกคง รองอัยการศาลชั้นต้นจังหวัดพระสีหนุ เป็นผู้ประสานงานด้านกระบวนการทางกฎหมาย

กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

รายชื่อกาสิโนทั้ง 4 แห่งที่ถูกคณะทำงานเข้าสั่งระงับและปิดผนึกใบอนุญาต มีดังนี้:

  • มติเลขที่ 028 GCCC ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท จินเพ่ย กรุ๊ป จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนชื่อ จินเพ่ย กรุ๊ป
  • มติเลขที่ 029 GCCC ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท แคมโบเดียน เฮง ซิน เรียล เอสเตท จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนชื่อ จินเพ่ย
  • มติเลขที่ 030 ของคณะกรรมการบริหารคาสิโน ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท จี.ซี. มีเดีย จำกัด ซึ่งเป็นเจ้าของคาสิโนชื่อ จี.ซี. คาสิโน
  • มติเลขที่ 031 ของคณะกรรมการบริหารคาสิโน ลงวันที่ 16 ตุลาคม 2568 ว่าด้วยการระงับใบอนุญาตของบริษัท จี.ซี. บริษัท จินเป่ย คาสิโน จำกัด เจ้าของกาสิโน จินเพ่ย 4 ที่ถูกกล่าวหาว่ากระทำความผิดฐานปกปิดข้อมูลและฉ้อโกงผ่านระบบเทคโนโลยี ซึ่งอาจจะ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

การที่กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของรัฐบาลกัมพูชาในการปราบปรามอาชญากรรมไซเบอร์อย่างจริงจัง การดำเนินการดังกล่าวเกิดขึ้นเนื่องจากกาสิโนเหล่านี้ต้องสงสัยว่ามีการลักลอบกระทำความผิดซ่อนเร้นการฉ้อโกงผ่านระบบเทคโนโลยี

ทำไมกัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เหตุผลหลักที่กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากกาสิโนเหล่านี้ถูกสงสัยว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับการฉ้อโกงออนไลน์ และการดำเนินงานของ แก๊งคอลเซ็นเตอร์ ซึ่งสร้างความเสียหายให้กับประชาชนจำนวนมาก การปิดกาสิโนเหล่านี้ถือเป็นส่วนหนึ่งของมาตรการที่เข้มงวดขึ้นเพื่อป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในประเทศกัมพูชา

ผลกระทบจากการที่กัมพูชาสั่งปิดกาสิโนสีหนุวิลล์ พัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ไม่ได้จำกัดอยู่แค่ในแวดวงธุรกิจกาสิโนเท่านั้น แต่ยังส่งผลต่อภาพลักษณ์และความน่าเชื่อถือของประเทศในสายตานักลงทุนต่างชาติอีกด้วย รัฐบาลกัมพูชาจึงต้องเร่งสร้างความมั่นใจให้กับนักลงทุนและประชาชนว่า ได้มีการดำเนินการอย่างจริงจังเพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว

การที่รัฐบาลกัมพูชาออกมาตรการจัดการขั้นเด็ดขาดเช่นนี้ แสดงให้เห็นว่ารัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ และพร้อมที่จะร่วมมือกับนานาชาติเพื่อต่อต้านภัยคุกคามทางไซเบอร์ทุกรูปแบบ

การตัดสินใจของกัมพูชาในการปิดกาสิโนเหล่านี้เป็นการส่งสัญญาณที่ชัดเจนไปยังผู้ที่คิดจะใช้ประเทศเป็นฐานในการก่ออาชญากรรมว่า จะไม่มีที่ยืนในกัมพูชาอีกต่อไป

อย่างไรก็ตาม การแก้ไขปัญหาการฉ้อโกงออนไลน์ให้หมดสิ้นไปนั้น จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชนทั่วไป การสร้างความตระหนักรู้ถึงอันตรายของการหลอกลวงออนไลน์ และการให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับวิธีการป้องกันตนเองจากภัยคุกคามทางไซเบอร์ จึงเป็นสิ่งสำคัญอย่างยิ่ง

ที่มา – กัมพูชาสั่งปิด-ระงับธุรกิจกาสิโน 4 แห่งในสีหนุวิลล์ ส่อพัวพันแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมียนมา-รัสเซีย ลงนามยกเว้นวีซ่า ร่วมมือด้านต่างๆ

รัฐบาลทหารเมียนมาลงนามในข้อตกลงยกเว้นวีซ่ากับรัสเซีย พร้อมแผนปรึกษาหารือปี 2568–2570 ร่วมมือด้านเลือกตั้ง พลังงานนิวเคลียร์ และส่งแรงงาน ท่ามกลางสายสัมพันธ์แน่นแฟ้นหลังรัฐประหาร

วันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เว็บไซต์ข่าว Mizzima รายงานว่า พลเอกอาวุโสตาน ฉ่วย อดีตผู้นำรัฐบาลเผด็จการทหารเมียนมา ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีต่างประเทศเมียนมา และนายเซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซีย ลงนามข้อตกลงยกเว้นวีซ่าสำหรับพลเมืองสองประเทศ ระหว่างการประชุมความมั่นคงยูเรเชียระดับสูง ในกรุงมินสค์ ของเบลารุส

แม้ไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดข้อกำหนดยกเว้นวีซ่า แต่รัฐบาลทหารระบุว่า ทั้งสองฝ่ายยังได้ลงนามแผนการปรึกษาหารือระหว่างกระทรวงการต่างประเทศในช่วงปี 2568–2570 นอกจากนี้ ยังมีการหารือถึงความเป็นไปได้ที่คณะกรรมการการเลือกตั้งของรัสเซียและสมาชิกสภาดูมา จะส่งผู้สังเกตการณ์เข้าตรวจสอบการเลือกตั้งที่รัฐบาลทหารเมียนมาวางแผนจัดขึ้นในเดือนธันวาคมปีนี้

ทั้งนี้ นับตั้งแต่การรัฐประหารเมื่อปี 2564 เมียนมารักษาความสัมพันธ์แนบแน่นกับรัสเซีย ซึ่งเป็นผู้จัดหาอาวุธยุทโธปกรณ์ เช่น โดรนและเฮลิคอปเตอร์ ตามข้อมูลจากองค์กรภาคประชาสังคม ทั้งสองประเทศยังมีข้อตกลงคุ้มครองซึ่งกันและกันในกระบวนการกฎหมายระหว่างประเทศ และร่วมมือก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็ก ในเมียนมา นอกจากนี้รัฐบาลทหารเมียนมายังส่งแรงงานไปทำงานในรัสเซีย และเจรจาเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวระหว่างกัน ซึ่งสะท้อนถึงความร่วมมือที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้นท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรจากนานาชาติ.

เมียนมา-รัสเซีย ลงนามข้อตกลงยกเว้นวีซ่า ร่วมมือด้านเลือกตั้ง พลังงานนิวเคลียร์ และส่งแรงงาน

ความสัมพันธ์ระหว่างเมียนมาและรัสเซียมีความเหนียวแน่นมากขึ้นในช่วงหลายปีที่ผ่านมา โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังจากการรัฐประหารในปี 2564 การลงนามในข้อตกลงยกเว้นวีซ่านี้ถือเป็นอีกก้าวสำคัญในการกระชับความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศ

ความสำคัญของข้อตกลงยกเว้นวีซ่า

ข้อตกลงยกเว้นวีซ่าระหว่างเมียนมาและรัสเซียนี้ จะช่วยอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปมาระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อการท่องเที่ยว การค้า และการลงทุน

  • การท่องเที่ยว: นักท่องเที่ยวจากทั้งสองประเทศจะสามารถเดินทางไปมาได้ง่ายขึ้น ส่งผลให้ภาคการท่องเที่ยวของทั้งสองประเทศเติบโตขึ้น
  • การค้า: การยกเว้นวีซ่าจะช่วยลดอุปสรรคในการทำธุรกิจระหว่างสองประเทศ ทำให้การค้าและการลงทุนเพิ่มขึ้น
  • การแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม: การเดินทางไปมาที่สะดวกขึ้นจะส่งเสริมการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรมและความเข้าใจอันดีระหว่างประชาชนของทั้งสองประเทศ

ความร่วมมือด้านอื่นๆ

นอกเหนือจากข้อตกลงยกเว้นวีซ่าแล้ว เมียนมาและรัสเซียยังมีความร่วมมือในด้านอื่นๆ อีกมากมาย เช่น

  • ด้านการเลือกตั้ง: รัสเซียจะส่งผู้สังเกตการณ์มาตรวจสอบการเลือกตั้งที่เมียนมา ซึ่งเป็นที่วิพากษ์วิจารณ์จากนานาชาติ
  • ด้านพลังงานนิวเคลียร์: ทั้งสองประเทศร่วมมือก่อสร้างโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ขนาดเล็กในเมียนมา
  • ด้านแรงงาน: เมียนมาส่งแรงงานไปทำงานในรัสเซีย

ความร่วมมือเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นระหว่างเมียนมาและรัสเซีย ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่ได้รับความสนใจจากนานาชาติ

ความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดระหว่างเมียนมาและรัสเซียนี้อาจส่งผลกระทบต่อภูมิภาคและโลก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในบริบทของความขัดแย้งในยูเครนและการคว่ำบาตรจากนานาชาติต่อรัสเซีย การที่เมียนมาสนับสนุนรัสเซียอย่างเปิดเผยอาจทำให้เมียนมาเผชิญกับการคว่ำบาตรที่รุนแรงขึ้นจากชาติตะวันตก

ที่มา – เมียนมา-รัสเซีย ลงนามข้อตกลงยกเว้นวีซ่า ร่วมมือด้านเลือกตั้ง พลังงานนิวเคลียร์ และส่งแรงงาน

เร่งเครื่อง! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ทันรัฐบาลนี้

“พิพัฒน์” เร่งนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ใช้ได้ครบทุกสีทุกสายภายในรัฐบาลนี้ สั่ง รฟม. หารือ กระทรวงการคลัง เคาะแนวทางซื้อคืนสัมปทานรถไฟฟ้าจากเอกชน-ศึกษาเงินชดเชยให้จบภายใน 6 พ.ย.นี้ ก่อนชง ครม. 25 พ.ย. พร้อมเตรียมคลอดมาตรการลดค่าครองชีพ ประเดิมค่าทางด่วน 50 บาทตลอดสายทุกเส้นทาง มอบเป็นของขวัญปีใหม่ให้ประชาชน

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยว่า ได้มอบหมายให้การรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) เร่งดำเนินการศึกษาข้อมูลแนวทางรวมศูนย์การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม (Single Ownership) เพื่อให้บริการ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ครอบคลุมกับโครงการรถไฟฟ้าทุกสาย นอกเหนือจากรถไฟฟ้าสายสีแดง และสายสีม่วง ที่จะเริ่มตั้งแต่วันที่ 1 ธ.ค. 2568 – 30 พ.ย. 2569 โดย รฟม. จะต้องไปดำเนินการศึกษาข้อมูลให้ชัดเจน ทั้งเรื่องเงินชดเชย เรื่องการซื้อคืนสัมปทานโครงการรถไฟฟ้าจากเอกชนกลับมาเป็นของรัฐบาล ซึ่งจะต้องไปหารือร่วมกับกระทรวงการคลังด้วย 

ทั้งนี้ รฟม. จะต้องสรุปผลการศึกษาเสนอกลับมายังกระทรวงคมนาคมในวันที่ 6 พ.ย.นี้ จากนั้นในวันที่ 11 พ.ย. 2568 จะเสนอไปยังที่ประชุมคณะกรรมการขับเคลื่อนการดำเนินนโยบายการกำหนดอัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าเพื่อลดภาระค่าครองชีพของประชาชน ครั้งที่ 2/2568 ก่อนเสนอให้ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาในวันที่ 25 พ.ย. 2568 เพื่อให้เริ่มดำเนินการได้ทันภายในรัฐบาลชุดนี้

นายพิพัฒน์ กล่าวต่อว่า เบื้องต้นการซื้อคืนสัมปทานโครงการรถไฟฟ้า เมื่อกลับมาเป็นของรัฐบาลแล้ว จะใช้วิธีว่าจ้างให้เอกชนเข้ามาทำหน้าที่บริหารจัดการและเดินรถ ส่วนการจัดหาแหล่งเงินทุนสำหรับซื้อคืนสัมปทานนั้น  ได้เน้นย้ำว่า จะต้องไม่สร้างผลกระทบต่อภาระหนี้สาธารณะ ส่วนการจัดเก็บค่าธรรมเนียมรถติด (Congestion Chage) เพื่อนำเงินมาใช้ซื้อคืนสัมปทาน ก็ถือเป็นอีกแนวทางหนึ่ง แต่มองว่า อาจจะต้องใช้ระเวลาในการดำเนินการนานเกินไป จึงอาจจะต้องใช้แหล่งเงินทุนจากช่องทางอื่น หรืออาจจะวิธีการกู้เงินมาดำเนินการก่อน

อย่างไรก็ตาม การปรับอัตราค่าโดยสาร รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน จะช่วยลดภาระค่าเดินทางของประชาชนในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างเป็นรูปธรรม รวมทั้งช่วยให้ระบบขนส่งมวลชนทางรางเป็นทางเลือกหลักของประชาชนมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล พร้อมทั้งช่วยลดมลภาวะทางอากาศ หรือฝุ่นละอองขนาดเล็ก PM 2.5 ด้วย

นายพิพัฒน์ กล่าวอีกว่า ขณะที่นโยบายแพ็คเกจลดค่าครองชีพในการเดินทางของประชาชน ขณะนี้ กระทรวงคมนาคมได้มอบหมายให้ปลัดกระทรวงคมนาคม เร่งดำเนินการ เบื้องต้นเตรียมลดค่าผ่านทางพิเศษ (ทางด่วน) ทุกเส้นทางในอัตราสูงสุดไม่เกิน 50 บาทตลอดสายต่อครั้ง คาดว่า จะสามารถประกาศใช้เป็น “ของขวัญปีใหม่” ให้กับประชาชนได้ภายในสิ้นปี 2568 อย่างแน่นอน ทั้งนี้ แพ็คเกจดังกล่าว จะยังไม่รวมโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง (มอเตอร์เวย์) เนื่องจากมีโครงสร้างค่าผ่านทางที่แตกต่างกัน

อ่านข่าว “นโยบายรัฐ” เพิ่มเติม

ข่าวดี! รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน มาแน่

เตรียมเฮ! นโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กำลังจะกลายเป็นจริงในรัฐบาลนี้แน่นอน รองนายกฯ พิพัฒน์ สั่งเร่งเครื่องเต็มสูบ ให้ รฟม. หาทางออกเรื่องการซื้อคืนสัมปทานและการชดเชยต่างๆ ให้จบภายในพฤศจิกายนนี้ ก่อนจะเสนอ ครม. ภายในสิ้นเดือน เพื่อให้ประชาชนได้ใช้ รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน กันถ้วนหน้า

ความคืบหน้าล่าสุดของนโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน

หลังจากที่ รฟม. ได้รับมอบหมายให้ศึกษาแนวทางการรวมศูนย์การบริหารจัดการระบบรถไฟฟ้าแบบองค์รวม เพื่อให้สามารถใช้ “บัตรโดยสารเหมาจ่ายรายวัน” ได้กับรถไฟฟ้าทุกสาย นอกเหนือจากสายสีแดงและสีม่วงที่เริ่มไปแล้ว ตอนนี้ รฟม. กำลังเร่งหาข้อสรุปในเรื่องต่างๆ ไม่ว่าจะเป็น เงินชดเชย, การซื้อคืนสัมปทานจากเอกชน และแหล่งเงินทุนที่จะนำมาใช้ ซึ่งจะต้องไม่กระทบต่อหนี้สาธารณะ

นอกจากเรื่อง รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน แล้ว รัฐบาลยังมีแผนที่จะลดค่าครองชีพในการเดินทางอื่นๆ อีกด้วย โดยเตรียมที่จะลดค่าทางด่วนทุกเส้นทาง ไม่เกิน 50 บาทตลอดสาย หวังให้เป็นของขวัญปีใหม่ให้กับประชาชน

การที่รัฐบาลผลักดันนโยบาย รถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน อย่างจริงจัง ถือเป็นเรื่องที่น่ายินดี เพราะจะช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายในการเดินทางของคนกรุงเทพฯ และปริมณฑลได้อย่างมาก ทำให้การเดินทางสะดวกและประหยัดมากยิ่งขึ้น แถมยังช่วยลดปัญหาจราจรและมลพิษทางอากาศได้อีกด้วย หากนโยบายนี้สำเร็จจริง จะเป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมอย่างแท้จริง

ที่มา – เร่งนโยบายรถไฟฟ้า 40 บาทตลอดวัน ให้ทันรัฐบาลนี้ ข่าวดีปีใหม่ จ่อลดค่าทางด่วนเหลือ 50 บาท

หนูอวกาศจีนปรับตัวดี! เตรียมกลับโลก

จีนเผยความสำเร็จ! หนูอวกาศจีนปรับตัวได้ดีในสภาวะไร้น้ำหนักบนสถานีเทียนกง เตรียมตัวเดินทางกลับโลกหลังเสร็จสิ้นภารกิจ 7 วัน

ศูนย์เทคโนโลยีและวิศวกรรมเพื่อการใช้ประโยชน์อวกาศ (CAS) รายงานว่า หนูทดลองทั้ง 4 ตัวที่เดินทางไปกับยานอวกาศเสิ่นโจว-21 สามารถปรับตัวเข้ากับสภาพแวดล้อมไร้น้ำหนักบนสถานีอวกาศเทียนกงได้อย่างราบรื่น และมีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ดี

หลังจากยานเสิ่นโจว-21 ทำการเทียบท่าอัตโนมัติและเชื่อมต่อกับสถานีอวกาศเทียนกงได้สำเร็จ นักบินอวกาศจีนได้เคลื่อนย้ายหน่วยทดลองที่บรรจุหนูอวกาศจีนทั้งสี่ตัวไปยังโมดูลแล็บเวิ่นเทียน

หน่วยงานยังระบุว่า สภาพแวดล้อมในหน่วยทดลอง ทั้งอุณหภูมิ ความชื้น และระดับออกซิเจน ยังคงอยู่ในสภาวะปกติ จากข้อมูลการติดตามพบว่า หนูทั้ง 4 ตัว กินอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ และไม่มีความแตกต่างด้านพฤติกรรมหรือการเคลื่อนไหวเมื่อเทียบกับกลุ่มควบคุมบนโลก

หนูอวกาศจีน ปรับตัวได้ดีในสภาวะไร้น้ำหนักบนสถานีเทียนกง เตรียมกลับโลกเมื่อครบ 7 วัน

การทดลองนี้เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจวิจัยทางชีววิทยาในอวกาศ มีจุดประสงค์เพื่อศึกษาผลกระทบของสภาพไร้น้ำหนักต่อสิ่งมีชีวิต โดยหนูอวกาศจีนทั้ง 4 ตัว (เพศผู้ 2 ตัว และเพศเมีย 2 ตัว) จะอยู่ในวงโคจรเป็นเวลา 5-7 วัน ก่อนที่จะเดินทางกลับโลกพร้อมกับยานเสิ่นโจว-20

ก่อนหน้านี้ จีนประสบความสำเร็จในการปล่อยยานอวกาศเสิ่นโจว-21 จากศูนย์ปล่อยดาวเทียมจิ่วฉวน พร้อมส่งนักบินอวกาศ 3 นายขึ้นไปปฏิบัติภารกิจบนสถานีเทียนกงเป็นเวลา 6 เดือน

ทีมเสิ่นโจว-21 จะทำการวิจัยทางวิทยาศาสตร์และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีใหม่รวม 27 โครงการ ซึ่งรวมถึงการศึกษาชีววิทยาในอวกาศ ซึ่งถือเป็นก้าวสำคัญในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศของจีน

ความสำคัญของการทดลองหนูอวกาศจีน

การทดลองเกี่ยวกับหนูอวกาศจีนนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการทำความเข้าใจผลกระทบของสภาพแวดล้อมในอวกาศต่อสิ่งมีชีวิต การวิจัยนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เราเข้าใจถึงการเปลี่ยนแปลงทางสรีรวิทยาและพฤติกรรมของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมในสภาวะไร้น้ำหนักเท่านั้น แต่ยังเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับการพัฒนาเทคโนโลยีและมาตรการป้องกันที่จำเป็นสำหรับการเดินทางในอวกาศระยะยาวของมนุษย์อีกด้วย

ผลการวิจัยจากหนูอวกาศจีนชุดนี้ อาจนำไปสู่การค้นพบวิธีที่จะช่วยลดผลกระทบด้านลบของสภาวะไร้น้ำหนักต่อร่างกายมนุษย์ เช่น การสูญเสียมวลกระดูกและกล้ามเนื้อ ซึ่งเป็นปัญหาสำคัญสำหรับนักบินอวกาศที่ต้องอยู่ในอวกาศเป็นเวลานาน การทำความเข้าใจกลไกการปรับตัวของสิ่งมีชีวิตในอวกาศยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้ในการพัฒนาเทคโนโลยีชีวภาพและทางการแพทย์บนโลกได้อีกด้วย

นอกจากนี้ การทดลองนี้ยังแสดงให้เห็นถึงความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีอวกาศของจีน และความมุ่งมั่นในการสำรวจอวกาศเพื่อประโยชน์ของมนุษยชาติ การส่งสิ่งมีชีวิตขึ้นไปทำการทดลองในอวกาศเป็นเรื่องที่ซับซ้อนและต้องการความเชี่ยวชาญในหลายสาขา ทั้งวิศวกรรมอวกาศ ชีววิทยา และการแพทย์ การที่จีนสามารถทำการทดลองนี้ได้สำเร็จ แสดงให้เห็นถึงศักยภาพและความพร้อมในการพัฒนาเทคโนโลยีอวกาศขั้นสูงต่อไปในอนาคต

การวิจัยนี้เป็นเพียงก้าวแรกในการสำรวจโอกาสและความท้าทายในการใช้ชีวิตในอวกาศ การเรียนรู้จากหนูอวกาศจีนจะช่วยให้เราเตรียมพร้อมสำหรับการเดินทางไปยังดาวเคราะห์อื่นๆ และการสร้างอาณานิคมในอวกาศในอนาคต

ที่มา – หนูอวกาศจีน ปรับตัวได้ดีในสภาวะไร้น้ำหนักบนสถานีเทียนกง เตรียมกลับโลกเมื่อครบ 7 วัน

เรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ ปิด 3 พ.ย. 68 เหตุ น้ำท่วมขัง

ประกาศด่วน! เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ประกาศปิดให้บริการชั่วคราวในวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 เนื่องจากสถานการณ์ น้ำท่วมขัง บริเวณโดยรอบเรือนจำ ส่งผลให้การเข้าออกและการให้บริการต่างๆ เป็นไปด้วยความยากลำบาก ทางเรือนจำฯ จึงจำเป็นต้องเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาดังกล่าวโดยด่วน เพื่อความปลอดภัยและความสะดวกของทุกฝ่าย

สืบเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกหนักต่อเนื่องในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ตั้งแต่ช่วงเย็นของวันที่ 2 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำท่วมขังในหลายพื้นที่ รวมถึงบริเวณโดยรอบเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ซึ่งเป็นพื้นที่ลุ่มต่ำและมีระบบระบายน้ำไม่ทันต่อปริมาณน้ำฝนที่ตกลงมาอย่างหนัก ทำให้เกิดผลกระทบต่อการดำเนินงานของเรือนจำฯ และการให้บริการแก่ญาติผู้ต้องขัง

เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ปิดให้บริการชั่วคราว เหตุ น้ำท่วมขัง

ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศแจ้งข่าวสารดังกล่าวผ่านทางเฟซบุ๊กของเรือนจำฯ โดยระบุข้อความว่า “เรียนญาติทุกท่าน วันนี้ 3 พ.ย. 2568 ทางเรือนจำขออนุญาตปิดให้บริการเยี่ยมญาติ/ทนายความ/ซื้อสินค้า/ฝากเงิน เนื่องจากบริเวณพื้นที่ให้บริการ มีน้ำท่วมขัง จึงต้องเร่งดำเนินการโดยด่วน จึงเรียนมาเพื่อทราบและขออภัยในความไม่สะดวก” การประกาศปิดให้บริการในครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อความปลอดภัยของผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย และเพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถเร่งแก้ไขปัญหาน้ำท่วมขังได้อย่างเต็มที่

ผลกระทบจากสถานการณ์ น้ำท่วมขัง ต่อการเยี่ยมญาติ

การปิดให้บริการเยี่ยมญาติ ทนายความ รวมถึงการซื้อสินค้าและฝากเงิน ย่อมส่งผลกระทบต่อญาติผู้ต้องขังที่ต้องการติดต่อและให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ต้องขังภายในเรือนจำฯ อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้แสดงความเสียใจต่อความไม่สะดวกที่เกิดขึ้น และขอความเข้าใจจากญาติผู้ต้องขังทุกท่าน โดยจะเร่งดำเนินการแก้ไขสถานการณ์ให้กลับสู่ภาวะปกติโดยเร็วที่สุด

สำหรับญาติผู้ต้องขังที่ได้รับผลกระทบจากการปิดให้บริการในครั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารและประกาศเพิ่มเติมจากทางเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ได้ผ่านทางช่องทางเฟซบุ๊กของเรือนจำฯ หรือสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ที่ทางเรือนจำฯ ได้แจ้งไว้ ทั้งนี้ เพื่อให้ทราบถึงกำหนดการเปิดให้บริการอีกครั้ง และเตรียมความพร้อมในการติดต่อกับผู้ต้องขังได้อย่างทันท่วงที

สถานการณ์น้ำท่วมขังที่เกิดขึ้นในครั้งนี้ ไม่ได้ส่งผลกระทบเฉพาะต่อเรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร เท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบต่อประชาชนและธุรกิจในพื้นที่โดยรอบอีกด้วย หน่วยงานภาครัฐและเอกชนที่เกี่ยวข้อง กำลังเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาระบบระบายน้ำ และให้ความช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต

แม้สถานการณ์ปัจจุบันจะยังไม่คลี่คลาย แต่เราเชื่อมั่นว่าด้วยความร่วมมือร่วมใจของทุกภาคส่วน เราจะสามารถก้าวผ่านวิกฤตินี้ไปได้ด้วยดี ขอให้ทุกท่านอดทนและให้กำลังใจซึ่งกันและกัน เพื่อสร้างสังคมที่เข้มแข็งและพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์

ที่มา – “เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร” ประกาศปิดให้บริการ 3 พ.ย. 2568 หลังมี “น้ำท่วมขัง”

เปิดเทอมอ่วม! ฝนถล่มน้ำท่วมขัง รถติดสาหัส

คนกรุงเจอปัญหาใหญ่! แฮชแท็ก #น้ำท่วม มาแรงติดเทรนด์ หลัง “ฝนตกหนัก” ต่อเนื่องเมื่อคืน ถนนหลายสาย น้ำท่วมขัง ส่งผลให้การจราจรติดขัดอย่างหนัก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ช่วงเย็นถึงดึกของวันที่ 2 พฤศจิกายนที่ผ่านมา เกิดฝนตกหนักในกรุงเทพฯ ทำให้หลายพื้นที่น้ำท่วมขัง โดยเฉพาะถนนแจ้งวัฒนะ ถนนพหลโยธิน ขาออก มุ่งหน้าสะพานใหม่ ฝั่งวงเวียนอนุสาวรีย์บางเขน รถเล็กสัญจรไม่ได้ และมีรถเสียจำนวนมาก เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตบางเขนต้องมาอำนวยความสะดวก

ล่าสุด วันที่ 3 พฤศจิกายน 2566 สถานการณ์ เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส พบว่าหลายพื้นที่ยังคงมีน้ำท่วมขัง ทำให้การจราจรติดขัดหนัก ส่งผลให้แฮชแท็ก #น้ำท่วม ติดเทรนด์ทวิตเตอร์อย่างรวดเร็ว มีรายงานจุดน้ำท่วมเช้านี้ดังนี้:

  • 09.12 น. ถนนรังสิต-ปทุมธานี ขาเข้า ก่อนถึงสะพานข้ามคลองประปา น้ำท่วมขัง 2 ช่องทางซ้าย รถติดหนัก ท้ายแถวสะสมใกล้แยกบ้านกลาง กระทบถนนซ่อมสร้าง ขาเข้า มุ่งหน้าแยกบางพูน ท้ายบนสะพานปทุมธานี 2
  • 09.05 น. การจราจรโดยรอบอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ ทุกด้านยังเคลื่อนตัวได้ดี ไม่มีท้ายแถวสะสม
  • 08.55 น. ถนนรังสิต-ปทุมธานี ขาเข้า หน้าตลาด 200 ปีรังสิต น้ำท่วมขัง 2 ช่องทางซ้าย รถติดมาก
  • 08.30 น. มี น้ำท่วมขัง บนผิวถนนสูงในบางจุด ทำให้การจราจรหนาแน่น, แจ้งวัฒนะ – ปากเกร็ด 43, แจ้งวัฒนะ – ปากเกร็ด 38, แจ้งวัฒนะ ขาเข้า, หน้าไทวัสดุ แจ้งวัฒนะ, ทางขึ้นทางด่วนฝั่งไทวัสดุ
  • 07.55 น. ประชาชื่น-เลียบคลองประปา มุ่งหน้าแยกพงษ์เพชร น้ำท่วม สูงมองไม่เห็นฟุตบาท การจราจรติดขัด รถเล็กโปรดหลีกเลี่ยง หากผ่านจุดน้ำสูงระหว่างซอย 4-5 การจราจรเริ่มคล่องตัว
  • 07.52 น. พระราม 9 ขึ้นยกระดับวนซ้ายออกศรีนครินทร์ มุ่งหน้าแยกพัฒนาการ หนาแน่น มี น้ำท่วมขัง ช่องซ้าย ยาวถึงข้ามทางรถไฟ

เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส

สถานการณ์ล่าสุด: เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส

สถานการณ์ เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส ในเช้าวันนี้ ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อการเดินทางของประชาชน โดยเฉพาะนักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ต้องเดินทางไปทำงาน การจราจรในหลายพื้นที่ติดขัดอย่างหนัก รถเล็กควรหลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง และวางแผนการเดินทางให้ดี เพื่อเผื่อเวลาในการเดินทาง

จากสถานการณ์ เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส ครั้งนี้ แสดงให้เห็นถึงปัญหาการระบายน้ำในกรุงเทพฯ ที่ยังคงเป็นปัญหาที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนี้ขึ้นอีกในอนาคต ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาอย่างจริงจัง เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน

คำแนะนำสำหรับผู้ที่ต้องเดินทางในช่วงนี้ ตรวจสอบเส้นทางก่อนออกเดินทาง หลีกเลี่ยงเส้นทางที่มีน้ำท่วมขัง เตรียมพร้อมรับมือกับสภาพอากาศที่แปรปรวน และขับขี่ด้วยความระมัดระวัง หากไม่จำเป็น ควรงดการเดินทางจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลาย

ที่มา – เปิดเทอมเช้าวันจันทร์อ่วม เมื่อคืนฝนตกหนัก หลายจุดยังมีน้ำท่วมขัง-รถติดสาหัส

อุทาหรณ์! สาวเก็บกุญแจห้องพัก ถูกขโมยเงิน

เรื่องนี้เป็นอุทาหรณ์เตือนใจสำหรับใครหลายๆ คน! สาวรายหนึ่งต้องเจอเคราะห์ร้าย เมื่อเธอเก็บกุญแจห้องพักไว้ในรองเท้า แต่โชคร้ายที่ถูกโจรเข้ามาขโมยเงินไปจนหมดเกลี้ยง เธอออกมาเปิดเผยว่าเป็นความสะเพร่าของตัวเองที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น

อุทาหรณ์! สาวเก็บกุญแจห้องพัก ถูกขโมยเงินเกลี้ยง

เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 2 พฤศจิกายน 2568 เวลาประมาณ 21.30 น. ร.ต.อ.ณัฐวัตร ลัดดาวัลย์ รอง สวป.สภ.เมืองอุดรธานี ได้รับแจ้งเหตุว่ามีคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในห้องพักแห่งหนึ่งในซอยสมิตตโยธิน 4 ชุมชนสร้างแก้ว เทศบาลนครอุดรธานี จากการตรวจสอบพบว่า ผู้เช่าห้องได้เก็บกุญแจห้องพักไว้ในรองเท้าผ้าใบหน้าห้องพัก คนร้ายน่าจะแอบมาค้นเจอกุญแจและเข้าไปก่อเหตุ ทำให้ไม่มีร่องรอยการงัดแงะ

ผู้เสียหายคือ น.ส. คุณภัทร ประเสริฐสม อายุ 26 ปี ชาว อ.กู่แก้ว จ.อุดรธานี เธอเล่าว่าเธอเก็บกุญแจห้องพักไว้ในรองเท้าผ้าใบหน้าห้อง และเมื่อกลับมาถึงห้องก็พบว่าเงินสดจำนวน 17,000 บาท ที่เก็บไว้ในกล่องเหล็กบนหัวเตียงได้หายไป

น.ส.คุณภัทร ทำงานเป็นพนักงานขายน้ำปั่น เธอเช่าห้องพักแห่งนี้มาได้ปีกว่า โดยปกติเธอจะออกจากห้องไปทำงานประมาณ 11 โมงเช้า และกลับมาถึงห้องประมาณ 2 ทุ่ม เมื่อกลับมาถึงห้องก็พบว่ากุญแจที่ซ่อนไว้ในรองเท้าหายไปข้างหนึ่ง และเมื่อเปิดห้องเข้าไปก็พบว่าเงินหายไปแล้ว

น.ส.คุณภัทร เล่าว่าเธอเก็บเงินสดไว้ที่ห้องเพราะบัญชีธนาคารของเธอเป็นบัญชีที่พี่ชายโอนเงินมาจากต่างประเทศ เธอไม่อยากนำเงินสองส่วนนี้มารวมกัน นอกจากนี้ เธอกลัวว่าจะเผลอใช้เงินของพี่ชาย เธอพักอาศัยอยู่ที่ห้องนี้คนเดียว แฟนหนุ่มของเธอพักอยู่อีกที่หนึ่ง ซึ่งมีเพียงแค่แฟนหนุ่มของเธอเท่านั้นที่รู้ว่าเธอเก็บเงินสดไว้ในห้อง เธอรู้สึกเสียใจมากที่ถูกขโมยเงิน เพราะเงินจำนวนนี้เป็นเงินที่เธอเก็บสะสมมาตั้งแต่ปีที่แล้ว เพื่อจะเก็บไว้ให้น้องที่กำลังจะเรียนจบ

บทเรียนจากเหตุการณ์ สาวเก็บกุญแจห้องพัก

เหตุการณ์นี้เป็นอุทาหรณ์สำคัญที่สอนให้เรารู้ว่า การซ่อนกุญแจไว้ในที่ที่คนอื่นคาดไม่ถึง อาจจะไม่ใช่ความคิดที่ดีเสมอไป เพราะโจรอาจจะมีความคิดที่คาดไม่ถึงมากกว่าเราก็ได้ นอกจากนี้ การเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ในห้องพักก็มีความเสี่ยงที่จะถูกขโมย ควรพิจารณาฝากเงินไว้กับธนาคารเพื่อความปลอดภัย

เบื้องต้น ตำรวจได้แนะนำให้ผู้เสียหายไปแจ้งความกับพนักงานสอบสวนที่ สภ.เมืองอุดรธานี เพื่อให้ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบกล้องวงจรปิดในบริเวณใกล้เคียง หากพบเบาะแสของคนร้ายก็จะติดตามตัวมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ข้อควรระวังในการเก็บกุญแจห้องพัก:

  • ไม่ควรซ่อนกุญแจไว้ในที่ที่คนอื่นสามารถคาดเดาได้ง่าย เช่น ใต้กระถางต้นไม้, บนกรอบประตู, หรือในรองเท้า
  • ควรหากล่องเก็บกุญแจที่มีระบบล็อคที่ปลอดภัย
  • หากทำได้ ควรติดตั้งระบบรักษาความปลอดภัยเพิ่มเติม เช่น กล้องวงจรปิด หรือสัญญาณกันขโมย

ข้อควรระวังในการเก็บเงินสด:

  • ไม่ควรเก็บเงินสดจำนวนมากไว้ในห้องพัก
  • ควรฝากเงินไว้กับธนาคารเพื่อความปลอดภัย
  • หากจำเป็นต้องเก็บเงินสดไว้ที่บ้าน ควรเก็บไว้ในตู้เซฟที่แข็งแรง

เหตุการณ์นี้สอนให้เรารู้ว่าการป้องกันไว้ก่อนดีกว่าแก้ ควรใส่ใจในเรื่องความปลอดภัยของทรัพย์สิน และไม่ประมาทในการเก็บรักษาสิ่งของมีค่า

ที่มา – เตือนอุทาหรณ์ สาวเก็บกุญแจห้องพัก ซ่อนไว้ในรองเท้า ถูกโจรเข้าขโมยเงินเกลี้ยง

แผ่นดินไหว 6.3 ถล่มอัฟกัน เสียหายหนัก!

เกิดเหตุการณ์สะเทือนขวัญ แผ่นดินไหว 6.3 เขย่าพื้นที่ห่างไกลทางตอนเหนือของอัฟกานิสถาน สร้างความเสียหายและความตื่นตระหนกให้กับประชาชนในพื้นที่ ข่าวเบื้องต้นรายงานว่ามีผู้บาดเจ็บจำนวนมาก และคาดการณ์ว่าความเสียหายอาจขยายเป็นวงกว้างเนื่องจากแรงสั่นสะเทือนรุนแรง

สำนักสำรวจธรณีวิทยาสหรัฐฯ (USGS) รายงานว่าเหตุการณ์ แผ่นดินไหว 6.3 ครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา โดยมีจุดศูนย์กลางอยู่ที่ความลึกประมาณ 28 กิโลเมตร ใกล้เมืองคุห์ลัม จังหวัดบัลคห์ ซึ่งอยู่ไม่ไกลจากเมืองมาซาร์อีชาริฟ ทางตอนเหนือของประเทศอัฟกานิสถาน เวลาที่เกิดเหตุคือ 00.59 น. ตามเวลาท้องถิ่น หรือประมาณ 03.29 น. ตามเวลาในประเทศไทย แรงสั่นสะเทือนรับรู้ได้ในหลายพื้นที่ใกล้เคียง ทำให้ประชาชนต่างพากันแตกตื่น

โฆษกของกลุ่มรัฐอิสลามตอลิบานในจังหวัดบัลคห์ออกมาเปิดเผยว่า ได้รับรายงานตัวเลขผู้บาดเจ็บและความเสียหายเล็กน้อยในทุกอำเภอของจังหวัด โดยส่วนใหญ่เป็นอาการบาดเจ็บเล็กน้อยจากการตกจากอาคารสูง หรือสิ่งของหล่นใส่เนื่องจากแรงสั่นสะเทือนของแผ่นดินไหว 6.3 ครั้งนี้

อย่างไรก็ตาม ข้อมูลผู้เสียชีวิตและความเสียหายที่แท้จริงยังไม่ได้รับการยืนยันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากหน่วยงานกู้ภัยและเจ้าหน้าที่ยังคงระดมกำลังเข้าตรวจสอบพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะพื้นที่ห่างไกลที่การเข้าถึงเป็นไปด้วยความยากลำบาก เจ้าหน้าที่เตือนว่าอาจยังมีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือติดอยู่ใต้ซากปรักหักพัง หรือได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ

แผ่นดินไหว 6.3: ผลกระทบและความช่วยเหลือ

สถานการณ์หลังเกิด แผ่นดินไหว 6.3 ยังคงน่าเป็นห่วง เนื่องจากโครงสร้างพื้นฐานในพื้นที่ส่วนใหญ่ไม่แข็งแรง ทำให้มีความเสี่ยงสูงที่อาคารบ้านเรือนจะพังถล่มลงมา นอกจากนี้ การเข้าถึงความช่วยเหลือทางการแพทย์และสิ่งของจำเป็นยังคงเป็นปัญหาสำคัญ เนื่องจากถนนหลายสายถูกตัดขาดจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว

การช่วยเหลือเบื้องต้น

หน่วยงานภาครัฐและองค์กรระหว่างประเทศกำลังเร่งให้ความช่วยเหลือเบื้องต้นแก่ผู้ประสบภัย โดยมุ่งเน้นไปที่การจัดหาที่พักพิงชั่วคราว อาหาร น้ำดื่ม และยารักษาโรค นอกจากนี้ ยังมีการจัดตั้งทีมแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้บริการทางการแพทย์แก่ผู้ที่ได้รับบาดเจ็บในพื้นที่ห่างไกล

  • การจัดหาที่พักพิงชั่วคราว
  • การแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่ม
  • การให้ความช่วยเหลือทางการแพทย์
  • การกู้ภัยและค้นหาผู้สูญหาย

ความท้าทายสำคัญในการให้ความช่วยเหลือคือ สภาพภูมิประเทศที่ยากลำบาก และความไม่มั่นคงทางการเมืองในพื้นที่ ทำให้การเข้าถึงผู้ประสบภัยเป็นไปด้วยความยากลำบาก อย่างไรก็ตาม หน่วยงานต่างๆ ยังคงมุ่งมั่นที่จะให้ความช่วยเหลืออย่างเต็มที่ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของผู้ประสบภัยให้ได้มากที่สุด

เหตุการณ์แผ่นดินไหว 6.3 ครั้งนี้เป็นเครื่องเตือนใจถึงความเปราะบางของพื้นที่เสี่ยงภัยพิบัติ และความจำเป็นในการเตรียมพร้อมรับมือกับภัยธรรมชาติอย่างสม่ำเสมอ การสร้างความตระหนักรู้ การฝึกอบรม และการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่แข็งแรง จะช่วยลดผลกระทบจากภัยพิบัติในอนาคตได้

ที่มา – แผ่นดินไหว 6.3 เขย่าพื้นที่ห่างไกลตอนเหนือของอัฟกานิสถาน คาดเกิดความเสียหายเป็นวงกว้าง