วัน: 3 พฤศจิกายน 2025

ลดหย่อนภาษีเมืองหลัก: ขยายสิทธิถึง 15 ธ.ค. 68

รัฐบาลใจดี! ขยายสิทธิลดหย่อนภาษีเมืองหลักในอำเภอเทียบเท่าเมืองรองแล้ว ใช้สิทธิได้ยาวๆ ถึง 15 ธันวาคม 2568 ใครวางแผนเที่ยวปลายปี ห้ามพลาด!

เมื่อวันที่ 3 พฤศจิกายน 2568 ณ ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ให้ความสำคัญกับการกระตุ้นเศรษฐกิจฐานรากและการท่องเที่ยวภายในประเทศเป็นอย่างยิ่ง ล่าสุด กรมสรรพากรได้ออกประกาศอธิบดีกรมสรรพากร (ฉบับที่ 456) ขยายสิทธิประโยชน์ทางภาษีให้แก่บุคคลธรรมดาที่เดินทางท่องเที่ยวในอำเภอของจังหวัดเมืองหลักที่ได้รับสิทธิเทียบเท่าเมืองรอง ทำให้สามารถนำค่าใช้จ่ายจากการท่องเที่ยวมาหักลดหย่อนภาษีเมืองหลักได้ในอัตราเดียวกับเมืองรอง

ลดหย่อนภาษีเมืองหลัก: ขยายสิทธิถึง 15 ธ.ค. 68

สรุปง่ายๆ คือ เที่ยวในอำเภอที่กำหนดของจังหวัดใหญ่ ก็ลดหย่อนภาษีได้เหมือนเที่ยวเมืองรองนั่นเอง คุ้มสุดๆ!

เที่ยวเมืองหลัก หักภาษีเท่าเมืองรอง

แล้วอำเภอไหนบ้างที่เข้าเกณฑ์ได้รับสิทธิลดหย่อนภาษีเมืองหลัก? ครอบคลุมอำเภอในเมืองท่องเที่ยวหลักหลายจังหวัด ดังนี้:

  • กระบี่: เขาพนม, ปลายพระยา, ลำทับ
  • เชียงใหม่: แม่แตง, แม่วาง, ดอยสะเก็ด, สันทราย, สารภี, อมก๋อย และอีกมากมาย
  • นครราชสีมา: วังน้ำเขียว, ปักธงชัย, พิมาย, สีคิ้ว, ด่านขุนทด, เสิงสาง และอื่นๆ
  • ชลบุรี: บ้านบึง, พานทอง, พนัสนิคม, หนองใหญ่ และอีกเพียบ
  • สุราษฎร์ธานี: กาญจนดิษฐ์, ดอนสัก, พุนพิน, ไชยา, วิภาวดี และอื่นๆ อีกมากมาย

นอกจากนี้ ยังมี กาญจนบุรี, เพชรบุรี, พังงา, ระยอง, พระนครศรีอยุธยา, สระบุรี, ขอนแก่น, ฉะเชิงเทรา และสงขลา ซึ่งเป็นพื้นที่เพิ่มเติมที่มีศักยภาพด้านการท่องเที่ยวและบริการรองรับอย่างครบครัน โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม – 15 ธันวาคม 2568

ตัวอย่างค่าใช้จ่ายที่สามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้:

  • ค่าที่พักโรงแรม
  • ค่าเดินทาง (เช่น ค่าน้ำมัน, ค่ารถโดยสาร, ค่าเครื่องบิน)
  • ค่าอาหารและเครื่องดื่ม
  • ค่าเข้าชมสถานที่ท่องเที่ยว
  • ค่าซื้อสินค้าและบริการอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับการท่องเที่ยว

เอกสารที่ต้องเตรียม:

  • ใบกำกับภาษีเต็มรูปแบบ
  • หลักฐานการชำระค่าบริการต่างๆ
  • เอกสารอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)

อย่าลืมเก็บหลักฐานการใช้จ่ายให้ดี เพื่อนำไปยื่นลดหย่อนภาษีตอนสิ้นปีนะคะ

หวังใช้สิทธิปลายปีได้คุ้มค่า

รองโฆษกรัฐบาลกล่าวว่า มาตรการดังกล่าวมีผลตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ถึง 15 ธันวาคม 2568 เพื่อให้ประชาชนใช้สิทธิท่องเที่ยวในช่วงปลายปีได้อย่างคุ้มค่ามากขึ้น ทั้งยังช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภูมิภาค และกระจายรายได้สู่ชุมชนท้องถิ่น รัฐบาลเชื่อมั่นว่าการขยายสิทธิลดหย่อนภาษีเมืองหลักในครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นการเดินทางภายในประเทศ เพิ่มการจับจ่ายในธุรกิจบริการรายย่อย และเป็นอีกแรงขับเคลื่อนสำคัญในการส่งเสริมเศรษฐกิจฐานรากให้เติบโตอย่างยั่งยืน

วางแผนเที่ยวพักผ่อนช่วงปลายปีนี้ อย่าลืมตรวจสอบสิทธิลดหย่อนภาษีกันด้วยนะคะ จะได้เที่ยวสนุกแถมยังประหยัดภาษีอีกด้วย!

ที่มา – รัฐบาลขยายสิทธิลดหย่อนภาษีในอำเภอ ‘เมืองหลัก’ เทียบเท่าเมืองรองได้ถึง 15 ธ.ค.68

นายกฯหญิงญี่ปุ่นขอพบ “คิม จอง อึน” เร่งแก้ปัญหา

นางซานาเอะ ทาคาอิจิ นายกรัฐมนตรีญี่ปุ่น ประกาศว่า เธอได้ยื่นคำร้องขอเข้าพบหารือกับ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ เพื่อแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อมานานหลายทศวรรษเกี่ยวกับการลักพาตัวพลเมืองญี่ปุ่นโดยรัฐบาลเกาหลีเหนือ เรื่องราวนี้กำลังเป็นที่จับตามองเพราะความสัมพันธ์ระหว่างประเทศที่เกี่ยวข้อง

เกาหลีเหนือยอมรับในปี 2002 หลังจากการปฏิเสธมานานหลายปี ว่าเจ้าหน้าที่ของตนได้ลักพาตัวพลเมืองญี่ปุ่นไป 13 คน ในช่วงทศวรรษ 1970 และ 1980 เพื่อนำไปใช้ฝึกสายลับของเกาหลีเหนือในด้านภาษาและขนบธรรมเนียมของญี่ปุ่น อย่างไรก็ตาม รัฐบาลญี่ปุ่นเชื่อว่ามีชาวญี่ปุ่นถูกลักพาตัวไปอย่างน้อย 17 คน และบางแหล่งระบุว่าอาจมีจำนวนมากกว่านั้น การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ยอมรับไม่ได้ในระดับสากล

นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิกล่าวในงานรณรงค์สร้างความตระหนักเกี่ยวกับปัญหานี้ที่กรุงโตเกียวว่า เธอได้ยื่นคำร้องขอจัดการประชุมสุดยอดกับนายคิม จอง อึน เพื่อหาทางออก

“เพื่อสร้างความสัมพันธ์ใหม่ที่เกิดผลระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ ดิฉันตัดสินใจที่จะพบหน้ากับประธานคิม จอง อึน” เธอกล่าวพร้อมเสริมว่า “การลักพาตัวถือเป็นวาระสำคัญอันดับแรกของคณะรัฐมนตรีของดิฉัน” การพบปะนี้อาจเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธ์

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ผู้นำญี่ปุ่นพยายามจัดการเจรจาโดยตรงกับ คิม จอง อึน เพื่อคลี่คลายปัญหานี้ ก่อนหน้านี้ นายจุนอิจิโร โคอิซึมิ อดีตนายกรัฐมนตรี เคยเดินทางเยือนกรุงเปียงยางในปี 2002 และ 2004 โดยได้พบกับ นายคิม จอง อิล ผู้นำเกาหลีเหนือในขณะนั้น และเจรจาจนนำผู้ถูกลักพาตัวกลับมาได้ 5 คน แต่เกาหลีเหนืออ้างว่าที่เหลืออีก 8 คนเสียชีวิตแล้ว การเจรจาในอดีตแสดงให้เห็นถึงความพยายามอย่างต่อเนื่องของญี่ปุ่น

ส่วนนายชิเงรุ อิชิบะ นายกรัฐมนตรีคนก่อนหน้า เคยเสนอให้มีการจัดตั้งสำนักงานประสานงานในญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือเพื่อขับเคลื่อนประเด็นนี้ แต่ก็ไม่เคยเกิดขึ้นจริง

นายกรัฐมนตรีทาคาอิจิเน้นย้ำถึงความสำคัญของประเด็นนี้ โดยกล่าวว่า “ดิฉันจะใช้ทุกวิถีทางที่จำเป็นสำหรับประเด็นนี้ ซึ่งเกี่ยวข้องกับชีวิตของผู้ถูกลักพาตัวและอธิปไตยของชาติเรา”

นอกจากนี้ ญี่ปุ่นยังคงประสานงานกับสหรัฐอเมริกา โดยเฉพาะกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพื่อให้ประชาคมโลกยังคงให้ความสนใจกับเรื่องนี้ ซึ่งผู้นำสหรัฐฯ ได้เข้าพบกับครอบครัวของผู้ถูกลักพาตัวชาวญี่ปุ่นระหว่างการเยือนโตเกียวเมื่อสัปดาห์ที่แล้ว

ทั้งนี้ เกาหลีเหนือยังไม่มีการตอบสนองต่อคำร้องขอเข้าพบของนายกรัฐมนตรีทาคาอิจิอย่างเป็นทางการ.

นายกฯ หญิงญี่ปุ่น ขอพบ “คิม จอง อึน” เร่งแก้ปมพลเมืองถูกเกาหลีเหนือลักพาตัว

การที่นายกฯ หญิงญี่ปุ่นขอพบ “คิม จอง อึน” เร่งแก้ปมพลเมืองถูกเกาหลีเหนือลักพาตัว ถือเป็นความพยายามครั้งสำคัญในการแก้ไขปัญหาที่ค้างคามานาน และมีความซับซ้อนทางด้านการเมืองระหว่างประเทศ

ทำไมนายกฯ หญิงญี่ปุ่นจึงต้องการพบ คิม จอง อึน?

เหตุผลหลักคือต้องการแก้ไขปัญหาการลักพาตัวพลเมืองญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเด็นละเอียดอ่อนและส่งผลกระทบต่อความสัมพันธ์ระหว่างประเทศอย่างมาก การพบปะโดยตรงอาจนำไปสู่การเจรจาที่สร้างสรรค์และหาทางออกที่เป็นรูปธรรมได้

สถานการณ์นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อครอบครัวของผู้ที่ถูกลักพาตัว และเป็นเรื่องที่รัฐบาลญี่ปุ่นให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก การเจรจาที่สำเร็จอาจนำมาซึ่งความหวังและการเปลี่ยนแปลง

นายกฯ หญิงญี่ปุ่นขอพบ “คิม จอง อึน” เร่งแก้ปมพลเมืองถูกเกาหลีเหนือลักพาตัว ไม่ใช่แค่เรื่องการเมือง แต่เป็นเรื่องของมนุษยธรรมและความยุติธรรมที่ต้องได้รับการแก้ไขอย่างเร่งด่วน การที่ผู้นำทั้งสองได้พบปะกัน อาจเป็นก้าวสำคัญในการสร้างความเข้าใจและหาทางออกร่วมกันในอนาคต

การดำเนินการครั้งนี้ได้รับความสนใจจากนานาชาติ และคาดหวังว่าจะเป็นจุดเริ่มต้นของการเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ระหว่างญี่ปุ่นและเกาหลีเหนือ ถึงแม้ว่าความท้าทายจะยังคงมีอยู่ แต่ความมุ่งมั่นและความตั้งใจจริงของผู้นำญี่ปุ่นเป็นสิ่งที่น่าชื่นชมและควรได้รับการสนับสนุน

การแก้ไขปัญหาการลักพาตัวพลเมืองญี่ปุ่นเป็นหน้าที่ของรัฐบาลที่ต้องดำเนินการอย่างต่อเนื่อง และการที่นายกฯ หญิงญี่ปุ่นขอพบ “คิม จอง อึน” เร่งแก้ปมพลเมืองถูกเกาหลีเหนือลักพาตัว แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นที่จะนำความยุติธรรมและสันติสุขกลับคืนมา

ที่มา – นายกฯ หญิงญี่ปุ่น ขอพบ “คิม จอง อึน” เร่งแก้ปมพลเมืองถูกเกาหลีเหนือลักพาตัว

วูล์ฟส์ ปลด “วิเตอร์ เปเรยร่า” หลังทีมไม่ชนะใคร 10 นัดติดในพรีเมียร์ลีก

สโมสรวูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส (Wolverhampton Wanderers) ตัดสินใจปลด วิเตอร์ เปเรยร่า (Vítor Pereira) พ้นตำแหน่งผู้จัดการทีม หลังพาทีมทำผลงานย่ำแย่ ไม่สามารถเก็บชัยชนะได้เลยตลอด 10 นัดแรกของศึกพรีเมียร์ลีกฤดูกาล 2025/26

ผลงานตกต่ำจนทีมร่วงท้ายตาราง

“หมาป่าวูล์ฟส์” ออกสตาร์ทฤดูกาลใหม่ได้อย่างน่าผิดหวัง โดยเก็บได้เพียง 3 คะแนนจาก 10 เกม รั้งอันดับรองบ๊วยของตารางพรีเมียร์ลีก แม้บอร์ดบริหารจะให้โอกาสกุนซือชาวโปรตุเกสรายนี้แก้ตัว แต่ผลงานของทีมยังไม่ดีขึ้น

การแข่งขันนัดล่าสุดที่วูล์ฟส์พ่ายต่อ เอฟเวอร์ตัน 0-2 ทำให้ความอดทนของบอร์ดบริหารถึงขีดสุด และตัดสินใจประกาศปลดเปเรยร่าออกจากตำแหน่งทันทีในช่วงเช้าวันจันทร์ที่ผ่านมา

แถลงจากสโมสร

สโมสร Wolverhampton ออกแถลงการณ์สั้น ๆ ว่า

“สโมสรขอขอบคุณวิเตอร์ เปเรยร่าสำหรับความทุ่มเทและความพยายามตลอดช่วงที่ผ่านมา เราขออวยพรให้เขาประสบความสำเร็จในเส้นทางต่อไป”

ทั้งนี้ ทีมจะให้ สตีฟ เดวิส (Steve Davis) ผู้ช่วยโค้ชเข้ามารับหน้าที่รักษาการหัวหน้าผู้ฝึกสอนชั่วคราวจนกว่าจะมีการแต่งตั้งกุนซือคนใหม่อย่างเป็นทางการ

ตัวเต็งกุนซือใหม่

สื่ออังกฤษรายงานว่า วูล์ฟส์ได้ติดต่อพูดคุยกับ เกรแฮม พอตเตอร์ (Graham Potter) อดีตผู้จัดการทีมเชลซี และ นูโน่ เอสปิริโต ซานโต (Nuno Espírito Santo) อดีตกุนซือคนเก่าของทีม เพื่อพิจารณาเข้ารับตำแหน่งอีกครั้ง

ขณะที่แฟนบอลบางส่วนเรียกร้องให้ทีมดึงกุนซือสายบุกเข้ามาเปลี่ยนแนวทางของทีม หลังช่วงหลังเล่นเกมรับมากเกินไปจนขาดความมั่นใจในเกมรุก


🔍 สรุป

  • วูล์ฟแฮมป์ตัน วันเดอเรอร์ส ปลด วิเตอร์ เปเรยร่า หลังทีมไม่ชนะใครใน 10 เกมแรกของพรีเมียร์ลีก
  • แต่งตั้ง สตีฟ เดวิส คุมทีมชั่วคราว
  • ลือหนัก “เกรแฮม พอตเตอร์” และ “นูโน่” เป็นสองตัวเต็งรับงานต่อ

Rangers ยอมรับพลาดดีลสำคัญในตลาดนักเตะ

Rangers FC สโมสรดังแห่งศึกสกอตติช พรีเมียร์ชิพ ออกมายอมรับว่าพวกเขา “พลาดครั้งใหญ่” ในช่วงตลาดซื้อขายนักเตะฤดูร้อน หลังไม่สามารถคว้าตัว คาร์ล เอตตา เอียง (Karl Etta Eyong) แข้งดาวรุ่งมากพรสวรรค์มาร่วมทีมได้ตามเป้าหมาย

พลาดดีลเพราะความล่าช้าในการเจรจา

ตามรายงานจากสื่ออังกฤษ FootballTransfers ระบุว่า Rangers ได้ติดตามผลงานของ เอตตา เอียง มานานหลายเดือน และเตรียมยื่นข้อเสนออย่างเป็นทางการ แต่การเจรจาล่าช้าทำให้หลายสโมสรยักษ์ใหญ่ในยุโรปอย่าง แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, อาร์เซนอล, บาร์เซโลนา และ บียาร์เรอัล เข้ามาร่วมวงล่าตัวนักเตะรายนี้ทันที

สุดท้ายแล้ว ดีลนี้ต้องล่มลงเนื่องจากการตัดสินใจที่ล่าช้าของบอร์ดบริหาร และการประเมินค่าตัวของนักเตะต่ำกว่าความเป็นจริง ทำให้ทีมอื่นสามารถปิดดีลได้ก่อน

แฟนบอลผิดหวัง – บอร์ดสโมสรยอมรับบทเรียน

หลังข่าวล่มดีลดังกล่าว หลายฝ่ายภายในสโมสรยอมรับว่านี่คือ “บทเรียนสำคัญ” ในการวางกลยุทธ์การซื้อขายนักเตะในอนาคต โดยเฉพาะในยุคที่การแข่งขันระหว่างทีมใหญ่ ๆ ทั่วยุโรปสูงขึ้นอย่างมาก

โฆษกของสโมสรกล่าวว่า

“เราเห็นโอกาส แต่กลับไม่คว้าไว้ได้ทันเวลา ซึ่งถือเป็นความผิดพลาดที่ต้องนำมาปรับปรุง”

แฟนบอล Rangers บางส่วนออกมาแสดงความไม่พอใจบนโซเชียลมีเดีย โดยมองว่าทีมยังขาดความเด็ดขาดในการเสริมทัพ แม้จะรู้ว่าต้องการเพิ่มศักยภาพเพื่อต่อกรกับ Celtic คู่แข่งสำคัญในลีก

เอตตา เอียง ดาวรุ่งที่หลายทีมจับตามอง

คาร์ล เอตตา เอียง ปัจจุบันอายุเพียง 20 ปี เล่นตำแหน่งกองกลางตัวรุก มีชื่อเสียงในด้านเทคนิคและการผ่านบอลที่แม่นยำ เขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในนักเตะดาวรุ่งที่น่าจับตามองที่สุดในยุโรป และอาจก้าวขึ้นมาเป็นผู้เล่นระดับท็อปในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า


🔍 สรุป

  • Rangers FC ยอมรับพลาดคว้าตัว คาร์ล เอตตา เอียง ดาวรุ่งเนื้อหอมจากยุโรป
  • ดีลล่มเพราะการเจรจาล่าช้าและประเมินค่าตัวต่ำเกินจริง
  • สโมสรยืนยันจะปรับแผนเสริมทัพใหม่ในตลาดนักเตะรอบหน้า

สมาคมฟุตบอลฯ ปลด “มาซาทาดะ อิชิอิ” พ้นตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทย

กลายเป็นข่าวใหญ่ของวงการฟุตบอลไทย เมื่อสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย (FAT) ประกาศปลด มาซาทาดะ อิชิอิ (Masatada Ishii) ออกจากตำแหน่งหัวหน้าโค้ชทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ แม้เจ้าตัวเพิ่งพาทีมคว้าชัยเหนือ ทีมชาติไต้หวัน ไปแบบถล่มทลาย 6-1 ในศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือกโซนเอเชียเมื่อไม่นานมานี้

เหตุผลจากสมาคมฯ

สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชี้แจงว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้เป็น “การตัดสินใจเพื่อพัฒนาวงการฟุตบอลไทยให้ก้าวไปข้างหน้า” และเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับการแข่งขันระดับนานาชาติในปี 2026 โดยจะมีการแต่งตั้งหัวหน้าโค้ชคนใหม่ในเร็ว ๆ นี้

“มาดามแป้ง” นวลพรรณ ล่ำซำ ผู้จัดการทีมชาติไทย กล่าวถึงการปลดอิชิอิว่า

“นี่ไม่ใช่การทดลอง แต่เป็นการตัดสินใจเพื่ออนาคตของฟุตบอลไทย เราต้องเดินหน้าต่อและเตรียมทีมให้พร้อมสำหรับความท้าทายที่ใหญ่กว่า”

เส้นทางของอิชิอิ กับทีมชาติไทย

มาซาทาดะ อิชิอิ เข้ามารับตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทยในปี 2023 หลังจากเคยพาทีม บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด คว้าทริปเปิลแชมป์ในฤดูกาลเดียว เขาได้รับเสียงชื่นชมในด้านแท็กติกและการสร้างทีมเยาวชน แต่ในบางช่วงทีมชาติไทยมีผลงานที่ไม่สม่ำเสมอ โดยเฉพาะในเกมอุ่นเครื่องกับทีมระดับเอเชีย

แม้เกมล่าสุดทีมชาติไทยจะโชว์ฟอร์มยอดเยี่ยมชนะไต้หวัน 6-1 แต่ดูเหมือนสมาคมฯ ต้องการแนวทางใหม่เพื่อผลักดันทีมชาติไทยให้ก้าวสู่มาตรฐานเอเชีย

ความเห็นจากแฟนบอล

หลังข่าวปลดอิชิอิถูกเผยแพร่ แฟนบอลไทยจำนวนมากแสดงความเห็นหลากหลาย บางส่วนเห็นด้วยกับการเปลี่ยนแปลงเพื่ออนาคตของทีมชาติ แต่บางส่วนมองว่าเขายังควรได้รับโอกาสต่อไป หลังเพิ่งเริ่มเห็นพัฒนาการของทีมในช่วงหลัง


🔍 สรุป

  • สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยปลด มาซาทาดะ อิชิอิ พ้นตำแหน่งกุนซือทีมชาติไทย
  • เหตุผลหลัก: เพื่อวางแผนพัฒนาทีมชาติในระยะยาว
  • “มาดามแป้ง” ยืนยันเป็นการตัดสินใจเพื่ออนาคตของวงการฟุตบอลไทย
  • รอกุนซือคนใหม่เข้ามารับหน้าที่ในเร็ว ๆ นี้

FIFA จับมือ DAZN เปิดแพลตฟอร์มสตรีมฟุตบอล

FIFA จับมือ DAZN เปิดแพลตฟอร์มสตรีมฟุตบอลใหม่ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026

FIFA ร่วมมือกับ DAZN ผู้ให้บริการสตรีมมิ่งกีฬาชื่อดัง เปิดตัวแพลตฟอร์มฟุตบอลระดับโลกใหม่ ที่จะเปิดให้แฟนบอลทั่วโลกสามารถรับชมการแข่งขันฟุตบอลมากกว่า 150 รายการ ได้แบบฟรี ๆ ก่อนศึก FIFA World Cup 2026 จะเริ่มต้นขึ้น

รวมทุกความบันเทิงของวงการลูกหนังไว้ในที่เดียว

แพลตฟอร์มใหม่นี้จะรวมทั้งการถ่ายทอดสดฟุตบอลลีกชายและหญิง, ทีมชาติ, รายการระดับทวีป, ไฮไลต์, สารคดีฟุตบอล รวมถึงคลังวิดีโอประวัติศาสตร์ของ FIFA ที่ไม่เคยเปิดเผยต่อสาธารณะมาก่อน

FIFA ระบุว่าเป้าหมายของโครงการนี้คือการ “เปิดประสบการณ์ใหม่ให้กับแฟนบอลทั่วโลก” โดยจะเป็นศูนย์กลางเนื้อหาด้านฟุตบอลที่ครอบคลุมที่สุดเท่าที่เคยมีมา

เข้าถึงง่าย ดูได้ทั่วโลก

แฟนบอลสามารถเข้าชมได้ทั้งผ่านเว็บไซต์และแอปพลิเคชันของ DAZN โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในส่วนคอนเทนต์ฟรี นอกจากนี้ยังมีระบบสมาชิกแบบพรีเมียมสำหรับการรับชมลีกพิเศษหรือรายการเฉพาะของแต่ละภูมิภาค

แพลตฟอร์มนี้จะเปิดให้บริการอย่างเป็นทางการ ก่อนศึกฟุตบอลโลก 2026 ซึ่งจะจัดขึ้นที่ สหรัฐอเมริกา แคนาดา และเม็กซิโก เพื่อให้แฟนบอลทั่วโลกสามารถติดตามทุกแมตช์ได้อย่างสะดวก

ความร่วมมือระดับประวัติศาสตร์

ผู้บริหารของ FIFA กล่าวว่าความร่วมมือกับ DAZN ครั้งนี้เป็น “ก้าวสำคัญของวงการฟุตบอล” ที่จะเปลี่ยนวิธีการรับชมฟุตบอลของแฟนบอลทั่วโลก โดยเน้นการเข้าถึงง่ายและเนื้อหาที่มีคุณภาพสูง

ขณะเดียวกัน DAZN ยืนยันว่าการร่วมมือกับ FIFA เป็นการขยายฐานผู้ชมในระดับโลก โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียและตะวันออกกลาง ซึ่งมีฐานแฟนบอลเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


🔍 สรุป

  • FIFA จับมือ DAZN เปิดตัวแพลตฟอร์มฟุตบอลใหม่
  • ถ่ายทอดสดมากกว่า 150 รายการทั่วโลก
  • มีทั้งฟุตบอลชาย หญิง ทีมชาติ และสารคดี
  • เปิดให้ใช้งาน ก่อนฟุตบอลโลก 2026 อย่างเป็นทางการ


กองทัพภาคที่ 1 เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย

กองทัพภาคที่ 1 เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย บ.หนองจาน และ บ.หนองหญ้าแก้ว

วันที่ 3 พ.ย.2568 กองทัพภาคที่ ๑ โดยกองกำลังบูรพา ปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตย ในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา ในพื้นที่ จ.สระแก้ว ยังคงเดินหน้าสร้างพื้นที่ปลอดภัยบ.หนองจาน และบ.หนองหญ้าแก้ว ตามแผนการเก็บกู้ทุ่นระเบิดในพื้นที่เสี่ยงต้องสงสัย เพื่อคืนพื้นที่ให้ประชาชนได้มีที่ดินทำกิน

เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย playkhao

ล่าสุด ที่ บ.หนองหญ้าแก้ว หน่วยเฉพาะกอจที่ 12 (ฉก.12) โดยกองพันทหารช่างที่ 2 ร่วมกับ TMAC โดยหน่วยปฏิบัติการทุ่นระเบิดด้านมนุษยธรรมที่ 1 จัดชุดเก็บกู้ทุ่นระเบิดพร้อมชุดเครื่องจักร สำรวจและสร้างพื้นที่ปลอดภัย ในพื้นที่ E ซึ่งเริ่มดำเนินการตั้งแต่ 25 ต.ค.68 ปัจจุบันได้พื้นที่ปฏิบัติการสะสม 18,905 ตร.ม. คิดเป็น 9.20 % (จากพื้นที่ 205,405 ตร.ม.) และยังไม่มีรายงานการตรวจพบทุ่นระเบิด

เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย playkhao

ส่วนในพื้นที่ บ.หนองจาน เริ่มดำเนินการเมื่อ 30 ต.ค.68 สามารถสร้างพื้นที่ปลอดภัย ในพื้นที่ A ไปแล้ว 11,219 ตร.ม. คิดเป็น 35.06 % (จากพื้นที่ 32,000 ตร.ม.) และตรวจพบทุ่นระเบิดสังหารบุคคล POMZ-2 จำนวน 1 ทุ่น (30 ต.ค.68) ก่อนประสานส่วนราชการที่เกี่ยวข้องเตรียมคืนพื้นที่ให้ประชาชนได้มีที่ทำกิน

กองทัพภาคที่ ๑ เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย playkhao

นอกจากนี้ กกล.บูรพา โดย กองพันทหารช่างที่ 2 ยังคงดำเนินการก่อสร้างหลุมหลบภัยและบังเกอร์ภายใต้โครงการสนับสนุน “กองทุนหทัยทิพย์”กองทัพบก ในพื้นที่ชายแดน ไทย-กัมพูชา จ.สระแก้ว ปัจจุบันได้ดำเนินการตามแผนเร่งด่วน เป็นหลุมภัยประชาชน 3 จุด และบังเกอร์ 10 จุด มีความคืบหน้าไปแล้วกว่า 40 % และดำเนินการตามแผนเร่งด่วนที่ 2 คือ การสร้างหลุมหลบภัยประชาชน 3 หลุมและบังเกอร์ 62 จุด มีความคืบหน้าประมาณ 6%

กองทัพภาคที่ 1 เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย playkhao
กองทัพภาคที่ ๑ เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย playkhao

ทั้งนี้ กองทัพภาคที่ ๑ พร้อมอำนวยความสะดวกให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย ในการลงพื้นที่สำรวจแนวเส้นชายแดนและดูแลความปลอดภัยในการร่วมสำรวจและปักหมุดชั่วคราว ตามแนวทางข้อตกลงของคณะกรรมการ GBC ในการจัดการพื้นที่หมู่บ้านชายแดน จ.สระแก้ว เพื่อนำไปสู่การคลี่คลายสถานการณ์ให้มีแนวโน้มที่ดีขึ้น และยืนยันความพร้อมในทุกมิติ ในการปฏิบัติภารกิจปกป้องอธิปไตยและดูแลความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา อย่างเต็มกำลังความสามารถ

ที่มา กองทัพภาคที่ 1 เดินหน้าเก็บกู้ทุ่นระเบิดพื้นที่อันตราย

ตามข่าวก่อนใครได้ที่ playkhao.com

มูคิเอเล่ คือดีลสำคัญของซันเดอร์แลนด์ – โอนูโอฮา

มูคิเอเล่ คือดีลสำคัญของซันเดอร์แลนด์ – โอนูโอฮา

เนดุม โอนูโอฮา และ เอลเลน ไวท์ นักวิเคราะห์จาก Football Focus ได้แสดงความคิดเห็นถึงสิ่งที่ นอร์ดี มูคิเอเล่ ได้นำมาสู่ทีมซันเดอร์แลนด์ ทั้งในด้านเกมรุกและเกมรับ ก่อนเกมที่จะพบกับเอฟเวอร์ตันในวันจันทร์นี้

รับชมเพิ่มเติม: Football Focus ทาง iPlayer

สำหรับผู้ใช้ในสหราชอาณาจักรเท่านั้น

การที่ซันเดอร์แลนด์คว้าตัว นอร์ดี มูคิเอเล่ คือดีลสำคัญของซันเดอร์แลนด์ ถือเป็นการเสริมทัพที่ยอดเยี่ยมอย่างมาก โอนูโอฮา กล่าว เขาเสริมว่ามูคิเอเล่มีอิทธิพลต่อทั้งเกมรับและเกมรุกของทีม และการมาของเขาจะช่วยยกระดับทีมได้อย่างแน่นอน

ไวท์เห็นด้วยกับโอนูโอฮา โดยกล่าวว่ามูคิเอเล่เป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพสูงและมีประสบการณ์มากมาย เธอเชื่อว่าเขาจะสามารถปรับตัวเข้ากับทีมได้อย่างรวดเร็วและจะเป็นกำลังสำคัญของทีมในการต่อสู้เพื่อเป้าหมาย

“เขาเป็นผู้เล่นที่ฉลาด มีความเร็ว และมีความสามารถทางเทคนิคที่ยอดเยี่ยม เขาอ่านเกมได้ดีและมักจะอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมเสมอ” โอนูโอฮา กล่าวถึง มูคิเอเล่ คือดีลสำคัญของซันเดอร์แลนด์

“นอกจากนี้ เขายังเป็นผู้เล่นที่แข็งแกร่งและมีความมุ่งมั่นสูง เขาไม่กลัวที่จะเข้าปะทะและพร้อมที่จะทุ่มเททุกอย่างเพื่อทีม” ไวท์เสริม

ทำไม มูคิเอเล่ คือดีลสำคัญของซันเดอร์แลนด์?

การมาของมูคิเอเล่ช่วยแก้ปัญหาในตำแหน่งแบ็กขวาที่ทีมกำลังขาดแคลนอยู่ได้เป็นอย่างดี เขาสามารถเติมเกมรุกทางริมเส้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ และยังสามารถช่วยเกมรับได้อย่างแข็งแกร่ง เขามีความสามารถในการเข้าสกัดบอลที่แม่นยำ และยังสามารถอ่านเกมได้อย่างเฉียบคม

นอกจากนี้ การมีมูคิเอเล่นำทีมจึงทำให้ผู้เล่นคนอื่นๆ ในทีมมีความมั่นใจมากยิ่งขึ้น เขามีประสบการณ์มากมายในการเล่นในระดับสูง และสามารถช่วยให้ผู้เล่นอายุน้อยของทีมพัฒนาฝีเท้าได้อีกด้วย

แน่นอนว่าการคว้าตัวมูคิเอเล่มาในทีมไม่ใช่เรื่องง่ายเลย เขาเป็นผู้เล่นที่เป็นที่ต้องการของหลายทีมในยุโรป แต่ซันเดอร์แลนด์สามารถโน้มน้าวให้เขาย้ายมาร่วมทีมได้สำเร็จ ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความทะเยอทะยานของสโมสร

แฟนบอลของซันเดอร์แลนด์ต่างก็ตื่นเต้นกับการมาของ มูคิเอเล่ และคาดหวังว่าเขาจะสามารถสร้างผลกระทบเชิงบวกให้กับทีมได้ทันที พวกเขาเชื่อว่าเขาจะเป็นหนึ่งในผู้เล่นคนสำคัญที่จะช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

โดยรวมแล้ว การคว้าตัว มูคิเอเล่ คือดีลสำคัญของซันเดอร์แลนด์ เป็นการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมของสโมสร เขาเป็นผู้เล่นที่มีคุณภาพสูง และจะช่วยยกระดับทีมได้อย่างแน่นอน แฟนบอลของซันเดอร์แลนด์มีเหตุผลที่จะตื่นเต้นกับการมาของเขา และคาดหวังว่าเขาจะสามารถช่วยให้ทีมประสบความสำเร็จในฤดูกาลนี้

การเสริมทัพครั้งนี้แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นของซันเดอร์แลนด์ในการสร้างทีมที่แข็งแกร่งและสามารถแข่งขันในระดับสูงได้ พวกเขาพร้อมที่จะลงทุนเพื่อดึงดูดผู้เล่นที่มีคุณภาพ และสร้างทีมที่สามารถท้าทายความสำเร็จได้

ที่มา – Mukiele a ‘massive coup’ for Sunderland – Onuoha

รูนีย์ปกป้องการเป็นนักวิจารณ์หลังโดนฟานไดค์วิจารณ์





รูนีย์ปกป้องการเป็นนักวิจารณ์หลังโดนฟานไดค์วิจารณ์

เวย์น รูนีย์ ออกมาปกป้องการวิพากษ์วิจารณ์ลิเวอร์พูลและเวอร์จิล ฟาน ไดค์ ก่อนหน้านี้ หลังจากกัปตันทีมหงส์แดงเรียกการวิเคราะห์ของรูนีย์เกี่ยวกับปัญหาในช่วงต้นฤดูกาลของพวกเขาว่าเป็น “การวิจารณ์แบบง่ายๆ”

ฟัง The Wayne Rooney Show ทาง BBC Sounds และรับชมได้ทาง iPlayer

อ่านเพิ่มเติม: ฟาน ไดค์ ปฏิเสธ ‘การวิจารณ์แบบง่ายๆ’ ของรูนีย์

รูนีย์ปกป้องการเป็นนักวิจารณ์หลังโดนฟานไดค์วิจารณ์

อดีตกองหน้าแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และทีมชาติอังกฤษ เวย์น รูนีย์ ได้ออกมาตอบโต้คำวิจารณ์จากเวอร์จิล ฟาน ไดค์ เซ็นเตอร์แบ็กของลิเวอร์พูล หลังจากที่ฟาน ไดค์ กล่าวว่ารูนีย์วิจารณ์ทีมของเขาอย่าง “ง่ายๆ” รูนีย์ยืนยันว่าเขาเพียงแค่แสดงความคิดเห็นตามสิ่งที่เขาเห็นในสนาม และไม่ได้มีเจตนาร้ายแต่อย่างใด

“ผมคิดว่าในฐานะนักวิจารณ์ สิ่งที่คุณต้องทำคือให้ความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา” รูนีย์กล่าว “ผมไม่ได้พยายามจะทำร้ายใคร ผมแค่บอกว่าสิ่งที่ผมเห็น ผมคิดว่าลิเวอร์พูลไม่ได้อยู่ในฟอร์มที่ดีที่สุดของพวกเขาในช่วงเริ่มต้นฤดูกาล และผมคิดว่าฟาน ไดค์ ก็เล่นได้ไม่ดีเท่าที่เขาสามารถทำได้”

รูนีย์เสริมว่าเขาเคารพฟาน ไดค์ ในฐานะนักฟุตบอล แต่เขาก็ไม่เห็นด้วยกับคำวิจารณ์ของฟาน ไดค์ “ผมคิดว่าเขาเป็นหนึ่งในกองหลังที่ดีที่สุดในโลก แต่ทุกคนก็มีวันที่ไม่ดีได้ ผมไม่ได้พยายามจะโจมตีเขาเป็นการส่วนตัว”

รูนีย์แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับลิเวอร์พูลอีกครั้ง

การตอบโต้ของรูนีย์เกิดขึ้นหลังจากที่ฟาน ไดค์ กล่าวในการแถลงข่าวว่าเขาไม่สนใจความคิดเห็นของรูนีย์ “ผมไม่คิดว่าผมควรจะตอบสนองต่อผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์เราแบบง่ายๆ” ฟาน ไดค์ กล่าว “มีผู้คนมากมายที่แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรา แต่พวกเขาไม่ได้อยู่ในสถานการณ์เดียวกับเรา”

อย่างไรก็ตาม รูนีย์ยืนยันว่าเขามีสิทธิ์ที่จะแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับฟุตบอล “ผมเป็นนักวิจารณ์ ผมมีหน้าที่ต้องให้ความคิดเห็นของผม และผมจะทำต่อไป” รูนีย์กล่าว

ประเด็นนี้กลายเป็นที่สนใจของสื่อและแฟนบอลจำนวนมาก โดยหลายคนแสดงความคิดเห็นที่แตกต่างกัน บางคนเห็นด้วยกับรูนีย์ว่าเขามีสิทธิ์ที่จะวิพากษ์วิจารณ์ ในขณะที่บางคนคิดว่าฟาน ไดค์ มีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเองและทีมของเขา

ท้ายที่สุดแล้ว การโต้เถียงนี้แสดงให้เห็นถึงความซับซ้อนของความสัมพันธ์ระหว่างนักฟุตบอลและนักวิจารณ์ นักวิจารณ์มีหน้าที่ต้องให้ความคิดเห็นที่ตรงไปตรงมา แต่พวกเขาก็ต้องระมัดระวังไม่ให้ทำร้ายใครเป็นการส่วนตัว ในขณะที่นักฟุตบอลมีสิทธิ์ที่จะปกป้องตัวเองและทีมของพวกเขา แต่พวกเขาก็ต้องยอมรับว่าพวกเขาจะถูกวิพากษ์วิจารณ์

การวิพากษ์วิจารณ์เป็นส่วนหนึ่งของเกมฟุตบอล ผู้เล่นและโค้ชต้องเรียนรู้ที่จะรับมือกับมันอย่างมืออาชีพและใช้มันเป็นแรงจูงใจในการปรับปรุงผลงานของพวกเขาเอง รูนีย์ปกป้องการเป็นนักวิจารณ์หลังโดนฟานไดค์วิจารณ์ และแสดงให้เห็นว่าเขาจะไม่ยอมให้ใครมาปิดปากเขา

ในฐานะแฟนบอล เราควรฟังทั้งสองฝ่ายและพิจารณาความคิดเห็นของพวกเขาอย่างรอบคอบ การถกเถียงกันอย่างมีเหตุผลสามารถนำไปสู่ความเข้าใจที่ดีขึ้นเกี่ยวกับเกมและความท้าทายที่นักฟุตบอลต้องเผชิญ

ที่มา – Rooney defends punditry after Van Dijk criticism